เควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ จุดเปลี่ยนนโยบายการเงินสหรัฐฯ จับตาความเป็นอิสระ
เควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ จุดเปลี่ยนนโยบายการเงินสหรัฐฯ

การเข้ารับตำแหน่งของนายเควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ในฐานะประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ กำลังกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของนโยบายการเงินสหรัฐฯ และตลาดทองคำทั่วโลก ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง และแรงกดดันทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ

ความเป็นอิสระของเฟดภายใต้การนำของเควิน วอร์ช

นายเควิน วอร์ช กำลังถูกจับตาว่าจะสามารถรักษาความเป็นอิสระในการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดได้มากน้อยเพียงใด เนื่องจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงส่งสัญญาณขับเคลื่อนนโยบายเพื่อปรับลดอัตราดอกเบี้ยโดยเร็ว เพื่อสร้างแรงกระตุ้นเศรษฐกิจที่เริ่มมีสัญญาณชะลอตัว ขณะที่ต้นทุนพลังงานทรงตัวในระดับสูงจากสถานการณ์ความขัดแย้งกับประเทศอิหร่าน

ผลกระทบต่อตลาดการเงินและทองคำ

จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ตลาดเริ่มปรับลดความคาดหวังต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ และกลับมาให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ที่เฟดจำเป็นต้องกลับไปใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด หากอัตราเงินเฟ้อมีสัญญาณเร่งตัวขึ้น หากเควิน วอร์ชเลือกดำเนินนโยบายที่เข้มงวดมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ อาจกลายเป็นปัจจัยหนุนดอลลาร์สหรัฐฯ และ Bond Yield ให้ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อราคาทองคำในระยะสั้น

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สัญญาณสนับสนุนการลดขนาดงบดุล

นอกจากนี้ เควิน วอร์ช ยังส่งสัญญาณสนับสนุนการลดขนาดงบดุลของเฟด ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าอยู่ราว 6.7 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ รวมถึงอาจมีการปรับลดการสื่อสารเชิงคาดการณ์ เช่น การเผยแพร่ประมาณการอัตราดอกเบี้ยรายไตรมาส การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวอาจเพิ่มความผันผวนให้ตลาดการเงินทั่วโลกในช่วงเปลี่ยนผ่านนโยบาย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

กลยุทธ์การลงทุนทองคำ

ฝ่ายวิเคราะห์ GCAP GOLD ระบุว่า ราคาทองคำกำลังเข้าสู่ช่วงตัดสินสำคัญว่าจะฟื้นตัวขึ้นหรือปรับฐานลงลึก โดยมีแนวรับสำคัญบริเวณ 4,480 ดอลลาร์/ออนซ์ (ราคาทองคำไทยประมาณ 69,400 บาท) หากสามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้ จะมีแรงรีบาวด์ขึ้นทดสอบแนวต้านบริเวณ 4,600 และ 4,640 ดอลลาร์/ออนซ์ ตามลำดับ (ราคาทองคำไทยประมาณ 70,900-71,600 บาท) หากหลุด 4,480 ดอลลาร์/ออนซ์ อาจเห็นแรงขายกลับมากดดันลงสู่โซน 4,430-4,400 ดอลลาร์/ออนซ์ (ราคาทองคำไทยประมาณ 69,000-68,700 บาท) แนะนำรอจังหวะทยอยซื้อโซนแนวรับเพื่อเล่นรอบรีบาวด์