Zeekr แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน ได้เปิดตัว Zeekr X รุ่นปรับโฉมใหม่ (New Zeekr X) อย่างเป็นทางการในประเทศจีน โดยมีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 200,000 หยวน (ประมาณ 1,000,000 บาท) ถึง 220,000 หยวน (ประมาณ 1,100,000 บาท) รถยนต์เอสยูวีไฟฟ้ารุ่นนี้มาพร้อมกับการออกแบบที่โฉบเฉี่ยวและทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะกระจังหน้าและไฟหน้าที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ให้ดูสปอร์ตและล้ำสมัย
ดีไซน์ภายนอกและภายในที่ได้รับการปรับปรุง
ภายนอกของ Zeekr X รุ่นปรับโฉมใหม่ยังคงรูปทรงตัวถังแบบเอสยูวีคอมแพกต์ แต่ได้รับการปรับปรุงรายละเอียดหลายจุด กระจังหน้าแบบปิดทึบได้รับการออกแบบใหม่ให้มีเส้นสายที่เฉียบคมขึ้น พร้อมกับไฟหน้า LED รูปทรงตัว L ที่ดูโฉบเฉี่ยว กันชนหน้าและไฟท้ายก็ได้รับการปรับปรุงให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ภายในห้องโดยสารได้รับการอัปเกรดด้วยวัสดุคุณภาพสูงขึ้นและเทคโนโลยีที่ทันสมัย หน้าจอแสดงผลกลางขนาด 14.6 นิ้ว รองรับระบบปฏิบัติการ Zeekr OS 5.0 พร้อมฟังก์ชันเชื่อมต่ออัจฉริยะ
สมรรถนะและระบบขับเคลื่อน
Zeekr X รุ่นปรับโฉมใหม่มีให้เลือกทั้งรุ่นขับเคลื่อนสองล้อหลังและรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ รุ่นขับเคลื่อนสองล้อหลังมีมอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 200 กิโลวัตต์ (272 แรงม้า) แรงบิด 343 นิวตันเมตร ส่วนรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อมีมอเตอร์ไฟฟ้าคู่กำลังรวม 315 กิโลวัตต์ (428 แรงม้า) แรงบิด 543 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อทำได้ที่ 3.7 วินาที
แบตเตอรี่และระยะทางวิ่ง
รถยนต์รุ่นนี้มาพร้อมกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ความจุ 66 กิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งให้ระยะทางวิ่งสูงสุดตามมาตรฐาน CLTC ที่ 560 กิโลเมตรสำหรับรุ่นขับเคลื่อนสองล้อ และ 512 กิโลเมตรสำหรับรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ ระบบชาร์จเร็วรองรับกำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์ ทำให้ชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 30 นาที
ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีช่วยขับขี่
Zeekr X มาพร้อมกับระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง Zeekr AD ซึ่งประกอบด้วยฟังก์ชันต่างๆ เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับความเร็วได้ ระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถ ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ และระบบตรวจจับจุดอับสายตา นอกจากนี้ยังมีเซ็นเซอร์รอบคันและกล้องรอบทิศทางเพื่อเพิ่มความปลอดภัย
การเปิดตัว Zeekr X รุ่นปรับโฉมใหม่นี้เป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในจีน ซึ่ง Zeekr ตั้งเป้าที่จะแข่งขันกับแบรนด์อื่นๆ เช่น Tesla Model Y และ NIO ES6 โดย Zeekr X มีจุดเด่นที่ราคาจำหน่ายที่แข่งขันได้และสมรรถนะที่โดดเด่น คาดว่าจะเริ่มส่งมอบให้กับลูกค้าในจีนได้ในเดือนมิถุนายน 2024 นี้



