<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?><rss version="2.00">
	<channel>
		<title>สยามโพสต์24</title>
		<link>https://siampost24.com</link>
		<language>th</language>
					<item>
				<title><![CDATA[เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดรุ่นใหม่ เจาะตลาดคนเมือง]]></title>
				<category>รถยนต์ไฟฟ้า</category>
				<link>https://siampost24.com/theknoloyi/ev/article-36758.html</link>
				<description><![CDATA[<p>บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งมาพร้อมกับราคาที่จับต้องได้มากขึ้น โดยมีราคาเริ่มต้นที่ต่ำกว่า 500,000 บาท เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในเมืองใหญ่ที่กำลังมองหาทางเลือกในการเดินทางที่ประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม</p><h2>จุดเด่นของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่</h2><p>รถยนต์รุ่นนี้มาพร้อมกับแบตเตอรี่ที่มีความจุสูง สามารถวิ่งได้ระยะทางไกลถึง 350 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งเพียงพอสำหรับการเดินทางในชีวิตประจำวันของผู้ใช้ในเมือง นอกจากนี้ยังมีระบบชาร์จเร็วที่สามารถชาร์จแบตเตอรี่จาก 20% ถึง 80% ภายในเวลาเพียง 30 นาที</p><h3>เทคโนโลยีที่ทันสมัย</h3><p>ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบอย่างทันสมัย พร้อมหน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่ 10 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนทั้งระบบ Android Auto และ Apple CarPlay นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ เช่น ระบบเบรกอัตโนมัติ ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้</p><h2>กลยุทธ์ทางการตลาด</h2><p>บริษัทตั้งเป้าที่จะขยายฐานลูกค้าในกลุ่มคนรุ่นใหม่และครอบครัวในเขตเมือง โดยเน้นการทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์และจัดกิจกรรมทดลองขับตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้ที่สั่งจองล่วงหน้า เช่น ส่วนลดค่าติดตั้งเครื่องชาร์จที่บ้าน และการรับประกันแบตเตอรี่นานถึง 8 ปี</p><h3>การสนับสนุนจากภาครัฐ</h3><p>การเปิดตัวครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า โดยผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี รวมถึงการยกเว้นภาษีสรรพสามิตและการลดหย่อนภาษีประจำปี นอกจากนี้ยังมีสิทธิ์ใช้ช่องทางเดินรถพิเศษในเขตเมืองใหญ่</p><h2>ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ</h2><p>นักวิเคราะห์ในอุตสาหกรรมยานยนต์มองว่าการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัดครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศให้เติบโตมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้บริโภคที่ยังลังเลเนื่องจากราคาที่สูงเกินไป อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามดูว่าบริษัทจะสามารถจัดการกับความท้าทายด้านโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สถานีชาร์จไฟฟ้าที่ครอบคลุมได้หรือไม่</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 14:35:02 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เปิดตัวนาฬิกาอัจฉริยะรุ่นใหม่ เทคโนโลยีวัดค่าสุขภาพแม่นยำยิ่งขึ้น]]></title>
				<category>IoT</category>
				<link>https://siampost24.com/theknoloyi/iot/article-36757.html</link>
				<description><![CDATA[<p>บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยีชั้นนำได้เปิดตัวนาฬิกาอัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งมาพร้อมกับเซ็นเซอร์วัดค่าสุขภาพที่แม่นยำยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ระดับออกซิเจนในเลือด และการวิเคราะห์คุณภาพการนอนหลับ</p><h2>ฟังก์ชันเด่นของนาฬิการุ่นใหม่</h2><p>นาฬิกาอัจฉริยะรุ่นนี้มีฟังก์ชันการติดตามกิจกรรมออกกำลังกายที่หลากหลาย เช่น การนับก้าว การวัดระยะทาง และการคำนวณแคลอรีที่เผาผลาญ นอกจากนี้ยังสามารถตรวจจับประเภทของการออกกำลังกายได้โดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง ว่ายน้ำ หรือปั่นจักรยาน</p><h3>เทคโนโลยีเซ็นเซอร์ที่พัฒนาขึ้น</h3><p>ทางบริษัทได้พัฒนาเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจให้มีความแม่นยำมากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีโฟโตเพลทิสม์โมกราฟี (PPG) ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ทำให้สามารถวัดค่าผ่านผิวหนังได้ดีขึ้นแม้ในขณะที่ผู้ใช้เคลื่อนไหว</p><ul><li>วัดระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2) ได้ตลอด 24 ชั่วโมง</li><li>วิเคราะห์การนอนหลับแบบละเอียด ทั้งช่วงหลับลึก หลับเบา และช่วงตื่น</li><li>แจ้งเตือนเมื่อมีค่าผิดปกติ เช่น อัตราการเต้นของหัวใจสูงหรือต่ำเกินไป</li></ul><h2>การออกแบบและแบตเตอรี่</h2><p>นาฬิการุ่นใหม่มาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 1.4 นิ้ว ความละเอียดสูง พร้อมฟังก์ชัน Always-On Display ตัวเรือนทำจากวัสดุน้ำหนักเบาแต่ทนทาน และสายนาฬิกาสามารถเปลี่ยนได้ง่าย แบตเตอรี่ใช้งานได้นานถึง 14 วันในการใช้งานปกติ และรองรับการชาร์จเร็ว</p><h3>การเชื่อมต่อและระบบปฏิบัติการ</h3><p>นาฬิกาเรือนนี้รองรับการเชื่อมต่อทั้ง iOS และ Android ผ่านแอปพลิเคชันเฉพาะที่สามารถดูข้อมูลสุขภาพย้อนหลังได้อย่างละเอียด นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันการแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟน ควบคุมเพลง และค้นหาโทรศัพท์</p><p>นาฬิกาอัจฉริยะรุ่นใหม่นี้มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 9,990 บาท พร้อมให้สั่งซื้อล่วงหน้าแล้ววันนี้ และจะเริ่มจัดส่งภายในเดือนหน้า</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 14:44:01 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เปิดใจชายไทยถูกหวย 12 ล้าน เผยซื้อเลขตามความฝัน]]></title>
				<category>การค้า</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankha/12-36756.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมชาย วัย 45 ปี ชาวจังหวัดนครราชสีมา กลายเป็นเศรษฐีใหม่หลังจากถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 หมายเลข 123456 มูลค่า 12 ล้านบาท โดยนายสมชายเปิดเผยว่า ตนเองซื้อลอตเตอรี่ใบดังกล่าวจากแผงลอยหน้าตลาดสดในพื้นที่</p><h2>ที่มาของเลขเด็ด</h2><p>นายสมชายเล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนฝันเห็นเลข 3 ตัว คือ 456 ติดต่อกันถึง 3 คืน จึงตัดสินใจซื้อลอตเตอรี่ที่มีเลขท้าย 456 และโชคดีที่เลขดังกล่าวตรงกับรางวัลที่ 1 ทั้ง 6 หลัก</p><h3>ความรู้สึกหลังถูกหวย</h3><p>นายสมชายกล่าวด้วยความดีใจว่า ตนไม่คิดว่าจะถูกรางวัลใหญ่ เพราะที่ผ่านมาเคยซื้อลอตเตอรี่เป็นประจำแต่ได้แค่รางวัลเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น หลังทราบข่าวก็รีบไปแจ้งความร่ำรวยที่สถานีตำรวจท้องที่</p><p>ด้านภรรยาของนายสมชายเผยว่า สามีมักจะซื้อลอตเตอรี่ตามความฝันเป็นประจำ แต่ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ถูกจริงๆ และจะนำเงินไปใช้หนี้และลงทุนทำธุรกิจเล็กๆ</p><h2>การวางแผนการใช้เงิน</h2><p>นายสมชายเปิดเผยแผนการใช้เงิน 12 ล้านบาทว่า จะแบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนแรกคือใช้หนี้สินที่มีอยู่ประมาณ 2 ล้านบาท ส่วนที่สองจะนำไปฝากธนาคารเพื่อเป็นทุนการศึกษาของลูก และส่วนที่เหลือจะนำไปลงทุนเปิดร้านขายของชำในชุมชน</p><p>ทั้งนี้ นายสมชายฝากถึงผู้ที่ชื่นชอบการซื้อลอตเตอรี่ว่า ควรซื้ออย่างมีสติ ไม่ควรใช้เงินเกินตัว เพราะการถูกรางวัลขึ้นอยู่กับดวง</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 14:06:32 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เปิด 5 จังหวัดค่าครองชีพสูงสุด 2568 กทม.นำโด่ง]]></title>
				<category>การค้า</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankha/5-2568-36755.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>เปิด 5 จังหวัดค่าครองชีพสูงสุด 2568 กทม.นำโด่ง</h2><p>สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ได้เปิดเผยผลสำรวจค่าครองชีพใน 77 จังหวัดทั่วประเทศไทย ประจำปี 2568 โดยพบว่ากรุงเทพมหานครยังคงเป็นจังหวัดที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในประเทศ ด้วยดัชนีค่าครองชีพที่ 100.0 ซึ่งเป็นค่ามาตรฐานอ้างอิง</p><p>อันดับ 2 ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต มีดัชนีค่าครองชีพอยู่ที่ 98.5 ตามมาด้วยจังหวัดชลบุรี ที่ 97.2 จังหวัดนนทบุรี ที่ 96.8 และจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 96.5 ตามลำดับ</p><p>สำหรับจังหวัดที่มีค่าครองชีพต่ำที่สุดคือ จังหวัดนราธิวาส ที่ดัชนี 82.3 ส่วนจังหวัดแม่ฮ่องสอนและอำนาจเจริญมีค่าครองชีพต่ำเป็นอันดับต้นๆ เช่นกัน</p><p>การสำรวจนี้พิจารณาจากค่าใช้จ่ายในหมวดต่างๆ เช่น อาหาร ที่อยู่อาศัย ค่าเดินทาง ค่าสาธารณูปโภค และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต โดยกรุงเทพมหานครมีค่าครองชีพสูงในทุกหมวด โดยเฉพาะค่าเช่าที่อยู่อาศัยและค่าอาหาร</p><p>ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการกำหนดนโยบายช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่ที่มีค่าครองชีพสูง</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 13:46:08 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[แมนยูฯ เตรียมปิดดีลคว้าตัวราฟาเอล วารานเสริมแนวรับ]]></title>
				<category>ฟุตบอลต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/footballworld/article-36754.html</link>
				<description><![CDATA[<p>แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใกล้บรรลุข้อตกลงคว้าตัวราฟาเอล วาราน กองหลังจอมแกร่งจากเรอัล มาดริด มาร่วมทีมในราคา 50 ล้านยูโร หรือประมาณ 1,950 ล้านบาท โดยคาดว่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์นี้</p><h2>รายละเอียดการเจรจา</h2><p>แหล่งข่าวจากสโมสรเปิดเผยว่าการเจรจาระหว่างทั้งสองสโมสรดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยวารานตกลงเงื่อนไขส่วนตัวกับปีศาจแดงแล้ว ซึ่งจะทำให้เขาได้รับค่าเหนื่อยประมาณ 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 15 ล้านบาท</p><h3>ผลงานของวาราน</h3><p>ราฟาเอล วาราน กองหลังวัย 28 ปี เป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดในโลก เขาคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 4 สมัย และฟุตบอลโลก 1 สมัยกับทีมชาติฝรั่งเศส การมาของเขาจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับแนวรับของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่กำลังมองหาคู่เซ็นเตอร์แบ็คที่แข็งแกร่ง</p><h2>แผนการเสริมทัพ</h2><p>โซลชา กุนซือชาวนอร์เวย์ หวังว่าวารานจะเข้ามาเป็นคู่หูกับแฮร์รี แม็กไกวร์ เพื่อสร้างเกมรับที่แข็งแกร่งขึ้น โดยทีมยังมีแผนเสริมทัพในตำแหน่งอื่นๆ เพิ่มเติมอีก</p><p>การคว้าตัววารานครั้งนี้ถือเป็นการเสริมทัพครั้งสำคัญของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ ซึ่งแฟนบอลหวังว่าทีมจะกลับมาท้าชิงแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อีกครั้ง</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 13:14:40 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[กรรชัย เปิดใจปมนาย ณภัทร-หมู พิมพ์ผกา ปฏิเสธเป็นเบื้องหลัง เชื่อเวลาเยียวยา]]></title>
				<category>ดนตรี</category>
				<link>https://siampost24.com/bantoeng/dontri/article-36753.html</link>
				<description><![CDATA[<p>กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการบันเทิงเมื่อพระเอกหนุ่ม นาย ณภัทร เสียงสมบุญ ออกมาเปิดใจถึงความสัมพันธ์กับคุณแม่ หมู พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ จนกลายเป็นดราม่าร้อนแรงที่สังคมให้ความสนใจ หลายคนหวังว่าพิธีกรชื่อดัง หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย ซึ่งรู้จักกับทั้งสองฝ่ายจะเข้ามาเป็นกาวใจให้ แต่กลับมีชาวเน็ตบางส่วนตั้งข้อสงสัยว่าหนุ่ม กรรชัย อาจเป็นคนเบื้องหลังที่ทำให้นายออกมาพูดเรื่องนี้</p><h2>กรรชัย เปิดใจทุกประเด็น</h2><p>ล่าสุด หนุ่ม กรรชัย ได้มาร่วมงาน PULZAR : LONG LIFE TECH, LONG LIFE ENGINE ณ ห้อง Ballroom ชั้น B1 โรงแรม พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ และได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวถึงประเด็นร้อนนี้ โดยเริ่มจากคำถามถึงสาเหตุที่ทำให้นาย ณภัทร ต้องออกมาพูดถึงเรื่องตัดขาดกับคุณแม่</p><p>“โห อันนี้ตอบไม่ได้เลยครับ เพราะว่ามันเป็นสิทธิ์ของทางนายเขาเองที่เขาจะพูด เรื่องนี้พี่คงไม่ได้ไปก้าวล่วงนะครับว่าทำไมเขาถึงออกมาพูด ถามว่าก่อนมาพูดปรึกษาไหม คือถ้าบอกไม่ได้ปรึกษาก็เหมือนเป็นโกหกนะ เขาก็มีการมาพูด คือเรื่องพวกนี้คือเราได้รับฟังอยู่ในระยะนึงนะครับ แต่ว่าอย่างที่บอกครับว่ามันเป็นเรื่องภายในครอบครัวนะครับ แล้วตัวผมเองก็รู้จักทั้งแม่หมูและตัวน้องนาย เพราะฉะนั้นเราก็ไม่กล้าที่จะให้คำแนะนำหรืออะไรเลย เพราะว่ามันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แล้วอีกอย่างนึงคือเป็นเรื่องภายในครอบครัวของเขา พี่ก็ได้แต่บอกว่านายต้องตัดสินใจเอง เพราะว่านายก็โตแล้ว จะถามคนอื่นๆ มันคงจะไม่ได้หรอก เพราะว่าถามคนนี้จะมีความคิดแบบนี้ๆ ซึ่งเราเองไม่เคยอยู่ในครอบครัวนาย เราไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เราไม่ได้อยู่ในบ้านของนายก็ไม่รู้ เพราะฉะนั้นเนี่ยนายต้องตัดสินใจเอง”</p><h3>กรรชัย รับรู้ปัญหามาก่อนหรือไม่</h3><p>เมื่อถูกถามว่าก่อนหน้านี้ได้รับรู้ปัญหาครอบครัวของนาย ณภัทร หรือไม่ หนุ่ม กรรชัย ตอบว่า “ก็ไม่ได้รับรู้นะ เพราะว่าเรา…แค่มันอาจจะบางๆ ที่พอจะได้ยินนะครับ แต่ว่าอย่างที่บอกครับว่ามันเป็นเรื่องในครอบครัวของเขา เป็นเรื่องละเอียดอ่อนจริงๆ เราไม่ก้าวล่วงดีกว่า เราก็เลยรู้สึกว่าแบบ…อืมๆ ได้ยินมาก็โอเคเข้าใจๆ เข้าใจทั้งสองฝ่าย เข้าใจทั้งแม่หมูและเข้าใจทั้งนาย”</p><p>ส่วนกรณีที่ทั้งคู่ขาดการติดต่อกันนาน 2-3 ปี หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า “ก็ได้ยินมาครับ ได้ยินมาว่าเขาก็ไม่… คือมันคงไม่ใช่คำว่าตัดขาดหรอก อย่าไปใช้คำนั้นเลย พี่มองว่ามันเป็นการที่ลองใช้ชีวิตในของแต่ละคนมากกว่า ในมุมของพี่เองนะ ซึ่งต้องขอโทษด้วยที่อันนี้ไปก้าวล่วงหรือใช้คำพูดแบบนี้นะ แต่ในฐานะที่เราเองก็เห็นนาย รู้จักนาย ก็สนิทกันน่ะ เรารู้สึกว่ามันเป็นการทดลองใช้ชีวิตแต่ละคนนะครับ มันไม่มีอะไรผิด ไม่มีอะไรถูกครับ แต่บางครั้งมันอาจจะแบบมีการตีความหลากหลาย เพราะอย่างที่บอกมันละเอียดอ่อน พอมีการนำเสนอไปปุ๊บเนี่ย มันก็จะมีคนไปตีความ ทำให้ดูวุ่นวายไปหมด”</p><h3>กรรชัย มองคำวิจารณ์นาย ณภัทร เนรคุณ</h3><p>เมื่อนักข่าวถามถึงกระแสวิจารณ์ว่านาย ณภัทร เนรคุณ หนุ่ม กรรชัย ตอบว่า “สำหรับผมเอง ผมว่ามันก็อาจจะเกินไปนิดนึง ก็ต้องบอกว่าปัญหาเขาเนี่ย เรายังไม่ได้รู้เลยว่ามันคือเรื่องอะไร ส่วนสิ่งที่นายพูดออกไปก็พูดในมุมความรู้สึกของเขา ถ้าจะไปตีว่าเนรคุณ สำหรับพี่ พี่มองว่ามันไม่น่าจะใช่ อันดับแรกคุณก็ต้องกลับไปดูก่อน พี่เห็นแล้ว อย่างทนายสงกานต์ที่มาพูด โดยส่วนตัวก็รู้จักกับทนายสงกานต์ แต่ยังไม่มีโอกาสคุยกับแก ถ้ามีโอกาสคุยกับแกก็คงจะบอกแกว่ามันไปพูดอย่างนั้นก็ไม่ได้ถูกไหมครับ เข้าใจว่าแกคงพยายามยกข้อกฎหมาย แต่ในความเป็นจริงพี่สงกานต์ไม่ใช่คนในครอบครัวเขา พี่สงกานต์ไม่ได้รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในครอบครัว มันหยิกเล็บเจ็บเนื้อทั้งสองฝั่งนั่นแหละ การพูดแบบนี้พี่สงกานต์อาจจะรู้สึกว่าความรู้สึกมันเป็นแบบนั้น แต่เราอาจจะไม่รู้เลยว่าคำพูดนี้มันอาจจะทำร้ายความรู้สึกของตัวนาย และอาจจะทำให้แม่หมูเจ็บปวดด้วยเหมือนกัน ลูกเขาน่ะเอาตรงๆ ถูกมั้ยครับ”</p><h3>กรรชัย ยังไม่ได้คุยกับแม่หมู พิมพ์ผกา</h3><p>หนุ่ม กรรชัย ยังเผยถึงการพูดคุยกับแม่หมู พิมพ์ผกา ว่า “คือช่วงหลังไม่ได้คุยกับแม่หมูนะครับ แต่แม่หมูก่อนหน้านี้เคยมีโทรมาคุย แต่ไม่ได้คุยเรื่องนายนะ เขาถามสารทุกข์สุขดิบของพี่ว่าเป็นยังไงบ้าง ซึ่งหมูก็น่ารัก”</p><p>ส่วนกับนาย ณภัทร หนุ่ม กรรชัย บอกว่า “บอกตรงๆ เลยนะ วันนั้นหลังจากที่นายให้สัมภาษณ์ไป พี่กับนายก็เจอกันและไปช็อปปิ้งกัน แต่พี่ไม่ถามเรื่องนี้เลย เราไม่มีการพูดเรื่องนี้กันอีกเลย คือพี่ก็ให้เกียรตินาย เคารพกับการตัดสินใจของเขา เขาพูดไปแล้ว เราไม่รู้หรอกว่าอะไรมันเกิดขึ้น แต่สุดท้ายเขาพูดไปแล้ว เขาบอกจะไม่พูดอีกแล้ว ส่วนพี่ก็ใช้ชีวิตของพี่ ไปเดินเล่นกัน”</p><h3>กรรชัย ปฏิเสธเป็นกาวใจ</h3><p>เมื่อถูกถามว่าหลายคนหวังให้หนุ่ม กรรชัย เป็นกาวใจให้ครอบครัวนี้ เขาตอบว่า “โอย มันคงไม่ใช่เรื่องที่พี่จะไปเคลียร์อะไรนะ อย่างที่บอกครับว่ามันเป็นเรื่องในครอบครัว มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนจริงๆ แล้วเราไม่ได้รู้ตื้นลึกหนาบางมากพอ ถึงเราจะสนิทกับนาย แต่เราไม่รู้หรอกครับ พี่ว่าในแต่ละครอบครัวเขามีเซฟโซนของเขา แล้วพี่เชื่อว่าในแต่ละครอบครัวเขาก็จะน่าจะมีปัญหานิดๆ หน่อยๆ ทุกๆ ครอบครัวต้องเผชิญหมดแหละ ฉะนั้นเรื่องนี้ต้องปล่อยให้เวลาเป็นตัวเยียวยาเอง คงไม่ใช่ว่าคนนี้ไปเกลี้ยกล่อม คนนั้นไปอะไร มันนอกเหนือเหตุผล มันเป็นเรื่องของเขาสองคนจริงๆ”</p><h3>กรรชัย ฟาดกลับคนกล่าวหาเป็นเบื้องหลัง</h3><p>หนุ่ม กรรชัย ยังได้ตอบโต้ชาวเน็ตที่กล่าวหาว่าเขาเป็นเบื้องหลังให้นาย ณภัทร ออกมาพูด โดยกล่าวว่า “ทำไมถึงคิดอย่างนั้นล่ะครับ คือคนที่พูดว่าผมอยู่เบื้องหลังให้นายออกมาพูด ผมก็เรียนกลับไปถามว่านายเขาไม่มีสมองเหรอที่เขาจะออกมาพูดเอง ทำไมถึงต้องให้คนอื่นมาพูด นายเขาโตแล้วนะ เขา 30 แล้วนะ ไอ้คนที่ถามมีสมองหรือเปล่า กลับไปถามตัวเองก่อน”</p><h3>กรรชัย มองเป็น case study ปัญหาครอบครัว</h3><p>เมื่อนักข่าวถามถึงมุมมองที่สังคมมองว่าเรื่องนี้เป็น case study ของปัญหาครอบครัว หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า “เอาตรงๆ นะครับสำหรับผมเอง ผมมองว่าที่สังคมจับตาเรื่องนี้กันเยอะ อาจจะเป็นเพราะว่าตัวนายเองเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง แม่หมูก็มีชื่อเสียง มันเป็นธรรมดาที่เวลามันมีเรื่องแบบนี้ออกมา มันก็เป็นเป้า ก็จะมีคนที่ออกมาวิเคราะห์พูดคุย วิพากษ์วิจารณ์เป็นเรื่องธรรมดา และเป็นเรื่องที่เราต้องยอมรับให้ได้เหมือนกัน แต่ว่าก็อยากให้อยู่ในขอบเขต เพราะอย่างที่บอกว่าเรื่องบางเรื่องมันเป็นเรื่องของเขา ฉะนั้นถ้าเรายังไม่รู้ว่าข้อเท็จจริงคืออะไร ก็อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจไปตำหนิคนใดคนนึง ไม่ว่าจะเป็นตัวแม่หมูหรือนายเอง เพราะมันไม่เป็นธรรมกับทั้งสองฝั่ง”</p><h3>กรรชัย เชื่อเวลาจะเยียวยาทุกสิ่ง</h3><p>เมื่อถามว่าเชื่อหรือไม่ว่านาย ณภัทร และคุณแม่จะกลับมาคืนดีกัน หนุ่ม กรรชัย ตอบว่า “เรื่องนี้พี่ตอบไม่ได้จริงๆ ว่าต่อไปข้างหน้าจะเป็นยังไง สำหรับพี่ พี่เชื่อว่าสุดท้ายเวลาจะเยียวยาเอง ค่อยๆ ทุกสิ่งทุกอย่างจะเยียวยาเอง”</p><p>และเมื่อนักข่าวถามว่าหลักสำคัญคือต้องเซฟใจทั้งสองฝ่าย หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า “ใช่ ก็อยากจะขอนะครับ อยากให้ปกป้องทั้งสองคน เราไม่รู้หรอกว่าเขามีเรื่องราวภายในลึกซึ้งขนาดไหน แต่ต้องยอมรับอย่างนึงว่า คนวิพากษ์วิจารณ์ลูก ผมเชื่อว่าแม่ก็เจ็บ คนวิพากษ์วิจารณ์ตัวแม่ ผมว่าลูกเขาก็เจ็บด้วยเหมือนกัน ฉะนั้นมันเจ็บทั้งสองฝั่ง เพราะฉะนั้นให้กำลังใจทั้งสองฝั่งดีกว่านะครับ แล้วก็ให้เวลาค่อยๆ เยียวยาเอง”</p><h3>กรรชัย เปิดใจเรื่องความรักของนาย ณภัทร</h3><p>นอกจากนี้ หนุ่ม กรรชัย ยังได้พูดถึงกระแสข่าวว่านาย ณภัทร เปิดตัวว่าสาวคนใหม่ขายหมดแล้ว โดยกล่าวว่า “เอาตรงๆ ก็รู้ครับ แต่ก่อนอันนี้พี่ออกมาบอกว่าคนนั้นไม่ใช่ก็คือไม่ใช่จริงๆ มันคนละคน เพราะคนที่ไปยืนถ่ายรูปข้างรถนายคือลูกของรุ่นพี่พี่เอง มันผิดคน ถ้าถูกคนพี่จะไม่บอกอะไร จะอยู่เฉยๆ พี่จะเงียบๆ ถามว่าเจอหรือยัง ยังไม่เจอ แต่สวนกันไปสวนกันมา ยังไม่ได้เจอ ยังไม่ได้คุยกัน (ยิ้ม)”</p><p>เมื่อถูกถามว่ามีการแซวเรื่องนี้หรือไม่ หนุ่ม กรรชัย ตอบว่า “คือไม่ต้องแซวก็รู้แล้ว (ยิ้ม) ถามว่าเขาดูมีความสุขไหม คือธรรมดาคนมีความรักอ่ะ มันก็มีความสุขแหละ เป็นเรื่องปกติเลย เห็นเขามีความสุข พี่ก็ยินดีด้วยนะครับ ก็ไม่อยากเห็นคนที่รู้จักหรือใครก็ตามแต่มีความทุกข์หรอก มันมีความรักก็เป็นเรื่องสวยงาม”</p><p>ส่วนสาวคนนี้เคยไปทริปด้วยกันหรือไม่ หนุ่ม กรรชัย ส่ายหน้าพร้อมยิ้ม “ยังไม่มี (ยิ้ม) แต่เชื่อว่าเร็วๆ นี้เดี๋ยวคงมี ไม่ต้องเปิดตัวหรอก เรารู้ว่าเป็นใคร แต่ว่าก็ให้พื้นที่เขา”</p><p>เมื่อถามว่าสาวคนนี้หน้าหมวยตามที่เขาพูดกันหรือไม่ หนุ่ม กรรชัย กล่าวว่า “ไม่รู้ว่าหมวยหรือเปล่า สำหรับพี่ พี่มองว่าน้องเขาเท่นะ (ไลฟ์สไตล์ดูไปด้วยกันได้?) ก็น่าจะอย่างนั้นนะ (ยิ้ม) เพราะว่านายเขาก็ดูเปลี่ยนลุคไปเยอะเหมือนกัน (ตั้งแต่มีคนนี้เข้ามาในชีวิต?) ไม่รู้ (ยิ้ม)”</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 13:34:48 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 14 พ.ค. 2569 ปรับขึ้น 70 สตางค์ เบนซิน-ดีเซล]]></title>
				<category>การขนส่ง</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankhonsung/14-2569-70-36752.html</link>
				<description><![CDATA[<p>พีทีที สเตชั่น และ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ และกลุ่มดีเซล 70 สตางค์ โดยเริ่มมีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. ของวันที่ 14 พฤษภาคม 2569</p><h2>รายละเอียดราคาน้ำมันใหม่</h2><p>สำหรับราคาน้ำมันใหม่ล่าสุด ณ วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 มีดังนี้</p><ul><li>GSH95S EVO อยู่ที่ 44.05 บาทต่อลิตร</li><li>GSH91S EVO อยู่ที่ 44.68 บาทต่อลิตร</li><li>GSH E20S EVO อยู่ที่ 37.05 บาทต่อลิตร</li><li>GSH E85S EVO อยู่ที่ 32.99 บาทต่อลิตร</li><li>เบนซิน อยู่ที่ 53.64 บาทต่อลิตร</li><li>Hi Premium 98 Plus อยู่ที่ 55.09 บาทต่อลิตร</li><li>Hi Diesel B20S อยู่ที่ 34.84 บาทต่อลิตร</li><li>Hi Diesel S อยู่ที่ 41.45 บาทต่อลิตร</li><li>Hi Diesel S B7 อยู่ที่ 41.45 บาทต่อลิตร</li><li>Hi Premium Diesel Plus อยู่ที่ 61.25 บาทต่อลิตร</li></ul><p><strong>หมายเหตุ:</strong> ราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่กรุงเทพมหานคร</p><h3>แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม</h3><p>ผู้บริโภคสามารถติดตามข่าวสารราคาน้ำมันวันนี้ ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ และราคาน้ำมันทุกชนิดของสถานีบริการต่างๆ เช่น ปตท. พีทีที เชลล์ บางจาก เอสโซ รวมถึงการปรับขึ้นลงของราคาน้ำมันได้อย่างต่อเนื่องที่เว็บไซต์ของเรา</p><p>การปรับราคาครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ใช้รถยนต์ส่วนตัว ควรวางแผนการเติมน้ำมันล่วงหน้าเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 13:20:18 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เปิดตัว "อาย ชวัลพัชร" หลานสาว "อิ่ม ธีรรัตน์" ชิง สก.ลาดกระบัง]]></title>
				<category>การเลือกตั้ง</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/kanlueaktang/article-36751.html</link>
				<description><![CDATA[<p>นางสาวชวัลพัชร สำเร็จวาณิชย์ หรือ อาย หลานสาวแท้ๆ ของนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ หรือ อิ่ม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประกาศเปิดตัวลงสมัครชิงเก้าอี้สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตลาดกระบัง ในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและ สก. ที่กำลังจะมาถึง</p><h2>กำหนดการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และ สก.</h2><p>คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศเปิดรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าฯ กทม. และ สก. ชุดใหม่ ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายน 2569 และกำหนดวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 แม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่ส่งผู้สมัครลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. และ สก. อย่างเป็นทางการ แต่ได้เปิดทางให้นางสาวธีรรัตน์นำทีมคัดสรรผู้สมัครที่มีคุณภาพลงชิงเก้าอี้ สก. แทน</p><h2>ประวัติของชวัลพัชร สำเร็จวาณิชย์</h2><p>นางสาวชวัลพัชร สำเร็จวาณิชย์ หรือ อาย เป็นหลานสาวของนายวิบูล สำเร็จวาณิชย์ อดีต สก.เขตลาดกระบัง และนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โดยทั้งสองมีความสนิทสนมกันมากเป็นพิเศษ มักไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด นางสาวชวัลพัชรจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) และที่ผ่านมาได้ทำงานเป็นผู้ช่วยลงพื้นที่ทำกิจกรรมสาธารณกุศลในเขตลาดกระบัง รวมถึงมีบทบาทสำคัญในการสื่อสารกับประชาชนผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อประชาสัมพันธ์นโยบายและกิจกรรมช่วยเหลือชุมชนของครอบครัว</p><h3>เป้าหมายในการลงสมัคร</h3><p>ในการเลือกตั้งครั้งนี้ นางสาวธีรรัตน์ได้ประกาศเปิดตัวนางสาวชวัลพัชร เพื่อท้าชิงเก้าอี้ สก.ในเขตลาดกระบัง โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาพื้นที่ถิ่นเก่าของตระกูลสำเร็จวาณิชย์เอาไว้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ครอบครัวมีความผูกพันและทำงานเพื่อชุมชนมาอย่างยาวนาน</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 13:26:05 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[“อนุทิน” ลงพื้นที่หาดฟรีดอมภูเก็ต ขอโทษประชาชนที่มาช้า กำชับเร่งแก้ปัญหาบุกรุก]]></title>
				<category>รัฐบาล</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/rattaban/article-36750.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เมื่อเวลา 17.20 น. วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ ได้นั่งเฮลิคอปเตอร์จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี เดินทางต่อไปยังบริเวณพื้นที่หาดฟรีดอม ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเชื่อมต่อกับพื้นที่ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามความคืบหน้าการจับกุมและปราบปรามขบวนการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติบริเวณใกล้หาดฟรีดอม</p><h2>พบปะประชาชนรับฟังปัญหา</h2><p>เมื่อมาถึง นายกรัฐมนตรีและคณะได้พบปะกับพี่น้องประชาชนที่มารออยู่บริเวณปากทางลงชายหาดฟรีดอมเป็นจำนวนมาก เพื่อแจ้งเรื่องราวและปัญหาต่างๆ ที่ถูกกลุ่มบุคคลใช้อิทธิพลข่มขู่ ขับไล่ และทำร้ายร่างกายให้ออกจากพื้นที่ ซึ่งก่อนหน้านี้จังหวัดภูเก็ตได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ตามข้อร้องเรียน พบการบุกรุกพื้นที่ป่าในบริเวณใกล้หาดฟรีดอม ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต และพื้นที่คาบเกี่ยวกับพื้นที่ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต โดยเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึด จับกุม และร้องทุกข์กล่าวโทษได้รวม 23 คดี ครอบคลุมพื้นที่กว่า 58 ไร่ มีผู้ถูกจับกุม 17 คน และอยู่ระหว่างติดตามความคืบหน้าทางคดีอย่างใกล้ชิด</p><h3>ผู้ต้องหาเพิ่มเติมเข้ามอบตัว</h3><p>ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 มีผู้ต้องหาเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรกะรน กรณีการบุกรุกพื้นที่บริเวณใกล้หาดฟรีดอม ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต อีก 1 ราย จากนั้นนายกรัฐมนตรีและคณะรับฟังบรรยายสรุปจากผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ป้องกันจังหวัดภูเก็ต ตลอดจนผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต และผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งชี้แจงข้อพิพาทและปัญหาการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติบริเวณใกล้หาดฟรีดอม รวมทั้งการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่มีการบุกรุก</p><h2>นายกฯ ขอโทษที่มาช้า</h2><p>หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีพูดคุยกับชาวบ้านที่มารอพบเพื่อแจ้งปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ดังกล่าว บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้มและการพูดคุยแบบกันเองระหว่างนายกรัฐมนตรีกับกลุ่มชาวบ้าน โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอโทษที่มาช้า พร้อมระบุว่าเป็นความผิดของตนที่เข้ามาพบพี่น้องประชาชนล่าช้า วันนี้มารับฟังปัญหาต่างๆ ด้วยตนเอง จากนี้ไปทุกคนไม่ต้องเป็นห่วง ทุกอย่างจะต้องเรียบร้อย</p><h3>แนวทางบริหารจัดการหาดฟรีดอม</h3><p>การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรับฟังปัญหาและรายงานสถานการณ์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกำหนดทิศทางการบริหารจัดการหาดฟรีดอม ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต อย่างเป็นระบบ โดยเน้นการบูรณาการทุกภาคส่วนในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด ควบคู่กับการคุ้มครองสิทธิของประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมาใช้บริการชายหาดได้อย่างสะดวกและอุ่นใจ</p><p>ต่อมา นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คดีบุกรุกพื้นที่สาธารณะบริเวณหาดฟรีดอมได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนแล้วเสร็จ และสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา พร้อมระบุว่าประชาชนไม่จำเป็นต้องมาขอความเมตตาจากตนเอง และได้แสดงความเสียใจ ขออภัยที่ลงพื้นที่ล่าช้าจนทำให้ได้รับผลกระทบจากการถูกผู้มีอิทธิพลรังแก ยืนยันว่าได้กำชับหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ให้เร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และเฝ้าระวังไม่ให้เกิดผลกระทบในอนาคต ควบคู่กับการมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูลเพื่อวางแผนบริหารจัดการและกำหนดแนวทางการใช้ประโยชน์พื้นที่หาดฟรีดอมในระยะต่อไปอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 13:31:49 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ปตท.-บางจาก ปรับขึ้นน้ำมัน 70 สตางค์/ลิตร มีผลพรุ่งนี้ 05.00 น.]]></title>
				<category>การลงทุน</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kanlungtun/70-14-36744.html</link>
				<description><![CDATA[<p>วันนี้ (13 พฤษภาคม 2569) สถานีบริการน้ำมัน ปตท. และบางจาก ประกาศปรับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล และกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิด เพิ่มขึ้น 0.70 บาทต่อลิตร โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป</p><h2>ราคาน้ำมันใหม่ของบางจาก</h2><p>สำหรับปั๊มบางจาก ราคาขายปลีกมีดังนี้</p><ul><li>ดีเซล B20: 34.45 บาท/ลิตร</li><li>ไฮดีเซล S: 41.45 บาท/ลิตร</li><li>ไฮพรีเมียมดีเซล พลัส: 61.25 บาท/ลิตร</li><li>ไฮพรีเมียมแก๊สโซฮอล์ 98 พลัส: 55.09 บาท/ลิตร</li><li>แก๊สโซฮอล์ E85S EVO: 32.99 บาท/ลิตร</li><li>แก๊สโซฮอล์ E20S EVO: 37.05 บาท/ลิตร</li><li>แก๊สโซฮอล์ 91S EV: 43.68 บาท/ลิตร</li><li>แก๊สโซฮอล์ 95S EVO: 44.05 บาท/ลิตร</li></ul><h2>ราคาน้ำมันใหม่ของ ปตท.</h2><p>สำหรับปั๊ม ปตท. ราคาขายปลีกมีดังนี้</p><ul><li>ดีเซล B20: 34.45 บาท/ลิตร</li><li>ดีเซล: 41.45 บาท/ลิตร</li><li>แก๊สโซฮอล์ E85: 32.99 บาท/ลิตร</li><li>แก๊สโซฮอล์ E20: 37.05 บาท/ลิตร</li><li>แก๊สโซฮอล์ 91: 43.68 บาท/ลิตร</li><li>แก๊สโซฮอล์ 95: 44.05 บาท/ลิตร</li><li>เบนซิน: 53.64 บาท/ลิตร</li><li>ซูเปอร์พาวเวอร์ ดีเซล: 61.25 บาท/ลิตร</li><li>ซูเปอร์พาวเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95: 51.54 บาท/ลิตร</li></ul><p>การปรับขึ้นครั้งนี้เป็นไปตามต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น สะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจไทยที่เปราะบางและวิกฤตพลังงาน โดยทีทีบีชี้ว่าเงินบาทเสี่ยงอ่อนค่า เศรษฐกิจชะลอ หนี้สูง และต้นทุนพุ่ง ส่งผลให้ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนเมษายนลดลง</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 13:07:31 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[สายมูแน่น "อาศรมฤาษีเณร" แห่ขอโชคลาภ ส่องอ่างน้ำมนต์หาเลขเด็ด 16/5/69]]></title>
				<category>ผู้บริโภค</category>
				<link>https://siampost24.com/sangkhom/phuboripha/article-36741.html</link>
				<description><![CDATA[<p>วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่อาศรมฤาษีเณร ธาตุพุทธคุณ ตั้งอยู่บนถนนวงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 ตำบลโพแตง อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่ามีประชาชนจำนวนมากเดินทางมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในอาศรมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นปู่ฤาษีพรหมเมศองค์ใหญ่ที่สุดในโลก กุมารทองเจ้าสัวเฮง ท้าวเวสสุวรรณ 9 หน้า เจ้าแม่ตะเคียน เจ้าเงาะในถ้ำจินดามณี และปู่ฤาษีเกล็ดแก้วองค์ปฐมนาคราช โดยผู้ที่ประสบความสำเร็จตามที่ขอได้นำสิ่งของต่างๆ เช่น ฟักทอง น้ำแดง ข้าวสาร ขนม และของเล่น มาแก้บนตามความเชื่อ</p><h2>พิธีเสริมสิริมงคลและเหตุการณ์อัศจรรย์</h2><p>นอกจากนี้ ประชาชนยังได้เข้าร่วมพิธีเสริมสิริมงคล อาทิ พิธียกพ่อแก่ การลงคาถาเงินล้านในกระเป๋าสตางค์ และให้เกจิอาจารย์ชื่อดังอย่าง "อาจารย์ฤาษีเณร ธาตุพุทธคุณ" ลงนะหน้าทองและเจิมมือเปิดดวงเศรษฐี โดยในช่วงพิธียกพ่อแก่ได้เกิดเหตุการณ์อัศจรรย์ เมื่อผู้เข้าร่วมพิธีหลายคนมีอาการตัวสั่น กรีดร้อง และขยับร่างกายอย่างรุนแรง ซึ่งเชื่อว่าเป็นอาการของขึ้น ตามความเชื่อทางจิตวิญญาณ</p><h3>การนำสิ่งของแก้บนไปบริจาค</h3><p>สำหรับสิ่งของแก้บนทั้งหมดที่ประชาชนนำมาถวาย ทางอาศรมฤาษีเณรจะรวบรวมเพื่อนำไปบริจาคให้แก่โรงเรียน วัด โรงพยาบาล และมูลนิธิต่างๆ เพื่อใช้ประโยชน์ในสาธารณกุศลต่อไป</p><h3>ส่องอ่างน้ำมนต์พบเลขเด็ด</h3><p>ขณะที่บริเวณศาลาบุญช่วย ประชาชนยังคงให้ความสนใจส่องเลขอ่างน้ำมนต์เพื่อนำไปเสี่ยงโชค โดยในวันนี้ปรากฏเลข 1 2 3 4 5 6 ลอยจับกลุ่มกัน ซึ่งนักเสี่ยงโชคต่างเรียกกันว่า "เทวะบันดาล"</p><h2>สัมภาษณ์ผู้มาแก้บน</h2><p>จากการสอบถาม คุณพิมพาศิริ มงคลเรืองระวี อายุ 69 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า วันนี้ได้นำข้าวสาร บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป นม ปลากระป๋อง และไข่ไก่มาแก้บนปู่ฤาษีพรหมเมศ เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มาขอพรให้กิจการประสบความสำเร็จ ซึ่งผลปรากฏว่าเป็นไปตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ทุกประการ จึงเดินทางมาทำบุญแก้บนในวันนี้</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 13:02:09 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[นายกฯ เปิดทำเนียบฯ ถก CEO ยักษ์ใหญ่ 15 พ.ค. นี้ แลกเปลี่ยนมุมมองเศรษฐกิจ]]></title>
				<category>รัฐบาล</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/rattaban/ceo-15-36740.html</link>
				<description><![CDATA[<p>วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 15 พฤษภาคม เวลา 17.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเป็นประธานเปิดเวทีหารือร่วมระหว่างรัฐบาลและภาคเอกชน ภายใต้หัวข้อ “ผู้ประกอบการพูด รัฐบาลฟัง” ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล</p><h2>เปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากเอกชน</h2><p>การหารือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดพื้นที่รับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเชิงลึกจากภาคเอกชน ในการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากภาคเอกชน 10 กลุ่ม เข้าร่วม ประกอบด้วย</p><ul><li>กลุ่มสถาบันหลัก (กกร.)</li><li>กลุ่มการเงิน</li><li>กลุ่มเกษตรและอาหาร</li><li>กลุ่มยานยนต์</li><li>กลุ่มพลังงาน</li><li>กลุ่มก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์</li><li>กลุ่มสุขภาพ</li><li>กลุ่มโรงแรมและท่องเที่ยว</li><li>กลุ่มค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภค</li><li>กลุ่มเทคโนโลยี</li></ul><p>องค์กรที่เข้าร่วม อาทิ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กลุ่มบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (ซีพี) กลุ่มเครือเบทาโกร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) และกลุ่มเซ็นทรัล เป็นต้น</p><h3>ผู้เข้าร่วมกว่า 100 คน</h3><p>สำหรับเวทีดังกล่าว จะมีผู้เข้าร่วมประมาณ 100 คน ประกอบด้วย คณะรัฐมนตรี (ครม.) หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ผู้บริหารระดับสูงภาคเอกชน สื่อมวลชน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของรัฐบาลของนายอนุทิน โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ ที่พร้อมเปิดวงสนทนา Open Dialogue เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนมุมมองอย่างเสรี ในบรรยากาศที่เปิดกว้าง และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคธุรกิจ</p><h2>งานเลี้ยงอาหารค่ำที่ตึกสันติไมตรี</h2><p>จากนั้นเวลา 19.00 น. นายกรัฐมนตรีจะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำที่ตึกสันติไมตรี พร้อมกล่าวขอบคุณผู้บริหารระดับสูงภาคเอกชนที่เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในครั้งนี้ เพื่อร่วมกันผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างมีศักยภาพและยั่งยืนต่อไป</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 12:49:19 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[จีนส่งยานฉางเอ๋อ-6 เก็บตัวอย่างดินจากด้านไกลของดวงจันทร์สำเร็จ]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/6-36739.html</link>
				<description><![CDATA[<p>องค์การอวกาศจีน (CNSA) ประสบความสำเร็จในการส่งยานฉางเอ๋อ-6 (Chang'e-6) ลงจอดบนด้านไกลของดวงจันทร์ และเก็บตัวอย่างดินจากพื้นผิวดวงจันทร์ได้เป็นครั้งแรกของโลก โดยยานได้ลงจอดในบริเวณแอ่งขั้วใต้-เอตเคน (South Pole-Aitken Basin) ซึ่งเป็นหลุมอุกกาบาตขนาดใหญ่ที่สุดบนดวงจันทร์</p><h2>ความสำเร็จครั้งสำคัญของโครงการอวกาศจีน</h2><p>การเก็บตัวอย่างดินจากด้านไกลของดวงจันทร์ถือเป็นความท้าทายทางเทคนิคอย่างมาก เนื่องจากด้านนี้ไม่สามารถสื่อสารโดยตรงกับโลกได้ ต้องอาศัยดาวเทียมถ่ายทอดสัญญาณ ยานฉางเอ๋อ-6 ใช้เวลาประมาณ 53 วันในการเดินทางจากโลกไปยังดวงจันทร์ และปฏิบัติภารกิจเก็บตัวอย่าง โดยใช้ทั้งการเจาะและขุดตักดินเพื่อเก็บตัวอย่างที่มีน้ำหนักประมาณ 2 กิโลกรัม</p><h3>รายละเอียดภารกิจ</h3><p>ยานฉางเอ๋อ-6 ประกอบด้วย 4 ส่วนหลัก ได้แก่ ยานโคจร ยานลงจอด ยานขึ้น และยานบรรทุกตัวอย่าง หลังจากลงจอด ยานได้ใช้แขนกลและสว่านเจาะเก็บตัวอย่างดินและหินใต้พื้นผิว จากนั้นตัวอย่างถูกบรรจุในภาชนะพิเศษและส่งกลับขึ้นไปยังยานโคจร ซึ่งจะนำกลับมายังโลกในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า</p><ul><li>ภารกิจนี้เป็นการเก็บตัวอย่างจากด้านไกลของดวงจันทร์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์</li><li>ตัวอย่างดินจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์เข้าใจประวัติศาสตร์ทางธรณีวิทยาของดวงจันทร์และระบบสุริยะมากขึ้น</li><li>จีนวางแผนที่จะส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ภายในปี 2030</li></ul><p>ความสำเร็จของฉางเอ๋อ-6 ตอกย้ำถึงความก้าวหน้าของโครงการอวกาศจีน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ส่งยานฉางเอ๋อ-4 ลงจอดด้านไกลของดวงจันทร์ในปี 2019 และยานฉางเอ๋อ-5 เก็บตัวอย่างจากด้านใกล้ในปี 2020</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 12:20:26 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เมย์ พิชญ์นาฎ เปิดใจเส้นทางมีลูก 2 ปี ทุ่มทุกวิธี ส่งกำลังใจคนมีลูกยาก]]></title>
				<category>ดาราต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/bantoeng/celebrity/2-36737.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับหลายครอบครัว สำหรับคุณแม่ป้ายแดง <strong>เมย์ พิชญ์นาฎ</strong> ที่ล่าสุดได้ออกมาโพสต์เล่าประสบการณ์ส่วนตัวผ่านอินสตาแกรม @maypitchy ถึงเส้นทางการพยายามมีลูกตลอดระยะเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมา โดยเจ้าตัวได้โพสต์คลิปบอกเล่าเรื่องราวตั้งแต่วันแรกของการวางแผนมีลูก พร้อมแชร์วิธีการต่าง ๆ ที่ทำมาตลอด ทั้งการดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง การปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง รวมถึงการเดินทางไปไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายแห่ง เพื่อเสริมกำลังใจให้ตัวเองและครอบครัว</p><h2>เส้นทางที่ไม่ง่าย</h2><p>คุณแม่ป้ายแดงยังเผยด้วยว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องใช้ทั้งความอดทนและกำลังใจอย่างมาก แต่ก็ไม่เคยยอมแพ้ และพยายามดูแลตัวเองอย่างดีที่สุด จนในที่สุดก็ได้รับข่าวดีสมความตั้งใจ ซึ่งก็มีเพื่อนในวงการบันเทิงและชาวเน็ต เข้ามาร่วมแสดงความยินดีและชื่นชมในความเข้มแข็งของเจ้าตัวมากมาย ที่กล้าออกมาแชร์ประสบการณ์จริง เพื่อเป็นกำลังใจให้กับคู่รักหรือผู้หญิงวัย 40+ ที่กำลังเผชิญปัญหามีลูกยากอีกด้วย</p><h3>ความพยายามในระยะเวลากว่า 2 ปี เมย์ทำอะไรไปบ้าง?</h3><ul><li>เมย์ปรึกษาคุณหมอเก่งๆ มาทั้งหมด 4 คน</li><li>เก็บไข่ (ICSI) มาแล้วทั้งหมด 11 ครั้ง</li><li>ฉีดเชื้อ (IUI) มาแล้ว 4-5 ครั้ง</li><li>กินยาจีนมาแล้ว 1 ปี</li><li>ไหว้พระขอลูก มานับไม่ถ้วน (ทุกวันนี้ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าองค์ไหนให้มา?)</li><li>เล่นกับหลาน (เค้าบอกว่าเล่นกับหลานเยอะๆ แล้วลูกจะมาเกิด)</li><li>เหลือซื้อหมากับแมวมาเลี้ยงที่ยังไม่ได้ทำ</li></ul><p>หลังจากผิดหวังอย่างหนักในปีแรก สามีก็พาไปเที่ยวพักผ่อนจนสบายใจ ในปีที่สองก็กลับมาฮึดใหม่ ปีนี้ไม่เร่งเก็บไข่ เน้นฟื้นฟูร่างกาย เริ่มลองไปหาหมอแมะ (หมอมินท์ คลินิกแพทย์แผนจีนหัวเฉียว) เริ่มกินยาจีน ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่ดี ทานของหวานน้อยลง นอนเร็วขึ้น หากิจกรรมที่ไม่เครียด ออกกำลังกายเบาๆ ตรวจฮอร์โมนทุกเดือน เดือนไหนฮอร์โมนไม่ดีไม่เก็บไข่ หลังจากกินยาจีนและปรับพฤติกรรมอยู่ประมาณหกเดือน ค่าฮอร์โมนต่างๆ ดีขึ้นมาก จึงได้กลับไปเก็บไข่ต่อในรอบ 10 และ 11 ได้ตัวอ่อนที่มีคุณภาพมาทั้งสองรอบ ผ่านโครโมโซม และสุดท้ายใส่ทีเดียวติด (คุณหมอสมเจตต์ ที่เจตนิน)</p><h3>กำลังใจถึงทุกคน</h3><p>เมย์ทิ้งท้ายข้อความผ่านโพสต์เอาไว้เพื่อเป็นการส่งข้อความให้กำลังใจทุกคนที่กำลังพยายามมีลูก ขออย่าท้อ และเชื่อว่าสักวันหนึ่งข่าวดีจะมาถึงเหมือนที่เธอได้รอคอยเช่นกัน</p><blockquote><em>"เมย์หวังว่าโพสต์ของเมย์นี้ จะมีประโยชน์ สำหรับทุกคนที่มีลูกยาก และผู้หญิงทุกคนที่กำลังพยายามมีลูกนะคะ หมั่นดูแลสุขภาพกาย และสุขภาพใจให้ดี ถ้าทุกอย่างพร้อม ดวงมา ลูกเค้าจะมาแบบง่ายๆ เลยค่ะ เมย์ทำได้ ทุกคนก็ทำได้ สู้ดิวะ พส"</em></blockquote>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 12:08:17 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[สโมสรดังยุโรปแห่ยื่นข้อเสนอคว้าตัวดาวรุ่งฟอร์มแรง]]></title>
				<category>ฟุตบอลต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/footballworld/article-36736.html</link>
				<description><![CDATA[<p>สโมสรฟุตบอลชั้นนำในยุโรปหลายแห่งกำลังให้ความสนใจอย่างจริงจังในการคว้าตัวดาวรุ่งฟอร์มแรงรายหนึ่ง ซึ่งกำลังโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ โดยมีรายงานว่าสโมสรจากพรีเมียร์ลีกอังกฤษและลาลีกาสเปนได้ยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการแล้ว</p><h2>ฟอร์มร้อนแรงดึงดูดความสนใจ</h2><p>นักเตะรายนี้ซึ่งยังอยู่ในวัยเพียง 19 ปี สามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่นทั้งในเกมลีกและถ้วยยุโรป โดยทำไปแล้ว 12 ประตูและ 8 แอสซิสต์จากการลงสนาม 25 นัดในฤดูกาลนี้ ซึ่งทำให้เขากลายเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของตลาดซื้อขายนักเตะในช่วงซัมเมอร์นี้</p><h3>สโมสรที่ให้ความสนใจ</h3><ul><li><strong>สโมสรจากพรีเมียร์ลีก:</strong> แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล และ อาร์เซนอล ต่างก็ส่งแมวมองไปติดตามฟอร์มของเขาอย่างใกล้ชิด</li><li><strong>สโมสรจากลาลีกา:</strong> เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลนา ก็แสดงความจำนงที่จะร่วมวงด้วยเช่นกัน</li><li><strong>สโมสรจากบุนเดสลีกา:</strong> บาเยิร์น มิวนิก ก็เป็นอีกหนึ่งทีมที่ให้ความสนใจ</li></ul><h2>ค่าตัวที่สูงลิ่ว</h2><p>ด้วยฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรง ทำให้ค่าตัวของนักเตะรายนี้พุ่งสูงถึง 80 ล้านยูโร ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคสำหรับบางสโมสร แต่ก็มีหลายทีมที่พร้อมจะทุ่มเงินเพื่อคว้าตัวเขาไปร่วมทีม</p><p>นักเตะรายนี้มีสัญญากับสโมสรปัจจุบันจนถึงปี 2028 แต่มีค่าฉีกสัญญาที่ 100 ล้านยูโร ซึ่งทำให้สโมสรที่สนใจต้องเจรจาอย่างหนักเพื่อให้ได้ตัวเขามาครอง</p><h3>อนาคตที่สดใส</h3><p>นักเตะรายนี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่มีอนาคตไกลที่สุดในยุโรป และการย้ายทีมครั้งนี้อาจเป็นก้าวสำคัญในเส้นทางอาชีพของเขา โดยแฟนบอลต่างรอคอยที่จะเห็นว่าเขาจะเลือกเล่นให้กับสโมสรใดในฤดูกาลหน้า</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 12:10:46 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[พาย สุนิษฐ์ ปิดไอจีชั่วคราว หลังดราม่าครอบครัวกับทราย สก๊อต]]></title>
				<category>ดนตรี</category>
				<link>https://siampost24.com/bantoeng/dontri/article-36735.html</link>
				<description><![CDATA[<p>หลังจากที่เกิดกระแสดราม่ากรณีที่ ทราย สิรณัฐ สก๊อต หรือ ทราย สก๊อต น้องชายของ พาย สุนิษฐ์ สก๊อต หรือ พาย สก๊อต ออกมาโพสต์คลิปพูดถึงปัญหาภายในครอบครัว ก่อนที่ พาย สุนิษฐ์ อัดคลิปโต้กลับ ทราย สก๊อต ว่าไม่เป็นความจริง</p><p>และเป็นประเด็นสะเทือนโซเชียลอีกระลอกเมื่อ ทราย สก๊อต ได้โพสต์เสียงที่เป็นเสียงสนทนาของผู้ชายสองคน ซึ่งเป็นคลิปที่ทรายเคยอ้างว่าเป็นหลักฐาน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์</p><h2>พาย ปิดไอจีชั่วคราว</h2><p>ล่าสุดชาวโซเชียลก็สังเกตว่าพายได้ปิดไอจีชั่วคราวแล้ว หลังจากที่เข้าไปเสิร์ชอินสตาแกรม @piskyhigh แต่กลับขึ้นว่าไม่พบผู้ใช้ไอจีดังกล่าว และเมื่อคลิกลิงก์ไอจีของพาย กลับกลายเป็นว่าไม่มีจำนวนผู้ติดตามและกำลังติดตาม และล็อกไอจีเป็นส่วนตัว ซึ่งโดยปกติจะขึ้นจำนวนผู้ติดตามและกำลังติดตาม แม้จะล็อกไอจีเป็นส่วนตัวก็ตาม</p><p>งานนี้ทำเอาหลายคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับพายด้วย</p><p>คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 12:32:58 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[แบดมินตันไทยรุ่ง! 2 คู่ผสมคว้าแชมป์ในรายการระดับโลก]]></title>
				<category>แบดมินตัน</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/badminton/2-36734.html</link>
				<description><![CDATA[<p>วงการแบดมินตันไทยกำลังร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อนักกีฬาไทย 2 คู่ผสมสามารถคว้าแชมป์ในรายการระดับโลกได้สำเร็จ สร้างความปลื้มปีติให้กับแฟนกีฬาชาวไทยเป็นอย่างมาก</p><h2>คู่ผสมที่ 1 คว้าแชมป์โลก</h2><p>คู่แรกคือ <strong>เดชาพล พัววรานุเคราะห์</strong> และ <strong>ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย</strong> ซึ่งสามารถเอาชนะคู่ผสมจากจีนไปได้อย่างขาดลอย ด้วยสกอร์ 2-0 เกม ทำให้พวกเขาคว้าแชมป์โลกครั้งแรกในชีวิต</p><h2>คู่ผสมที่ 2 คว้าแชมป์โลก</h2><p>อีกคู่คือ <strong>ศุภกิตติ์ วิศรุตเวช</strong> และ <strong>ปุญญดา ภิรมย์ภักดี</strong> ที่สามารถเอาชนะคู่ผสมจากญี่ปุ่นในการแข่งขันที่น่าตื่นเต้น โดยใช้เวลา 3 เกม ก่อนจะคว้าชัยชนะมาได้</p><h3>ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่</h3><p>ความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ของวงการแบดมินตันไทย เพราะเป็นการคว้าแชมป์โลกถึง 2 รายการในเวลาเดียวกัน ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน</p><ul><li>เดชาพล-ทรัพย์สิรี คว้าแชมป์โลกประเภทคู่ผสม</li><li>ศุภกิตติ์-ปุญญดา คว้าแชมป์โลกประเภทคู่ผสมเช่นกัน</li></ul><h3>การสนับสนุนจากแฟนกีฬา</h3><p>แฟนกีฬาชาวไทยต่างแสดงความยินดีผ่านโซเชียลมีเดียมากมาย โดยเฉพาะการชื่นชมผลงานที่ยอดเยี่ยมของนักกีฬาทั้ง 4 คน ที่ทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในวงการแบดมินตันโลก</p><h2>อนาคตของแบดมินตันไทย</h2><p>ด้วยความสำเร็จนี้ ทำให้วงการแบดมินตันไทยมีอนาคตที่สดใส และเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬารุ่นใหม่ๆ ต่อไป</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 12:22:20 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[หนุ่มใหญ่สั่งยาย้อมผมออนไลน์ แพ้หนักหัวพุพอง น้ำเหลืองไหลเต็มหน้า]]></title>
				<category>คดีโกง</category>
				<link>https://siampost24.com/atchayakam/khadikong/article-36733.html</link>
				<description><![CDATA[<p>จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "คุณเว้ง ข้าวต้มปลาซิ่งราชบุรี" ได้โพสต์คลิปพร้อมข้อความเตือนภัย หลังสั่งซื้อยาย้อมผมออนไลน์แล้วเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง โดยระบุว่า "ยาย้อมผมทำผมแย่เลยครับ น้ำเหลืองไหลหน้าผากบวมบริเวณที่ทาโดนหู โดนร่างกายตรงไหนคันแสบหมด ไม่ได้โจมตีใครนะแค่ผมอาจทำไม่เป็นหรือเปล่า (บางคนไม่แพ้แต่ผมแพ้รุนแรงครับ) แสบคันน้ำเหลืองไหลติดผม ผมก็บางและน้อยด้วย ไปหาหมอให้ยาแก้อักเสบมากิน ที่ต้องพันผ้าแบบนี้เพราะนอนไม่ได้เวลาจะหลับขยับตัวติดหมอนทรมาน (ไม่ได้โจมตีใครแค่เตือนให้ระวังไว้ ลองแต้มๆ ผิวหนังก่อนย้อมจริงหนังหัวสักสองสามวัน) แสบคันน้ำเหลืองไหล ผมร่วงหมดหัวทำไงใครช่วยได้บ้างครับ"</p><h2>พบตัวเจ้าของโพสต์ พ่อค้าข้าวต้มชื่อดัง</h2><p>ล่าสุดวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบนายเว้ง หรือนายพิชิต แซ่ตัน อายุ 44 ปี พ่อค้าร้านข้าวต้มชื่อดังในเขตเทศบาลเมืองราชบุรี และเป็นเจ้าของโพสต์ดังกล่าว นายเว้งเล่าว่าได้สั่งซื้อยาย้อมมาจาก TikTok เนื่องจากเห็นโฆษณาน่าเชื่อถือ อ้างเป็นผลิตภัณฑ์จากสารสกัดธรรมชาติและราคาถูก โดยเริ่มย้อมเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา แต่หลังย้อมเพียง 5 นาที กลับรู้สึกแสบคันอย่างรุนแรง แม้จะรีบอาบน้ำสระผมเพื่อล้างออกและกินยาแก้แพ้ แต่อาการไม่ดีขึ้น</p><h3>อาการหนักขึ้นในวันรุ่งขึ้น</h3><p>เช้าวันรุ่งขึ้น อาการกลับแย่ลง ผิวหน้าบริเวณที่ทายาย้อมผมตึงผิดปกติ น้ำเหลืองหนืดไหลเต็มใบหน้าและศีรษะ ตามด้วยอาการบวมแดงและคันไปทั้งตัว ผิวหนังตามลำตัวไหม้และคันมากจนเกาเป็นรอยเล็บทั่วตัว ลูกต้องรีบพาไปพบแพทย์</p><h3>แพทย์ระบุหนังศีรษะอักเสบรุนแรง</h3><p>แพทย์ระบุว่าหนังศีรษะมีอาการอักเสบรุนแรงและมีบาดแผลแดง แต่ยังไม่สามารถระบุชนิดสารเคมีที่แพ้ได้ชัดเจน นายเว้งพยายามติดต่อร้านค้าเพื่อขอความรับผิดชอบ แต่ถูกปฏิเสธโดยอ้างว่าผู้ซื้อไม่อ่านคำเตือน ทั้งที่ผลิตภัณฑ์ไม่มีฉลากภาษาไทย มีเพียงข้อมูลภาษาต่างประเทศเท่านั้น</p><h2>ดำเนินการทางกฎหมาย</h2><p>จากนั้นนายเว้งเข้าปรึกษาศูนย์ดำรงธรรม ซึ่งประสานให้ สคบ. ดูแล และปรึกษาสาธารณสุขจังหวัดราชบุรี ที่ประสานกับ อย. ตรวจสอบพบว่ายาย้อมผมดังกล่าวไม่มีเลขจดแจ้งถูกต้องกับ อย. นายเว้งเตรียมเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อตรวจหาสารอันตรายที่โรงพยาบาลเฉพาะทาง และจะดำเนินคดีกับร้านค้าให้ถึงที่สุด</p><h3>แจ้งความแล้ว ร้านค้าเงียบหาย</h3><p>เบื้องต้นได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองราชบุรี แล้ว พยายามติดต่อเพจผู้ขายแต่ไม่ได้รับคำตอบ ก่อนที่เพจจะเงียบหายไป แต่กลับมีฉลากแจ้งเตือนอาการแพ้เพิ่มขึ้นมาทีหลัง นายเว้งเผยว่าซื้อของออนไลน์บ่อย แต่ครั้งนี้เป็นสินค้าความงามครั้งแรก ที่โพสต์คลิปเพื่อเตือนเป็นอุทาหรณ์</p><h2>ฝากเตือนผู้บริโภค</h2><p>นายเว้งฝากทิ้งท้ายว่า อย่าหลงเชื่อเพียงรีวิวหรือโฆษณาที่ดูน่าเชื่อถือ ควรตรวจสอบเครื่องหมาย อย. และคู่มือการใช้งานที่ชัดเจนก่อนใช้กับร่างกายตนเอง</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 12:07:44 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เจ้าของโรงหมูรวยแล้วไม่ลืม ขนเนื้อหมู 3 ตัน ถวายพระเงินพระทอง]]></title>
				<category>การเลือกตั้ง</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/kanlueaktang/3-36732.html</link>
				<description><![CDATA[<p>บรรยากาศที่วัดสว่างอารมณ์ แคแถว ต.ขุนแก้ว อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม คึกคักเมื่อเจ้าของโรงหมูรายใหญ่ "หมูสดเจ๊โอ๋" ในพื้นที่ ต.บ่อพลับ อ.เมืองนครปฐม นำสิ่งของจำนวนมากมาถวาย โดยประกอบด้วยข้าวสารขนาด 25 กิโลกรัม จำนวน 20 ถุง น้ำดื่ม 100 โหล น้ำแดง 100 โหล หม้อแขกขนาดใหญ่สเตนเลส 10 ใบ และที่สำคัญคือชิ้นส่วนสุกรน้ำหนักรวมกว่า 3 ตัน ทั้งซี่โครงหมู หมูบด เครื่องในหมู เนื้อหมู หมู 3 ชั้น และกระดูกหมู บรรทุกมาในรถห้องเย็น 2 คัน เพื่อถวายหลวงพ่อพระเงินพระทอง และพระครูยติธรรมานุยุต หรือหลวงพ่อแป๊ะ เกจิดังเจ้าอาวาสวัดสว่างอารมณ์</p><h2>วัตถุประสงค์ของการถวาย</h2><p>สิ่งของทั้งหมดนี้จะนำไปใช้ในโรงครัวของวัดเพื่อประกอบอาหารแจกจ่ายให้กับผู้ยากไร้ โรงพยาบาล และโรงเรียนที่วัดให้การสงเคราะห์ ตามที่ผู้ถวายตั้งใจไว้</p><h2>เปิดใจผู้นำของมาถวาย</h2><p>นายมงคล อุดมวิทย์ ผู้นำสิ่งของมาในครั้งนี้ เปิดเผยว่า ได้รับคำสั่งจาก "เจ๊โอ๋" เจ้าของโรงหมู ให้นำของมาถวายเพื่อแก้บน เนื่องจากเจ๊โอ๋เชื่อว่าความสำเร็จและความร่ำรวยในวันนี้เกิดจากบารมีของพระเงินพระทองและคำสอนของหลวงพ่อแป๊ะ ซึ่งตนเป็นลูกศิษย์มานานถึง 10 ปี</p><p>ก่อนที่จะร่ำรวย เจ๊โอ๋เคยเช่าเขียงขายหมูที่ตลาดปฐมมงคล แต่ขายไม่ดี จึงมาขอพรพระเงินพระทองและพบหลวงพ่อแป๊ะ ท่านให้ข้อคิดหลายอย่างและมอบพระเงินพระทองให้บูชา หลังจากนั้นร้านเริ่มขายดีขึ้น มีทุนขยายกิจการเป็นโรงเชือด ส่งเนื้อหมูให้เขียงต่างๆ จนมีเงินสร้างบ้านหลังใหญ่ และกลายเป็นผู้ส่งเนื้อหมูรายใหญ่ในจังหวัดและใกล้เคียง ในวันนี้เจ๊โอ๋ไม่ได้มาร่วมด้วยเพราะกำลังเตรียมขึ้นบ้านใหม่</p><h3>หลวงพ่อแป๊ะประกาศแจกสิ่งของ</h3><p>หลวงพ่อแป๊ะประกาศผ่านเสียงตามสายว่า จะนำสิ่งของที่เจ้าภาพถวายไปแจกจ่ายให้ชาวบ้านบางส่วน และอีกส่วนจะเก็บไว้ในโรงครัวเพื่อประกอบอาหารให้สาธุชน ผู้ยากไร้ รวมถึงโรงพยาบาลหลายแห่ง ตามความประสงค์ของเจ้าภาพ และเพื่อเป็นบุญกุศลเพิ่มเติมแก่ผู้ถวาย</p><h3>คอหวยแห่ส่องทะเบียนรถ</h3><p>นอกจากนี้ บรรดานักเสี่ยงโชคและผู้ชื่นชอบตัวเลขต่างพากันมาจดทะเบียนรถห้องเย็นทั้ง 2 คัน คือ ฒฐ 977 กทม. และ ฒต 8462 เพื่อนำไปเสี่ยงโชคในงวดวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 นี้</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 11:50:43 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เช็กด่วน 3 ข้อแตกต่าง Burnout กับ โรคซึมเศร้า อาการแบบไหนควรพบแพทย์]]></title>
				<category>ออกกำลังกาย</category>
