รวบชายคลั่งกราดยิงรถเมล์ สารภาพเครียดปัญหาครอบครัว
รวบชายคลั่งกราดยิงรถเมล์ สารภาพเครียดปัญหาครอบครัว

ตำรวจนครบาลสามารถจับกุมตัวนายสมชาย (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนกราดยิงรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพมหานคร เมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา โดยสามารถควบคุมตัวได้ที่บ้านพักในย่านบางเขน หลังก่อเหตุแล้วหลบหนีไป

เหตุการณ์กราดยิง

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. บนถนนพหลโยธิน ขาออก มุ่งหน้าสู่รังสิต ผู้ก่อเหตุขับขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบรถโดยสารประจำทางสาย 29 (เอกมัย-รังสิต) แล้วใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงใส่รถเมล์จำนวน 5 นัด ทำให้กระจกข้างและประตูรถได้รับความเสียหาย โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยพนักงานขับรถสามารถควบคุมรถจอดข้างทางและแจ้งเจ้าหน้าที่

การสืบสวนและจับกุม

เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบกล้องวงจรปิดและติดตามเส้นทางหลบหนีจนทราบที่ซ่อน ก่อนเข้าจับกุมตัวนายสมชายที่บ้านพัก พร้อมยึดอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุและรถจักรยานยนต์เป็นของกลาง จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้ก่อเหตุให้การรับสารภาพว่า กระทำไปเพราะความเครียดสะสมจากปัญหาครอบครัว โดยเฉพาะเรื่องหนี้สินและการทะเลาะกับภรรยา

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สภาพจิตใจผู้ก่อเหตุ

นายสมชายทำงานเป็นพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง มีประวัติรักษาอาการซึมเศร้ามาก่อน แต่ขาดการรักษาต่อเนื่อง ญาติให้ข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุมีอาการหงุดหงิดง่ายในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา และไม่ยอมรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง ก่อนเกิดเหตุได้ทะเลาะกับภรรยาอย่างรุนแรงเรื่องค่าใช้จ่ายในครอบครัว ทำให้เกิดอารมณ์ชั่ววูบ

ข้อกล่าวหาและโทษ

เบื้องต้นแจ้งข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี และปรับสูงสุด 20,000 บาท นอกจากนี้ยังอาจถูกดำเนินคดีในข้อหาทำให้ทรัพย์สินเสียหาย และพยายามฆ่าผู้อื่น หากพนักงานสอบสวนพบว่ามีเจตนา

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

แนวทางป้องกัน

พล.ต.ต.สมชาย ตรีรัตน์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 กล่าวว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงปัญหาสุขภาพจิตในสังคมที่ควรได้รับการดูแลอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีประวัติโรคทางจิตเวช ควรได้รับการติดตามและรักษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งแนะนำให้ประชาชนที่พบเห็นบุคคลมีพฤติกรรมเสี่ยงแจ้งเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อป้องกันเหตุร้าย

ด้านนายกสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ระบุว่า ความเครียดเรื้อรังและปัญหาครอบครัวเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมรุนแรง ควรมีระบบเฝ้าระวังและให้คำปรึกษาแก่ครอบครัวที่มีความเสี่ยง รวมถึงเพิ่มช่องทางเข้าถึงบริการสุขภาพจิตอย่างทั่วถึง