ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา อาจารย์วิชานวัตกรรมกระบวนการสันติภาพ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ และที่ปรึกษาคณะดิจิทัล วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม รวมถึงผู้แทนเครือข่ายวิชาการเพื่อขับเคลื่อน AI เชิงสร้างสรรค์ สถาบันวิจัยความสุขชุมชน เปิดเผยว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีอายุครบ 70 ปีแล้ว โดยเริ่มต้นขึ้นในปีคริสตศักราช 1956 หรือพุทธศักราช 2499 ซึ่งเป็นปีที่มีการจัดประชุม Dartmouth Summer Research Project on Artificial Intelligence ที่วิทยาลัย Dartmouth College สหรัฐอเมริกา และเป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ John McCarthy ใช้คำว่า AI อย่างเป็นทางการ
AI ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ แต่กำลังเปลี่ยนโลกอย่างรวดเร็ว
ดร.นพดล กล่าวว่า AI ไม่ใช่เทคโนโลยีใหม่ แต่มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องมายาวนานกว่า 70 ปี สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือความเร็วที่ AI กำลังแทรกซึมเข้าสู่ทุกมิติของชีวิต ตั้งแต่การศึกษา การแพทย์ การเกษตร อุตสาหกรรม การค้าขาย การบริการภาครัฐ ความมั่นคงทางไซเบอร์ ไปจนถึงความมั่นคงของประเทศ ขณะที่คนไทยจำนวนมากยังคงสงสัยว่า AI คืออะไร ประเทศอื่นๆ กลับกำลังแข่งขันกันเพื่อใช้ AI ในการเพิ่มรายได้ของประชาชน พัฒนาคุณภาพชีวิต และเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
5 คำถามสำคัญที่รัฐบาลควรตอบให้ชัดเจน
ดร.นพดล ระบุว่า จากกระแสสังคมโซเชียล คนไทยจำนวนมากไม่ได้ปฏิเสธ AI แต่กำลังตั้งคำถามสำคัญที่รัฐบาลควรตอบให้กระจ่าง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา TH-AI Passport ให้ดีขึ้น โปร่งใสขึ้น และเกิดผลจริงต่อประชาชน
1. งบประมาณคุ้มค่าหรือไม่?
ความคุ้มค่าของโครงการไม่ควรวัดเพียงแค่จำนวนงบประมาณที่ใช้ แต่ต้องวัดว่าโครงการทำให้คนไทยใช้ AI เป็นมากขึ้นหรือไม่ หาก AI ช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุน ผู้ประกอบการเพิ่มยอดขาย ครูลดภาระงาน นักเรียนเข้าถึงความรู้ แรงงานเพิ่มผลิตภาพ และประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น โครงการนี้จะไม่ใช่ค่าใช้จ่าย แต่เป็นการลงทุนในทุนมนุษย์ของประเทศ
2. ใครได้ประโยชน์?
ผู้ได้รับประโยชน์ต้องไม่ใช่บริษัทใดบริษัทหนึ่ง แต่ต้องเป็นประชาชน เกษตรกร นักเรียน ครู ผู้ประกอบการ แรงงาน ผู้สูงอายุ คนพิการ และประเทศชาติโดยรวม หากโครงการมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และวัดผลจากประชาชนเป็นศูนย์กลาง ประโยชน์จะตกอยู่กับคนไทยทั้งประเทศ
3. โปร่งใสหรือไม่?
รัฐบาลควรเปิดเผยข้อมูลอย่างชัดเจน เช่น ประชาชนได้ใช้ AI ระดับใด ใช้ได้มากน้อยแค่ไหน มีข้อจำกัดอะไร ใครเป็นผู้ดำเนินการ วัดผลอย่างไร และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างไร ความโปร่งใสจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่น เนื่องจากโครงการที่ดีไม่ควรกลัวการตรวจสอบ
4. ประเทศจะได้อะไร?