				<link>https://siampost24.com/sukhaphap/exercise/3-burnout-36730.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ตื่นมาแล้วไม่อยากไปทำงาน รู้สึกเหนื่อยล้าสะสม อาจไม่ใช่แค่เรื่องงาน มาเช็กความต่างระหว่าง "ภาวะหมดไฟ" และ "โรคซึมเศร้า" พร้อมสัญญาณเตือนจากกรมสุขภาพจิตที่คุณไม่ควรละเลย</p><h2>ภาวะหมดไฟ (Burnout) ปรากฏการณ์ของคนวัยทำงาน</h2><p>องค์การอนามัยโลก (WHO) และกรมสุขภาพจิต นิยามภาวะหมดไฟว่าเป็นผลมาจากความเครียดเรื้อรังในที่ทำงาน ซึ่งไม่ได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะมีลักษณะเด่นคือความเหนื่อยล้าที่สัมพันธ์กับบทบาทหน้าที่เป็นหลัก</p><h3>3 สัญญาณเตือนภาวะหมดไฟ</h3><ul><li>พลังงานลดลง รู้สึกเหนื่อยล้าทางอารมณ์ เพลียตลอดเวลาแม้จะพักผ่อนแล้ว</li><li>ทัศนคติลบต่องาน เริ่มแยกตัวจากงาน รู้สึกว่างานไม่มีความหมาย หรือมองเพื่อนร่วมงานในแง่ร้าย</li><li>ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ทำงานผิดพลาดบ่อย สมาธิสั้นลง และรู้สึกว่าตนเองทำงานได้ไม่ดีเหมือนเก่า</li></ul><h2>โรคซึมเศร้า เมื่อความหม่นหมองคลุมทุกมิติชีวิต</h2><p>แตกต่างจากหมดไฟ "โรคซึมเศร้า" คือโรคทางจิตเวชที่เกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมอง หรือปัจจัยแวดล้อมที่รุนแรง อาการจะไม่จำกัดอยู่เพียงเรื่องงาน แต่จะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์ และภาพลักษณ์ที่มองตนเอง</p><h3>อาการสำคัญที่ต้องระวัง</h3><ul><li>รู้สึกเศร้า ดิ่ง หรือว่างเปล่าเกือบตลอดเวลา</li><li>หมดความสนใจในกิจกรรมที่เคยชอบ เช่น งานอดิเรก หรือการออกไปเจอเพื่อน</li><li>มีความผิดปกติเรื่องการกินและการนอน</li><li>มีความคิดอยากทำร้ายตัวเองหรือรู้สึกว่าโลกนี้ไม่น่าอยู่</li></ul><h2>ตารางเปรียบเทียบ หมดไฟ (Burnout) VS ซึมเศร้า (Depression)</h2><p>จุดสังเกต ภาวะหมดไฟ (Burnout) โรคซึมเศร้า (Depression)</p><ul><li><strong>สาเหตุ:</strong> เครียดจาก "งาน" เป็นหลัก เกิดจากหลายปัจจัย พันธุกรรม, สารเคมี, สภาพจิตใจ</li><li><strong>ขอบเขตอาการ:</strong> ดีขึ้นเมื่อได้พัก หรืออยู่ไกลจากงาน อาการคงอยู่ตลอด แม้จะเป็นวันหยุดหรือเวลาพัก</li><li><strong>ความรู้สึกต่อตนเอง:</strong> ยังมองเห็นคุณค่าตัวเองในด้านอื่น รู้สึกไร้ค่า สิ้นหวัง โทษตัวเองรุนแรง</li><li><strong>การรักษา:</strong> ปรับสภาพแวดล้อมงาน / พักผ่อน ต้องได้รับคำปรึกษาจากจิตแพทย์ / ใช้ยา</li></ul><h2>ป้องกันก่อนดิ่ง เมื่อไหร่ที่ควรพบแพทย์?</h2><p>หากคุณลองปรับสมดุลชีวิต Work-Life Balance หรือลาพักร้อนแล้ว แต่อาการเศร้าและความรู้สึกไม่อยากทำอะไรยังคงอยู่เกิน 2 สัปดาห์ หรือเริ่มมีความคิดอยากทำร้ายตัวเอง กรมสุขภาพจิตแนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทันที โดยสามารถใช้บริการได้ที่ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 (โทรฟรี 24 ชั่วโมง) แอปพลิเคชัน Sati หรือช่องทางออนไลน์ของโรงพยาบาลรัฐและเอกชน</p><p>ภาวะหมดไฟคือสัญญาณเตือนให้เรา "พัก" แต่โรคซึมเศร้าคือสัญญาณเตือนให้เรา "รักษา" การหมั่นเช็กใจตัวเองอย่างเป็นกลางจะช่วยให้เรากลับมามีความสุขกับการทำงานและใช้ชีวิตได้อีกครั้ง</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 11:48:31 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เตือนภัย Deepfake ปลอมวิดีโอคอล วิธีเช็กง่ายๆ ป้องกันถูกหลอก]]></title>
				<category>อาชญากรรมไซเบอร์</category>
				<link>https://siampost24.com/atchayakam/cybercrime/deepfake-36729.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ก้าวกระโดด Deepfake หรือการสร้างภาพและเสียงสังเคราะห์ให้เหมือนบุคคลจริง กลายเป็นเครื่องมือที่มิจฉาชีพนำมาใช้หลอกลวงเหยื่อ โดยการปลอมตัวเป็นคนใกล้ชิด หัวหน้างาน หรือเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อโทรวิดีโอคอลมาหลอกให้โอนเงินหรือขอข้อมูลส่วนบุคคล ปัจจุบัน AI มีความเนียนมากจนยากจะแยกออกด้วยตาเปล่าหากไม่สังเกตให้ดี</p><h2>5 วิธีเช็ก Deepfake สังเกตจุดผิดปกติด้วยตัวเอง</h2><p>ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์แนะนำให้สังเกตความผิดปกติของวิดีโอที่สร้างจาก AI จากจุดสำคัญดังนี้</p><h3>1. การกะพริบตาและการเคลื่อนไหวของดวงตา</h3><p>AI มักประมวลผลการกะพริบตาได้ไม่เป็นธรรมชาติ ให้สังเกตว่าคู่สนทนากะพริบตาบ่อยเกินไป น้อยเกินไป หรือทิศทางของลูกตาดูไม่สัมพันธ์กับการขยับใบหน้าหรือไม่</p><h3>2. รอยต่อบริเวณใบหน้าและลำคอ</h3><p>สังเกตบริเวณขอบหน้า ผิวหนัง และไรผม หากเป็น Deepfake มักเห็นรอยเบลอ หรือความต่างของสีผิวระหว่างใบหน้าและลำคอที่ไม่เนียนสนิท รวมถึงเงาที่ตกกระทบบนใบหน้าอาจดูผิดเพี้ยนไปจากแสงในสภาพแวดล้อมจริง</p><h3>3. เสียงที่ไม่ตรงกับรูปปาก (Lip-sync)</h3><p>ตรวจสอบว่าคำพูดและจังหวะการขยับปากสอดคล้องกันหรือไม่ หากมีการดีเลย์ หรือรูปปากดูแข็งทื่อ ไม่ตรงกับสระที่ออกเสียง ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นวิดีโอที่ถูกสร้างขึ้น</p><h3>4. การเคลื่อนไหวที่ผิดธรรมชาติ</h3><p>ลองขอให้คู่สนทนาทำท่าทางที่ AI ประมวลผลยาก เช่น การเอามือมาบังหน้าหรือหันข้างแรงๆ หากเป็น Deepfake ภาพบริเวณใบหน้าจะเกิดการบิดเบี้ยวหรือหายไปชั่วขณะ เนื่องจาก AI ไม่สามารถประมวลผลวัตถุที่มาบดบังใบหน้าได้ทันที</p><h3>5. คุณภาพของเสียงและโทนการพูด</h3><p>มิจฉาชีพอาจใช้ AI เลียนเสียง (Voice Cloning) แต่โทนเสียงมักจะดูเรียบเฉยขาดอารมณ์ความรู้สึก หรือมีเสียงรบกวนที่ดูเหมือนถูกสังเคราะห์ขึ้นมา</p><h2>วิธีป้องกันตัวเบื้องต้น มีสติ เช็กให้ชัวร์ ก่อนโอน</h2><p>นอกจากการสังเกตด้วยตาแล้ว การป้องกันในเชิงพฤติกรรมก็สำคัญไม่แพ้กัน</p><ul><li><strong>ตั้งคำถามส่วนตัว</strong> หากสงสัยว่าเป็นคนรู้จัก ให้ลองถามเรื่องที่มีรู้กันแค่สองคน</li><li><strong>ตรวจสอบช่องทางอื่น</strong> วางสายแล้วโทรกลับหาเบอร์เดิมที่บันทึกไว้ในเครื่อง หรือติดต่อผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอื่นๆ ของเขา</li><li><strong>อย่ารีบโอนเงิน</strong> มิจฉาชีพมักสร้างสถานการณ์ให้เกิดความเร่งรีบ เพื่อให้เราขาดสติในการไตร่ตรอง</li></ul><p>ในยุคที่ AI พัฒนาไปไกล การสังเกต Deepfake จึงต้องอาศัยการช่างสังเกตเป็นพิเศษ โดยเฉพาะจังหวะการกะพริบตา รอยต่อบริเวณใบหน้า และเสียงที่ไม่ตรงกับรูปปาก หากพบวิดีโอคอลที่น่าสงสัย ให้ลองขอให้คู่สนทนาเอามือมาบังหน้าหรือหันข้างเพื่อทำลายการประมวลผลของ AI ที่สำคัญที่สุดคือต้องมีสติ ไม่รีบโอนเงินตามคำกดดัน และควรติดต่อกลับหาบุคคลนั้นผ่านช่องทางที่เชื่อถือได้โดยตรง เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพยุคดิจิทัล</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 12:09:26 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[วปอ.68 หมู่ไก่ฟ้าขยายผลโครงการขยะเปียกเรียกเงิน สร้างรายได้ยั่งยืน]]></title>
				<category>การค้า</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankha/68-36728.html</link>
				<description><![CDATA[<p>นักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 68 หมู่ไก่ฟ้า ได้ขยายผลการเรียนรู้โครงการพัฒนาศักยภาพชุมชนศูนย์ต้นแบบแมลงทหารดำ ภายใต้ชื่อ “ขยะเปียก เรียกเงิน” โดยน้อมนำแนวคิดตามแนวพระราชดำริในรูปแบบเศรษฐกิจพอเพียงและการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน</p><h2>การลงพื้นที่ขยายผล</h2><p>เมื่อวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2569 เวลา 8.30 น. นักศึกษา วปอ.68 หมู่ไก่ฟ้า ได้ลงพื้นที่ ณ ค่ายกำแพงเพชรอัครโยธิน จังหวัดสมุทรสาคร โดยมีภาคีเครือข่ายจากหลายหน่วยงานร่วมมือ อาทิ เทศบาลอ้อมน้อย, เทศบาลกระทุ่มแบน, โรงเรียนบ้านดอนไก่ดี, ประมงจังหวัดสมุทรสาคร, เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร, กรมวิชาการเกษตร ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร จังหวัดราชบุรี และสำนักงานพัฒนาที่ดินจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อขยายผลการเรียนรู้การดำเนินโครงการ “ขยะเปียก เรียกเงิน” ครั้งแรก รวมถึงการพัฒนาและปรับปรุงเพื่อนำไปใช้ต่อยอดให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับชุมชนในแต่ละพื้นที่</p><h3>ผลการทดลองนวัตกรรมแมลงทหารดำ BSF</h3><p>จากการทดลองใช้นวัตกรรมแมลงทหารดำ BSF เพื่อย่อยสลายขยะเปียกเป็นครั้งแรก พบว่าไข่หนอน BSF เพียง 50 กรัม ที่เลี้ยงในระยะเวลา 49 วัน สามารถกำจัดขยะได้ถึง 1,059 กิโลกรัม สร้างรายได้มูลค่ากว่า 10,000 บาท พร้อมช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งการประหยัดน้ำ ประหยัดพลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงการเปลี่ยนขยะอาหารให้เป็นปุ๋ยคุณภาพ คืนคุณค่าสู่ดินได้อย่างยั่งยืน</p><h2>เป้าหมายของโครงการ</h2><p>การทดลองครั้งแรกนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาและปรับปรุง เพื่อให้การใช้นวัตกรรมแมลงทหารดำ BSF เป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการย่อยสลายขยะเปียกในประเทศไทย ตรงตามวัตถุประสงค์ของนักศึกษา วปอ.68 หมู่ไก่ฟ้า ที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิต ให้ดำเนินระบบจัดการขยะได้อย่างมืออาชีพ เกิดรายได้หมุนเวียน ไม่พึ่งงบต่อเนื่อง สร้างระบบที่พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน</p><h3>แนวทางการดำเนินงาน</h3><p>นักศึกษา วปอ.68 หมู่ไก่ฟ้า ได้คิดค้นโครงการ “ขยะเปียก เรียกเงิน” โดยมุ่งหวังพัฒนาศักยภาพคนไทย เปลี่ยนภาระให้เป็นทรัพยากร สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนที่ยั่งยืน โดยจะขยายผลอย่างค่อยเป็นค่อยไป และจะมีการติดตามผลความสำเร็จของกลุ่มหน่วยงานที่เข้าร่วมในวันนี้ ว่าโครงการที่แต่ละหน่วยงานได้นำไปต่อยอดและพัฒนา จะเกิดความสำเร็จอย่างไรในอนาคต ตามบริบทและความพร้อม ให้สอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อประโยชน์ของประเทศไทยอย่างสูงสุด</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 11:48:18 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เปิดใจผู้เสียหายคดีแตงโม เผยไม่กลัวใคร ขอสู้เพื่อความจริง]]></title>
				<category>คดีฆาตกรรม</category>
				<link>https://siampost24.com/atchayakam/khadikhatakam/article-36727.html</link>
				<description><![CDATA[<p>จากกรณีคดีแตงโม นิดา ที่สร้างความสนใจไปทั่วประเทศ ล่าสุดผู้เสียหายในคดีดังกล่าวได้ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรก หลังตกเป็นเหยื่อของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่าจะไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งใด พร้อมสู้เพื่อความจริงให้ถึงที่สุด</p><h2>เปิดใจผู้เสียหาย</h2><p>ผู้เสียหายกล่าวว่า ตนเองรู้สึกตกใจและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ไม่คิดว่าจะปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปโดยไม่มีการดำเนินการใดๆ พร้อมย้ำว่าไม่กลัวอิทธิพลใดๆ ทั้งสิ้น ขอเพียงให้ความจริงปรากฏ</p><h3>ขอบคุณกำลังใจ</h3><p>ผู้เสียหายยังกล่าวขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจและติดตามคดีนี้อย่างใกล้ชิด โดยหวังว่าคดีนี้จะเป็นบทเรียนให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของความยุติธรรม</p><ul><li>ไม่กลัวอิทธิพลใดๆ</li><li>พร้อมสู้เพื่อความจริง</li><li>ขอบคุณทุกกำลังใจ</li></ul><p>ด้านทนายความของผู้เสียหายระบุว่า คดีนี้มีความคืบหน้าไปมาก และเชื่อว่าความจริงจะถูกเปิดเผยในเร็ววัน พร้อมย้ำว่าผู้เสียหายจะไม่ยอมให้ใครมาข่มขู่หรือปิดกั้นกระบวนการยุติธรรม</p><p>ทั้งนี้ คดีแตงโม นิดา ยังคงเป็นที่จับตาของสังคม โดยเฉพาะประเด็นการต่อสู้เพื่อความจริงของผู้เสียหายที่หลายคนรอคอย</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 11:38:30 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทภ.2 ยืนยันทหารกัมพูชาเข้าเคารพหลวงตาเยื้อน ไม่ได้กดดัน]]></title>
				<category>ความมั่นคง</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/khwammankhong/2-36726.html</link>
				<description><![CDATA[<p>กองทัพภาคที่ 2 หรือ ทภ.2 ได้ออกมาชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปภาพทหารกัมพูชาเดินทางเข้าพบพระธรรมวชิรญาณโกศล หรือหลวงตาเยื้อน ขนฺติพโล เจ้าอาวาสวัดบูรพาราม พระอารามหลวง จังหวัดสุรินทร์ ขณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการก่อสร้างและปรับปรุงเส้นทางบริเวณแนวชายแดน อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ โดยยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เป็นการปล่อยให้ทหารกัมพูชาเข้ามากดดันแต่อย่างใด แต่เป็นการแสดงความเคารพและพูดคุยกันด้วยความเข้าใจอันดี</p><h2>รายละเอียดเหตุการณ์</h2><p>เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 14.20 น. ระหว่างที่หลวงตาเยื้อนพร้อมคณะลูกศิษย์และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของไทย เดินทางสำรวจเส้นทางยุทธวิธีสายหลัก 2 มุ่งหน้าสู่ฐานปฏิบัติการทศกัณฐ์ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจตระเวนชายแดนดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิดตลอดภารกิจ</p><p>ในระหว่างการสำรวจพื้นที่ ได้มีกำลังทหารกัมพูชาประมาณ 15 นาย ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่บริเวณใกล้เคียง เดินทางเข้ามาพบคณะของหลวงตาเยื้อนด้วยความเคารพศรัทธา พร้อมทั้งสอบถามและแสดงความกังวลต่อการดำเนินการก่อสร้างเส้นทางดังกล่าว เนื่องจากเกรงว่าแนวเส้นทางอาจเข้าใกล้พื้นที่ตั้งฐานปฏิบัติการของฝ่ายตน</p><h2>การชี้แจงของฝ่ายไทย</h2><p>หลวงตาเยื้อนและเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยได้ร่วมกันชี้แจงว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการพัฒนาเส้นทางภายในเขตอธิปไตยของประเทศไทย เพื่อประโยชน์ด้านการคมนาคม การช่วยเหลือประชาชน และการสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน โดยมิได้มีเจตนารุกล้ำอธิปไตยหรือดำเนินกิจกรรมที่ส่งผลกระทบต่อฝ่ายกัมพูชาแต่อย่างใด</p><p>ภายหลังการพูดคุย ทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจที่ดีต่อกัน บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเป็นมิตร ต่อมาในเวลา 16.10 น. หลวงตาเยื้อนและคณะได้เดินทางออกจากพื้นที่โดยสวัสดิภาพ ภายใต้การดูแลรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยอย่างเข้มงวด</p><h2>คำยืนยันจากผู้ร่วมเหตุการณ์</h2><p>นายสงวน คงเงิน ผู้ร่วมดูแลโครงการก่อสร้างถนนในพื้นที่ชายแดนและอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าว เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการระบุว่าฝ่ายกัมพูชาเข้ามาตรวจสอบหรือมีลักษณะกดดันระหว่างการลงพื้นที่นั้น ไม่เป็นความจริง เหตุการณ์ในวันดังกล่าว ฝ่ายกัมพูชาได้เดินทางเข้ามาแสดงความเคารพต่อพระธรรมวชิรญาณโกศล (หลวงตาเยื้อน ขนฺติพโล) และมีการพูดคุยสอบถามกันตามปกติ ไม่ได้มีลักษณะการตรวจสอบหรือสร้างความขัดแย้งตามที่ปรากฏในบางกระแสข่าว</p><p>ทั้งนี้ ยืนยันว่าการดำเนินงานก่อสร้างถนนเป็นการทำงานภายในเขตอธิปไตยของประเทศไทย ไม่มีประเด็นเรื่องการรุกล้ำหรือการเสียดินแดนแต่อย่างใด พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวที่ระบุว่ามีการเสียดินแดนบริเวณ “ช่อง 40 เมตร” รวมถึงข่าวการปิดล้อมหรือกดดันจากฝ่ายทหารประเทศเพื่อนบ้าน โดยยืนยันว่าไม่เป็นความจริง</p><h2>วัตถุประสงค์ของโครงการ</h2><p>สำหรับโครงการก่อสร้างถนนเลียบแนวชายแดน มีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน พัฒนาเส้นทางคมนาคม และยกระดับการเชื่อมต่อพื้นที่ ตั้งแต่หลักเขตที่ 1 ถึงหลักเขตที่ 14 ระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร ไปจนถึงด่านช่องจอม เพื่อเสริมศักยภาพด้านคมนาคมและเศรษฐกิจชายแดนในระยะยาว</p><h2>ข้อสรุปจากกองทัพภาคที่ 2</h2><p>กองทัพภาคที่ 2 ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า กองทัพบกยังคงยึดมั่นในการปกป้องอธิปไตย รักษาผลประโยชน์ของชาติ และดูแลความปลอดภัยของประชาชน ตามแนวชายแดนอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยการประสานงานหรือการพูดคุยในบางพื้นที่ตามแนวชายแดน เป็นกลไกสำคัญในการป้องกันความเข้าใจผิด ลดความตึงเครียด และป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง อันจะส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนทั้งสองประเทศ</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 11:50:46 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[นายกฯ ห่วงใย ปชช. รับมือฝุ่น PM2.5 สั่งการหน่วยงานบูรณาการแก้ไข]]></title>
				<category>ความมั่นคง</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/khwammankhong/pm25-36725.html</link>
				<description><![CDATA[<p>นายกรัฐมนตรีแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น</p><h2>มาตรการเร่งด่วน</h2><p>นายกฯ เน้นย้ำถึงความสำคัญของการดำเนินมาตรการเร่งด่วนในการควบคุมและลดปริมาณฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดที่มีค่าฝุ่นสูง</p><h3>การบูรณาการความร่วมมือ</h3><p>มีการประสานงานระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อดำเนินมาตรการต่างๆ อาทิ การฉีดพ่นละอองน้ำ การตรวจสอบแหล่งกำเนิดฝุ่น และการแจ้งเตือนประชาชน</p><p>นายกฯ ยังขอความร่วมมือจากประชาชนในการลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่น เช่น การเผาในที่โล่ง และการใช้รถยนต์ส่วนตัว โดยแนะนำให้ใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น</p><p>นอกจากนี้ ยังมีการตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 แบบเรียลไทม์ เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการวางแผนและป้องกันตนเองของประชาชน</p><h2>การดูแลสุขภาพ</h2><p>กระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยเมื่อออกนอกบ้าน หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูง และติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด</p><p>นายกฯ กล่าวว่าทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและปลอดภัยจากผลกระทบของฝุ่น PM2.5</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 11:35:39 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[นายกฯ เคาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการใช้จ่ายในประเทศ]]></title>
				<category>การลงทุน</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kanlungtun/article-36724.html</link>
				<description><![CDATA[<p>นายกรัฐมนตรีได้ประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ โดยมุ่งเน้นการเพิ่มการใช้จ่ายภายในประเทศ เพื่อช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ต่างๆ มาตรการดังกล่าวประกอบด้วยการลดภาษี การแจกเงินสด และการสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม</p><h2>รายละเอียดมาตรการ</h2><p>มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ครอบคลุมหลายด้าน ได้แก่ การลดภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7% เหลือ 5% เป็นระยะเวลา 6 เดือน การแจกเงินสดให้ผู้มีรายได้น้อยจำนวน 1,000 บาทต่อคน และการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประกอบการ SMEs เพื่อเสริมสภาพคล่อง</p><h3>ผลกระทบที่คาดหวัง</h3><ul><li>เพิ่มการใช้จ่ายในประเทศร้อยละ 2-3</li><li>ช่วยให้ GDP เติบโตร้อยละ 1.5</li><li>ลดภาระค่าครองชีพของประชาชน</li></ul><p>นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มาตรการนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น และสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเติบโตในระยะยาว รัฐบาลจะติดตามผลอย่างใกล้ชิดและปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม</p><h2>ปฏิกิริยาจากภาคส่วนต่างๆ</h2><p>นักเศรษฐศาสตร์หลายรายแสดงความเห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลดภาษีและการแจกเงินสด แต่ก็มีข้อกังวลเกี่ยวกับหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยืนยันว่ามาตรการนี้อยู่ภายใต้กรอบวินัยการคลัง</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 11:05:03 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[9 วิธีเช็ดคราบกาวเหนียวด้วยของใกล้ตัว หลุดง่ายไม่ทิ้งรอย]]></title>
				<category>ผู้บริโภค</category>
				<link>https://siampost24.com/sangkhom/phuboripha/9-36721.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เวลาที่ลอกป้ายราคาสินค้าหรือสติกเกอร์ออกจากของใช้ ปัญหาที่หลายคนมักพบเจอคือคราบกาวที่หลงเหลืออยู่ หากปล่อยทิ้งไว้มักจะกลายเป็นจุดสะสมของฝุ่นและสิ่งสกปรกจนดูไม่น่ามอง ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการทำความสะอาดระบุว่า การขจัดคราบกาวสามารถใช้หลักการทำละลายจากสิ่งของใกล้ตัวได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงเสมอไป ไทยรัฐออนไลน์ขอนำเสนอ 9 วิธีเช็ดคราบกาวเหนียวที่ทำได้จริง ปลอดภัย และช่วยถนอมพื้นผิวสิ่งของให้กลับมาสะอาดเหมือนใหม่</p><h2>เคล็ดลับและวิธีเช็ดคราบกาวเหนียวด้วยของใช้ใกล้ตัว</h2><h3>1. ใช้น้ำมันพืช หรือเบบี้ออยล์</h3><p>น้ำมันมีคุณสมบัติในการช่วยทำละลายความเหนียวของกาว ถือเป็นวิธีเช็ดคราบกาวเหนียวที่ปลอดภัยต่อพื้นผิวพลาสติกและแก้ว นำสำลีหรือผ้าสะอาดชุบน้ำมันพืชหรือเบบี้ออยล์ นำไปโปะทิ้งไว้บนคราบกาวประมาณ 5-10 นาที จากนั้นค่อยๆ ถูออก คราบกาวจะอ่อนตัวและหลุดลอกออกมา</p><h3>2. แอลกอฮอล์ล้างแผล</h3><p>แอลกอฮอล์มีฤทธิ์เป็นตัวทำละลายชั้นดี เหมาะสำหรับคราบกาวที่ฝังแน่นและติดทน ชุบแอลกอฮอล์ลงบนสำลีแล้วนำไปถูบริเวณที่มีคราบกาวเหนียว แอลกอฮอล์จะระเหยไวและไม่ทิ้งคราบมัน ข้อควรระวัง ไม่ควรใช้กับพื้นผิวที่ทำสีหรือเคลือบเงา เพราะอาจทำให้สีลอกได้</p><h3>3. น้ำส้มสายชู</h3><p>นอกจากใช้ปรุงอาหารแล้ว ฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ของน้ำส้มสายชูยังช่วยสลายคราบกาวได้ดี นำกระดาษทิชชู่อเนกประสงค์ชุบน้ำส้มสายชูให้ชุ่ม แปะทิ้งไว้บนคราบกาวประมาณ 15 นาที กรดจะเข้าไปทำปฏิกิริยากับกาวให้เปื่อยยุ่ย จากนั้นใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดเช็ดซ้ำ</p><h3>4. ความร้อนจากไดร์เป่าผม</h3><p>หากคราบกาวติดอยู่บนพื้นผิวที่ไม่สามารถโดนน้ำหรือของเหลวได้ การใช้ความร้อนคือทางออกที่ดีที่สุด เปิดไดร์เป่าผมลมร้อนจ่อไปที่คราบกาวประมาณ 30-60 วินาที ความร้อนจะทำให้กาวละลายและคลายตัว จากนั้นใช้การ์ดแข็งๆ ค่อยๆ ขูดออกเบาๆ</p><h3>5. เบกกิ้งโซดาผสมน้ำมันพืช</h3><p>สำหรับคราบกาวที่ทั้งเหนียวและหนา การใช้เบกกิ้งโซดาผสมน้ำมันพืชจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขัดถู ผสมเบกกิ้งโซดาและน้ำมันพืชในอัตราส่วน 1:1 คนให้เข้ากันจนเป็นเนื้อครีม นำไปป้ายทิ้งไว้บนคราบกาว 5 นาที แล้วใช้ผ้าหรือฟองน้ำถูออก</p><h3>6. น้ำยาล้างจานผสมน้ำอุ่น</h3><p>วิธีที่อ่อนโยนที่สุดและเหมาะกับภาชนะใส่อาหารหรือเครื่องแก้ว ผสมน้ำยาล้างจานลงในน้ำอุ่น นำสิ่งของที่มีคราบกาวลงไปแช่ทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที น้ำอุ่นและสารทำความสะอาดจะช่วยสลายคราบกาวให้ใช้ฟองน้ำถูออกได้ง่าย</p><h3>7. ยางลบดินสอ</h3><p>เป็นวิธีที่เหมาะสำหรับคราบกาวที่เหลือทิ้งไว้บนพื้นผิวเรียบและแข็ง หรือบนหน้าปกหนังสือ ใช้ยางลบดินสอถูลงไปบริเวณคราบกาวโดยตรง แรงเสียดทานจะทำให้คราบกาวจับตัวกันเป็นก้อนและหลุดออกเป็นขี้ยางลบ</p><h3>8. น้ำยาล้างเล็บ</h3><p>สารอะซิโตนในน้ำยาล้างเล็บมีฤทธิ์ขจัดคราบกาวและสีได้อย่างรวดเร็ว ใช้สำลีชุบน้ำยาล้างเล็บเล็กน้อยเช็ดบริเวณคราบกาว ข้อควรระวัง ห้ามใช้กับพื้นผิวพลาสติกบางชนิดหรือวัสดุทำสี เพราะอาจทำให้พื้นผิวละลายหรือด่างได้</p><h3>9. ใช้เทปกาวดึงคราบกาว</h3><p>การใช้ความเหนียวเพื่อจัดการกับความเหนียว เป็นวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่ได้ผลดีสำหรับคราบกาวที่ยังเพิ่งลอกใหม่ๆ ตัดเทปกาวใสหรือเทปกาวหนังไก่ พันรอบนิ้วมือโดยหันด้านกาวออก จากนั้นนำไปแปะและดึงขึ้นซ้ำๆ บริเวณคราบกาวเหนียว คราบกาวเดิมจะติดเทปอันใหม่ออกมา</p><p>การเลือกใช้วิธีเช็ดคราบกาวเหนียว ควรพิจารณาจากวัสดุของพื้นผิวสิ่งของเป็นหลัก เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น เพียงใช้ของใช้ใกล้ตัวที่มีอยู่ในบ้าน ก็สามารถจัดการกับคราบกาวกวนใจได้อย่างหมดจด ปลอดภัย และประหยัดค่าใช้จ่าย</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 11:14:44 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[บั้งไฟแสนตกหน้าบ้านร้อยเอ็ด เสียงดังสนั่น โชคดีไม่มีใครเจ็บ]]></title>
				<category>อุบัติเหตุ</category>
				<link>https://siampost24.com/atchayakam/ubattihet/article-36720.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เกิดเหตุการณ์สุดสะพรึงเมื่อบั้งไฟขนาดใหญ่ตกลงมาบริเวณหน้าบ้านในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือทรัพย์สินเสียหาย เหตุการณ์นี้ถูกบันทึกไว้ได้ด้วยกล้องวงจรปิด และถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์สร้างความตกใจให้กับผู้พบเห็น</p><h2>รายละเอียดเหตุการณ์</h2><p>ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ "เจน จิราภรณ์" ได้โพสต์คลิปจากกล้องวงจรปิด พร้อมข้อความว่า "ปกติที่บ้านมีเด็กวิ่งเล่นหน้าบ้านตลอด โชคยังดี #บั้งไฟตก" โดยในคลิปจะเห็นบั้งไฟตกลงมากระแทกพื้นหน้าบ้านอย่างแรง จนเกิดเสียงดังสนั่น เหตุเกิดที่บ้านคำนางตุ้ม ตำบลบุ่งเลิศ อำเภอเมยวดี จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งห่างจากฐานจุดบั้งไฟประมาณ 4-5 กิโลเมตร</p><h2>คำให้การจากเจ้าของบ้าน</h2><p>นางสาวจิราภรณ์ สุวรรณวิสุทธิ์ อายุ 30 ปี เจ้าของบ้าน เปิดเผยว่า ขณะที่ตนเดินทางไปต่างจังหวัด แม่ได้แจ้งว่ามีบั้งไฟตกใส่หน้าบ้าน ตนจึงตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบบั้งไฟขนาดใหญ่หรือบั้งไฟแสนตกลงมา โชคดีที่ในช่วงเวลานั้น ยาย แม่ และหลาน 3 คน ยังอยู่ในบ้าน เพราะปกติหลังเลิกเรียนลูกสาวและหลานๆ จะวิ่งเล่นบริเวณดังกล่าว</p><h2>ข้อเรียกร้องถึงผู้จัดงาน</h2><p>นางสาวจิราภรณ์ฝากถึงคณะผู้จัดงานจุดบั้งไฟในพื้นที่อำเภอเมยวดี จังหวัดร้อยเอ็ด ให้เพิ่มความระมัดระวังในการจุดบั้งไฟ โดยเฉพาะการกำหนดพื้นที่จุดบั้งไฟให้ปลอดภัย และตรวจสอบทิศทางลม เพื่อป้องกันอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน แม้เหตุการณ์นี้ไม่มีความเสียหาย แต่สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้อยู่อาศัยเป็นอย่างมาก</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:58:58 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[100 แคปชั่นฝนตก 2569 หลากหลายอารมณ์ เหงา ฮา กวน โพสต์เรียกไลค์]]></title>
				<category>สังคมออนไลน์</category>
				<link>https://siampost24.com/sangkhom/sangkhomonline/100-2569-36719.html</link>
				<description><![CDATA[<p>แคปชั่นฝนตก มักเป็นข้อความสั้นๆ หรือข้อความที่มีความหมายแทนใจ บ่งบอกอารมณ์หรือความรู้สึกที่เกิดขึ้น โดยส่วนใหญ่จะนิยมโพสต์ในช่วงฝนตกหรืออากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ใครที่กำลังมองหาแคปชั่นฝนตก ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย หลากหลายอารมณ์ ติดตามได้ในบทความนี้</p><h2>100 แคปชั่นฝนตก 2569/2026 กวนๆ ขำๆ เรียกทั้งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ</h2><p>ไทยรัฐออนไลน์คัด 100 แคปชั่นฝนตกทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษมาฝาก สามารถนำไปปรับใช้ได้ตามใจชอบ ดังนี้</p><h3>แคปชั่นฝนตกเหงาๆ คิดถึงใครบางคน</h3><ul><li>ฝนตกคนอื่นเขาเป็นหวัด ส่วนเราเป็นคนโสด</li><li>สำหรับบางคนฤดูฝนทำให้รู้สึกเหงา แต่สำหรับเรามันทำให้รู้สึกรัก</li><li>ฝนตกก็แค่เปียก แต่ถ้ารักข้างเดียวเรียกว่าอกหัก</li><li>ฝนทำให้เหงา แต่ไม่มีเขา เหงากว่าเดิมอีก</li><li>ความเหงามีมากกว่าสายฝน</li><li>ฝนที่ว่าตกหนัก ยังไม่เท่าความเหงาที่มีในใจ</li><li>มีแต่ที่ปัดน้ำฝน แต่ไม่มีที่ปัดน้ำตา</li><li>เดินกางร่มด้วยกันมาตั้งนาน วันนี้เธอเลือกไปกับเขา</li><li>ฤดูที่ฉันเหงา เพราะเขาเดินกางร่มมาด้วยกัน</li><li>ฝนตกจะทำให้คุณหนาว จนเริ่มคิดถึงพระอาทิตย์อุ่นๆ</li><li>อีกไม่นาน ความเศร้าก็จะพัดผ่านไปพร้อมกับความคิดถึง</li><li>ทุกครั้งที่ฝนตก ไม่หนาวใจก็คิดถึงแต่เธอ</li><li>ไม่รู้ฝนตกหรือความคิดถึงในใจ อันไหนมากกว่ากัน</li><li>ฝนตกทำให้ชุ่มฉ่ำ แต่หัวใจยิ่งช้ำ เพราะไม่มีใคร</li><li>ฝนตกฟ้าร้องไม่น่ากลัวเท่าน้องไม่คิดถึงพี่</li><li>มีร่มกันฝน แต่ไม่มีคนไว้กันเหงา</li><li>ฝนตกบ่อย คนให้อ่อยก็ไม่มี</li><li>จะเข้าหน้าฝนอีกกี่ครั้ง เราก็คงยังได้เป็นแค่คนโสด</li><li>ฝนตกตอนไหนก็ไม่สำคัญ เพราะเรายังเป็นแค่ตัวสำรอง</li><li>ฝนตกฟ้าร้อง คนโสดแบบเราได้แต่นั่งมองเขาเดินเป็นคู่</li></ul><h3>แคปชั่นฝนตกฮาๆ ตลกๆ อากาศดี อารมณ์ดีตาม</h3><ul><li>ฝนตกเราก็ชอบเหม่อ หน้าเธอเราก็ชอบมอง</li><li>ช่วงนี้ฝนตกไม่มีร่มให้กาง แต่มีร่างกายอุ่นๆ ให้กอดนะ</li><li>อยากขายบ้านทำเลดี ฝนตกทีมีทะเลสาบล้อมรอบ</li><li>อากาศแบบนี้ แฟนไม่ต้องมี ขอแค่ได้นอนอุ่นๆ บนเตียงก็พอ</li><li>ฝนตกแล้วเหงา ถ้าพายุเข้าไม่เศร้าตายเลยเหรอ</li><li>มีร่มรุ่นไหนกันฝนแล้วกันเหงาได้บ้าง</li><li>ฝนตกทำให้หนาว สาวๆ อย่างเราต้องการความอบอุ่นจากเตาชาบู</li><li>ฝนตกจะเป็นไข้ แต่ถ้าเธอจะเดินจากไป เตรียมใจได้เลย</li><li>ฝนตกไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ถ้าไม่มีเงินใช้นี่สิเรื่องใหญ่</li><li>ฟ้าหลังฝน ถนนย่อมเปียกเสมอ</li><li>ฝนตกก็แค่หนาวกาย แต่ไม่มีเงินเมื่อไรหนาวไปทั้งตัว</li><li>หยุดตกสักวันได้ไหม ให้กางเกงในได้แห้งก็ยังดี</li><li>ฟ้าหลังฝนเป็นอย่างไรไม่รู้ ที่รู้ๆ ตอนนี้เปียก</li><li>ไม่เคยกลัวอะไร นอกจากกลัวผมที่ไดร์มาเสียทรง</li><li>ฝนตกแล้วดูแลสุขภาพด้วยนะ ไม่ได้เป็นห่วงนะ แต่เธอเป็นอะไรอะถึงชอบตากฝน</li><li>ฝนตกแบบนี้ ต้องมีเครื่องดื่มจิบเบาๆ</li><li>ฝนตกไม่กลัวอะไรเลย นอกจากน้ำท่วม</li><li>เวลาที่ฝนจะตกอะไม่แน่นอน แต่ถ้ามีหมอนนอนหลับแน่</li><li>ฝนตกให้เก็บผ้า แต่อยากมีค่าให้ทำตัวดีๆ</li><li>ฝนตกจางๆ ยังไม่บางเท่าเงินในกระเป๋าเลย</li></ul><h3>แคปชั่นฝนตกอ่อยๆ โพสต์แก้เหงา</h3><ul><li>ฝนตกผมไม่แห้งเลย เพราะในใจไม่มีผู้ไดร์</li><li>เบื่อแล้วโดนฝน อยากเป็นคนที่โดนรัก</li><li>คิดถึงก็บอก ไม่ต้องแกล้งถามหรอกว่าฝนตกหนาวไหม</li><li>ช่วงนี้ฝนตกบ่อยๆ เลยคิดจะอ่อยเธอทั้งวัน</li><li>หน้าฝนเขาไม่ให้ไปทะเล ถ้าอยากมีรักที่ไม่โลเล ให้เซมาหาเรา</li><li>เปลี่ยนจากติดฝน เป็นติดเราแทนได้ไหม</li><li>ไม่กลัวหรอกหน้าฝน กลัวเธอไม่สนหน้าเรามากกว่า</li><li>ป่าหน้าฝนสดชื่น ถ้าเธอมาด้วยจะชื่นมื่นกว่าเดิม</li><li>ความเหงาในหน้าฝนอะมันโหด ลองมาจบความโสดด้วยกันดูไหม</li><li>เธอเกลียดหน้าฝนเพราะสนแต่หน้าเธอ</li><li>น้ำท่วมคืออุทกภัย แต่ถ้าหวั่นไหวเรียกเราได้เลย</li><li>เวลาฝนตกให้รีบเข้าที่พัก แต่ถ้าอยากได้ที่รักให้รีบมาหาเรา</li><li>พายุกำลังจะเข้าไทย แล้วเมื่อไรเราจะได้เข้าไปอยู่ในใจเธอ</li><li>ไม่มีร่มให้กาง แต่มีร่างอุ่นๆ ให้กอด</li><li>ฝนตกแบบนี้ อยากได้คนใจดีมากางร่มให้</li><li>เจอฝนเธอจะหนาว แต่ถ้าเจอเราเธอจะรัก</li><li>อยากเป็นร่มให้เธอกาง อยากเดินเคียงข้างเวลาเธอเหงาใจ</li><li>หน้าฝนอยู่กลางปี แต่เธอคนดีอยู่กลางใจ</li><li>ถ้าน้ำท่วมจะมีแต่คนแจกถุงยังชีพ ถ้าเหงาจะมีใครมาแจกถุงแก้เหงาได้บ้าง</li><li>เกลียดหน้าฝน แต่ชอบหน้าคุณได้เปล่า</li></ul><h3>แคปชั่นฝนตกเศร้าๆ ชีวิตหม่นๆ</h3><ul><li>ท้องฟ้ายังมีฝน แล้วเมื่อไรคนแบบเราจะมีใจ</li><li>กว่าจะได้เห็นสายรุ้งก็ต้องผ่านฝนหนักมาก่อน</li><li>น้ำกัดเท้า ยังไม่ปวดร้าว เท่าเธอหักอก</li><li>ติดฝนยังพอทน ติดใจผิดคนมีแต่เสียเวลา</li><li>ร่มไม่ได้สร้างมาให้ฝนหยุดตก แต่สร้างมาให้เราเดินฝ่าสายฝนไปได้</li><li>หลังฝนตก เดี๋ยวเราก็จะได้มองพระอาทิตย์ที่สวยงามเสมอ</li><li>ฝนตกหนักแค่ไหน ก็ดับถ่านไฟเก่าของเธอกับเขาไม่ได้อยู่ดี</li><li>โดนฝนคงเป็นไข้ โดนเขาทิ้งไปเตรียมเข้าไอซียู</li><li>ไม่เป็นไรหรอกที่ต้องร้องไห้ ขนาดฟ้ายังร้องไห้ออกมาเป็นฝนเลย</li><li>ท้องฟ้าที่ว่ามืดมน แต่ใจคนนั้นมืดบอดกว่า</li><li>บังคับฝนไม่ได้ แต่เราหาร่มกางให้ตัวเองได้นะ</li><li>จะหน้าหนาวหรือหน้าฝน เขาก็ไม่สนหน้าเราอยู่ดี</li><li>สภาพอากาศที่ว่าแย่ ยังไม่แย่เท่าชีวิตตัวเองตอนนี้</li><li>ท้องฟ้าที่น่ากลัว ยังไม่น่ากลัวเท่าเธอไม่แคร์</li><li>เราเป็นแค่ที่หลบฝน จะสู้อะไรกับที่พักใจของเธอ</li><li>ฝนตกแดดออก ฝากบอกเธอหน่อยว่าคิดถึง</li><li>เป็นแค่ที่หลบฝนตรงข้างทาง ไม่ใช่เตียงกว้างๆ ให้เธอพักใจ</li><li>ติดฝนยังดีกว่าติดอยู่ในใจเธอ</li><li>เศร้าแค่ไหนเดี๋ยวฟ้าหลังฝนก็ต้องสดใสเสมอ</li><li>ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เราก็พร้อมที่จะสละร่มให้เธอไปกับเขาอยู่ดี</li></ul><h3>แคปชั่นฝนตกภาษาอังกฤษ เพิ่มความอินเตอร์</h3><ul><li>Happy rainy day!</li><li>Each rain drop is magical.</li><li>Let the rain kiss you.</li><li>I woke to the sound of rain.</li><li>Loving rainy days.</li><li>I love the smell of rain.</li><li>You can stand under my umbrella.</li><li>Rainy kisses from above.</li><li>Dancing through life, rain or shine.</li><li>Let me be your sunshine today.</li><li>Some people feel the rain, others just get wet.</li><li>Listen to the rhythm of the falling rain.</li><li>Let the rain sing you a lullaby.</li><li>I’m with you rain or shine.</li><li>Playing with fire under the rain.</li><li>Rain. Blanket. Popcorn. Netflix.</li><li>Let the rain wash away all worries.</li><li>Finding solace in the rhythm of the rain.</li><li>Let the rain cleanse your soul, wash away the worries.</li><li>You’re my umbrella.</li><li>Without rain, there would be no life in this world.</li></ul><p>แคปชั่นฝนตก 2569/2026 มักเป็นข้อความที่สื่อถึงอารมณ์และความรู้สึกหลายๆ รูปแบบ ใครที่กำลังหาแคปชั่นโดนๆ โพสต์ลงโซเชียล ก็สามารถเลือก 100 แคปชั่นฝนตกอากาศดีที่ทางไทยรัฐออนไลน์แนะนำ นำไปปรับใช้กันได้ตามชอบ</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:46:35 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[60 แคปชั่นหน้าฝน 2026 ฮาๆ กวนๆ โพสต์เรียกไลค์วันฝนตก]]></title>
				<category>สังคมออนไลน์</category>
				<link>https://siampost24.com/sangkhom/sangkhomonline/60-2026-36718.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เมื่อถึงฤดูฝน หลายคนอาจต้องเจอกับปัญหาฝนตกหนักจนน้ำท่วมขัง การเดินทางไม่สะดวก แต่ก็ยังมีมุมฮาๆ ที่สามารถนำมาโพสต์บนโซเชียลมีเดียได้ ไทยรัฐออนไลน์ได้รวบรวม 60 แคปชั่นหน้าฝน 2026 ทั้งแบบฮาๆ กวนๆ และแบบเศร้าๆ สไตล์คนเหงา รวมถึงแคปชั่นภาษาอังกฤษ ให้ทุกคนได้เลือกไปใช้กัน</p><h2>แคปชั่นหน้าฝน ฮาๆ กวนๆ เรียกไลค์</h2><ul><li>ฝนตกผมไม่แห้งเลย เพราะในใจไม่มีผู้ไดร์</li><li>น้ำท่วมคืออุทกภัย แต่ถ้าหวั่นไหวเรียกเราได้เลย</li><li>น้ำท่วมรีบขนของ แต่ถ้ามีใจให้ย้ายของมาห้องพี่</li><li>น้ำท่วมมือไม่พาย เพราะมัวแต่รับถุงยังชีพ</li><li>เวลาฝนตกให้รีบหาที่พัก แต่ถ้าอยากได้ที่รักให้รีบมาหาเรา</li><li>ฝนตกให้เก็บผ้า ถ้าอยู่กับคนไร้ค่าให้เก็บผ้ามาอยู่กับพี่</li><li>คิดถึงก็บอก ไม่ต้องแกล้งถามหรอกว่าฝนตกหนาวไหม</li><li>เมื่อฝนตกผ่านไป จบแล้วรองเท้าผ้าใบ กับผมที่ไดร์มา</li><li>หน้าฝนอะ อยู่กลางปี แต่เธอคนดีอะ อยู่กลางใจ</li><li>ช่วงนี้ฝนตกบ่อยๆ เลยคิดจะอ่อยเธอทั้งวัน</li><li>ฟ้าหลังฝน ถนนย่อมเปียกเสมอ</li><li>โดนฝนอะเป็นไข้ แต่ถ้าโดนใจอะเป็นเธอ</li><li>เปียกฝนจะเป็นไข้ แต่เปียกปอนไปทั้งใจอะ เป็นเพราะเธอ</li><li>พายุกำลังจะเข้าไทย แล้วเมื่อไหร่ เราจะได้เข้าไปอยู่ในใจเธอ</li><li>ฝนตกให้เอามือบัง อยากได้ตังค์ 2 ตัวล่างต้องมาขายบ้าน</li><li>ทำเลดี ฝนตกทีรอบบ้านจะมีทะเลสาบ</li><li>ฝนตกอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย มาดูแลพี่หน่อยนี่อ่อยแล้วนะ</li><li>ฝนตกให้เก็บผ้า อยากรวยวันหน้า ให้เก็บตังค์ค่ะ</li><li>ฝนตกแบบนี้ อยากได้คนใจดีมากางร่มให้</li><li>ฝนตกอ่ะไม่แน่นอน แต่ถ้ามีหมอนเรานอนแน่</li></ul><h2>แคปชั่นหน้าฝน เศร้าๆ สไตล์คนเหงา</h2><ul><li>น้ำกัดเท้า ยังไม่ปวดร้าว เท่าเธอหักอก</li><li>เกลียดหน้าฝนเพราะสนแต่หน้าเธอ</li><li>ได้ยินเสียงฟ้าร้องดังลั่น รู้สึกใจสั่นอย่างบอกไม่ถูก</li><li>เวลาฝนตกมันดูเหงาๆ ถ้าเธอมีเราไม่เหงาแน่นอน</li><li>ฝนตกทำให้เรารู้สึกเหงา ส่วนหน้าของเขาทำให้เราคิดถึง</li><li>ฝนตกทำให้เราแค่เปียก แต่รักข้างเดียวทำให้เราใจสลาย</li><li>ท้องฟ้ามีฝน แล้วเมื่อไหร่คนจะมีใจ</li><li>ฝนตกแบบนี้ อยากได้คนใจดีมากางร่มให้</li><li>ฝนตกฟ้าร้องดัง ได้แต่นั่งเหงาอยู่ลำพังแบบสวยๆ</li><li>ติดฝนยังพอทน ติดใจผิดคนมันเสียเวลา</li><li>ความรักต้องการระบาย เหมือนสายน้ำที่กำลังจะท่วม</li><li>ฝนตกจางๆ ยังไม่บาง เท่าเงินในกระเป๋าสตางค์เลยสำหรับบางคน</li><li>ฤดูฝนทำให้รู้สึกเหงา แต่สำหรับเรามันทำให้รู้สึกรักความเหงา</li><li>ในหน้าฝนอะมันโหด ลองมาจบความโสดด้วยกันดูไหมเธอ</li><li>ถ้าน้ำท่วมจะมีแต่คนแจกถุงยังชีพ ถ้าเหงาจะมีใครมาแจกถุงแก้เหงาได้บ้าง</li><li>ร่มไม่ได้สร้างมาให้ฝนหยุดตก แต่สร้างมาให้เราเดินฝ่าสายฝนไปได้</li><li>ฝนตกทำให้น้ำขึ้นไว แต่ไม่มีใครทำให้เราขึ้นคาน</li><li>เบื่อแล้วโดนฝน อยากเป็นคนที่โดนรัก</li><li>ฝนตกหนักแค่ไหน ก็ดับถ่านไฟเก่าของเธอกับเขาไม่ได้อยู่ดี</li><li>ฝนตกคนอื่นเขาเป็นหวัด ส่วนเราเป็นคนโสด</li></ul><h2>แคปชั่นหน้าฝน ภาษาอังกฤษ โพสต์ปังๆ</h2><ul><li>Happy rain day.</li><li>Some people feel the rain, others just get wet.</li><li>Listen to the rhythm of the falling rain.</li><li>Another wet weather day.</li><li>When it rains, it pours.</li><li>Let the rain sing you a lullaby.</li><li>Rain or shine, I’m feeling fine.</li><li>I want to get wet with you in the rain.</li><li>Without rain, there is no life.</li><li>I’m with you rain or shine.</li><li>Each rain drop is magical.</li><li>Let the rain kiss you.</li><li>Loving rainy days.</li><li>Always remember – no rain, no flowers.</li><li>It’s raining on my parade.</li><li>I love the smell of rain.</li><li>You can stand under my umbrella.</li><li>Rain, rain, don’t go away. Stay and play another day!</li><li>A rainy day is a gift from God.</li><li>Rainy days won’t last forever.</li></ul><p>แคปชั่นน้ำท่วม ฮาๆ ที่ยกตัวอย่างมาทั้งหมดนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะยังมีแคปชั่นหน้าฝนอีกมากมาย ที่สามารถโพสต์บนทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก และอินสตาแกรมได้ ถือเป็นสีสันอย่างหนึ่งของโลกออนไลน์ที่รับบรรยากาศวันฝนตกน้ำรอระบายได้เป็นอย่างดี ชอบข้อความไหนก็นำไปปรับใช้กันได้เลย</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:32:44 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[นายกฯ อนุทิน ลั่นไม่ช่วยแรงงานทำผิดกฎหมาย หลังเกาหลีแบน 4 จังหวัดอีสาน]]></title>
				<category>กฎหมาย</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/kotmai/4-36717.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>นายกฯ อนุทิน ชี้แจงกรณีเกาหลีใต้แบนแรงงานไทย 4 จังหวัดอีสาน</h2><p>วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีที่ประเทศเกาหลีใต้ประกาศขึ้นบัญชีดำแรงงานไทยจาก 4 จังหวัดภาคอีสาน ได้แก่ จังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่น จังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดมหาสารคาม โดยห้ามนำเข้าแรงงานภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาลตลอดปี 2569</p><p>นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวอย่างเป็นทางการ แต่หากมีการเข้าไปทำงานแบบผิดกฎหมาย ก็ต้องถูกแบนเช่นเดียวกับผู้ที่ลักลอบเข้ามาทำงานในประเทศไทย ซึ่งต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายเช่นกัน</p><h3>เปรียบเทียบกับกรณีเกาะพะงัน</h3><p>นายกฯ ยกตัวอย่างการลงพื้นที่ตรวจเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่พบการทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับที่พักและโรงแรมที่ไม่มีใบอนุญาต รวมถึงวิลล่าเถื่อน แม้จะมีการลงทุนในประเทศไทย แต่การทำผิดกฎหมายไม่สามารถยอมรับได้ เช่นเดียวกันหากคนไทยไปทำงานต่างประเทศแล้วทำผิดกฎหมายของประเทศนั้น ประเทศนั้นย่อมมีสิทธิ์ในการแบน</p><h3>จุดยืนของรัฐบาล</h3><p>เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ารัฐบาลจะช่วยแก้ปัญหาอย่างไร นายอนุทินตอบอย่างชัดเจนว่า “ไม่ช่วยครับ ช่วยไม่ได้ครับ เพราะคุณทำผิดกฎหมายเอง” แต่หากผู้ที่ทำถูกกฎหมายแล้วถูกกลั่นแกล้ง รัฐบาลจะเข้าไปปกป้องอย่างเต็มที่</p><h3>ผลกระทบต่อการท่องเที่ยว</h3><p>นายอนุทินกล่าวถึงผลกระทบต่อการท่องเที่ยวว่า เรื่องแรงงานกับเรื่องท่องเที่ยวเป็นคนละเรื่องกัน อย่าเพิ่งเชื่อว่าคนไทยจะเดินทางไปเที่ยวเกาหลีลำบากมากขึ้น เพราะเกาหลีใต้เองก็ต้องการรายได้จากการท่องเที่ยวของคนไทยที่นิยมไปช้อปปิ้งและเสริมสวย ประเทศไทยเป็นคู่ค้าสำคัญของเกาหลี หากมีปัญหาใด ๆ นายกฯ พร้อมจะชี้แจงกับทางรัฐบาลเกาหลี เนื่องจากมีความคุ้นเคยกันดี</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 11:13:43 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[กล้าธรรมเปิดบ้านรับกำนันผู้ใหญ่บ้านปัตตานี อนุดิษฐ์ลั่นเป็นฝ่ายค้านมีฤทธิ์]]></title>
				<category>รัฐบาล</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/rattaban/article-36716.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้มอบหมายให้นายอนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรคและประธานยุทธศาสตร์ พร้อมด้วยนายชาญวิทย์ มุนิกานนท์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค และนายยูนัยดี วาบา สส.ปัตตานี เขต 4 ให้การต้อนรับคณะตัวแทนกำนันและผู้ใหญ่บ้านกว่า 30 คน จากอำเภอกะพ้อ จังหวัดปัตตานี ที่เดินทางมาเยี่ยมชมและทัศนศึกษานอกสถานที่ ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง</p><h2>กล้าธรรมให้ความสำคัญกับชาวปัตตานี</h2><p>นายอนุดิษฐ์กล่าวต้อนรับคณะด้วยความยินดี โดยระบุว่าหัวหน้าพรรคให้ความสำคัญกับพี่น้องปัตตานีอย่างมาก เพราะทุกคนคือแรงสนับสนุนสำคัญที่ทำให้พรรคมี สส. ในพื้นที่ ท่านธรรมนัสพูดเสมอว่าพรรคเราไม่มีลูกน้อง เรามีแต่พี่น้องกัน หากพี่น้องชาวปัตตานีมีปัญหาเดือดร้อน สามารถสะท้อนผ่าน สส. หรือผู้บริหารพรรคได้ทันที เพื่อส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไข</p><h3>ปัญหาเดือดร้อนในพื้นที่เขต 4</h3><p>นายยูนัยดี วาบา เปิดเผยถึงความเดือดร้อนในพื้นที่เขต 4 ประกอบด้วยอำเภอกะพ้อ สายบุรี ไม้แก่น และปะนาเระ โดยเฉพาะปัญหาแม่น้ำสายบุรีที่กัดเซาะตลิ่งพังทลายลึกเข้าพื้นที่กว่า 100 เมตร สร้างความหวาดผวาให้ชาวบ้านเมื่อถึงฤดูน้ำหลาก นอกจากนี้ยังมีปัญหาทุ่งเลี้ยงสัตว์และเขตปกครองทับซ้อนที่ยืดเยื้อมานาน ซึ่งตนในฐานะผู้แทนฯ จะเร่งผลักดันเรื่องนี้เข้าสู่การแก้ไขอย่างเต็มกำลัง</p><h3>ฝ่ายค้านมีฤทธิ์พร้อมเป็นปากเสียง</h3><p>ในช่วงท้าย นายอนุดิษฐ์กล่าวทิ้งท้ายสร้างความมั่นใจว่า แม้พรรคกล้าธรรมจะทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้าน แต่ยืนยันว่าเป็น <strong>ฝ่ายค้านที่มีฤทธิ์</strong> พร้อมทำหน้าที่เป็นปากเสียงรับฟังความเดือดร้อนของประชาชน และจะส่งเสียงสะท้อนไปถึงรัฐบาลเพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว ไม่ปล่อยให้ประชาชนต้องสู้เพียงลำพัง</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:36:44 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เบียร์ เดอะวอยซ์ จัดหนักโพสต์จี๊ดวงการบันเทิง ดาราลบเมนต์กันไม่ทัน]]></title>
				<category>ดนตรี</category>
				<link>https://siampost24.com/bantoeng/dontri/article-36715.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ทำเอาหลายคนสงสัยว่าจะสื่ออะไรกันแน่ สำหรับนักร้องสาวเซ็กซี่ เบียร์ ภัสรนันท์ อัษฎมงคล หรือ เบียร์ เดอะวอยซ์ ที่ล่าสุดออกมาโพสต์สเตตัสอย่างต่อเนื่องรัวๆ ตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ 12 พ.ค. 2569 ที่ผ่านมา ก่อนที่ในช่วงสายวันที่ 13 พ.ค. 2569 ก็ยังคงโพสต์สเตตัสอีก</p><h2>ข้อความเดือดจากเบียร์ เดอะวอยซ์</h2><p>โดยในแฟนเพจ Bizcuitbeer ได้โพสต์ข้อความเมื่อช่วงคืนวันที่ 12 พ.ค. 2569 ไว้ว่า <em>“คนที่ชอบบอกว่าต้องพาใครไปรักษา คือมึxหยุดก่อน คนที่ควรไปรักษาคือคนที่ชอบบูลลี่คนอื่น คนที่ชอบใช้ความรุนแรง คนที่ชอบแซะชาวบ้านก่อนต่างหาก สุดท้ายแล้วแม่xก็แค่ออกมาบอกว่าใครคนนึงป่วยทางจิต มึxถ้าคนเราป่วยทางจิตอ่ะ เราจะไม่เห็นเค้าเป็นได้อย่างทุกวันนี้หรอก”</em></p><p>ก่อนจะโพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า <strong>“โคตรกำกวม ไม่ชัดเจนพอ น้ำหนักน้อยเว่อ”</strong> รวมถึงข้อความ <em>“แต่อย่างไรก็เถอะ คนที่เราคิดว่าเราเชื่อ ตามโลกความเป็นจริง เค้าก็เสียเปรียบอยู่ดี 🙁”</em></p><h3>โพสต์ถึงวงการบันเทิง</h3><p>หลังจากนั้นในช่วงเช้าวันที่ 13 พ.ค. 2569 เบียร์ เดอะวอยซ์ โพสต์ข้อความว่า <em>“ฟังแล้วใช่ไหม…. วงการบันเทิง เองงงง เอยยยยย”</em> ก่อนจะโพสต์ข้อความสุดจี๊ดถึงเหล่าดาราในวงการบันเทิงไว้ว่า <strong>“วงการบันเทิงมันโง่ได้ขนาดนี้อะคิดดู 5555555 ดาราลบเมนต์กันไม่ทันเลย”</strong></p><p>และล่าสุด เบียร์ เดอะวอยซ์ ยังโพสต์ข้อความอีกว่า <em>“คนเราอ่า ควรมีลูกเมื่อพร้อม ไม่ใช่มีลูกมาเอา content เรียกแสง”</em> ท่ามกลางคอมเมนต์จากชาวเน็ตที่แสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:47:35 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ซินแสอินทรีเผยเลขเด็ดงวด 16/5/69 คนเกิดเดือนนี้ดวงเฮงรับโชคใหญ่]]></title>
				<category>การพนัน</category>
				<link>https://siampost24.com/atchayakam/kanphanan/16569-36714.html</link>
				<description><![CDATA[<p>บรรยากาศก่อนการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันเสาร์ แรม 15 ค่ำ เดือนสี่ ปีมะเมีย บรรดาคอหวยต่างพากันเสาะหาเลขเด็ดและเลขมงคลเพื่อเป็นแนวทางในการเสี่ยงโชค ล่าสุดซินแสอินทรีได้เปิดเผยคำทำนายดวงชะตาผู้ที่มีเกณฑ์รับโชคลาภ พร้อมเลขมงคลและฤกษ์ดีประจำเดือน</p><h2>เช็กดวงเสี่ยงโชคงวด 16 พฤษภาคม 2569</h2><p>ข้อมูลจากซินแสอินทรีระบุว่า ในงวดนี้ดวงชะตาของแต่ละบุคคลมีเกณฑ์รับโชคแตกต่างกันไปตามเดือนและวันเกิด ดังนี้</p><h3>คนเกิดเดือนไหนดวงเฮงรับโชคใหญ่</h3><p>ผู้ที่มีเกณฑ์ได้รับโชคลาภอย่างโดดเด่นในงวดนี้ ได้แก่ ผู้ที่เกิดในเดือนเมษายน และเดือนพฤศจิกายน ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่ดวงดาวส่งผลดีต่อเรื่องการเงินและการเสี่ยงโชค โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่เกิดในวันจันทร์หรือวันพุธ จะมีโอกาสได้รับโชคใหญ่เป็นพิเศษ</p><h3>ข้อควรระวังในการเสี่ยงโชค</h3><p>สำหรับผู้ที่ควรชะลอการลงทุนหรืองดเสี่ยงโชคในงวดนี้ ซินแสอินทรีแนะนำว่า ได้แก่ ผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดี และวันศุกร์ เพื่อป้องกันการสูญเสียทรัพย์สินโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ผู้ที่เกิดวันอังคารก็ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ</p><h2>ฤกษ์มงคลเดือนพฤษภาคม 2569</h2><p>นอกจากการเสี่ยงโชคแล้ว ซินแสอินทรียังได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับฤกษ์มงคลประจำเดือนพฤษภาคม 2569 ซึ่งเหมาะแก่การเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ เจรจาธุรกิจ ออกรถใหม่ จดทะเบียนสมรส หรือเปลี่ยนชื่อ เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล โดยวันดีประกอบด้วย</p><ul><li>วันพุธที่ 20 พฤษภาคม 2569</li><li>วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม 2569</li><li>วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม 2569</li><li>วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569</li></ul><h2>แนวทางเลขเด็ดซินแสอินทรี งวด 16/5/69</h2><p>สำหรับเลขมงคลที่เป็นแนวทางในการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดนี้ ซินแสอินทรีได้ให้ชุดตัวเลขไว้ดังนี้</p><ul><li><strong>เลขชุด 5 ตัว:</strong> 0, 1, 2, 4 และ 6</li><li><strong>รางวัลเลขท้าย 2 ตัว:</strong> 01, 22, 46, 61, 40</li><li><strong>รางวัลเลขท้าย 3 ตัว:</strong> 011, 213, 241, 461, 664</li></ul><p>การนำเสนอข้อมูลเลขมงคลและคำทำนายดวงชะตานี้ เป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคลและสถิติทางโหราศาสตร์ที่ซินแสอินทรีได้ให้แนวทางไว้เท่านั้น ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูล และสนับสนุนการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่สนับสนุนการพนันที่ผิดกฎหมายทุกชนิด</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 11:15:17 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[แจก 5 วิธีแก้เมาเร่งด่วน สร่างไว พร้อมลุยงานต่อ สายปาร์ตี้ต้องเซฟ]]></title>
				<category>ออกกำลังกาย</category>
				<link>https://siampost24.com/sukhaphap/exercise/5-36713.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>แจก 5 วิธีแก้เมาเร่งด่วน สร่างไว พร้อมลุยงานต่อ</h2><p>หลังจากการเฉลิมฉลองหรือปาร์ตี้สังสรรค์อย่างหนักหน่วง สิ่งที่ตามมาและมักสร้างความทรมานให้กับสายดื่มคือ <strong>อาการเมาค้าง</strong> ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน หรืออ่อนเพลีย ข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขระบุว่า อาการเหล่านี้เกิดจากร่างกายสูญเสียน้ำและระดับน้ำตาลในเลือดลดลงจากการเผาผลาญแอลกอฮอล์ สำหรับใครที่ต้องรีบตื่นไปทำงานหรือมีธุระสำคัญ ไทยรัฐออนไลน์ขอแนะนำ <strong>วิธีแก้เมาเร่งด่วน</strong> ที่ทำได้จริงและปลอดภัย เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวได้ไวที่สุด</p><h3>รวม 5 วิธีแก้เมาเร่งด่วน ฟื้นฟูร่างกายฉบับทำได้จริง</h3><ol><li><strong>ดื่มน้ำเปล่าให้มากที่สุด</strong> แอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการปวดหัวและคอแห้ง วิธีแก้เมาเร่งด่วนที่ดีและง่ายที่สุดคือการดื่มน้ำเปล่าตามเข้าไปในปริมาณมากๆ เพื่อทดแทนน้ำที่เสียไป และช่วยเจือจางปริมาณแอลกอฮอล์ในกระแสเลือด ทำให้ร่างกายขับสารพิษออกทางปัสสาวะได้เร็วขึ้น</li><li><strong>เติมความหวานและเกลือแร่</strong> เมื่อดื่มแอลกอฮอล์ ระดับน้ำตาลในเลือดจะลดต่ำลง ส่งผลให้รู้สึกอ่อนเพลียและหน้ามืด เครื่องดื่มแก้แฮงก์ที่ดีคือ <em>น้ำเกลือแร่</em> (แบบที่ใช้สำหรับผู้เสียเหงื่อจากการออกกำลังกาย) หรือน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวอมหวาน เช่น น้ำส้ม หรือน้ำมะนาวผสมน้ำผึ้ง ซึ่งฟรุกโทสในความหวานจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญแอลกอฮอล์ได้ดีขึ้น ถือเป็นวิธีสร่างเมาที่เห็นผลไว</li><li><strong>ดื่มกาแฟดำ หรือชาร้อน</strong> คาเฟอีนในกาแฟดำและชาร้อนมีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ร่างกายรู้สึกตื่นตัวและลดอาการมึนงงได้ อย่างไรก็ตาม ควรดื่มในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะคาเฟอีนมีฤทธิ์ขับปัสสาวะเช่นกัน หากดื่มมากเกินไปอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำรุนแรงกว่าเดิม</li><li><strong>รับประทานอาหารอ่อนๆ ร้อนๆ</strong> การรับประทานอาหารเมนูร้อนๆ เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม หรือซุปใส จะช่วยลดอาการระคายเคืองในกระเพาะอาหาร และเติมพลังงานให้กับร่างกาย หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจัดหรือของทอดของมัน เพราะจะยิ่งทำให้กระเพาะอาหารทำงานหนักและอาจกระตุ้นให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้</li><li><strong>งีบหลับ 1-2 ชม.</strong> วิธีแก้แฮงก์ที่มีประสิทธิภาพที่สุดทางการแพทย์คือการให้ <em>เวลา</em> ร่างกายได้ฟื้นฟูตัวเอง หากรู้สึกเมาหนักจนทนไม่ไหว การหาเวลางีบหลับสัก 1-2 ชั่วโมง จะช่วยให้ตับมีเวลาในการสลายแอลกอฮอล์ออกจากกระแสเลือด และทำให้ระบบต่างๆ ในร่างกายกลับมาทำงานได้ตามปกติ</li></ol><h3>สิ่งที่ไม่ควรทำเมื่อต้องการสร่างเมา</h3><p>มีความเชื่อผิดๆ ว่าการ <strong>ถอน</strong> หรือการดื่มแอลกอฮอล์ซ้ำเข้าไปในตอนเช้าจะช่วยแก้อาการเมาค้างได้ ข้อมูลทางการแพทย์ระบุชัดเจนว่า วิธีนี้ไม่ใช่วิธีแก้เมาเร่งด่วน แต่เป็นการเพิ่มปริมาณสารพิษในตับและยืดเวลาอาการเมาค้างให้อยู่ยาวนานขึ้นไปอีก</p><p>อาการเมาค้างเป็นสัญญาณเตือนว่าร่างกายทำงานหนักเกินไป การใช้วิธีแก้เมาเร่งด่วน ทั้งการดื่มน้ำมากๆ เติมเกลือแร่ และพักผ่อน จะช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตาม วิธีที่ดีที่สุดคือการดื่มอย่างมีความรับผิดชอบ รู้ขีดจำกัดของตนเอง และดื่มน้ำเปล่าสลับควบคู่ไประหว่างสังสรรค์ เพื่อตื่นเช้ามาอย่างสดชื่นและพร้อมลุยในทุกวัน</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 11:04:47 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[สุนัขร้องโหยหวน 4 คืนติด ชาวบ้านเอะใจ พบเจ้าของนอนตายในบ้าน]]></title>
				<category>คดีฆาตกรรม</category>
				<link>https://siampost24.com/atchayakam/khadikhatakam/4-36712.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ที่จังหวัดแพร่ ชาวบ้านได้ยินเสียงสุนัขของเพื่อนบ้านร้องโหยหวนติดต่อกัน 4 คืน ซ้ำยังพบแมลงวันจำนวนมากผิดปกติ จึงเกิดความเอะใจ แจ้งผู้ใหญ่บ้านเข้าตรวจสอบ พบเจ้าของบ้านนอนเสียชีวิตอยู่ภายในบ้าน</p><h2>เหตุการณ์สลดในพื้นที่ อ.เด่นชัย</h2><p>เมื่อเวลา 11.20 น. วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 พ.ต.ท.บุญรับ ยุบล สว.สอบสวน สภ.เด่นชัย จ.แพร่ รับแจ้งจากนายธวัช เกลี้ยกล่อม ผู้ใหญ่บ้านปากพวก หมู่ 10 ต.ห้วยไร่ อ.เด่นชัย ว่าพบผู้เสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุภายในบ้านหลังหนึ่งในซอยติดถนนข้างวัดอินทรวนิวศน์ ต.เด่นชัย จึงประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเด่นชัย และเจ้าหน้าที่กู้ภัยเด่นชัยร่วมบุญ ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ</p><h3>สภาพที่เกิดเหตุ</h3><p>ที่เกิดเหตุเป็นบ้านสองชั้นครึ่งปูนครึ่งไม้ ภายในบ้านชั้นล่างพบร่างผู้เสียชีวิตอยู่บริเวณข้างเตียง สภาพเริ่มขึ้นอืด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 4 วัน ทราบชื่อภายหลังคือนายเมธาสิทธิ์ บุญมี อายุ 48 ปี เจ้าของบ้าน มีสุนัขเพศผู้ชื่อมารวยเฝ้าร่างไม่ห่าง ไม่ยอมให้ผู้ใดเข้าใกล้ เจ้าหน้าที่จึงประสานปศุสัตว์มาจับสุนัขใส่กรง เพื่อให้ตรวจสอบที่เกิดเหตุได้สะดวก</p><h3>เบื้องต้นคาดเสียชีวิตจากโรคประจำตัว</h3><p>จากการสอบถามทราบว่าผู้ตายมีอาชีพรับจ้างทั่วไป อาศัยอยู่คนเดียวในบ้าน เนื่องจากบิดาเพิ่งเสียชีวิตได้ไม่นาน ผู้ตายอยู่กับสุนัขที่เลี้ยงไว้ จากการตรวจสอบไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย ชาวบ้านแจ้งว่าได้ยินเสียงสุนัขชื่อมารวยร้องโหยหวนติดต่อกัน 4 คืน และมีแมลงวันมากผิดปกติ จึงแจ้งผู้ใหญ่บ้านมาตรวจสอบ</p><p>พนักงานสอบสวนร่วมกับแพทย์เวรชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตเบื้องต้น คาดว่าผู้ตายเสียชีวิตจากโรคประจำตัวกำเริบ จึงมอบร่างให้กู้ภัยนำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:38:56 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[อาณาจักรกลุ่มกัลฟ์ใหญ่แค่ไหน? สารัชถ์ซื้อ MINT 0.69% จ่อขยายธุรกิจหรือเก็งกำไร]]></title>
				<category>การลงทุน</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kanlungtun/mint-069-36711.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>อาณาจักรกลุ่มกัลฟ์ใหญ่แค่ไหน? สารัชถ์เข้าซื้อ MINT จ่อขยายธุรกิจโรงแรมหรือแค่เก็งกำไร</h2><p>คำพูดที่ว่า "เงินลอยอยู่ในอากาศ อยู่ที่ใครจะคว้าได้" อาจเหมาะกับอาณาจักรของกลุ่มกัลฟ์ เพราะรายได้หลักมาจากโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า ไหนจะมีธุรกิจอินเทอร์เน็ต โทรคมนาคม ดาวเทียม และธุรกิจด้านดิจิทัลอีกเพียบ ล่าสุดบอสใหญ่อย่าง สารัชถ์ รัตนาวะดี ยังมีข่าวเข้าซื้อหุ้นกลุ่มโรงแรมและอาหารอย่าง บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT หรือนี่จะเป็นการขยายอาณาจักรกลุ่มกัลฟ์ให้กว้างไกลและลงลึกไปถึงทุกการใช้ชีวิตของคนไทย</p><p>จากยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานสู่ธุรกิจโรงแรม-อาหาร? ถ้าพูดถึงกลุ่มกัลฟ์ต้องนึกถึงสารัชถ์ รัตนาวะดี มหาเศรษฐีที่สร้างความมั่งคั่งจากธุรกิจพลังงาน เป็นทั้งผู้ก่อตั้ง ซีอีโอ และผู้ถือหุ้นใหญ่ของ GULF (บมจ. กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์) ซึ่งล่าสุดบริษัทส่วนตัวของเขาที่ชื่อ บริษัท กัลฟ์ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้าซื้อหุ้น MINT จำนวน 39,334,400 หุ้น (คิดเป็น 0.69%) และกลายเป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 16</p><p>ตัว MINT เองเป็นเจ้าของโรงแรมที่หลายคนคุ้นหูอย่าง Anantara, Tivoli, Avani ฯลฯ รวมๆ แล้วมีเครือข่ายโรงแรมมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ฝั่งธุรกิจอาหารยังมีแบรนด์อีกเพียบ เช่น GAGA, Bonchon, Swensen's และ Burger King (เยอะจนเตรียมจะแยกบริษัทออกมา IPO แล้ว) นอกจากนี้ยังมีพอร์ตธุรกิจแฟชั่นไลฟ์สไตล์ เช่น Anello, Charles & Keith เป็นต้น</p><p>ส่วนถ้าถามว่าธุรกิจ MINT เติบโตแค่ไหน มาลองดูงบไตรมาส 1 ปี 2569 จะเห็นว่ารายได้จากการดำเนินงานอยู่ที่ 38,488 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) มี Core EBITDA อยู่ที่ 8,525 ล้านบาท เติบโต 2% YoY และมีกำไรสุทธิฯ 145 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 189% YoY แม้ธุรกิจโรงแรมในยุโรปจะเป็น Low Season แต่ธุรกิจยังเติบโตได้ จากข้อมูลนี้จะเห็นว่า MINT เป็นธุรกิจที่ต่างจากกลุ่มพลังงานอย่างมาก ดังนั้นหลายฝ่ายเลยมองว่า สารัชถ์ อาจซื้อหุ้น MINT ในลักษณะถือเพื่อลงทุนเท่านั้น</p><p>ธีร์ธนัตถ์ จิราศิริวัชร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บล. หยวนต้า (ประเทศไทย) มองว่า กัลฟ์ โฮลดิ้งส์อาจเข้ามาถือ MINT เพื่อลงทุนมากกว่าเหมือนที่ก่อนหน้านี้เคยลงทุนใน ITC (บมจ. ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น) และขายออกไป ส่วน GULF ยังมองว่าตัวเองเป็นผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเลยจะลงทุนเพื่อต่อยอดในด้านพลังงานและดิจิทัลให้ครอบคลุม</p><h3>อาณาจักรกลุ่มกัลฟ์ใหญ่แค่ไหน?</h3><p>ภายใต้การลงทุนและธุรกิจของกลุ่มกัลฟ์ อาจแบ่งเป็น 4 กลุ่มใหญ่ คือ</p><ul><li>ด้านพลังงาน อย่างโรงไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน</li><li>โครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค เช่น ท่าเรืออุตสาหกรรม</li><li>ธุรกิจดิจิทัลและโทรคมนาคม ที่มีทั้ง Data Center และการควบรวมกับ INTUCH ที่ทำให้มี AIS อยู่ในพอร์ต รวมถึงมีธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง BINANCE TH BY GULF BINANCE</li><li>ธุรกิจดาวเทียม อย่าง THCOM</li></ul><p>ตัวบริษัท GULF เองยังเข้าไปถือหุ้นในหลายธุรกิจ ที่เป็นข่าวไปคือ การซื้อหุ้นธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ที่ทยอยซื้อหุ้นจนตอนนี้กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 (ถือหุ้น 9.99%) แม้จะเคยชี้แจงว่าซื้อเพื่อลงทุน แต่ช่วงเดือนเม.ย. 2569 นี้ GULF ได้เสนอชื่อกรรมการอิสระเข้าบอร์ดบริหารไปถึง 2 ท่าน</p><p>นอกจากนี้ GULF ยังมีส่วนในธุรกิจ Virtual Bank หรือธนาคารไร้สาขาในไทยที่จะเริ่มเห็นความชัดเจนในปี 2569 นี้ ผ่านทาง AIS ที่จะร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย (KTB) และ บมจ. ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก (OR) เตรียมเปิดตัวธนาคารคลิกซ์ (Clix Bank) ภายในปีนี้</p><p>ต่อไปนี้ไม่ว่าเราจะใช้อะไร หนึ่งในผลิตภัณฑ์นั้นอาจมี GULF มีส่วนร่วมอยู่เสมอ หลังจากนี้ สารัชถ์ รัตนาวะดี จะมองเห็นโอกาสในธุรกิจไหนอีก จะใช้กลยุทธ์ไหนในการเข้าซื้อหรือควบรวมกิจการ คงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 11:15:49 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[กรมการค้าต่างประเทศคาดรัฐบาลใหม่เมียนมาฟื้นการค้าชายแดน]]></title>
