กวาง กมลชนก ส่ง 'น้องเน็ต' ไปเรียนต่อปริญญาโทที่ซิดนีย์ พร้อมเผยอาการป่วย Restless Legs Syndrome
กวางส่งลูกเรียนต่อซิดนีย์ เผยป่วย Restless Legs Syndrome

ครอบครัวอบอุ่นส่งลูกชายเรียนต่อต่างแดน

เป็นภาพแห่งความชื่นอกชื่นใจและความภาคภูมิใจของคนเป็นพ่อแม่อย่างแท้จริง สำหรับครอบครัวของ กวาง กมลชนก และ น็อต นุติ เขมะโยธิน ที่ได้ส่งลูกชายคนโต น้องเน็ต ไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ณ ประเทศออสเตรเลีย โดยเฉพาะที่ University of Sydney ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของครอบครัว

เส้นทางการศึกษาของน้องเน็ต

หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะศิลปศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย น้องเน็ต ได้ตัดสินใจขอผู้ปกครองเพื่อไปศึกษาต่อในสาขาการจัดการและการบริหาร โดยเดิมทีเขามีแผนจะทำงานก่อน แต่ด้วยความกังวลว่าจะหมดไฟในการเรียน จึงเลือกไปเรียนต่อเพียงลำพังที่ซิดนีย์

แม่กวางได้เปิดเผยกับสื่อบันเทิงว่า "ลูกชายจะไปเรียนเป็นเวลา 15 เดือน และตั้งใจจะทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ก่อนกลับมาพัฒนาตัวเองที่เมืองไทย" ซึ่งทำให้ทั้งครอบครัวต่างรู้สึกซาบซึ้งและมีน้ำตาไหลเมื่อต้องส่งลูกชายไปไกลถึงต่างแดน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สุขภาพของแม่กวางและอาการป่วยที่เผยออกมา

นอกจากเรื่องราวของลูกชายแล้ว แม่กวางยังได้เผยถึงสุขภาพของตนเองด้วย หลังจากผ่าตัดใหญ่เพื่อเอาเนื้องอกที่มดลูกออกในปี 2565 เธอได้ติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่องกับแพทย์

ล่าสุด ตรวจพบว่าเธอเป็นโรค Restless Legs Syndrome หรือกลุ่มอาการขากระตุกขณะนอนหลับ ซึ่งส่งผลให้ต้องสะดุ้งตื่นบ่อยครั้งและกระทบต่อระบบประสาท สาเหตุหลักมาจากความเครียดและการขาดธาตุเหล็กในสมอง

อย่างไรก็ตาม แม่กวางแสดงความมั่นใจว่า "ไม่หวั่นกับอาการป่วย หมั่นตรวจเช็คและรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพราะต้องการอยู่กับลูกๆ ไปนานๆ" แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและความรักที่มีต่อครอบครัว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

แผนงานในวงการบันเทิง

หลังจากส่งลูกชายไปเรียนแล้ว แม่กวางมีเวลามากขึ้นในการรับงานแสดง เธอได้อัปเดตว่าในปัจจุบันมีโครงการที่น่าสนใจ เช่น

  • ภาพยนตร์เกี่ยวกับทีมฟุตบอล "หมอนทอง"
  • ซีรีส์อีกหนึ่งเรื่องที่กำลังเตรียมการ

แฟนๆ สามารถติดตามผลงานใหม่ๆ ของเธอได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแม้จะมีภาระครอบครัวและสุขภาพ แต่เธอยังคงมุ่งมั่นในอาชีพการแสดงอย่างต่อเนื่อง

เรื่องราวของครอบครัวนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความรักและความอบอุ่น แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับหลายครอบครัวในการสนับสนุนการศึกษาของบุตรหลาน และการดูแลสุขภาพตนเองท่ามกลางความท้าทายต่างๆ ในชีวิต