นายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้แถลงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัลเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2568 โดยเน้นการลงทุนในเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
รายละเอียดนโยบาย
นโยบายดังกล่าวครอบคลุมหลายด้าน ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การสนับสนุนสตาร์ทอัพ และการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โดยรัฐบาลตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนเศรษฐกิจดิจิทัลให้เป็นร้อยละ 30 ของจีดีพีภายในปี 2573
การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
รัฐบาลจะลงทุนกว่า 10,000 ล้านริงกิตในการขยายเครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไปยังพื้นที่ชนบท และสร้างศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจดิจิทัล
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการจูงใจทางภาษีสำหรับบริษัทเทคโนโลยีที่ลงทุนในประเทศ รวมถึงการลดหย่อนภาษีสำหรับการวิจัยและพัฒนา
การสนับสนุนสตาร์ทอัพ
รัฐบาลจะจัดตั้งกองทุนร่วมทุนมูลค่า 500 ล้านริงกิตเพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพในระยะเริ่มต้น และเปิดศูนย์บ่มเพาะธุรกิจในเมืองใหญ่ทั่วประเทศ
- กองทุนร่วมทุนสำหรับสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยี
- ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ปีนัง และยะโฮร์บาห์รู
- โปรแกรมอบรมทักษะดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่
ปฏิกิริยาจากภาคธุรกิจ
นายสมชาย ตัวแทนจากสมาคมธุรกิจดิจิทัลมาเลเซียกล่าวว่า นโยบายนี้เป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยให้มาเลเซียก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียน
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางส่วนแสดงความกังวลเกี่ยวกับการดำเนินงานที่อาจล่าช้า และความท้าทายในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์
เป้าหมายระยะยาว
รัฐบาลตั้งเป้าที่จะสร้างงานในภาคดิจิทัลกว่า 500,000 ตำแหน่งภายในปี 2573 และเพิ่มการส่งออกบริการดิจิทัลเป็นสองเท่า
- เพิ่มสัดส่วนเศรษฐกิจดิจิทัลเป็นร้อยละ 30 ของจีดีพี
- สร้างงานในภาคดิจิทัล 500,000 ตำแหน่ง
- เพิ่มการส่งออกบริการดิจิทัลเป็นสองเท่า
นโยบายนี้คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในไตรมาสที่สองของปีนี้ โดยจะมีการติดตามผลทุกไตรมาส



