เฟอร์รารีเปิดตัว 'Luce' รถไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของค่าย ราคา 21 ล้านบาท ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ที่แตกเป็นสองฝั่ง
เฟอร์รารี (Ferrari) ได้เปิดตัว 'Luce' (ลูเช) รถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของค่ายอย่างเป็นทางการ โดยตั้งราคาจำหน่ายสูงถึง 640,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 21 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นราคาที่สูงลิ่วและมุ่งเป้าไปยังกลุ่มมหาเศรษฐียุคใหม่ โดยเฉพาะผู้ที่ชื่นชอบนวัตกรรมและความหรูหรา
ทันทีที่มีการเปิดตัว กระแสบนโลกออนไลน์ก็ร้อนระอุทันที โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์ม X (เดิมคือ Twitter) และสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ ซึ่งความคิดเห็นแตกออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน ฝ่ายหนึ่งชื่นชมว่าเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่ล้ำสมัย ในขณะที่อีกฝ่ายโจมตีอย่างรุนแรงว่าอาจทำลายอัตลักษณ์อันโดดเด่นของแบรนด์เฟอร์รารีที่สั่งสมมานานหลายทศวรรษ
เบื้องหลังการพัฒนาและดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร
เบเนเดตโต วินญา (Benedetto Vigna) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเฟอร์รารี เปิดเผยว่า รถรุ่นนี้ใช้เวลาในการพัฒนานานถึงครึ่งทศวรรษ (5 ปี) โดยชื่อ 'Luce' ซึ่งเป็นภาษาอิตาเลียนที่แปลว่า 'แสงสว่าง' สะท้อนถึงแนวคิดในการนำทางสู่อนาคตที่สดใสของแบรนด์ Luce มีความเร็วสูงสุดถึง 310 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และสามารถทำความเร็วจาก 0 ถึง 96 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 2.5 วินาทีเท่านั้น ด้วยขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้าที่เฟอร์รารีผลิตขึ้นเองแบบแยกอิสระในแต่ละล้อ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมและสมรรถนะการขับขี่
นอกจากจะเป็นรถไฟฟ้า 100% รุ่นแรกแล้ว 'Luce' ยังทำลายขนบเดิมๆ ของค่ายด้วยการเป็น 'รถยนต์ 5 ที่นั่งรุ่นแรก' ของเฟอร์รารี ซึ่งได้รับการออกแบบร่วมกับ LoveFrom สตูดิโอดีไซน์ของ 'โจนี ไอฟ์' (Jony Ive) อดีตหัวหน้าฝ่ายออกแบบของแอปเปิล (Apple) ทำให้รูปลักษณ์ภายนอกดูแปลกตาและแตกต่างจากรถสปอร์ตตระกูลเฟอร์รารีทั่วไปอย่างสิ้นเชิง โดยมีกำหนดเริ่มส่งมอบให้ลูกค้ากลุ่มแรกในเดือนตุลาคมนี้
เสียงแตกในโลกออนไลน์: มาสเตอร์พีซหรือขยะ?
กระแสบนโซเชียลมีเดียมีความคิดเห็นแตกออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน กลุ่มที่ไม่เห็นด้วยต่างเปรียบเทียบเคสนี้กับแบรนด์หรูสัญชาติอังกฤษอย่าง จากัวร์ (Jaguar) ที่เพิ่งโดนวิจารณ์เรื่องการเปลี่ยนอัตลักษณ์ โดยบัญชีหนึ่งระบุว่า 'เฟอร์รารีเพิ่งฆ่าแบรนด์ตัวเองทิ้ง เหมือนที่จากัวร์ทำ นี่มันขยะรอวันไปสุสานรถชัดๆ' ขณะที่อีกบัญชีตั้งคำถามว่า 'เกิดอะไรขึ้นกับค่ายรถหรูฝั่งยุโรป? ก่อนหน้านี้ก็จากัวร์ มาตอนนี้ก็เฟอร์รารี'
ในทางตรงกันข้าม กลุ่มที่ชื่นชอบกลับชื่นชมว่านี่คือก้าวกระโดดครั้งใหญ่ โดยระบุว่า 'นี่คือระดับมาสเตอร์พีซด้านการดีไซน์ เฟอร์รารีเพิ่งเปิดตัวคอนเซปต์ LUCE ที่น่าทึ่ง และมันจะเปลี่ยนเกมของวงการไปตลอดกาล'
มุมมองของดีไซเนอร์และทิศทางของเฟอร์รารี
