เปิดใจหมดเปลือก! เชน ธนา เผยยอดหนี้เหลือ 500 ล้าน ตั้งเป้าใช้หนี้ 3-6 ปี
เชน ธนา เผยยอดหนี้เหลือ 500 ล้าน ตั้งเป้าใช้หนี้ 3-6 ปี

เปิดใจหมดเปลือก! เชน ธนา เผยยอดหนี้เหลือ 500 ล้าน ตั้งเป้าใช้หนี้ 3-6 ปี

อัปเดตเรื่องราวชีวิตของ เชน ธนาตรัยฉัตร ภูโชคอนันต์ อดีตนักแสดงและอดีตนักร้องวง Nice 2 Meet U หลังจากเผชิญกับคดีความหนี้สินเมื่อปีก่อน ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 เจ้าตัวได้ออกงานอีเวนต์เป็นครั้งแรกในรอบ 15 เดือน และได้เปิดใจอย่างตรงไปตรงมาถึงสถานการณ์ทั้งหมดในชีวิต

อาการแพนิคกำเริบเมื่อเจอคนเยอะ

เชน ธนา ยอมรับว่าไม่ชินกับการออกมาเจอนักข่าวและผู้คนจำนวนมากในงานอีเวนต์ครั้งนี้ ซึ่งทำให้อาการแพนิคของเขากำเริบขึ้น เขากล่าวว่า "ทุกวันนี้ก็ไลฟ์ทั้งวันทั้งคืน แต่ตอนเจอคนเยอะ ๆ แบบวันนี้ก็เกร็งนะ เพราะภาพสุดท้ายที่เจอพี่ ๆ นักข่าวคือ หน้ากองปราบ วันนี้เปลี่ยนฟีลก็แอบแพนิคนิดหนึ่ง"

เขายังเสริมว่า ชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในช่วง 15 เดือนที่ผ่านมา "อย่างเมื่อก่อนเดินไปไหนยังมีคนทักว่าเป็นน้องเชน Nice 2 Meet U หรือ เชน อามาโด้ แต่ 15 เดือนที่ผ่านมาไม่ได้คุยกับใครเลย ขายของอย่างเดียว ดีใจที่ได้เจอทุกคน รู้สึกมีพลัง แววตาค่อยกลับมาเป็นมนุษย์หน่อย"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แผนการจัดการหนี้สินและชีวิตครอบครัว

ในส่วนของหนี้สิน เชน ธนา เผยว่าเขากำลังพยายามแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่องในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งสถานการณ์เริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับหนี้ก้อนใหญ่ เขามีแผนจัดสรรการชำระหนี้ภายใน 3 ถึง 6 ปี ขึ้นอยู่กับความสามารถในการหารายได้ในอนาคต

เขาย้อนเล่าถึงปีที่แล้วว่า "เคลียร์หนี้ได้แย่กว่า 3 ปีที่ผ่านมา เพราะมีข่าวแล้วทำมาหากินลำบาก แต่ออนไลน์ก็ช่วยไว้เยอะ ตอนนี้ลดไป 20-30 ล้าน จาก 600 ก็เหลือ 500 ปลาย ๆ" แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการลดภาระหนี้ลงอย่างต่อเนื่อง

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ด้านชีวิตครอบครัว เชน ธนา เปิดเผยว่าโชคดีที่มีผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือมาช่วยเหลือค่าเทอมให้ลูกคนโต ส่วนลูกแฝดคนเล็ก เขากำลังพยายามหาโรงเรียนที่เขาสามารถจ่ายค่าเทอมได้อย่างเหมาะสม "รู้สึกว่าต้องปรับตัว" เขากล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงในชีวิต

ปัญหาสุขภาพและแผนการดูแลตัวเอง

เชน ธนา ยังพูดถึงปัญหาสุขภาพที่เขากำลังเผชิญอยู่ โดยเฉพาะอาการมือชาและเบ้าตาตึง ซึ่งอาจเกิดจากการพักผ่อนน้อย เขากล่าวว่า "ตอนนี้มือเริ่มชา อาจจะเป็นเพราะพักผ่อนน้อย เบ้าตาก็เริ่มตึง เร็ว ๆ นี้เตรียมตัวไปตรวจสุขภาพ"

เพื่อจัดการกับภาระงาน เขามีแผนสำรองในกรณีที่สุขภาพไม่เอื้ออำนวย "ถ้าวันไหนไลฟ์ไม่ไหวก็จะหักดิบให้ภรรยาขึ้นมาไลฟ์แทน" แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือในครอบครัวเพื่อฝ่าฟันวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

โดยรวมแล้ว เชน ธนา ยังคงมองโลกในแง่ดีและตั้งเป้าหมายชัดเจนในการใช้ชีวิตปกติกลับคืนมา "รอวันที่หาเงินได้มากกว่านี้เผื่อจะได้กลับมาใช้ชีวิตที่ปกติ" เขากล่าวทิ้งท้ายด้วยความหวัง