ธนาคารโลกได้ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกจะเผชิญกับภาวะถดถอย เนื่องมาจากสงครามการค้าที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และจีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการค้าและการลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา
ผลกระทบจากสงครามการค้า
ธนาคารโลกระบุว่า สงครามการค้าที่เกิดขึ้นส่งผลให้การค้าโลกชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการนำเข้าและส่งออกระหว่างสองประเทศเศรษฐกิจใหญ่ ส่งผลให้ความเชื่อมั่นทางธุรกิจลดลง และการลงทุนชะงักงัน ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในหลายประเทศ
นอกจากนี้ ธนาคารโลกยังชี้ให้เห็นว่า ผลกระทบจากสงครามการค้าไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในสหรัฐฯ และจีนเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศในเอเชียที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก เช่น ไทย เวียดนาม และเกาหลีใต้
แนวโน้มเศรษฐกิจโลก
ธนาคารโลกคาดการณ์ว่า เศรษฐกิจโลกในปีนี้จะขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง โดยคาดว่าการเติบโตจะอยู่ที่ประมาณ 2.6% ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ และมีความเสี่ยงที่จะลดลงอีกหากสงครามการค้ายังคงยืดเยื้อ
นอกจากนี้ ธนาคารโลกยังแนะนำให้ประเทศต่างๆ หันมาเร่งปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และลดการพึ่งพาการค้าระหว่างประเทศมากเกินไป
ข้อเสนอแนะของธนาคารโลก
- ส่งเสริมการค้าพหุภาคีและลดอุปสรรคทางการค้า
- เพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี
- พัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
- เสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อแก้ไขข้อพิพาททางการค้า
ธนาคารโลกยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเจรจาทวิภาคีและการแก้ไขข้อพิพาททางการค้าอย่างสันติ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่รุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก



