รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามแอปพลิเคชันสินเชื่อเงินกู้ผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง หลังพบว่ามีการหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์ โดยใช้ข้อความเชิญชวนว่า "กู้ง่าย ได้เร็ว ดอกเบี้ยต่ำ" ทำให้เหยื่อสูญเสียข้อมูลส่วนตัวและทรัพย์สิน
รัฐบาลสั่งการปราบปรามแอปเงินกู้เถื่อน
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการดำเนินการปราบปรามแอปพลิเคชันสินเชื่อเงินกู้ผิดกฎหมาย รวมถึงเว็บไซต์หรือ URL ที่เรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตราอย่างต่อเนื่อง โดยในระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา (ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2568 ถึง 20 พฤษภาคม 2569) ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ส่งรายชื่อแอปพลิเคชันให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อส่งคำร้องขอปิดกั้นต่อศาลจำนวน 79 แอปพลิเคชัน
ผลการตรวจสอบและการดำเนินการ
กระทรวงดีอีและสำนักงานเศรษฐกิจการคลังตรวจสอบพบว่า 57 แอปพลิเคชันไม่มีการจดทะเบียน โดยกระทรวงดีอีได้ส่งคำร้องให้ศาลมีคำสั่งระงับการทำให้แพร่หลายไปยัง Store และนำรายการสินเชื่อรายย่อยออกแล้ว นอกจากนี้ ยังดำเนินมาตรการเชิงรุกปิดกั้นเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับการเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินอัตรา ซึ่งปิดกั้นแล้วจำนวน 1,466 URLs ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 17 พฤษภาคม 2569
รูปแบบการหลอกลวงของสแกมเมอร์
ปัจจุบัน พบว่าสแกมเมอร์ใช้กลวิธีหลอกลวงประชาชนให้กู้เงินในหลากหลายรูปแบบ โดยมักใช้คำเชิญชวนผ่านเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดีย เช่น "กู้ง่าย ได้เร็ว ดอกเบี้ยต่ำ ใช้เอกสารน้อย ไม่ต้องมีหลักประกัน ติดแบล็กลิสต์ก็กู้ได้" เมื่อประชาชนหลงเชื่อ อาจทำให้สูญเสียข้อมูลส่วนบุคคล เช่น เลขบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หรือเลขบัญชีธนาคาร หรือสูญเสียทรัพย์สินโดยถูกหลอกให้โอนเงินค่าธรรมเนียม ค่ามัดจำ หรือเงินค้ำประกัน
คำแนะนำจากรัฐบาล
รัฐบาลย้ำเตือนประชาชน ก่อนกู้เงินผ่านแอปพลิเคชัน ควรตรวจสอบชื่อแอปเงินกู้ที่มีการลงทะเบียนถูกต้องได้ที่เว็บไซต์ของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยพิมพ์คำว่า "เช็กแอปเงินกู้" เพื่อตรวจสอบความถูกต้องก่อนใช้บริการ หากประชาชนหลงเชื่อโอนเงินค่ามัดจำหรือค่าธรรมเนียมไปแล้ว สามารถแจ้งระงับบัญชีได้ทันทีที่ AOC 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง



