ในยุคเศรษฐกิจที่ท้าทาย หลายคนกำลังมองหาช่องทางสร้างรายได้เพิ่มเติม Thairath Money ขอเสนอ 5 ไอเดียเปลี่ยนบ้านให้เป็นแหล่งรายได้แบบ Passive Income พร้อมคำแนะนำด้านภาษี
1. แบ่งห้องหรือบ้านปล่อยเช่ารายเดือนหรือรายปี
หากคุณมีบ้านหลายหลังหรือห้องว่างในบ้าน สามารถแบ่งส่วนหนึ่งปล่อยเช่าเพื่อรับค่าเช่ารายเดือนหรือรายปี อัตราค่าเช่าขึ้นอยู่กับทำเลและความพอใจของผู้ให้เช่า
จุดเด่น: รายได้สม่ำเสมอ คาดการณ์เงินสดได้ชัดเจน
ต้นทุนที่ต้องนึกถึง: อาจต้องตกแต่ง ซ่อมแซม หรือจัดหาเฟอร์นิเจอร์ เช่น เตียง ตู้เสื้อผ้า ตามข้อตกลงร่วมกัน
ความเสี่ยง: ผู้เช่าเบี้ยวไม่จ่ายค่าเช่าหรือทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ควรระบุเงื่อนไขในสัญญาให้ชัดเจน เช่น ค่ามัดจำ ค่าประกัน
2. ที่พักรายวัน
ด้วยแพลตฟอร์มอย่าง Airbnb, Agoda, Booking.com ทำให้การปล่อยเช่ารายวันสะดวกขึ้น แต่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะพระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 มาตรา 15, 59 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน
จุดเด่น: ค่าเช่ารายวันสูงกว่ารายเดือน มีความยืดหยุ่นสูง
ต้นทุนที่ต้องนึกถึง: ค่าน้ำ ค่าไฟ อินเทอร์เน็ต ค่าทำความสะอาด ฯลฯ
ความเสี่ยง: รายได้ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับฤดูกาล ควรตรวจสอบกฎหมายและข้อบังคับของคอนโด
3. เปิดพื้นที่ขายของหน้าบ้าน
หากบ้านเป็นตึกแถวหรือมีพื้นที่หน้าบ้านติดถนน สามารถแบ่งให้เช่าขายของหรือตั้งตู้ Kiosk เพื่อหารายได้เสริม
จุดเด่น: ค่าเช่าสูงหากทำเลดี
ต้นทุนที่ต้องนึกถึง: การปรับปรุงพื้นที่ เช่น ต่อท่อน้ำแยก
ความเสี่ยง: การขายของบนทางเท้าอาจผิดกฎหมาย ควรสอบถามสำนักงานเขตหรือเทศบาลก่อน
4. ให้เช่าที่จอดรถ
หากมีพื้นที่จอดรถหลายคัน สามารถปล่อยเช่ารายเดือน โดยเฉพาะในคอนโดใจกลางเมือง ควรตรวจสอบเงื่อนไขกับทางคอนโดก่อน
จุดเด่น: ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนพื้นที่ในอนาคตได้
ต้นทุนที่ต้องนึกถึง: ค่าปรับหน้าดินหรือค่าโรงรถ
ความเสี่ยง: รายได้ต่อเดือนไม่สูง ต้องระบุความคุ้มครองรถในสัญญา
5. สตูดิโอถ่ายภาพหรือวิดีโอให้เช่า
ในยุคที่ทุกคนทำคอนเทนต์ การเปลี่ยนบ้านเป็นสตูดิโอให้เช่าถือเป็นโอกาสทางธุรกิจ
จุดเด่น: สามารถแข่งขันในตลาดได้ดีหากมีบริการครบวงจร
ต้นทุนที่ต้องนึกถึง: การปรับปรุงพื้นที่และอุปกรณ์เบื้องต้น
ความเสี่ยง: ต้องศึกษาตลาดอย่างต่อเนื่องและทำสัญญาให้ชัดเจน
การจัดการภาษีจากรายได้ค่าเช่า
เมื่อมีรายได้จากค่าเช่า ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เนื่องจากรายได้ค่าเช่าจัดเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(5) ต้องยื่นภาษีปีละ 2 ครั้ง
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง: อัตราขึ้นอยู่กับการใช้ประโยชน์ หากเป็นที่อยู่อาศัยจะเสียภาษีถูกกว่าการใช้เชิงพาณิชย์
ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย: หากผู้เช่าเป็นบุคคลธรรมดาไม่ต้องหักภาษี แต่ถ้าเป็นนิติบุคคลต้องหักไว้
นอกจากนี้ ผู้ปล่อยเช่าสามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาจ่าย 30% หรือหักตามจริง โดยค่าผ่อนบ้านไม่สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายได้
การหารายได้เพิ่มเป็นเรื่องดี แต่ควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน หากไม่มั่นใจในข้อกฎหมาย สามารถติดต่อหน่วยงานรัฐ เช่น กรมสรรพากร กรมการปกครอง หรือโทร 1111
อ้างอิงข้อมูล: สกธ., สมาคมนักวางแผนการเงินไทย, Taxbugnoms, กระทรวงยุติธรรม, กรมการปกครอง