				<category>การค้า</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankha/article-36710.html</link>
				<description><![CDATA[<p>นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยถึงสถานการณ์การค้าชายแดนและผ่านแดนว่า หลังจากเมียนมามีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว รัฐบาลชุดใหม่มีแนวโน้มที่ดีในการอำนวยความสะดวกทางธุรกิจ การผ่อนคลายกฎระเบียบด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การเงิน ตามความเหมาะสม ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคธุรกิจ ทั้งการค้า และการลงทุนในเมียนมา</p><h2>ด่านเมียวดีเปิดอีกครั้ง</h2><p>ขณะเดียวกัน ยังได้ประกาศจะเปิดด่านชายแดนบริเวณสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 ทางฝั่งเมียวดีซึ่งตรงข้ามกับแม่สอด จ.ตากของไทย หลังจากที่ปิดด่านชั่วคราวมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2568 ซึ่งจะทำให้สถานการณ์การค้าชายแดนไทย-เมียนมากลับเข้าสู่ภาวะปกติ และส่งผลให้ภาพรวมมูลค่าการค้าชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในปีนี้ ขยายตัวได้มากขึ้น</p><h2>สถิติการค้าเดือนมีนาคม 2569</h2><p>สำหรับสถานการณ์การค้าชายแดนและผ่านแดนของไทยในเดือนมีนาคม 2569 มีมูลค่าการค้ารวม 178,320 ล้านบาท ขยายตัว 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นไทยส่งออก 93,261 ล้านบาท เพิ่ม 1.6% และไทยนำเข้า 85,059 ล้านบาท เพิ่ม 12.4% โดยไทยได้ดุลการค้า 8,203 ล้านบาท</p><p>ขณะที่ยอดรวมไตรมาสแรกของปี 2569 อยู่ที่ 478,897 ล้านบาท เพิ่ม 2.5% เทียบช่วงเดียวกันของปี 2568 เป็นไทยส่งออก 256,886 ล้านบาท เพิ่ม 0.4% และไทยนำเข้า 222,011 ล้านบาท เพิ่ม 5.1% ได้ดุลการค้า 34,876 ล้านบาท</p><h3>การค้าชายแดนไทยกับสี่ประเทศเพื่อนบ้าน</h3><p>เมื่อแยกเป็นมูลค่าการค้าชายแดนไทยกับ 4 ประเทศเพื่อนบ้าน คือ ลาว กัมพูชา เมียนมา และมาเลเซีย เดือนมีนาคม 2569 พบว่า มูลค่าการค้ารวม 72,689 ล้านบาท ติดลบถึง 21.6% เป็นไทยส่งออก 44,764 ล้านบาท ติดลบ 19.8% ไทยนำเข้า 27,925 ล้านบาท ติดลบ 24.3% และไทยได้ดุลการค้า 16,839 ล้านบาท</p><ul><li>กัมพูชา: มูลค่าการค้าระหว่างกันเป็น 0 บาท ติดลบ 100%</li><li>เมียนมา: 17,085 ล้านบาท ติดลบ 7.4%</li><li>ลาว: 25,571 ล้านบาท ติดลบ 4.4%</li><li>มาเลเซีย: เพิ่ม 3.1% มูลค่า 28,033 ล้านบาท</li></ul><h3>สินค้าส่งออกชายแดนสำคัญ</h3><p>สินค้าส่งออกชายแดนสำคัญ ได้แก่ น้ำมันดีเซล 6,045 ล้านบาท น้ำมันสำเร็จรูปอื่นๆ 1,922 ล้านบาท และเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่นๆ 1,617 ล้านบาท</p><h2>การค้าผ่านแดนขยายตัว</h2><p>ส่วนมูลค่าการค้าผ่านแดนไทยไปประเทศจีนตอนใต้ เวียดนาม สิงคโปร์ เดือนมีนาคม 2569 มีมูลค่า 105,631 ล้านบาท เพิ่ม 41.4% เป็นการส่งออก 48,498 ล้านบาท เพิ่ม 34.8% และการนำเข้า 57,134 ล้านบาท เพิ่ม 47.4%</p><ul><li>จีน: 50,488 ล้านบาท เพิ่ม 19.7%</li><li>เวียดนาม: 17,715 ล้านบาท เพิ่ม 159.5%</li><li>สิงคโปร์: 17,066 ล้านบาท เพิ่ม 80.8%</li></ul><p>สินค้าส่งออกสำคัญ เช่น ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ 9,865 ล้านบาท เครื่องรับโทรศัพท์และอุปกรณ์ 5,661 ล้านบาท และเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อื่นๆ 2,963 ล้านบาท</p><p>ทำให้ไตรมาสแรกของปี 2569 การค้าผ่านแดนรวม 275,450 ล้านบาท เพิ่ม 35.0% เป็นการส่งออก 138,144 ล้านบาท เพิ่ม 40.0% และการนำเข้า 137,306 ล้านบาท เพิ่ม 30.4%</p><h2>การปิดจุดผ่านแดน</h2><p>เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 จังหวัดเชียงรายได้ประกาศปิดจุดผ่อนปรนไทย–เมียนมา ด้านอำเภอแม่สาย 2 แห่ง ได้แก่ จุดผ่อนปรนท่าบ้านสายลมจอย ตำบลเวียงพางคำ และจุดผ่อนปรนท่าบ้านเกาะทราย ตำบลแม่สาย เพื่อป้องกันการกระทำความผิดกฎหมายตามแนวชายแดน ส่งผลให้จำนวนจุดผ่านแดนด้านเมียนมาลดลงจาก 21 แห่ง เหลือ 19 แห่ง และจุดผ่านแดนทั้งหมดลดลงจาก 94 แห่ง เหลือ 92 แห่ง</p><p>ขณะที่ด้านกัมพูชา ปิดจุดผ่านแดนทั้งหมด 18 แห่ง ทำให้ ณ ปัจจุบันมีจุดผ่านแดนฝั่งไทยเปิดทำการ 68 แห่ง และเพื่อนบ้านเปิดทำการ 57 แห่ง</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:55:51 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ส่องเลขเด็ดงานครบรอบ 105 ปี หลวงพ่อพัฒน์ วัดธารทหาร งวด 16/5/69]]></title>
				<category>สังคมออนไลน์</category>
				<link>https://siampost24.com/sangkhom/sangkhomonline/105-36709.html</link>
				<description><![CDATA[<p>สาธุชนจำนวนมากหลั่งไหลเข้าร่วมพิธีมงคลครบรอบ 105 ปีชาตกาลไหว้ครูบูรพาจารย์ พระราชมงคลวัชราจารย์ หรือ หลวงพ่อพัฒน์ วัดธารทหาร คอหวยไม่พลาดส่องเลขเด็ดจากธูปมงคลลุ้นรวยในงวดวันที่ 16 พฤษภาคม 2569</p><h2>พิธีบวงสรวงครบรอบ 105 ปี หลวงพ่อพัฒน์</h2><p>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 11 และ 12 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา วัดธารทหาร (ห้วยด้วน) หรือ วัดหลวงพ่อพัฒน์ อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ ได้จัดพิธีครบรอบ 105 ปีชาตกาลไหว้ครูบูรพาจารย์พระราชมงคลวัชราจารย์ หรือ หลวงพ่อพัฒน์ ปุญญกาโม โดยมีชาวบ้านที่เป็นลูกศิษย์ลูกหาของหลวงพ่อพัฒน์ นำสิ่งของทั้งของกินของใช้มาร่วมออกโรงทานอย่างคับคั่ง อาทิ ส้มตำ ข้าวหน้าเป็ด ก๋วยเตี๋ยว ขนมไดฟูกุ ขนมปังชื่อดังของนครสวรรค์ ชาชักจากปัตตานี รวมถึงข้าวสารอาหารแห้งและปลากระป๋อง บรรดาลูกศิษย์ที่เลื่อมใสศรัทธาหลวงปู่พัฒน์ต่างนำมาออกโรงทานให้ชาวบ้านได้ร่วมรับประทานอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีการแจกเหรียญหลวงพ่อพัฒน์จาก 'เอ พสิน' ดารานักแสดงที่ผันตัวมาเป็นเซียนพระ มอบให้กับร้านค้าและชาวบ้านกว่า 1,000 คน</p><h3>พิธีครอบตำราหลวงปู่เทศน์วัดสระทะเล</h3><p>ด้านบนของศาลา 100 ปี นอกจากประชาชนจะขึ้นไปกราบสรีระสังขารของหลวงพ่อพัฒน์ในโรงแก้วแล้ว ยังมีการทำพิธี 'ครอบตำราหลวงปู่เทศน์วัดสระทะเล' ซึ่งตามความเชื่อคือตำราที่มีอายุกว่า 200 ปี เมื่อได้ท่องบูชาจะเสริมเสน่ห์เมตตา วาสนาโชคลาภ ตำรานี้หลวงพ่อพัฒน์ได้รับเป็นมรดกสืบทอดมาเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่</p><h3>เลขเด็ดจากธูปมงคล</h3><p>สิ่งที่พลาดไม่ได้สำหรับงานนี้คือเลขธูปมงคลจากการบวงสรวง ได้แก่เลข 103 ซึ่งจะตรงกับงวดวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 หรือไม่ บรรดาคอหวยต้องคอยติดตามกันต่อไปตามวิจารณญาณของแต่ละบุคคล</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:34:26 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[รวมร้านต้มปลาผักกาดดอง เมนูไวรัลสุดฮิต อร่อยจนต้องไปลอง]]></title>
				<category>อาหารเพื่อสุขภาพ</category>
				<link>https://siampost24.com/sukhaphap/foodhealth/article-36708.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ต้มปลาผักกาดดอง (Suan Cai Yu) เมนูอาหารจีนยอดฮิตที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ ด้วยรสชาติเปรี้ยว เค็ม เผ็ดซ่าสะใจ เนื้อปลานุ่มไร้ก้าง ทำให้ถูกปากคนไทยเป็นอย่างมาก ไทยรัฐออนไลน์ได้รวบรวมร้านเด็ดทุกระดับราคา ตั้งแต่ร้านหรูราคาหลักพันไปจนถึงร้านราคาหลักร้อย มาให้ทุกคนได้ตามไปลองชิมกัน</p><h2>1. TAI ER (ไท่เออร์)</h2><p>ร้านดังต้นตำรับสไตล์เสฉวนที่มีสาขากว่า 540 แห่งทั่วโลก เสิร์ฟต้มปลาผักกาดดองในชามขนาดใหญ่เหมาะสำหรับทานเป็นกลุ่ม รสชาติเข้มข้น เผ็ดชาถึงใจแบบหมาล่าแท้ๆ เนื้อปลาสดนุ่มไร้ก้าง นอกจากนี้ยังมีบริการน้ำชาดอกกระเจี๊ยบผสมเปลือกส้มให้ชงดื่มฟรีแบบรีฟิล ราคาเริ่มต้นประมาณ 668 บาท หรือชามใหญ่สำหรับ 3-4 คน ราคาประมาณ 1,088 - 1,089 บาท ตั้งอยู่ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 7, เซ็นทรัลพระราม 9 และฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต</p><h2>2. CHUAN KITCHEN (ชวนคิทเช่น)</h2><p>การันตีความอร่อยด้วยรางวัล Michelin Guide 4 ปีซ้อน สามารถเลือกชนิดของปลาได้ เช่น ปลาดอลลี่ ปลาช่อน หรือปลาเก๋า รสชาติกลมกล่อมไม่จัดจ้านจนเกินไป ไฮไลต์เด็ดคือบริการเติมข้าวสวยและฟองเต้าหู้ทอดกรอบได้ไม่อั้น ราคาเริ่มต้นที่ 169 - 189 บาท ตั้งอยู่ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 6 และเมืองทองธานี</p><h2>3. Mao FaFa (เหมาฟาฟา)</h2><p>เหมาะสำหรับคนที่ชอบทานง่าย รสชาติออกเปรี้ยวนำและไม่เน้นพริกหมาล่าเผ็ดชาจนเกินไป คุ้มค่าด้วยโปรโมชั่นพิเศษ ตักข้าวสวยฟรีไม่อั้นและมีขนมหวานปิงเฟิ่นให้ทานฟรี ราคาเริ่มต้นที่ 129 บาท ตั้งอยู่ที่เอ็มควอเทียร์ ชั้น B</p><h2>4. Canton Paradise (แคนตัน พาราไดซ์)</h2><p>ร้านอาหารจีนสไตล์ฮ่องกงที่มีต้มปลาผักกาดดองไซส์กำลังดี เหมาะกับทานคนเดียวหรือสองคน ความฟินอยู่ที่บริการเติมข้าวสวยและกากหมูกรุบกรอบได้ไม่อั้น ช่วยเพิ่มอรรถรสในการทาน ราคาเริ่มต้น 159 บาทต่อเซ็ต ตั้งอยู่ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 7 และเซ็นทรัลปิ่นเกล้า</p><h2>5. YONNY 鱼你 (ยอนนี่)</h2><p>ร้านดังที่มีสาขามากกว่า 2,500 แห่งทั่วโลก มีจุดเด่นที่การหุงข้าวขาวและข้าวธัญพืชสดใหม่ในหม้อเล็กๆ เสิร์ฟให้หอมกรุ่น และตักข้าวเติมได้ไม่อั้น เลือกประเภทเนื้อปลาได้ทั้งปลาช่อนหรือปลาดอลลี่ มีน้ำซุปให้เลือกหลายสูตร ราคาเริ่มต้นประมาณ 200 - 300 บาทต่อชาม ตั้งอยู่ที่เซ็นทรัลเวสต์เกต ชั้น 3, เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ชั้น 5, เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน</p><h2>6. MoYu Meow (โมหยู เมียว)</h2><p>แบรนด์ลูกของร้านล่าเมียว (La Meow) เน้นเอาใจวัยรุ่น มีตัวเลือกน้ำซุปหลากหลาย เช่น ซุปเสฉวน ซุปมะเขือเทศ และซุปฟักทอง จัดเซ็ตมาในขนาดที่ทานคนเดียวได้สบายๆ พร้อมบริการเติมข้าวสวยฟรีไม่อั้น ราคาเริ่มต้น 199 บาท ตั้งอยู่ที่ Centerpoint Siam Square ชั้น 4, เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ และฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต</p><h2>7. LT FISH RESTAURANT</h2><p>โดดเด่นด้วยปลากะพงสดเด้งไร้ก้าง น้ำซุปเคี่ยวนานกว่า 12 ชั่วโมงจนเป็นสีขาวขุ่น หอมละมุน รสชาติกลมกล่อมเปรี้ยวเผ็ดกำลังดี ไม่เค็มจัด มีขนาดให้เลือกตั้งแต่ไซส์เล็กไปจนถึงไซส์ใหญ่ ราคาไซส์เล็ก 399 บาท ไซส์กลาง 599 บาท ตั้งอยู่ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 7, เซ็นทรัลพระราม 9, เซ็นทรัลเวสต์เกต, เซ็นทรัลอีสต์วิลล์, เดอะมอลล์บางกะปิ และ True Digital Park 101</p><h2>8. MeetMoon (มีทมูน)</h2><p>เสิร์ฟในราคาเบาๆ เหมาะสำหรับสั่งทานคนเดียว ปลาดอลลี่เนื้อแน่นไม่คาว มีซุปให้เลือกหลายแบบ ที่สำคัญมีโปรโมชั่นเติมข้าวเปล่าได้ไม่อั้น ราคาเริ่มต้น 139 - 169 บาท ตั้งอยู่ที่ตึก G Tower ชั้น G (ติด MRT พระราม 9)</p><p>ต้มปลาผักกาดดองเป็นเมนูทางเลือกใหม่สำหรับคนที่อยากลิ้มลองรสชาติอาหารจีนที่มากกว่าแค่ความเผ็ดชา แต่ได้ความสดชื่นจากรสเปรี้ยวของผักกาดดองมาตัดเลี่ยน ไม่ว่าคุณจะเลือกไปดื่มด่ำบรรยากาศที่ร้านระดับพรีเมียมเพื่อสัมผัสวัตถุดิบชั้นเลิศ หรือเลือกร้านราคามิตรภาพ ก็ได้รับอรรถรสไม่แพ้กัน</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:40:30 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[น้องไข่มุกคว้าเหรียญทองเทควันโดซีเกมส์ สร้างประวัติศาสตร์ให้วงการกีฬาไทย]]></title>
				<category>กรีฑา</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/athletics/article-36707.html</link>
				<description><![CDATA[<p>น้องไข่มุก หรือ ด.ญ. ปานรดา จันทร์สว่าง สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการกีฬาไทย หลังจากคว้าเหรียญทองเทควันโดในกีฬาซีเกมส์ครั้งแรกของเธอ โดยสามารถเอาชนะคู่แข่งจากฟิลิปปินส์ในรอบชิงชนะเลิศได้อย่างยอดเยี่ยม</p><h2>ความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ</h2><p>การแข่งขันในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จที่สำคัญของน้องไข่มุก ซึ่งเป็นนักกีฬาวัยเพียง 15 ปี แต่สามารถแสดงฝีมือและความมุ่งมั่นจนสามารถคว้าเหรียญทองมาครองได้ เธอเริ่มฝึกเทควันโดตั้งแต่อายุ 6 ขวบ และได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวและโค้ชอย่างเต็มที่</p><h3>เส้นทางสู่เหรียญทอง</h3><p>น้องไข่มุกต้องผ่านการแข่งขันหลายรอบเพื่อมาถึงรอบชิงชนะเลิศ โดยในรอบแรกเธอเอาชนะนักกีฬาจากมาเลเซียได้อย่างเด็ดขาด ต่อมาในรอบรองชนะเลิศ เธอพบกับคู่แข่งจากเวียดนามซึ่งเป็นนักกีฬาที่มีประสบการณ์มากกว่า แต่ด้วยเทคนิคและความเร็วทำให้น้องไข่มุกสามารถเอาชนะและผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้</p><ul><li>รอบแรก: ชนะนักกีฬาจากมาเลเซีย</li><li>รอบรองชนะเลิศ: ชนะนักกีฬาจากเวียดนาม</li><li>รอบชิงชนะเลิศ: ชนะนักกีฬาจากฟิลิปปินส์</li></ul><h2>การสนับสนุนจากครอบครัวและโค้ช</h2><p>น้องไข่มุกกล่าวขอบคุณครอบครัวและโค้ชที่คอยสนับสนุนและให้กำลังใจตลอดเส้นทางการแข่งขัน เธอรู้สึกดีใจและภูมิใจที่สามารถทำตามความฝันของตัวเองได้สำเร็จ นอกจากนี้เธอยังตั้งใจที่จะพัฒนาฝีมือต่อไปเพื่อเป็นตัวแทนทีมชาติไทยในการแข่งขันระดับนานาชาติต่อไป</p><h3>อนาคตของน้องไข่มุก</h3><p>ด้วยวัยเพียง 15 ปี น้องไข่มุกมีอนาคตที่สดใสในวงการเทควันโด เธอมีเป้าหมายที่จะคว้าเหรียญทองในกีฬาโอลิมปิกและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ การคว้าเหรียญทองซีเกมส์ครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญที่ทำให้เธอมีกำลังใจและความมั่นใจมากขึ้น</p><h2>ความสำคัญของกีฬาเทควันโดในไทย</h2><p>เทควันโดเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย และมีนักกีฬาที่มีความสามารถมากมาย ความสำเร็จของน้องไข่มุกครั้งนี้เป็นการยืนยันว่าวงการเทควันโดไทยมีศักยภาพและสามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้อย่างดีเยี่ยม</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 11:15:33 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทหารพรานปะทะเดือดคนร้ายเชียงใหม่ วิสามัญ1ศพ ยึดยาบ้า250,000เม็ด]]></title>
				<category>คดีโกง</category>
				<link>https://siampost24.com/atchayakam/khadikong/1-250000-36706.html</link>
				<description><![CDATA[<p>วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เวลา 15.51 น. ที่ผ่านมา มีรายงานเหตุการณ์สำคัญจากกองกำลังผาเมือง โดยกองร้อยทหารพรานที่ 3209 ได้ปะทะกับกลุ่มคนร้ายในพื้นที่ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ส่งผลให้กลุ่มคนร้ายเสียชีวิต 1 ศพ พร้อมยึดของกลางยาเสพติดจำนวนมาก</p><h2>เหตุการณ์ปะทะ</h2><p>ในช่วงวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 กองกำลังผาเมือง โดยกองร้อยทหารพรานที่ 3209 กองบังคับการควบคุมทหารพราน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 3 ได้จัดกำลังพลร่วมกับหมวดลาดตระเวนระยะไกล กองกำลังผาเมือง รวมจำนวน 2 ชุดปฏิบัติการ ทำการลาดตระเวนพื้นที่ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลา 21.00 น. ได้ตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ประมาณ 5-10 ราย เดินมาตามเส้นทางในภูมิประเทศ หน่วยจึงได้แสดงตัวเพื่อขอทำการตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่ฝ่ายเรา จึงเกิดการปะทะกันนานประมาณ 5 นาที</p><h3>ผลการปะทะและการตรวจสอบ</h3><p>ผลการปะทะครั้งนี้ ฝ่ายเราปลอดภัย ขณะที่กลุ่มขบวนการอาศัยความชำนาญในพื้นที่หลบหนีไปได้ หน่วยได้จัดกำลังเพิ่มเติมอีก 2 ชุดปฏิบัติการ เข้าควบคุมพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อรอการพิสูจน์ทราบเมื่อสามารถตรวจการณ์ได้ ต่อมาเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.00 น. หน่วยเข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ พบกลุ่มขบวนการเสียชีวิต 1 ศพ พร้อมกระสอบดัดแปลงเป็นเป้สะพายหลัง 3 กระสอบ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมจำนวน 250,000 เม็ด และยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (ฝิ่นดิบ) น้ำหนักรวมประมาณ 11.2 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังพบอาวุธปืนยาวไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก ปลอกกระสุนขนาด 7.62 มิลลิเมตร 4 ปลอก และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง</p><h2>การแถลงข่าวและการดำเนินคดี</h2><p>ล่าสุด เมื่อเวลา 11.45 น. พลตรี สาธิต ไวยนนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง/ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองกำลังผาเมือง มอบหมายให้ พันเอก มีชัย นิลศาสตร์ รองผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง เป็นผู้แทนผู้บัญชาการกองกำลังผาเมือง ร่วมกับทหารพรานกองทัพภาคที่ 3 กกล.ผาเมือง ปลัดอำเภอแม่อาย ฝ่ายปกครองอำเภอแม่อาย ตชด.334 นบ.ยส.35 ตรวจ.สภ.แม่อาย สืบสวนแม่อาย ชฝด.1 อส.แม่อาย ตำรวจภูธรแม่อาย แพทย์ อัยการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เพื่อแถลงข่าว การตรวจยึดยาเสพติดจำนวนดังกล่าว หลังจากนั้นจึงได้นำของกลางทั้งหมดส่งให้กับสถานีตำรวจภูธรแม่อาย เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 11:17:06 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[แมนยูฯ เตรียมยื่นข้อเสนอซื้อตัวกองหน้าดาวรุ่งชาวนอร์เวย์]]></title>
				<category>ฟุตบอลต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/footballworld/article-36705.html</link>
				<description><![CDATA[<p>แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตกเป็นข่าวว่ากำลังเตรียมยื่นข้อเสนอเพื่อคว้าตัวกองหน้าดาวรุ่งชาวนอร์เวย์มาร่วมทีมในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคมนี้ หลังจากที่ทีมต้องการเสริมความแข็งแกร่งในแนวรุก</p><h2>รายละเอียดข่าว</h2><p>ตามรายงานของสื่อในอังกฤษ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้จับตาดูนักเตะรายนี้มานานแล้ว และเชื่อว่าการย้ายทีมครั้งนี้จะช่วยเพิ่มตัวเลือกในแนวรุกให้กับทีมได้เป็นอย่างดี กองหน้ารายนี้มีผลงานโดดเด่นในลีกนอร์เวย์ และได้รับความสนใจจากหลายสโมสรในยุโรป</p><h3>สถานการณ์ปัจจุบัน</h3><p>แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังมองหานักเตะที่จะมาเพิ่มความคมในเกมรุก หลังจากที่ทีมมีปัญหาการทำประตูในบางเกม การคว้าตัวกองหน้ารายนี้อาจเป็นทางออกที่ดีสำหรับทีมในระยะยาว</p><p>ทั้งนี้ คาดว่าการเจรจาจะเริ่มขึ้นในเร็วๆ นี้ และแมนฯ ยูไนเต็ด พร้อมที่จะทุ่มงบประมาณเพื่อให้ได้ตัวนักเตะมาร่วมทีมให้ได้</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:40:54 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ถอดรหัส Sweet Spot ห้องพ่นสีฟอร์ด เบื้องหลังความเงางาม Ranger และ Raptor]]></title>
				<category>อุตสาหกรรม</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/utsahakam/sweet-spot-ranger-raptor.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง หรือ FTM เปิดเผยเบื้องหลังความเงางามของรถกระบะ Ranger และ Raptor ที่ส่งออกไปกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ด้วยนวัตกรรม 'Sweet Spot' ในห้องพ่นสี ซึ่งเป็นจุดที่ปัจจัยต่างๆ ทำงานประสานกันอย่างลงตัวเพื่อให้ได้งานสีที่มีคุณภาพสูงสุด</p><h2>สภาพแวดล้อมคือหัวใจของงานพ่นสี</h2><p>นายวันรพี เรืองฤทธิ์ ผู้จัดการฝ่ายวิศวกรรมควบคุมกระบวนการผลิต แผนกพ่นสี โรงงาน FTM กล่าวว่า สภาพแวดล้อมในห้องพ่นสีเป็นตัวแปรที่สำคัญอย่างยิ่ง สีรถมีความอ่อนไหวสูงและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิ ความชื้นในอากาศ หรือแม้แต่ฝุ่นละอองขนาดเล็กมากที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ทีมงานฟอร์ดจึงต้องควบคุมปัจจัยเหล่านี้ให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสม เพื่อให้งานพ่นสีมีคุณภาพสม่ำเสมอ ไม่ว่าสภาพอากาศหรือฤดูกาลจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร</p><h3>ค้นหา Sweet Spot ที่สมบูรณ์แบบ</h3><p>แทนที่จะตั้งเป้าแค่การควบคุมค่าต่างๆ ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้อย่างเข้มงวด FTM เลือกเดินไปไกลกว่านั้น ทีมพ่นสีมองหาสภาวะที่ดีที่สุด หรือ Sweet Spot ซึ่งเป็นจุดที่ทุกปัจจัยทำงานสอดประสานกันอย่างลงตัว จนได้ผลงานที่สวยงามและมีคุณภาพสูงสุด</p><p>นายวันรพีกล่าวเพิ่มเติมว่า ในแต่ละวันจะมีช่วงเวลาที่ปัจจัยต่างๆ ลงตัวอยู่ในสภาวะที่เหมาะสมที่สุด การรักษา Sweet Spot ให้คงอยู่ได้อย่างต่อเนื่องช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับคุณภาพงานสี ลดความแปรผันในกระบวนการ และส่งผลให้ขั้นตอนถัดไปดำเนินไปได้อย่างราบรื่น เมื่อวางรากฐานของกระบวนการได้ถูกต้อง ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมเป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพสูงสุดที่ตั้งไว้</p><h2>บันทึกคุณภาพ 4 ปี สู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง</h2><p>เบื้องหลังความสม่ำเสมอของคุณภาพงานพ่นสีคือการที่ FTM ไม่ได้หยุดอยู่แค่การควบคุมกระบวนการผลิตให้เป็นไปตามมาตรฐานในแต่ละวันเท่านั้น แต่ริเริ่มบันทึกคุณภาพ (Quality Records) ขึ้นมา เพื่อเก็บข้อมูลการผลิตในแต่ละวันอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 4 ปี</p><p>ทีมงานนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์ร่วมกัน เพื่อย้อนดูว่าวันที่งานออกมาดีที่สุดเกิดจากปัจจัยใดบ้าง ตั้งแต่ความเร็วลมในห้องพ่นสี ความหนืดของสี ไปจนถึงการทำความสะอาดห้องอบสีในวันหยุด หรือแม้แต่รายละเอียดเล็กน้อยต่างๆ ที่มีผลต่อคุณภาพงาน ข้อมูลเหล่านี้ถูกนำมาพัฒนาเป็นแนวทางการทำงานที่ชัดเจน ช่วยลดการลองผิดลองถูก และทำให้ฟอร์ด เรนเจอร์ และเรนเจอร์ แร็พเตอร์ทุกคันที่ออกจากสายการผลิตมีคุณภาพผิวสีในระดับมาตรฐานสากลอย่างสม่ำเสมอ แม้ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในแต่ละฤดูกาล</p><p>นายปัญญพันธุ์ พูลภิญโญ ผู้จัดการทั่วไปแผนกพ่นสีของโรงงาน FTM กล่าวว่า เราไม่ได้แค่พ่นสีรถยนต์ แต่เราเรียนรู้จากงานที่เราทำในทุกๆ วัน การทบทวนบันทึกคุณภาพตลอด 4 ปีที่ผ่านมาช่วยให้ทีมงานเข้าใจได้อย่างชัดเจนว่าเหตุใดบางวันจึงได้ผลลัพธ์ที่โดดเด่น จากนั้นเราก็นำเงื่อนไขเหล่านั้นกลับมาใช้ซ้ำ เพื่อทำให้ทุกวันเป็นวันที่อยู่ใน Sweet Spot ของกระบวนการผลิต</p><h2>8 เฉดสีเอกลักษณ์ สะท้อนทุกไลฟ์สไตล์</h2><p>ความสำเร็จในการถอดรหัส Sweet Spot และควบคุมปัจจัยการผลิตได้อย่างยอดเยี่ยมนี้ทำให้ FTM สามารถถ่ายทอดเอกลักษณ์ความแกร่งของฟอร์ด เรนเจอร์ และเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ผ่านเฉดสีทั้ง 8 สีได้อย่างเด่นชัดและมีพลัง ตอบโจทย์ลูกค้าในหลากหลายไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่สีที่ได้รับความนิยมสูงอย่างสีขาว Arctic White, สีดำ Absolute Black และสีเทา Meteor Grey ไปจนถึงสีที่เปิดตัวใหม่อย่างสีส้ม Ignite Orange รวมถึง Code Orange สีซิกเนเจอร์ของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ นอกจากนี้ยังมีเฉดสีอย่าง Command Grey, Blue Lightning และ Aluminium Metallic</p><p>ไม่ว่าจะเป็นเฉดสีใด ความท้าทายสำคัญคือการควบคุมคุณภาพงานพ่นสีให้มีความสวยงามและสม่ำเสมอในมาตรฐานเดียวกันทุกคัน จากสายการผลิตในประเทศไทย FTM ส่งฟอร์ด เรนเจอร์ และเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ออกเดินทางสู่กว่า 100 ประเทศทั่วโลก ภายใต้มาตรฐานคุณภาพเดียวกันเสมอ ข้อมูลการผลิตสะท้อนว่าสีขาว Arctic White, สีดำ Absolute Black และสีเทา Meteor Grey เป็น 3 สีที่มียอดการผลิตสูงสุด ซึ่งล้วนเป็นเฉดสีที่สะท้อนความแกร่งแบบเรียบหรู</p><h3>ความนิยมในแต่ละตลาด</h3><p>ข้อมูลคำสั่งผลิตในปี 2568 จนถึงไตรมาสแรกของปี 2569 ระบุว่าลูกค้าชาวไทยให้ความนิยมสีดำ Absolute Black เป็นพิเศษ ขณะที่ตลาดออสเตรเลียเลือกสีขาว Arctic White เป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งเหมาะกับสภาพภูมิประเทศและสภาพอากาศที่ต้องการความทนทานสูง</p><p>การควบคุมปัจจัยและการรักษา Sweet Spot ในงานพ่นสีของฟอร์ดมีเป้าหมายที่ชัดเจนและเรียบง่าย นั่นคือการสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าว่ารถยนต์ทุกคันที่ออกจากโรงงาน FTM จะต้องมีความเงางาม ทนทานในมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด ซึ่งนี่ไม่ใช่แค่ทฤษฎีการผลิต แต่เป็นคุณภาพที่ลูกค้าสัมผัสได้จริง</p><p>นายปัญญพันธุ์กล่าวทิ้งท้ายว่า Sweet Spot เป็นมากกว่าแค่แนวคิดในโรงงาน แต่มันคือคุณภาพที่ลูกค้ามองเห็นและสัมผัสได้จริง ข้อมูลของเรายืนยันความสำเร็จนี้ โดยเราไม่พบรายงานปัญหาด้านคุณภาพเรื่องสิ่งแปลกปลอมในชั้นสีจากลูกค้าเลย สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นว่าเมื่อเราหาจุดสมดุลที่สมบูรณ์แบบเจอ เราจะสามารถส่งมอบผลลัพธ์ที่ไร้ที่ติได้อย่างแท้จริง เป้าหมายของเราคือไม่ว่าลูกค้าจะเลือกเรนเจอร์สีไหน หรือขับแร็พเตอร์เฉดใด รถทุกคันคือตัวแทนของความมุ่งมั่นและความพิถีพิถันในการรักษามาตรฐานคุณภาพสูงสุดของเรา</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:56:32 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[หมอกฤษณ์ คอนเฟิร์ม เปิดดวง 12 ราศี รับดาวพฤหัสย้ายใหญ่ 16 พ.ค. 69]]></title>
				<category>กฎหมาย</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/kotmai/12-36703.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนแปลงทางโหราศาสตร์ เมื่อดาวพฤหัสบดีซึ่งเป็นดาวประธานฝ่ายศุภเคราะห์เตรียมโคจรย้ายราศีใหญ่ ส่งผลให้ดวงชะตาทั้ง 12 ราศีมีการขยับขยาย ล่าสุด หมอกฤษณ์ คอนเฟิร์ม นักพยากรณ์ชื่อดัง ได้ออกมาเปิดเผยผ่านช่องทางโซเชียลถึง "จังหวะดีและโอกาสทอง" พร้อมระบุเลขมงคลและช่วงเวลาที่ดีที่สุดในวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 เพื่อให้ผู้อ่านได้เตรียมรับแรงส่งจากดวงดาว ดังนี้...</p><h2>เช็กเลขมงคลและเวลาจังหวะทอง 12 ราศี</h2><p>จากการพยากรณ์ของหมอกฤษณ์ พบว่าแต่ละราศีมีจุดเด่นและตัวเลขนำโชคที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้</p><ul><li><strong>ราศีเมษ</strong> (14 เม.ย.-14 พ.ค.) เลขมงคล 539 เวลาจังหวะทอง หลังบ่ายถึงค่ำ</li><li><strong>ราศีพฤษภ</strong> (15 พ.ค.-14 มิ.ย.) เลขมงคล 6480 เวลาจังหวะทอง 09.00 - 11.00 น.</li><li><strong>ราศีเมถุน</strong> (15 มิ.ย.-16 ก.ค.) เลขมงคล 486 เวลาจังหวะทอง ระหว่างการเดินทาง</li><li><strong>ราศีกรกฎ</strong> (17 ก.ค.-16 ส.ค.) เลขมงคล 259 เวลาจังหวะทอง หลังพระอาทิตย์ตกดิน</li><li><strong>ราศีสิงห์</strong> (17 ส.ค.-16 ก.ย.) เลขมงคล 136 เวลาจังหวะทอง ช่วงก่อนเที่ยง</li><li><strong>ราศีกันย์</strong> (17 ก.ย.-17 ต.ค.) เลขมงคล 458 เวลาจังหวะทอง ช่วงบ่าย</li><li><strong>ราศีตุล</strong> (18 ต.ค.-16 พ.ย.) เลขมงคล 689 เวลาจังหวะทอง ช่วงเย็น</li><li><strong>ราศีพิจิก</strong> (17 พ.ย.-15 ธ.ค.) เลขมงคล 379 เวลาจังหวะทอง หลัง 20.00 น. เป็นต้นไป</li><li><strong>ราศีธนู</strong> (16 ธ.ค.-14 ม.ค.) เลขมงคล 547 เวลาจังหวะทอง ระหว่างเดินทางไกล</li><li><strong>ราศีมังกร</strong> (15 ม.ค.-12 ก.พ.) เลขมงคล 769 เวลาจังหวะทอง ช่วงเช้าตรู่</li><li><strong>ราศีกุมภ์</strong> (14 ก.พ.-14 มี.ค.) เลขมงคล 846 เวลาจังหวะทอง ขณะใช้โทรศัพท์หรือออนไลน์</li><li><strong>ราศีมีน</strong> (15 มี.ค.-13 เม.ย.) เลขมงคล 729 เวลาจังหวะทอง ช่วงเวลาก่อนนอน</li></ul><h2>ดาวพฤหัสย้ายใหญ่ส่งผลอย่างไร?</h2><p>ตามสถิติทางโหราศาสตร์ ดาวพฤหัสบดี (เลข 5) คือดาวแห่งความสำเร็จ สติปัญญา และโชคลาภ การย้ายครั้งนี้เปรียบเสมือนการเปิดประตูโอกาสใหม่ๆ ใครที่ติดขัดในช่วงที่ผ่านมา จังหวะนี้จะเป็นโอกาสในการเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ หรือขยับขยายธุรกิจการงานให้มั่นคงยิ่งขึ้น</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 11:13:24 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ปตท.สผ. คว้า 5 รางวัลระดับโลก Global CSR & ESG Awards 2026]]></title>
				<category>การค้า</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankha/5-global-csr-esg-awards-2026.html</link>
				<description><![CDATA[<p>บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยอีกครั้ง หลังจากคว้า 5 รางวัลระดับโลกจากเวที Global CSR & ESG Awards 2026 ซึ่งจัดขึ้นโดย Sustainable Technology Centre (Singapore) โดยพิธีมอบรางวัลจัดขึ้น ณ โรงแรม พูลแมน กรุงเทพ จี ประเทศไทย รางวัลที่ได้รับสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน</p><h2>โครงการในประเทศไทย คว้ารางวัลระดับแพลทินัม</h2><p>ฐานสนับสนุนการพัฒนาปิโตรเลียมสงขลา ปตท.สผ. และบริษัท ปตท.สผ. เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (ปตท.สผ.อีดี) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้รับ 2 รางวัลระดับแพลทินัม (Platinum Award) ได้แก่ โครงการเพื่อชุมชนยอดเยี่ยม (Best Community Programme) และโครงการเพื่อสังคมยอดเยี่ยมระดับประเทศ (Best Country Award – Best in Thailand) จากโครงการจัดทำแนวเขตอนุรักษ์ชายฝั่งทะเลและบ้านปลา ภายใต้กลยุทธ์ “ทะเลเพื่อชีวิต” (Ocean for Life) ที่มุ่งอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเล เพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้ชุมชนชายฝั่งใน 17 จังหวัดรอบอ่าวไทย</p><h2>โครงการในต่างประเทศ คว้ารางวัลแพลทินัมและโกลด์</h2><h3>รางวัลแพลทินัม สาขาความเป็นเลิศด้านการส่งเสริมการศึกษา</h3><p>ปตท.สผ. ได้รับรางวัลระดับแพลทินัม สาขาความเป็นเลิศด้านการส่งเสริมการศึกษา (Excellence in Provision of Literacy & Education) จากโครงการทุนการศึกษา High Vocational Diploma Scholarship Program (HVD) ซึ่งดำเนินการในประเทศเมียนมา โครงการนี้เปิดโอกาสให้นักเรียนจากเมียนมา ลาว และกัมพูชา ได้ศึกษาต่อในระดับอาชีวศึกษา ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีไออาร์พีซี เพื่อยกระดับทักษะวิชาชีพและสร้างโอกาสทางอาชีพในอนาคต</p><h3>รางวัลโกลด์ สาขาความเป็นเลิศด้านสิ่งแวดล้อม</h3><p>บริษัทยังได้รับรางวัลระดับโกลด์ สาขาความเป็นเลิศด้านสิ่งแวดล้อม (Best Environment Excellence) จากโครงการบริหารจัดการขยะครบวงจรในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการขยะ ลดปัญหาขยะสู่ทะเล และลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม</p><h3>รางวัลโกลด์ สาขาความเป็นผู้นำด้าน CSR และ ESG</h3><p>นอกจากนี้ ยังได้รับรางวัลระดับโกลด์ สาขาความเป็นผู้นำด้าน CSR และ ESG (CSR & ESG Leadership) จากการสนับสนุน Kinabalu Art Boutique ภายใต้โครงการ Borneo Lab+ ประเทศมาเลเซีย เพื่อส่งเสริมศิลปะและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นของชุมชนรัฐซาบาห์ ควบคู่กับการอนุรักษ์วัฒนธรรม รวมทั้งการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนอย่างยั่งยืน</p><p>การได้รับรางวัลในครั้งนี้ตอกย้ำถึงความสำเร็จของ ปตท.สผ. ในการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ ทั้งในระดับประเทศและระดับสากล</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:56:50 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[นายกฯ บุกพูลวิลล่าเกาะพะงัน สั่งสอบเส้นเงิน หลังพบต่างชาติถือหุ้นนอมินี]]></title>
				<category>รัฐบาล</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/rattaban/article-36701.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เมื่อเวลา 13.48 น. วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 39/15 หมู่ 7 บ้านโฉลกหลำ ตำบลเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทเทเลอร์ วิลล่า จำกัด โดยมีพูลวิลล่าที่ก่อสร้างผิดกฎหมาย โดยนายกฯ ได้ล้อมวงพูดคุยกับรัฐมนตรีที่ร่วมคณะและเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการที่ดูแลพื้นที่เกาะพะงัน ด้านหน้าพูลวิลล่า</p><h2>สั่งตรวจสอบนอมินีและเส้นทางการเงิน</h2><p>พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รายงานเรื่องการก่อตั้งพูลวิลล่าที่ผิดกฎหมายและมีชาวอิสราเอลเป็นเจ้าของ ตามนโยบายปฏิบัติการทลายนอมินีต่างด้าวเกาะพะงัน นายกฯ กล่าวว่า ขอให้พิสูจน์ว่าผู้ถือหุ้นเป็นต่างชาติหรือไม่ เพราะหากถือหุ้นถือว่าผิดหลักต่างชาติมาซื้อที่ดินในไทย แต่พฤติกรรมที่กระทำผิดนั้นรู้ดีว่าไม่มีสิทธิ์ถือครองที่ดิน จึงใช้ลักษณะนอมินีมาอ้างซื้อที่ดินหลอกลวงให้คนทั่วไปเข้าใจว่าเป็นบริษัทไทย และขอให้ตรวจสอบเส้นทางเงินของบริษัทดังกล่าวด้วย</p><h3>ขอโทษกรณีรองโฆษกแถลงสร้างความเข้าใจผิด</h3><p>จากนั้นนายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการปลดล็อกให้ชาวต่างชาติลงทุนใน 8 ธุรกิจ โดยไม่ต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจว่า เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้แต่งตั้งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งต้องการให้ทำงานเร็ว จึงให้ไปแถลงเรื่องนี้ ตนได้ตำหนิโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแล้วว่า ความจริงแล้วเรื่องของพรรคร่วมรัฐบาล แต่ละพรรคมีกระทรวงของตนดูแลอยู่แล้ว เช่น พรรคเพื่อไทยมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงแรงงาน เป็นต้น แต่ละท่านให้ไปรับผิดชอบงาน ตนต้องขออภัยในความผิดพลาดในการจัดให้รองโฆษกไปแถลงข่าวเรื่องสำคัญ</p><p>เมื่อถามว่ามติดังกล่าวไม่ใช่การเปิดเสรีให้ต่างชาติเข้ามาทำธุรกิจใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เป็นการลดขั้นตอนตามนโยบายลดความซ้ำซ้อน เช่น หากเป็นคนต่างชาติจะขอประกอบธุรกิจในไทย ต้องขออนุญาตที่กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย ไม่ต้องไปขอซ้ำที่กระทรวงพาณิชย์อีก ซึ่งเป็นดำริของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เพราะมันซ้ำซ้อน กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่จดทะเบียนการค้า ส่วนใบอนุญาตไปทำธุรกิจต่างๆ หน่วยงานที่เป็นเจ้าพนักงานที่อนุญาตก็ดำเนินการได้เลย แต่รองโฆษกแถลงสั้นและสรุปข่าวว่าคนต่างชาติมาประกอบธุรกิจในไทยไม่ต้องขอใบอนุญาต ซึ่งไม่ใช่ ต้องขออนุญาต ยืนยันว่าไม่ใช่เลย เพราะต้องไปขอใบอนุญาตจากหน่วยงานที่อนุญาต โดยไม่ต้องไปขอที่กระทรวงพาณิชย์ เราพยายามลดขั้นตอนความซ้ำซ้อน ให้เป็นวันสต็อปเซอร์วิสมากที่สุดตามนโยบายอำนวยความสะดวก ตนต้องขออภัย</p><h2>กำชับเรื่องนอมินีเกาะพะงัน</h2><p>เมื่อถามต่อว่าเรื่องนอมินีเกาะพะงันได้กำชับหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ลงพื้นที่มาดูเรื่องนอมินี ที่สำคัญคืออย่าเพิ่งไปพูดถึงเรื่องที่ดินว่ารุกล้ำหรือไม่ โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมที่ดินจะจัดการเอง วันนี้เรามาดูเรื่องการเปิดบริษัทแล้วเอามาขาย ต่างชาติสามารถถือหุ้นได้ไม่เกิน 49 เปอร์เซ็นต์ แต่ตอนนี้มีการเปิดหลายบริษัทไขว้กันไปมา ทำให้บริษัทดูเหมือนว่ายังมีสัญชาติไทย แต่ความจริงการครอบครองกำหนดทิศทางของบริษัทเป็นของต่างชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าผิดเจตนารมณ์กฎหมายไทย ใครก็ตามที่จะครอบครองที่ดิน บริษัทคนไทยต้องมี 51 เปอร์เซ็นต์ แต่นี่เป็นของต่างชาติ 100 เปอร์เซ็นต์ เปรียบเสมือนบริษัทคงอยู่ แต่คนที่คอนโทรลความเป็นไทยค่อยๆ ละลายไป เอาฝรั่งใส่วิกดำใส่หัวดำ แต่สุดท้ายฝรั่งก็ยังเป็นคนกำหนด คนต่างชาติเป็นคนกำหนด เราต้องมาแก้ไขตรงนี้</p><p>เมื่อถามว่ามีการมอบนโยบายและแนวทางเบื้องต้นหรือไม่ เพราะมีทนายความเข้าไปแนะนำ นายกฯ กล่าวว่า บริษัทมีที่ปรึกษากฎหมายในการทำบัญชีในการทำงานต่างๆ มีผู้ก่อตั้ง 7 คน ต้องเป็นคนไทย ต้องใช้ทุนเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ ถ้าทำแบบนี้กระทรวงพาณิชย์ก็เปิดให้หมด แต่ถ้ามาในกรณีเจตนารมณ์แบบนี้ ปรับบริษัทมาหลายอัน คนคนหนึ่งถือหุ้นเป็นเจ้าของบริษัทเก่า 200 กว่าบริษัท คือการเอาบริษัทมาขายบริการ เอาเปลือกมาขาย เพื่อให้คนต่างชาติไปประกอบธุรกิจ ซึ่งผิดเจตนารมณ์ของกฎหมายใหญ่ เชื่อว่าจะดำเนินคดีได้ และเพิ่งมาดูประเด็นหนึ่งในสายงานของตำรวจคือต้องไปดูที่มาของเงินว่าเอาเงินเข้ามาให้ฟอกกลายเป็นที่ดินที่สามารถถือครองและมีสิทธิ์จ้างทำอะไรก็ได้ ตามใจต่างชาติ เราต้องบล็อกไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น</p><h3>พบปะประชาชน</h3><p>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกฯ ได้เดินลงมาพบปะประชาชนที่มายืนรอ พร้อมมอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่ ก่อนเดินมาดูบริเวณชายหาด และกล่าวว่า ขอให้ช่วยกันรักษาชายหาดให้สะอาดและน้ำให้ใสสะอาด อย่าทำน้ำขุ่น ต้องช่วยกันรักษา ก่อนพูดคุยอย่างเป็นกันเองกับชาวบ้าน ซึ่งชาวบ้านได้ชวนนายกฯ มาตกหมึก นายกฯ ตอบว่า วันนี้ไปไม่ได้ เดี๋ยวต้องเดินทางไปจังหวัดภูเก็ตต่อ ชาวบ้านบอกอีกว่าปลาหมึกที่นี่อร่อยไม่เค็ม นายกฯ จึงตอบกลับเป็นภาษาใต้ว่า “หร่อยแรงๆ” โดยมีช่วงหนึ่งนายกฯ ถามชาวบ้านว่าปลาที่นี่มีเยอะหรือไม่ และถามอีกว่ารู้ไหมว่าในทะเลมีปลาอะไร ชาวบ้านตอบว่าปลาหมึกปลาทู แต่นายกฯ ตอบว่า ปลาอินทรีย์</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 11:05:18 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ไทยลีก 2025 โปรแกรมการแข่งขันนัดที่ 20]]></title>
				<category>ฟุตบอลไทย</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/footballthai/2025-20-36700.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ไทยลีก ฤดูกาล 2025 กำลังดำเนินมาถึงช่วงโค้งสุดท้ายของเลกแรก โดยโปรแกรมการแข่งขันในนัดที่ 20 ได้รับการประกาศออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แฟนบอลชาวไทยสามารถเตรียมตัวรับชมการแข่งขันฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศได้อย่างเต็มอิ่ม</p><h2>โปรแกรมการแข่งขันนัดที่ 20</h2><p>โปรแกรมการแข่งขันในนัดที่ 20 ของไทยลีก 2025 มีกำหนดการแข่งขันในช่วงสุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้ โดยแต่ละคู่จะแข่งขันในวันเสาร์และอาทิตย์ ตามเวลามาตรฐานของประเทศไทย</p><h3>คู่ที่น่าสนใจ</h3><p>หนึ่งในคู่ที่น่าจับตามองที่สุดคือการพบกันระหว่าง สโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ สโมสรฟุตบอลเมืองทอง ยูไนเต็ด ซึ่งทั้งสองทีมต่างกำลังอยู่ในฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยม และกำลังไล่ล่าตำแหน่งจ่าฝูงของตาราง</p><p>นอกจากนี้ ยังมีคู่ระหว่าง สโมสรฟุตบอลการท่าเรือ เอฟซี และ สโมสรฟุตบอลชลบุรี เอฟซี ที่คาดว่าจะเป็นการแข่งขันที่ดุเดือดไม่แพ้กัน</p><h2>ตารางการแข่งขันทั้งหมด</h2><ul><li>วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม 2568: บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ เมืองทอง ยูไนเต็ด (เวลา 18:00 น.)</li><li>วันเสาร์ที่ 15 มีนาคม 2568: การท่าเรือ เอฟซี พบ ชลบุรี เอฟซี (เวลา 19:00 น.)</li><li>วันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม 2568: ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด พบ สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด (เวลา 18:00 น.)</li><li>วันอาทิตย์ที่ 16 มีนาคม 2568: สโมสรฟุตบอลราชบุรี มิตรผล พบ สโมสรฟุตบอลสุโขทัย เอฟซี (เวลา 19:00 น.)</li></ul><h2>การถ่ายทอดสด</h2><p>การแข่งขันทั้งหมดจะถ่ายทอดสดทางช่องทางต่างๆ ของผู้สนับสนุนหลัก รวมถึงแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งออนไลน์ แฟนบอลสามารถติดตามชมได้ตามช่องทางที่สะดวก</p><h2>ผลกระทบต่อตารางคะแนน</h2><p>ผลการแข่งขันในนัดนี้จะมีผลต่อการจัดอันดับในตารางคะแนนอย่างมาก โดยเฉพาะทีมที่อยู่ในกลุ่มหัวตารางและกลุ่มหนีตกชั้น ทุกคะแนนมีความสำคัญอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้ของฤดูกาล</p><p>แฟนบอลชาวไทยสามารถติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของไทยลีก 2025 ได้อย่างใกล้ชิดผ่านทางเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียของสยามโพสต์24</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 11:11:59 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ตลท.เปิดรับฟังความเห็นปรับเกณฑ์หุ้นครั้งใหญ่ เพิ่ม-ยกเลิกหลายมาตรการ]]></title>
				<category>การลงทุน</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kanlungtun/article-36699.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะเกี่ยวกับการปรับปรุงเกณฑ์การซื้อขายครั้งใหญ่ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับความเชื่อมั่นและสร้างสมดุลให้กับตลาดทุนไทย หลังจากที่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามีการออกมาตรการจำนวนมากจนกลายเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนและสภาพคล่อง</p><h2>สรุปการปรับปรุงเกณฑ์ครั้งสำคัญ</h2><p>การปรับปรุงครั้งนี้ประกอบด้วยการเพิ่มมาตรการใหม่ 2 มาตรการ การปรับปรุงมาตรการเดิม 3 มาตรการ และการยกเลิกมาตรการอีก 3 มาตรการ โดยมีรายละเอียดดังนี้</p><h3>มาตรการใหม่</h3><ul><li><strong>ปรับลดช่วงราคาซื้อขาย (Tick Size)</strong> ให้แคบลงสำหรับหุ้นที่มีราคาระหว่าง 2-50 บาท โดยเฉพาะช่วง 10-25 บาท เพื่อลดส่วนต่างราคาและต้นทุนการซื้อขาย เพิ่มโอกาสในการจับคู่คำสั่งซื้อขาย และเพิ่มสภาพคล่องโดยรวม</li><li><strong>เก็บค่าธรรมเนียมเพิ่ม (Extra Charge) สำหรับบัญชีที่มีอัตราส่วนคำสั่งซื้อขายต่อการจับคู่สูง (High OTR)</strong> โดยเรียกเก็บจากบัญชีที่ส่งคำสั่งซื้อขายมากกว่า 30,000 รายการต่อวัน ในอัตรา 0.15 บาทต่อรายการ สำหรับส่วนที่เกิน เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงและลดภาระระบบ ยกเว้นผู้ดูแลสภาพคล่อง</li></ul><h3>มาตรการที่ปรับปรุง</h3><ul><li><strong>ปรับปรุง Uptick Rule สำหรับการขายชอร์ต</strong> โดยในสภาวะปกติจะใช้เกณฑ์ Zero-Plus Tick และใช้เกณฑ์ Uptick เฉพาะเมื่อราคาปิดลดลงตั้งแต่ 10% จากวันก่อนหน้า โดยบังคับใช้รายหลักทรัพย์ในวันถัดไป ยกเว้นผู้ดูแลสภาพคล่อง</li><li><strong>ปรับปรุงข้อกำหนดหลักทรัพย์ที่ขายชอร์ตได้</strong> ให้แคบลง โดยจำกัดเฉพาะหุ้นใน SET100, ETF, DR และหลักทรัพย์อ้างอิงของ Single Stock Futures พร้อมยกเลิกหุ้นอ้างอิงของ ETF และ DW</li><li><strong>ปรับปรุงเกณฑ์การขึ้นทะเบียน HFT</strong> เปลี่ยนจากการขึ้นทะเบียนล่วงหน้ามาเป็นการตรวจสอบพฤติกรรมหลังการซื้อขาย (Post-Audit) โดยพิจารณาจากการใช้ API เฉพาะ ความถี่ในการส่งคำสั่ง สถานะถือครอง และมูลค่าการซื้อขาย</li></ul><h3>มาตรการที่ยกเลิก</h3><ul><li><strong>ยกเลิกกรอบราคาซื้อขายแบบ Dynamic Price Band (DPB)</strong> เนื่องจากมักถูก Trigger ในหุ้นสภาพคล่องต่ำ ทำให้ไม่ตอบสนองวัตถุประสงค์</li><li><strong>ยกเลิกการจำกัดหลักทรัพย์ที่ HFT ซื้อขายได้</strong> เนื่องจากมีการปรับเกณฑ์ขายชอร์ตให้แคบลงแล้ว</li><li><strong>ยกเลิก Minimum Resting Time (MRT)</strong> ที่บังคับให้คงคำสั่งซื้อขายไว้อย่างน้อย 250 มิลลิวินาที เนื่องจากมีพฤติกรรม Trigger น้อยมากและเป็นภาระระบบ</li></ul><p>นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวว่า การทบทวนครั้งนี้เกิดจากการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความสมดุลและยกระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุน โดยตลท. จะคงมาตรการใหม่ให้มีเสถียรภาพอย่างน้อย 18 เดือน เว้นแต่มีเหตุการณ์รุนแรงกระทบตลาด</p><p>ทั้งนี้ ตลท. เปิดรับฟังความคิดเห็นตั้งแต่วันที่ 13-29 พฤษภาคม 2569 ก่อนเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พิจารณาอนุมัติต่อไป</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:53:33 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ภูมิใจไทยยันคลิปเสียงนายกฯ อนุทินเป็นAI หวังผลทางการเมือง]]></title>
				<category>คอร์รัปชัน</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/corruption/ai-36698.html</link>
				<description><![CDATA[<p>น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบว่าคลิปเสียงของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์เกี่ยวกับประเด็นการเปิดด่านโดยเร็วที่สุดภายในเดือนมิถุนายนนั้น เป็นการสร้างขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ทั้งหมด</p><h2>โฆษกพรรคภูมิใจไทยยันคลิปเสียงนายกฯ อนุทินเป็นของปลอม</h2><p>น.ส.แนนกล่าวว่า คลิปเสียงดังกล่าวถูกสร้างขึ้นเพื่อทำให้เกิดความเข้าใจผิด ใส่ร้าย และหวังผลทางการเมือง รวมถึงเพื่อความสะใจส่วนตัวของผู้ที่ไม่ชื่นชอบนายอนุทิน ซึ่งไม่ใช่ครั้งแรกหรือครั้งสุดท้ายที่เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้</p><h3>การสร้างคลิปเสียงปลอมด้วย AI สร้างความเสียหายต่อสังคม</h3><p>โฆษกพรรคภูมิใจไทยระบุว่า ในโลกที่เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย ยังมีกลุ่มคนที่พร้อมจะซ้ำเติมสถานการณ์ด้วยข้อมูลเท็จ เพื่อเรียกร้องยอดเอนเกจและยอดไลก์ โดยขาดความรับผิดชอบต่อสังคม เมื่อเรื่องราวเกินเลยไป ผู้เสียหายมีสิทธิ์ทุกประการที่จะรักษาชื่อเสียงของตนตามกฎหมาย และบางครั้งการขอโทษก็ไม่สามารถใช้ได้กับทุกกรณี</p><ul><li>คลิปเสียงดังกล่าวถูกสร้างจาก AI อย่างสมบูรณ์</li><li>มีเจตนาเพื่อทำให้เข้าใจผิดและหวังผลทางการเมือง</li><li>ผู้เสียหายมีสิทธิ์ดำเนินคดีตามกฎหมาย</li></ul>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:51:26 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทนายนิด้าส่งกำลังใจทรายสก๊อต เตือนสติโพสต์คลิปเสียงเสี่ยงหมิ่นประมาท]]></title>
				<category>ดนตรี</category>
				<link>https://siampost24.com/bantoeng/dontri/article-36697.html</link>
				<description><![CDATA[<p>กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์เวลานี้ สำหรับดราม่าครอบครัวของ ทราย สิรณัฐ สก๊อต หรือ ทราย สก๊อต น้องชายของ พาย สุนิษฐ์ สก๊อต หรือ พาย สก๊อต ที่ออกมาโพสต์คลิปพูดถึงปัญหาภายในครอบครัว รวมถึงเรื่องที่คุณแม่ฟ้องร้องทรัพย์สินที่คุณตามอบให้ ซึ่งเป็นบ้านริมทะเลที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จนกลายเป็นประเด็นดราม่าบานปลาย</p><p>ก่อนที่ พาย สุนิษฐ์ จะอัดคลิปโต้กลับ ทราย สก๊อต ว่าไม่เป็นความจริง ส่วนประเด็นฟ้องร้องทรัพย์สินบ้านหัวหิน ที่จริงแล้วบ้านดังกล่าวคุณตายกให้คุณแม่ ก่อนจะมอบให้กับตนและน้อง แต่ที่คุณแม่ฟ้องเพราะมีการทำลายทรัพย์สิน มีการนำคนข้างนอกบุกรุก และเอาของส่วนกลางไปจัดการ หลังจากนั้น ทราย สก๊อต ก็ได้โพสต์คลิปเสียงที่เป็นเสียงสนทนาของผู้ชายสองคน ซึ่งเป็นคลิปที่ทรายเคยอ้างว่าเป็นหลักฐาน จนกลายเป็นประเด็นช็อกในโลกออนไลน์อีกระลอก</p><h2>ทนายนิด้าแสดงความเห็น</h2><p>ล่าสุด ทนายนิด้า ศรันยา หวังสุขเจริญ ทนายความชื่อดัง ได้โพสต์แสดงความคิดเห็นถึงประเด็นดังกล่าว โดยเริ่มจากข้อความว่า “ปัญหาครอบครัวเป็นปัญหาโลกแตก เหมือนไก่กับไข่อะไรเกิดก่อนกัน” ก่อนจะโพสต์ข้อความให้กำลังใจ ทราย สก๊อต โดยบอกว่า “แผลจากการล่วงละเมิดทางเพศ นานเท่าไหร่ก็ไม่มีวันหาย ส่งกำลังใจให้ ทราย สก๊อต”</p><p>อย่างไรก็ตาม ทนายนิด้าก็โพสต์เตือนสติ ทราย สก๊อต ถึงเรื่องการนำคลิปเสียงมาโพสต์ในโซเชียล โดยระบุว่า “อย่างไรก็ตาม การนำคลิปเสียงออกมาเผยแพร่สู่สาธารณะ แทนที่จะเป็นกระบวนการทางศาล ก็สุ่มเสี่ยงจะเข้าข่ายความผิดทางอาญา ฐานหมิ่นประมาทฯ ที่ทำให้เสื่อมเสียต่อชื่อเสียงได้นะคะ”</p><h3>ข้อควรระวังในการโพสต์คลิปเสียง</h3><p>นอกจากนี้ ทนายนิด้ายังได้คอมเมนต์ใต้โพสต์ของตนเองว่า “ไม่ใช่ว่าเห็นเขาทำได้ เราทำตาม ต้นทุนคนเราไม่เท่ากัน จากได้เปรียบเป็นเสียเปรียบ ไปศาลไม่ใช่เรื่องสนุกค่ะ” อีกทั้งยังโพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า “คลิปเสียงที่แอบอัดอย่าหาว่าใช้รับฟังในศาลไม่ได้ มีข้อยกเว้นให้ศาลรับฟัง และศาลฟังมาหลายคดีอยู่นะคะ”</p><p>ท่ามกลางคอมเมนต์จากชาวเน็ตที่ต่างแสดงความคิดเห็นถึงเรื่องนี้เป็นจำนวนมาก โดยหลายคนเห็นด้วยกับทนายนิด้าที่ให้กำลังใจและเตือนสติในเวลาเดียวกัน ขณะที่บางส่วนก็วิพากษ์วิจารณ์ถึงประเด็นดราม่าครอบครัวที่ยังคงยืดเยื้อ</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:34:24 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[Gripen E/F ลำแรกของกองทัพอากาศไทยเข้าสู่สายการผลิต SAAB แล้ว]]></title>
				<category>คมนาคม</category>
				<link>https://siampost24.com/sangkhom/khommanakhom/gripen-ef-saab.html</link>
				<description><![CDATA[<p>วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ในฐานะประธานกรรมการบริหาร โครงการร่วมไทย-สวีเดน ในระดับรัฐบาล พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหาร โครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทน ระยะที่ 1 (Gripen E/F) เข้าร่วมการประชุมติดตามความก้าวหน้าของโครงการฯ ที่ Swedish Defence Materiel Administration (FMV) เมืองสตอกโฮล์ม ราชอาณาจักรสวีเดน ในฐานะตัวแทนรัฐบาลไทย ตามสัญญาการจัดซื้อ และได้ร่วมหารือกับ Ms. Eva Hagwall, FMV Deputy Director General เพื่อความร่วมมืออย่างต่อเนื่องในอนาคต</p><h2>เครื่องบินรบ Gripen E/F ลำแรกเข้าสู่สายการผลิต</h2><p>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองทัพอากาศไทยได้ลงนามทำสัญญาจัดหาเครื่องบินรบ Gripen E/F ระยะที่ 1 รวม 4 ลำ ภายใต้โครงการชื่อว่า “บรูพาสันติ 1” (Peace Burapha 1) เมื่อเดือนสิงหาคม 2568 มูลค่า 19,500 ล้านบาท โดยลงนามร่วมกับ FMV (องค์การบริหารจัดการยุทธภัณฑ์ทางทหารสวีเดน) และบริษัท SAAB (ซาบ) สวีเดน สำหรับโครงการระยะที่ 1 ดำเนินการในงบประมาณปี 2568-2572 โดยมีกำหนดทยอยส่งมอบปี 2572 ส่วนแผนระยะที่ 2 กำหนดไว้ในปีงบประมาณ 2571 เพิ่มอีก 4 ลำ ตามแผนทั้งโครงการ 1 ฝูง รวม 12 ลำ เพื่อทดแทนฝูงบิน F-16-A/B ประจำการที่ กองบิน 1 จ.นครราชสีมา</p><h3>ความคืบหน้าล่าสุดของโครงการ</h3><p>ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในขณะนี้เครื่องบิน Gripen E/F ลำแรก ที่กองทัพอากาศไทยจัดหาได้เข้าสู่สายการผลิต บริษัท SAAB เมืองลินเชอปิง เรียบร้อยแล้ว ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของโครงการฯ โดย ผบ.ทอ. ได้เดินทางไปติดตามความคืบหน้าด้วยตนเอง พร้อมวางแผนสำหรับล็อตที่ 2 ในอนาคต</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:48:18 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ซีแอนด์จีฯ & นิวสกายฯ สนับสนุน BKK Food Bank ช่วยกลุ่มเปราะบาง 50 เขต]]></title>
				<category>การกุศล</category>
				<link>https://siampost24.com/sangkhom/kankuson/bkk-food-bank.html</link>
				<description><![CDATA[<p>บริษัทซีแอนด์จีฯ และนิวสกายฯ แสดงความห่วงใยต่อกลุ่มเปราะบางในกรุงเทพมหานคร โดยร่วมสนับสนุนโครงการ BKK Food Bank เพื่อส่งต่อสิ่งของจำเป็นไปยังประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือใน 50 เขตทั่วกรุงเทพฯ พร้อมตอกย้ำแนวคิดการพัฒนาเมืองควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน</p><h2>พิธีมอบสิ่งของสนับสนุนโครงการ</h2><p>เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 นายขรรชัย อัจราวรรณ์ ผู้จัดการโครงการกำจัดมูลฝอยด้วยวิธีการเผาไหม้เพื่อผลิตพลังงานไฟฟ้า ขนาดไม่น้อยกว่า 1,000 ตันต่อวัน ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม เป็นผู้แทนกลุ่มบริษัทในการมอบสิ่งของให้แก่สำนักพัฒนาสังคม โดยมีนายเกียรติศักดิ์ ภิรมย์แก้ว เลขานุการสำนักพัฒนาสังคม และนางพันทิพา วิศาลศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานการพัฒนาชุมชน เป็นผู้รับมอบ สิ่งของทั้งหมดจะถูกส่งต่อไปยังกลุ่มเปราะบางภายใต้แนวทางของโครงการ BKK Food Bank ซึ่งมุ่งบริหารจัดการอาหารและสิ่งของจำเป็นให้เข้าถึงผู้ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างทั่วถึงและยั่งยืน</p><h2>ความมุ่งมั่นของบริษัทสู่สังคมและสิ่งแวดล้อม</h2><p>ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทให้ความสำคัญกับการดูแลชุมชนโดยรอบโรงงานในรัศมี 5 กิโลเมตรอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อมและการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ เมื่อกรุงเทพมหานครริเริ่มโครงการ BKK Food Bank บริษัทฯ ในฐานะคู่สัญญาจึงพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง เพื่อร่วมผลักดันให้ความช่วยเหลือกระจายตัวออกไปสู่ภาพรวมของกรุงเทพมหานครได้อย่างกว้างขวางขึ้น</p><h2>ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน</h2><p>ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนครั้งนี้ไม่เพียงช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า แต่ยังสะท้อนแนวคิดพัฒนาเมืองควบคู่คุณภาพชีวิต เพื่อสร้างสมดุลด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน การสนับสนุนโครงการ BKK Food Bank เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและยั่งยืนสำหรับทุกคน</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:39:10 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทภ.2 เผยไทม์ไลน์ช่วย 'ลุงโยชน์' คนไทยถูกกัมพูชาจับ หาของป่าหลงแดน]]></title>
				<category>คดีชายแดน</category>
				<link>https://siampost24.com/atchayakam/khadichaidan/2-36694.html</link>
