ตำรวจกลางจับกุมหนุ่มจ่อยิงหัวเมียเก่า 3 ครั้ง กระสุนไม่ออก ก่อนหนีซุกบ้านเมียใหม่ที่ชลบุรี
เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สามารถจับกุมผู้ต้องหาในคดีพยายามฆ่าอดีตภรรยาได้สำเร็จ หลังเกิดเหตุรุนแรงในจังหวัดนครพนม และผู้ต้องหาหนีข้ามจังหวัดไปหลบซ่อนตัวในพื้นที่ชลบุรี
รายละเอียดเหตุการณ์พยายามฆ่า
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ภายใต้การนำของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ร่วมกันจับกุม นายวีระยุทธ อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนครพนม ในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และมีอาวุธปืนโดยมิได้อนุญาต
การจับกุมเกิดขึ้นบริเวณริมถนนหน้าห้องเช่า ในซอยหนองปลาไหล ตำบลหนองปลาไหล อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวได้หลังจากหลบหนีการดำเนินคดีมานานหลายสัปดาห์
พลเมืองดีช่วยชีวิตทันควัน
เหตุการณ์เกิดขึ้นในเดือนมกราคม 2569 เมื่อ นางสาววาสนา ผู้เสียหาย ได้เดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรศรีสงคราม ว่า นายวีระยุทธ อดีตสามี ได้บุกรุกเข้าไปในบ้านของเธอที่ตำบลนาเดื่อ อำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม
ผู้ต้องหาได้ทำร้ายร่างกายผู้เสียหายด้วยการดึงศีรษะ จากนั้นใช้อาวุธปืนพกสั้นจ่อที่ศีรษะในระยะประชิด และพยายามลั่นไกสังหารถึง 2-3 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ในวินาทีวิกฤต มีพลเมืองดีที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงได้เข้าขัดขวางและปัดปืนออกจากทิศทางศีรษะของผู้เสียหาย ทำให้กระสุนลั่นออกมา 1 นัด แต่พุ่งไปถูกผนังปูนแทน ไม่มีผู้ใดบาดเจ็บสาหัส
แรงจูงใจและเส้นทางการหลบหนี
เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า แรงจูงใจในการก่อเหตุมาจากความขัดแย้งส่วนตัว หลังจากผู้เสียหายได้เลิกรากับผู้ต้องหาและมีสามีใหม่ รวมทั้งมีปัญหาระหองระแหงกันมาระยะหนึ่ง
หลังก่อเหตุ นายวีระยุทธ ได้หลบหนีการดำเนินคดี โดยตำรวจศรีสงครามได้ยื่นขอหมายจับต่อศาลจังหวัดนครพนม เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 จากการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่พบเบาะแสว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีไปกบดานอยู่ในห้องเช่าแห่งหนึ่งในอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี โดยอยู่กับภรรยาใหม่
กระบวนการจับกุมและดำเนินคดี
ชุดจับกุมได้วางกำลังซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์รอบห้องเช่าอย่างแนบเนียน จนกระทั่งพบผู้ต้องหาโผล่ออกมาบริเวณหน้าห้องพัก เจ้าหน้าที่จึงเข้าปิดล้อม ตรวจสอบ และควบคุมตัวได้ในที่สุด
ผู้ต้องหาถูกนำตัวส่งต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรศรีสงคราม จังหวัดนครพนม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยคาดว่าจะมีการสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับการครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตและพฤติกรรมหลบหนีข้ามจังหวัด
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงในครอบครัวและความสำคัญของการแจ้งเหตุโดยพลเมืองดี ซึ่งช่วยป้องกันโศกนาฏกรรมได้ทันท่วงที



