สถานการณ์ไข้เลือดออกในประเทศไทยยังคงน่าเป็นห่วง
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในประเทศไทยว่า ยังคงพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่ยุงลายซึ่งเป็นพาหะนำโรคแพร่พันธุ์ได้ดี
จำนวนผู้ป่วยสูงกว่าปีที่ผ่านมา
จากข้อมูลล่าสุดพบว่าจำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกในปีนี้สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่ประชาชนต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันตนเองจากยุงลายมากขึ้น
สาเหตุของการระบาด
สาเหตุหลักที่ทำให้ไข้เลือดออกระบาดหนักในปีนี้ มาจากหลายปัจจัย ได้แก่ สภาพอากาศที่เอื้อต่อการแพร่พันธุ์ของยุงลาย การขาดการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำอย่างต่อเนื่อง และพฤติกรรมของประชาชนที่ยังไม่เคร่งครัดในการป้องกันยุงกัด
แนวทางการป้องกัน
กรมควบคุมโรค แนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค ได้แก่
- เก็บบ้าน ให้สะอาด ไม่ให้มีมุมอับทึบที่เป็นที่เกาะพักของยุง
- เก็บขยะ เศษภาชนะที่ไม่ใช้แล้ว เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง
- เก็บน้ำ ภาชนะใส่น้ำต้องปิดฝาให้มิดชิด เปลี่ยนน้ำในแจกันทุกสัปดาห์
นอกจากนี้ ควรทายากันยุง นอนในมุ้ง หรือใช้สเปรย์กำจัดยุงในบ้าน เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกยุงกัด
อาการของโรคไข้เลือดออก
หากมีอาการไข้สูงลอยเกิน 2 วัน ร่วมกับอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามตัว อาจมีจุดเลือดออกตามผิวหนัง ควรไปพบแพทย์ทันที เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกวิธี ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง โดยเฉพาะยาลดไข้ในกลุ่มเอ็นเสด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน แอสไพริน เพราะอาจทำให้เลือดออกมากขึ้น
การดูแลผู้ป่วย
หากพบผู้ป่วยไข้เลือดออก ควรดูแลให้ดื่มน้ำมากๆ เช็ดตัวลดไข้ และสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากมีอาการปวดท้องรุนแรง อาเจียน ซึมลง หรือมีเลือดออกผิดปกติ ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลทันที
กรมควบคุมโรค ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และขอความร่วมมือประชาชนทุกภาคส่วนช่วยกันกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในชุมชน เพื่อลดการระบาดของโรคไข้เลือดออกในวงกว้าง