ฟลาวิโอ มันโซนี (Flavio Manzoni) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายออกแบบของเฟอร์รารี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับยูทูบเบอร์ชื่อดัง คลีโอ แอบรัม (Cleo Abram) โดยยอมรับว่า การเปลี่ยนผ่านสู่รถไฟฟ้าและงานดีไซน์รูปแบบใหม่ย่อมนำมาซึ่ง 'ความเห็นที่แตกแยกเป็นสองฝั่ง' แต่อย่างไรก็ตาม เขามองว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนานวัตกรรม และเชื่อว่าผู้คนจะเริ่มเข้าใจและหันมาหลงรักรถรุ่นนี้ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
ท้าทายตลาดรถหรูไฟฟ้าท่ามกลางกระแสโลก
การตัดสินใจเปิดตัว Luce ของเฟอร์รารีในครั้งนี้ ถือเป็นการเดิมพันครั้งใหญ่ที่สวนทางกับคู่แข่งร่วมสัญชาติและค่ายรถยุโรปอื่นๆ ที่กำลังพร้อมใจกันชะลอแผนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากปัญหาความต้องการในตลาดโลกที่ลดลง ประกอบกับการแข่งขันที่รุนแรงจากแบรนด์จีนที่ผลิตได้เร็วกว่าและราคาถูกกว่า เช่น BYD ที่ส่ง Yangwang U9 ซูเปอร์คาร์ไฟฟ้าที่สามารถกระโดดและเต้นได้เข้าสู่ตลาด
ด้านลัมโบร์กินี (Lamborghini) ประกาศพับแผนการเปิดตัวรถไฟฟ้า 100% ภายในปี 2030 ไปเรียบร้อยแล้ว โดยขอหันไปมุ่งเน้นรถยนต์ระบบไฮบริดแทน เนื่องจากลูกค้าระดับบนไม่ให้ความสนใจเท่าที่ควร ส่วนปอร์เช่ (Porsche) ค่ายรถยักษ์ใหญ่จากเยอรมนีต้องลดขนาดแผนงานด้าน EV ลง หลังเผชิญปัญหายอดขายซบเซาในประเทศจีน และมาตรการกำแพงภาษีในสหรัฐฯ
ค่ายรถกระแสหลักอย่างฟอร์ด (Ford) และโฟล์กสวาเกน (Volkswagen) เริ่มหันกลับมาลุยตลาดรถยนต์ใช้น้ำมันอีกครั้ง โดยเฉพาะในสหรัฐฯ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ตัดงบสนับสนุนและสิทธิประโยชน์ของผู้ซื้อรถ EV
วิเคราะห์จากนักวิเคราะห์และความท้าทายที่รออยู่
ฟิลิเป มูนอซ (Felipe Munoz) นักวิเคราะห์จาก Car Industry Analysis มองว่าเฟอร์รารีไม่ได้ตั้งเป้าให้ Luce เป็นรุ่นที่ทำยอดขายถล่มทลาย แต่เป็นการ 'ประกาศจุดยืน' และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถหรูไฟฟ้า ก่อนที่แบรนด์จีนจะเข้ามาครอบงำตลาดทั้งหมด แม้ว่าแบรนด์จะเผชิญแรงกดดันจนทำให้มูลค่าหุ้นร่วงลงกว่า 25% ในรอบปีที่ผ่านมา จากสภาวะเงินเฟ้อทั่วโลกที่กระทบต่อความต้องการสินค้าฟุ่มเฟือย แต่ในฐานะค่ายรถยนต์ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในยุโรป เฟอร์รารียังคงเดินหน้าลงทุนอย่างหนักด้วยการสร้างโรงงานเฉพาะทาง 'e-building' ที่สำนักงานใหญ่ในเมืองมาราเนลโล (Maranello) ประเทศอิตาลี
ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเฟอร์รารีคือการรักษาเสน่ห์เฉพาะตัวเอาไว้ภายใต้เทคโนโลยีไร้น้ำมัน ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้าย่อมไม่มีเสียงเครื่องยนต์อันทรงพลังอันเป็นเอกลักษณ์ ในเรื่องนี้เฟอร์รารีได้เปิดเผยเทคโนโลยีระบบเสียงที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ซึ่งจะทำหน้าที่ 'ขยายแรงสั่นสะเทือน' จากระบบส่งกำลังไฟฟ้า เพื่อสร้างเสียงคำรามในแบบฉบับของรถไฟฟ้าเฟอร์รารีโดยเฉพาะ แทนที่จะใช้เสียงสังเคราะห์จากคอมพิวเตอร์ทั่วไป
อย่างไรก็ตาม เฟอร์รารีได้ปรับลดเป้าหมายสัดส่วนรถไฟฟ้า 100% ลงเหลือ 20% ของสายการผลิตภายในปี 2030 จากเดิมตั้งเป้าไว้ที่ 40% และยืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าผลิตและวางจำหน่ายรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป และรถยนต์ระบบไฮบริดควบคู่กันต่อไป เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่มหาเศรษฐีทุกเจเนอเรชัน



