รัฐบาลเปิดช่องทางลงทะเบียนช่วยเหลือรถสาธารณะ รับเงินค่าน้ำมัน 2 บาทต่อกิโลเมตร
กระทรวงคมนาคมได้ประกาศมาตรการช่วยเหลือเยียวยากลุ่มผู้ประกอบการขนส่งและรถโดยสารสาธารณะอย่างเป็นทางการ ด้วยวงเงินสนับสนุนกว่า 2,060 ล้านบาท เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและราคาน้ำมันที่ผันผวน โดยกรมการขนส่งทางบกจะเปิดให้ลงทะเบียนระหว่างวันที่ 16 ถึง 19 เมษายน 2569 นี้
รายละเอียดเงินช่วยเหลือตามประเภทรถ
มาตรการนี้ครอบคลุมรถสาธารณะหลากหลายประเภท โดยให้เงินช่วยเหลือตามระยะทางทำการขนส่งจริงที่ 2 บาทต่อกิโลเมตร รายละเอียดมีดังนี้:
- รถจักรยานยนต์สาธารณะ (วินมอเตอร์ไซค์): รับเงินช่วยเหลือ 840 บาท โดยต้องมีระยะทางขนส่งไม่น้อยกว่า 2,500 กิโลเมตรภายใน 42 วัน
- รถแท็กซี่: รับเงินช่วยเหลือ 5,040 บาท โดยต้องมีระยะทางขนส่งไม่น้อยกว่า 2,500 กิโลเมตรภายใน 42 วัน
- รถตู้และรถมินิบัสโดยสารสาธารณะระหว่างจังหวัด: รับเงินช่วยเหลือสูงสุด 700 บาทต่อวันสำหรับหมวด 2 และสูงสุด 500 บาทต่อวันสำหรับหมวด 3 ตามระยะทางขนส่งจริง
- รถโดยสารไม่ประจำทางอื่นๆ: เช่น รถบัสรับเงินช่วยเหลือ 5,000 บาท รถตู้และรถมินิบัสรับ 3,600 บาท โดยมีเงื่อนไขระยะทางขั้นต่ำแตกต่างกันตามประเภทสัญญา
- รถตู้ รถมินิบัส และรถสองแถวโดยสารสาธารณะในกรุงเทพมหานคร: รับเงินช่วยเหลือ 5,040 บาท โดยต้องมีระยะทางขนส่งไม่น้อยกว่า 2,500 กิโลเมตรภายใน 42 วัน
ระยะเวลาและวิธีการลงทะเบียน
ระยะเวลาการช่วยเหลือจะดำเนินการระหว่างวันที่ 20 เมษายน ถึง 31 พฤษภาคม 2569 ซึ่งรวมเป็น 42 วัน ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนได้ในวันที่ 16-19 เมษายน 2569 ในเวลาทำการ 08.30-16.30 น. ผ่านช่องทางดังนี้:
- สแกน QR Code ของกรมการขนส่งทางบกเพื่อลงทะเบียนออนไลน์ พร้อมรับการสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมง
- Walk-in ที่กรมการขนส่งทางบก อาคาร 3 ชั้น 1 หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกแห่ง ในวันที่และเวลาที่กำหนด
หลังจากลงทะเบียนแล้ว เงินช่วยเหลือจะถูกโอนผ่านระบบ พร้อมเพย์ เท่านั้น โดยต้องผูกบัญชีด้วยเลขบัตรประชาชนสำหรับบุคคล หรือเลขทะเบียนนิติบุคคลสำหรับนิติบุคคล ผู้รับเงินควรตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลภายในเดือนกรกฎาคม 2569
วัตถุประสงค์และผลกระทบที่คาดหวัง
มาตรการนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันให้กับผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น การให้เงินช่วยเหลือตามระยะทางจริงจะช่วยส่งเสริมการทำงานอย่างต่อเนื่องและรักษาระบบขนส่งสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังคาดหวังว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคการขนส่งและสร้างความมั่นคงให้กับผู้ใช้บริการอีกด้วย
กรมการขนส่งทางบกเน้นย้ำถึงความสำคัญของการลงทะเบียนให้ตรงเวลาและถูกต้อง เพื่อให้ได้รับเงินช่วยเหลืออย่างเต็มที่และทันการณ์ ผู้ที่เกี่ยวข้องควรเตรียมเอกสารและข้อมูลให้พร้อมก่อนเข้ารับบริการ