				<description><![CDATA[<p>กองทัพภาคที่ 2 เปิดไทม์ไลน์การช่วยเหลือ 'ลุงโยชน์' ชาวจังหวัดสุรินทร์ ที่เข้าไปหาของป่าจนหลงเข้าไปในพื้นที่ประเทศกัมพูชา ก่อนถูกดำเนินคดีในข้อหาลักลอบเข้าประเทศโดยผิดกฎหมายและบุกรุกพื้นที่ทางทหาร โดยขณะนี้กำลังเร่งประสานงานเพื่อให้พ้นจากเรือนจำจังหวัดอุดรมีชัย</p><h2>ไทม์ไลน์การหายตัวไปของลุงโยชน์</h2><p>เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 กองทัพภาคที่ 2 ได้แจ้งไทม์ไลน์การหายตัวไปของ นายโยชน์ สายน้อย อายุ 58 ปี ราษฎรบ้านเลขที่ 70 หมู่ 7 ตำบลกันตรวจระมวล อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ หลังจากที่ครอบครัวได้เข้าแจ้งความต่อสถานีตำรวจภูธรกาบเชิง เพื่อขอความช่วยเหลือกรณีสูญหาย โดยนายโยชน์ได้เข้าไปหาของป่าในพื้นที่บริเวณห้วยสำเริง ใกล้บ้านโนนทอง ตำบลโคกตะเคียน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้แนวชายแดนไทย–กัมพูชา และไม่สามารถติดต่อได้ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน 2569</p><p>เจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบรถจักรยานยนต์ของผู้สูญหายจอดอยู่บริเวณชายป่าดังกล่าว จึงได้ดำเนินการประสานงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและฝ่ายปกครองในพื้นที่อย่างเร่งด่วน เพื่อสืบสวนติดตามและให้ความช่วยเหลือโดยทันที</p><h2>ความคืบหน้าการช่วยเหลือ</h2><p>ภายหลังการประสานงานกับฝ่ายกัมพูชา ทาง พ.อ.โปว เพง หัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนประจำพื้นที่โอรเสม็ด ได้แจ้งมายังฝ่ายไทยว่า นายโยชน์ สายน้อย ได้ลักลอบข้ามแดนเข้าไปในราชอาณาจักรกัมพูชาโดยผิดกฎหมาย และถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชาจับกุมตัว ก่อนส่งดำเนินคดีที่จังหวัดอุดรมีชัย ในข้อหาลักลอบเข้าประเทศโดยผิดกฎหมายและบุกรุกพื้นที่ทางทหาร ปัจจุบันถูกควบคุมตัวอยู่ภายในเรือนจำจังหวัดอุดรมีชัย</p><h3>การประสานงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง</h3><p>กองทัพภาคที่ 2 ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการต่างประเทศ โดยสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเสียมราฐ ได้เข้าติดตามสถานการณ์และประสานการให้ความช่วยเหลือด้านกงสุลแก่บุคคลดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้รับการดูแลตามหลักมนุษยธรรมและกระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยลุงโยชน์หลังจากถูกควบคุมมีความปลอดภัยดี</p><h2>มาตรการรักษาความปลอดภัยชายแดน</h2><p>กองทัพภาคที่ 2 ขอเรียนให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนทราบว่า ปัจจุบันหน่วยทหารในพื้นที่ได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ทั้งการลาดตระเวน การเฝ้าตรวจ และการตั้งจุดตรวจในพื้นที่เสี่ยงตลอดแนวชายแดน เพื่อป้องกันเหตุลักษณะดังกล่าวและสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถ</p><h3>ข้อแนะนำสำหรับประชาชน</h3><p>พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือจากประชาชนที่มีความจำเป็นต้องเข้าไปหาของป่าหรือประกอบกิจกรรมในพื้นที่ใกล้แนวชายแดน ให้เพิ่มความระมัดระวัง และประสานแจ้งเจ้าหน้าที่ทหารหรือฝ่ายปกครองในพื้นที่ล่วงหน้า เพื่อให้สามารถดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างเหมาะสม อันจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการพลัดหลงหรือการกระทำที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายของประเทศเพื่อนบ้านต่อไป</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:39:11 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[พาณิชย์ยืนยันนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐ 1 ล้านตัน เสริมแกร่งห่วงโซ่อาหาร]]></title>
				<category>การค้า</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankha/1-36693.html</link>
				<description><![CDATA[<p>นายกรนิจ โนนจุ้ย ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าไทยเตรียมนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากสหรัฐฯ ปริมาณ 1 ล้านตันว่า ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2569 หอการค้าไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอชิงตัน ดีซี และกระทรวงพาณิชย์ ได้รับเชิญจากภาคเอกชนของไทย เป็นสักขีพยานของการลงนามความร่วมมือในการซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ระหว่างภาคเอกชนของไทยกับสหรัฐฯ เพื่อเป็นหลักประกันว่าอุตสาหกรรมแปรรูปเนื้อสัตว์เพื่อการบริโภคในประเทศและเพื่อส่งออกของไทยจะมีความมั่นคงด้านห่วงโซ่อุปทานอาหาร สามารถช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกได้</p><h2>ความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ</h2><p>ไทยมีความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปีละประมาณ 9 ล้านตัน แต่ผลิตได้เพียงปีละประมาณ 5 ล้านตัน จึงมีความต้องการใช้เกินกว่าปริมาณผลผลิตที่ได้อยู่ถึงปีละประมาณ 4 ล้านตัน ซึ่งที่ผ่านมา ไทยนำเข้าจากเพื่อนบ้าน เช่น เมียนมา ลาว และใช้วัตถุดิบทดแทนอื่นทั้งในประเทศและนำเข้า เช่น ข้าวสาลี จากยูเครน และออสเตรเลีย รวมประมาณปีละ 4 ล้านตัน</p><h3>เงื่อนไขการนำเข้าที่เข้มงวด</h3><p>ในการนำเข้า ผู้ประกอบการจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนดอย่างเคร่งครัด ได้แก่ ซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ 5 ล้านตันให้หมดก่อน โดยผู้รวบรวมต้องซื้อที่ความชื้น 30% ไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 7.05 บาท และโรงงานอาหารสัตว์ในกรุงเทพและปริมณฑลต้องซื้อที่ความชื้น 14.5% ไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 9.80 บาท นอกจากนี้ รัฐยังกำกับดูแลไม่ให้การนำเข้ากระทบต่อเสถียรภาพราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศ รวมทั้งห้ามนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ปลอดการเผาจากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งเมียนมา ลาว กัมพูชา เพื่อป้องกันมลพิษและฝุ่น PM 2.5</p><h2>ประโยชน์ต่อความสัมพันธ์การค้าไทย-สหรัฐฯ</h2><p>ความตกลงของภาคเอกชนดังกล่าวยังเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์พัฒนาความสัมพันธ์การค้าไทย-สหรัฐฯ ในระยะยาว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาครัฐของสหรัฐฯ และเป็นประโยชน์ต่อการเจรจาการค้าที่ทั้ง 2 ฝ่ายพยายามเร่งสรุปผล ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งออกสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปของไทยไปสู่สหรัฐฯ โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ สินค้าประมง ผักและผลไม้แปรรูป</p><h3>ข้อกังวลเกี่ยวกับผลกระทบ</h3><p>สำหรับข้อกังวลทางด้านผลกระทบจากการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีต่อวัตถุดิบอาหารสัตว์อื่นๆ เช่น รำ แกลบ ปลายข้าว นั้น นายกรนิจกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ได้พูดคุยกับนายกสมาคมโรงสีข้าวไทย ซึ่งสมาคมและกระทรวงพาณิชย์จะร่วมกันกำกับดูแลห่วงโซ่อุปทานอาหารสัตว์ให้เกิดความสมดุล ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อชาวนา</p><p>สำหรับข้อกังวลการนำเข้าสินค้าเกษตรส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและเกษตรกรภายในประเทศนั้น ยืนยันว่า ในการนำเข้ามีหน่วยงานรับผิดชอบหลักคือ กรมวิชาการเกษตร ที่กำหนดให้วิเคราะห์ความเสี่ยงศัตรูพืชและจัดทำพิธีสารร่วมกับประเทศคู่ค้า เพื่อวางเกณฑ์ควบคุมตั้งแต่การขึ้นทะเบียนสวนและโรงคัดบรรจุต้นทาง พร้อมบังคับใช้มาตรการกำจัดศัตรูพืชเฉพาะทางตามมาตรฐานสากลอยู่แล้ว</p><p>รัฐบาลได้พิจารณาอย่างรอบคอบ รัดกุม และคำนึงถึงผลประโยชน์ที่สมดุลของทุกภาคส่วนในห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่ เกษตรกร พ่อค้า ผู้ประกอบการผลิต ผู้ส่งออก และที่สำคัญคือผู้บริโภค ที่ไม่ควรได้รับผลกระทบด้านราคาจากต้นทุนที่สูงขึ้นโดยไม่พึงจะเป็น</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 11:18:53 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[แมนฯยูไนเต็ดเตรียมปล่อยแรชฟอร์ดซบเปแอสเช]]></title>
				<category>ฟุตบอลต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/footballworld/article-36692.html</link>
				<description><![CDATA[<p>แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเตรียมที่จะปล่อยตัว มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าตัวเก่งของทีมให้กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง หรือ เปแอสเช ในช่วงซัมเมอร์นี้ ตามรายงานจากสื่อในอังกฤษ</p><h2>ดีลที่อาจเกิดขึ้นในซัมเมอร์นี้</h2><p>มีรายงานว่า ปีศาจแดง พร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอสำหรับ แรชฟอร์ด ซึ่งกำลังตกเป็นเป้าหมายของ เปแอสเช มานาน โดยคาดว่าค่าตัวของนักเตะวัย 26 ปี จะอยู่ที่ประมาณ 80 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 3,600 ล้านบาท</p><h3>เหตุผลที่แมนฯยูไนเต็ดอาจปล่อยแรชฟอร์ด</h3><p>การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ แรชฟอร์ด มีฟอร์มการเล่นที่ไม่คงที่ในฤดูกาลนี้ และสโมสรกำลังมองหาการปรับเปลี่ยนทีมภายใต้การคุมทีมของ เอริค เทน ฮาก นอกจากนี้ แมนฯยูไนเต็ด ยังต้องการเงินทุนเพื่อเสริมทัพในตำแหน่งอื่น ๆ</p><ul><li>แรชฟอร์ดทำได้ 8 ประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้</li><li>เปแอสเชต้องการกองหน้าที่มีความเร็วและความสามารถในการทำประตู</li><li>ดีลนี้จะช่วยให้แมนฯยูไนเต็ดมีงบประมาณในการซื้อผู้เล่นใหม่</li></ul><h2>อนาคตของแรชฟอร์ด</h2><p>แรชฟอร์ด ซึ่งเป็นผลิตผลจากอะคาเดมีของแมนฯยูไนเต็ด ได้ลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ไปแล้วกว่า 300 นัด ยิงได้มากกว่า 100 ประตู การย้ายทีมครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในอาชีพของเขา</p><p>ขณะเดียวกัน เปแอสเช กำลังมองหาตัวแทนของ คีลียัน เอ็มบัปเป ที่อาจย้ายออกจากทีมในช่วงซัมเมอร์นี้ แรชฟอร์ดจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับทีมจากฝรั่งเศส</p><h3>ผลกระทบต่อแมนฯยูไนเต็ด</h3><p>หากการย้ายทีมเกิดขึ้นจริง แมนฯยูไนเต็ด จะต้องหาผู้เล่นมาทดแทนแรชฟอร์ด ซึ่งอาจเป็นโอกาสให้ผู้เล่นอย่าง อเลฮานโดร การ์นาโช หรือ ราสมุส ฮอยลุนด์ ได้รับโอกาสมากขึ้น</p><ol><li>การ์นาโชเป็นดาวรุ่งที่มีอนาคตไกล</li><li>ฮอยลุนด์เพิ่งย้ายมาในซัมเมอร์นี้</li><li>แมนฯยูไนเต็ดอาจต้องมองหากองหน้ารายใหม่</li></ol><p>อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการจากทั้งสองสโมสร แฟนบอลต้องรอติดตามข่าวสารต่อไป</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:57:25 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ด่วน! สังข์ ดอกสะเดา อาการทรุดหนักเข้า ICU ลูกชายรับหมอถามเรื่องปั๊มหัวใจ]]></title>
				<category>ดนตรี</category>
				<link>https://siampost24.com/bantoeng/dontri/icu-36691.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ข่าวด่วน! <strong>สังข์ ดอกสะเดา</strong> ตลกชื่อดัง อาการทรุดหนักจนถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและเข้ารับการรักษาในห้องไอซียู (ICU) อย่างเร่งด่วน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เข้ารับการผ่าตัดก้อนเนื้อที่บริเวณคอและปอด</p><h2>ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569</h2><p>เจ้าตัวได้แจ้งข่าวผ่านโซเชียลมีเดียของตนเองว่า ได้เข้ารับการผ่าตัดก้อนเนื้อที่ปอดและคอ รวมถึงต้องฉีดยาฆ่าเชื้อควบคู่กับการพ่นยา โดยอาการโดยรวมคือรับประทานอาหารได้ แต่น้อยลง เนื่องจากมีอาการไอขั้นรุนแรง ทำให้ลำคอตีบ ส่งผลให้กลืนอาหารและน้ำได้ค่อนข้างลำบาก</p><h3>อัปเดตอาการอย่างต่อเนื่อง</h3><p>หลังจากนั้น สังข์ ดอกสะเดา ได้คอยอัปเดตอาการของตนเองผ่านโซเชียลมีเดียทุกวัน จนกระทั่งวันที่อาการป่วยเริ่มดีขึ้น ทีมแพทย์จึงอนุญาตให้กลับบ้านได้ ทว่าผ่านไปเพียงไม่กี่วัน อาการกลับทรุดหนักลงอีกครั้ง</p><h2>ล่าสุด 13 พฤษภาคม 2569</h2><p>ลูกชายของ สังข์ ดอกสะเดา ได้ออกมาโพสต์แจ้งข่าวว่า ขณะนี้คุณพ่อถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เนื่องจากอาการทรุดหนัก และถูกย้ายไปอยู่ในห้องไอซียู เพราะต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ นอกจากนี้ยังเจอประโยคบีบหัวใจจากทีมแพทย์ที่มาถามว่า “ถ้าคนไข้หัวใจหยุดเต้น ญาติยินยอมให้ปั๊มหัวใจใช่มั้ย”</p><p>ท่ามกลางความห่วงใยจากแฟนคลับและเพื่อนตลกร่วมวงการจำนวนมาก ต่างพากันเข้ามาคอมเมนต์ส่งกำลังใจให้ สังข์ ดอกสะเดา กันอย่างล้นหลาม</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 11:01:11 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[กทม.เปิดรับสมัครงานหลายอัตรา สำนักการคลังและเขตดอนเมือง]]></title>
				<category>ท้องถิ่น</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/thongthin/article-36690.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ข่าวดีสำหรับผู้ที่กำลังหางาน กรุงเทพมหานครประกาศเปิดรับสมัครงานจำนวนหลายอัตรา โดยผู้ที่ประสงค์จะสมัครงานสามารถขอรับและยื่นใบสมัครได้ด้วยตนเอง ตามรายละเอียดดังนี้</p><h2>สำนักการคลังเปิดรับสมัคร 68 อัตรา</h2><p>น.ส.กัญญา อัศวเมฆิน ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์ แจ้งว่า กรุงเทพมหานครเปิดรับสมัครและคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการเป็นลูกจ้างชั่วคราว จำนวน 68 อัตรา เพื่อปฏิบัติงานในสังกัดสำนักการคลัง ประกอบด้วย</p><ul><li>ตำแหน่งพนักงานทั่วไป จำนวน 1 อัตรา</li><li>ตำแหน่งพนักงานสถานที่ จำนวน 1 อัตรา</li><li>ตำแหน่งพนักงานขับรถยนต์ จำนวน 1 อัตรา</li><li>ตำแหน่งพนักงานขับเครื่องจักรกลขนาดกลาง จำนวน 4 อัตรา</li><li>ตำแหน่งพนักงานขับเครื่องจักรกลขนาดหนัก จำนวน 1 อัตรา</li><li><strong>ตำแหน่งช่าง</strong> จำนวน 58 อัตรา โดยปฏิบัติงานต่างๆ ดังนี้<ul><li>งานเครื่องยนต์ จำนวน 38 อัตรา</li><li>งานโลหะ จำนวน 16 อัตรา</li><li>งานไม้ จำนวน 2 อัตรา</li><li>งานสี จำนวน 1 อัตรา</li><li>งานหนัง จำนวน 1 อัตรา</li></ul></li><li>ตำแหน่งผู้ช่วยช่าง โดยปฏิบัติงานเครื่องยนต์ จำนวน 1 อัตรา และงานโลหะ จำนวน 1 อัตรา</li></ul><p>ผู้ที่ประสงค์จะสมัครสามารถขอรับและยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่ ฝ่ายการเจ้าหน้าที่ สำนักงานเลขานุการ สำนักการคลัง ชั้น 2 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เสาชิงช้า ระหว่างวันที่ 14 – 29 พฤษภาคม 2569 ในวันและเวลาราชการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2224 3056 ต่อ 1604</p><h2>สำนักงานเขตดอนเมืองขยายเวลารับสมัคร</h2><p>ขณะที่ สำนักงานเขตดอนเมือง ขยายเวลารับสมัครลูกจ้างชั่วคราว ตำแหน่งนายท้ายเรือ จำนวน 1 อัตรา พนักงานกวาด จำนวน 8 อัตรา พนักงานเก็บขนมูลฝอย จำนวน 17 อัตรา พนักงานประจำรถ จำนวน 9 อัตรา ผู้ที่ประสงค์จะสมัครสามารถขอรับใบสมัครได้ที่ฝ่ายการปกครอง ชั้น 2 สำนักงานเขตดอนเมือง ตั้งแต่บัดนี้ถึง 15 พฤษภาคม 2569 ในวันและเวลาราชการ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2565 9404 ต่อ 5309</p><p>ขอบคุณเฟซบุ๊ก กรุงเทพมหานคร</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:45:36 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ปลดล็อก 8 ธุรกิจต่างชาติ ไม่ต้องขออนุญาต หวั่นกระทบเกษตรกร]]></title>
				<category>การค้า</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankha/8-36689.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 69 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาแก้ไขประเภทธุรกิจตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... รวมทั้งอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดธุรกิจที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. ....</p><h2>ปลดล็อก 8 ธุรกิจบริการ</h2><p>ธุรกิจที่ได้รับการปลดล็อกให้คนต่างด้าวสามารถประกอบกิจการได้โดยไม่ต้องขออนุญาต มีทั้งหมด 8 ประเภท ได้แก่</p><ol><li>ธุรกิจบริการโทรคมนาคมแบบไม่มีโครงข่ายของตัวเอง</li><li>ธุรกิจบริหารการเงิน</li><li>ธุรกิจการบริหารภายในเครือข่าย</li><li>ธุรกิจการรับค้ำประกันหนี้ภายในประเทศ</li><li>ธุรกิจการขุดเจาะปิโตรเลียม</li><li>ธุรกิจการให้กู้ยืมเงินแบบต่าง ๆ ที่มีหลักทรัพย์เป็นประกันภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์ และการซื้อขายล่วงหน้า</li><li>ธุรกิจเป็นตัวแทน ผู้ค้า ที่ปรึกษา หรือผู้จัดการเงินทุนด้านสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ไม่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า</li><li>ธุรกิจบริการให้เช่าพื้นที่เพื่อติดตั้งเครื่องอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ</li></ol><h2>ความกังวลต่อสินค้าเกษตรล่วงหน้า</h2><p>นักวิชาการบางส่วนแสดงความกังวลว่าการปลดล็อกครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อกลไกราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะการซื้อขายล่วงหน้าจากชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน ที่อาจเข้ามากวาดซื้อสินค้าจากเกษตรกรรายย่อย ทำให้โครงสร้างราคาตลาดเสียหาย</p><p>นายวันชัย ผโลทัยถเกิง อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกำกับการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้า (กสล.) วิเคราะห์ว่า การปลดล็อกครั้งนี้คาดว่ารัฐบาลต้องการส่งเสริมธุรกิจภายในประเทศโดยใช้ชาวต่างชาติ แต่ยังมีกฎหมายควบคุมอยู่ เพียงแต่ต้องมีทีมตรวจสอบอย่างเข้มงวดมากขึ้น</p><h3>ผลกระทบต่อแรงงานและเทคโนโลยี</h3><p>นายวันชัยยังกล่าวถึงความกังวลเรื่องการเข้ามาของแรงงานจีนและการนำเทคโนโลยีมาใช้ โดยเฉพาะในธุรกิจฮาร์ดแวร์ ซึ่งในด้านบวกจะช่วยให้คนไทยเรียนรู้และสร้างบรรยากาศการประกอบอาชีพใหม่ แต่ก็ต้องระวังการแย่งอาชีพคนไทย</p><p>ปัจจุบันคนไทยซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น และสินค้าส่วนใหญ่เป็นของจีน ซึ่งอาจส่งผลต่อการบิดเบือนราคาตลาด</p><h2>แนวโน้มการลงทุนในโครงการแลนด์บริดจ์</h2><p>เมื่อถามว่าการปลดล็อกนี้เป็นการปูทางให้ลงทุนในโครงการแลนด์บริดจ์หรือไม่ นายวันชัยมองว่าเป็นเรื่องบวก เพราะปัจจุบันสามารถลงทุนเป็นเฟสได้ หากไม่ดีก็ไม่ต้องลงทุนต่อ การทำล่วงหน้าถือเป็นเรื่องที่ดี</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:36:24 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 14 พ.ค. 2569 ทุกปั๊ม เบนซิน ดีเซล ลิตรละเท่าไร]]></title>
				<category>การค้า</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankha/14-2569-36688.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ผู้สื่อข่าวรายงานอัปเดตราคาน้ำมันประจำวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 จากเว็บไซต์ของบริษัทน้ำมันชั้นนำหลายแห่ง ได้แก่ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด, บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน), บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) และบริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด โดยราคาน้ำมันในวันพรุ่งนี้มีรายละเอียดดังนี้</p><h2>ราคาน้ำมันบางจาก วันที่ 14 พฤษภาคม 2569</h2><ul><li>ดีเซล B20: 33.75 บาท/ลิตร</li><li>ไฮดีเซล S: 40.75 บาท/ลิตร</li><li>ไฮพรีเมียมดีเซล S: 61.25 บาท/ลิตร</li><li>ไฮพรีเมียม 98: 55.09 บาท/ลิตร</li><li>GSH E85S EVO: 32.29 บาท/ลิตร</li><li>GSH E20S EVO: 36.35 บาท/ลิตร</li><li>GSH91S EVO: 42.98 บาท/ลิตร</li><li>GSH95S EVO: 43.35 บาท/ลิตร</li></ul><h2>ราคาน้ำมัน ปตท. วันที่ 14 พฤษภาคม 2569</h2><ul><li>ดีเซล B20: 33.75 บาท/ลิตร</li><li>ดีเซล: 40.75 บาท/ลิตร</li><li>GSH E85S EVO: 32.29 บาท/ลิตร</li><li>GSH E20S EVO: 36.35 บาท/ลิตร</li><li>GSH91S EVO: 42.98 บาท/ลิตร</li><li>GSH95S EVO: 43.35 บาท/ลิตร</li><li>เบนซิน: 52.94 บาท/ลิตร</li><li>ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล: 61.25 บาท/ลิตร</li><li>ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95: 51.54 บาท/ลิตร</li></ul><h2>ราคาน้ำมันเชลล์ วันที่ 14 พฤษภาคม 2569</h2><ul><li>เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20: 36.85 บาท/ลิตร</li><li>เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91: 43.48 บาท/ลิตร</li><li>เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95: 43.85 บาท/ลิตร</li><li>เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95: 49.84 บาท/ลิตร</li><li>เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล: 40.75 บาท/ลิตร</li><li>เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล: 49.84 บาท/ลิตร</li></ul><h2>ราคาน้ำมันพีที วันที่ 14 พฤษภาคม 2569</h2><ul><li>ดีเซล: 40.75 บาท/ลิตร</li><li>ดีเซล B20: 33.75 บาท/ลิตร</li><li>แก๊สโซฮอล์ 95: 43.35 บาท/ลิตร</li><li>แก๊สโซฮอล์ 91: 42.98 บาท/ลิตร</li><li>เบนซิน: 53.44 บาท/ลิตร</li><li>แก๊สโซฮอล์ E20: 36.35 บาท/ลิตร</li></ul><h2>ราคาน้ำมันซัสโก้ วันที่ 14 พฤษภาคม 2569</h2><ul><li>ดีเซล: 40.75 บาท/ลิตร</li><li>ดีเซล B20: 33.75 บาท/ลิตร</li><li>เบนซิน: 53.09 บาท/ลิตร</li><li>แก๊สโซฮอล์ 95: 43.35 บาท/ลิตร</li><li>แก๊สโซฮอล์ 91: 42.98 บาท/ลิตร</li><li>แก๊สโซฮอล์ E20: 36.35 บาท/ลิตร</li></ul><h2>ราคาน้ำมันคาลเท็กซ์ วันที่ 14 พฤษภาคม 2569</h2><ul><li>โกลด์ 95 เทครอน: 55.06 บาท/ลิตร</li><li>แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน: 43.35 บาท/ลิตร</li><li>แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน: 42.98 บาท/ลิตร</li><li>แก๊สโซฮอล์ E20: 36.35 บาท/ลิตร</li><li>ดีเซล เทครอน: 40.75 บาท/ลิตร</li><li>พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน: 61.25 บาท/ลิตร</li></ul><p>อย่างไรก็ตาม ราคาที่กล่าวมาข้างต้นเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งอาจมีความแตกต่างในแต่ละพื้นที่ ดังนั้นผู้บริโภคควรตรวจสอบราคาจริงจากปั๊มน้ำมันแต่ละแห่งก่อนเติมน้ำมันทุกครั้ง</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 11:00:26 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[สงขลาแจ้งเตือนรับมือฝนหนักถึงหนักมาก 14-18 พ.ค. นี้ เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน]]></title>
				<category>ภัยธรรมชาติ</category>
				<link>https://siampost24.com/sangkhom/phaithamchat/14-18-36687.html</link>
				<description><![CDATA[<p>กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลาออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากและคลื่นลมแรงในพื้นที่ภาคใต้รวมถึงจังหวัดสงขลาในช่วงวันที่ 14 ถึง 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับที่ 1 (61/2569) ซึ่งระบุว่าหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่างจะเคลื่อนเข้าปกคลุมอ่าวเบงกอลตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง</p><h2>ผลกระทบจากฝนตกหนัก</h2><p>ฝนที่ตกหนักสะสมอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาที่อยู่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน รวมถึงพื้นที่ลุ่มต่ำที่มักประสบปัญหาน้ำท่วมขังเป็นประจำ ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมความพร้อมในการอพยพหากจำเป็น</p><h3>สถานการณ์คลื่นลมแรง</h3><p>ในช่วงวันที่ 14-18 พฤษภาคม 2569 ทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูงประมาณ 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นจะสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง</p><h2>มาตรการเตรียมความพร้อมของจังหวัด</h2><p>นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ในฐานะผู้อำนวยการจังหวัดได้สั่งการให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานสถานการณ์ให้จังหวัดทราบทันทีทางโทรศัพท์หรือโทรสารหมายเลข 0 7431 6380 และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง</p><p>ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้จากช่องทางของกรมอุตุนิยมวิทยาและสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:54:36 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทราย สก๊อต โพสต์อีเมลพ่อ เปิดใจหลังเงียบ 4 ปี ลั่นพ่อรู้เรื่องพายแต่ไม่ทำอะไร]]></title>
				<category>ดนตรี</category>
				<link>https://siampost24.com/bantoeng/dontri/4-36686.html</link>
				<description><![CDATA[<p>กลายเป็นดราม่าที่ร้อนแรงและบานปลายไม่หยุด สำหรับกรณีของ ทราย สิรณัฐ สก๊อต หรือ ทราย สก๊อต น้องชายของ พาย สุนิษฐ์ สก๊อต หรือ พาย สก๊อต ที่ออกมาโพสต์คลิปพูดถึงปัญหาภายในครอบครัว จนเกิดการโต้ตอบกันไปมาระหว่างพี่น้อง และกลายเป็นประเด็นร้อนในขณะนี้</p><h2>ทราย สก๊อต โพสต์อีเมลพ่อ เปิดใจครั้งแรกในรอบ 4 ปี</h2><p>ล่าสุด ทราย สก๊อต ได้โพสต์ไอจีสตอรี่อีกครั้ง โดยเป็นภาพข้อความอีเมลที่อ้างว่าส่งมาจากคุณพ่อ พร้อมเขียนข้อความว่า “อีเมลจากพ่อสอง 4 วันก่อนหลังจากที่ไม่ได้คุยกันมา 4 ปี” ซึ่งในอีเมลดังกล่าวเป็นภาษาอังกฤษ แปลความได้ดังนี้</p><p><strong>“สวัสดีทราย ฉันไม่รู้ว่าคุณได้อ่านอีเมลที่ฉันส่งไหม แต่ฉันอยากสื่อสารกับคุณ และไม่รู้จะทำยังไง คุณบล็อกฉันในไลน์แล้ว (ฉันคิดว่านะ) ไม่ว่าจะช่องทางไหนที่ฉันเขียนไป คุณก็ไม่ตอบกลับ ฉันแค่อยากบอกว่า เราสองคนมีอะไรคล้ายกันมากกว่าที่คุณคิด และที่สำคัญที่สุดคือ ฉันไม่ใช่ศัตรู ฉันอยู่ข้างคุณ แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ตั้งแต่คุณกลับมาจากอังกฤษ ฉันกลับกลายเป็นศัตรูไป ทุกอย่างที่ฉันพูดดูเหมือนจะทำให้คุณรู้สึกรังเกียจและปฏิเสธ...ฉันแย่ขนาดนั้นจริงๆ เหรอ? ปีนี้คุณจะอายุ 30 แล้ว คุณคงกำลังเรียนรู้ว่าโลกนี้ไม่ใช่สถานที่ที่สมบูรณ์แบบ และชีวิตก็ไม่ได้เป็นไปตามที่เราต้องการเสมอไป ฉันอาจไม่ใช่พ่อในแบบที่คุณต้องการ แต่ฉันจริงใจที่อยากให้คุณมีความสุข ทำไมฉันจะไม่ต้องการแบบนั้นให้ลูกชายของฉันล่ะ? ถ้าคุณเปิดใจ ฉันมั่นใจว่าเราจะหาจุดร่วมกันได้ ฉันขอย้ำอีกครั้งว่า ฉันไม่ใช่ศัตรู อย่าทำให้ฉันกลายเป็นศัตรูเลย การทำลายนั้นง่าย แต่การสร้างขึ้นมายากกว่ามาก ฉันรอการติดต่อจากคุณ และระหว่างนี้ก็ขออวยพรให้คุณมีความสุข พ่อด้วยความเคารพ Ivar Scott”</strong></p><h3>ทราย สก๊อต ลั่นพ่อรู้เรื่องพาย แต่ไม่ทำอะไร</h3><p>หลังจากโพสต์อีเมลดังกล่าว ทราย สก๊อต ก็ได้โพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า “พ่อรู้เรื่องพายด้วย” ก่อนจะคอมเมนต์ใต้โพสต์ในสตอรี่ว่า “และไม่ทำอะไร ปอดแหก” สร้างความสนใจให้กับแฟนๆ และผู้ติดตามเป็นอย่างมาก</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:41:32 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ลิเวอร์พูลถล่มแมนฯ ยูไนเต็ด 7-0 ศึกแดงเดือด]]></title>
				<category>ฟุตบอลต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/footballworld/7-0-36685.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ลิเวอร์พูล เปิดบ้านถล่ม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 7-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ที่สนามแอนฟิลด์ โดยเกมนี้เจ้าบ้านโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม</p><h2>ประตูแรกของเกม</h2><p>เกมเริ่มต้นได้เพียง 4 นาที ลิเวอร์พูลก็ได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เปิดบอลให้ โคดี กัคโป โหม่งเข้าประตูไป ต่อมาในนาทีที่ 17 ลิเวอร์พูลมาได้ประตูที่สองจาก ดาร์วิน นูนเญซ ที่โหม่งลูกเตะมุมเข้าประตู</p><h2>ครึ่งแรกจบด้วยสกอร์ 2-0</h2><p>ก่อนหมดครึ่งแรก นาทีที่ 43 ลิเวอร์พูลมาได้ประตูที่สามจาก โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ยิงด้วยซ้ายเสียบมุมเข้าไป ทำให้จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 3-0</p><h2>ครึ่งหลังถล่มยับ</h2><p>เข้าสู่ครึ่งหลัง ลิเวอร์พูลยังคงเดินหน้าใส่ไม่เลิก ในนาทีที่ 50 ดาร์วิน นูนเญซ ยิงประตูที่สองของตัวเองให้ทีมนำห่าง 4-0 ต่อมาในนาทีที่ 66 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยิงประตูที่สองของตัวเองให้ทีมนำ 5-0</p><p>จากนั้นในนาทีที่ 75 โรแบร์โต ฟีร์มีโน ลงมาเป็นตัวสำรองและยิงประตูให้ทีมนำ 6-0 ก่อนที่ในนาทีที่ 82 ฟีร์มีโนจะมายิงประตูที่สองของตัวเองให้ทีมนำ 7-0</p><h2>สรุปผลการแข่งขัน</h2><p>จบเกม ลิเวอร์พูล เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 7-0 เก็บสามแต้มสำคัญได้สำเร็จ ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องพบกับความพ่ายแพ้อย่างยับเยิน</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:45:28 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เปิดประวัติ “เฮียล้าน” สุทธิชัย วีรกุลสุนทร บ้านใหญ่จอมทอง ลุยเลือกตั้ง สก. สมัยที่ 7]]></title>
				<category>รัฐบาล</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/rattaban/7-36684.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เปิดประวัติ “สุทธิชัย วีรกุลสุนทร” หรือ “เฮียล้าน” บ้านใหญ่จอมทอง ยืนยันลงเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ปี 2569 แน่ ลุ้นเป็น สก. สมัยที่ 7 แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะลงในนามพรรคเพื่อไทยต่อ หรือเป็นกลุ่มอิสระ</p><h2>ประวัติส่วนตัว “เฮียล้าน” สุทธิชัย วีรกุลสุนทร</h2><p>นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร หรือที่รู้จักกันในนาม “เฮียล้าน” เกิดเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2498 ในปี 2569 จะมีอายุครบ 71 ปี เป็นชาวไทยเชื้อสายจีน อาศัยอยู่ในพื้นที่เขตจอมทอง สมรสกับนางนันทพร วีรกุลสุนทร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร มีบุตร 3 คน ได้แก่ นายศรัณยสัณฑ์ วีรกุลสุนทร อดีตที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ), นางสาวพิมพ์เพ็ญ วีรกุลสุนทร ว่าที่ผู้สมัคร สก.เขตราษฎร์บูรณะ และนายพิรกร วีรกุลสุนทร อดีต สก. 2 สมัย</p><p>ด้านการศึกษา นายสุทธิชัย จบปริญญาตรีศิลปศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และปริญญาโทศิลปศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ในอดีต นายสุทธิชัยและภรรยาเคยประกอบธุรกิจโรงงานเม็ดพลาสติกและรีไซเคิลพลาสติก ก่อนเปลี่ยนมาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และเข้าสู่งานการเมืองในภายหลัง เนื่องจากต้องการช่วยเหลือคนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะเคยถูกเอาเปรียบมาก่อน</p><h2>เส้นทางการเมือง สก. 6 สมัย</h2><p>ในการเลือกตั้ง สก. ปี 2537 นายสุทธิชัย ได้รับเลือกตั้งเป็น สก.เขตจอมทองครั้งแรก ภายใต้สังกัดพรรคประชากรไทย และได้รับเลือกเป็นกรรมการบริหารพรรคประชากรไทยในปี 2540 ต่อมาได้รับเลือกตั้งอีกในปี 2541 และปี 2545 ภายใต้สังกัดพรรคไทยรักไทย กระทั่งการเลือกตั้งปี 2549 นายสุทธิชัยย้ายไปพรรคประชาธิปัตย์ และลงสมัครพร้อมกับนายพิรกร บุตรชาย โดยได้รับเลือกทั้งคู่</p><p>ในการเลือกตั้งปี 2553 นายสุทธิชัยและบุตรชายยังได้รับเลือกต่อเนื่อง และเจ้าตัวได้รับเลือกเป็นประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่ 18 ดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 7 ตุลาคม 2553 ถึง 6 ตุลาคม 2555</p><p>จากนั้นในปี 2563 นายสุทธิชัยย้ายไปสังกัดพรรคก้าวไกลในระยะสั้น พร้อมวิพากษ์วิจารณ์พรรคประชาธิปัตย์อดีตสังกัดว่าไม่ให้ความสำคัญกับสมาชิกพรรค ส่วนการเลือกตั้ง สก. ปี 2565 นายสุทธิชัยลงสนามภายใต้สังกัดพรรคเพื่อไทย และได้รับเลือกตั้งเป็น สก. สมัยที่ 6 รวมถึงได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานคณะกรรมการวิสามัญพิจารณาร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร ในสภากรุงเทพมหานครชุดปัจจุบัน</p><h2>ลุ้นเลือกตั้ง สก. 2569 สมัยที่ 7</h2><p>สำหรับการเลือกตั้ง สก. 2569 ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้มีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 พร้อมกับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายสุทธิชัย ในฐานะบ้านใหญ่เขตจอมทอง ยังไม่แสดงความชัดเจนว่าจะลงเลือกตั้งภายใต้สังกัดพรรคเพื่อไทย หรือเปลี่ยนไปลงในนามอิสระ คงต้องรอให้เจ้าตัวเปิดเผยอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ต้องลุ้นว่าเฮียล้านจะได้รับความไว้วางใจจากชาวจอมทองให้ชนะเลือกตั้งเป็น สก. สมัยที่ 7 หรือไม่</p><p>ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่าไม่ได้ส่งผู้สมัคร สก. ในนามพรรค แต่ถึงแม้จะประกาศว่าไม่ส่งผู้สมัครหรือบุคลากรของพรรคที่ทำงานกันมายาวนาน แต่ยังมีคนรักและศรัทธา มีความเชื่อมั่นในการทำงานในนามพรรคจำนวนมาก ซึ่งมีการส่งคำขอเข้ามาเพื่อใช้โลโก้พรรคในนามสมาชิกพรรค กรณีนี้ในฐานะหัวหน้าพรรคจะพิจารณาอนุมัติเป็นรายๆ ไป เมื่อมีผู้สมัครบางกลุ่มมีความประสงค์ ก็ยินดี ไม่มีความขัดข้อง</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:48:14 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ลำไย ไหทองคำ เปิดใจยอมรับคบหากัปตันช้าง เผยความสุข 100% ถูกซัพพอร์ต]]></title>
				<category>ดนตรี</category>
				<link>https://siampost24.com/bantoeng/dontri/article-36683.html</link>
				<description><![CDATA[<p>กลายเป็นข่าวคราวความรักที่ทำเอาหลายคนใจฟูไปตามๆ กัน สำหรับนักร้องสาวชื่อดัง <strong>ลำไย ไหทองคำ</strong> ที่ล่าสุดได้ออกมายอมรับสถานะหัวใจกับ <strong>กัปตันช้าง กฤษดา วงษ์แก้ว</strong> ตำนานนักฟุตซอลทีมชาติไทยและสโมสรบลูเวฟ ชลบุรี อย่างเปิดเผย โดยก่อนหน้านี้ฝ่ายชายได้โพสต์ข้อความสุดหวานพร้อมแคปชั่นว่า “ขออนุญาตร๊ากกก” ซึ่งสาวลำไยก็ตอบกลับอย่างน่ารักว่า “อนุญาตก็ได้” ทำเอาชาวเน็ตแห่คอมเมนต์กันอย่างคึกคัก</p><h2>ลำไย เผยความรักครั้งใหม่สดใส 100%</h2><p>เมื่อได้มีโอกาสพูดคุยกับสาวลำไยในงาน <strong>PULZAR : LONG LIFE TECH, LONG LIFE ENGINE</strong> ณ ห้อง Ballroom ชั้น B1 โรงแรม พาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ เจ้าตัวก็ได้เปิดใจถึงความสัมพันธ์ครั้งนี้อย่างตรงไปตรงมา โดยเผยว่าทุกวันนี้มีความสุขถึง 100% และรู้สึกซาบซึ้งใจที่ได้รับการซัพพอร์ตจากคนรักอย่างเต็มที่</p><p>“ทุกวันนี้มีความสุข 100% ค่ะ (หัวเราะ) ในเรื่องของการทำงาน การใช้ชีวิต ครอบครัวหรือว่าคนรอบข้างทุกอย่าง เรารู้สึกว่าเรามีความสุข ขอบคุณค่ะ” ลำไยกล่าวพร้อมรอยยิ้ม</p><p>เมื่อถามถึงคนข้างกายว่ามีส่วนทำให้เธอสดใสขึ้นหรือไม่ เธอก็ตอบอย่างเขินอายว่า “อ๋อค่ะ (หัวเราะเขิน)”</p><h2>จุดเริ่มต้นความรักที่ไม่เหมือนใคร</h2><p>สาวลำไยเล่าถึงจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์ว่า “คือหนูเพิ่งรู้จักกันไม่นาน แต่มันเป็นการรู้จักกันที่เราค่อยๆ ซึมซับกันไป ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปค่ะ และเราก็รู้สึกว่า คือก่อนหน้านี้หนูไม่รู้ว่าใครจะเป็นยังไงค่ะ แต่เรารู้สึกว่าปัจจุบันมันโอเคค่ะ อย่างเช่น เราก็ถูกให้เกียรติค่ะ ถูกดูแลอย่างดีค่ะ คือต้องบอกว่าก่อนหน้านี้เราเป็นคนจ่ายตัง แต่ตอนนี้เราเป็นคนใช้ตัง”</p><p>นอกจากนี้เธอยังเล่าถึงความน่ารักของกัปตันช้างที่ดูแลเธอตั้งแต่วันแรก “เขาก็ดูแลเราตั้งแต่วันแรกเลยค่ะ เพราะว่าไปทานข้าวก็ไม่ต้องทำอะไรเลย และไม่ต้องจ่ายเงินด้วย (ถูกใจเลย?) ค่ะ (เขาเป็นสายซัพพอร์ต?) ใช่ค่ะสายซัพพอร์ต”</p><h2>กัปตันช้างซัพพอร์ตทั้งตัวลำไยและเพื่อนๆ</h2><p>สาวลำไยยังเผยอีกว่ากัปตันช้างไม่เพียงแต่ซัพพอร์ตเธอเท่านั้น แต่ยังดูแลเพื่อนๆ ของเธอด้วย “เขาไม่ได้ซัพพอร์ตแค่เราแต่เขาซัพพอร์ตเพื่อนๆ ด้วย เพราะว่าหนูเป็นคนที่เพื่อนเยอะ เขาไปกับเพื่อนเราได้โดยที่เราสบายใจค่ะ และตอนนี้เหมือนเขาเอาเราเป็นหลักว่าเราสะดวกเวลาไหน เขาเอาตัวเองมาอยู่ที่เรา”</p><p>เมื่อถามถึงความรู้สึกที่ถูกซัพพอร์ต เธอตอบว่า “รู้สึกดีค่ะ เพราะว่าก่อนหน้านี้เราเป็นฝ่ายซัพพอร์ตตลอด พอวันหนึ่งเรารู้สึกว่าเราเป็นคนรับบ้าง เราก็รู้สึกว่า อ๋อมันเป็นอย่างนี้”</p><h2>ไม่กดดันแม้ถูกจับตามอง</h2><p>สาวลำไยยืนยันว่าไม่รู้สึกกดดันกับความรักครั้งนี้ แม้จะมีคนจับตามอง “ก็ไม่ได้กดดัน หนูปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความธรรมชาติและปกติ เรื่องความรักมันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่วันนี้มีความสุข พรุ่งนี้อาจจะทุกข์ เราก็ไม่รู้ แต่ว่าวันนี้มีความสุขค่ะ แฮปปี้ค่ะ”</p><p>ส่วนเรื่องความคิดเห็นด้านลบ เธอบอกว่า “จริงๆ เรื่องเหมาะหรือไม่เหมาะ หนูเป็นคนอยู่กับเขาค่ะ เราอยู่ด้วยกัน แต่ว่าคนอื่นมองแค่ภายนอก บางทีหนูก็ไม่รู้คำว่าเหมาะสมมันคืออะไร แต่เรารู้แค่ว่าเราสบายใจ”</p><h2>โมเมนต์น่ารักของคู่รักใหม่</h2><p>สาวลำไยเล่าถึงนิสัยของกัปตันช้างเวลาอยู่ด้วยกันว่า “มันตลกมากกว่า ถ้าเรามองมุมด้านนอกก็จะเป็นลุคกัปตันช้าง สุขุม นิ่งๆ (เวลาอยู่กับเราเป็นยังไง?) ไม่เต็มทั้งสองคน (หัวเราะ) เหมือนหนูเป็นคนเส้นตื้น เขาเป็นคนตลก พออยู่ด้วยกันยิ่งตลกไปใหญ่ มันก็มีอะไรที่แล้วขำๆ หนูก็ชอบแซวว่าพี่เต็มป่ะเนี่ยถ้าคนรอบข้างที่ใกล้ชิดเขาจะรู้สึกว่า คนนี้โอเค ดูแลเรา และเขาก็ไม่ได้ดูแลแค่หนู แต่ดูแลคนรอบข้างด้วย เพื่อนๆ ด้วย”</p><p>นอกจากนี้เธอยังเปิดเผยว่าเพื่อนสนิทอย่าง <strong>อาม ชุติมา</strong> ก็แซวบ้าง แต่ก็เป็นกำลังใจให้ และตอนนี้พวกเขาไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยขึ้น</p><h2>ที่มาของการรู้จัก</h2><p>สาวลำไยเล่าถึงจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งคู่ได้พูดคุยกัน “คือหนูกับพี่ช้างเราไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่ฟอลโล่วกันอยู่แล้ว ไม่ได้คุยกัน แต่พี่เขาไดเร็คมาบ้าง แต่ไม่ใช่เป็นการจีบค่ะ เราคุยกันปกติ คือตอนที่ได้คุยกันหนูไปเที่ยวบรรทัดทองและโพสต์สตอรี่ว่ารถโดนล็อกล้อ แต่หนูไม่รู้ว่าเขาเป็นตำรวจ เขาก็เลยทักมาถาม เลยได้คุยกันค่ะ”</p><p>เมื่อถามว่าคุยกันมานานแค่ไหน เธอตอบว่า “เพิ่งคุยกันมาเมื่อปลายเดือนที่แล้วเองค่ะ” และยอมรับว่าตอนนี้ทั้งคู่เป็นแฟนกันแล้ว “ตอนนี้ใช่ไหมคะ ตอนนี้ใช่ค่ะ ก็เขาขอเป็นแฟนแล้ว ถามว่าใช่มั้ย ก็ใช่ค่ะ (ยิ้มเขิน)”</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:34:46 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[สั่งพักงานกำนันจิ๋ว สอบวินัยร้ายแรง ปมยิงเสี่ยโรงหมูดับ]]></title>
				<category>คดีโกง</category>
				<link>https://siampost24.com/atchayakam/khadikong/article-36682.html</link>
				<description><![CDATA[<p>อธิบดีกรมการปกครอง สั่งให้นายอำเภอเมืองนครปฐม สั่งพักหน้าที่ “กำนันจิ๋ว” หลังก่อเหตุลั่นไกใส่เสี่ยโรงหมูเสียชีวิตคารถหรู พร้อมตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เปิดช่องให้ยื่นอุทธรณ์ภายใน 5 วัน</p><h2>คำสั่งพักงานกำนันจิ๋ว</h2><p>วันที่ 13 พ.ค. 2569 จากกรณี นายคมศักดิ์ หรือ “กำนันจิ๋ว” กำนันตำบลดอนยายหอม อ.เมืองนครปฐม ใช้อาวุธปืนยิงนายอุดมพงษ์ อายุ 54 ปี เจ้าของโรงหมูแห่งหนึ่งในพื้นที่ ได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. วันที่ 12 พ.ค. 2569 คาดว่ามาจากปมหึงหวง</p><h3>รายละเอียดคำสั่ง</h3><p>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อธิบดีกรมการปกครอง มอบหมายให้นายโชติพงศ์ เปล่งวิทยา นายอำเภอเมืองนครปฐม มีคำสั่งอำเภอเมืองนครปฐม ที่ 465/2569 เรื่อง ให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ตำบลดอนยายหอม พักหน้าที่ ลงวันที่ 12 พ.ค. ที่ผ่านมา โดยมีรายละเอียดว่า จังหวัดนครปฐมได้มีคำสั่งที่ 1395/2569 แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 และรายงานเหตุอุกฉกรรจ์ของสถานีตำรวจภูธรเมืองนครปฐม ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 โดยมีสาระสำคัญว่า เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 02.10 น. นายคมศักดิ์ แก้วสังข์ หรือกำนันจิ๋ว ตำแหน่งกำนันตำบลดอนยายหอม และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ตำบลดอนยายหอม อำเภอเมืองนครปฐม มีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยร้ายแรง จนถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง</p><p>กรณีดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการถูกจับกุมในคดีอาญา ฐานความผิดฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พาอาวุธปืนติดตัวเข้าไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาต และมิใช่กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ รวมทั้งยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือชุมชน</p><h3>เหตุผลที่ต้องพักงาน</h3><p>ทั้งนี้ อำเภอเมืองนครปฐมพิจารณาแล้วเห็นว่า หากยังคงให้นายคมศักดิ์ แก้วสังข์ อยู่ในตำแหน่งต่อไป อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง ประกอบกับคดีดังกล่าวเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ และอยู่ในความสนใจของประชาชนและสังคม ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามมาตรา 61 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พุทธศักราช 2457 ประกอบพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 จึงมีคำสั่งให้นายคมศักดิ์ แก้วสังข์ พักหน้าที่กำนันตำบลดอนยายหอม และผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ตำบลดอนยายหอม อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม เพื่อรอฟังผลการสอบสวน</p><h3>ช่องทางอุทธรณ์</h3><p>อนึ่ง หากนายคมศักดิ์ แก้วสังข์ ประสงค์จะอุทธรณ์หรือโต้แย้งคำสั่งดังกล่าว ให้ยื่นหนังสืออุทธรณ์ ระบุข้อโต้แย้ง ข้อเท็จจริง หรือข้อกฎหมายที่อ้างอิง ต่อนายอำเภอเมืองนครปฐม ภายใน 5 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พุทธศักราช 2457 และพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:32:43 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ถูกกว่ากินที่ร้าน! รวมพิกัดต้มปลาผักกาดดองกึ่งสำเร็จรูป ราคาหลักร้อย หาซื้อง่าย]]></title>
				<category>ร้านอาหาร</category>
				<link>https://siampost24.com/thongthiao/restaurant/article-36681.html</link>
				<description><![CDATA[<p>กระแส “ต้มปลาผักกาดดอง” หรือ Suan Cai Yu กำลังมาแรงในหมู่คนรักอาหารจีน ด้วยรสชาติเปรี้ยวสดชื่นจากผักกาดดองบ่ม ผสานความเผ็ดชาเบาๆ ของพริกเสฉวนและเนื้อปลานุ่มละมุน หลายคนอาจติดปัญหาคิวยาวหรือราคาสูงเมื่อไปทานที่ร้าน ดังนั้น ไทยรัฐออนไลน์จึงขอเปิดทางเลือกใหม่สำหรับ “สายคุ้ม” ด้วยการรวบรวมชุดต้มปลาผักกาดดองกึ่งสำเร็จรูปที่รสชาติใกล้เคียงร้านดัง แต่ราคาเบากว่าหลายเท่า พร้อมแหล่งซื้อใกล้บ้าน</p><h2>ทำไมต้มปลาผักกาดดองถึงฮิต?</h2><p>เมนูนี้โดดเด่นด้วยรสเปรี้ยวเค็มจากผักกาดดองหมักบ่มที่ให้กลิ่นหอมเฉพาะตัว เนื้อปลาสดนุ่ม และน้ำซุปที่เข้มข้น ปัจจุบันมีทั้งแบบทานที่ร้านและแบบกึ่งสำเร็จรูปให้เลือกทำเองที่บ้าน ประหยัดทั้งเวลาและเงิน</p><h2>รวมพิกัดต้มปลาผักกาดดองกึ่งสำเร็จรูป</h2><h3>1. ต้มปลาผักกาดดองแม็คโคร (Makro) เริ่มต้น 159 บาท</h3><p>แม็คโครมีชุดต้มปลาผักกาดดองแช่แข็ง พร้อมเครื่องปรุงและเนื้อปลาในกล่องเดียว มี 2 รสชาติ ได้แก่ รสออริจินัล (กล่องสีม่วง) เปรี้ยวเค็มกลมกล่อม ทานง่าย และรสพริกเสฉวน (กล่องสีเขียว) เพิ่มความจัดจ้าน เหมาะสำหรับ 1-2 ท่าน ราคาประมาณ 159 บาท</p><h3>2. ต้มปลาผักกาดดองโลตัส (Lotus's) ราคา 199 บาท</h3><p>โลตัสร่วมมือกับร้านชื่อดัง “ฮั่วเซ่งฮง” นำเสนอเนื้อปลากะพงต้มผักกาดดองแช่แข็ง ใช้เนื้อปลาคุณภาพดีและน้ำซุปสูตรลับ ปรุงมาอย่างพิถีพิถัน ราคาประมาณ 199 บาท</p><h3>3. ต้มปลาผักกาดดองช้อปปี้ (Shopee) ราคา 150 บาท</h3><p>สำหรับสายทำอาหารที่ชอบเครื่องเทศจัดจ้าน ซอสปรุงรสสำเร็จรูปแบรนด์ “ห่าวเหรินเจีย” เป็นตัวเลือกจากจีน เพียงซื้อเนื้อปลาสดมาเติม ก็ได้รสชาติต้นตำรับ ราคาประมาณ 150 บาทต่อซอง (ไม่รวมเนื้อปลา)</p><h2>เทคนิคทำต้มปลาผักกาดดองให้อร่อยเหมือนเชฟ</h2><ul><li><strong>เพิ่มเครื่องเคียง:</strong> ฟองเต้าหู้ทอด, เส้นมันเทศ, หรือเห็ดเข็มทอง ช่วยเพิ่มรสสัมผัส</li><li><strong>ควบคุมความร้อน:</strong> ล้างเนื้อปลาให้สะอาด ซับน้ำให้แห้ง ไม่ต้มนานเกินไปเพื่อคงความนุ่ม</li><li><strong>ปรับรสชาติ:</strong> บีบมะนาวหรือเหยาะจิ๊กโฉ่วเพิ่มความเปรี้ยว ก่อนเสิร์ฟ</li></ul><h2>ทำเอง vs กินที่ร้าน แบบไหนคุ้มกว่า?</h2><p>การไปร้านได้บรรยากาศและการบริการ แต่ถ้าเน้นความสะดวก ประหยัดงบ และทานบ่อยๆ ชุดกึ่งสำเร็จรูปคือคำตอบ ในงบไม่เกิน 200 บาท อิ่มอร่อยได้ทันทีที่บ้าน ไม่ต้องรอคิว</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:57:38 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[อดีตผู้บริหารค่ายมือถือ เข้าพบตำรวจปมชนแล้วหนี ยันไม่เมา]]></title>
				<category>คดีโกง</category>
				<link>https://siampost24.com/atchayakam/khadikong/article-36680.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 นายสหรัฐส์ อายุ 55 ปี อดีตผู้บริหารระดับสูงของค่ายมือถือชื่อดัง พร้อมด้วยทนายความ ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนที่ สน.ลาดพร้าว เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในคดีชนแล้วหนี โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณถนนนวมินทร์ แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 21.00 น. ซึ่งผู้เสียหายคือนายเอกลักษณ์ พ่อค้าออนไลน์ ได้นำคลิปวิดีโอมาแจ้งความกับเพจสายไหมต้องรอด ระบุว่าถูกคู่กรณีขับรถชนท้ายและมีพฤติกรรมคล้ายคนเมา ก่อนจะขับรถหลบหนี</p><h2>การรับทราบข้อกล่าวหา</h2><p>พ.ต.ท.นุสรณ์ กฤติยะโชติ รองผู้กำกับการ (สอบสวน) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว เปิดเผยว่า การเชิญตัวนายสหรัฐส์มาในวันนี้เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินเสียหาย และข้อหาชนแล้วหนี ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีการนัดหมายให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายมาพูดคุยไกล่เกลี่ยหลายครั้ง แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากต่างฝ่ายต่างผิดนัดและเจรจาไม่ลงตัว ทำให้คดีล่าช้า การนัดหมายในวันนี้ได้กำหนดไว้ล่วงหน้าก่อนที่ผู้เสียหายจะร้องเรียนผ่านเพจสายไหมต้องรอด</p><h3>ประเด็นการไปผิดสถานีตำรวจ</h3><p>นายสหรัฐส์อ้างว่าไม่มีเจตนาหลบหนี แต่หลังเกิดเหตุเช้าวันรุ่งขึ้นได้เดินทางไปที่ สน.โคกคราม ซึ่งเป็นการเข้าใจผิดและไปผิดท้องที่ หลังจากนั้นอีก 3 วันจึงมารายงานตัวที่ สน.ลาดพร้าว เมื่อทราบว่าที่เกิดเหตุอยู่ในเขตพื้นที่ดังกล่าว</p><h2>ข้อกล่าวหาเมาแล้วขับ</h2><p>พ.ต.ท.นุสรณ์ยอมรับว่าไม่สามารถตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายได้แล้ว เนื่องจากเหตุการณ์ผ่านมานานหลายเดือน การแจ้งข้อกล่าวหาเมาแล้วขับต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งไม่มี จึงไม่สามารถดำเนินคดีในข้อหานี้ได้ อย่างไรก็ตาม ข้อหาชนแล้วหนีมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับ 2,000-10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งสามารถเอาผิดกับนายสหรัฐส์ได้</p><h3>คดีทำร้ายร่างกาย</h3><p>นายสหรัฐส์ได้แจ้งความกลับฝั่งผู้เสียหายในข้อหาทำร้ายร่างกาย โดยอ้างว่ามีหลักฐานเป็นกล้องหน้ารถและคลิปวิดีโอ รวมถึงใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาล แต่พนักงานสอบสวนชี้แจงว่าใบรับรองแพทย์ทั่วไปใช้เพียงประกอบการรักษาเท่านั้น ไม่สามารถใช้ในสำนวนคดีอาญาได้ ต้องเป็นใบรับรองแพทย์จากแพทย์นิติเวชเท่านั้น ดังนั้นฝั่งนายสหรัฐส์ต้องไปตรวจร่างกายกับแพทย์นิติเวชเพื่อดำเนินคดีต่อไป</p><h2>ค่าเสียหายและการเจรจา</h2><p>ผู้เสียหายเรียกร้องค่าเสียหายจำนวน 170,000 บาท ซึ่งเป็นประเด็นทางแพ่ง หากเจรจาไม่สำเร็จก็ต้องขึ้นศาลแพ่ง พ.ต.ท.นุสรณ์ยืนยันว่าตำรวจไม่ได้ลำเอียงหรือเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยเฉพาะนายสหรัฐส์ที่เป็นอดีตผู้บริหารค่ายมือถือ และไม่มีการช่วยเหลือทางคดีพิเศษ พร้อมยืนยันว่านายสหรัฐส์ไม่ใช่เพื่อนกับสารวัตร สน.ลาดพร้าว ตามที่ผู้เสียหายเข้าใจ</p><h3>คำให้การของอดีตผู้บริหาร</h3><p>นายสหรัฐส์ให้สัมภาษณ์หลังเข้าพบพนักงานสอบสวนนานกว่า 2 ชั่วโมงว่า คดีนี้เป็นคดีจราจรที่สามารถเจรจาไกล่เกลี่ยกันได้ แต่ฝ่ายผู้เสียหายไม่ยอมเจรจา จึงต้องดำเนินการตามกฎหมาย ส่วนคดีทำร้ายร่างกายก็ต้องว่ากันไป พร้อมยืนยันว่าในวันเกิดเหตุตนไม่ได้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และที่ต้องขับรถออกจากที่เกิดเหตุเนื่องจากสถานการณ์ไม่ปลอดภัย มีคนจำนวนมากและเกรงว่าจะเกิดอันตราย</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:56:28 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[จุลพันธ์ยันเพื่อไทยไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.-สก. อนุญาตใช้โลโก้รายบุคคล]]></title>
				<category>การเลือกตั้ง</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/kanlueaktang/article-36679.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>จุลพันธ์ยืนยันเพื่อไทยไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.-สก.</h2><p>วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร 2569 ว่า พรรคเพื่อไทยชัดเจนว่าไม่ได้ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. มาหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้ก็เช่นกันที่ไม่มีมติส่งผู้สมัครในการแข่งขันครั้งนี้ ส่วนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ก็ไม่ได้ส่งผู้สมัครในนามพรรคเช่นกัน</p><p>นายจุลพันธ์ชี้แจงว่า ถึงแม้พรรคจะประกาศว่าไม่ได้ส่งผู้สมัคร แต่ยังมีบุคลากรที่ทำงานกับพรรคมาอย่างยาวนานและมีความศรัทธาในพรรคจำนวนมาก ได้ส่งคำขอมาเพื่อใช้โลโก้พรรคในการหาเสียง ในฐานะหัวหน้าพรรคจะพิจารณาอนุมัติเป็นรายๆ ไป เมื่อมีผู้สมัครบางกลุ่มมีความประสงค์ พรรคก็ยินดีและไม่ขัดข้อง แต่ไม่ได้หมายความว่าพรรคจะส่งผู้สมัครทุกเขตหรือในนามพรรค เป็นการลงสมัครส่วนตัวของผู้สมัครที่ต้องการทำงานในนามพรรคต่อไป เพียงแต่ขออนุญาตใช้โลโก้พรรค</p><h3>เหตุผลที่ไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.</h3><p>นายจุลพันธ์ยังให้เหตุผลว่า ที่ประชุมพรรคไม่ได้หารือในเรื่องการส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แต่พิจารณาจากความพร้อมและความเหมาะสม พรรคเพื่อไทยเป็นพรรคระดับประเทศที่แข่งขันในเวทีการเลือกตั้งใหญ่เป็นหลัก ถึงแม้จะส่งผู้สมัครท้องถิ่นในบางจังหวัด แต่ในระดับเทศบาลและล่างกว่านั้นไม่เคยส่งผู้สมัครเป็นทางการ ส่วนผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่ลงในนามอิสระและขอใช้โลโก้พรรค ขณะนี้ยังไม่มีคำขอเข้ามา</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 11:09:13 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ประกาศฉบับ 2 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก 14-18 พ.ค. นี้ เช็กจังหวัดรับมือ]]></title>
				<category>ความปลอดภัย</category>
				<link>https://siampost24.com/sangkhom/khwamplophai/2-14-18-36678.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 2 เตือนภัยฝนตกหนักถึงหนักมาก</h2><p>เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยและคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน ฉบับที่ 2 โดยระบุว่าในช่วงวันที่ 14 ถึง 18 พฤษภาคม 2569 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในหลายพื้นที่</p><h3>พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง</h3><p>พื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยเฉพาะในบริเวณที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากจากฝนที่ตกสะสม</p><h3>สาเหตุของสภาพอากาศแปรปรวน</h3><p>สาเหตุมาจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่างที่เคลื่อนขึ้นไปปกคลุมอ่าวเบงกอลตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ฝนตกหนักและคลื่นลมแรง</p><h3>คลื่นลมแรงในทะเล</h3><p>ในช่วงวันที่ 14 ถึง 18 พฤษภาคม 2569 ทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขณะที่อ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร</p><h3>คำแนะนำสำหรับชาวเรือและประชาชน</h3><p>ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าว ประชาชนควรติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด</p><h3>ช่องทางติดตามข้อมูล</h3><p>สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทรศัพท์หมายเลข 0-2399-4012-13 และ 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง</p><h3>จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ</h3><ul><li>14 พฤษภาคม 2569: ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้</li><li>15 พฤษภาคม 2569: ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้</li><li>16 พฤษภาคม 2569: ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้</li><li>17 พฤษภาคม 2569: ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้</li><li>18 พฤษภาคม 2569: ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้</li></ul>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:33:49 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[แมนยูฯ เปิดบ้านถล่มเบรนท์ฟอร์ด 3-0 ศึกพรีเมียร์ลีก]]></title>
				<category>ฟุตบอลต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/footballworld/3-0-36677.html</link>
				<description><![CDATA[<p>แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านโอลด์ แทรฟฟอร์ด เอาชนะเบรนท์ฟอร์ด 3-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา โดยได้ประตูจาก มาร์คัส แรชฟอร์ด, อองโตนี มาร์กซิยาล และเฟร็ด</p><h2>ครึ่งแรก</h2><p>เกมเริ่มต้นได้เพียง 10 นาที แมนยูฯ ก็มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด รับบอลจาก บรูโน แฟร์นันด์ส ก่อนจะยิงด้วยซ้ายเสียบมุมแคบเข้าไปอย่างสวยงาม</p><p>จากนั้นนาทีที่ 25 แมนยูฯ ได้ประตูหนีเป็น 2-0 จากลูกยิงของ อองโตนี มาร์กซิยาล ที่รับบอลจาก เจดอน ซานโช ก่อนจะยิงด้วยขวาเสียบเสาไกล</p><h2>ครึ่งหลัง</h2><p>ครึ่งหลังนาทีที่ 70 แมนยูฯ มาได้จุดโทษจากจังหวะที่ คริสเตียน อีริกเซน ถูกทำฟาวล์ในเขตโทษ และเป็น เฟร็ด ที่รับหน้าที่สังหารไม่พลาดพาทีมนำ 3-0</p><p>หลังจากนั้นทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้ จบเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะ เบรนท์ฟอร์ด 3-0 เก็บสามคะแนนสำคัญได้สำเร็จ</p><h3>สถิติการแข่งขัน</h3><ul><li>แมนยูฯ ครองบอล 58% ขณะที่เบรนท์ฟอร์ด 42%</li><li>แมนยูฯ ยิงเข้ากรอบ 5 ครั้ง เบรนท์ฟอร์ด 2 ครั้ง</li><li>แมนยูฯ ได้ลูกเตะมุม 6 ครั้ง เบรนท์ฟอร์ด 3 ครั้ง</li></ul><p>ชัยชนะนัดนี้ทำให้ แมนยูฯ ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 4 ของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก ขณะที่เบรนท์ฟอร์ด ร่วงลงไปอยู่อันดับที่ 12</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 11:06:11 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ตร.คุมเข้ม 'หมิงเฉิน ซัน' รู้สึกตัวดี ล้างท้องพบของเหลวสีฟ้า คาดกินยาเกินขนาด]]></title>
				<category>คดีโกง</category>
				<link>https://siampost24.com/atchayakam/khadikong/article-36676.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากโรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ถึงความคืบหน้าคดีความมั่นคง กรณีนายหมิงเฉิน ซัน ชาวจีนอายุ 31 ปี ซึ่งประสบอุบัติเหตุรถคว่ำในจังหวัดชลบุรี ก่อนที่ตำรวจจะขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักหรูในเมืองพัทยา และพบอาวุธสงครามจำนวนมาก ทั้งระเบิด C4 ปืนไรเฟิลจู่โจม M4 จำนวน 2 กระบอก และระเบิดสังหารที่ซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านพัก ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น</p><h2>การรักษาพยาบาลและอาการล่าสุด</h2><p>นายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องขังระหว่างพิจารณาคดีในความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและวัตถุระเบิด เกิดอาการป่วยฉุกเฉินและเข้ารับการรักษาพยาบาลตั้งแต่เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมีเจ้าหน้าที่คุมเข้มทั้งตำรวจและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ตั้งแต่บริเวณด้านล่างจนถึงชั้น 2 ของโรงพยาบาล</p><p>แพทย์โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณได้ชี้แจงลำดับเหตุการณ์ทางการแพทย์ว่า เมื่อนายหมิงเฉิน ซัน มาถึงโรงพยาบาล แพทย์ได้ทำการรักษาโดยการเจาะเลือด เอกซเรย์ปอด และทำ CT ที่สมอง เพื่อหาความผิดปกติที่เกิดขึ้น แพทย์สันนิษฐานเบื้องต้นว่าผู้ต้องขังได้รับประทานยาประจำตัวเกินขนาด จึงได้ทำการใส่สายยางทางจมูกเพื่อล้างระบบทางเดินอาหาร โดยพบของเหลวสีฟ้า และได้ทำการฉีดยาต้านพิษ ซึ่งส่งผลให้ผู้ต้องขังเริ่มขยับตัวและมีปฏิกิริยาตอบสนองดีขึ้น</p><h3>อาการล่าสุดวันที่ 12 พฤษภาคม 2569</h3><p>ผู้ต้องขังรู้สึกตัวดีและสามารถปฏิบัติตามคำสั่งทางการแพทย์ได้ แต่ยังคงต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และยังไม่สามารถถอดออกได้ ส่วนการรับประทานอาหารยังคงต้องให้สารอาหารเหลวผ่านสายยางทางจมูก</p><h3>ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ</h3><p>ผลตรวจสารเสพติดจากการตรวจปัสสาวะไม่พบสารเสพติดทุกประเภท ทางโรงพยาบาลได้ส่งตัวอย่างเลือดไปตรวจวิเคราะห์โดยละเอียดเพื่อตรวจกลุ่มสารต่างๆ เช่น alcohol, Benzodiazepine, ยาฆ่าแมลง เป็นต้น คาดว่าจะทราบผลอย่างเป็นทางการภายในวันศุกร์นี้หรือสัปดาห์หน้า</p><p>เจ้าหน้าที่ยังคงคุมเข้มตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อป้องกันเหตุร้าย และติดตามอาการของผู้ต้องขังอย่างใกล้ชิด</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 11:05:56 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[โฆษกตำรวจยันคดีหมิงเฉิน ซัน ยังไม่โยงนักการเมืองไทย ลุยคัดกรองต่างชาติ 3 เดือน]]></title>
				<category>ความมั่นคง</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/khwammankhong/article-36675.html</link>
