ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลงในวันพุธ โดยดัชนีดาวโจนส์ร่วงลงถึง 140 จุด หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าจะชะลอการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ซึ่งสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนที่คาดหวังว่าจะมีการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินมากขึ้น
การเคลื่อนไหวของดัชนีหลัก
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 38,763.45 จุด ลดลง 140.53 จุด หรือ 0.36% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 5,199.50 จุด ลดลง 33.39 จุด หรือ 0.64% และดัชนีแนสแดคปิดที่ 16,195.81 จุด ลดลง 70.19 จุด หรือ 0.43%
สาเหตุหลักที่ทำให้ตลาดปรับตัวลง
นักลงทุนผิดหวังหลังจากเฟดเปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนมกราคม ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่เฟดส่วนใหญ่กังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เงินเฟ้อจะชะลอตัวช้ากว่าที่คาดไว้ พวกเขาจึงต้องการใช้แนวทางที่ระมัดระวังในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย โดยเฟดส่งสัญญาณว่าจะไม่รีบลดดอกเบี้ยจนกว่าจะมั่นใจว่าเงินเฟ้อจะกลับสู่เป้าหมาย 2% อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ เฟดยังคงคาดการณ์ว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยสามครั้งในปีนี้ ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ แต่นักลงทุนบางส่วนหวังว่าจะมีการปรับลดมากกว่านั้น โดยเฉพาะหลังจากข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงเมื่อเร็วๆ นี้
ปัจจัยลบอื่นๆ
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลง นำโดยหุ้น Nvidia ที่ร่วงลง 2.9% หลังจากรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่ง แต่ยังไม่เป็นไปตามความคาดหวังสูงของนักลงทุน นอกจากนี้ หุ้น Amazon และ Apple ก็ปรับตัวลงเช่นกัน
ด้านหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงตามราคาน้ำมันที่ลดลง หลังจากสหรัฐเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้นมากกว่าคาด
นักลงทุนยังคงจับตาการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญในสัปดาห์นี้ รวมถึงดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ โดยจะเปิดเผยในวันศุกร์นี้



