ตลาดหุ้นไทยปิดบวก 5.15 จุด รับแรงซื้อกลุ่มพลังงาน-แบงก์
ตลาดหุ้นไทยปิดบวก 5.15 จุด รับแรงซื้อกลุ่มพลังงาน-แบงก์

ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดวันนี้ (16 มิ.ย.) ที่ระดับ 1,534.56 จุด เพิ่มขึ้น 5.15 จุด หรือ +0.34% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 52,589.86 ล้านบาท โดยดัชนีปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาค รับแรงซื้อหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคารพาณิชย์

ภาพรวมการซื้อขาย

นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียที่ส่วนใหญ่เคลื่อนไหวในแดนบวก หลังจากที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกเมื่อคืนที่ผ่านมา โดยนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ หลังจากที่ตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนพ.ค. ออกมาต่ำกว่าคาดการณ์

ปัจจัยหนุนตลาด

ปัจจัยที่หนุนตลาดหุ้นไทยวันนี้ มาจากแรงซื้อหุ้นในกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะหุ้น ปตท. และ ปตท.สผ. หลังจากที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับอานิสงส์จากทิศทางดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลดีต่อรายได้ดอกเบี้ยของธนาคาร

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แนวโน้มระยะสั้น

สำหรับแนวโน้มการลงทุนในระยะสั้น นายกรภัทร คาดว่า ดัชนีหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ โดยมีแนวต้านถัดไปที่ 1,545 จุด และแนวรับที่ 1,520 จุด อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า อาทิ ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้าน และยอดขายบ้านมือสอง เพื่อประเมินทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ และนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

สถิติการซื้อขาย

  • หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ปตท. 2,367.21 ล้านบาท, ธนาคารกรุงไทย 1,845.32 ล้านบาท, ปตท.สผ. 1,723.45 ล้านบาท, ธนาคารกสิกรไทย 1,654.78 ล้านบาท และธนาคารไทยพาณิชย์ 1,523.67 ล้านบาท
  • นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1,234.56 ล้านบาท
  • นักลงทุนสถาบันในประเทศซื้อสุทธิ 567.89 ล้านบาท
  • บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขายสุทธิ 234.56 ล้านบาท
  • นักลงทุนรายย่อยขายสุทธิ 1,567.89 ล้านบาท

ทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นไทยในวันนี้ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อเศรษฐกิจไทยและทิศทางตลาดหุ้นในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์แนะนำให้นักลงทุนติดตามปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความผันผวนของตลาดการเงินโลกและสถานการณ์การเมืองในประเทศ