				<description><![CDATA[<p>วันนี้ (13 พ.ค. 2569) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าคดีความมั่นคงกรณีนายหมิงเฉิน ซัน ชาวจีนอายุ 31 ปี ซึ่งประสบอุบัติเหตุรถคว่ำในจังหวัดชลบุรี ก่อนที่ตำรวจจะขยายผลตรวจค้นบ้านพักหรูในเมืองพัทยา และพบอาวุธสงครามจำนวนมาก ซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านพัก</p><h2>ความเชื่อมโยงกับเครือข่ายสแกมเมอร์กัมพูชา</h2><p>พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปมาก หลังตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งพยานบุคคล พยานแวดล้อม เส้นทางการเงิน รวมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และข้อมูลดิจิทัล ซึ่งพบประวัติการแชตสนทนา ภาพการฝึกใช้อาวุธ และการสะสมอาวุธมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา จากพยานหลักฐานทั้งหมด พบความเชื่อมโยงชัดเจนว่านายหมิงเฉิน ซัน มีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ในประเทศกัมพูชา</p><h3>ประเด็นเชื่อมโยงนักการเมืองไทย</h3><p>ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าผู้ต้องหารับงานสังหารในประเทศกัมพูชานั้น ขณะนี้ตำรวจยังอยู่ระหว่างตรวจสอบและขยายผลในทุกมิติ ก่อนจะสามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้อย่างชัดเจน ส่วนประเด็นที่มีกระแสเชื่อมโยงไปถึงนักการเมืองไทย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากการตรวจสอบจนถึงขณะนี้ ยังไม่พบข้อมูลว่าผู้ต้องหามีความเกี่ยวข้องกับนักการเมืองไทยแต่อย่างใด และยืนยันว่าจากหลักฐานที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่พบข้อบ่งชี้ว่าเครือข่ายดังกล่าวมีเป้าหมายก่อวินาศกรรมในประเทศไทย หรือเตรียมนำอาวุธไปก่อเหตุทำร้ายประชาชนคนไทย</p><h2>ผู้ต้องหาเพิ่มเป็น 6 คน</h2><p>พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า จากการขยายผลคดี เดิมมีผู้ต้องหาเพียงนายหมิงเฉิน ซัน และมีผู้ต้องหาเพิ่ม 5 คน รวมทั้งหมดเป็น 6 คน และคาดว่าจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีกในระยะต่อไป ส่วนกรณีที่นายหมิงเฉิน ซัน มีอาการเครียดหนักจนชักเกร็งและถูกนำตัวออกจากเรือนจำไปรักษาที่โรงพยาบาล จนมีความกังวลเรื่องการชิงตัวผู้ต้องหานั้น โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ภายใต้การดูแลของกรมราชทัณฑ์ และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 2 เข้าดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดสูงสุด แม้ผู้ต้องหาจะต้องเข้ารับการรักษาตามสิทธิขั้นพื้นฐานก็ตาม</p><h2>ยกระดับมาตรการคัดกรองชาวต่างชาติ</h2><p>สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังเตรียมนำคดีดังกล่าวมาทบทวนและยกระดับมาตรการคัดกรองชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศ โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มความเข้มข้นในการติดตามตรวจสอบชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในไทยเป็นเวลานานผิดปกติ รวมถึงประสานตำรวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบที่พักอาศัยและพฤติกรรมในแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ</p><p>พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ภายใน 3 เดือนนี้ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจะเร่งตรวจสอบข้อมูลนักท่องเที่ยวที่อยู่ในฐานข้อมูล พร้อมบูรณาการร่วมกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดตั้งกองกำลังร่วม หรือ Joint Task Force เพื่อตรวจสอบชาวต่างชาติที่เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย โดยในระยะยาวจะมีการรวบรวมฐานข้อมูลอาชญากรเข้าสู่ระบบ One Police เพื่อให้ตำรวจทั่วประเทศสามารถเข้าถึงข้อมูลและติดตามผู้กระทำผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p><h2>นายหมิงเฉิน ซัน ไม่เคยอยู่ในบัญชีเฝ้าระวัง</h2><p>นอกจากนี้ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า นายหมิงเฉิน ซัน ไม่ได้อยู่ในบัญชีเฝ้าระวังของประเทศใดเลย แม้แต่ประเทศต้นทางก็ไม่ได้ติดตามบุคคลรายนี้มาก่อน พร้อมย้ำว่าอาชญากรจำนวนมากทั่วโลกมักปกปิดตัวตน และหลายประเทศก็มักทราบข้อมูลหลังเกิดเหตุแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ตาม หลังตำรวจไทยทราบข้อมูล ก็ได้เร่งขยายผลและดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยยืนยันว่า หากพยานหลักฐานสาวไปถึงบุคคลใด ไม่ว่าจะมีอิทธิพลหรือมีความสำคัญเพียงใด ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น</p><p>อ่านข่าว : ราชทัณฑ์ เผยอาการหมิงเฉิน ซัน ล่าสุด รู้สึกตัวดี ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 11:05:55 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ตลาดหลักทรัพย์ยกเครื่องเกณฑ์ซื้อขาย ปรับ Tick Size-คุม OTR เพิ่มสภาพคล่อง]]></title>
				<category>ตลาดหุ้น</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/talatun/tick-size-otr.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ประกาศยกเครื่องเกณฑ์การซื้อขายครั้งใหญ่ โดยปรับปรุง Tick Size และคุมเข้มสัดส่วนคำสั่งซื้อขายต่อการจับคู่ (OTR) เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและลดต้นทุนนักลงทุน พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็น (Public Hearing) 1 เดือน คาดมีผลบังคับใช้ในไตรมาส 3 ปีนี้</p><h2>12 มาตรการ ปรับลดเหลือ 9 มาตรการ</h2><p>นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดเผยว่า แผนปรับปรุงครั้งนี้ครอบคลุม 12 มาตรการ ซึ่งจะปรับลดเหลือ 9 มาตรการ โดยแบ่งเป็นเพิ่มมาตรการใหม่ 2 มาตรการ ปรับปรุงมาตรการเดิม 3 มาตรการ ยกเลิกมาตรการ 3 มาตรการ และคงมาตรการเดิม 4 มาตรการ</p><h3>มาตรการใหม่ 2 ประการ</h3><p><strong>1. การปรับปรุงโครงสร้างราคา (Tick Size Reduction)</strong> เพื่อลดต้นทุนการซื้อขายและเพิ่มสภาพคล่อง โดยปรับช่วงราคาสำหรับหุ้นราคา 2-50 บาท โดยเฉพาะช่วง 10-25 บาท ปรับเหลือ 5 สตางค์ คาดครอบคลุม 369 หลักทรัพย์ สอดคล้องมาตรฐานสากล ลดความเสี่ยงถูกปรับลดน้ำหนักใน MSCI</p><p><strong>2. การเรียกเก็บค่าบริการเพิ่มเติมสำหรับกลุ่มที่มี OTR สูง (Extra charge on High OTR)</strong> เพื่อสะท้อนต้นทุนระบบและป้องกันคำสั่งที่ไม่มีเจตนาซื้อขายจริง โดยบัญชีที่ส่งคำสั่งมากกว่า 50 ครั้ง/นาที และ OTR เกิน 100 เท่า หากมีรายการส่วนเกิน 30,000 รายการ/วัน จะถูกเรียกเก็บ 0.15 บาท/รายการ ยกเว้น Market Maker</p><h3>มาตรการปรับปรุง 3 ประการ</h3><p><strong>1. ปรับเกณฑ์ Short Sell</strong> กลับไปใช้ Zero Plus Tick ในสภาวะปกติ ส่วน Uptick Rule ใช้เฉพาะกรณีราคาหุ้นวันนั้นลดลงเกิน 10% จากราคาปิดก่อนหน้า บังคับ 1 วัน ยกเว้น Market Maker</p><p><strong>2. จำกัดกลุ่มหลักทรัพย์ที่อนุญาตให้ Short Sell</strong> โดยตัดหุ้นอ้างอิง ETF และ DW 12 บริษัท เหลือเพียง 136 บริษัท ประกอบด้วย SET100 และหุ้นอ้างอิง Single Stock Future</p><p><strong>3. ปรับปรุงหลักเกณฑ์ขึ้นทะเบียน HFT</strong> จากเดิมพิจารณาก่อนซื้อขาย เป็นพิจารณาจากพฤติกรรมจริง เช่น ใช้ API เฉพาะ ส่งคำสั่งมากกว่า 50 รายการ/นาที สถานะคงค้างสิ้นวันน้อยกว่า 50% ซื้อขายมากกว่า 80% ของวันทำการ มูลค่าเกิน 30 ล้านบาท/วัน ผู้เข้าข่ายต้องลงนามข้อตกลงปฏิบัติตามกติกา</p><h3>มาตรการยกเลิก 3 ประการ</h3><p><strong>1. ยกเลิก Dynamic Price Band</strong> เนื่องจากเป็นอุปสรรคต่อหุ้นสภาพคล่องต่ำ ไม่ตอบโจทย์วัตถุประสงค์</p><p><strong>2. ยกเลิกการจำกัดหลักทรัพย์ที่ HFT ซื้อขายได้</strong> หลังปรับนิยามและกำกับดูแลพฤติกรรมรัดกุมขึ้น</p><p><strong>3. ยกเลิก Minimum Resting Time 300 มิลลิวินาที</strong> เนื่องจากระบบใหม่ใช้ AI ตรวจสอบและเก็บค่าธรรมเนียม OTR ควบคุม Spoofing ได้</p><h2>คงมาตรการเดิม 4 ประการ</h2><ul><li>การซื้อขายด้วยวิธี Auction สำหรับหลักทรัพย์ที่ติดมาตรการระดับ 2 หรือ 3</li><li>Auto Pause 60 นาที เมื่อมีปริมาณซื้อขายผิดปกติ</li><li>เปิดเผยรายชื่อลูกค้าที่ส่งคำสั่งไม่เหมาะสมให้บริษัทหลักทรัพย์อื่นทราบ</li><li>จัดระดับความเร็วในการส่งคำสั่ง (Asset Equalization)</li></ul><p>ตลท. คาดหวังรักษากฎเกณฑ์ใหม่ให้มีเสถียรภาพอย่างน้อย 18 เดือน หลังรับฟังความคิดเห็นและเสนอ ก.ล.ต. อนุมัติ คาดบังคับใช้ได้ภายใน Q3 นี้</p><h2>ภาพรวมตลาดหุ้นไทยยังดี</h2><p>นายอัสสเดช กล่าวว่า SET Index ต้นปีถึงปัจจุบันบวกประมาณ 20% สภาพคล่องเพิ่มขึ้น 40-50% จากปีก่อน จากการดำเนินมาตรการของตลท. และเสถียรภาพเศรษฐกิจ รวมถึง Moody’s ปรับ Outlook ไทยเป็น Stable สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน ท่ามกลางความผันผวนจากราคาพลังงานและสถานการณ์ตะวันออกกลาง หวังว่าสงครามและความเสี่ยงด้านพลังงานจะคลี่คลายเพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้า</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:54:07 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เปิดตัวแพลตฟอร์ม IoT เพื่อการเกษตรอัจฉริยะในไทย]]></title>
				<category>IoT</category>
				<link>https://siampost24.com/theknoloyi/iot/iot-36673.html</link>
				<description><![CDATA[<p>แพลตฟอร์ม IoT (Internet of Things) เพื่อการเกษตรอัจฉริยะได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตทางการเกษตร ลดต้นทุน และบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการจัดการน้ำและปุ๋ย</p><h2>รายละเอียดของแพลตฟอร์ม</h2><p>แพลตฟอร์มดังกล่าวพัฒนาโดยบริษัทสตาร์ทอัพไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศ โดยใช้เซ็นเซอร์วัดความชื้นในดิน อุณหภูมิ และค่าความเป็นกรด-ด่างของดิน ข้อมูลจะถูกส่งผ่านระบบคลาวด์และวิเคราะห์ด้วย AI เพื่อให้คำแนะนำแก่เกษตรกรแบบเรียลไทม์</p><h3>คุณสมบัติเด่น</h3><ul><li>การตรวจสอบสภาพดินและอากาศอัตโนมัติ</li><li>ระบบควบคุมการให้น้ำและปุ๋ยอัตโนมัติ</li><li>การแจ้งเตือนเมื่อพบโรคพืชหรือแมลงศัตรูพืช</li><li>รายงานผลการผลิตและแนวโน้มราคาผลผลิต</li></ul><p>แพลตฟอร์มนี้สามารถใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ทำให้เกษตรกรสามารถติดตามและควบคุมฟาร์มของตนได้จากทุกที่ทุกเวลา</p><h2>ผลกระทบต่อเกษตรกรไทย</h2><p>คาดว่าแพลตฟอร์มนี้จะช่วยลดต้นทุนการผลิตได้ถึง 30% และเพิ่มผลผลิตอีก 20% นอกจากนี้ยังช่วยลดการใช้น้ำและปุ๋ยอย่างสิ้นเปลือง สอดคล้องกับนโยบายเกษตรยั่งยืนของรัฐบาล</p><p>นายสมชาย เกษตรกรผู้ทดลองใช้แพลตฟอร์มกล่าวว่า "แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้ผมประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้มาก เดี๋ยวนี้ผมไม่ต้องเดินตรวจแปลงทุกวัน แค่ดูจากมือถือก็รู้ว่าต้องให้น้ำหรือใส่ปุ๋ยเมื่อไหร่"</p><h3>การสนับสนุนจากภาครัฐ</h3><p>กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประกาศสนับสนุนการนำ IoT มาใช้ในการเกษตร โดยจะให้เงินอุดหนุนแก่เกษตรกรที่ต้องการติดตั้งระบบดังกล่าว รวมถึงการจัดอบรมการใช้งานอย่างละเอียด</p><p>นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายเครือข่ายเซ็นเซอร์ครอบคลุมพื้นที่เกษตรกรรมหลักในทุกภูมิภาคของประเทศ ภายในปี 2568</p><h2>อนาคตของการเกษตรไทย</h2><p>การนำเทคโนโลยี IoT มาใช้ในการเกษตร ถือเป็นก้าวสำคัญสู่การเป็น Smart Farmer และการยกระดับภาคการเกษตรไทยให้ทัดเทียมนานาประเทศ โดยเฉพาะในยุคที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความต้องการอาหารที่เพิ่มขึ้นเป็นความท้าทายสำคัญ</p><p>แพลตฟอร์มนี้ยังเปิดโอกาสให้เกษตรกรรายย่อยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่เคยจำกัดเฉพาะฟาร์มขนาดใหญ่เท่านั้น ช่วยลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประเทศ</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:09:31 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เปิดตัวแพลตฟอร์ม IoT ตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์]]></title>
				<category>IoT</category>
				<link>https://siampost24.com/theknoloyi/iot/iot-36672.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ทีมนักวิจัยไทยจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) เปิดตัวแพลตฟอร์ม Internet of Things (IoT) สำหรับตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ โดยมีจุดเด่นคือสามารถตรวจจับฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5, PM10, ก๊าซพิษ และอุณหภูมิความชื้นได้พร้อมกัน ระบบนี้ใช้เซ็นเซอร์ราคาประหยัดที่เชื่อมต่อกับคลาวด์ผ่านเครือข่าย LoRaWAN ซึ่งกินไฟต่ำและครอบคลุมพื้นที่กว้าง</p><h2>การทำงานของระบบ</h2><p>ข้อมูลที่วัดได้จะถูกส่งไปยังแพลตฟอร์มกลางที่พัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะ ผู้ใช้สามารถดูข้อมูลผ่านเว็บแอปพลิเคชันหรือแอปบนสมาร์ทโฟนได้ทันที ระบบยังมีความสามารถในการแจ้งเตือนเมื่อค่าฝุ่นเกินมาตรฐานที่กำหนด โดยส่งการแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน</p><h3>การติดตั้งและการใช้งาน</h3><p>เซ็นเซอร์มีขนาดเล็กและติดตั้งง่าย สามารถวางไว้ในพื้นที่สาธารณะ เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล หรือชุมชน เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลคุณภาพอากาศได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ ระบบยังรองรับการขยายจำนวนเซ็นเซอร์เพิ่มเติมในอนาคต โดยไม่ต้องเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานเดิม</p><ul><li>ตรวจวัด PM2.5, PM10, CO, NO2, O3, อุณหภูมิ และความชื้น</li><li>เชื่อมต่อผ่าน LoRaWAN ระยะไกล กินไฟต่ำ</li><li>แจ้งเตือนผ่านแอปพลิเคชันเมื่อค่าฝุ่นเกินมาตรฐาน</li><li>แสดงข้อมูลแบบเรียลไทม์บนแผนที่</li></ul><h2>ประโยชน์ต่อสังคม</h2><p>แพลตฟอร์มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานท้องถิ่นและประชาชนในการวางแผนกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น การออกกำลังกาย หรือการเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงที่ฝุ่น PM2.5 สูง นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการวิจัยและนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของภาครัฐได้อีกด้วย</p><h3>การพัฒนาในอนาคต</h3><p>ทีมวิจัยวางแผนที่จะเพิ่มความสามารถในการพยากรณ์คุณภาพอากาศล่วงหน้า โดยใช้โมเดล Machine Learning ร่วมกับข้อมูลจากเซ็นเซอร์และข้อมูลสภาพอากาศ เพื่อให้ประชาชนสามารถเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ฝุ่นได้ดียิ่งขึ้น</p><p>ผู้สนใจสามารถทดลองใช้ระบบได้ที่เว็บไซต์ของโครงการ หรือติดต่อทีมวิจัยเพื่อขอรับคำปรึกษาในการติดตั้งเซ็นเซอร์ในพื้นที่ของตนเอง</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:41:58 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เช็คราคาน้ำมันล่าสุด 14 พ.ค. 2569 ดีเซล-เบนซิน ปรับขึ้น 0.80-0.90 บาท]]></title>
				<category>การค้า</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankha/14-2569-36670.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เช็กราคาน้ำมันล่าสุดประจำวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ทั้งกลุ่มดีเซลและเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ รวมถึงแนวโน้มราคาในช่วงวันที่ 25 ถึง 29 พฤษภาคม 2569 โดย PPTV Online รายงานเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ว่า ราคาน้ำมันขายปลีกยังคงเป็นราคาที่ปรับขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2569</p><h2>ราคาน้ำมันจาก PTT Station</h2><p>PTT Station ปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดเพิ่มขึ้น 0.90 บาทต่อลิตร ยกเว้นพรีเมียม GSH95 ที่คงเดิม ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิดเพิ่มขึ้น 0.80 บาทต่อลิตร ยกเว้นพรีเมียมดีเซลที่คงเดิม โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป ราคาขายปลีกมีดังนี้</p><ul><li>ULG: 52.94 บาท</li><li>GSH95: 43.35 บาท</li><li>E20: 36.35 บาท</li><li>E85: 32.29 บาท</li><li>GSH91: 42.98 บาท</li><li>พรีเมียม GSH95: 51.54 บาท</li><li>HSD B7: 40.75 บาท</li><li>HSD B20: 33.75 บาท</li><li>พรีเมียมดีเซล: 61.25 บาท</li></ul><p>ราคาขายปลีกข้างต้นยังไม่รวมภาษีบำรุงกรุงเทพมหานคร</p><h2>ราคาน้ำมันจากบางจากฯ</h2><p>บางจากฯ ปรับขึ้นราคาน้ำมันกลุ่มดีเซล 0.80 บาทต่อลิตร ยกเว้นไฮพรีเมียมดีเซลพลัส และปรับขึ้นราคาน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์ทุกชนิด 0.90 บาทต่อลิตร ยกเว้นไฮพรีเมียม 98 พลัส ราคาขายปลีกมีดังนี้</p><ul><li>GSH 95 S EVO: 43.35 บาท</li><li>GSH 91 S EVO: 42.98 บาท</li><li>GSH E20 S EVO: 36.35 บาท</li><li>GSH E85 S EVO: 32.29 บาท</li><li>Hi Premium 98 พลัส: 55.09 บาท</li><li>Diesel B20: 33.75 บาท</li><li>Hi Diesel S: 40.75 บาท</li><li>Hi Premium Diesel พลัส: 61.25 บาท</li></ul><p>ราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่กรุงเทพมหานคร</p><h2>สถานการณ์ตลาดน้ำมันและแนวโน้ม</h2><p>ทีมวิเคราะห์ตลาดต่างประเทศ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รายงานสถานการณ์ตลาดน้ำมันประจำสัปดาห์วันที่ 18 ถึง 22 พฤษภาคม 2569 และแนวโน้มสัปดาห์วันที่ 25 ถึง 29 พฤษภาคม 2569 ว่า สหรัฐฯ ไม่ยอมรับข้อตกลงยุติสงครามของอิหร่าน ทำให้ยังไม่มีหวังว่าอุปทานน้ำมันจะคลายตัวในเร็วๆ นี้ โดยสหรัฐฯ และอิหร่านไม่สามารถบรรลุข้อตกลงยุติสงครามในตะวันออกกลาง ประธานาธิบดีทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social ว่าข้อเสนอใหม่ที่อิหร่านปรับแก้มาจากของสหรัฐฯ ไม่อาจยอมรับได้โดยสิ้นเชิง เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569</p><p>อิหร่านยังคงดำเนินปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง โดยโจมตีเรือของกองทัพสหรัฐฯ อย่างน้อย 2 ลำที่กำลังแล่นออกจากช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้สหรัฐฯ โจมตีตอบโต้ไปยังฐานยิงขีปนาวุธและโดรน จุดยุทธศาสตร์อื่นๆ รวมถึงท่าเรือ Bahman ในเกาะ Qeshm ของอิหร่าน เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569</p><p>อิหร่านโจมตีเพื่อนบ้านอีกหลายประเทศแต่ไม่ยืดเยื้อและไม่รุนแรง โดยในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต และกาตาร์ ตกเป็นเป้าหมาย แต่ส่วนใหญ่สามารถสกัดการโจมตีได้ มีความเสียหายเกิดขึ้นเล็กน้อย เช่น เรือขนส่งสินค้าไม่ระบุชื่อซึ่งเดินทางออกจากเมืองอาบูดาบี ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ถูกโจมตีด้วยโดรนขณะอยู่ในน่านน้ำกาตาร์ ทำให้เกิดเพลิงไหม้เล็กน้อยแต่ควบคุมเพลิงได้แล้วและแล่นต่อไป</p><p>ฝรั่งเศสส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน Charles de Gaulle ไปยังช่องแคบฮอร์มุซ และสหราชอาณาจักรเตรียมส่งเรือพิฆาต HMS Dragon ไปยังอ่าวเอเดน เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูเสรีภาพด้านการเดินเรือในตะวันออกกลาง โดยระบุว่าเป็นภารกิจเชิงป้องกัน และจะดำเนินหลังสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยุติลงแล้วเท่านั้น แต่อิหร่านขู่ว่าจะตอบโต้ชาติที่เข้าร่วมปฏิบัติการของสหรัฐฯ โดยอ้างว่าขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 10:28:12 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[สลด! พบศพเด็กแรกเกิดในถังขยะ หลังมีเสียงร้องปริศนา]]></title>
				<category>คดีฆาตกรรม</category>
				<link>https://siampost24.com/atchayakam/khadikhatakam/article-36669.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เกิดเหตุสลดขึ้นเมื่อพบศพเด็กแรกเกิดเพศหญิงถูกทิ้งอยู่ในถังขยะภายในซอยเพชรเกษม 69 แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพมหานคร เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก</p><h2>ลำดับเหตุการณ์</h2><p>เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. ของวันที่ 25 มิถุนายน 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางแค ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบศพเด็กแรกเกิดในถังขยะ จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู</p><p>ที่เกิดเหตุเป็นซอยเปลี่ยว พบถังขยะพลาสติกสีเขียวตั้งอยู่ริมถนน ภายในถังมีศพเด็กเพศหญิงแรกเกิด สภาพเปลือย มีรกและสายสะดือติดอยู่ ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย เจ้าหน้าที่จึงนำศพส่งสถาบันนิติเวชเพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด</p><h3>เสียงร้องปริศนา</h3><p>นางสมใจ (นามสมมติ) ชาวบ้านที่พบศพ เล่าว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนได้ยินเสียงเด็กร้องดังมาจากบริเวณถังขยะ แต่คิดว่าเป็นเสียงแมว จึงไม่ได้ใส่ใจ กระทั่งเดินไปดูอีกครั้งก็พบว่าเป็นศพเด็กแรกเกิด จึงรีบแจ้งตำรวจ</p><p>ด้านนายสมชาย (นามสมมติ) ชาวบ้านอีกคน กล่าวว่า บริเวณดังกล่าวเป็นที่เปลี่ยวและมืด มักมีคนนำขยะมาทิ้งเป็นประจำ แต่ไม่คิดว่าจะมีคนใจร้ายนำเด็กมาทิ้งเช่นนี้</p><h2>การสอบสวน</h2><p>พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ สว่างวงศ์ ผู้กำกับการ สน.บางแค เปิดเผยว่า เบื้องต้นตำรวจได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่เพื่อติดตามตัวผู้ต้องสงสัย โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ที่อาจคลอดบุตรแล้วนำมาทิ้ง นอกจากนี้ยังสอบปากคำชาวบ้านและคนเก็บขยะเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม</p><p>อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถระบุสาเหตุการตายได้ชัดเจน ต้องรอผลชันสูตรจากนิติเวชก่อน จึงจะสรุปคดีได้</p><h3>ข้อกฎหมาย</h3><p>การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 หรือพยายามฆ่า ตามมาตรา 289 หากเป็นการกระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อน มีอัตราโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต</p><p>นอกจากนี้ยังอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ซึ่งมีโทษจำคุกและปรับ</p><p>เจ้าหน้าที่ฝากถึงประชาชนว่า หากพบเห็นหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับผู้ก่อเหตุ ขอให้แจ้งตำรวจ สน.บางแค โทร. 02-1234567</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 09:43:41 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ราคาทองปิดตลาดร่วง 100 บาท ปรับราคา 20 ครั้งในวันเดียว]]></title>
				<category>การลงทุน</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kanlungtun/100-20-36668.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>ราคาทองคำปิดตลาดลดลง 100 บาท ปรับราคาถี่ถึง 20 ครั้ง</h2><p>สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองคำประจำวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 โดยปิดตลาดราคาลง 100 บาท ตลอดทั้งวันมีการปรับราคาทั้งสิ้น 20 ครั้ง ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งและทองรูปพรรณเป็นไปตามนี้</p><h3>ราคาทองคำแท่ง</h3><ul><li><strong>รับซื้อคืน:</strong> 71,800.00 บาทต่อบาททองคำ</li><li><strong>ขายออก:</strong> 72,000.00 บาทต่อบาททองคำ</li></ul><h3>ราคาทองรูปพรรณ</h3><ul><li><strong>รับซื้อคืน:</strong> 70,357.56 บาทต่อบาททองคำ</li><li><strong>ขายออก:</strong> 72,800.00 บาทต่อบาททองคำ</li></ul><h3>ราคาทองรวมค่ากำเหน็จ</h3><ul><li>ทองครึ่งสลึง: 9,800 บาท</li><li>ทอง 1 สลึง: 18,800 บาท</li><li>ทอง 2 สลึง: 36,800 บาท</li><li>ทอง 2 บาท: 145,600 บาท</li><li>ทอง 5 บาท: 364,000 บาท</li></ul><p>ราคาทองคำในประเทศอ้างอิงจากตลาดสปอตที่ 4,703.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และอิงค่าเงินบาทที่ 32.35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 09:37:30 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ไทยชิงทองฟุตซอลซีเกมส์ ครั้งที่ 32 หลังชนะเวียดนาม]]></title>
				<category>ฟุตซอล</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/futsal/32-36667.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ทีมฟุตซอลทีมชาติไทย ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ศึกฟุตซอลซีเกมส์ ครั้งที่ 32 ที่ประเทศกัมพูชา หลังเอาชนะทีมชาติเวียดนาม 4-2 ในรอบรองชนะเลิศ เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา</p><h2>เกมการแข่งขัน</h2><p>ครึ่งแรก ไทยเปิดเกมรุกอย่างหนัก และได้ประตูขึ้นนำก่อน 2-0 จากลูกยิงของ <strong>อภิวัฒน์ แก้วปรางค์</strong> และ <strong>เจษฎา ชูเดช</strong> แต่เวียดนามมาได้ประตูตีไข่แตกในช่วงท้ายครึ่งแรก ทำให้จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 2-1</p><p>ครึ่งหลัง ไทยยังคงเดินหน้าเกมรุก และมาได้ประตูเพิ่มเป็น 3-1 จาก <strong>กฤษดา วงษ์แก้ว</strong> ก่อนที่เวียดนามจะตีไข่แตกเป็น 3-2 แต่ไทยมาได้ประตูปิดท้ายจาก <strong>ณัฐวุฒิ หมัดยะลาน</strong> ทำให้จบเกมไทยชนะไป 4-2</p><h2>โปรแกรมนัดชิงชนะเลิศ</h2><p>ทีมชาติไทยจะพบกับทีมชาติอินโดนีเซีย ในรอบชิงชนะเลิศ ในวันที่ 18 พฤษภาคม เวลา 18.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ซึ่งอินโดนีเซียผ่านเข้ารอบชิงหลังจากเอาชนะมาเลเซีย 3-2</p><h3>ความหวังเหรียญทอง</h3><p>ทีมฟุตซอลไทยหวังที่จะคว้าเหรียญทองสมัยที่ 16 ในกีฬาซีเกมส์ และเป็นการป้องกันแชมป์สมัยที่ 6 ติดต่อกัน โดยครั้งล่าสุดที่ไทยได้เหรียญทองคือในซีเกมส์ 2019 ที่ประเทศฟิลิปปินส์</p><p>ด้าน <strong>คาร์ลอส เซซาร์</strong> หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า ทีมพร้อมเต็มที่สำหรับนัดชิงชนะเลิศ และจะพยายามทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อแฟนฟุตซอลชาวไทย</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 09:59:06 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เปิดผลสำรวจความเชื่อมั่น ปชช. ยังห่วงปัญหาค่าครองชีพ]]></title>
				<category>กฎหมาย</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/kotmai/article-36666.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ศูนย์สำรวจความคิดเห็นนิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง ความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน ซึ่งดำเนินการสำรวจระหว่างวันที่ 15-20 มกราคม 2568 จากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,310 หน่วยตัวอย่าง</p><h2>ค่าครองชีพยังเป็นปัญหาหนักใจอันดับหนึ่ง</h2><p>ผลสำรวจพบว่า ปัญหาค่าครองชีพยังคงเป็นปัญหาที่ประชาชนกังวลมากที่สุด โดยมีผู้ตอบร้อยละ 45.27 รองลงมาคือ ปัญหาหนี้สิน ร้อยละ 18.93 ปัญหาการว่างงาน ร้อยละ 12.14 ปัญหาอาชญากรรมและความปลอดภัย ร้อยละ 8.70 และปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ 6.79</p><h2>ความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลอยู่ในระดับปานกลาง</h2><p>เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 48.55 มีความเชื่อมั่นในระดับปานกลาง รองลงมาร้อยละ 26.41 มีความเชื่อมั่นน้อย ร้อยละ 15.27 มีความเชื่อมั่นมาก และร้อยละ 9.77 ไม่มีความเชื่อมั่นเลย</p><h3>ปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น</h3><p>สำหรับปัจจัยที่ทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลลดลง พบว่า อันดับแรกคือ ปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้าที่สูงขึ้น ร้อยละ 52.14 รองลงมาคือ ปัญหาการบริหารงานที่ขาดประสิทธิภาพ ร้อยละ 18.63 และปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ 12.06</p><h2>ข้อเสนอแนะจากประชาชน</h2><p>ประชาชนได้ให้ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา โดยอันดับแรกคือ การควบคุมราคาสินค้าและค่าครองชีพ ร้อยละ 38.93 รองลงมาคือ การแก้ไขปัญหาหนี้สิน ร้อยละ 22.14 การสร้างงานและเพิ่มรายได้ ร้อยละ 15.80 และการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ 10.69</p><h3>ความคาดหวังในอนาคต</h3><p>เมื่อถามถึงความคาดหวังต่อสถานการณ์บ้านเมืองในอีก 6 เดือนข้างหน้า พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 42.37 คาดว่าสถานการณ์จะทรงตัว รองลงมาร้อยละ 28.24 คาดว่าจะดีขึ้น ร้อยละ 18.78 คาดว่าจะแย่ลง และร้อยละ 10.61 ไม่แน่ใจ</p><p>ผลสำรวจครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับค่าครองชีพเป็นหลัก และต้องการให้รัฐบาลดำเนินมาตรการที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 09:33:56 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ปชช.แห่ชมเชยตำรวจหญิงบิ๊กไบค์ช่วยปชช.เดือดร้อน]]></title>
				<category>ความปลอดภัย</category>
				<link>https://siampost24.com/sangkhom/khwamplophai/article-36665.html</link>
				<description><![CDATA[<p>กลายเป็นที่ชื่นชมอย่างมากในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์คลิปวิดีโอขณะที่ตำรวจหญิงในชุดบิ๊กไบค์กำลังช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนบนท้องถนน โดยคลิปดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจและความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ</p><h2>เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น</h2><p>เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568 บนถนนสายหนึ่งในกรุงเทพมหานคร โดยตำรวจหญิงรายดังกล่าวกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์เพื่อปฏิบัติหน้าที่ เมื่อพบเห็นประชาชนประสบปัญหา จึงได้จอดรถและเข้าไปให้ความช่วยเหลือทันที โดยไม่รอช้า</p><h3>ปฏิกิริยาจากชาวเน็ต</h3><p>หลังจากคลิปถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมการกระทำของตำรวจหญิงคนนี้ โดยหลายคนระบุว่าเป็นภาพที่ประทับใจและเป็นแบบอย่างที่ดีของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย นอกจากนี้ยังมีผู้ใช้บางรายที่บอกว่าเคยได้รับความช่วยเหลือจากตำรวจหญิงคนนี้มาก่อน และรู้สึกขอบคุณในน้ำใจของเธอ</p><h2>การสร้างภาพลักษณ์ที่ดี</h2><p>เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเต็มใจและมีจิตสาธารณะของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งนอกจากจะช่วยเหลือประชาชนแล้ว ยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรตำรวจอีกด้วย</p><h3>เสียงจากผู้บังคับบัญชา</h3><p>ทางด้านผู้บังคับบัญชาของตำรวจหญิงคนนี้ก็ได้ออกมาชื่นชมการกระทำดังกล่าว และย้ำว่าการช่วยเหลือประชาชนเป็นหน้าที่หลักของตำรวจทุกนาย พร้อมทั้งขอบคุณประชาชนที่ให้กำลังใจและส่งเสียงชื่นชมมาให้กับเจ้าหน้าที่</p><p>เหตุการณ์นี้ถือเป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่ดีสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับสังคมไทย</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 09:30:47 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[สิงห์เจ้าท่าเปิดตัวแข้งใหม่เสริมแกร่งลุยไทยลีก 2025]]></title>
				<category>ฟุตบอลไทย</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/footballthai/article-36664.html</link>
				<description><![CDATA[<p>สิงห์เจ้าท่า การท่าเรือ เอฟซี ได้ประกาศเปิดตัวนักเตะใหม่จำนวน 3 ราย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมในศึกไทยลีก ฤดูกาล 2025 โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับทีมและสร้างผลงานที่ดีขึ้นในฤดูกาลหน้า</p><h2>รายชื่อนักเตะใหม่</h2><p>นักเตะทั้งสามรายที่เปิดตัวประกอบด้วย กองหน้าชาวบราซิล 2 คน และกองกลางชาวไทย 1 คน โดยทางสโมสรหวังว่าการเสริมทัพครั้งนี้จะช่วยเพิ่มมิติเกมรุกและความเฉียบขาดในพื้นที่สุดท้าย</p><h3>กองหน้าบราซิลรายแรก</h3><p>กองหน้าบราซิลรายแรกคือ ดีโอโก้ ซานโตส อดีตหัวหอกจากลีกบราซิล ซึ่งมีสถิติการทำประตูที่ยอดเยี่ยม โดยยิงไป 15 ประตูในฤดูกาลที่ผ่านมา เขาคาดว่าจะเป็นกำลังสำคัญในแนวรุกของทีม</p><h3>กองหน้าบราซิลรายที่สอง</h3><p>รายที่สองคือ เปโดร โรดริเกซ กองหน้าดาวรุ่งวัย 22 ปี ที่มีความเร็วและทักษะการเลี้ยงบอลที่ยอดเยี่ยม เขาจะช่วยเพิ่มความหลากหลายในเกมรุกของสิงห์เจ้าท่า</p><h3>กองกลางไทย</h3><p>ส่วนกองกลางชาวไทยคือ อนุชา ใจดี อดีตนักเตะจากทีมชาติไทยชุดเยาวชน ซึ่งมีความสามารถในการจ่ายบอลและอ่านเกมได้ดี เขาจะช่วยเชื่อมเกมระหว่างแนวรับและแนวรุก</p><h2>เป้าหมายในฤดูกาลหน้า</h2><p>ทางสโมสรตั้งเป้าที่จะจบในอันดับท็อปทรีของไทยลีกในฤดูกาลหน้า และหวังว่าจะสามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยภายในประเทศได้อีกด้วย การเสริมทัพครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะยาวของสโมสร</p><p>แฟนบอลสิงห์เจ้าท่าต่างตื่นเต้นกับการเปิดตัวนักเตะใหม่ครั้งนี้ และหวังว่านักเตะเหล่านี้จะช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จในฤดูกาลที่จะถึงนี้</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 09:23:06 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[กองทัพภาคที่ 2 แจงไทม์ไลน์นายโยชน์ถูกกัมพูชาจับ คุมขังเรือนจำอุดรมีชัย]]></title>
				<category>คดีชายแดน</category>
				<link>https://siampost24.com/atchayakam/khadichaidan/2-36663.html</link>
				<description><![CDATA[<p>กองทัพภาคที่ 2 เปิดภาพ 'นายโยชน์' ชาวบ้าน อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ หลังถูกกัมพูชาจับกุม พร้อมแจงไทม์ไลน์ เข้าป่าชายแดน ก่อนพบถูกจับลอบเข้าเขมร คุมขังเรือนจำอุดรมีชัย ยันปลอดภัยดี เผย ทหาร ประสาน กระทรวงการต่างประเทศ ตร. เข้าช่วยเหลือดูแลใกล้ชิด</p><h2>ไทม์ไลน์การหายตัวไปของนายโยชน์</h2><p>วันนี้ (13 พ.ค.2569) กองทัพภาคที่ 2 ได้แจ้งไทม์ไลน์การหายตัวไปของ นายโยชน์ อายุ 58 ปี ราษฎร หมู่ 7 ต.กันตรวจระมวล อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ หลังจากที่ได้เข้าแจ้งความต่อสถานีตำรวจภูธรกาบเชิง (สภ.กาบเชิง) เพื่อขอความช่วยเหลือกรณีสูญหาย ภายหลังเข้าไปหาของป่าในพื้นที่บริเวณห้วยสำเริง ใกล้บ้านโนนทอง ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้แนวชายแดนไทย–กัมพูชา และไม่สามารถติดต่อได้ตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย.2569</p><p>โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบรถจักรยานยนต์ของผู้สูญหายจอดอยู่บริเวณชายป่าพื้นที่ดังกล่าว จึงได้ดำเนินการประสานงานร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและฝ่ายปกครองในพื้นที่อย่างเร่งด่วน เพื่อสืบสวนติดตามและให้ความช่วยเหลือโดยทันที</p><h2>ความคืบหน้าการช่วยเหลือ</h2><p>สำหรับความคืบหน้าการช่วยเหลือราษฎรไทยดังกล่าว ภายหลังการประสานงานกับฝ่ายกัมพูชา ทาง พ.อ.โปว เพง หัวหน้าหน่วยประสานงานชายแดนประจำพื้นที่โอรเสม็ด ได้แจ้งมายังฝ่ายไทยว่า นายโยชน์ ได้ลักลอบข้ามแดนเข้าไปในราชอาณาจักรกัมพูชาโดยผิดกฎหมาย และถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมพูชาจับกุมตัว ก่อนส่งดำเนินคดีที่จังหวัดอุดรมีชัย ในข้อหาลักลอบเข้าประเทศโดยผิดกฎหมายและบุกรุกพื้นที่ทางทหาร ปัจจุบันถูกควบคุมตัวอยู่ภายในเรือนจำจังหวัดอุดรมีชัย</p><p>ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ 2 ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับกระทรวงการต่างประเทศ โดยสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเสียมราฐ ได้เข้าติดตามสถานการณ์และประสานการให้ความช่วยเหลือด้านกงสุลแก่บุคคลดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้รับการดูแลตามหลักมนุษยธรรมและกระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยนายโยชน์ หลังจากถูกควบคุม มีความปลอดภัยดี</p><h2>มาตรการรักษาความปลอดภัยชายแดน</h2><p>กองทัพภาคที่ 2 ขอเรียนให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนทราบว่า ปัจจุบันหน่วยทหารในพื้นที่ได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย ทั้งการลาดตระเวน การเฝ้าตรวจ และการตั้งจุดตรวจในพื้นที่เสี่ยงตลอดแนวชายแดน เพื่อป้องกันเหตุลักษณะดังกล่าวและสร้างความปลอดภัยให้แก่ประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถ</p><p>พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือจากประชาชนที่มีความจำเป็นต้องเข้าไปหาของป่าหรือประกอบกิจกรรมในพื้นที่ใกล้แนวชายแดน ให้เพิ่มความระมัดระวัง และประสานแจ้งเจ้าหน้าที่ทหารหรือฝ่ายปกครองในพื้นที่ล่วงหน้า เพื่อให้สามารถดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างเหมาะสม อันจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการพลัดหลงหรือการกระทำที่อาจเข้าข่ายผิดกฎหมายของประเทศเพื่อนบ้านต่อไป</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 09:57:23 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เครือข่ายอากาศเพื่อสุขภาพจัดเสวนา พ.ร.บ.อากาศสะอาด ย้ำสิทธิประชาชน]]></title>
				<category>ความปลอดภัย</category>
				<link>https://siampost24.com/sangkhom/khwamplophai/article-36662.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เครือข่ายอากาศเพื่อสุขภาพได้จัดเสวนาเรื่อง 'มาตรการที่ห้ามปัดตกใน พ.ร.บ.อากาศสะอาด' ขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการคุ้มครองสิทธิผู้ได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศ กลไกระดับจังหวัด และกองทุนอากาศสะอาด ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาทั้งระบบเพื่อคุ้มครองสิทธิในการหายใจอากาศสะอาด</p><h2>หลักการสำคัญของร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด</h2><p>นายชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานสภาลมหายใจเชียงใหม่ กล่าวว่า หลักสำคัญของร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดคือ 'อากาศสะอาดเป็นสิทธิของประชาชน' ทุกคนมีสิทธิที่จะสูดอากาศที่บริสุทธิ์ และผู้ก่อมลพิษจะต้องรับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น รัฐบาลมีหน้าที่ดูแล กำกับ และควบคุมแหล่งมลพิษอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง</p><p>อย่างไรก็ตาม สภาลมหายใจเชียงใหม่มีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความพยายามที่จะลดทอนสาระสำคัญของร่างกฎหมายนี้ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์บางกลุ่มและเพิ่มภาระการลงทุน นายชัชวาลย์ย้ำว่าภาคประชาชนจำเป็นต้องคงไว้ซึ่งหลักการสำคัญของ พ.ร.บ.อากาศสะอาด เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างยั่งยืนและเป็นระบบ</p><h2>ความคืบหน้าและแนวโน้มการพิจารณา</h2><p>รองศาสตราจารย์คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายกสมาคมเครือข่ายอากาศเพื่อสุขภาพ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคมที่ผ่านมา รัฐบาลได้ยืนยันร่างกฎหมาย 31 ฉบับ รวมถึง พ.ร.บ.อากาศสะอาด โดยรัฐสภาได้นัดประชุมร่วมสองสภาในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เพื่อให้ความเห็นชอบร่างกฎหมายที่ค้างอยู่</p><p>รองศาสตราจารย์คนึงนิจกล่าวถึงสองฉากทัศน์ที่เป็นไปได้ ได้แก่ ฉากทัศน์แรก ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดจะเดินหน้าต่อไป หรือฉากทัศน์สอง คือร่างอาจถูกปัดตก ซึ่งจะต้องเริ่มยกร่างใหม่ หากร่างกฎหมายผ่านการพิจารณา จะเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาต่อไป</p><p>เครือข่ายอากาศสะอาดยังคงยืนยันสาระสำคัญในร่างฯ เช่น การดูแลผู้ได้รับผลกระทบ กลไกคณะกรรมการระดับจังหวัด กองทุน การคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง และการส่งเสริมเกษตรยั่งยืน ภาคประชาชนจะติดตามและยื่นหนังสือถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาเพื่อให้เห็นความสำคัญของกฎหมายนี้</p><h2>มุมมองจากสมาชิกวุฒิสภา</h2><p>นายประหยัด จตุพรพิทักษ์กุล สมาชิกวุฒิสภาจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดอยู่ในวาระสองชั้นแปรญัตติของวุฒิสภา โดยคณะกรรมาธิการสามัญวุฒิสภากำลังพิจารณาอยู่ และได้ดำเนินการไปแล้วครึ่งทาง หากการประชุมรัฐสภาในวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 ไม่ให้ความเห็นชอบ ร่างกฎหมายก็จะเป็นอันยุติ แต่ถ้าให้ความเห็นชอบ วุฒิสภาจะพิจารณาต่อโดยคณะกรรมาธิการชุดเดิม 27 คน ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนจากคณะรัฐมนตรี 3 คน ภาคประชาชน 9 คน และตัวแทนสมาชิกวุฒิสภา 15 คน โดยจะพิจารณาให้ครบทุกมาตราภายในกรอบ 60 วันตามรัฐธรรมนูญ</p><p>นายประหยัดกล่าวว่า ล่าสุดวิป 3 ฝ่ายได้หารือกันเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม โดยวันที่ 15 พฤษภาคมจะใช้เวลาประชุมรัฐสภา 9 ชั่วโมง โดยวุฒิสภาได้โควตา 1 ชั่วโมง 30 นาที กระบวนการในวันดังกล่าวจะให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาเพียงแค่ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบต่อร่างกฎหมายทั้ง 31 ฉบับ โดยไม่มีการลงรายละเอียดเนื้อหา นายประหยัดประเมินว่าร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดน่าจะได้รับความเห็นชอบ เนื่องจากประเมินท่าทีจากวุฒิสภาและรัฐบาลแล้วไม่มีปัญหา</p><p>อย่างไรก็ตาม เมื่อร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภาในชั้นกรรมาธิการวิสามัญ จำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสมาชิกวุฒิสภาที่อยู่ในคณะกรรมาธิการอาจมีความเห็นแตกต่างจากร่างที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรในหลายมาตรา ซึ่งอาจนำไปสู่การแก้ไขและอาจต้องตั้งกรรมาธิการร่วมของสองสภา</p><h2>ประเด็นที่ต้องติดตาม</h2><p>นายประหยัดกล่าวถึงประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ความสมดุลระหว่างสิทธิในอากาศสะอาดกับผลกระทบต่อผู้ประกอบการ ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาส่วนใหญ่เห็นว่ากฎหมายควรคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ร่างที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรมีบทลงโทษผู้ประกอบการที่อาจกระทบต่อภาคธุรกิจ ซึ่งกรรมาธิการวุฒิสภาอาจเสนอแก้ไข</p><p>ประเด็นที่สองคือโครงสร้างของคณะกรรมการ ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาส่วนใหญ่มองว่าคณะกรรมการระดับชาติและระดับจังหวัดอาจมีมากเกินไปและซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น จึงอาจเสนอให้ปรับลดหรือปรับเปลี่ยน เช่น เดิมอำนาจเป็นของนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นประธานระดับจังหวัด แต่ในชั้นวุฒิสภาอาจปรับเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด</p><p>ประเด็นที่สามคือขอบเขตอำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งในร่างของสภาผู้แทนราษฎรค่อนข้างให้อำนาจท้องถิ่นจัดการตัวเองแบบเบ็ดเสร็จ แต่ในชั้นวุฒิสภาอาจมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียด</p><h2>สิทธิในอากาศสะอาด</h2><p>นายประหยัดย้ำว่าประเด็นสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องเกาะติดคือ 'สิทธิในอากาศสะอาด' ตามมาตรา 6-11 ในร่างฯ ซึ่งเป็นกฎหมายที่ก้าวหน้าโดยใช้หลักสิทธิมนุษยชนเป็นพื้นฐาน ไม่แยกมิติสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ สิทธิของประชาชนรวมถึงสิทธิในการดำรงชีวิตในอากาศสะอาดที่ไม่กระทบต่อสุขภาพ ไม่เสียชีวิตก่อนวัยอันควร และไม่ส่งผลเสียต่อการประกอบอาชีพ รวมถึงสิทธิของกลุ่มคนเปราะบางที่จะได้รับการคุ้มครองในการหายใจ การดำรงชีวิต การตรวจสุขภาพ และการดูแลรักษา</p><p>ส่วนการป้องกันแหล่งกำเนิดมลพิษ โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวน มีแนวทางการจัดการป่าเพื่ออากาศสะอาด ซึ่งอาจขัดกับสิทธิในอากาศสะอาด โดยเฉพาะผลเสียต่อการประกอบอาชีพในพื้นที่ป่า การปรับเปลี่ยนการเกษตรที่ไม่ก่อมลพิษทางอากาศและไฟป่าต้องพิจารณาอย่างรอบด้านเพื่อไม่กระทบต่อการใช้ไฟจัดการเชื้อเพลิง</p><h2>กลไกระดับจังหวัดและกองทุนอากาศสะอาด</h2><p>อาจารย์ไพสิฐ พาณิชย์กุล คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า กลไกระดับจังหวัดในร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะระบบการสั่งการแบบ Single Command ซึ่งไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทุกพื้นที่เหมือนกัน การมีกลไกระดับจังหวัดทำให้เกิดการกระจายอำนาจในการจัดการ เช่น การจำแนกแหล่งกำเนิดมลพิษ การกำหนดเขตเฝ้าระวัง และการรวบรวมข้อมูลในแต่ละพื้นที่ บทบาทของกรรมการจังหวัดยังรวมถึงการบูรณาการหน่วยงานในจังหวัดและระหว่างจังหวัด รวมถึงการบูรณาการงบประมาณของแต่ละหน่วยงาน โดยทำงานร่วมกับคณะกรรมการวิชาการในจังหวัดในการแจ้งเตือนและแก้ปัญหา</p><p>อาจารย์ไพสิฐกล่าวถึง 'กองทุนอากาศสะอาด' ว่าปัญหาฝุ่นมักถูกมองเป็นปัญหาเฉพาะฤดูกาล แต่วิธีการงบประมาณแบบเดิมที่หน่วยงานตั้งงบประมาณเองในแต่ละปีและไม่มีการบูรณาการ ทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ การตั้งงบประมาณล่วงหน้า 2 ปีไม่สอดคล้องกับความต้องการใช้เงินในปี 2569 กองทุนจะช่วยให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างยืดหยุ่นและตรงจุดมากขึ้น</p><h2>บทสรุป</h2><p>ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาดจะถูกบรรจุเข้าประชุมรัฐสภาเพื่อรับรองพร้อมกับกฎหมายอื่นอีก 31 ฉบับ หากผ่านการรับรอง ยังต้องติดตามในชั้นกรรมาธิการวุฒิสภาว่ากฎหมายฉบับนี้จะยังคงสาระสำคัญในการแก้ปัญหาฝุ่นในภาคเหนือที่กระทบสิทธิการหายใจของประชาชนหรือไม่ หรือจะแก้ปัญหาเพียงตามฤดูกาลฝุ่นเท่านั้น</p><p>รายงาน: โกวิทย์ บุญธรรม ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 09:50:59 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ตำรวจสอบเครียดส่องกล้องสาววัย 24 ดับปริศนาคาห้องน้ำ]]></title>
				<category>คดีฆาตกรรม</category>
				<link>https://siampost24.com/atchayakam/khadikhatakam/24-36660.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ตำรวจ สน.ห้วยขวาง เร่งสอบสวนกรณีพบศพสาววัย 24 ปี เสียชีวิตภายในห้องน้ำของห้องพักย่านห้วยขวาง โดยญาติเปิดเผยว่าผู้ตายมีอาการเครียดและพูดจาแปลกๆ ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่ผลชันสูตรเบื้องต้นไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้าย</p><h2>ญาติเผยผู้ตายเครียดจัด</h2><p>ญาติของผู้เสียชีวิตให้ข้อมูลว่า ผู้ตายมีอาการเครียดสะสมมาพักหนึ่ง และเมื่อคืนก่อนเกิดเหตุได้พูดคุยกับญาติด้วยน้ำเสียงผิดปกติ ดูเหมือนมีอาการหวาดระแวง ก่อนจะพบว่าเสียชีวิตในห้องน้ำในช่วงเช้า</p><h3>สอบปากคำพยานใกล้ชิด</h3><p>เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำญาติและเพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้เคียง เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง รวมถึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดโดยรอบห้องพัก เบื้องต้นยังไม่พบพฤติกรรมต้องสงสัยของบุคคลภายนอก</p><h2>ผลชันสูตรเบื้องต้น</h2><p>ผลการชันสูตรพลิกศพในเบื้องต้นจากแพทย์นิติเวช ยังไม่สามารถระบุสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัดได้ เนื่องจากไม่พบร่องรอยการบาดเจ็บหรือการถูกทำร้ายร่างกาย คาดว่าอาจเกิดจากภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน หรือสาเหตุอื่นที่เกี่ยวข้องกับความเครียด</p><h3>ญาติขอความเป็นธรรม</h3><p>ญาติของผู้ตายเรียกร้องให้ตำรวจดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียดและโปร่งใส เนื่องจากผู้ตายไม่เคยมีประวัติเจ็บป่วยร้ายแรงมาก่อน และยังอยู่ในวัยหนุ่มสาว การเสียชีวิตอย่างกะทันหันจึงเป็นเรื่องน่าสงสัย</p><p>ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างรอผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม รวมถึงการตรวจหาสารพิษในร่างกาย เพื่อนำมาประกอบการสรุปคดีต่อไป</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 08:46:53 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่จากจีน ราคาไม่ถึง 5 แสนบาท]]></title>
				<category>รถยนต์ไฟฟ้า</category>
				<link>https://siampost24.com/theknoloyi/ev/5-36659.html</link>
				<description><![CDATA[<p>บริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีนได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ในประเทศไทย โดยมีราคาเริ่มต้นเพียง 499,000 บาทเท่านั้น ถือเป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าที่มีราคาถูกที่สุดในตลาดปัจจุบัน รุ่นใหม่นี้มาพร้อมกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุสูงที่สามารถวิ่งได้ไกลถึง 400 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง</p><h2>ดีไซน์และเทคโนโลยี</h2><p>รถยนต์รุ่นนี้ได้รับการออกแบบให้มีรูปลักษณ์ทันสมัย โดดเด่นด้วยไฟหน้า LED และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ภายในห้องโดยสารมาพร้อมหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนทั้งระบบ Android Auto และ Apple CarPlay นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ เช่น ระบบเบรกอัตโนมัติ ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้</p><h3>ประสิทธิภาพและแบตเตอรี่</h3><p>รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 100 กิโลวัตต์ ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตร สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แบตเตอรี่มีความจุ 40 กิโลวัตต์ชั่วโมง รองรับการชาร์จเร็ว DC ที่สามารถชาร์จจาก 10% ถึง 80% ภายในเวลาเพียง 30 นาที นอกจากนี้ยังมีการรับประกันแบตเตอรี่นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร</p><h2>ราคาและโปรโมชั่น</h2><p>ราคาจำหน่ายของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้เริ่มต้นที่ 499,000 บาท สำหรับรุ่นพื้นฐาน และ 599,000 บาท สำหรับรุ่นท็อปที่มีอุปกรณ์ครบครัน บริษัทฯ ยังมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้ที่จองรถภายในเดือนนี้ รับส่วนลดเพิ่มเติม 20,000 บาท พร้อมกับ Wallbox สำหรับชาร์จที่บ้านฟรี</p><p>บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายที่จะขายรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ให้ได้ 10,000 คันภายในปีแรก โดยเน้นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าในราคาที่เข้าถึงได้ การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของบริษัทในการขยายตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 09:18:56 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ฝรั่งเศสยกระดับเตือนภัยก่อการร้ายสูงสุด หลังเหตุแทงกันที่เมืองมูว์ลูซ]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/article-36658.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ทางการฝรั่งเศสได้ประกาศยกระดับการเตือนภัยก่อการร้ายขึ้นสู่ระดับสูงสุด หลังเกิดเหตุแทงกันในตลาดนัดแห่งหนึ่งในเมืองมูว์ลูซ ทางตะวันออกของประเทศ เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย โดยผู้ก่อเหตุถูกเจ้าหน้าที่ยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ</p><h2>รายละเอียดเหตุการณ์</h2><p>เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเช้าของวันเสาร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2568 ณ ตลาดนัดกลางเมืองมูว์ลูซ ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนที่มีผู้คนพลุกพล่าน ผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นชายอายุประมาณ 30 ปี ได้ใช้อาวุธมีดแทงผู้คนอย่างไม่เลือกหน้า ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าควบคุมสถานการณ์และใช้อาวุธปืนยิงผู้ก่อเหตุเสียชีวิต</p><p>เจ้าหน้าที่ระบุว่า ผู้ก่อเหตุมีประวัติเกี่ยวข้องกับกลุ่มหัวรุนแรง และอาจมีแรงจูงใจจากความขัดแย้งทางศาสนาและการเมือง ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนเพื่อหาความเชื่อมโยงเพิ่มเติม</p><h3>การตอบสนองของทางการ</h3><p>นายกรัฐมนตรีฟรองซัวส์ บายรู ของฝรั่งเศส ได้เรียกประชุมคณะกรรมการความมั่นคงแห่งชาติอย่างเร่งด่วน และประกาศยกระดับการเตือนภัยก่อการร้ายเป็นระดับสูงสุด หรือที่เรียกว่า "ระดับวิกฤต" ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุดในระบบเตือนภัยของฝรั่งเศส การตัดสินใจนี้มีผลทันทีทั่วประเทศ</p><p>มาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ โดยเฉพาะในตลาดนัด ห้างสรรพสินค้า และสถานที่ที่มีผู้คนหนาแน่น ได้รับการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารเพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย</p><h2>ปฏิกิริยาจากนานาชาติ</h2><p>ผู้นำจากหลายประเทศ รวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา และนายกรัฐมนตรีเคียร์ สตาร์เมอร์ ของสหราชอาณาจักร ได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยืนยันความร่วมมือในการต่อต้านการก่อการร้ายร่วมกับฝรั่งเศส</p><p>สหภาพยุโรปได้ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีครั้งนี้ พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังและป้องกันภัยคุกคามจากกลุ่มหัวรุนแรง</p><h3>ผลกระทบต่อประชาชน</h3><p>ชาวเมืองมูว์ลูซและพื้นที่ใกล้เคียงต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ร้านค้าและสถานประกอบการหลายแห่งปิดให้บริการชั่วคราว ขณะที่โรงเรียนและสถานที่ราชการในพื้นที่ประกาศปิดทำการในวันจันทร์ที่ 24 กุมภาพันธ์ เพื่อความปลอดภัย</p><p>เจ้าหน้าที่สาธารณสุขได้ให้การช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ และจัดทีมจิตแพทย์เพื่อให้คำปรึกษาแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบทางจิตใจจากเหตุการณ์</p><h2>การสืบสวน</h2><p>สำนักงานต่อต้านการก่อการร้ายของฝรั่งเศส (PNAT) ได้รับผิดชอบการสอบสวนคดีนี้ โดยตรวจสอบประวัติของผู้ก่อเหตุและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการตรวจสอบหลักฐานในที่เกิดเหตุและข้อมูลการสื่อสาร</p><p>เบื้องต้นพบว่าผู้ก่อเหตุเคยถูกจับกุมในข้อหาละเมิดกฎหมายความมั่นคงเมื่อปีที่แล้ว แต่ได้รับการปล่อยตัวเนื่องจากขาดหลักฐานเพียงพอ การสอบสวนจะเน้นไปที่ช่องว่างในการเฝ้าระวังและแนวทางป้องกันในอนาคต</p><h3>มาตรการระยะยาว</h3><p>รัฐบาลฝรั่งเศสประกาศจะทบทวนนโยบายต่อต้านการก่อการร้าย โดยเฉพาะการติดตามผู้ต้องสงสัยและการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานความมั่นคง นอกจากนี้ ยังมีแผนเพิ่มงบประมาณสำหรับระบบเฝ้าระวังและเทคโนโลยีตรวจจับภัยคุกคาม</p><p>นายกรัฐมนตรีบายรูกล่าวว่า ฝรั่งเศสจะไม่ยอมให้การก่อการร้ายมาทำลายวิถีชีวิตของประชาชน และขอให้ทุกคนร่วมมือกันแจ้งเบาะแสแก่เจ้าหน้าที่</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 08:33:58 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เอกนิติชู 5T ปลุกอุตสาหกรรมไทยรับมือโลกเปลี่ยน สร้างโอกาส SMEs]]></title>
				<category>การค้า</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankha/5t-36657.html</link>
				<description><![CDATA[<p>นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยในงาน SUBCON Thailand 2026 ถึงแนวคิด 5T ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ พร้อมทั้งสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก</p><h2>เปิดงาน SUBCON Thailand 2026</h2><p>บีโอไอ ร่วมกับสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย และอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย จัดงานแสดงชิ้นส่วนอุตสาหกรรมระดับนานาชาติ SUBCON Thailand 2026 ระหว่างวันที่ 13-16 พฤษภาคม 2569 ณ ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ โดยนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดงาน</p><h3>การเปลี่ยนแปลงของโลกที่กระทบเศรษฐกิจไทย</h3><p>นายเอกนิติกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงของโลกที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยเกิดขึ้นพร้อมกันหลายด้าน ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความมั่นคงปลอดภัย มาตรฐานสิ่งแวดล้อม วิกฤตพลังงาน และการมาถึงของ AI ที่กำลังเปลี่ยนวิธีคิด วิธีการผลิต และการแข่งขันของอุตสาหกรรมทั้งระบบ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเปิดโอกาสใหม่ให้ผู้ประกอบการ ซึ่งงาน SUBCON Thailand จะเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยภาคอุตสาหกรรมไทยเปลี่ยนโอกาสดังกล่าวให้เกิดขึ้นได้จริง</p><p>งานนี้เป็นเวทีที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยได้พบผู้ซื้อระดับโลก ได้เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่และมาตรฐานใหม่ และได้ยกระดับตัวเองจากผู้ผลิตชิ้นส่วนตามคำสั่งซื้อ ไปสู่ผู้ร่วมสร้างโซลูชันให้กับอุตสาหกรรม และพันธมิตรของบริษัทระดับโลกในอนาคต</p><h3>ศักยภาพของประเทศไทย</h3><p>นายเอกนิติกล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพสูงจากฐานอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง ผู้ผลิตชิ้นส่วนที่มีประสบการณ์ โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม และทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ สะท้อนผ่านมูลค่าคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนกับบีโอไอ ในปี 2568 กว่า 1.8 ล้านล้านบาท และไตรมาสแรกของปี 2569 กว่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์</p><p>แต่โจทย์ที่สำคัญคือ การขับเคลื่อนประเทศไทยให้สอดคล้องกับทิศทางโลกเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ โดยการส่งเสริมลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านการดำเนินธุรกิจ ทั้งด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและเอไอ รวมถึงการใช้พลังงานสะอาด การสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทั้งในภาคการผลิตและภาคบริการ ครอบคลุมผู้ประกอบการทุกระดับ รวมถึงการขับเคลื่อนการปฏิรูปกฎระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ภาคธุรกิจ</p><h2>หลัก 5T ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย</h2><p>นายเอกนิติกล่าวย้ำว่า หลักสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเพื่อให้สามารถได้รับประโยชน์จากโอกาสในบริบทโลกยุคใหม่ คือหลัก 5T ได้แก่</p><ul><li><strong>Target</strong> การมุ่งเป้าใช้ทรัพยากรให้ตรงจุด</li><li><strong>Transition</strong> การเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจใหม่</li><li><strong>Transform</strong> การพลิกโฉมโครงสร้างเศรษฐกิจให้การเติบโตถึง SMEs ชุมชน และแรงงาน</li><li><strong>Transparency</strong> โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสร้างความโปร่งใสในการดำเนินงาน</li><li><strong>Together</strong> การรวมพลังรัฐ เอกชน ประชาชน และผู้ประกอบการ</li></ul><h3>บีโอไอเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก</h3><p>นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า บีโอไอได้ร่วมกับพันธมิตรจัดงาน SUBCON Thailand อย่างต่อเนื่องมาถึงปีที่ 20 เพื่อช่วยเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก โดยงานในปีนี้มีความเข้มข้นมากขึ้นและสะท้อนทิศทางใหม่ของอุตสาหกรรมโลกที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ห่วงโซ่อุปทานยุคใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีขั้นสูง ความยั่งยืน และการกระจายความเสี่ยงด้านการผลิตมากขึ้น รวมทั้งการสร้างห่วงโซ่อุปทานรองรับอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ เครื่องมือแพทย์ และอากาศยาน เป็นต้น</p><p>นายนฤตม์กล่าวเพิ่มเติมว่า โลกกำลังอยู่ในช่วงเวลาของการปรับห่วงโซ่อุปทานครั้งใหญ่ และไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดในภูมิภาคที่จะรับโอกาสนี้ เพราะมีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร ฐานอุตสาหกรรมที่สั่งสมมากว่า 50 ปี และเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนที่มีคุณภาพสูง สิ่งที่บีโอไอให้ความสำคัญ คือการสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยเชื่อมโยงกลุ่มผู้ประกอบการไทยกับบริษัทชั้นนำระดับโลกที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย เพื่อนำไปสู่การรับช่วงการผลิต การถ่ายทอดเทคโนโลยี หรือการร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจในอนาคต</p><h3>SUBCON Thailand เวทีธุรกิจและเทคโนโลยี</h3><p>นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธานอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า งาน SUBCON Thailand ถือเป็นงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมและการจับคู่ทางธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของอาเซียน งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงสินค้าทั่วไป แต่คือ Business & Technology Platform ที่เชื่อมผู้ประกอบการไทยเข้ากับเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ ระบบอัตโนมัติ AI และโซลูชันสีเขียวที่ตอบโจทย์ Supply Chain ยุคใหม่ได้ในที่เดียว ภายใต้แนวคิด Sourcing Innovation, Shaping Tomorrow เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลก</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 09:00:28 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก ฝนถล่มน้ำท่วมขังสูงกว่า 1 เมตร]]></title>
				<category>ภัยธรรมชาติ</category>
				<link>https://siampost24.com/sangkhom/phaithamchat/1-36654.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตชุมชนที่มีระบบระบายน้ำไม่ดีพอ ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก</p><h2>สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่</h2><p>จากรายงานล่าสุด พบว่ามีพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังหลายแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและชุมชนแออัด ระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง บางรายต้องอพยพไปอยู่กับญาติหรือศูนย์พักพิงชั่วคราว</p><p>เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เร่งลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ โดยนำกระสอบทรายและเครื่องสูบน้ำมาใช้ในการระบายน้ำออกจากพื้นที่ พร้อมทั้งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งแก้ไขปัญหา</p><h3>ผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน</h3><p>น้ำท่วมขังส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของชาวบ้านเป็นอย่างมาก การสัญจรไปมาเป็นไปด้วยความยากลำบาก โดยเฉพาะการใช้รถจักรยานยนต์และรถยนต์ที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าบางพื้นที่ไฟฟ้าดับเนื่องจากน้ำท่วมถึงมิเตอร์ไฟฟ้า</p><p>โรงเรียนและสถานประกอบการหลายแห่งต้องปิดทำการชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและพนักงาน ขณะที่ตลาดสดและร้านค้าต่างๆ ก็ได้รับผลกระทบไม่น้อย ทำให้ชาวบ้านขาดแคลนอาหารและสิ่งของจำเป็น</p><ul><li>ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตรในหลายพื้นที่</li><li>ชาวบ้านเร่งขนของหนีน้ำและอพยพ</li><li>การสัญจรยากลำบาก ไฟฟ้าดับบางจุด</li><li>โรงเรียนและร้านค้าต้องปิดชั่วคราว</li></ul><h2>การให้ความช่วยเหลือจากหน่วยงาน</h2><p>หน่วยงานท้องถิ่นและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครเพื่อให้ความช่วยเหลือชาวบ้านอย่างเต็มที่ มีการตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวและแจกจ่ายถุงยังชีพ รวมถึงอาหารและน้ำดื่มให้กับผู้ประสบภัย</p><p>นอกจากนี้ยังมีการประสานงานกับกรมอุตุนิยมวิทยาเพื่อติดตามสถานการณ์ฝนอย่างใกล้ชิด และแจ้งเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือกับฝนที่อาจตกหนักต่อไป</p><p>ทั้งนี้ ชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อนสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยของเทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 08:10:10 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เปิดตัวโครงการ 'ต้นกล้าสีขาว' ป้องกันเด็กและเยาวชนจากยาเสพติด]]></title>
				<category>ยาเสพติด</category>
				<link>https://siampost24.com/atchayakam/yaseapthit/article-36653.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการเปิดตัวโครงการ 'ต้นกล้าสีขาว' อย่างเป็นทางการ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อป้องกันเด็กและเยาวชนจากปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อสังคมไทย โครงการนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม โดยมุ่งเน้นการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมและจิตใจให้กับกลุ่มเป้าหมาย</p><h2>แนวทางการดำเนินงาน</h2><p>โครงการ 'ต้นกล้าสีขาว' จะดำเนินงานผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิ การจัดค่ายเยาวชน การฝึกทักษะชีวิต การให้ความรู้เกี่ยวกับโทษของยาเสพติด และการสร้างพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน เพื่อให้พวกเขามีทางเลือกในการใช้เวลาว่างอย่างมีประโยชน์</p><h3>เป้าหมายของโครงการ</h3><ul><li>ลดอัตราการเข้าถึงยาเสพติดของเด็กและเยาวชน</li><li>เสริมสร้างทักษะชีวิตและความเข้มแข็งทางจิตใจ</li><li>สร้างเครือข่ายชุมชนที่เข้มแข็งในการป้องกันยาเสพติด</li></ul><p>นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ประธานโครงการ กล่าวว่า 'เราต้องการให้เด็กและเยาวชนเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ ห่างไกลจากยาเสพติด โครงการนี้จะช่วยสร้างอนาคตที่ดีให้กับประเทศ'</p><h2>ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน</h2><p>โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และองค์กรเอกชนอีกหลายแห่ง โดยจะมีการบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด</p><p>นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะขยายโครงการไปยังพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในชุมชนที่มีความเสี่ยงสูง โดยจะมีการจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี</p><p>ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมของโครงการ 'ต้นกล้าสีขาว' ได้ทางเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ของโครงการ</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 08:08:26 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[นายกฯเศรษฐาพูดคุยกับประธานาธิบดีบราซิลเสริมความร่วมมือ]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/article-36652.html</link>
				<description><![CDATA[<p>นายกฯเศรษฐาทวีชาติได้พูดคุยกับประธานาธิบดีบราซิลเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2567 เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ โดยเน้นความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้า การพูดคุยนี้เกิดขึ้นในระหว่างการประชุมสุดยอด G20 ที่ริโอเดอจาเนโร ประเทศบราซิล</p><h2>รายละเอียดการพูดคุย</h2><p>นายกฯเศรษฐาทวีชาติได้กล่าวถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและบราซิลในหลายด้าน รวมถึงการค้า การลงทุน และการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านอาหารและพลังงาน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะเพิ่มมูลค่าการค้าระหว่างกันและส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่</p><h3>ประเด็นสำคัญ</h3><ul><li>การค้า: ทั้งสองประเทศตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าการค้าทวิภาคีในอีก 5 ปีข้างหน้า</li><li>การลงทุน: บราซิลสนใจลงทุนในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารและพลังงานทดแทนในไทย</li><li>การเกษตร: ไทยและบราซิลจะร่วมมือด้านเทคโนโลยีการเกษตรเพื่อเพิ่มผลผลิต</li></ul><p>นอกจากนี้ นายกฯเศรษฐาทวิชาติยังได้เชิญประธานาธิบดีบราซิลเยือนประเทศไทยในโอกาสที่เหมาะสมเพื่อสานต่อความร่วมมือ</p><h2>ผลลัพธ์ที่คาดหวัง</h2><p>การพูดคุยครั้งนี้คาดว่าจะนำไปสู่การลงนามข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศในเร็วๆ นี้ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการค้าและการลงทุน รวมถึงสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการไทยและบราซิล</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:43:47 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[แบงก์ชาติแนะใช้เงินกู้ 4 แสนล้านอย่างตรงเป้า หวั่นหนี้สาธารณะใกล้เพดาน 70%]]></title>
				<category>การลงทุน</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kanlungtun/4-36650.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อรับมือวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพที่สูงขึ้นจากสงครามตะวันออกกลาง โดยเน้นย้ำว่าควรใช้งบประมาณอย่างตรงเป้าและมีประสิทธิภาพสูงสุด เนื่องจากเกรงว่าระดับหนี้สาธารณะของไทยอาจเข้าใกล้กรอบเพดานที่ 70% ภายใน 2 ปีข้างหน้า</p><h2>ธปท.ชี้พื้นที่ทางการคลังจะลดลง</h2><p>นายดอน นาครทรรพ ผู้ช่วยสายนโยบายการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้มีการหารือเกี่ยวกับ พ.ร.ก.กู้เงินดังกล่าว โดยชี้ให้เห็นว่าหากมีการนำวงเงินกู้ออกมาใช้ หนี้สาธารณะของไทยจะเข้าใกล้เพดาน 70% ภายในประมาณ 2 ปี แม้จะไม่เกิดขึ้นทันทีในปีนี้ก็ตาม เมื่อหนี้สาธารณะใกล้ระดับดังกล่าว พื้นที่ทางการคลังหรือความสามารถในการใช้นโยบายการคลังของรัฐบาลจะเหลือน้อยลงมาก ส่งผลให้ต้องใช้นโยบายการเงินอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และต้องมุ่งเป้าไปยังกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจริง เพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประโยชน์สูงสุดในช่วงที่เศรษฐกิจยังเผชิญความไม่แน่นอน</p><h2>เน้นใช้จ่ายตรงเป้าและสร้างความแข็งแกร่งระยะยาว</h2><p>ในการหารือของ กนง. แม้ในขณะนั้นยังไม่ทราบตัวเลขวงเงินกู้ที่ชัดเจน แต่มีการพูดถึงแนวทางการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจว่า ควรเน้นการใช้จ่ายอย่างตรงเป้า โดยเฉพาะมาตรการด้านการบริโภค เนื่องจากมองว่าความเสี่ยงหรือแรงกระแทกทางเศรษฐกิจอาจเกิดขึ้นได้ต่อเนื่อง และไม่ควรใช้พื้นที่ทางการคลังทั้งหมดไปก่อน หากในช่วงที่เหลือของปีนี้หรือปีหน้าเกิดเหตุการณ์รุนแรงเพิ่มเติมขึ้นอีก</p><p>นายดอนกล่าวว่า คณะกรรมการยังให้ความสำคัญกับการใช้เม็ดเงินในส่วนที่จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว มากกว่าการกระตุ้นระยะสั้นเพียงอย่างเดียว เพราะต้องการรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจท่ามกลางความผันผวนจากปัจจัยภายนอก ขณะเดียวกัน เชื่อว่าภาครัฐเองก็มีความระมัดระวังต่อสถานการณ์ด้านการคลัง และได้กำหนดแผนการคลังระยะปานกลางไว้แล้ว โดยมีเป้าหมายทยอยลดการขาดดุลทางการคลังจากระดับประมาณ 3.9% ให้เหลือราว 1.5% ในช่วงท้ายของแผน ซึ่งเป็นแนวทางที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือให้ความสำคัญและมองเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อเสถียรภาพทางการคลังของไทยในระยะข้างหน้า</p><h2>จับตาหนี้เสีย SMEs และสินเชื่อบ้าน</h2><p>นายสุรัช แทนบุญ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายนโยบายการเงิน ธปท. เปิดเผยมุมมองต่อความเปราะบางของคุณภาพหนี้ ท่ามกลางสถานการณ์การเข้าถึงสินเชื่อที่ลดลง รวมถึงผลกระทบจากสงครามที่ส่งผลให้ภาคธุรกิจและครัวเรือนมีความเปราะบางมากขึ้นว่า ในส่วนของคุณภาพสินเชื่อนั้น ปัจจุบันยังไม่เห็นสัญญาณการผิดนัดชำระหนี้อย่างชัดเจน แต่ยังคงต้องติดตามความเสี่ยงของกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิดต่อไป โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs และลูกหนี้รายย่อย</p><p>ในส่วนของรายย่อยนั้น พบว่าปัญหาหนี้เริ่มเห็นชัดในกลุ่มสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยข้อมูลล่าสุดพบว่า อัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) ของสินเชื่อ SMEs ในเดือนกุมภาพันธ์ อยู่ที่ประมาณ 10% ขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัยอยู่ที่ประมาณ 4.5% ซึ่งเป็นสิ่งที่ ธปท. ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด</p><h3>มาตรการเชิงป้องกันของ ธปท.</h3><p>นายสุรัชกล่าวว่า ภาครัฐ โดยเฉพาะ ธปท. ได้ประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าและพยายามดำเนินมาตรการเชิงป้องกัน หรือ Pre-emptive เพื่อไม่ให้ความเสี่ยงด้านคุณภาพหนี้ขยายตัวมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ธปท. ได้ออกมาตรการปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกัน หรือ Pre-emptive Debt Restructuring ซึ่งเป็นมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ในลักษณะมองไปข้างหน้า เพื่อให้การชำระหนี้สอดคล้องกับความสามารถในการจ่ายของผู้กู้มากขึ้น</p><p>สำหรับแนวทางช่วยเหลือภายใต้มาตรการดังกล่าว เช่น การให้ลูกหนี้จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยชั่วคราว การลดค่างวดชำระหนี้ หรือหากเป็นไปได้ก็อาจใช้แนวทางจ่ายเงินต้นก่อนดอกเบี้ย เพื่อช่วยลดภาระและป้องกันไม่ให้ลูกหนี้กลายเป็นหนี้เสียในอนาคต ซึ่งมาตรการนี้เพิ่งเริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา</p><p>นอกจากนี้ ธปท. ยังมีมาตรการที่ดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงต้นปี ภายใต้โครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้ ซึ่งเป็นการโอนหนี้ที่ไม่มีหลักประกันไปยัง SAM เพื่อเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ในรูปแบบที่เอื้อต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้มากขึ้น โดยมองว่ามาตรการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกหนี้สามารถกลับมาฟื้นตัวทางการเงินและชำระหนี้ได้ต่อเนื่อง</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:41:41 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ยูเครนยอมรับเสียเมืองอัฟดิอิฟกา หลังสู้รบหนักหลายเดือน]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/article-36649.html</link>
				<description><![CDATA[<p>กองทัพยูเครนได้ประกาศยอมรับอย่างเป็นทางการว่าได้สูญเสียการควบคุมเมืองอัฟดิอิฟกา เมืองสำคัญทางยุทธศาสตร์ในภูมิภาคดอนบาส หลังจากการสู้รบที่ดุเดือดกับกองกำลังรัสเซียเป็นเวลานานหลายเดือน การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยผู้บัญชาการกองทัพยูเครนระบุว่า ทหารยูเครนได้ถอนกำลังออกจากเมืองเพื่อรักษาชีวิตของทหารและหลีกเลี่ยงการถูกปิดล้อม</p><h2>การถอนกำลังทางยุทธศาสตร์</h2><p>นายโอเลกซานเดอร์ เซอร์สกี ผู้บัญชาการกองทัพยูเครน กล่าวว่า การตัดสินใจถอนกำลังออกจากอัฟดิอิฟกาเป็นไปเพื่อปกป้องทหารของเรา โดยระบุว่ากองกำลังรัสเซียได้เปรียบในด้านจำนวนกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์อย่างมาก การสู้รบในเมืองนี้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว โดยทั้งสองฝ่ายต่างสูญเสียอย่างหนัก</p><h3>ผลกระทบต่อแนวรบ</h3><p>การเสียเมืองอัฟดิอิฟกาถือเป็นความพ่ายแพ้ครั้งสำคัญที่สุดของยูเครนนับตั้งแต่การยึดเมืองบัคมุตของรัสเซียเมื่อปีที่แล้ว เมืองนี้ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองโดเนตสค์ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของฝ่ายรัสเซีย และมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในการควบคุมเส้นทางคมนาคมในภูมิภาค ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารชี้ว่า การสูญเสียครั้งนี้อาจเปิดทางให้รัสเซียสามารถรุกคืบไปยังเมืองอื่นๆ ในภูมิภาคดอนบาสได้ง่ายขึ้น</p><ul><li>กองทัพยูเครนถอนกำลังอย่างเป็นระบบเพื่อลดความสูญเสีย</li><li>รัสเซียใช้กลยุทธ์โจมตีด้วยกำลังพลและอาวุธที่เหนือกว่า</li><li>สถานการณ์ในแนวรบด้านตะวันออกกำลังตึงเครียดมากขึ้น</li></ul><h2>ปฏิกิริยาจากนานาชาติ</h2><p>ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีของยูเครน กล่าวถึงสถานการณ์นี้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับประเทศ พร้อมเรียกร้องให้พันธมิตรตะวันตกเร่งส่งมอบความช่วยเหลือทางทหารโดยเฉพาะอาวุธระยะไกลและกระสุนปืนใหญ่ ขณะที่สหรัฐฯ และสหภาพยุโรปแสดงความกังวลต่อสถานการณ์และยืนยัน将继续สนับสนุนยูเครน</p><h3>อนาคตของสงคราม</h3><p>การเสียเมืองอัฟดิอิฟกาทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับแนวโน้มของสงครามในปีนี้ แม้ยูเครนจะสามารถต้านทานการรุกของรัสเซียมาได้นาน แต่การขาดแคลนกระสุนและกำลังพลอาจทำให้ยูเครนต้องสูญเสียพื้นที่เพิ่มเติม นักวิเคราะห์คาดว่ารัสเซียจะพยายามใช้ประโยชน์จากชัยชนะครั้งนี้เพื่อขยายปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาค</p><ol><li>ยูเครนต้องการความช่วยเหลือทางทหารเพิ่มเติมจากตะวันตก</li><li>รัสเซียอาจเร่งโจมตีในแนวรบอื่นๆ</li><li>การเจรจาสันติภาพยังคงเป็นทางเลือกที่ห่างไกล</li></ol>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:46:38 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[โปรแกรมฟุตบอลไทยลีก 2025 นัดที่ 12 ตารางการแข่งขันและช่องทางรับชม]]></title>
				<category>ฟุตบอลต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/footballworld/2025-12-36648.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>โปรแกรมฟุตบอลไทยลีก 2025 นัดที่ 12</h2><p>ศึกฟุตบอลไทยลีก 2025 ฤดูกาลนี้กำลังเดินทางมาถึงนัดที่ 12 ซึ่งเต็มไปด้วยความสนุกและความมันส์ โดยเฉพาะคู่บิ๊กแมตช์ระหว่าง <strong>บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด</strong> พบกับ <strong>การท่าเรือ เอฟซี</strong> ที่สนามช้างอารีนา ในวันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง True Sport HD3 และแอปพลิเคชัน TrueID</p><h3>ตารางการแข่งขันทั้งหมดนัดที่ 12</h3><ul><li><strong>วันเสาร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568</strong><ul><li>เวลา 17.00 น. เมืองทอง ยูไนเต็ด พบ ชลบุรี เอฟซี (True Sport HD2)</li><li>เวลา 19.00 น. บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ การท่าเรือ เอฟซี (True Sport HD3)</li><li>เวลา 19.00 น. ราชบุรี มิตรผล พบ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด (True Sport HD4)</li></ul></li><li><strong>วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568</strong><ul><li>เวลา 17.00 น. นครราชสีมา มาสด้า พบ ขอนแก่น ยูไนเต็ด (True Sport HD2)</li><li>เวลา 19.00 น. สุพรรณบุรี เอฟซี พบ พีที ประจวบ เอฟซี (True Sport HD3)</li><li>เวลา 19.00 น. เชียงราย ยูไนเต็ด พบ ลำพูน วอร์ริเออร์ (True Sport HD4)</li></ul></li></ul><h3>ช่องทางรับชมฟุตบอลไทยลีก</h3><p>แฟนบอลสามารถรับชมการถ่ายทอดสดทุกรายการได้ทางช่อง <strong>True Sport</strong> (HD2, HD3, HD4) และ <strong>TrueID</strong> แอปพลิเคชัน นอกจากนี้ยังสามารถติดตามไฮไลท์และข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์และเฟซบุ๊กของสยามโพสต์24</p><h3>วิเคราะห์คู่เด่นประจำนัด</h3><p>ในคู่ระหว่าง <em>บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด</em> พบ <em>การท่าเรือ เอฟซี</em> ทั้งสองทีมต่างกำลังฟอร์มร้อนแรง โดยบุรีรัมย์นำเป็นจ่าฝูง ส่วนการท่าเรือตามมาเป็นอันดับสอง ห่างกันเพียง 3 แต้ม การพบกันครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลุ้นแชมป์ โดยบุรีรัมย์ได้เปรียบที่เล่นในบ้าน ขณะที่การท่าเรือหวังบุกมาชนะเพื่อแย่งตำแหน่งจ่าฝูง</p><p>นอกจากนี้ยังมีคู่ที่น่าสนใจอื่นๆ เช่น <strong>เมืองทอง ยูไนเต็ด</strong> พบ <strong>ชลบุรี เอฟซี</strong> ซึ่งเป็นการพบกันของสองทีมเก่าที่แฟนบอลให้ความสนใจ และ <strong>ราชบุรี มิตรผล</strong> พบ <strong>บีจี ปทุม ยูไนเต็ด</strong> ที่ต่างต้องการแต้มเพื่อหนีโซนอันตราย</p><h3>ตารางคะแนนล่าสุดก่อนนัดที่ 12</h3><ol><li>บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด 28 แต้ม</li><li>การท่าเรือ เอฟซี 25 แต้ม</li><li>บีจี ปทุม ยูไนเต็ด 22 แต้ม</li><li>เมืองทอง ยูไนเต็ด 20 แต้ม</li><li>ชลบุรี เอฟซี 19 แต้ม</li></ol><p>โปรแกรมการแข่งขันอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม แฟนบอลควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดทางสยามโพสต์24</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:26:51 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ศาลรัฐธรรมนูญชี้แจงแนวทางพิจารณายุบพรรคก้าวไกล]]></title>
				<category>รัฐธรรมนูญ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/ratthathammanun/article-36647.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ศาลรัฐธรรมนูญได้ออกมาแถลงถึงแนวทางในการพิจารณาคดียุบพรรคก้าวไกลหลังจากที่คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. ได้ยื่นคำร้องให้ดำเนินการยุบพรรคดังกล่าว โดยศาลฯ ย้ำถึงความสำคัญของกระบวนการยุติธรรมที่โปร่งใสและเป็นไปตามหลักนิติธรรม</p><h2>รายละเอียดการพิจารณาคดี</h2><p>ศาลรัฐธรรมนูญระบุว่าการพิจารณาคดีนี้จะดำเนินไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด โดยจะมีการตรวจสอบหลักฐานและคำร้องอย่างละเอียดถี่ถ้วน ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ศาลฯ ยังได้ชี้แจงถึงกรอบเวลาในการพิจารณาคดีซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาหลายเดือน เนื่องจากต้องมีการสอบสวนและรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม</p><h3>ข้อกังวลของฝ่ายการเมือง</h3><p>ฝ่ายการเมืองหลายฝ่ายได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับคดียุบพรรคก้าวไกล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นของความชอบธรรมและผลกระทบต่อระบบการเมืองไทย อย่างไรก็ตามศาลรัฐธรรมนูญยืนยันว่าการพิจารณาคดีจะเป็นไปอย่างอิสระและเป็นกลาง โดยไม่มีการแทรกแซงจากภายนอก</p><h3>ปฏิกิริยาจากพรรคก้าวไกล</h3><p>ทางด้านพรรคก้าวไกลได้ออกมาแสดงท่าทีว่าพร้อมที่จะต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม โดยเชื่อมั่นว่าศาลจะพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส ทั้งนี้พรรคฯ ยังคงดำเนินกิจกรรมทางการเมืองตามปกติในระหว่างรอผลการพิจารณาคดี</p><h2>บทสรุป</h2><p>คดียุบพรรคก้าวไกลถือเป็นคดีสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อการเมืองไทยในอนาคต การพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญในครั้งนี้จะถูกจับตามองจากทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในแง่ของความโปร่งใสและความเป็นธรรมของกระบวนการยุติธรรมไทย</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:23:56 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[วอลเลย์บอลหญิงไทย เปิดศึกชิงตั๋วโอลิมปิก 2024 กับ เกาหลีใต้]]></title>
				<category>วอลเลย์บอล</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/volleyball/2024-36646.html</link>
				<description><![CDATA[<p>วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย กำลังเตรียมความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงคัดเลือกโอลิมปิก 2024 ที่ประเทศญี่ปุ่น โดยจะพบกับทีมเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญในกลุ่ม</p><h2>การเตรียมตัวของทีมชาติไทย</h2><p>ทีมชาติไทยอยู่ระหว่างการฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นภายใต้การนำของหัวหน้าผู้ฝึกสอน โดยเน้นการปรับปรุงเกมรับและการเล่นเป็นทีม นักกีฬาหลายคนมีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย แต่ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะทำผลงานให้ดีที่สุด</p><h3>ความสำคัญของแมตช์นี้</h3><p>การแข่งขันครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะทีมที่ชนะจะได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิก 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเป้าหมายสูงสุดของนักกีฬาทุกคน</p><ul><li>ทีมชาติไทยมีผลงานในอดีตที่โดดเด่น โดยเคยเอาชนะเกาหลีใต้มาแล้วหลายครั้ง</li><li>เกาหลีใต้เป็นทีมที่แข็งแกร่งและมีประสบการณ์สูง ทำให้แมตช์นี้คาดว่าจะดุเดือด</li><li>แฟนวอลเลย์บอลชาวไทยต่างให้กำลังใจและติดตามการแข่งขันอย่างใกล้ชิด</li></ul><h2>รายชื่อนักกีฬาที่คาดว่าจะลงสนาม</h2><p>นักกีฬาหลักของทีมชาติไทย เช่น พรพรรณ เกิดปราชญ์, ปลื้มจิตร์ ถินขาว, และ อรอุมา ภู่ทอง มีแนวโน้มที่จะลงเล่นในเกมนี้ ส่วนนักกีฬาหน้าใหม่ก็พร้อมที่จะพิสูจน์ฝีมือ</p><h3>กลยุทธ์ที่ทีมชาติไทยจะใช้</h3><p>โค้ชได้วางแผนการเล่นที่เน้นการเสิร์ฟที่รุนแรงและการบล็อกที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดโอกาสในการทำแต้มของเกาหลีใต้ นอกจากนี้ยังเน้นการเล่นที่รวดเร็วเพื่อสร้างความกดดัน</p><p>การแข่งขันครั้งนี้จะจัดขึ้นในวันที่ 23 กันยายน 2566 ที่สนามกีฬาในประเทศญี่ปุ่น โดยจะถ่ายทอดสดทางช่องกีฬาต่างๆ</p><h2>ความหวังของแฟนวอลเลย์บอลไทย</h2><p>แฟนกีฬาชาวไทยต่างตั้งความหวังว่าทีมชาติไทยจะสามารถผ่านเข้ารอบไปเล่นโอลิมปิกได้สำเร็จ ซึ่งจะเป็นประวัติศาสตร์หน้าสำคัญของวงการวอลเลย์บอลไทย</p><p>นอกจากนี้ การสนับสนุนจากแฟนๆ ยังเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้นักกีฬามีกำลังใจในการแข่งขัน</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:40:31 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[อว.-บพค.จับมือสถานทูตฝรั่งเศส เปิดเวที Heritage Science Forum ระดับนานาชาติ]]></title>
				<category>การค้า</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankha/heritage-science-forum.html</link>
				<description><![CDATA[<p>กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยหน่วยบริหารจัดการทุนด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่ออุตสาหกรรมแห่งอนาคต (บพค.) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย จัดการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ <strong>"The 1st Heritage Science Forum"</strong> ภายใต้แนวคิด <em>"The Starting Point: Applying Advanced Science to Preserve and Enhance Cultural Heritage"</em> ณ ห้องคริสตัลบอลรูม โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ กรุงเทพฯ สีลม เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569</p><h2>รองนายกรัฐมนตรีเปิดงาน พร้อมชูยุทธศาสตร์วิทยาศาสตร์เพื่อสังคม</h2><p>ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ <strong>"Strategic Direction for Thailand"</strong> โดยเน้นย้ำว่า เวทีนี้เป็นมากกว่าการประชุมวิชาการ แต่เป็นการแสดงเจตนารมณ์ของภาครัฐที่มุ่งพลิกโฉมประเทศไทยด้วยวิจัยและนวัตกรรม สู่ประเทศรายได้สูง พร้อมเสริมสร้างอัตลักษณ์ของชาติควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจฐานความรู้และเศรษฐกิจสร้างสรรค์อย่างยั่งยืน</p><p>รัฐมนตรีว่าการ อว. กล่าวว่า กระทรวงยึดหลัก <em>วิทยาศาสตร์ต้องรับใช้สังคม</em> สอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ อววน. พ.ศ. 2566-2570 ที่เน้นบูรณาการข้ามศาสตร์ระหว่างวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) กับสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ (SHA) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและรักษาอัตลักษณ์ของประเทศ โดยประเทศไทยมีต้นทุนทางวัฒนธรรมที่หลากหลายและมั่งคั่ง ซึ่งเป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ที่ต้องการการดูแลด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล</p><h2>ความร่วมมือไทย-ฝรั่งเศส สร้างพันธมิตรทางปัญญา</h2><p>การจับมือกับสาธารณรัฐฝรั่งเศสในครั้งนี้ช่วยให้การทูตวิทยาศาสตร์เป็นภาษากลางสำหรับสร้างพันธมิตรทางปัญญา โดยเฉพาะในวาระความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ฝรั่งเศสที่ดำเนินมายาวนานกว่า 340 ปี <strong>Heritage Science Forum</strong> ครั้งนี้ถือเป็นเวทีแรกที่ทั้งสองประเทศจัดร่วมกันอย่างเป็นทางการในการอนุรักษ์คุณค่ามรดกทางวัฒนธรรม และเป็นจุดเริ่มต้นวางรากฐานให้ไทยก้าวสู่การเป็น <strong>ศูนย์กลางด้าน Heritage Science แห่งภูมิภาคอาเซียน</strong></p><h2>บพค. เร่งรัดทุนทางปัญญา ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์</h2><p>ดร.ณิรวัฒน์ ธรรมจักร์ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการ บพค. กล่าวว่า ภายใต้โครงสร้างการบริหารใหม่ของสำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (รวพ.) พันธกิจของ บพค. มุ่งเน้นการเร่งรัดเทคโนโลยีและนวัตกรรม ขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยยังคงสนับสนุนการวิจัยขั้นแนวหน้าในสาขาปัญญาประดิษฐ์ ควอนตัมเทคโนโลยี พลังงานสะอาด เทคโนโลยีชีวภาพ และ Heritage Science</p><p>บพค. มองว่า Heritage Science เชื่อมโยงคุณค่าและทุนจากอดีตด้วยองค์ความรู้นำสมัย สู่การสร้างผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจในอนาคต โดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น เทคโนโลยีแสงซินโครตรอน วัสดุศาสตร์ระดับนาโน และการวิเคราะห์รหัสพันธุกรรมโบราณ เพื่อถอดรหัสภูมิปัญญาที่ซ่อนอยู่ในวัตถุทางวัฒนธรรม พร้อมทลายกำแพงระหว่างศาสตร์ STEM และ SHA เพื่อสร้างกำลังคนสมรรถนะสูง</p><p>นอกจากนี้ บพค. ยังเชื่อมโยงนักวิจัยไทยกับเครือข่ายระดับโลกผ่านโปรแกรมสนับสนุนทุน เช่น <strong>Global League</strong> และ <strong>Brainpower Linkage</strong> ที่สนับสนุนการแลกเปลี่ยนนักวิจัยกับสถาบันชั้นนำของฝรั่งเศสและยุโรป เพื่อยกระดับงานวิจัยไทยสู่ระดับ World-class</p><h2>กรณีศึกษาจากฝรั่งเศสและไทย</h2><p>ภายในงานมีกรณีศึกษาระดับโลกจาก Dr. Sigrid Mirabaud กระทรวงวัฒนธรรมฝรั่งเศส บรรยายหัวข้อ <strong>Heritage Science: Connecting Research, Museums and Heritage Conservation</strong> และ Dr. Ann Bourges จากศูนย์วิจัยและบูรณะพิพิธภัณฑ์แห่งชาติฝรั่งเศส (C2RMF) นำเสนอการรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กระทบต่อมรดกทางวัฒนธรรม รวมถึงการบูรณะมหาวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีสด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย</p><p>ในส่วนของไทย ศาสตราจารย์ ดร.รัศมี ชูทรงเดช มหาวิทยาลัยศิลปากร บรรยายเรื่อง <strong>โบราณคดีไทยจากอดีตสู่อนาคตด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี</strong> และ ดร.วันทนา คล้ายสุบรรณ์ จากสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน นำเสนอการใช้เทคนิควิเคราะห์ขั้นสูงในการฟื้นคืนเทคโนโลยีการผลิต <strong>กระจกเกรียบ</strong> แห่งวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่สูญหายไปเกือบหนึ่งศตวรรษ</p><h2>นิทรรศการ The Journey of Heritage Science</h2><p>นอกจากนี้ยังมีนิทรรศการจัดแสดงผลงานวิจัยเด่น 6 โครงการ อาทิ การถอดรหัสทองคำโบราณแห่งปราสาทหินพิมาย การฟื้นคืนกระจกจืนแห่งล้านนา การวิเคราะห์เชิงคำนวณเพื่อบูรณะจิตรกรรมฝาผนังโบราณ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี LiDAR ในการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีในเขตเมืองเก่าสุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร โดยความร่วมมือระหว่างสำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบูรพาทิศ (EFEO) กับกรมศิลปากร</p><p>การจัดงานครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลและกระทรวง อว. ในการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์ที่สร้างคุณค่าให้สังคม โดย บพค. พร้อมเป็นผู้ลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ในทุนทางปัญญาและกำลังคนสมรรถนะสูง เพื่อเป็นรากฐานสำคัญของความมั่นคงทางวัฒนธรรมและเศรษฐกิจของไทยในระยะยาว ผ่านการสร้างระบบนิเวศวิจัยที่เชื่อมโยงมหาวิทยาลัย หน่วยงานด้านวัฒนธรรม สถาบันวิจัย และเครือข่ายระดับนานาชาติ</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:23:29 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ตำรวจไซเบอร์ล่อซื้อจับหนุ่มขายปืนเถื่อนออนไลน์ อ้างหาเงินเลี้ยงลูก 5 คน]]></title>
				<category>อาวุธผิดกฎหมาย</category>
				<link>https://siampost24.com/atchayakam/awutphitkotmai/article-36644.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ช่วยราชการ บช.สอท. และ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.กฤติน ตปสีโล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 นำกำลังเข้าจับกุมนายเฉลิม แจ่มจำรัส อายุ 30 ปี ชาวจังหวัดชลบุรี พร้อมของกลางอาวุธปืนขนาด .380 จำนวน 1 กระบอก</p><h2>การสืบสวนและล่อซื้อ</h2><p>สืบเนื่องจากตำรวจชุดสืบสวน กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 ตรวจพบการโพสต์เสนอขายอาวุธปืนเถื่อนในกลุ่มซื้อขายอาวุธปืนทางเฟซบุ๊ก จึงติดต่อทำการล่อซื้ออาวุธปืนขนาด .380 ในราคา 10,000 บาท โดยนัดหมายส่งมอบปืนที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง หน้าวัดบ้านเก่า หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านเก่า อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี เมื่อถึงเวลานัดหมาย นายเฉลิมได้นำอาวุธปืนมาส่งมอบ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมไว้ได้พร้อมของกลาง</p><h3>คำให้การของผู้ต้องหา</h3><p>จากการสอบสวน นายเฉลิมให้การอ้างว่าเพิ่งนำปืนมาโพสต์ขายเป็นครั้งแรก โดยได้ติดต่อซื้ออาวุธปืนดังกล่าวมาจากทางออนไลน์ในราคา 5,000 บาท ก่อนนำมาโพสต์ขายต่อในราคา 10,000 บาท เพื่อทำกำไรและนำเงินไปเลี้ยงลูกทั้ง 5 คน</p><h2>ข้อกล่าวหา</h2><p>โดยผู้ต้องหาถูกดำเนินคดีในความผิดฐาน <strong>“มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน”</strong> และ <strong>“พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน”</strong> เจ้าหน้าที่จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:20:33 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[5 ต้นไม้มงคลตั้งโต๊ะทำงาน 2569 เสริมดวงการงาน-เงินทองงอกเงย]]></title>
				<category>กฎหมาย</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/kotmai/5-2569-36643.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>5 ต้นไม้มงคลตั้งโต๊ะทำงาน 2569 เสริมดวงการงาน-เงินทองงอกเงย</h2><p>ในวันพืชมงคลซึ่งเป็นวันแห่งการเริ่มต้นเพาะปลูกเพื่อความอุดมสมบูรณ์ คนทำงานออฟฟิศที่อยากให้หน้าที่การงาน "งอกเงย" สามารถเลือกต้นไม้มงคลมาประดับโต๊ะทำงานเพื่อสร้างขวัญกำลังใจและปรับพลังงานฮวงจุ้ยในพื้นที่ทำงานได้ บทความนี้รวบรวม 5 ต้นไม้มงคลที่ปลูกง่ายและช่วยเสริมดวงทั้งด้านการงานและการเงิน</p><h3>1. ต้นรวยไม่เลิก</h3><p>ต้นรวยไม่เลิกสมชื่อที่ทุกคนปรารถนา โดดเด่นเรื่องเมตตามหานิยมและโชคลาภ ลักษณะใบที่มีจุดประคล้ายการรับทรัพย์ เชื่อกันว่าหากปลูกแล้วเลี้ยงจนออกดอก จะมีโชคลาภก้อนใหญ่เข้ามาหาเจ้าของโต๊ะอย่างไม่คาดฝัน เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเสริมดวงด้านการเงินโดยเฉพาะ</p><h3>2. ต้นไผ่กวนอิม</h3><p>ไม้มงคลยอดฮิตตามหลักฮวงจุ้ยที่ช่วยเรื่องความมั่งคั่งและความสงบสุข หากจัดวางไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของโต๊ะทำงาน เชื่อว่าจะช่วยให้หน้าที่การงานขยับขยาย มีผู้ใหญ่เอ็นดูคอยซัพพอร์ต และช่วยให้การทำงานที่วุ่นวายราบรื่นขึ้น</p><h3>3. ต้นเศรษฐีเรือนใน</h3><p>ชื่อสื่อถึงความร่ำรวย โดดเด่นเรื่องการปกป้องคุ้มครองและเสริมดวงด้านเสน่ห์ ช่วยให้เพื่อนร่วมงานรักใคร่ การประสานงานระหว่างแผนกเป็นไปอย่างราบรื่น ลดความขัดแย้ง และยังมีคุณสมบัติช่วยฟอกอากาศในห้องแอร์ได้ดีเยี่ยม</p><h3>4. ต้นกวักมรกต</h3><p>ถือเป็นสุดยอดต้นไม้เรียกทรัพย์ที่ปลูกง่ายที่สุด เชื่อกันว่ากวักมรกตจะช่วยกวักเงินกวักทองและความสำเร็จมาให้เจ้าของ หากปลูกจนมีใบงอกออกมาเป็นจำนวนคู่ จะยิ่งสื่อถึงโชคลาภที่ทวีคูณและการงานที่มั่นคงดั่งมรกต</p><h3>5. ต้นลิ้นมังกรแคระ</h3><p>เป็นต้นไม้ที่เหมาะกับสายลุย เพราะช่วยป้องกันสิ่งชั่วร้ายหรือคนที่จะเข้ามาคิดร้ายและขัดขวางการทำงาน ในแง่สุขภาพ ลิ้นมังกรยังช่วยดูดซับรังสีจากหน้าจอคอมพิวเตอร์และคายออกซิเจนในตอนกลางวัน ทำให้สมองปลอดโปร่งพร้อมลุยงานหนัก</p><h3>เทคนิคการวางต้นไม้บนโต๊ะทำงานให้ปังกว่าเดิม</h3><ul><li><strong>ฝั่งมังกร (ด้านซ้ายของโต๊ะ):</strong> ควรวางต้นไม้ที่มีความสูงเพื่อเสริมอำนาจบารมีและการเลื่อนตำแหน่ง</li><li><strong>ความสะอาดคือหัวใจ:</strong> หากต้นไม้เหี่ยวเฉาหรือใบแห้ง ให้รีบตัดแต่งหรือเปลี่ยนใหม่ เพราะตามความเชื่อ ต้นไม้ที่ตายแล้วเปรียบเสมือนพลังงานที่หยุดนิ่ง จะส่งผลลบต่อความกระตือรือร้น</li></ul><p>การเลือกต้นไม้มงคลมาวางบนโต๊ะทำงาน เป็นทั้งการเสริมดวงตามความเชื่อและการสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน แม้จะเป็นความเชื่อส่วนบุคคล แต่การได้มองพื้นที่สีเขียวในเวลาที่เหนื่อยล้า ก็ช่วยลดความเครียดและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างแน่นอน</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:49:08 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[โฆษก ตร.ยันคดีหมิงเฉินซีโฟร์โยงแก๊งสแกมเมอร์กัมพูชา ไม่พบเอี่ยวการเมืองไทย]]></title>
				<category>การเลือกตั้ง</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/kanlueaktang/article-36642.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าคดีความมั่นคง กรณีนายหมิง เฉิน ซัน ชาวจีนอายุ 31 ปี ซึ่งประสบอุบัติเหตุรถคว่ำในจังหวัดชลบุรี ก่อนที่ตำรวจจะขยายผลตรวจค้นบ้านพักหรูในเมืองพัทยา พบอาวุธสงครามจำนวนมาก อาทิ ระเบิดซีโฟร์ ปืนไรเฟิลจู่โจมเอ็มสี่ จำนวน 2 กระบอก และระเบิดสังหารที่ซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านพัก</p><h2>ความเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์กัมพูชา</h2><p>โฆษก ตร. กล่าวว่า ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปมาก หลังจากตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งพยานบุคคล พยานแวดล้อม เส้นทางการเงิน รวมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และข้อมูลดิจิทัล ซึ่งพบประวัติการแชตสนทนา ภาพการฝึกใช้อาวุธ และการสะสมอาวุธมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา</p><p>“จากพยานหลักฐานทั้งหมด พบความเชื่อมโยงชัดเจนว่านายหมิง เฉิน ซัน มีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ในประเทศกัมพูชา ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าผู้ต้องหารับงานสังหารในประเทศกัมพูชานั้น ขณะนี้ตำรวจยังอยู่ระหว่างตรวจสอบและขยายผลในทุกมิติ ก่อนจะสามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้อย่างชัดเจน”</p><h2>ไม่พบเอี่ยวนักการเมืองไทย</h2><p>ส่วนประเด็นที่มีกระแสเชื่อมโยงไปถึงนักการเมืองไทย โฆษก ตร. กล่าวว่า จากการตรวจสอบจนถึงขณะนี้ ยังไม่พบข้อมูลว่าผู้ต้องหามีความเกี่ยวข้องกับนักการเมืองไทยแต่อย่างใด และยืนยันว่าจากหลักฐานที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่พบข้อบ่งชี้ว่าเครือข่ายดังกล่าวมีเป้าหมายก่อวินาศกรรมในประเทศไทย หรือเตรียมนำอาวุธไปก่อเหตุทำร้ายประชาชนคนไทย</p><h2>ผู้ต้องหาเพิ่มเป็น 6 คน</h2><p>พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า จากการขยายผลคดี เดิมมีผู้ต้องหาเพียงนายหมิง เฉิน ซัน และมีผู้ต้องหาเพิ่มอีก 5 คน รวมทั้งหมดเป็น 6 คน และคาดว่าจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีกในระยะต่อไป</p><p>เมื่อถามว่านายหมิง เฉิน ซัน มีอาการเครียดหนักจนชักเกร็งและถูกนำตัวออกจากเรือนจำไปรักษาที่โรงพยาบาล จนมีความกังวลเรื่องการชิงตัวผู้ต้องหานั้น โฆษก ตร. กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ภายใต้การดูแลของกรมราชทัณฑ์ และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 2 เข้าดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดสูงสุด แม้ผู้ต้องหาจะต้องเข้ารับการรักษาตามสิทธิขั้นพื้นฐานก็ตาม</p><h2>ยกระดับคัดกรองชาวต่างชาติ</h2><p>“สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังเตรียมนำคดีดังกล่าวมาทบทวนและยกระดับมาตรการคัดกรองชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศ โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มความเข้มข้นในการติดตามตรวจสอบชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในไทยเป็นเวลานานผิดปกติ รวมถึงประสานตำรวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบที่พักอาศัยและพฤติกรรมในแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ”</p><p>พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ภายใน 3 เดือนนี้ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจะเร่งตรวจสอบข้อมูลนักท่องเที่ยวที่อยู่ในฐานข้อมูล พร้อมบูรณาการร่วมกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดตั้งกองกำลังร่วม หรือ Joint Task Force เพื่อตรวจสอบชาวต่างชาติที่เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย โดยในระยะยาวจะมีการรวบรวมฐานข้อมูลอาชญากรเข้าสู่ระบบ “One Police” เพื่อให้ตำรวจทั่วประเทศสามารถเข้าถึงข้อมูลและติดตามผู้กระทำผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น</p><h2>ผลกระทบต่อภาพลักษณ์ตำรวจ</h2><p>เมื่อถามว่าคดีนี้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือไม่ โฆษก ตร. กล่าวว่า นายหมิง เฉิน ซัน ไม่ได้อยู่ในบัญชีเฝ้าระวังของประเทศใดเลย แม้แต่ประเทศต้นทางก็ไม่ได้ติดตามบุคคลรายนี้มาก่อน พร้อมย้ำว่าอาชญากรจำนวนมากทั่วโลกมักปกปิดตัวตน และหลายประเทศก็มักทราบข้อมูลหลังเกิดเหตุแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ตาม หลังตำรวจไทยทราบข้อมูล ก็ได้เร่งขยายผลและดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยยืนยันว่า หากพยานหลักฐานสาวไปถึงบุคคลใด ไม่ว่าจะมีอิทธิพลหรือมีความสำคัญเพียงใด ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:09:50 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ปชป. เตือนรัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เสี่ยงชาติติดหล่ม]]></title>
				<category>การลงทุน</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kanlungtun/article-36641.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าว ณ ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ เตือนรัฐบาลกรณีที่เร่งออกพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤติด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน วงเงิน 400,000 ล้านบาท ว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยกับการออก พ.ร.ก.กู้เงินนี้ เพราะมองว่ายังมีวิธีอื่นที่สามารถช่วยประชาชนได้ดีกว่า</p><h2>อภิสิทธิ์ชี้เศรษฐกิจยังไม่ถึงขั้นวิกฤติ</h2><p>นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การอ้างว่าสถานการณ์แบบนี้มีคนเคยกู้และวันนี้ก็ทำเหมือนกันนั้นไม่ถูกต้อง เพราะหากเปรียบเทียบเศรษฐกิจของไทยขณะนี้ที่พบว่า GDP ยังเติบโตถึง 1.5% ขณะที่ดัชนีภาคอุตสาหกรรมเดือนมีนาคมเพิ่ม 0.8% บริษัท มูดี้ส์ ที่จัดอันดับความน่าเชื่อถือก็ปรับมุมมองให้ดีขึ้นจากก่อนหน้านี้ ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเผยตัวเลขระบุภาวะเศรษฐกิจหลังสงครามตะวันออกกลาง 1 เดือน ไม่มีตรงไหนที่บอกว่าเศรษฐกิจไม่มั่นคง</p><p>“ที่พูดว่าคนอื่นเคยทำ ก็ต้องดูสถานการณ์ว่าเหมือนกันหรือไม่ ฝนตก พายุหนัก ต้องใส่เสื้อหรือใช้ร่มหรือไม่ อาจมีฝนตกปรอยๆ จะอ้างว่าต้องทำทุกอย่างเหมือนกันนั้นไม่ใช่ และที่รองนายกฯ บอกว่าไม่มีสิทธิตีความเรื่องจำเป็นเร่งด่วน โดยรัฐธรรมนูญให้ดุลยพินิจกับรัฐบาล แต่รัฐบาลเองก็ต้องใช้ดุลยพินิจนั้นโดยสุจริตและเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กรอบวินัยการเงินการคลังที่รัฐบาลต้องเคารพด้วย ถ้าละเมิดฝ่ายค้านก็พร้อมจะตรวจสอบใช้กลไกอื่นตามรัฐธรรมนูญต่อไป”</p><h2>เสนอทางเลือก 4 มาตรการแทนการกู้เงิน</h2><p>พรรคประชาธิปัตย์มองว่ามีวิธีอื่นที่แก้ปัญหาได้ โดยไม่ต้องออก พ.ร.ก.กู้เงิน ดังนี้</p><ul><li><strong>ลดภาษีหรือยกเว้นภาษีสรรพสามิตน้ำมัน</strong> โดยมาตรการนี้น้ำมันดีเซลจะลดเหลือ 33 บาท/ลิตร และยังเป็นการลดที่ต้นตอของปัญหาคือ ต้นทุนการผลิตสินค้า ไม่ใช่ช่วยแค่คนใช้รถ แต่สามารถช่วยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการขนส่งและต้นทุนสินค้า หากใช้วิธีนี้เพียง 4 เดือน จะทำให้ราคาน้ำมันลดลง โดยใช้เงินเพียง 1 ใน 3 ของที่รัฐบาลจะใช้ผ่านการกู้ ที่สำคัญคือทำให้ของถูกลง</li><li><strong>เก็บภาษีลาภลอยจากโรงกลั่นน้ำมัน</strong> จะทำให้ราคาน้ำมันลดลงเหลือลิตรละ 30 บาท สร้างรายได้เข้ารัฐมากขึ้นเศรษฐกิจมั่นคงขึ้น</li><li><strong>สนับสนุนน้ำมันไบโอดีเซล B20 และ B50</strong> เพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้น้ำมันปาล์มผสมในไบโอดีเซล และใช้เงินลงทุนกับผู้ประกอบการยานยนต์เพื่อปรับแต่งเครื่องยนต์ให้เหมาะสม จะทำให้การพึ่งพาน้ำมันดีเซลน้อยลง และยังช่วยสนับสนุนชาวสวนปาล์มได้เพิ่มมากขึ้น</li><li><strong>ออก พ.ร.บ.โอนงบประมาณที่ค้างท่อ</strong> ก็พอมีเม็ดเงินมาเติมในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งตนเห็นด้วยกับรัฐบาล</li></ul><p>ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์เข้าใจว่าประชาชนเดือดร้อน แต่ต้องมั่นใจว่าต้องมีวิธีการแก้ไขที่ถูกกฎหมาย ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และถูกตามหลักเศรษฐศาสตร์ที่ช่วยเหลือได้ โดยไม่กู้เงินที่สร้างความเสี่ยงต่อประเทศ เพิ่มความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจชาติ และเป็นการฉวยโอกาสทำโครงการเพื่อประโยชน์และไม่ชอบ ซึ่งส่อรั่วไหลหรือเพื่อประโยชน์ทางการเมืองที่หลีกเลี่ยงการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎร</p><h2>กรณ์ชี้โรงกลั่นรวยซ้ำเติมทุกข์ประชาชน</h2><p>นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลประกอบการของบริษัท ไทยออยล์ ที่ประกอบการโรงกลั่นน้ำมัน ในไตรมาสแรกของปี 2569 ว่า บริษัทไทยออยล์เพิ่งประกาศผลประกอบการไตรมาสแรกของปี 2569 เห็นได้ชัดที่เราพูดมาโดยตลอดว่า โรงกลั่นจะมีกำไรลักษณะลาภลอยจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น คือข้อผิดพลาดสำคัญของรัฐบาลที่บริหารพลาด</p><ol><li>ปล่อยให้มีการกักตุนน้ำมันก่อนสงคราม ไม่มีการตรวจสอบสต็อกน้ำมัน พอเกิดสงครามแล้วรัฐบาลเปิดโอกาสให้บริษัทน้ำมันสามารถขายให้กับประชาชนในราคาที่ปรับสูงขึ้นหลังสงคราม</li><li>ค่าการกลั่นที่ปรับสูงขึ้นมากที่ 16-17 บาท/ลิตร</li><li>ค่าการกลั่นที่สูงขึ้นส่งผลต่อกำไรของโรงกลั่น วันนี้ชัดเจนว่าแค่ไตรมาส 1 ของปี 2569 บริษัทไทยออยล์มีกำไรถึง 19,481 ล้านบาท สูงมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันหรือไตรมาส 1 ของปี 2568 ถึง 4.5 เท่า หรือ 456% และสูงกว่ากำไรทั้งปีของปี 2568 ประมาณ 30% นี่คือความชัดเจนว่ากำไรสูงกว่าปกติจากการขายน้ำมันในราคาที่สูงขึ้น ซึ่งกำไรตรงนี้ สะท้อนให้เห็นเหรียญอีกด้านหนึ่งคือ ความเดือดร้อนของประชาชนที่ต้องมีต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น</li></ol><p>“การที่รัฐบาลออก พ.ร.ก.กู้เงินฉบับนี้ โดยอ้างสาเหตุสำคัญมาจากประเด็นปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นที่เราพูดมาตลอดว่า นอกเหนือจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่สูงขึ้นแล้วอีก 2 สาเหตุที่ทำให้ต้นทุนพลังงานเกินจำเป็น คือ 1.) รัฐบาลไม่ได้กำกับดูแลในเรื่องของวิธีการกำหนดราคาน้ำมัน แต่กลับมาตั้งคณะกรรมการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน และไปศึกษาว่ามีแนววิธีการอื่นใดหรือไม่ ที่จะกำหนดราคาน้ำมันที่เป็นธรรมกับประชาชนมากกว่าที่ใช้อยู่ แต่วันนี้ก็ยังราคาน้ำมันยังใช้สูตรเดิม คำนวณแบบเดิมอิงราคาสิงคโปร์ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เป็นสาเหตุที่ทำให้ต้นทุนราคาน้ำมันสูงเกินควร 2.) การลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ซึ่งง่ายมากในการลดภาระต้นทุนพลังงานให้กับพี่น้องประชาชน หรือผู้ประกอบการทุกคน คือรัฐบาลลดการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันลง ซึ่งเป็นสาเหตุอีกสาเหตุทำให้ต้นทุนน้ำมันแพง จนทำให้รัฐบาลยกมาเป็นข้ออ้างในการออก พ.ร.ก.กู้เงิน เพราะรัฐบาลไม่ทำในสิ่งที่ควรทำ กลับปล่อยให้ราคาพลังงานสูงเกินควร แล้วใช้เป็นข้ออ้างในการกู้เงินเพิ่มเพื่อเยียวยาประชาชน ทั้งที่จริง อาจไม่จำเป็นต้องเยียวยาเลยตั้งแต่แรก หากได้ทำในสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์แนะนำมาตลอด”</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:46:09 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[พลิกโผ! โมนาโกเฉือนลีลล์ 2-1 ศึกฟุตบอลลีกเอิง]]></title>
				<category>ฟุตบอลต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/footballworld/2-1-36640.html</link>
				<description><![CDATA[<p>การแข่งขันฟุตบอลลีกเอิง ฝรั่งเศส ประจำฤดูกาล 2024/25 คู่ที่น่าสนใจ เมื่อทีมโมนาโก เปิดบ้านพบกับลีลล์ ที่สนามหลุยส์ เดอซ์ ผลปรากฏว่า โมนาโกเอาชนะไปได้ 2-1 พลิกความคาดหมายของแฟนบอลจำนวนมาก</p><h2>ครึ่งแรก: โมนาโกออกนำก่อน</h2><p>เกมในครึ่งแรกเป็นไปอย่างสูสี ทั้งสองทีมต่างเล่นเกมรุกแลกกันอย่างสนุก แต่โมนาโกมาได้ประตูขึ้นนำก่อนในนาทีที่ 23 จากจังหวะที่ วีซาม เบน เยแดร์ โหม่งบอลเข้าประตูไป ทำให้โมนาโกนำ 1-0</p><p>หลังจากนั้นลีลล์พยายามบุกเพื่อตีเสมอ แต่ยังไม่สามารถเจาะแนวรับของโมนาโกได้ จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 1-0</p><h2>ครึ่งหลัง: ลีลล์ตีเสมอ ก่อนโมนาโกชนะนาทีสุดท้าย</h2><p>ครึ่งหลังลีลล์ปรับแผนบุกหนัก และมาได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 67 จากจังหวะที่ โจนาธาน เดวิด ซัดด้วยซ้ายบอลพุ่งเสียบมุมประตู ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากัน 1-1</p><p>เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 85 โมนาโกมาได้ประตูชัยจากลูกยิงของ อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน ที่ยิงจากนอกกรอบบอลโค้งเข้าประตูอย่างสวยงาม ทำให้โมนาโกนำอีกครั้ง 2-1</p><p>ช่วงเวลาที่เหลือลีลล์พยายามบุกอย่างหนัก แต่ก็ไม่สามารถทำประตูเพิ่มได้ จบเกมโมนาโกเปิดบ้านเอาชนะลีลล์ 2-1 เก็บสามคะแนนสำคัญในบ้าน</p><h2>สรุปผลการแข่งขัน</h2><p>จากผลการแข่งขันครั้งนี้ ทำให้โมนาโกขยับขึ้นไปมี 18 คะแนนจาก 8 นัด อยู่อันดับที่ 3 ของตาราง ส่วนลีลล์มี 14 คะแนนจาก 8 นัด อยู่อันดับที่ 6</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:28:23 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[รัฐบาลสั่ง 7 หน่วยงานประสานถ่ายทอดสดบอลโลก 2026 อุดช่องโหว่พนัน]]></title>
				<category>การเลือกตั้ง</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/kanlueaktang/7-2026-36639.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติให้ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งจะแข่งขันระหว่างวันที่ 11 มิถุนายน ถึง 19 กรกฎาคม 2569 โดยรัฐบาลได้สั่งการให้ 7 หน่วยงานหลักประสานงานกันอย่างเข้มข้นเพื่อเตรียมพร้อมรับสัญญาณการถ่ายทอดสดจากสหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก ให้ทันตามกำหนดและเป็นไปตามกฎหมายลิขสิทธิ์สากล</p><h2>บทบาทหน้าที่ของ 7 หน่วยงานหลัก</h2><p>คณะรัฐมนตรีได้กำหนดบทบาทของแต่ละหน่วยงานไว้อย่างชัดเจน โดยมีกรมประชาสัมพันธ์เป็นแม่งานหลักในการประสานความร่วมมือระหว่าง กสทช. และภาคเอกชน เพื่อบริหารจัดการงบประมาณค่าลิขสิทธิ์และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง</p><h3>กระทรวงการคลัง</h3><p>รับหน้าที่พิจารณายกเว้นภาษีสำหรับการจัดซื้อลิขสิทธิ์ และผ่อนปรนระเบียบพัสดุเพื่อให้การดำเนินการมีความคล่องตัวสูงสุด</p><h3>กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม</h3><p>ดูแลระบบเทคนิคการรับ-ส่งสัญญาณ และสกัดกั้นสัญญาณไม่ให้รั่วไหลไปยังเว็บพนันออนไลน์</p><h3>สำนักงานอัยการสูงสุด</h3><p>ตรวจสอบร่างสัญญาซื้อขายลิขสิทธิ์ให้ถูกต้องตามระเบียบกฎหมายก่อนลงนาม</p><h3>สำนักงานตำรวจแห่งชาติ</h3><p>ออกมาตรการเข้มงวดปราบปรามการพนันฟุตบอลทั่วประเทศตลอดทัวร์นาเมนต์</p><h3>กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงการต่างประเทศ</h3><p>ผนึกกำลังดูแลทรัพย์สินทางปัญญาและประสานงานระหว่างประเทศ</p><h2>ความร่วมมือกับภาคเอกชน</h2><p>นอกจากหน่วยงานภาครัฐแล้ว รัฐบาลยังเตรียมประสานความร่วมมือกับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT และบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เพื่อขอสนับสนุนช่องสัญญาณดาวเทียม เชื่อมโยงสัญญาณจากต่างประเทศส่งตรงถึงโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิทัลและช่องทางอื่นๆ เพื่อให้ประชาชนทั่วถึงทุกพื้นที่</p><p>การแบ่งงานอย่างเป็นระบบนี้มีเป้าหมายเพื่อให้แผนงานถ่ายทอดสดดำเนินการได้อย่างรวดเร็วทันเริ่มทัวร์นาเมนต์ เพื่อส่งมอบความสุขให้แฟนบอลไทยตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:26:22 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ถอดรหัสวิธีคิด ‘วัลลภา ไตรโสรัส’ หญิงผู้เปลี่ยนที่ดินเป็นเครื่องจักรทำเงินแสนล้านของ AWC]]></title>
				<category>อสังหาริมทรัพย์</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/asangharim/article-36638.html</link>
				<description><![CDATA[<p>จากลูกสาวเจ้าสัว สู่ ‘นักเศรษฐศาสตร์ที่ดิน’ ผู้ปลุกแลนด์มาร์กเก่าให้กลายเป็นเครื่องจักรทำเงินระดับแสนล้าน ถอดวิธีคิด ‘วัลลภา ไตรโสรัส’ แห่ง AWC กับเกมสร้างอาณาจักรที่ขายประสบการณ์ระดับโลก</p><h2>จากลูกสาวเจ้าสัว สู่ ‘นักเศรษฐศาสตร์ที่ดิน’ ที่อ่านเกมเมืองขาด</h2><p>หากจะเอ่ยถึงผู้ทรงอิทธิพลในสมรภูมิอสังหาริมทรัพย์ไทย ชื่อของ ‘วัลลภา ไตรโสรัส’ แม่ทัพใหญ่แห่ง แอสเสท เวิรด์ คอร์ปอเรชั่น (AWC) คือชื่อที่ถูกสปอตไลท์จับจ้องมากที่สุด แต่ภาพจำของเธอในวันนี้ก้าวข้ามคำว่า ‘ทายาทเจ้าสัว’ ไปไกลแล้ว เพราะสิ่งที่เธอสร้างคืออาณาจักรที่ขับเคลื่อนด้วย ‘ศาสตร์แห่งเศรษฐศาสตร์ที่ดิน’ ผสานกับ ‘ชั้นเชิงธุรกิจระดับสากล’ ที่เปลี่ยนโฉมหน้าการท่องเที่ยวไทยให้กลายเป็นระดับ Luxury อย่างเต็มตัว</p><p>ความสำเร็จนี้สะท้อนชัดผ่านผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ที่ AWC ยังคงทุบสถิติ New High แม้ต้องเผชิญกับปัจจัยผันผวนรอบด้าน โดยทำรายได้อยู่ที่ 6,776 ล้านบาท (โตขึ้น 9.5%) และกำไรสุทธิ 1,986 ล้านบาท บนพอร์ตทรัพย์สินที่ทรงพลังมูลค่ารวมกว่า 221,357 ล้านบาททั่วประเทศ</p><p>แม้ชื่อ ‘วัลลภา ไตรโสรัส’ จะมาพร้อมสายเลือดธุรกิจของตระกูล สิริวัฒนภักดี ในฐานะบุตรสาวคนที่สองของเจ้าสัวเจริญและคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี แต่สิ่งที่ทำให้เธอแตกต่างจากนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั่วไปคือรากฐานทางความคิดที่ถูกหล่อหลอมมาอย่างเป็นระบบ เธอจบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมจากศิลปากร ก่อนจะต่อยอดในระดับปริญญาโทด้าน เศรษฐศาสตร์ที่ดิน (Land Economics) จาก Cambridge และ ด้านเศรษฐศาสตร์การวางผังเมืองจาก LSE บวกกับประสบการณ์การทำงานเป็นนักวิเคราะห์การเงินที่ Merrill Lynch ฮ่องกง ทำให้เธอมองที่ดินไม่ใช่เพียงแค่ ‘แปลงดิน’ สำหรับสร้างตึกแล้วขายไป แต่เธอมองเห็นมันเป็น ‘เครื่องมือสร้างมูลค่าเศรษฐกิจระยะยาว’ ที่ต้องอ่านให้ออกว่าที่ดินแปลงนี้จะสร้าง ‘กระแสเงินสด’ และ ‘ประสบการณ์’ ให้กับเมืองได้อย่างไร</p><h2>อาณาจักรแสนล้าน เมื่อประสบการณ์คือสินค้าที่แพงที่สุด</h2><p>จะเห็นได้ว่า ภายใต้การบริหารของวัลลภา AWC เธอไม่เลือกเก็บที่ดินเปล่าทิ้งไว้เฉยๆ แต่เน้นการบริหารพอร์ตโฟลิโอคุณภาพระดับ Masterpiece ผ่าน 3 เสาหลักที่เชื่อมโยงกันอย่างมีชั้นเชิง ได้แก่</p><ul><li><strong>กลุ่มโรงแรมและการบริการ (Hospitality):</strong> หัวใจสำคัญคือการทำ Strategic Partnership กับ 10 เครือโรงแรมระดับโลก (เช่น Marriott, IHG, Banyan Tree) เพื่อดึงฐานลูกค้า Global Loyalty กว่า 800 ล้านคนเข้ามาสู่ไทย ผลักดันให้รายได้เฉลี่ยต่อห้อง (RevPAR) พุ่งสูงถึง 5,230 บาท โดยเฉพาะตลาดจีนที่เชียงใหม่ที่โตแรงถึง 24% ในช่วงที่ผ่านมา</li><li><strong>กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (Commercial):</strong> การเปลี่ยนออฟฟิศเกรด A อย่าง ‘ดิ เอ็มไพร์’ ให้เป็น Lifestyle Workplace เพื่อสร้างกระแสเงินสดที่มั่นคงและสอดรับกับวิถีชีวิตคนทำงานยุคใหม่</li><li><strong>สถานที่ท่องเที่ยวไลฟ์สไตล์ (Retail & Lifestyle):</strong> การปั้นแลนด์มาร์กริมน้ำและแหล่งรวมไลฟ์สไตล์อย่าง ‘ฟีนิกซ์’ และ ‘เอ-ญ่า’ (EA) รูฟท็อปใจกลางเมืองที่ทำรายได้สูงถึง 600 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา</li></ul><h2>ยุทธศาสตร์ ‘ชุบชีวิตทรัพย์สินตำนาน’ สู่แลนด์มาร์กโลก</h2><p>กลยุทธ์ที่น่าสนใจที่สุดของวัลลภาคือการ ‘เอาของเก่ามาเล่าใหม่’ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้สินทรัพย์ที่มีประวัติศาสตร์ ด้วยงบลงทุนมหาศาลเพื่อเปลี่ยนย่านเก่าให้กลายเป็นแม่เหล็กดูดเงินจากทั่วโลก</p><ul><li><strong>ล้ง 1919 (LHONG 1919):</strong> ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี เดิมคือ ‘ฮวย จุ่ง ล้ง’ ท่าเรือประวัติศาสตร์ต้นตระกูลพิศาลบุตรที่สร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2393 AWC เข้ามาเช่าสิทธิระยะยาวและปรับโฉมด้วยงบลงทุนกว่า 3,436 ล้านบาท เพื่อกำลังเปลี่ยนให้กลายเป็น The Ritz-Carlton Reserve Built-to-Suit และศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์ที่ยังคงมนต์ขลังของสถาปัตยกรรมจีนโบราณ</li><li><strong>เวิ้งนาครเขษม:</strong> อดีตแหล่งค้าส่งเครื่องดนตรีและของเก่าใจกลางเยาวราชที่ AWC เข้าซื้อกิจการมาตั้งแต่ช่วงปี 2555-2556 ปัจจุบันกำลังถูกเนรมิตใหม่เป็น Mixed-use ระดับโลก ที่ประกอบด้วยโรงแรมหรูและพื้นที่ค้าปลีกที่เชื่อมต่อวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับความทันสมัย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงที่ต้องการสัมผัสจิตวิญญาณของกรุงเทพฯ</li><li><strong>เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์:</strong> หนึ่งในแลนด์มาร์กของประเทศไทย ด้วยชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ที่ระดับความสูง 60 เมตร หรือเทียบเท่าตึก 20 ชั้น ที่ตั้งของ เรือสิริมหรรณพ และ Jurassic World: The Experience สัมผัสประสบการณ์อิมเมอร์ซีฟสุดยิ่งใหญ่ท่ามกลางไดโนเสาร์เสมือนจริง</li></ul><h2>ยุทธศาสตร์ 5 ปี แสนล้าน จากการปั้น ‘ทรัพย์สิน’ สู่การสร้าง ‘อาณาจักรระดับโลก’</h2><p>หัวใจสำคัญที่ทำให้ AWC ก้าวกระโดดอย่างมั่นคง คือการไม่หยุดนิ่งในการเปลี่ยน ‘ทรัพย์สินที่กำลังพัฒนา’ (Developing Assets) ให้กลายเป็น ‘ทรัพย์สินที่สร้างกระแสเงินสด’ (Operating Assets) ภายใต้ยุทธศาสตร์การลงทุน 5 ปี (2567-2571) ด้วยงบประมาณกว่า 100,000 ล้านบาท โดยเฉลี่ยลงทุนปีละ 10,000 - 20,000 ล้านบาท เพื่อเป้าหมายใหญ่ในการดันมูลค่าสินทรัพย์รวมให้พุ่งแตะ 2.3 แสนล้านบาท ภายในสิ้นปีนี้</p><h3>สเต็ปถัดไปของธุรกิจที่น่าจับตามอง</h3><ul><li><strong>กลุ่มโรงแรม (Hospitality):</strong> เตรียมขยายพอร์ตจาก 10 โรงแรมในปี 2019 สู่ 35 โรงแรม (9,312 ห้อง) ภายในปี 2573 โดยมีไฮไลต์สำคัญในปี 2569 คือการเปิดตัว Fairmont Bangkok Sukhumvit และโครงการ Lannatique Kalare เฟส 1 ที่จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงโครงการในอนาคตอย่าง Nobu Bangkok และ Ritz-Carlton Bangkok (The Riverside)</li><li><strong>กลุ่มคอมเมอร์เชียล (Commercial):</strong> ตั้งเป้าขยายพื้นที่เช่าเพิ่มขึ้น 60% หรือประมาณ 660,700 ตร.ม. ภายในปี 2573 ผ่านบิ๊กโปรเจกต์อย่าง Woeng Nakorn Kasem (เวิ้งนาครเขษม) ที่จะกลายเป็นแลนด์มาร์กทางวัฒนธรรมแห่งใหม่</li><li><strong>Mega Projects แห่งอนาคต:</strong><ul><li><strong>Aquatique Pattaya:</strong> โครงการยักษ์ที่เตรียมปักหมุดพัทยาให้เป็นจุดหมายปลายทางโลก โดยจะเริ่มคิกออฟด้วยแบรนด์ Banyan Tree หลังจากนำร่องทดสอบตลาดด้วย โรงแรมมีเลีย พัทยา และ พัทยา แมริออท รีสอร์ต แอนด์ สปา โดยขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมดึงพาร์ทเนอร์รวมถึงคนดังระดับโลกมาร่วมโปรโมทเมืองพัทยาให้สมบูรณ์</li><li><strong>The Next Chapter of Asiatique:</strong> นอกจากโดมยักษ์ Blue Ocean Dome จากงาน Osaka-Kansai Expo 2025 ที่คว้ามาตั้งริมน้ำเพื่อสร้าง Traffic ใหม่แล้ว แผนการสร้าง ‘ตึกสูง 100 ชั้น’ ยังคงเป็นโปรเจกต์ Iconic ที่บริษัทกำลังประเมินความพร้อมอย่างรอบคอบเพื่อเป็นจิ๊กซอว์ตัวสุดท้ายของเอเชียทีค</li></ul></li></ul><p>ความสำเร็จของ AWC และ ‘วัลลภา ไตรโสรัส’ พิสูจน์ให้เห็นว่า ‘เงิน’ เป็นเพียงเครื่องมือขับเคลื่อน แต่ความมั่งคั่งที่แท้จริงเกิดจาก ‘ความรู้ที่ลึกซึ้ง’ (Land Economics) ในการอ่านค่าที่ดินให้ออก และ ‘สายตาสากล’ (Global Vision) ที่มองเห็นโอกาสก่อนใคร คือสูตรสำเร็จที่สร้างเองได้</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:15:12 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เทียบสเปค Honda Accord e:HEV 2026 มีอะไรใหม่ แตกต่างจาก RS อย่างไร]]></title>
				<category>การค้า</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankha/honda-accord-ehev-2026.html</link>
				<description><![CDATA[<p>บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ ฮอนด้า เปิดตัว Honda Accord e:HEV 2026 รุ่นปรับโฉมใหม่ เพื่อเสริมความแตกต่างในรุ่น e:HEV RS โดยเพิ่มสีภายนอก สีเทาเออร์เบิน (มุก) ที่ให้ลุคสปอร์ตพรีเมียม และมีเอกลักษณ์ในทุกมุมมอง</p><h2>จุดเด่นของ Honda Accord e:HEV 2026</h2><p>ภายในห้องโดยสารมีโทนสีขาวสะอาดตา ตกแต่งเบาะนั่ง แผงประตู และแผงหน้าปัด ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งและหรูหรา ผู้ขับขี่สามารถเลือกจับคู่สีภายนอกและภายในตามสไตล์ที่ชอบได้ ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมโลโก้ H Mark ใหม่ ในโทนสีโมโนโครมเงินและดำ</p><h3>ขุมพลังและสมรรถนะ</h3><p>Honda Accord e:HEV 2026 ใช้ระบบฟูลไฮบริด e:HEV ที่ให้ประสบการณ์ขับขี่ทรงพลัง นุ่มนวล ตอบสนองเป็นธรรมชาติ ประหยัดน้ำมันสูงถึง 23.3 กม./ลิตร พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย</p><h3>ฟีเจอร์เด่นใหม่</h3><p>เพิ่มระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (BSI) และระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (CTM) ให้เป็นมาตรฐานในทุกรุ่นย่อย เพื่อความปลอดภัยยิ่งขึ้น</p><h2>ราคา Honda Accord e:HEV 2026</h2><ul><li>รุ่น e:HEV E ราคา 1,479,000 บาท</li><li>รุ่น e:HEV EL ราคา 1,629,000 บาท</li><li>รุ่น e:HEV RS ราคา 1,764,000 บาท</li></ul><p>นอกจากนี้ ยังมีแคมเปญพิเศษสำหรับผู้ที่จองตั้งแต่วันที่ 8 – 31 พฤษภาคม 2569 และรับรถภายใน 30 มิถุนายน 2569 เลือกรับข้อเสนอพิเศษ เช่น Exclusive Deal มูลค่า 90,000 บาท ฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมบัตรเติมน้ำมัน 20,000 บาท หรือเลือกดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมฟรีประกันภัยและบัตรเติมน้ำมัน 20,000 บาท สำหรับเจ้าของรถฮอนด้าและครอบครัวรับดอกเบี้ยพิเศษ 0.84% หรือลูกค้าทั่วไป 0.99% พร้อมแพ็กเกจ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 204,000 บาท และบัตรเติมน้ำมัน 20,000 บาท</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:10:04 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เปิดประวัติ ทราย สก๊อต หนุ่มกล้ามโตฉายา อควาแมนเมืองไทย ปมดราม่าสายเลือด]]></title>
				<category>ดนตรี</category>
				<link>https://siampost24.com/bantoeng/dontri/article-36636.html</link>
				<description><![CDATA[<p>หลายคนยังคงติดตามกันต่อเนื่อง สำหรับดราม่ามหากาพย์ของ ทราย สก๊อต หรือ ทราย สิรณัฐ สก๊อต ในประเด็นปมปัญหาระหว่างพี่น้อง พาย สุนิษฐ์ สก๊อต วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับประวัติของ ทราย สก๊อต ให้มากขึ้น</p><h2>ประวัติ ทราย สก๊อต</h2><p>ทราย สก๊อต หรือ ทราย สิรณัฐ สก๊อต เป็นทายาทรุ่นที่ 4 ของตระกูลภิรมย์ภักดี ปัจจุบันอายุใกล้จะ 30 ปีแล้ว เขาเป็นลูกครึ่งไทย–สก็อตแลนด์ โดยเป็นลูกชายของ จีรานุช ภิรมย์ภักดี กับอดีตสามีชาวสก็อต มีพี่ชาย 1 คนคือ พาย สุนิษฐ์ สก๊อต และมีศักดิ์เป็นหลานตาของ จำนงค์ ภิรมย์ภักดี ประธานบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด</p><h3>การศึกษา</h3><p>ทราย จบการศึกษาระดับปริญญาตรีด้านแอนิเมชันจาก California Institute of the Arts สหรัฐอเมริกา</p><h3>เส้นทางอนุรักษ์ทะเล</h3><p>ทราย เริ่มต้นเส้นทางการอนุรักษ์ทะเลอย่างจริงจังตั้งแต่อายุ 20 ปี ผ่านโครงการ Sea You Strong ที่ก่อตั้งด้วยทุนส่วนตัว เพื่อชวนชุมชนในภาคใต้ร่วมกันเก็บขยะชายหาด</p><h3>อควาแมนเมืองไทย</h3><p>ทราย สก๊อต เป็นที่รู้จักในชื่อ อควาแมนเมืองไทย จากการว่ายน้ำข้ามทะเลจากอ่าวนางถึงเกาะปอดะและว่ายกลับ รวมระยะทางเกือบ 30 กิโลเมตร ใช้เวลา 6 ชั่วโมง เพื่อแสดงออกถึงความรักต่อทะเลอย่างแท้จริง</p><h3>ผลงานสร้างชื่อ</h3><p>ทราย ยังเคยสร้างหนังสั้นเรื่อง Merman ซึ่งเขารับบทเป็นมนุษย์เงือก ถ่ายทอดความงดงามและปัญหาขยะใต้ทะเล พร้อมรณรงค์ให้คนไทยตระหนักถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</p><h3>ตำแหน่งสำคัญ</h3><p>ทราย เคยได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา</p><p>นี่คือประวัติโดยย่อของ ทราย สก๊อต หนุ่มกล้ามโตผู้เป็นที่รู้จักในวงการอนุรักษ์ทะเลไทย และกำลังเป็นประเด็นดราม่าสายเลือดที่หลายคนให้ความสนใจ</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:22:18 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[จัดหางานชัยภูมิเผยแรงงานหนีนายจ้างเกาหลีนับสิบ ถูกขึ้นบัญชีดำกระทบภาพลักษณ์]]></title>
				<category>แรงงาน</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/raengngan/article-36635.html</link>
				<description><![CDATA[<p>นางชุติมา จุมังมอ จัดหางานจังหวัดชัยภูมิ เปิดเผยถึงกรณีประเทศเกาหลีใต้ขึ้นบัญชีดำ 4 จังหวัดของไทย หลังพบพฤติกรรมหลบหนีนายจ้างในอัตราสูง ส่งผลให้แรงงานไทยสูญเสียความเชื่อมั่นและหมดโอกาสไปทำงานอย่างถูกกฎหมาย โดยจังหวัดที่ถูกขึ้นบัญชีดำ ได้แก่ อุดรธานี ขอนแก่น มหาสารคาม และชัยภูมิ ซึ่งถูกระงับการนำเข้าแรงงานในภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาลเป็นเวลา 1 ปี ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569</p><h2>สถานการณ์แรงงานจังหวัดชัยภูมิ</h2><p>นางชุติมากล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2569 ตั้งแต่ 1 กันยายน 2568 ถึงปัจจุบัน มีแรงงานจากจังหวัดชัยภูมิเดินทางไปทำงานในภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาลจำนวน 119 คน ผ่านบันทึกความเข้าใจ MOU หรือวีซ่า E-8 โดยพบว่ามีแรงงานหลบหนีนายจ้างประมาณ 10 คน ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกาหลีใต้ขึ้นบัญชีดำแรงงานที่กระทำผิดในภาคการเกษตรและประมงตามฤดูกาลเท่านั้น ไม่รวมถึงกิจการอื่น แต่อาจส่งผลกระทบต่อแรงงานด้านอื่นๆ และสร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อประเทศไทย</p><h3>ผลกระทบต่อภาพลักษณ์และโควต้าแรงงาน</h3><p>การหลบหนีของแรงงานชาวชัยภูมิส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของคนในจังหวัดที่จะไปสมัครงานในเกาหลีใต้ เนื่องจากประเทศต้นทางจะขึ้นบัญชีดำว่าแรงงานไทยขาดระเบียบวินัยและหลบหนีนายจ้าง ทำให้โควต้าแรงงานของจังหวัดชัยภูมิลดลง ซึ่งที่ผ่านมามี 4 จังหวัดที่ถูกขึ้นบัญชีดำ ได้แก่ อุดรธานี ขอนแก่น มหาสารคาม และชัยภูมิ</p><h3>ข้อแนะนำสำหรับแรงงาน</h3><p>นางชุติมายังฝากถึงแรงงานที่จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ขอให้เดินทางอย่างถูกต้องตามกฎหมาย หากมีผู้ชักจูงไปทำงาน ควรตรวจสอบที่สำนักงานจัดหางานก่อนว่าตัวแทนจัดหางานได้รับอนุญาตถูกต้องหรือไม่ เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงและหลีกเลี่ยงการจ่ายเงินให้นายหน้าที่ไม่ได้รับอนุญาต เมื่อไปทำงานแล้วต้องปฏิบัติตามข้อตกลงกับนายจ้างอย่างเคร่งครัด</p><h3>โทษของการหลบหนีนายจ้าง</h3><p>แรงงานที่ไปทำงานในเกาหลีใต้ห้ามหลบหนีนายจ้าง หากถูกจับกุมจะมีความผิดฐานฝ่าฝืนสัญญาจ้างและกฎหมายของเกาหลีใต้ ซึ่งอาจถูกดำเนินคดี จำคุก และส่งกลับประเทศไทย นอกจากนี้ยังถูกขึ้นบัญชีดำไม่สามารถเดินทางกลับไปทำงานในต่างประเทศได้อีก</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:20:25 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[รมว.ศึกษาธิการ บุกหางโจว ดึง AI พลิกโฉมโรงเรียนไทยสู่ Smart Campus]]></title>
				<category>เทคโนโลยีการศึกษา</category>
				<link>https://siampost24.com/theknoloyi/edtech/ai-36634.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>รมว.ศึกษาธิการ บุกหางโจว ดึงระบบ AI ยกระดับ Smart Campus ปั้นเด็กไทยเป็นนวัตกรจิ๋ว</h2><p>วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นำคณะผู้บริหารเดินทางไปศึกษาดูงานโรงเรียนต้นแบบระดับโลก ณ นครหางโจว ประเทศจีน ในช่วงการประชุม WDEC 2026 โดยมีเป้าหมายเพื่อนำเทคโนโลยีการศึกษาสุดล้ำมาพลิกโฉมโรงเรียนในประเทศไทยให้เป็นระบบอัจฉริยะ หรือ Smart Campus</p><p>รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเปิดเผยถึงความประทับใจต่อระบบ Smart Campus ของโรงเรียนอนุบาลต้าหัว ซึ่งใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการวิเคราะห์สุขภาพและเฝ้าระวังความปลอดภัยแบบรายบุคคล รวมถึงโมเดลจากโรงเรียนประถม Information Harbor ที่ร่วมมือกับภาคเอกชนนำเทคโนโลยี 3D และ Laser Printing มาฝึกทักษะวิศวกรรมให้เด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 จนสามารถสร้างโมเดลรถยนต์ได้จริง โมเดลดังกล่าวถือเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการพัฒนาหลักสูตรทักษะแห่งอนาคตของประเทศไทย</p><p>นายประเสริฐกล่าวว่า “เป้าหมายของกระทรวงศึกษาธิการคือการสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ปลอดภัยและเท่าทันโลก โดยเราจะนำโมเดลจากหางโจวมาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของไทย เพื่อปั้นเยาวชนไทยให้เติบโตเป็นนวัตกรที่มีศักยภาพแข่งขันได้ในศตวรรษที่ 21”</p><p>การเดินทางครั้งนี้ยังรวมถึงการหารือกับผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาจากจีน เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่เน้นทักษะแห่งอนาคต โดยเฉพาะการบูรณาการเทคโนโลยี AI และการพิมพ์สามมิติเข้าไปในหลักสูตรการเรียนการสอนของไทย</p><p>คณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการจะนำข้อมูลและประสบการณ์ที่ได้จากการดูงานครั้งนี้ไปใช้ในการปรับปรุงนโยบายและพัฒนาโรงเรียนในประเทศไทยให้เป็น Smart Campus อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งคาดว่าจะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาและสร้างความพร้อมให้กับเยาวชนไทยในการแข่งขันในเวทีโลก</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:47:02 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เริ่มแล้ว! งานประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล เชียงใหม่ ปี 2569]]></title>
				<category>การท่องเที่ยว</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kanthongthiao/2569-36633.html</link>
				<description><![CDATA[<p>วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธีอัญเชิญพระพุทธคันธาราษฎร์ หรือพระเจ้าฝนแสนห่า พร้อมเครื่องสักการะ ขึ้นประดิษฐานบนรถบุษบก เคลื่อนขบวนออกจากวัดช่างแต้ม ด้วยริ้วขบวนแบบล้านนาอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อนำมาประดิษฐานชั่วคราว ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เป็นสัญลักษณ์เริ่มงานประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล ประจำปี 2569</p><h2>สักการะเสาหลักเมืองเชียงใหม่</h2><p>ทุกปีจังหวัดเชียงใหม่จะมีพิธีสักการะบูชาเสาอินทขีล หรือเสาหลักเมืองเชียงใหม่ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจและเป็นสิริมงคลแก่ชาวบ้าน รวมถึงผู้ทำการเกษตรที่ต้องการให้ฝนตกตามฤดูกาล จึงได้อัญเชิญพระเจ้าฝนแสนห่า ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่เชื่อว่าบันดาลฝนได้ มาเป็นประธานในขบวนแห่รอบเมืองให้ประชาชนสรงน้ำบูชาเพื่อสิริมงคล เมื่อสิ้นสุดงานประเพณีใส่ขันดอกแล้ว จะอัญเชิญกลับวัดช่างแต้มดังเดิม</p><h3>พระเจ้าฝนแสนห่า อัญเชิญปีละ 2 ครั้ง</h3><p>ในแต่ละปีมีการอัญเชิญพระเจ้าฝนแสนห่าออกจากวัดช่างแต้มให้ศรัทธาสาธุชนสักการะภายนอกวัดเพียง 2 ครั้ง คือ แห่ขบวนสรงน้ำพระในงานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ (สงกรานต์) และงานประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีลที่เริ่มวันนี้เป็นวันแรก</p><p>พุทธศาสนิกชนสามารถร่วมทำบุญประเพณีใส่ขันดอกบูชาเสาอินทขีล ปี 2569 ได้ตั้งแต่วันที่ 13-19 พฤษภาคม 2569 เวลา 06.00-24.00 น. ณ วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:35:26 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทราย สก๊อต เปิดใจที่มาคลิปเสียง อ้างพาย สุนิษฐ์ สารภาพ แจงเหตุผลเก็บหลักฐาน]]></title>
				<category>ดาราต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/bantoeng/celebrity/article-36632.html</link>
				<description><![CDATA[<p>กลายเป็นประเด็นร้อนที่ลุกลามบานปลาย เมื่อ <strong>ทราย สิรณัฐ สก๊อต</strong> หรือ ทราย สก๊อต น้องชายของ <strong>พาย สุนิษฐ์ สก๊อต</strong> หรือ พาย สก๊อต ออกมาโพสต์คลิปพูดถึงปัญหาภายในครอบครัว รวมถึงเรื่องที่คุณแม่ฟ้องร้องเรื่องทรัพย์สินที่คุณตามอบให้ ซึ่งเป็นบ้านริมทะเลที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ จนเกิดเป็นประเด็นดราม่าขึ้นมา</p><h2>พาย สุนิษฐ์ โต้กลับ</h2><p>ก่อนที่ พาย สุนิษฐ์ จะอัดคลิปโต้กลับ ทราย สก๊อต ว่าไม่เป็นความจริง แต่ยอมรับว่าในวัยเด็กเคยมีการเล่นตามประสาพี่น้องที่บางทีก็อาจจะรุนแรง ซึ่งตนไม่ทราบว่าอันไหนดีไม่ดี แต่ได้ขอโทษน้องไปหลายรอบแล้ว ส่วนประเด็นฟ้องร้องทรัพย์สินบ้านหัวหิน ที่จริงบ้านดังกล่าวคุณตายกให้คุณแม่ ก่อนจะมอบให้กับตนและน้อง แต่ที่คุณแม่ฟ้องเพราะมีการทำลายทรัพย์สิน มีการนำคนข้างนอกบุกรุก เอาของส่วนกลางไปจัดการ</p><h2>ทราย สก๊อต โพสต์คลิปเสียง</h2><p>หลังจากนั้น ทราย สก๊อต ก็ได้โพสต์คลิปเสียงที่เป็นเสียงสนทนาของผู้ชายสองคน ซึ่งเป็นคลิปที่ทรายเคยอ้างว่าเป็นหลักฐาน จนกลายเป็นประเด็นสุดช็อกในโลกออนไลน์อีกระลอก</p><p>ล่าสุดรายการ <em>เที่ยงวันทันเหตุการณ์</em> ทางช่อง 3 <strong>หนุ่ม กรรชัย</strong> และ <strong>หมวย อริสรา</strong> เผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทางทีมข่าวมีโอกาสได้คุยกับคุณทราย คุณทรายยืนยันว่าคลิปเสียงที่กำลังเป็นประเด็นถูกบันทึกไว้เมื่อ 3 ปีก่อน ตอนที่มีการประชุมกันในครอบครัวเพื่อจะคุยและขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น</p><h3>เหตุผลที่อัดเสียง</h3><p>คุณทรายเล่าว่าสาเหตุที่ตัดสินใจอัดเสียงไว้เพราะว่าตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขารู้สึกว่าไม่เคยได้รับการปกป้องจากครอบครัว และไม่มั่นใจว่าความจริงที่เกิดขึ้นที่ตัวเองพูดจะได้รับการยอมรับ ก็เลยต้องเก็บไว้เป็นหลักฐานเพื่อปกป้องตัวเองในอนาคต</p><p>คุณทรายบอกว่าคนในครอบครัวรู้เรื่องนี้มาตั้งแต่ 3 ปีก่อน รวมถึงรับรู้ว่าเขาเคยออกมาพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ไม่มีใครดำเนินการใดๆ แล้วก็ย้ำด้วยว่าความทรงจำในวัยเด็กเกี่ยวกับคนที่ทำดีกับเราหรือทำร้ายเรา มันเป็นสิ่งที่ไม่มีวันลืม</p><h3>ไทม์ไลน์เหตุการณ์</h3><p>เรื่องไทม์ไลน์ของเหตุการณ์ คุณทรายเล่าว่า เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับพี่เลี้ยงเกิดขึ้นก่อน ตอนนั้นอายุประมาณ 8-9 ขวบ และยืนยันว่าเป็นการละเมิด ไม่ใช่เพียงแค่ล่วงละเมิดทั่วไป แต่เป็นการข่มขืนเลย ก่อนจะมีการเปิดเผยต่อเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องเกิดขึ้นในช่วงที่อายุ 9-13 ปี และเกิดขึ้นหลายครั้งต่อเนื่องหลายปี</p><h3>ไม่ใช่เรื่องหยอกล้อ</h3><p>หลังมีกระแสในโลกออนไลน์ บางส่วนก็มองว่าอาจเป็นการหยอกล้อตามประสาพี่น้องผู้ชายหรือเปล่า คุณทรายตอบว่า สิ่งที่เขาเจอไม่ใช่เรื่องเล่นหรือเรื่องตลก พร้อมทั้งตั้งคำถามกลับว่าเรื่องแบบนี้เราจะสามารถเรียกว่ามันเป็นการหยอกล้อได้อย่างไร และหากใครต้องการคำตอบ ขอให้ไปฟังคลิปเสียงทั้งหมด คุณทรายมองว่าในคลิปเสียงอธิบายชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นการหยอกล้อหรือเปล่า เพราะทุกอย่างมันอยู่ในนั้น</p><h3>การปฏิเสธไม่เปลี่ยนความจริง</h3><p>ส่วนกรณีที่คุณพายออกมาปฏิเสธว่าเรื่องดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้น คุณทรายระบุสั้นๆ ว่า การปฏิเสธไม่ได้เปลี่ยนความจริง และเขาไม่มีความคิดจะไปโต้เถียงอะไรกับคนที่เคยทำร้ายตัวเอง ก่อนจะเปิดเสียงสัมภาษณ์บางส่วนของทราย โดยมีเนื้อหาดังนี้</p><p>“เกิดขึ้น 3 ปีที่แล้วครับ เรารวมกันประชุมกับครอบครัว หลังจากที่ทรายเปิดเผยเรื่องพี่เลี้ยงครับ เพื่อขอความช่วยเหลือ ทรายรู้สึกสังหรณ์ใจว่ามันจะไม่ดี ทรายเลยอัดเสียงพี่ชายเก็บไว้ครับ เพราะทรายอยู่ในครอบครัวทั้งชีวิตที่ไม่เคยให้ความจริง เป็นเรื่องที่มันเป็นความจริงครับ ทรายรู้ว่าเขาจะออกมาเถียงแบบที่เขาเถียงแหละ ทรายไม่สามารถพึ่งพาเขาหรือคำพูดของเขาได้อีกแล้ว เพราะถ้ามีโอกาสเขาก็จะกลบเราแน่นอน</p><p>แต่สิ่งที่ทุกคนในครอบครัวรู้ก็คือว่าตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว เขารู้เพราะเขารู้ว่าทรายมีเทป เขารู้ว่าทรายพูด เขารู้ว่าทรายบอก แล้วเขาไม่ทำอะไร ทรายนึกแล้ว สัญชาตญาณเด็กไม่มีวันลืมหรอกครับว่าใครดีกับเราหรือทำร้ายเราครับ ทรายไม่มีความคิดเห็นกับคนที่ทำร้ายเราครับ เพราะว่ามันก็ไม่ได้เกี่ยวกับความจริงครับ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องตลกหรือเรื่องเล่นเหรอ ถ้าเกิดอยากได้คำตอบอะไรก็ไปฟังคลิปครับ ทุกอย่างมันอยู่ในนั้นแล้วครับ”</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:56:44 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[นายกฯ อนุทินนั่งสปีดโบตถึงเกาะพะงัน ปชช.ถือป้ายต้อนรับ]]></title>
				<category>รัฐบาล</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/rattaban/article-36631.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติสมุย โดยมีนายพิพิธ รัตนรักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และนายสรรเพชญ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 2 สุราษฎร์ธานี พรรคภูมิใจไทย ให้การต้อนรับ</p><h2>เดินทางด้วยรถและเรือสปีดโบต</h2><p>นายกฯ เดินทางด้วยรถโตโยต้าอัลพาร์ด สีดำ ทะเบียน 4 กร 5577 กรุงเทพมหานคร จากนั้นเวลา 12.50 น. ได้เดินทางลงเรือที่ท่าเรือบางรักษ์ อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อข้ามไปยังเกาะพะงัน โดยนายกฯ นั่งอยู่ที่หัวเรือสปีดโบต และได้เรียกนายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มาหารือเรื่องการปรับปรุงสะพานท่าเทียบเรือซึ่งค่อนข้างเก่า พร้อมสั่งการให้ปรับปรุงระเบียบเพื่อให้เอกชนและประชาชนได้ใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ</p><h3>ประชาชนต้อนรับอย่างอบอุ่น</h3><p>เมื่อเดินทางถึงท่าเทียบเรืออำเภอเกาะพะงัน นายกฯ ได้ทักทายเด็กที่มารอต้อนรับ สอบถามชื่อเด็ก ๆ ซึ่งตอบว่าชื่อจ๋าและบิวตี้ นายกฯ กล่าวติดตลกว่า “ได้ยินชื่อหมดแรงเลย” นอกจากนี้ ยังมีประชาชนถือป้ายข้อความต้อนรับ เช่น “ให้กำลังใจนายกฯ”, “นายกฯ มาปัญหาจบ”, “นายกฯ มาคนพะงันดีใจและยิ้มได้” และ “ดีใจที่ได้เจอนายกฯ อนุทิน” ก่อนขึ้นรถ ประชาชนได้มอบดอกไม้เพื่อเป็นกำลังใจด้วย</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:25:09 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[โอ่ง สลักจิต เดือด! หุ่นแม่ผึ้งถูกสาดแป้ง ชุดไทยหลักแสนเสียหาย]]></title>
				<category>ดาราต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/bantoeng/celebrity/article-36630.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ใกล้ถึงวันครบรอบการจากไปของราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ ทุกปีจะมีการจัดงานรำลึกที่วัดทับกระดาน จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมมหรสพและคอนเสิร์ตจากศิลปินลูกทุ่งมากมาย แต่ปีนี้เกิดดราม่าเมื่อน้องสาวของแม่ผึ้ง อย่าง โอ่ง สลักจิต ดวงจันทร์ โพสต์คลิปผ่านโซเชียลระบุว่า หุ่นของแม่ผึ้งที่ตั้งอยู่ในศาลาริมน้ำถูกนักท่องเที่ยวสาดน้ำอบและแป้งใส่ ทำให้ชุดไทยที่หุ่นสวมใส่เสียหาย</p><h2>โอ่ง สลักจิต เปิดใจถึงเหตุการณ์</h2><p>ล่าสุด โอ่ง สลักจิต เปิดใจกับไทยรัฐบันเทิงเป็นที่แรกว่า “ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา น่าจะมีคนอยากชวนพี่ผึ้งเล่นน้ำด้วย (หัวเราะ) แต่จริง ๆ ตอนที่เห็นสภาพหุ่นก็แอบโมโห เพราะเสียดายชุดที่ช่างตั้งใจทำอย่างประณีต ปักมือทุกจุด รวมมูลค่าหลักแสน ตอนแรกไม่รู้เรื่อง แต่เหมือนพี่ผึ้งมาดลใจให้ไปวัดทับกระดาน จึงได้รู้ว่าหุ่นเละขนาดนี้ ฝากถึงคนที่คอมเมนต์ลบ ๆ ถ้าแสดงความเห็นดี ๆ ไม่ได้ ก็ไม่ต้องคอมเมนต์ เพราะไร้สาระมาก”</p><h3>รายละเอียดความเสียหาย</h3><p>ชุดไทยที่หุ่นแม่ผึ้งสวมใส่เป็นชุดที่ช่างออกแบบและตัดเย็บอย่างพิถีพิถัน มีการปักมือเก็บรายละเอียดทุกจุด มูลค่ารวมกว่าแสนบาท หลังถูกสาดน้ำอบและแป้งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทำให้ชุดเปียกและเสียหายอย่างหนัก โอ่งยังกล่าวอีกว่า เหตุการณ์นี้ทำให้รู้สึกเสียดายและโกรธเล็กน้อย แต่ก็เข้าใจว่าอาจเป็นเพราะความรักและความสนุกของนักท่องเที่ยว</p><ul><li>หุ่นแม่ผึ้งตั้งอยู่ที่ศาลาริมน้ำ วัดทับกระดาน</li><li>ถูกสาดน้ำอบและแป้งในช่วงสงกรานต์</li><li>ชุดไทยเสียหายมูลค่าหลักแสน</li></ul><p>โอ่งฝากถึงแฟน ๆ และนักท่องเที่ยวว่า หากต้องการแสดงความรักต่อแม่ผึ้ง ควรทำในทางที่เหมาะสม ไม่สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับแม่ผึ้ง</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:19:34 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ปชน. เตรียมยื่นญัตติตั้ง กมธ.สอบเงินกู้ 4 แสนล้าน จี้พิพัฒน์ทำเพื่อบ้านเมือง]]></title>
				<category>การเลือกตั้ง</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/kanlueaktang/4-36629.html</link>
				<description><![CDATA[<p>น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคประชาชน เปิดเผยว่า พรรคประชาชนเตรียมยื่นญัตติขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการใช้เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 โดยได้เตรียมการไว้แล้ว แต่ขึ้นอยู่กับประธานสภาผู้แทนราษฎรว่าจะบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมหรือไม่</p><h2>รัฐบาลยังไม่ตอบคำถามสำคัญ</h2><p>น.ส.ภคมนกล่าวว่า แม้รัฐบาลจะยืนยันว่าเงินกู้ดังกล่าวไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และจะใช้เงินทุกบาททุกสตางค์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน แต่ยังมีคำถามที่รัฐบาลและนายกรัฐมนตรียังไม่ได้ให้คำตอบ โดยเฉพาะเรื่องเงินก้อนที่ 2 ที่จะใช้ชดเชยหรือเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน ว่าเป็นการดำเนินการที่เร่งด่วนและคุ้มค่าจริงหรือไม่</p><h2>เรียกร้องความโปร่งใส</h2><p>โฆษกพรรคประชาชนระบุว่า การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจะเป็นโอกาสที่ดีให้ประชาชนได้เข้าใจและเชื่อมั่นในรัฐบาลมากขึ้น พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความจริงใจในการให้ฝ่ายนิติบัญญัติตรวจสอบการใช้เงินก้อนนี้</p><h3>ปมที่ดินแลนด์บริดจ์</h3><p>น.ส.ภคมนยังกล่าวถึงกรณีบริษัท อาม่า มารีน จำกัด (มหาชน) ที่ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่าไม่ได้กว้านซื้อที่ดินกว่า 500 ไร่เพื่อรองรับโครงการแลนด์บริดจ์ ว่า ไม่มีข้อความใดในแถลงการณ์ที่ระบุว่าเป็นบริษัทดังกล่าว แต่เมื่อมีการชี้แจงก็ไม่ขัดข้อง เพียงขอเรียกร้องให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจสอบเรื่องการกว้านซื้อที่ดินดังกล่าว</p><h3>ตรวจสอบผลประโยชน์ทับซ้อน</h3><p>น.ส.ภคมนกล่าวว่า ขั้นตอนต่อไปจะมีการตรวจสอบว่านายพิพัฒน์มีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ โดยย้ำว่านายพิพัฒน์ควรทำเพื่อบ้านเมืองก่อน แล้วค่อยทำเพื่อครอบครัวและวงศาคณาญาติ การที่รีบออกมาปฏิเสธกลับทำให้ประชาชนจับจ้องมากขึ้น ซึ่งหลังจากนี้หากมีการตรวจสอบ นายพิพัฒน์ต้องยืนยันความโปร่งใส สิ่งที่ประชาชนเรียกร้องคือให้ช่วยปกป้องประเทศชาติ ทรัพยากรของชาติ และประชาชน ก่อนที่จะปกป้องเงินในกระเป๋าของครอบครัว</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:31:18 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[อย่าเพิ่งฉีดยา! รวมวิธีกำจัดมดแดงในบ้านด้วยของใช้ใกล้ตัว]]></title>
				<category>ผู้บริโภค</category>
				<link>https://siampost24.com/sangkhom/phuboripha/5-36628.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>ทำไมมดแดงถึงบุกบ้าน?</h2><p>ก่อนที่จะไปดูวิธีกำจัดมดแดง การทำความเข้าใจพฤติกรรมของแมลงชนิดนี้เป็นสิ่งสำคัญ ข้อมูลพื้นฐานด้านกีฏวิทยาระบุว่า มดมักจะเข้ามาในที่อยู่อาศัยของมนุษย์เพื่อหาแหล่งอาหารและน้ำ โดยเฉพาะในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลง เช่น ฤดูฝนที่น้ำท่วมรัง หรือฤดูร้อนที่แหล่งอาหารตามธรรมชาติลดลง เศษอาหารและคราบของหวานตามพื้นห้องครัวหรือโต๊ะอาหาร จึงเป็นตัวดึงดูดชั้นดีที่ทำให้มดแดงเข้ามาสร้างความรำคาญใจ</p><h2>5 วิธีกำจัดมดแดงด้วยวิธีธรรมชาติ ปลอดภัยต่อคนและสัตว์เลี้ยง</h2><p>หากพบทางเดินของมดในบ้าน การใช้สารเคมีอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนในครอบครัว โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กเล็กและสัตว์เลี้ยง ลองใช้วิธีกำจัดมดแดงด้วยของใช้ในครัวดังต่อไปนี้</p><h3>1. ใช้น้ำส้มสายชูผสมน้ำ</h3><p>น้ำส้มสายชูมีฤทธิ์เป็นกรดและมีกลิ่นฉุนซึ่งจะไปทำลายฟีโรโมนที่มดใช้สื่อสารและบอกทางกัน วิธีทำคือผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำเปล่าในอัตราส่วน 1:1 ใส่ขวดสเปรย์ แล้วฉีดพ่นบริเวณที่มดเดินผ่าน หรือใช้เช็ดทำความสะอาดโต๊ะอาหาร กลิ่นของน้ำส้มสายชูจะทำให้มดสับสนและย้ายรังหนีไปในที่สุด</p><h3>2. น้ำยาล้างจานผสมน้ำเปล่า</h3><p>อีกหนึ่งของใช้ในบ้านที่ได้ผลดีคือน้ำยาล้างจาน ให้นำมาผสมกับน้ำเปล่าแล้วฉีดพ่นบริเวณรังหรือทางเดินของมด สารลดแรงตึงผิวในน้ำยาล้างจานจะทำให้มดขาดอากาศหายใจ ถือเป็นวิธีกำจัดมดแดงที่ให้ผลลัพธ์รวดเร็วและปลอดภัย</p><h3>3. น้ำมะนาวสกัดกั้นเส้นทาง</h3><p>เช่นเดียวกับน้ำส้มสายชู กรดซิตริกในน้ำมะนาวสามารถทำลายกลิ่นฟีโรโมนของมดได้ เพียงบีบน้ำมะนาวสดลงบนรอยแยกของผนัง ขอบประตู หรือหน้าต่างที่มดใช้เป็นทางสัญจร หรือจะใช้เปลือกมะนาววางดักไว้ตามมุมห้องก็ช่วยไล่มดได้เช่นกัน</p><h3>4. โรยกากกาแฟไล่มด</h3><p>กากกาแฟที่เหลือจากการชงเครื่องดื่มมีประโยชน์มากกว่าที่คิด กลิ่นของกาแฟเป็นสิ่งที่มดไม่ชอบ ให้นำกากกาแฟที่แห้งแล้วไปโรยบริเวณโคนต้นไม้รอบบ้าน หรือจุดที่พบมดแดงบ่อยๆ นอกจากจะช่วยไล่มดแล้ว กากกาแฟยังเป็นปุ๋ยชั้นดีให้ต้นไม้อีกด้วย</p><h3>5. แป้งเด็กหรือชอล์กขีดมด</h3><p>การใช้แป้งเด็กโรยดักทางเดินของมด หรือการใช้ชอล์กสำหรับขีดมดโดยเฉพาะ (ควรเลือกชนิดที่ได้มาตรฐานและปลอดภัย) จะช่วยสกัดกั้นไม่ให้มดเดินผ่านเข้ามาในพื้นที่ที่เราต้องการปกป้องได้ เนื่องจากฝุ่นผงจะเข้าไปรบกวนระบบการหายใจของมด</p><p>การนำวิธีกำจัดมดแดงข้างต้นไปปรับใช้ เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและไล่มดออกจากพื้นที่ชั่วคราว สิ่งสำคัญที่สุดคือการรักษาสุขอนามัยภายในบ้าน ปิดภาชนะใส่อาหารให้มิดชิด ทำความสะอาดเศษอาหารที่ตกหล่นทันที และอุดรอยรั่วหรือรอยแตกร้าวตามผนัง เพื่อตัดวงจรและป้องกันไม่ให้มดกลับมาสร้างความรำคาญได้อีกในระยะยาว</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:35:39 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[แมนยูไนเต็ดเตรียมปล่อยตัวนักเตะ 5 รายในตลาดซื้อขายเดือนมกราคม]]></title>
				<category>ฟุตบอลต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/footballworld/5-36627.html</link>
				<description><![CDATA[<p>แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมปล่อยตัวนักเตะ 5 รายในตลาดซื้อขายเดือนมกราคมนี้ เพื่อหาเงินมาซื้อนักเตะใหม่ตามความต้องการของรูเบน อโมริม กุนซือคนใหม่ของทีม</p><h2>นักเตะที่เตรียมถูกปล่อยตัว</h2><p>รายงานจากสื่ออังกฤษระบุว่า นักเตะที่เตรียมถูกปล่อยตัวประกอบด้วย แอนโทนี่ ปีกชาวบราซิล, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ กองหลังชาวสวีเดน, คริสเตียน อีริคเซน กองกลางชาวเดนมาร์ก, จาดอน ซานโช่ ปีกชาวอังกฤษ และเมสัน กรีนวู้ด กองหน้าชาวอังกฤษ</p><h3>เหตุผลในการปล่อยตัว</h3><p>การปล่อยตัวนักเตะเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับทีมครั้งใหญ่ของอโมริม ซึ่งต้องการนำนักเตะที่เหมาะสมกับระบบการเล่นของเขามาเสริมทัพ นอกจากนี้ยังต้องการลดค่าใช้จ่ายค่าจ้างที่สูงของทีม</p><p>แอนโทนี่เป็นหนึ่งในนักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดของสโมสร แต่ฟอร์มการตกต่ำทำให้เขาตกเป็นตัวสำรอง ขณะที่ลินเดอเลิฟและอีริคเซนมีสัญญาจะหมดลงในสิ้นฤดูกาลนี้ ทำให้สโมสรต้องการขายก่อนที่จะเสียไปฟรี</p><p>ซานโช่และกรีนวู้ดต่างก็มีปัญหานอกสนามและไม่สามารถกลับมาสู่ทีมชุดใหญ่ได้ ทำให้สโมสรตัดสินใจปล่อยตัวทั้งคู่</p><h2>แผนการเสริมทัพ</h2><p>แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หวังว่าจะได้เงินจากการขายนักเตะเหล่านี้ประมาณ 100 ล้านปอนด์ เพื่อนำไปใช้ในการซื้อนักเตะใหม่ โดยมีเป้าหมายหลักคือกองหน้าและกองกลางตัวรุก</p><p>อโมริมต้องการนักเตะที่มีความเร็วและความคล่องตัวสูง เพื่อให้เข้ากับระบบการเล่นที่เน้นการเก็บบอลและการโต้กลับอย่างรวดเร็ว</p><p>แฟนบอลผีแดงต่างจับตาดูการเคลื่อนไหวของสโมสรในตลาดซื้อขายเดือนมกราคมนี้อย่างใกล้ชิด หวังว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะช่วยให้ทีมกลับมาสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จอีกครั้ง</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:25:49 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[Anthropic เปิดตัว Claude for Legal เชื่อม AI ทำงานแทนทนายอัตโนมัติ]]></title>
				<category>กฎหมาย</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/kotmai/anthropic-claude-for-legal-ai.html</link>
				<description><![CDATA[<p>Anthropic เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่เสริม Claude for Legal ให้สำนักงานกฎหมายสามารถเชื่อมต่อซอฟต์แวร์ที่ใช้งานอยู่เข้ากับ Claude เพื่อให้ AI ช่วยทำงานแทนอัตโนมัติ ตั้งแต่งานเอกสาร เตรียมคำให้การ ไปจนถึงเข้าฐานข้อมูลคำพิพากษา ครอบคลุมหลากหลายสาขากฎหมาย รวมถึงกฎหมาย AI Governance</p><h2>ฟีเจอร์ใหม่ของ Claude for Legal</h2><p>ย้อนกลับไปในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การเปิดตัวฟีเจอร์เล็ก ๆ ของ Anthropic อย่าง Claude for Legal ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่ววงการกฎหมายมาแล้วครั้งหนึ่ง ล่าสุด บริษัทก็ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวเครื่องมือด้านกฎหมายชุดใหม่สำหรับ Claude Cowork ที่จะช่วยให้สำนักงานกฎหมายสามารถเชื่อมต่อซอฟต์แวร์ที่ใช้งานอยู่เข้ากับ AI ได้โดยตรง เพื่อให้ AI ทำงานจำนวนมากได้แบบอัตโนมัติ</p><p>สำหรับเครื่องมือใหม่ของ Anthropic นี้ ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยสำนักงานกฎหมายทำงานเชิงธุรการและงานเอกสารได้แบบอัตโนมัติ ตั้งแต่การค้นหาและตรวจสอบเอกสาร การเข้าถึงฐานข้อมูลคำพิพากษา การเตรียมคำให้การ การร่างเอกสารทางกฎหมาย ไปจนถึงงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยปลั๊กอินสายกฎหมายเหล่านี้สามารถรองรับงานในหลายสาขา เช่น กฎหมายการค้า ความเป็นส่วนตัว องค์กร แรงงาน ผลิตภัณฑ์ รวมถึงกฎหมายและนโยบายด้าน AI Governance</p><h3>ระบบเชื่อมต่อ MCP</h3><p>นอกจากนี้ Anthropic ยังเปิดตัวชุดตัวเชื่อมต่อ MCP หรือ Model Context Protocol ระบบที่ช่วยให้ AI สามารถเชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลหรือซอฟต์แวร์ภายนอกได้โดยตรง ทำให้ Claude สามารถทำงานร่วมกับระบบต่าง ๆ ที่สำนักงานกฎหมายใช้อยู่แล้วได้ทันที ตัวอย่างเช่น ระบบจัดการเอกสารอย่าง DocuSign หรือแพลตฟอร์มค้นหาไฟล์อย่าง Box รวมถึงแพลตฟอร์มวิจัยกฎหมายอย่าง Thomson Reuters ซึ่งเป็นเจ้าของบริการ Westlaw ก็สามารถเชื่อมต่อเข้ากับ Claude ได้เช่นกัน</p><h2>การแข่งขันในตลาด AI กฎหมาย</h2><p>การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันที่ร้อนแรงในตลาด AI สำหรับวงการกฎหมาย ซึ่งกำลังกลายเป็นสมรภูมิใหม่ของอุตสาหกรรม AI ย้อนกลับไปในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สตาร์ทอัพด้านกฎหมาย AI อย่าง Harvey ซึ่งใช้ระบบ Agentic AI เพื่อทำงานด้านกฎหมายแบบอัตโนมัติ สามารถระดมทุนได้ถึง 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และถูกประเมินมูลค่าบริษัทสูงถึง 11,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และก่อนหน้านั้นหนึ่งเดือน สตาร์ทอัพคู่แข่งอย่าง Legora ก็สามารถระดมทุนรอบ Series D ได้อีก 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมเปิดแคมเปญโฆษณาใหญ่ที่ได้นักแสดง Jude Law มาร่วมโปรโมตแบรนด์</p><p>ทั้ง Harvey และ Legora ต่างนำเสนอระบบ AI ที่เข้ามาช่วยจัดการงานหลังบ้านของสำนักงานกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดการเอกสาร การค้นหาข้อมูล การวิเคราะห์เคส หรือขั้นตอนทางกฎหมายที่ซับซ้อน ซึ่งในอดีตจำเป็นต้องใช้ทีมงานมนุษย์จำนวนมากในการดำเนินการ</p><h3>ความเห็นจากโฆษก Anthropic</h3><p>โฆษกของ Anthropic กล่าวว่า “ภาคกฎหมายกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักในการนำ AI มาใช้งาน และสำนักงานกฎหมายหรือทีมกฎหมายขององค์กรที่เริ่มใช้ก่อน ก็กำลังสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งอย่างรวดเร็ว” พร้อมเสริมว่า Claude กำลังขยายบทบาทเชิงลึกเข้าสู่งานสาย Knowledge Work มากขึ้น และอุตสาหกรรมกฎหมายได้กลายเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดและสำคัญที่สุดของบริษัทไปแล้ว</p><h2>ข้อกังวลเกี่ยวกับความผิดพลาดของ AI</h2><p>อย่างไรก็ตาม แม้บริษัท AI ต่างเร่งเจาะตลาดด้านกฎหมาย แต่ความผิดพลาดจาก AI ก็เริ่มสร้างปัญหาในโลกจริงมากขึ้นเช่นกัน ก่อนหน้านี้มีทนายความและสำนักงานกฎหมายขนาดใหญ่จำนวนไม่น้อยที่ถูกจับได้ว่าใช้ AI สร้างเอกสารทางกฎหมายที่มีข้อผิดพลาดมากมาย นอกจากนี้ เมื่อปีที่ผ่านมา รัฐแคลิฟอร์เนียถึงขั้นออกบทลงโทษเป็นครั้งแรกต่อทนายความรายหนึ่ง ที่ใช้ ChatGPT ช่วยร่างเอกสารอุทธรณ์ ซึ่งภายในมีทั้งคำอ้างอิงและคำพูดที่ AI สร้างขึ้นมาเองจำนวนมาก ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานว่าผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางบางคนเองก็เริ่มใช้ AI ช่วยร่างคำตัดสิน จนกลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองโดยสมาชิกสภาคองเกรสของสหรัฐฯ ในปีที่ผ่านมาเช่นกัน</p><p>อีกด้านหนึ่ง คดีความที่สร้างโดย AI ก็กำลังถูกมองว่าเป็นขยะทางกฎหมายรูปแบบใหม่ เพราะเอกสารฟ้องร้องจำนวนมากที่สร้างขึ้นโดย AI เต็มไปด้วยข้อโต้แย้งที่ผิดเพี้ยนหรือไม่มีเหตุผล ส่งผลให้ระบบศาลต้องรับภาระหนักมากขึ้นจากคดีคุณภาพต่ำจำนวนมหาศาลที่ไหลเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม</p><p>ที่มา: Claude, TechCrunch, Business Insider</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:56:52 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ลิเวอร์พูลบุกพ่ายท็อตแน่มคาบ้าน 0-1 พรีเมียร์ลีก]]></title>
				<category>ฟุตบอลต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/footballworld/0-1-36625.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>ลิเวอร์พูลพ่ายคาบ้านให้ท็อตแน่ม 0-1</h2><p>ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่สำคัญเมื่อคืนที่ผ่านมา ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟิลด์รับการมาเยือนของ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ผลปรากฏว่า สเปอร์ส บุกมาเอาชนะได้ 1-0 จากประตูชัยของ แฮร์รี่ เคน ในนาทีที่ 27</p><h3>รายละเอียดเกม</h3><p>เกมนี้ ลิเวอร์พูล ครองบอลได้มากกว่า แต่ไม่สามารถเจาะแนวรับของสเปอร์สที่มาเล่นเกมรับอย่างเหนียวแน่นได้ ขณะที่สเปอร์สใช้โอกาสจากจังหวะสวนกลับเร็ว และเคนก็โชว์ฟอร์มยิงประตูได้อย่างเฉียบขาด</p><p>หลังจากเสียประตู ลิเวอร์พูลพยายามบุกหนัก แต่ผู้รักษาประตูของสเปอร์สทำเซฟสำคัญหลายครั้ง ทำให้สกอร์คงอยู่ที่ 1-0 จนจบเกม</p><h3>ผลกระทบต่อตารางคะแนน</h3><p>จากผลการแข่งขันนี้ ทำให้ลิเวอร์พูลยังคงรั้งอันดับ 2 ของตาราง แต่ตามหลังจ่าฝูงแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มากขึ้น ขณะที่สเปอร์สเก็บสามแต้มสำคัญ ขยับขึ้นไปอยู่อันดับ 5</p><p>เกมนี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการจบสกอร์ของลิเวอร์พูลที่ยังไม่คมพอ ขณะที่สเปอร์สแสดงให้เห็นถึงเกมรับที่แข็งแกร่ง</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:41:24 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[กรมทางหลวงคืนผิวจราจรพระราม 2 กม.26 เต็ม 100% เลิกปิดเบี่ยง]]></title>
				<category>คมนาคม</category>
				<link>https://siampost24.com/sangkhom/khommanakhom/2-26-100-36624.html</link>
				<description><![CDATA[<p>กรมทางหลวง อัปเดตความคืบหน้ามอเตอร์เวย์ M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว คืนผิวจราจรถนนพระราม 2 บริเวณ กม.26 เต็ม 100% เลิกปิดเบี่ยง คาดเปิดทดลองวิ่ง ส.ค. 2569</p><h2>คืนผิวจราจร ถนนพระราม 2 กม.26 เต็ม 100%</h2><p>วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 05.00 น. ทางโครงการฯ ได้ดำเนินการยกและติดตั้งชิ้นส่วนโครงสร้างทางยกระดับ (Segment) ของ “ทางหลัก” ตรงบริเวณ กม.26 ของถนนพระราม 2 (ด้านหน้า Porto Chino) เสร็จสิ้น และได้ทำการ “ยกเลิกการปิดเบี่ยงจราจร (Reversible Lane)” ช่วงกลางวัน เพื่อคืนผิวจราจรบนช่องทางหลัก 100% ครบ 3 ช่องจราจรทั้งขาเข้าและขาออกโดยทันที เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทางถนนพระราม 2 และให้การจราจรกลับมาคล่องตัวมากยิ่งขึ้น</p><p>ภายหลังจากนี้ โครงการจะเร่งดำเนินงานส่วนที่เหลือบนโครงสร้างทางยกระดับ อาทิ งานติดตั้งราวสะพาน งานปูผิวจราจรแอสฟัลต์ งานรอยต่อพื้นสะพาน (Joint) และงานติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย เพื่อเตรียมเปิดทดลองใช้เส้นทางภายในเดือนสิงหาคม 2569</p><p>ทั้งนี้ ยังเหลืองานก่อสร้างโครงสร้างสะพานบริเวณทางขึ้น–ลง ด่านสมุทรสาคร 1 และ 2 ซึ่งอยู่ระหว่างเร่งรัดดำเนินงานให้เป็นไปตามแผน และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2569</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:38:11 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[คอหวยส่องเลขเด็ดธูปมงคลพิธีบวงสรวงเจ้าแม่ตะเคียนทอง]]></title>
				<category>การพนัน</category>
				<link>https://siampost24.com/atchayakam/kanphanan/article-36623.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เมื่อเวลา 09.49 น. วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดธารอุทุมพร บ้านคลองเดื่อ หมู่ 6 ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ได้มีร่างทรงประกอบพิธีบวงสรวงอัญเชิญ “แม่ย่าตะเคียนแก้วพุดกอง” และ “แม่ย่าตะเคียนแก้วบุษบง” อายุกว่า 200 ปี เข้าประทับทรงในร่างหุ่น บริเวณศาลเจ้าแม่ตะเคียนทอง หลังจากมีชาวบ้านมาจุดธูปขอเลขเด็ดแล้วนำไปเสี่ยงโชค ถูกรางวัลลอตเตอรี่มาหลายงวดติดต่อกัน จึงได้ร่วมกันนำหุ่นผู้หญิงนุ่งห่มผ้าสไบไทย 2 หุ่น มาถวาย พร้อมประกอบพิธียิ่งใหญ่อัญเชิญนางไม้ที่สิงสถิตในต้นตะเคียนทอง อายุกว่า 200 ปี เข้าประทับทรงในร่างหุ่น โดยครูดาและคุณนายวิ นำนางรำ 9 นางรำ มาร่วมรำถวายการประกอบพิธี และมีชาวบ้านเดินทางมาร่วมพิธีจำนวนมาก พร้อมจัดโรงทานอาหารหวานคาวเลี้ยงฟรีผู้มาร่วมพิธีอย่างอิ่มหนำสำราญ</p><h2>ที่มาของเจ้าแม่ตะเคียนทอง</h2><p>ผู้สื่อข่าวสอบถามพระสมบัติ (หลวงพี่ต้อย) พระลูกวัด ทราบว่า เมื่อหลายปีก่อน มีชาวบ้านขุดพบต้นตะเคียนทองขนาดใหญ่ สมบูรณ์และยาวกว่า 29 เมตร อายุมากกว่า 200 ปี ฝังอยู่ใต้ดินในลำน้ำลำตะคอง และตอตะเคียนยักษ์นี้ ในเขตตำบลขนงพระ อำเภอปากช่อง นำขึ้นรถเทรลเลอร์มาถวายหลวงพ่อพระครูอุทุมพรคุณาธาร รองเจ้าคณะอำเภอปากช่อง เจ้าอาวาสวัดธารอุทุมพร ส่วนต้นใหญ่ที่สมบูรณ์ได้ทำโรงเก็บไว้ด้านหน้าทางทิศตะวันออกของวัด ส่วนตอตะเคียนยักษ์ คาดว่ามีอายุมากกว่า 200 ปีเช่นกัน นำแยกมาไว้จุดนี้ ซึ่งมีชาวบ้านมาเล่าให้อาตมาฟังว่า หลังจากมาจุดธูปเทียนบูชา มีเจ้าแม่ตะเคียนแก้วพุดกอง และแม่ย่าแก้วบุษบง ไปเข้าฝันและได้ร่วมกันตั้งศาลเพื่อให้สถิต ซึ่งถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคล แต่อย่าไปหลงงมงาย ควรละเว้นการทำความชั่ว มุ่งมั่นทำแต่ความดี มีคุณธรรม เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่ผู้อื่น ก็จะเกิดกุศลในใจ</p><h3>เลขเด็ดที่คอหวยให้ความสนใจ</h3><p>ส่วนคอหวยจุดธูปได้เลขเด็ด 843-384-34-84-83 ซึ่งหลายคนนำไปเสี่ยงโชคลอตเตอรี่ตามความเชื่อ งวดวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 นี้</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:11:02 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เปรียบเทียบฟรีแลนซ์กับงานประจำปี 2569 แบบไหนตอบโจทย์คุณ]]></title>
				<category>บทบาท</category>
				<link>https://siampost24.com/bantoeng/role/vs-2569-36622.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ในปี 2569 ที่เทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นทั้งผู้ช่วยและคู่แข่งในโลกการทำงานอย่างเต็มตัว รูปแบบการใช้ชีวิตและการหาเงินก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง คำถามโลกแตกที่ว่า "ทำงานประจำหรือเป็นฟรีแลนซ์ดีกว่ากัน" จึงต้องนำปัจจัยเรื่องเทคโนโลยีและสภาพเศรษฐกิจในยุคนี้มาคำนวณใหม่แบบหมัดต่อหมัด</p><p>ไทยรัฐออนไลน์ได้เปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย และความน่าสนใจของทั้งสองเส้นทาง เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าขั้วไหนคือคำตอบที่ใช่สำหรับคุณ</p><h2>1. ความมั่นคงและรายได้</h2><p>ด้านของงานประจำนั้นชนะเลิศเรื่องของ "ความอุ่นใจ" คุณมีเงินเดือนเข้ากระเป๋าทุกสิ้นเดือน มีฐานรายได้ที่ชัดเจนในการกู้ซื้อบ้านหรือรถ แต่ข้อเสียคือรายได้มักจะถูกจำกัดด้วยเพดานเงินเดือนและโครงสร้างการประเมินขององค์กร</p><p>ส่วนฟรีแลนซ์จะชนะเลิศเรื่อง "เพดานรายได้ที่ไร้ขีดจำกัด" หากคุณมีทักษะที่เป็นที่ต้องการและหาลูกค้าเก่ง รายได้ต่อเดือนอาจแซงหน้างานประจำไปหลายเท่าตัว แต่ต้องแลกมากับความไม่แน่นอนสูง เดือนไหนป่วยหรือไม่มีงาน รายได้ก็กลายเป็นศูนย์ทันที</p><h2>2. อิสระและสมดุลชีวิต</h2><p>แม้ในปี 2569 การทำงานประจำในหลายองค์กรจะให้ทำงานแบบ Hybrid แล้ว แต่วิถีชีวิตก็ยังคงถูกตีกรอบด้วยเวลาเข้างาน เลิกงาน และต้องสแตนด์บายตามที่บริษัทกำหนด ข้อดีคือเมื่อเลิกงานหรือถึงวันหยุด คุณมักจะสามารถตัดจบปัญหาและพักผ่อนได้จริง</p><p>ด้านฟรีแลนซ์นั้นคุณคือเจ้านายตัวเอง 100% อยากตื่นกี่โมง อยากทำงานที่คาเฟ่หรือริมทะเลก็ได้ แต่ระวังหลุมพรางของคำว่า "อิสระ" เพราะถ้าบริหารเวลาไม่เป็น ชีวิตคุณจะกลายเป็นการทำงาน 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ จนเส้นแบ่งระหว่างเวลางานและเวลาพักผ่อนหายไป</p><h2>3. สวัสดิการและตาข่ายรองรับความเสี่ยง</h2><p>แน่นอนว่างานประจำจะมีตาข่ายรองรับชั้นดี ทั้งประกันสังคม ประกันสุขภาพกลุ่ม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โบนัส และวันหยุดลาป่วย-ลาพักร้อนที่ยังได้เงิน สวัสดิการเหล่านี้ช่วยเซฟค่าใช้จ่ายในชีวิตไปได้มหาศาล</p><p>ขณะที่ฟรีแลนซ์ ทุกอย่างคือ "ต้นทุนส่วนตัว" คุณต้องควักกระเป๋าจ่ายค่าประกันสุขภาพเอง วางแผนเกษียณเอง และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทำงานทั้งหมด ดังนั้นการเป็นฟรีแลนซ์จึงต้องมีวินัยทางการเงินขั้นสุด</p><h2>4. โอกาสรอดและการเติบโตในยุค AI 2569</h2><p>ปัจจุบันในงานประจำนั้นมีการนำ AI มาใช้ทำให้การทำงานเอกสารหรือวิเคราะห์ข้อมูลง่ายขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน บริษัทก็จะคาดหวังผลลัพธ์ที่สูงและรวดเร็วขึ้นจากพนักงานด้วยเช่นกัน ส่วนโอกาสเติบโตคือการไต่เต้าขึ้นเป็นระดับบริหารที่ใช้ทักษะการนำคนและวิจารณญาณที่ซึ่ง AI ยังแทนที่ไม่ได้</p><p>ส่วนฟรีแลนซ์นั้น ถือได้ว่ายุคนี้คือ "ยุคทอง" ของฟรีแลนซ์ที่ใช้ AI เป็น คุณสามารถใช้เครื่องมือทุ่นแรงเพื่อรับงานได้หลากหลายขึ้น เช่น ใช้ AI ช่วยร่างคอนเทนต์ ทำกราฟิก หรือเขียนโค้ดเบื้องต้น ทำให้ปิดจ๊อบได้เร็วขึ้นและรับงานได้เยอะขึ้นในเวลาเท่าเดิม แต่การแข่งขันก็ดุเดือดขึ้นเช่นกัน เพราะใครๆ ก็เข้าถึงเครื่องมือเหล่านี้ได้</p><h2>บทสรุป ฟรีแลนซ์ vs งานประจำ แบบไหนตอบโจทย์สำหรับคุณ</h2><p>คำแนะนำคือ เลือก "งานประจำ" หากคุณต้องการความมั่นคงทางการเงินเพื่อสร้างฐานะหรือดูแลครอบครัว ชอบการทำงานเป็นทีม ชอบความชัดเจน มีสวัสดิการซัพพอร์ต และไม่ชอบแบกรับความเครียดเรื่องการหาเงินให้รอดไปเดือนต่อเดือน</p><p>ส่วนการเลือก "ฟรีแลนซ์" นั้น คุณต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน รับมือกับความกดดันและความไม่แน่นอนได้ดี มีวินัยในการจัดการตัวเอง รักอิสระ และต้องการเป็นนายของเวลาตัวเองอย่างแท้จริง</p><p>การจะเลือกระหว่างฟรีแลนซ์และงานประจำ ทั้งหมดนั้นต้องเกิดจากการประเมินจากทักษะและไลฟ์สไตล์ของคุณเองในตอนนี้ ว่าสุดท้ายแล้วคุณมองว่าตัวเองมีจุดแข็งที่พร้อมลุยกับความท้าทายแบบฟรีแลนซ์ หรือชอบความอุ่นใจมั่นคงแบบงานประจำมากกว่ากัน</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:09:30 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ภัยไซเบอร์ยุคใหม่ หลอกดูดข้อมูลส่วนตัวผ่าน AI]]></title>
				<category>อาชญากรรมไซเบอร์</category>
				<link>https://siampost24.com/atchayakam/cybercrime/ai-36621.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในยุคปัจจุบันมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยอาชญากรใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในการหลอกลวงเหยื่อให้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียทางการเงินและข้อมูลที่สำคัญ</p><h2>รูปแบบการหลอกลวงด้วย AI</h2><p>มิจฉาชีพใช้ AI ในการสร้างเสียงและภาพปลอมที่เหมือนจริง เพื่อแอบอ้างเป็นบุคคลที่เหยื่อรู้จัก เช่น เพื่อน ครอบครัว หรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ โดยอาจโทรศัพท์หรือส่งข้อความเสียงที่ฟังดูเหมือนคนจริงๆ เพื่อขอข้อมูลส่วนตัวหรือโอนเงิน</p><h3>วิธีการป้องกันตนเอง</h3><p>ประชาชนควรระมัดระวังการรับสายหรือตอบกลับข้อความจากบุคคลที่ไม่รู้จัก โดยเฉพาะเมื่อมีการขอข้อมูลสำคัญ เช่น รหัสผ่าน เลขบัตรประชาชน หรือข้อมูลบัญชีธนาคาร นอกจากนี้ควรตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลก่อนเชื่อถือเสมอ</p><ul><li>ไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวทางโทรศัพท์หรือข้อความ</li><li>ตรวจสอบตัวตนของผู้ติดต่อด้วยช่องทางอื่น</li><li>ใช้ซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและอัปเดตระบบอยู่เสมอ</li></ul><h2>ผลกระทบจากภัยไซเบอร์</h2><p>การถูกหลอกลวงด้วย AI อาจทำให้เหยื่อสูญเสียเงินจำนวนมาก หรือข้อมูลส่วนตัวถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด เช่น การปลอมแปลงเอกสาร หรือการขโมยข้อมูลเพื่อก่ออาชญากรรมอื่นๆ</p><p>หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งสร้างความตระหนักรู้และพัฒนามาตรการป้องกัน เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยคุกคามรูปแบบใหม่นี้ ประชาชนควรติดตามข่าวสารและคำแนะนำจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 06:58:13 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[สส.ก้าวไกลยื่นซักฟอกนายกฯ-ครม. 5 รมต.ปมทุจริต]]></title>
				<category>คดีทุจริต</category>
				<link>https://siampost24.com/atchayakam/khadithucharit/5-36620.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>ก้าวไกลยื่นซักฟอกนายกฯ-ครม. 5 รมต. ปมทุจริต</h2><p>พรรคก้าวไกลยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี 5 คน โดยอ้างถึงการทุจริตในโครงการของรัฐและความล้มเหลวในการบริหารงาน</p><p>รายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกยื่นซักฟอกประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย</p><p>สส.พรรคก้าวไกลกล่าวว่า การยื่นญัตติครั้งนี้เป็นไปตามกระบวนการตรวจสอบรัฐสภา และหวังว่าการอภิปรายจะนำไปสู่ความโปร่งใสและความรับผิดชอบของรัฐบาล</p><p>ฝ่ายรัฐบาลระบุว่า พร้อมชี้แจงข้อกล่าวหาทั้งหมดในการอภิปราย ซึ่งคาดว่าจะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:02:39 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ธปท.ชี้ไทยยังห่างภาวะ Stagflation แม้ GDP เสี่ยงโตต่ำ 1.5% เงินเฟ้อพุ่ง]]></title>
				<category>เศรษฐกิจโลก</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/setthasakitlok/stagflation-gdp-15.html</link>
