สภาองค์กรของผู้บริโภคได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาราคาสินค้าและบริการที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนอย่างหนัก โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและคนจนเมือง
ข้อเสนอเร่งด่วน
สภาผู้บริโภคเสนอให้รัฐบาลดำเนินมาตรการเร่งด่วนหลายประการ อาทิ การควบคุมราคาสินค้าจำเป็น การลดภาษีน้ำมันเชื้อเพลิง และการเพิ่มเงินอุดหนุนผู้มีรายได้น้อย นอกจากนี้ยังขอให้รัฐบาลตรวจสอบการกักตุนสินค้าและการฉวยโอกาสขึ้นราคาอย่างไม่เป็นธรรม
ผลกระทบต่อประชาชน
จากข้อมูลของสภาผู้บริโภค พบว่าราคาอาหารสด น้ำมันพืช และไข่ไก่ ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 20% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ขณะที่ค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาก็เพิ่มขึ้นตามต้นทุนพลังงาน ส่งผลให้ประชาชนต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค เช่น การลดปริมาณอาหาร หรือเปลี่ยนไปซื้อสินค้าที่มีคุณภาพต่ำลง
- ราคาหมูเนื้อแดงปรับเพิ่มขึ้น 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
- ราคาน้ำมันปาล์มขวดเพิ่มขึ้น 25% ส่งผลต่อต้นทุนอาหารปรุงสำเร็จ
- ค่าโดยสารรถประจำทางปรับขึ้น 2-5 บาทต่อเที่ยว
ข้อเรียกร้องระยะยาว
นอกเหนือจากมาตรการระยะสั้น สภาผู้บริโภคยังขอให้รัฐบาลวางแผนระยะยาวในการสร้างเสถียรภาพด้านราคาสินค้าเกษตร โดยส่งเสริมการผลิตภายในประเทศ และลดการพึ่งพาการนำเข้า รวมถึงการปรับโครงสร้างภาษีเพื่อลดภาระผู้บริโภค
ทั้งนี้ สภาองค์กรของผู้บริโภคจะติดตามการดำเนินงานของรัฐบาลอย่างใกล้ชิด และพร้อมให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน



