สปป.ลาวกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ หนี้สาธารณะของประเทศพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ส่งผลให้ค่าเงินกีบอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง และอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนและธุรกิจต่างๆ ทั่วประเทศ
สถานการณ์หนี้สาธารณะของลาว
รายงานล่าสุดจากธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศระบุว่า หนี้สาธารณะของสปป.ลาวเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 88 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน สาเหตุหลักมาจากการกู้ยืมเงินเพื่อลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ โดยเฉพาะโครงการรถไฟลาว-จีน ที่มีมูลค่ากว่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
นอกจากนี้ การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจลาว โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลักของประเทศ รายได้จากนักท่องเที่ยวลดลงอย่างมาก ทำให้รัฐบาลต้องกู้ยืมเงินเพิ่มเติมเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ
ผลกระทบต่อค่าเงินกีบและอัตราเงินเฟ้อ
ค่าเงินกีบของลาวอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เงินกีบอ่อนค่าลงมากกว่าร้อยละ 30 ส่งผลให้ราคาสินค้านำเข้าสูงขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าอุปโภคบริโภค ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อในเดือนเมษายน 2567 พุ่งสูงถึงร้อยละ 24 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายปี
ประชาชนทั่วไปได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะค่าอาหารและค่าเดินทาง หลายครอบครัวต้องลดค่าใช้จ่ายลงอย่างมาก บางรายต้องกู้ยืมเงินนอกระบบเพื่อประคับประคองชีวิต
มาตรการของรัฐบาลลาว
รัฐบาลลาวได้พยายามแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจด้วยมาตรการต่างๆ เช่น การควบคุมราคาสินค้าจำเป็น การอุดหนุนค่าไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิงบางส่วน รวมถึงการเจรจากับเจ้าหนี้ต่างประเทศเพื่อขอขยายระยะเวลาชำระหนี้ อย่างไรก็ตาม มาตรการเหล่านี้ยังไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน
นักเศรษฐศาสตร์หลายรายมองว่า สปป.ลาวจำเป็นต้องปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ โดยเฉพาะการลดการพึ่งพาการกู้ยืมจากต่างประเทศ การส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน และการกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
ผลกระทบต่อประชาชน
วิกฤตเศรษฐกิจในครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชนชาวลาว โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่ยากจน รายงานจากหน่วยงานพัฒนาเอกชนระบุว่า จำนวนผู้ที่ตกอยู่ในภาวะยากจนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรกรที่ต้องพึ่งพาปัจจัยการผลิตนำเข้า
นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าแรงงานลาวจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ตัดสินใจเดินทางไปทำงานต่างประเทศ โดยเฉพาะในไทยและเกาหลีใต้ เพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว ส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานในบางภาคส่วน
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจลาวที่พึ่งพาการกู้ยืมและการลงทุนจากต่างประเทศมากเกินไป รัฐบาลจำเป็นต้องดำเนินมาตรการที่เข้มงวดและมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและลดผลกระทบต่อประชาชน