ประเทศจะได้รับทุนมนุษย์ยุคใหม่ที่ใช้ AI เป็น แรงงานที่มีผลิตภาพสูงขึ้น ผู้ประกอบการที่แข่งขันได้มากขึ้น และลดช่องว่างระหว่างคนที่มีเงินซื้อ AI กับคนทั่วไป หากทำได้ดี โครงการนี้จะเปลี่ยนจากค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีเป็นการลงทุนด้านความสามารถของประชาชน ตัวอย่างเช่น หากคนไทย 5 ล้านคนประหยัดเวลาทำงานได้คนละ 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จะเกิดชั่วโมงผลิตภาพใหม่หลายล้านชั่วโมงต่อสัปดาห์ ซึ่งเป็นผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่สำคัญ
5. ถ้าไม่ทำ ประเทศจะเสียอะไร?
หากไม่ดำเนินการ ประเทศไทยจะเสียโอกาสในการแข่งขันที่สำคัญที่สุดของศตวรรษที่ 21 ขณะที่หลายประเทศกำลังเร่งสร้างประชาชนที่ใช้ AI เป็นเพื่อเพิ่มรายได้และผลิตภาพ ประเทศไทยอาจมีคนจำนวนมากที่ยังคงอยู่ในระดับที่ใช้ AI ไม่เป็น ส่งผลให้รายได้ งาน ธุรกิจ และโอกาสของคนรุ่นใหม่ถูกแซงหน้าไป
สถานการณ์ AI ในไทยและต่างประเทศ
ดร.นพดล อ้างถึงผลการศึกษาของ Deloitte ที่พบว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นภูมิภาคที่มีการใช้ Generative AI สูงที่สุดในโลก โดยนักเรียนในภูมิภาคนี้กว่าร้อยละ 90 เคยใช้ AI และพนักงานกว่าร้อยละ 72 ใช้ AI ในการทำงาน ขณะที่ประเทศสิงคโปร์มีประชาชนจำนวนมากที่ใช้ AI ในชีวิตประจำวันและการศึกษา โดยประมาณร้อยละ 33.3 ใช้งานเป็นประจำทุกวัน และร้อยละ 80 ของชาวสิงคโปร์ รวมถึงร้อยละ 90 ของนักเรียนนักศึกษา กำลังใช้ AI อย่างต่อเนื่อง
ในทางกลับกัน ผลสำรวจของ Super Poll ในประเทศไทยพบว่า คนไทยมากกว่าร้อยละ 90 เคยได้ยินเรื่อง AI ประมาณร้อยละ 70 เคยใช้ AI อย่างน้อยหนึ่งครั้ง และกว่าร้อยละ 60 สนับสนุน TH-AI Passport แบบมีเงื่อนไข ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าคนไทยรู้จักและเริ่มทดลองใช้ AI แล้ว แต่ยังอยู่ในช่วง “เคยใช้” มากกว่า “ใช้เป็น”
ถึงเวลาเปลี่ยนจาก ‘เคยใช้’ เป็น ‘ใช้เป็น’
ดร.นพดล เน้นย้ำว่า โลกไม่ได้แข่งขันกันที่ใครอภิปรายเก่งกว่า แต่แข่งขันกันที่ความสามารถในการพัฒนาคนให้พร้อมสำหรับอนาคต ประเทศไทยไม่อาจปล่อยให้โอกาสสำคัญนี้ผ่านไปเพียงเพราะความขัดแย้งทางความคิดหรือความหวาดระแวง หาก TH-AI Passport สามารถทำให้คนไทยอีกหลายล้านคนก้าวจาก “เคยใช้ AI” ไปสู่ “ใช้ AI เป็น” ใช้ AI อย่างปลอดภัย เพื่อเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน และสร้างโอกาสใหม่ให้กับตนเองและครอบครัว โครงการนี้จะกลายเป็นการลงทุนพัฒนาทุนมนุษย์ครั้งสำคัญของชาติ