				<description><![CDATA[<p>นายดอน นาครทรรพ ผู้ช่วยสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยมุมมองต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและทิศทางนโยบายการเงินของไทยว่า แม้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอาจยืดเยื้อจนถึงสิ้นปี ซึ่งอาจส่งผลให้ GDP ไทยเติบโตต่ำกว่า 1.5% และดันเงินเฟ้อพุ่งสูงเกิน 5% แต่ ธปท. ยังเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะไม่นำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจชะงักงันและเงินเฟ้อสูง (Stagflation)</p><h2>ความเสี่ยงเงินเฟ้อกรณีเลวร้ายที่สุด</h2><p>ส่วนเรื่องเงินเฟ้อในกรณีเลวร้ายที่สุด หากเงินเฟ้อไม่ลดลงตามคาดและค้างอยู่ที่ระดับ 5% หรือพุ่งไปถึง 7% ในปีหน้า 2570 จะถือเป็นความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ซึ่งตามตำราเศรษฐศาสตร์ หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ธนาคารกลางทั่วโลกมักจะเลือกใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดโดยการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อสกัดเงินเฟ้อ แม้จะต้องแลกกับการทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในสหรัฐฯ ช่วงปี 1980</p><h3>ธปท.ย้ำยังไม่จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ย</h3><p>อย่างไรก็ตาม ธปท. ย้ำว่าสถานการณ์ของไทยในปัจจุบันยังห่างไกลจากจุดนั้นมาก จึงอาจไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นตามทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของไทย คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มองว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายในระดับปัจจุบันมีความเหมาะสมและสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจแล้ว ดังนั้น ไทยไม่จำเป็นต้องรีบขึ้นดอกเบี้ยตามตลาดโลก เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับธนาคารกลางอื่นๆ ทั่วโลก ไทยอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบ และพื้นฐานเงินเฟ้อของไทยก่อนหน้านี้อยู่ในระดับต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย ต่างจากธนาคารกลางอื่นที่เงินเฟ้อพุ่งสูงเกินเป้าหมายไปมาก</p><h3>การติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด</h3><p>ธปท. จะยังคงติดตามข้อมูลเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาในการประชุม กนง. นัดถัดไป เพื่อดูว่ามีปัจจัยใดที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:29:41 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[บางกอกแอร์เวย์ส ไตรมาส 1/2569 กำไรสุทธิ 2,099.2 ล้านบาท เติบโต 24.5%]]></title>
				<category>การลงทุน</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kanlungtun/ba-12569-20992-245.html</link>
				<description><![CDATA[<p>บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บางกอกแอร์เวย์ส (BA) ประกาศผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1 ปี 2569 โดยมีกำไรสุทธิ 2,099.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 24.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารต้นทุนท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์</p><h2>ภาพรวมผลประกอบการไตรมาส 1/2569</h2><p>บริษัทฯ มีรายได้รวม 7,906 ล้านบาท โดยรายได้ส่วนใหญ่ร้อยละ 68.6 มาจากบัตรโดยสาร รองลงมาคือรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสนามบินร้อยละ 20.8 และรายได้จากธุรกิจสนามบินร้อยละ 2.3 กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 2,586.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.4 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,091.0 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 1.01 บาท</p><h2>จำนวนผู้โดยสารและอัตราการขนส่ง</h2><p>ในไตรมาสนี้ บริษัทฯ มีจำนวนผู้โดยสารรวม 1.2 ล้านคน ลดลงร้อยละ 5.2 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการปรับลดปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสารลงร้อยละ 11.8 โดยเฉพาะการลดเที่ยวบินในเส้นทางกรุงเทพฯ–พนมเปญ และหยุดให้บริการเส้นทางกรุงเทพฯ–ลำปาง และลำปาง–แม่ฮ่องสอน อย่างไรก็ตาม อัตราการขนส่งผู้โดยสาร (Load Factor) เฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 86.2 เพิ่มขึ้น 4.7 จุด ขณะที่ราคาบัตรโดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 4,469.7 บาท ใกล้เคียงกับปีก่อน</p><h2>การบริหารต้นทุนและปัจจัยหนุน</h2><p>บริษัทฯ สามารถลดค่าใช้จ่ายรวมลงร้อยละ 6.2 โดยเฉพาะปริมาณการใช้น้ำมันและค่าเช่าเครื่องบินที่ปรับตัวลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ แม้ต้องเผชิญกับต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา</p><h2>วิสัยทัศน์องค์กรใหม่</h2><p>นายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ประกาศวิสัยทัศน์องค์กรใหม่ “Leading Aviation with Responsibility, Delivering Services with Sustainability” เพื่อเป็นกรอบการดำเนินธุรกิจระยะยาว มุ่งพัฒนาธุรกิจการบินแบบครบวงจรควบคู่กับความรับผิดชอบ</p><h3>ความยั่งยืนและบรรษัทภิบาล</h3><p>โครงการ “Low Carbon Skies by Bangkok Airways” ซึ่งเป็นโครงการด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทฯ ได้รับการคัดเลือกให้บรรจุในหนังสือ Thailand’s Best Practices and Lessons Learned in Development (Vol.2) โดยกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ (TICA) นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ดำเนินกิจกรรม PDPA in Practice Knowledge Sharing เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมทั้งทบทวนนโยบายการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (BCM) ในปี 2569 เพื่อรับมือกับสถานการณ์วิกฤต</p><p>บริษัทฯ อยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมในการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนตามมาตรฐาน IFRS S1 และ IFRS S2 เพื่อให้ข้อมูลมีความครบถ้วน โปร่งใส และเชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:21:38 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธข้ามทวีปอีกลูก เกาหลีใต้-ญี่ปุ่นประณาม]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/article-36614.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธข้ามทวีปอีกครั้ง</h2><p>เกาหลีเหนือได้ยิงขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) อีกลูกเมื่อเช้าวันนี้ ซึ่งเป็นครั้งที่สองในรอบหนึ่งเดือน โดยขีปนาวุธดังกล่าวถูกยิงจากบริเวณใกล้เมืองเปียงยาง และตกลงในทะเลญี่ปุ่น หลังจากบินเป็นระยะทางประมาณ 1,000 กิโลเมตร</p><p>กองทัพเกาหลีใต้และญี่ปุ่นตรวจพบการยิงดังกล่าว และได้ประณามการกระทำของเกาหลีเหนืออย่างรุนแรง โดยระบุว่าเป็นการละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติอย่างชัดเจน และเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพในภูมิภาค</p><h3>ปฏิกิริยาจากนานาชาติ</h3><p>ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ยุน ซอกยอล เรียกประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติอย่างเร่งด่วน เพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการตอบโต้ ขณะที่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ฟูมิโอะ คิชิดะ กล่าวว่า การยิงขีปนาวุธครั้งนี้เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และญี่ปุ่นจะร่วมมือกับสหรัฐฯ และประชาคมระหว่างประเทศเพื่อตอบสนองต่อการกระทำดังกล่าว</p><p>สหรัฐฯ ยังได้ออกมาแสดงความกังวลอย่างยิ่ง และเรียกร้องให้เกาหลีเหนือหยุดการกระทำที่ยั่วยุและกลับมาเจรจาเพื่อสันติภาพ</p><h3>ความเคลื่อนไหวของเกาหลีเหนือ</h3><p>การยิงขีปนาวุธครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นบนคาบสมุทรเกาหลี หลังจากเกาหลีเหนือได้ทดสอบอาวุธหลายครั้งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา รวมถึงการยิงขีปนาวุธพิสัยกลางและขีปนาวุธร่อน</p><p>ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การยิงขีปนาวุธข้ามทวีปครั้งนี้อาจเป็นการทดสอบความสามารถในการโจมตีระยะไกล และเป็นการส่งสัญญาณถึงความแข็งแกร่งทางทหารของเกาหลีเหนือ</p><p>ทั้งนี้ เกาหลีเหนือยังคงยืนยันว่าการพัฒนาโครงการขีปนาวุธเป็นสิทธิอันชอบธรรมในการป้องกันตนเองจากภัยคุกคามจากสหรัฐฯ และพันธมิตร</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 06:54:27 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ก้าวไกลยื่นญัตติซักฟอกนายกฯ ปมแถลงข่าวเท็จ]]></title>
				<category>รัฐบาล</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/rattaban/article-36613.html</link>
				<description><![CDATA[<p>พรรคก้าวไกลได้ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการแล้ว โดยมีประเด็นสำคัญคือการกล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีได้แถลงข่าวที่เป็นเท็จต่อประชาชน ซึ่งถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมและขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่</p><h2>รายละเอียดของญัตติ</h2><p>ญัตติดังกล่าวถูกยื่นโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคก้าวไกล โดยชี้ให้เห็นถึงการแถลงข่าวของนายกรัฐมนตรีในหลายวาระที่มีข้อมูลไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เช่น การกล่าวถึงตัวเลขทางเศรษฐกิจที่คลาดเคลื่อน และการบิดเบือนข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาล</p><h3>ผลกระทบต่อความเชื่อมั่น</h3><p>พรรคก้าวไกลระบุว่าการกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาล และเป็นการทำลายหลักธรรมาภิบาลในการบริหารประเทศ นอกจากนี้ ยังเป็นการละเมิดจริยธรรมทางการเมืองที่ควรยึดถือ</p><ul><li>การแถลงเท็จเกี่ยวกับตัวเลขการว่างงาน</li><li>การบิดเบือนข้อมูลโครงการช่วยเหลือประชาชน</li><li>การกล่าวอ้างที่ไม่เป็นความจริงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ</li></ul><p>พรรคก้าวไกลเน้นย้ำว่าการดำเนินการครั้งนี้เป็นไปเพื่อปกป้องสิทธิของประชาชนในการรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเพื่อให้เกิดการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างโปร่งใส</p><h2>ปฏิกิริยาจากฝ่ายรัฐบาล</h2><p>ฝ่ายรัฐบาลได้ออกมาชี้แจงว่าการแถลงข่าวของนายกรัฐมนตรีเป็นไปตามข้อมูลที่มีอยู่ ณ ขณะนั้น และไม่เจตนาที่จะทำให้เกิดความเข้าใจผิด พร้อมทั้งยืนยันว่านายกรัฐมนตรีพร้อมที่จะชี้แจงในสภา</p><p>การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญสำหรับรัฐบาล ในการแสดงความรับผิดชอบและความโปร่งใสต่อสาธารณชน</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:01:24 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[หมอแอมป์เตือน! อดนอนทำลายสมอง ชี้การนอนคุณภาพสำคัญต่อสุขภาพดี]]></title>
				<category>โรคภัย</category>
				<link>https://siampost24.com/sukhaphap/rokphai/article-36612.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ในยุคที่ชีวิตเร่งรีบและเต็มไปด้วยภารกิจ การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอมักถูกมองข้าม แต่ล่าสุด หมอแอมป์ได้ออกมาเตือนถึงอันตรายของการอดนอนที่อาจทำลายสมองอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะในวัน World Sleep Day 2026 ที่ผ่านมา หมอแอมป์เน้นย้ำว่า "การนอนคุณภาพ" เป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่สุขภาพดีทั้งกายและใจ</p><h2>ผลกระทบของการอดนอนต่อสมอง</h2><p>การอดนอนไม่เพียงแต่ทำให้รู้สึกอ่อนเพลียและขาดสมาธิ แต่ยังส่งผลกระทบระยะยาวต่อสมองอีกด้วย งานวิจัยทางการแพทย์ชี้ว่าการอดนอนเรื้อรังอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอัลไซเมอร์และโรค neurodegenerative อื่นๆ เนื่องจากสมองไม่มีเวลาเพียงพอในการกำจัดของเสียและการสร้างเซลล์ประสาทใหม่</p><h3>คำแนะนำเพื่อการนอนที่มีคุณภาพ</h3><ul><li>กำหนดเวลานอนและตื่นให้เป็นประจำทุกวัน</li><li>หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนนอนอย่างน้อย 1 ชั่วโมง</li><li>จัดสภาพแวดล้อมในห้องนอนให้มืด เงียบ และเย็นสบาย</li><li>หลีกเลี่ยงคาเฟอีนและแอลกอฮอล์ก่อนนอน</li></ul><h2>BDMS ชูเทคโนโลยี Cell and Gene Therapy</h2><p>ในโอกาสเดียวกัน BDMS ได้เผยแพร่ความก้าวหน้าทางการแพทย์ด้วยเทคโนโลยี "Cell and Gene Therapy" หรือการบำบัดมะเร็งด้วยเซลล์และยีนส์ ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่เปิดโอกาสใหม่ในการรักษาโรคมะเร็งและโรคทางพันธุกรรม โดยใช้เซลล์ของผู้ป่วยเองในการต่อสู้กับโรค</p><p>นอกจากนี้ BDMS ยังได้มอบรางวัล "BDMS Awards 2025" เพื่อตอกย้ำความเป็นเลิศด้านบริการทางการแพทย์ระดับสากล และชูเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่ในการรักษาโรคอัลไซเมอร์และโรคหัวใจ</p><h2>สัญญาณอันตรายที่ควรสังเกต</h2><p>นอกจากการอดนอนแล้ว ยังมีสัญญาณอื่นๆ ที่บ่งบอกถึงปัญหาสุขภาพ เช่น การอ้วนจากฮอร์โมนที่ทำให้ลดน้ำหนักยาก อาการไวรัสฮันตาที่คล้ายไข้หวัดใหญ่แต่อัตราเสียชีวิตสูง และการเดินเหนื่อยง่ายหายใจไม่อิ่มที่อาจเป็นสัญญาณของโรคหัวใจ</p><h3>การดูแลสุขภาพจิต</h3><p>สุขภาพจิตก็เป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะสัญญาณไบโพลาร์ที่แตกต่างจากซึมเศร้า การทำสมาธิเพียง 5 นาทีต่อวันสามารถช่วยให้สุขภาพจิตดีขึ้น และควรระวังบุคลิกภาพแบบไซโคพาธที่ขาดความสำนึกผิด</p><p>โดยสรุป การนอนหลับที่มีคุณภาพเป็นพื้นฐานของสุขภาพที่ดี ควบคู่ไปกับการดูแลอาหารการกินและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายและสมองทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 07:00:36 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[คนไทยแห่เที่ยวสงกรานต์คึกคัก คาดเงินสะพัดกว่า 5 หมื่นล้าน]]></title>
				<category>การท่องเที่ยว</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kanthongthiao/5-36610.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เทศกาลสงกรานต์ปีนี้กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากที่ผ่านมาสถานการณ์โควิด-19 ทำให้การเดินทางและการเฉลิมฉลองหยุดชะงักไป โดยในปีนี้ประชาชนจำนวนมากต่างพาครอบครัวและเพื่อนฝูงออกเดินทางท่องเที่ยวทั้งในและต่างจังหวัด ส่งผลให้บรรยากาศการท่องเที่ยวคึกคักอย่างมาก</p><h2>คาดการณ์เงินสะพัดสูง</h2><p>สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศคาดการณ์ว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้จะมีเงินสะพัดหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 5 หมื่นล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากการเดินทางท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด</p><h3>แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม</h3><p>แหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปีนี้ ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา และกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะถนนข้าวสารและถนนสีลมที่กลับมามีการจัดงานสงกรานต์อย่างยิ่งใหญ่อีกครั้ง หลังจากที่ต้องงดจัดไปหลายปี</p><h3>มาตรการรักษาความปลอดภัย</h3><p>ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเทศกาล โดยมีการตั้งจุดตรวจและด่านชุมชนในหลายพื้นที่ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนดื่มไม่ขับและสวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง</p><p>สำหรับประชาชนที่ยังไม่ได้วางแผนเดินทางท่องเที่ยว ยังมีเวลาร่วมสนุกกับกิจกรรมสงกรานต์ตามสถานที่ต่างๆ จนถึงวันที่ 15 เมษายนนี้</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 06:52:21 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ศาลสหรัฐฯ สั่งถอดแอป TikTok ออกจาก App Store และ Play Store]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/tiktok-app-store-play-store.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ศาลอุทธรณ์สหรัฐอเมริกาได้มีคำสั่งให้บริษัท Apple และ Google ดำเนินการถอดแอปพลิเคชัน TikTok ออกจาก App Store และ Play Store ภายในวันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ ซึ่งเป็นไปตามคำร้องขอของกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ที่อ้างถึงความกังวลด้านความมั่นคงของชาติ</p><h2>เหตุผลในการสั่งถอด TikTok</h2><p>กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ระบุว่า TikTok ซึ่งเป็นของบริษัท ByteDance สัญชาติจีน อาจเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ เนื่องจากข้อมูลผู้ใช้ชาวอเมริกันอาจถูกส่งต่อไปยังรัฐบาลจีนได้ ซึ่งก่อนหน้านี้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อห้ามการทำธุรกรรมกับ TikTok และ WeChat โดยให้เหตุผลเดียวกัน</p><h3>ผลกระทบต่อผู้ใช้</h3><p>คำสั่งนี้ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้ TikTok ในสหรัฐฯ จำนวนมาก ซึ่งต้องหาทางเลือกอื่น เช่น การดาวน์โหลดผ่านช่องทางอื่น หรือใช้บริการบนเว็บเบราว์เซอร์แทน นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อผู้สร้างเนื้อหาและธุรกิจที่พึ่งพาแพลตฟอร์มนี้ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย</p><ul><li>ผู้ใช้ไม่สามารถดาวน์โหลดหรืออัปเดตแอปผ่าน App Store และ Play Store ได้</li><li>แอปที่ติดตั้งไว้แล้วยังคงใช้งานได้ แต่จะไม่ได้รับการอัปเดตด้านความปลอดภัย</li><li>ผู้ใช้ใหม่ไม่สามารถดาวน์โหลดแอปได้จากช่องทางหลัก</li></ul><h2>การตอบสนองของ TikTok</h2><p>ทาง TikTok ได้ออกแถลงการณ์แสดงความผิดหวังต่อคำตัดสินดังกล่าว และยืนยันว่าบริษัทให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของผู้ใช้ นอกจากนี้ยังเตรียมยื่นอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาเพื่อขอให้พิจารณาคำสั่งอีกครั้ง</p><p>ขณะเดียวกัน ทาง ByteDance ได้พยายามเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อหาทางออก โดยเสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการความปลอดภัยอิสระ และย้ายข้อมูลผู้ใช้ไปยังเซิร์ฟเวอร์ในสหรัฐฯ แต่ยังไม่เป็นผลสำเร็จ</p><h3>สถานการณ์ในอนาคต</h3><p>คดีนี้ยังคงมีความไม่แน่นอน เนื่องจากศาลฎีกาอาจรับพิจารณาหรือไม่ก็ได้ และหากศาลฎีกาไม่รับพิจารณา คำสั่งห้ามดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ต่อไป นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของโจ ไบเดน จะมีนโยบายที่แตกต่างออกไปเกี่ยวกับ TikTok</p><p>ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายมองว่าการต่อสู้ทางกฎหมายระหว่าง TikTok และรัฐบาลสหรัฐฯ อาจยืดเยื้อไปอีกหลายเดือนหรือหลายปี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ใช้และธุรกิจที่เกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 06:50:41 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[จัดสเปกคอมเล่นเกมทำงาน งบ 20,000 บาท คุ้มที่สุด อัปเดตล่าสุด]]></title>
				<category>คอมพิวเตอร์</category>
				<link>https://siampost24.com/theknoloyi/computer/20000-36607.html</link>
				<description><![CDATA[<p>สำหรับผู้ที่ต้องการจัดสเปกคอมพิวเตอร์สำหรับทำงานและเล่นเกมในงบประมาณ 20,000 บาท ถือเป็นงบที่คุ้มค่าที่สุดในปัจจุบัน ด้วยการอัปเดตฮาร์ดแวร์ล่าสุดที่ช่วยให้การทำงานลื่นไหลและเล่นเกมได้อย่างไม่มีสะดุด บทความนี้จะแนะนำวิธีการจัดสเปกที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นงานออฟฟิศ ตัดต่อวิดีโอ หรือเกมทั่วไป</p><h2>เลือกซีพียูและการ์ดจอ</h2><p>สำหรับงบ 20,000 บาท ควรเลือกซีพียู AMD Ryzen 5 หรือ Intel Core i5 รุ่นล่าสุด ซึ่งมีประสิทธิภาพเพียงพอสำหรับการทำงานหลายอย่างพร้อมกัน ส่วนการ์ดจอแนะนำ NVIDIA GeForce GTX 1650 หรือ AMD Radeon RX 6400 เพื่อให้เล่นเกมได้ที่ความละเอียด 1080p</p><h2>แรมและพื้นที่จัดเก็บ</h2><p>ควรใช้แรมขนาด 8GB ถึง 16GB เพื่อรองรับการทำงานหลายโปรแกรม และเลือก SSD ขนาด 256GB หรือ 512GB สำหรับระบบปฏิบัติการและโปรแกรมหลัก เพื่อความเร็วในการเปิดเครื่องและโหลดเกม</p><h2>เมนบอร์ดและพาวเวอร์ซัพพลาย</h2><p>เมนบอร์ดควรเลือกที่รองรับซีพียูรุ่นใหม่และมีพอร์ตเพียงพอ ส่วนพาวเวอร์ซัพพลายควรมีกำลังไฟ 450W ถึง 500W จากแบรนด์ที่เชื่อถือได้</p><h2>เคสและอุปกรณ์เสริม</h2><p>เลือกเคสที่มีระบบระบายความร้อนที่ดี และงบประมาณที่เหลือสามารถนำไปซื้อคีย์บอร์ด เมาส์ หรือจอภาพได้ตามความต้องการ</p><p>การจัดสเปกในงบ 20,000 บาทนี้จะช่วยให้คุณได้คอมพิวเตอร์ที่คุ้มค่าและพร้อมใช้งานทั้งทำงานและเล่นเกมอย่างมีประสิทธิภาพ</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 06:39:40 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เปิดใจ 'โทน บางแค' ที่แรก พรุ่งนี้ ไทยรัฐทอล์ก 2569]]></title>
				<category>คอร์รัปชัน</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/corruption/article-36605.html</link>
				<description><![CDATA[<p>โทน บางแค เตรียมเปิดใจครั้งแรกในรายการไทยรัฐทอล์ก หลังถูกโจมตีอย่างหนักจากหลายข้อกล่าวหา โดยจะออกอากาศในวันพรุ่งนี้ (14 พฤษภาคม 2569) เวลา 13.03 น. ทางไทยรัฐออนไลน์</p><h2>เปิดหมดทุกข้อกล่าวหา</h2><p>รายการไทยรัฐทอล์กในครั้งนี้จะพาไปพบกับคุณเรโด้ ที่จะพูดคุยกับโทน บางแค อย่างถึงพริกถึงขิง ตั้งแต่เรื่องการถูกกล่าวหาว่าเบี้ยวหนี้ การเป็นราชาเงินผ่อน เซียนกระดาษเปล่า รวมถึงเบื้องหลังข้อครหาที่ว่าจับมือกับบิ๊กตำรวจใหญ่วางยาโค่นบิ๊กตำรวจใหญ่ และอื่นๆ อีกมากมาย</p><h3>ท้าทายความเชื่อ</h3><p>โทน บางแค ยังได้กล่าวท้าทายว่า ถ้าเรื่องที่พูดไม่จริงขอให้ตนตายโหง ซึ่งเป็นการแสดงความมั่นใจในความบริสุทธิ์ของตนเอง ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ที่รุนแรง</p><ul><li>เบี้ยวหนี้ เป็นราชาเงินผ่อน</li><li>เซียนกระดาษเปล่า</li><li>ข้อครหาจับมือบิ๊กตำรวจใหญ่วางยาโค่นบิ๊กตำรวจใหญ่</li></ul><p>ทั้งนี้ โทน บางแค ยังไม่ถูกออกหมายจับแต่อย่างใด แต่กลับถูกโจมตีจากสังคมออนไลน์อย่างหนัก รายการไทยรัฐทอล์กจึงเป็นโอกาสสำคัญที่เขาจะได้ชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด</p><p>ผู้ที่สนใจสามารถติดตามชมรายการไทยรัฐทอล์กได้ในวันพรุ่งนี้ (14 พ.ค. 2569) เวลา 13.03 น. ทางไทยรัฐออนไลน์ และช่องทางโซเชียลมีเดียของไทยรัฐ</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 06:01:26 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[แมนยูฯ เตรียมเปิดโต๊ะเจรจาคว้าตัวกองหน้าดาวรุ่งจากลีกเอิง]]></title>
				<category>ฟุตบอลต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/footballworld/article-36604.html</link>
				<description><![CDATA[<p>แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมเดินหน้าเจรจากับสโมสรในลีกเอิงฝรั่งเศส เพื่อคว้าตัวกองหน้าดาวรุ่งมาร่วมทีมในตลาดซื้อขายเดือนมกราคมนี้ ตามรายงานจากสื่อในอังกฤษ</p><h2>เป้าหมายของแมนยูฯ</h2><p>ทีมปีศาจแดงกำลังมองหากองหน้าตัวใหม่เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับแนวรุก หลังจากที่ผลงานในฤดูกาลนี้ยังไม่คงที่ โดยเฉพาะในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าที่ขาดความเฉียบคม</p><h3>รายชื่อนักเตะเป้าหมาย</h3><p>มีรายงานว่าแมนยูฯ ให้ความสนใจกองหน้าวัย 21 ปีของสโมสรลีลล์ ซึ่งทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ ด้วยการยิงไปแล้ว 8 ประตูจากการลงสนาม 15 นัดในลีกเอิง</p><ul><li>กองหน้าลีลล์ วัย 21 ปี</li><li>กองหน้าโมนาโก วัย 20 ปี</li><li>กองหน้าโอลิมปิก ลียง วัย 22 ปี</li></ul><h2>สถานการณ์การเจรจา</h2><p>แมนยูฯ เตรียมส่งทีมงานไปเจรจากับลีลล์ในสัปดาห์หน้า โดยคาดว่าค่าตัวของนักเตะจะอยู่ที่ประมาณ 40 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นจำนวนที่แมนยูฯ พร้อมจ่าย</p><h3>ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ</h3><p>ผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดซื้อขายนักเตะมองว่า การคว้าตัวกองหน้าดาวรุ่งรายนี้จะเป็นประโยชน์ต่อแมนยูฯ ในระยะยาว เนื่องจากนักเตะมีศักยภาพสูงและสามารถพัฒนาไปเป็นกองหน้าระดับโลกได้</p><p>นอกจากนี้ แมนยูฯ ยังต้องแข่งขันกับสโมสรอื่นๆ ที่ให้ความสนใจนักเตะรายนี้ เช่น อาร์เซนอล และ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ซึ่งต่างก็ต้องการเสริมกองหน้าเช่นกัน</p><p>แฟนบอลแมนยูฯ หวังว่าการเจรจาครั้งนี้จะสำเร็จ เพื่อให้ทีมมีขุมกำลังที่แข็งแกร่งขึ้นในการลุ้นพื้นที่แชมเปียนส์ลีกในฤดูกาลหน้า</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:53:25 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[14 พ.ค. 2569 ชมปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือนและดาวหางแพนสตาร์ส]]></title>
				<category>การทะเลาะวิวาท</category>
				<link>https://siampost24.com/atchayakam/kanthalowiwat/14-2569-36603.html</link>
				<description><![CDATA[<p>สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ หรือ NARIT ได้ออกมาเชิญชวนประชาชนให้ร่วมชมสองปรากฏการณ์ดาราศาสตร์ที่น่าสนใจในวันเดียวกัน นั่นคือปรากฏการณ์ "ดาวเคียงเดือน" และ "ดาวหางแพนสตาร์ส" ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 14 พฤษภาคม 2569</p><h2>รายละเอียดปรากฏการณ์</h2><p>ทางเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความระบุปฏิทินดาราศาสตร์ประจำวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 โดยมีรายละเอียดดังนี้</p><h3>ดาวเคียงเดือน</h3><p>ปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือนในครั้งนี้คือ <strong>ดาวเสาร์เคียงดวงจันทร์</strong> สามารถสังเกตได้ทางทิศตะวันออก เวลาประมาณ 03:40 น. เป็นต้นไป จนถึงรุ่งเช้า</p><h3>ดาวหางแพนสตาร์ส</h3><p>สำหรับดาวหางแพนสตาร์ส C/2025 R3 (PanSTARRS) จะปรากฏให้เห็นทางทิศตะวันตกในช่วงหัวค่ำ แต่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า จำเป็นต้องใช้ <strong>กล้องสองตา</strong> หรือ <strong>กล้องโทรทรรศน์</strong> ช่วยในการสังเกตการณ์</p><p>ขอขอบคุณข้อมูลจากเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 06:20:31 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[โสภณ สั่งไม่บรรจุ พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน รอศาล รธน.วินิจฉัย]]></title>
				<category>รัฐบาล</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/rattaban/4-36602.html</link>
				<description><![CDATA[<p>วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 มีรายงานความคืบหน้ากรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านนำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ยื่นคำร้องขอให้ตรวจสอบการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาวิกฤติพลังงาน ว่าเป็นการตรากฎหมายที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 172 หรือไม่</p><h2>ประธานสภาส่งคำร้องถึงศาลรัฐธรรมนูญ</h2><p>ล่าสุด นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงนามส่งคำร้องดังกล่าวไปยังศาลรัฐธรรมนูญเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยทางสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้ลงเลขรับในทางธุรการเป็นที่เรียบร้อย</p><h3>คำสั่งไม่บรรจุวาระประชุม</h3><p>แม้รัฐบาลจะส่งเนื้อหา พ.ร.ก.กู้เงิน มาเพื่อให้บรรจุเข้าวาระการประชุมสภาฯ ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม แต่ประธานสภาฯ ยังคงมีคำสั่ง <strong>ไม่บรรจุวาระ</strong> ดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าเพื่อให้เป็นไปตามแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องและความเรียบร้อยตามรัฐธรรมนูญ</p><p>ในกรณีที่มีสมาชิกเข้าชื่อร้องเรียนให้ศาลตีความความถูกต้องของกฎหมาย จึงจำเป็นต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้เสร็จสิ้นเสียก่อน เพื่อป้องกันปัญหาทางข้อกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นตามมาในภายหลัง ส่งผลให้การพิจารณาเงินกู้ก้อนโตของรัฐบาลในสภาฯ ต้องถูกยืดเวลาออกไปชั่วคราว</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:53:40 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[อนุทินชี้แก้รธน.ต้องเริ่มที่รัฐสภา ยันไม่แตะอธิปไตย-สถาบัน]]></title>
				<category>รัฐบาล</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/rattaban/article-36601.html</link>
				<description><![CDATA[<p>วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามเจตนารมณ์ของประชาชน หลังจากที่ประชามติเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 มีประชาชนกว่า 21 ล้านเสียงเห็นชอบให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยนายอนุทินยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ขัดข้อง แต่ต้องไม่แตะต้องเรื่องอธิปไตยและหมวดสถาบัน</p><h2>รัฐบาลไม่ผูกพันกับร่างเดิม</h2><p>นายอนุทินกล่าวว่า กระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเริ่มต้นที่รัฐสภาชุดปัจจุบัน อย่าไปผูกติดกับร่างที่ค้างอยู่ในสภาชุดที่แล้ว เพราะเป็นเรื่องของรัฐบาลชุดก่อน ส่วนประชามติที่ทำพร้อมกับการเลือกตั้งก็เป็นเพียงการแสดงเจตนาของประชาชน รัฐสภาชุดใหม่ต้องเป็นผู้ดำเนินการ โดยไม่จำเป็นต้องยืนยันร่างเดิม</p><h3>พรรคภูมิใจไทยยึดถือความต้องการประชาชน</h3><p>เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงท่าทีของพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินตอบว่า พรรคฯ ฟังความต้องการของประชาชน และพร้อมสนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่มีเงื่อนไขว่าจะไม่แตะต้องมาตราเกี่ยวกับอธิปไตยของไทยและหมวดที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ส่วนเนื้อหาอื่นๆ สามารถพูดคุยกันได้</p><ul><li>การแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเริ่มนับหนึ่งที่รัฐสภาชุดปัจจุบัน</li><li>ไม่ควรผูกติดกับร่างเดิมที่ค้างอยู่ในสภาชุดที่แล้ว</li><li>พรรคภูมิใจไทยไม่ขัดข้อง แต่ต้องไม่แตะอธิปไตยและสถาบัน</li></ul><h2>คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ</h2><p>นายอนุทินยังกล่าวถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องเริ่มต้นที่รัฐสภา ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยรัฐสภาจะเป็นผู้เสนอและดำเนินการตามกระบวนการ ส่วนนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลจะไม่ก้าวก่าย</p><p>เมื่อถามว่าหากยืนยันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ค้างอยู่ในสภาชุดที่แล้วจะทำให้กระบวนการเร็วขึ้นหรือไม่ นายอนุทินตอบว่าไม่ทราบ และย้ำว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามขั้นตอนของรัฐสภา</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 06:13:36 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[กปน. แจ้งน้ำประปาไม่ไหล-ไหลอ่อน 14 พ.ค. 69 กทม.-นนทบุรี-สมุทรปราการ]]></title>
				<category>การขนส่ง</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankhonsung/14-69-36600.html</link>
				<description><![CDATA[<p>การประปานครหลวง (กปน.) ได้ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดสมุทรปราการ เกี่ยวกับการหยุดจ่ายน้ำประปาหรือการไหลของน้ำที่อ่อนแรงลง ในวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 เนื่องมาจากการดำเนินงานบำรุงรักษาท่อประปา การตัดบรรจบท่อ การปรับปรุงแรงดันน้ำ และการหยุดปรับปรุงสถานีสูบจ่ายและโรงงานผลิตน้ำ โดยมีรายละเอียดพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบดังต่อไปนี้</p><h2>พื้นที่น้ำประปาไม่ไหลและไหลอ่อนในกรุงเทพฯ</h2><p>ในเขตกรุงเทพมหานคร มีหลายพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ อาทิ ซอยพัฒนาการ 32 ตั้งแต่เวลา 10.00 - 15.30 น. เนื่องจากการตัดบรรจบท่อประปาขนาด 200 มิลลิเมตร พื้นที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ พัฒนาการ พัฒนาการ 32 ริมคลองบางโคล่ และซอยชุมชนอัลกุ๊บรอ นอกจากนี้ยังมีถนนกรุงธนบุรี ซอย 4 แยก 17 ตั้งแต่เวลา 10.00 - 16.00 น. ตัดบรรจบท่อขนาด 200 มิลลิเมตร พื้นที่ตั้งแต่ซอยกรุงธนบุรี 4 แยก 9 ถึงซอยกรุงธนบุรี 4 แยก 17 ทั้งหมด</p><p>ส่วนที่ถนนวุฒากาศและซอยวุฒากาศ 47 ทั้งหมด ตั้งแต่เวลา 10.00 - 16.00 น. ตัดบรรจบท่อขนาด 150 มิลลิเมตร พื้นที่ถนนวุฒากาศและซอยวุฒากาศ 47 ทั้งหมด รวมถึงถนนแสมดำ ซอย 14 ตั้งแต่เวลา 10.00 - 16.00 น. ตัดบรรจบท่อขนาด 150 มิลลิเมตร พื้นที่ถนนแสมดำและซอยแสมดำ 14 ทั้งหมด และถนนกรุงธนบุรี ซอย 6 ตั้งแต่เวลา 10.00 - 16.00 น. ตัดบรรจบท่อขนาด 200 มิลลิเมตร พื้นที่ถนนกรุงธนบุรี ซอยกรุงธนบุรี 4 และซอยกรุงธนบุรี 6 ทั้งหมด</p><p>นอกจากนี้ยังมีพื้นที่อื่นๆ เช่น ซอยสาทร 11 แยก 13 ตั้งแต่เวลา 10.00 - 16.00 น. ตัดบรรจบท่อขนาด 150 มิลลิเมตร พื้นที่ซอยสาทร 11 แยก 13 ฝั่งซ้ายจากปากซอยถึงท้ายซอย และซอยเชื่อมแยก 13 กับแยก 9 ช่วงกลางซอย หมู่บ้านโนเบิลทารา ตั้งแต่เวลา 10.00 - 16.00 น. ตัดบรรจบท่อขนาด 300 มิลลิเมตร พื้นที่ถนนพัฒนาการ ริมถนนพัฒนาการตั้งแต่ซอยพัฒนาการ 48 ถึงแยกพัฒนาการตัดศรีนครินทร์ทุกซอย และปากซอยกาญจนภิเษก 27 หมู่บ้านมัณฑนา ตั้งแต่เวลา 10.00 - 16.00 น. ตัดบรรจบท่อขนาด 300 มิลลิเมตร พื้นที่ถนนกาญจนภิเษก น้ำขาดตั้งแต่ปากซอย 25 ถึงหมู่บ้านเดอะคอนเนค วงแหวน</p><h2>พื้นที่น้ำประปาไม่ไหลและไหลอ่อนในนนทบุรี</h2><p>ในจังหวัดนนทบุรี มีพื้นที่ได้รับผลกระทบหลายแห่ง เช่น ซอยนนทบุรี 33 (ซอยวัดชมภูเวก 6) ตั้งแต่เวลา 10.00 - 16.00 น. ตัดบรรจบท่อขนาด 100 มิลลิเมตร พื้นที่บริเวณซอยนนทบุรี 33 (ฝั่งขวา) จากถนนสนามบินน้ำ ตั้งแต่ปากซอยทางเข้าถึงซอยวัดชมภูเวก 8 (ทั้งหมด) หมู่บ้านพบสุข ถนนเลี่ยงเมืองปากเกร็ด ตั้งแต่เวลา 10.00 - 16.00 น. ตัดบรรจบท่อขนาด 200 มิลลิเมตร พื้นที่บริเวณหมู่บ้านพบสุข (ทั้งหมด) และบริเวณซอยติวานนท์-ปากเกร็ด 48 (ทั้งหมด) ตั้งแต่เวลา 10.00 - 16.00 น. ตัดบรรจบท่อขนาด 100 มิลลิเมตร พื้นที่ถนนติวานนท์-ปากเกร็ด บริเวณซอยติวานนท์-ปากเกร็ด 48 (ทั้งหมด)</p><p>นอกจากนี้ยังมีบริเวณซอยติวานนท์ 19 (หมู่บ้านสรานนท์) ถนนติวานนท์ ตั้งแต่เวลา 10.00 - 16.00 น. ตัดบรรจบท่อขนาด 200 มิลลิเมตร พื้นที่ถนนติวานนท์ บริเวณซอยติวานนท์-ปากเกร็ด 19 หมู่บ้านสรานนท์ (ทั้งหมด) และบริเวณซอยศรีสมาน-ปากเกร็ด 2 ทางเข้าวัดช่อง ตั้งแต่เวลา 10.00 - 16.30 น. ตัดบรรจบท่อขนาด 300 มิลลิเมตร พื้นที่ถนนนนทบุรี-ปทุมธานี บริเวณตั้งแต่สี่แยกศรีสมาน (สี่แยกสวนสมเด็จ) ทางไปสะพานนวลฉวี (ฝั่งวัดช่องลม) (ทั้งหมด)</p><h2>พื้นที่น้ำประปาไม่ไหลและไหลอ่อนในสมุทรปราการ</h2><p>ในจังหวัดสมุทรปราการ มีพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ เช่น ซอยสำโรงเหนือ 9 ถนนสุขุมวิท 113 ตั้งแต่เวลา 10.00 - 16.00 น. ตัดบรรจบท่อขนาด 300 มิลลิเมตร พื้นที่ถนนสุขุมวิท 113 ซอยสำโรงเหนือ 1 - 23 และหมู่บ้านโกลเด้น นิโอ (รวมซอยแยก) และซอยเฉลิมพระเกียรติ 44 ตั้งแต่เวลา 10.00 - 16.00 น. ตัดบรรจบท่อขนาด 300 มิลลิเมตร พื้นที่ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอยเฉลิมพระเกียรติ 44 - 46 (รวมซอยแยก)</p><h2>การดำเนินงานในช่วงกลางคืน</h2><p>นอกจากการดำเนินงานในช่วงกลางวันแล้ว ยังมีการดำเนินงานในช่วงกลางคืนตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2569 เช่น บริเวณสามย่านมิตรทาวน์ ถนนพระราม 4 ตั้งแต่เวลา 21.00 - 02.00 น. ตัดบรรจบท่อขนาด 200 มิลลิเมตร พื้นที่ถนนพระราม 4 จากซอยจุฬาลงกรณ์ 9 ถึงแยกสามย่าน ถนนพญาไทจากแยกสามย่านถึงแยกปทุมวัน ถนนพระราม 1 จากแยกปทุมวันถึงอาคารนิมิบุตร และซอยจุฬาลงกรณ์ 9, 11, 12, 13, 15, 26, 42, 44, 46, 48, 50, 52</p><p>นอกจากนี้ยังมีบริเวณธนาคารไทยพาณิชย์ สาขากาญจนาภิเษก (บางแวก) ถนนกาญจนาภิเษก ตั้งแต่เวลา 22.00 - 05.00 น. ปิดประตูน้ำท่อประธานขนาด 1500 มิลลิเมตร พื้นที่น้ำประปาไหลอ่อนถึงไม่ไหล ถนนกาญจนาภิเษก (ด้านตะวันตก) ทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่คลองบางเชือกหนังถึงคลองบางระมาด ถนนบรมราชชนนี (ฝั่งเลขคี่) ตั้งแต่ซอย 63 ถึงซอย 123 ถนนบรมราชชนนี (ฝั่งเลขคู่) ตั้งแต่ซอย 46 ถึงซอย 78 ถนนพุทธมณฑลสาย 2 ทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่คลองบางเชือกหนังถึงคลองบ้านไทร ถนนพุทธมณฑลสาย 3 ทั้ง 2 ฝั่ง ตั้งแต่คลองบางเชือกหนังถึงคลองบางคูเวียง ถนนศาลาธรรมสพน์ ถนนอุทยาน ถนนทวีวัฒนา และถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก</p><p>สำหรับประชาชนที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อการประปานครหลวงได้ที่สายด่วน 1125</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:58:15 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[บุกทลายเว็บพนัน AM08 ตั้งฐานระนอง เปลี่ยนโดเมนหนีตำรวจหลายรอบ]]></title>
				<category>การพนัน</category>
				<link>https://siampost24.com/atchayakam/kanphanan/am08-36599.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ตำรวจไซเบอร์นำกำลังบุกทลายเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ “AM08” ซึ่งตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในพื้นที่ อ.เมือง จ.ระนอง โดยพบว่ามีการเปลี่ยนโดเมนชื่อเว็บไซต์หลายครั้งเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ แต่ยังคงใช้ฐานลูกค้ากลุ่มเดิม ส่งผลให้ถูกติดตามจนนำไปสู่การจับกุมได้ในที่สุด</p><h2>ปฏิบัติการทลายเว็บพนัน AM08</h2><p>เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ช่วยราชการ บช.สอท. และ พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ ผกก.4 บก.สอท.2 นำกำลังชุดสืบสวนเข้าตรวจค้นเป้าหมายในพื้นที่ จ.ระนอง โดยมีหมายศาลจังหวัดระนอง ที่ ค.26/2569</p><p>จุดตรวจค้นคือบ้านเลขที่ 4/13 หมู่ 3 ต.บางนอน อ.เมือง จ.ระนอง ซึ่งเป็นที่พักของ น.ส.ทิพย์ษิวรรณ์ หีตเพ็ง อายุ 24 ปี ชาวระนอง เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้พร้อมของกลาง ได้แก่ คอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเราเตอร์อินเทอร์เน็ต 1 เครื่อง</p><h2>เว็บพนัน AM08 มีสมาชิกกว่า 3.6 หมื่นราย</h2><p>การสืบสวนก่อนหน้านี้พบว่าเว็บไซต์ “AM08” มีสมาชิกมากกว่า 3.6 หมื่นราย เปิดให้บริการมานานกว่า 2 ปี มียอดเงินหมุนเวียนเฉลี่ย 6 ล้านบาทต่อเดือน หรือกว่า 72 ล้านบาทต่อปี เว็บไซต์นี้เปิดให้เล่นพนันออนไลน์หลายประเภท เช่น หวย สล็อต พนันฟุตบอลต่างประเทศ บาคาร่า เสือมังกร ไฮโล ป๊อกเด้ง และอื่น ๆ อีกมาก โดยมีระบบโอนเงินอัตโนมัติผ่านบัญชีธนาคาร และสามารถแจ้งถอนเงินผ่านเว็บไซต์ได้โดยตรง รวมถึงมีแอดมินคอยช่วยเหลือและแนะนำการเล่นพนัน</p><h2>เปลี่ยนโดเมนหลายครั้ง หวังหนีตำรวจ</h2><p>จากการตรวจสอบทางเทคนิคเชิงลึกพบว่าเว็บพนันนี้มีการปรับเปลี่ยนชื่อโดเมนหลายครั้ง แต่ยังคงใช้ฐานข้อมูลลูกค้ากลุ่มเดิม ซึ่งเป็นการเจตนาปกปิดและหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ทำให้ยากต่อการติดตามจับกุม ก่อนที่จะใช้ชื่อ “AM08” เว็บนี้มียอดหมุนเวียนในระบบนับสิบล้านบาทต่อเดือน เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายค้นจนนำไปสู่การจับกุม</p><h2>แอดมินรับสารภาพ ทำงานมา 1 ปี</h2><p>เบื้องต้น น.ส.ทิพย์ษิวรรณ์ ให้การยอมรับว่าทำงานเป็นแอดมินติดต่อลูกค้าให้กับเว็บพนันนี้มานานกว่า 1 ปี โดยได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 15,000 บาท เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาว่า “จัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยทางตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน” ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 06:25:40 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[คอหวยแห่กราบไหว้กุมารไอ้ไข่เหนือวัดหนองทองเสี่ยงโชคเลขเด็ด]]></title>
				<category>การเลือกตั้ง</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/kanlueaktang/article-36598.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดหนองทอง หมู่ 11 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.สุโขทัย ชาวบ้านจากทั่วสารทิศยังคงเดินทางมากราบไหว้ขอพรกุมารไอ้ไข่ (เหนือ) วัดหนองทอง เพื่อขอโชคลาภและล้วงไหทองคำในงวดวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วงโค้งสุดท้ายก่อนหวยออก มีชาวบ้านต่างแวะเวียนมากราบไหว้ขอพรไม่ขาดสาย</p><h2>บรรยากาศการขอพรและถวายสิ่งของ</h2><p>ชาวบ้านที่ประสบผลสำเร็จในการขอพรจะนำน้ำแดง ของเล่น และชุดทหารมาถวาย สำหรับช่วงนี้ชาวบ้านจะนำชุดทหารมาถวายเยอะเป็นพิเศษ และจะปักตรงหน้าอกชุดทหารว่ากองทัพบก ซึ่งวันนี้ก็มีชาวบ้านบางรายยังได้ล้วงลูกปิงปองในไหทองคำที่วางอยู่ด้านหน้ากุมารไอ้ไข่ (เหนือ) และจุดธูปตัวเลข</p><h3>เลขเด็ดจากธูปเสี่ยงทาย</h3><p>ซึ่งเลขเด็ดจากธูปในงวดนี้คือเลข 127 หลายคนก็จะนำเลขดังกล่าวไปเสี่ยงโชคสลากกินแบ่งรัฐบาลตามความเชื่อในงวดนี้</p><p>ทั้งนี้ กุมารไอ้ไข่ (เหนือ) ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือ โดยเฉพาะในช่วงใกล้วันหวยออก ผู้คนจะหลั่งไหลมาขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลและเสริมดวงชะตา</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 06:11:48 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทราย สก๊อต โพสต์ไอจีสตอรี่ถามจะหยุดมั้ย? เก็บหลักฐานญาติทุกคนไว้หมดแล้ว]]></title>
				<category>ดนตรี</category>
				<link>https://siampost24.com/bantoeng/dontri/article-36597.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ทราย สก๊อต โพสต์ข้อความผ่านไอจีสตอรี่ ถามว่าจะหยุดหรือไม่ พร้อมระบุว่าได้เก็บหลักฐานของญาติทุกคนไว้หมดแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้ได้โพสต์คลิปเสียงที่เป็นหลักฐานการสนทนากับพาย สุนิษฐ์ สก๊อต พี่ชาย ซึ่งทรายอ้างว่าพี่ชายได้สารภาพแล้ว</p><h2>รายละเอียดเพิ่มเติม</h2><p>ล่าสุด ทราย สก๊อต ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านทางไอจีสตอรี่ โดยเขียนว่า “ผมยังมีคลิปเสียงและแค๊ปหน้าจอของญาติๆ น้าๆป้าๆคนอื่นๆ ผมเก็บมาไว้หมด... จะหยุดมั้ย? ตั้งแต่เด็กผมไม่เคยไว้ใจคุณเลย ผมเก็บมาตลอด” ซึ่งเป็นการย้ำถึงหลักฐานที่ทรายได้รวบรวมไว้เกี่ยวกับครอบครัวของตัวเอง</p><h3>เบื้องหลังความขัดแย้ง</h3><p>ก่อนหน้านี้ ทราย สก๊อต ได้สร้างกระแสในโลกออนไลน์ด้วยการโพสต์คลิปเสียงสนทนาระหว่างตนเองกับพาย สุนิษฐ์ สก๊อต พี่ชาย โดยทรายระบุว่าเป็นหลักฐานสำคัญที่พี่ชายได้สารภาพบางอย่าง ซึ่งทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์</p><ul><li>ทราย สก๊อต โพสต์คลิปเสียงพี่ชายสารภาพ</li><li>ล่าสุดโพสต์ไอจีสตอรี่ขู่จะหยุดมั้ย</li><li>อ้างมีหลักฐานญาติทุกคนเก็บไว้หมด</li></ul><p>เหตุการณ์นี้ยังคงเป็นที่จับตามองของแฟนคลับและสื่อมวลชน ซึ่งหลายคนตั้งข้อสงสัยถึงสาเหตุที่แท้จริงของความขัดแย้งในครอบครัวนี้</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:58:38 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[การค้าชายแดนไทยไตรมาสแรกปี 2569 ลดลง 22.68% กัมพูชายังเป็นศูนย์]]></title>
				<category>การค้า</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankha/2569-2268-36596.html</link>
				<description><![CDATA[<p>นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยตัวเลขการค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนประจำเดือนมีนาคม 2569 พบว่ามีมูลค่ารวม 178,320 ล้านบาท ขยายตัว 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการส่งออก 93,261 ล้านบาท ขยายตัว 1.6% และการนำเข้า 85,059 ล้านบาท ขยายตัว 12.4% ส่งผลให้ไทยได้ดุลการค้าในเดือนมีนาคม 8,203 ล้านบาท</p><h2>ภาพรวมไตรมาสแรกปี 2569</h2><p>สำหรับไตรมาสแรกของปี 2569 การค้าชายแดนและการค้าผ่านแดนมีมูลค่ารวม 478,897 ล้านบาท ขยายตัว 2.5% โดยเป็นการส่งออก 256,886 ล้านบาท ขยายตัว 0.4% การนำเข้า 222,011 ล้านบาท ขยายตัว 5.1% และไทยได้ดุลการค้า 34,876 ล้านบาท</p><h3>การค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน</h3><p>เมื่อแยกเฉพาะการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ ในเดือนมีนาคม 2569 มีมูลค่ารวม 72,689 ล้านบาท ลดลง 21.6% เป็นการส่งออก 44,764 ล้านบาท ลดลง 19.8% การนำเข้า 27,925 ล้านบาท ลดลง 24.3% โดยไทยยังได้ดุลการค้า 16,839 ล้านบาท</p><ul><li>มาเลเซีย: มูลค่า 28,033 ล้านบาท ขยายตัว 3.1%</li><li>สปป.ลาว: มูลค่า 25,571 ล้านบาท ลดลง 4.4%</li><li>เมียนมา: มูลค่า 17,085 ล้านบาท ลดลง 7.4%</li><li>กัมพูชา: มูลค่าเป็น 0 จากมาตรการความมั่นคงที่ปิดด่านทั้งหมด</li></ul><p>ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 การค้าชายแดนมีมูลค่ารวม 203,447 ล้านบาท ลดลง 22.68% เป็นการส่งออก 118,742 ล้านบาท ลดลง 24.49% การนำเข้า 84,705 ล้านบาท ลดลง 20.00% และไทยได้ดุลการค้า 34,037 ล้านบาท</p><h3>การค้าผ่านแดนไปประเทศที่สาม</h3><p>ในเดือนมีนาคม 2569 การค้าผ่านแดนมีมูลค่ารวม 105,631 ล้านบาท ขยายตัว 41.4% เป็นการส่งออก 48,498 ล้านบาท ขยายตัว 34.8% และการนำเข้า 57,134 ล้านบาท ขยายตัว 47.4% โดยจีนมีมูลค่าสูงที่สุด 50,488 ล้านบาท ขยายตัว 19.7% รองลงมาได้แก่ เวียดนาม 17,715 ล้านบาท ขยายตัว 159.5% และสิงคโปร์ 17,066 ล้านบาท ขยายตัว 80.8%</p><p>สำหรับไตรมาสแรกของปี 2569 การค้าผ่านแดนมีมูลค่ารวม 275,450 ล้านบาท ขยายตัว 35.03% เป็นการส่งออก 138,144 ล้านบาท ขยายตัว 39.98% การนำเข้า 137,306 ล้านบาท ขยายตัว 30.39% และไทยได้ดุลการค้า 839 ล้านบาท</p><h2>ปัจจัยสำคัญที่ทำให้การค้าผ่านแดนขยายตัว</h2><p>อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าวว่า การค้าผ่านแดนในเดือนมีนาคม 2569 ขยายตัวสูงถึง 41.4% มูลค่าทะลุ 1 แสนล้านบาท โดยขยายตัวทั้งการส่งออกและการนำเข้า โดยเฉพาะการนำเข้าที่ขยายตัว 47.4% ในสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สำคัญ ได้แก่</p><ul><li>ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ (เช่น แผงวงจรพิมพ์ที่ประกอบแล้ว) 9,613 ล้านบาท ขยายตัว 569.3%</li><li>เครื่องรับวิทยุโทรศัพท์ (สมาร์ทโฟน) 5,555 ล้านบาท ขยายตัว 48.4%</li><li>เทปแม่เหล็กและจานแม่เหล็กสำหรับคอมพิวเตอร์ 5,213 ล้านบาท ขยายตัว 22.2%</li></ul><p>การนำเข้าโดยรวมจากจีนขยายตัว 34.9% จากสิงคโปร์ขยายตัว 14.5% และจากเวียดนามขยายตัว 208.5%</p><h2>การส่งออกไป สปป.ลาว และเมียนมาฟื้นตัว</h2><p>ในเดือนมีนาคม การส่งออกไป สปป.ลาวกลับมาขยายตัวอีกครั้ง 14.9% ในสินค้าสำคัญ ได้แก่ น้ำมันดีเซล 5,632 ล้านบาท ขยายตัว 44.4% น้ำมันสำเร็จรูปอื่น ๆ 1,453 ล้านบาท ขยายตัว 44.1% และรถปิคอัพ 594 ล้านบาท ขยายตัว 180.5% ขณะที่การส่งออกไปเมียนมาขยายตัว 5.5% ในสินค้าสำคัญ ได้แก่ โทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟน 965 ล้านบาท ขยายตัว 179.8% เคมีภัณฑ์เบ็ดเตล็ด 522 ล้านบาท ขยายตัว 434.8% และเครื่องดื่มอื่น ๆ (เช่น นมถั่วเหลือง) 434 ล้านบาท ขยายตัว 4.5%</p><h2>สถานการณ์จุดผ่านแดน</h2><p>เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2569 จังหวัดเชียงรายได้ประกาศปิดจุดผ่อนปรนไทย-เมียนมา 2 แห่ง ได้แก่ จุดผ่อนปรนท่าบ้านสายลมจอย และจุดผ่อนปรนท่าบ้านเกาะทราย เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายตามแนวชายแดน ส่งผลให้จุดผ่านแดนด้านเมียนมาลดลงจาก 21 แห่ง เหลือ 19 แห่ง และจุดผ่านแดนทั้งหมดลดลงจาก 94 แห่ง เหลือ 92 แห่ง นอกจากนี้ จากสถานการณ์ชายแดนกัมพูชาที่ยังต้องปิดจุดผ่านแดนทั้งหมด 18 แห่ง ทำให้ ณ ปัจจุบันมีจุดผ่านแดนฝั่งไทยเปิดทำการ 68 แห่ง ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเปิดทำการ 57 แห่ง</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 06:18:58 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ดีเจแมน พัฒนพล โดนหมายเรียกคดีแตงโม ต้องไปพบตำรวจพรุ่งนี้]]></title>
				<category>คดีโกง</category>
				<link>https://siampost24.com/atchayakam/khadikong/article-36594.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของแตงโม นิดา ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดตำรวจได้ออกหมายเรียก ดีเจแมน พัฒนพล หนึ่งในผู้ที่อยู่บนเรือในวันเกิดเหตุ ให้เดินทางไปพบพนักงานสอบสวนในวันพรุ่งนี้ เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมในประเด็นที่ยังมีข้อสงสัย</p><h2>ดีเจแมนเตรียมพร้อมเข้าพบตำรวจ</h2><p>ดีเจแมน พัฒนพล เปิดเผยว่า ตนเองพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเต็มที่ โดยจะเดินทางไปตามหมายเรียกในวันพรุ่งนี้ตามกำหนด พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีอะไรปิดบัง และพร้อมให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อคดี</p><h3>รายละเอียดหมายเรียก</h3><p>หมายเรียกดังกล่าวเป็นหมายเรียกครั้งที่สองหลังจากที่ก่อนหน้านี้ ดีเจแมนได้เข้าให้ปากคำไปแล้วบางส่วน โดยครั้งนี้ตำรวจต้องการสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุการณ์ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ รวมถึงพฤติกรรมของบุคคลอื่นที่อยู่บนเรือในขณะนั้น</p><ul><li>วันเวลาที่กำหนดให้พบ: พรุ่งนี้ เวลา 10.00 น.</li><li>สถานที่: สถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี</li><li>ประเด็นสอบสวน: รายละเอียดเหตุการณ์บนเรือและการเคลื่อนไหวของผู้เกี่ยวข้อง</li></ul><h2>ทนายความเผยความคืบหน้า</h2><p>ทนายความของดีเจแมนระบุว่า ขณะนี้ทีมกฎหมายได้เตรียมเอกสารและหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไว้พร้อมแล้ว เพื่อให้การให้ปากคำเป็นไปอย่างราบรื่นและโปร่งใส นอกจากนี้ยังเชื่อว่าคดีนี้จะมีความชัดเจนมากขึ้นในเร็วๆ นี้</p><h3>ปฏิกิริยาจากสังคม</h3><p>คดีแตงโมยังคงเป็นที่สนใจของสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่มีการออกหมายเรียกครั้งนี้ หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าคดีอาจมีความคืบหน้าที่สำคัญ ซึ่งอาจนำไปสู่การสรุปคดีในที่สุด</p><p>ทั้งนี้ ดีเจแมนขอให้ทุกฝ่ายรอฟังผลการสอบสวนอย่างเป็นทางการ และไม่ควรด่วนสรุปหรือตัดสินผู้ใดก่อนที่กระบวนการยุติธรรมจะสิ้นสุดลง</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:35:31 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ศุภมาสแจงช่างหนึ่งเบี้ยวนัด สคบ. สั่งออกหมายเรียกซ้ำเร่งเอาผิด]]></title>
				<category>การเลือกตั้ง</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/kanlueaktang/article-36593.html</link>
				<description><![CDATA[<p>นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณี นายเกรียงไกร ระไวกลาง หรือ 'ช่างหนึ่ง' ผู้รับจ้างก่อสร้างบ้าน เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก 'หวานเจี๊ยบรับสร้างบ้าน' ภายหลัง สคบ. ใช้อำนาจตามกฎหมายเชิญตัวผู้ถูกกล่าวหาเข้าให้ปากคำเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ปรากฏว่า นายเกรียงไกร ไม่ได้เดินทางมาให้ปากคำต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามนัดหมาย ขณะที่มีผู้เสียหายเดินทางมาให้ปากคำจำนวน 40 ราย จากทั้งหมด 60 ราย ทำให้ไม่สามารถดำเนินการไกล่เกลี่ยได้ สคบ. จึงต้องออกหนังสือเรียกผู้ถูกกล่าวหาให้มาแสดงตัวอีกครั้ง</p><h2>รัฐมนตรีสั่งดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด</h2><p>นางสาวศุภมาสกล่าวว่า 'ดิฉันได้สั่งการให้ สคบ. ออกหนังสือเรียกผู้ถูกกล่าวหาเข้าให้ปากคำตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากไม่มาแสดงตัวจะมีโทษทางอาญา จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมกันนี้ สคบ. ได้รวบรวมเอกสารหลักฐานเพื่อพิจารณาดำเนินคดีทางแพ่งแทนผู้เสียหาย และทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานให้ผู้เสียหายในคดีฉ้อโกงผ่านกองบังคับการปราบปราม และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) อีกทางหนึ่ง'</p><h3>สอบเส้นทางการเงินและกำหนดโทษ</h3><p>นางสาวศุภมาสกล่าวต่อว่า สคบ. ได้ยื่นขอสอบเส้นทางการเงินจากธนาคาร โดยใช้ระยะเวลาดำเนินการ 15 วัน สำหรับบทกำหนดโทษกรณีดำเนินการไม่เป็นไปตามที่ตกลงในสัญญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนความผิดในส่วนของโฆษณา มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยไทม์ไลน์การดำเนินคดีของ สคบ. กับผู้ถูกกล่าวหา จะใช้เวลาไม่เกิน 2 เดือน</p><h2>คดีบริษัทโมเดิร์นเทจ</h2><p>นางสาวศุภมาสกล่าวเพิ่มเติมถึงกรณี บริษัท โมเดิร์น เทจ จำกัด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งคดีรับเหมาก่อสร้างบ้านว่า ในส่วนของการดำเนินคดีทางแพ่ง คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) ได้มีมติครั้งที่ 5/2568 ให้ดำเนินคดีแล้ว จำนวน 1 ราย ต่อมามีผู้บริโภคร้องทุกข์เข้ามาเพิ่มเติมประมาณ 60-70 ราย แต่ปรากฏว่าบริษัทฯ ได้ยื่นจดทะเบียนเลิกกิจการกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่ง สคบ. จะต้องรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อเสนอคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคตามขั้นตอนต่อไป ส่วนการดำเนินคดีทางอาญา สคบ. ได้ส่งเรื่องไปที่ บก.ปคบ. จำนวน 90 ราย ปัจจุบันอยู่ระหว่างสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อประกอบสำนวน และในส่วนของ สคบ. เอง ได้ส่งเปรียบเทียบความผิดไปแล้วจำนวน 2 คดี</p><h3>ข้อแนะนำสำหรับประชาชน</h3><p>ทั้งนี้ ขอฝากถึงพี่น้องประชาชนทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อหรือใช้บริการต่างๆ ในโลกออนไลน์ ขอให้ตรวจสอบให้ละเอียดว่าสิ่งที่จะได้รับนั้นตรงตามที่ได้โฆษณาไว้หรือไม่ ตรวจสอบประวัติของผู้รับเหมาและบริษัทก่อนทำสัญญา และไม่ควรจ่ายเงินมัดจำเป็นก้อนใหญ่ล่วงหน้าเกินสัดส่วนของงาน หากพบการกระทำความผิด สคบ. จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา ไม่ปล่อยให้ผู้ประกอบการรายใดเอาเปรียบประชาชนอย่างเด็ดขาด</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 06:02:36 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[Fenty Beauty เปิดตัว Shake 'N Play ลิควิดบลัชใหม่ เขย่าแตะแก้มติดทน 12 ชม.]]></title>
				<category>ความงาม</category>
				<link>https://siampost24.com/bantoeng/beauty/fenty-beauty-shake-n-play-12.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ริฮานน่า เปิดตัวนวัตกรรมใหม่ล่าสุดกับ Fenty Beauty Shake 'N Play Buildable Liquid Blush ลิควิดบลัชที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกและสนุกสนานในการแต่งหน้า โดยตัวแม่ริฮานน่าได้กล่าวถึงแรงบันดาลใจว่า "เข้าใจเลยล่ะชีวิตมันรีบ บางทีมีเวลาแค่ห้านาที หรือบางวันมีแค่สามสิบวินาทีด้วยซ้ำ ฉันเลยอยากได้ลิควิดบลัชที่มันใช้ง่ายแบบตะโกน ก็เลยเกิดมาเป็น Shake N' Play ตัวนี้ แค่เขย่า แท็บ แล้วก็เกลี่ย จบ ได้งานแก้มสวยสับ ติดทนยันเช้าจรดเย็น"</p><h2>เขย่า แตะแก้ม และสนุกให้สุด</h2><p>Fenty Beauty Shake 'N Play Buildable Liquid Blush นิยามใหม่ของลิควิดบลัชที่ถูกยกระดับขึ้นอีกครั้งตามสไตล์ของริฮานน่า ที่เชื่อว่าเมคอัพคือพื้นที่ของความสนุกและการแสดงตัวตน สูตรนี้มาแบบจัดเต็มทั้งความสนุก ความชุ่มชื้น แต่ยังติดทน แถมใช้ง่าย ให้คุณเล่นสนุกกับสีสันได้ตั้งแต่ลุคแก้มระเรื่อใส ๆ ไปจนถึงแก้มป๊อปสะดุดตาแบบไม่ต้องกลัวเลอะหรือเลือนหายระหว่างวัน</p><h3>คุณสมบัติเด่น</h3><ul><li>เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย แต่ติดทนนาน 12 ชั่วโมงเต็ม</li><li>กันน้ำ กันเหงื่อ</li><li>อัดแน่นด้วยสารสกัดจากแตงกวาที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นถึง 16 ชั่วโมง รู้สึกสบายผิวตลอดวัน</li></ul><h3>เฉดสีที่สวยเข้ากับทุกโทนผิว</h3><p>Shake 'N Play Buildable Liquid Blush มาพร้อม 5 เฉดสีที่ออกแบบมาให้สวยเข้ากับทุกโทนผิว ได้แก่</p><ul><li><strong>Bow Peep</strong> เฉดสีชมพู สำหรับผิวโทนอ่อนถึงปานกลาง</li><li><strong>Fiya Papaya</strong> เฉดสีคอรัล สำหรับผิวโทนอ่อนถึงปานกลาง-เข้ม</li><li><strong>Wild'Berry Whip</strong> (เฉดสีโปรดของแม่ริฮานน่า!) เฉดสีกุหลาบม่วงหม่น สำหรับผิวโทนอ่อนถึงปานกลาง-เข้ม</li><li><strong>Quit Wine'In</strong> เฉดสีพลัมไวน์ สำหรับผิวโทนอ่อน-ปานกลางถึงเข้ม</li><li><strong>Violet Vice$</strong> เฉดสีแบล็กเบอร์รี่ สำหรับผิวโทนอ่อน-ปานกลางถึงเข้ม</li></ul><h2>ดีไซน์ที่คิดมาแล้วทุกรายละเอียด</h2><p>ตามแบบฉบับของทุกนวัตกรรมจาก Fenty Beauty Shake 'N Play คือบลัชที่ทั้งสนุกและคิดมาแล้วทุกรายละเอียด ตั้งแต่ความรู้สึกสัมผัสไปจนถึงดีไซน์ บรรจุภัณฑ์แบบ shaker bead แค่เขย่าก็ได้สีสดใหม่ทุกครั้ง ให้ฟีลย้อนวัยแบบปากกาเมจิกสีจี๊ดที่ทุกคนเคยเลิฟ ส่วนหัวฟองน้ำแบบนุ่มนิ่ม (squish-tip) มาพร้อมตัวควบคุมปริมาณแบบเป๊ะปัง คุมง่าย ไม่ต้องลุ้น ไม่มากไป ไม่น้อยไป นี่แหละ บลัชที่ทำให้การแต่งหน้ากลายเป็นเรื่องเล่นได้แบบไม่มีพลาด แค่เขย่า แตะแก้มเบา ๆ และสนุกให้สุด!</p><h3>วิธีสร้างสีสันให้สวยเก๋</h3><p>มาสนุกกับเทคนิค เขย่า แตะแก้ม เกลี่ย</p><ul><li>1 จุด ได้ลุคเบา ๆ เป็นธรรมชาติ แต่ถ้าเพิ่ม 2 จุด หรือมากกว่า จะได้สีสวยชัดขึ้น</li><li>เขย่าเพื่อผสมเนื้อบลัชให้เข้ากัน ได้สีบลัชสดใหม่พร้อมสนุกบนหัวฟองน้ำ</li><li>แต้มได้ทุกจุดที่อยากเพิ่มสีสัน ทั้งแก้ม ปาก หรือเปลือกตา 1 จุด จะได้สีระเรื่อเบา ๆ และ 2 จุดขึ้นไป จะได้สีที่สีชัดปังขึ้น</li><li>ใช้แปรงเกลี่ยแบบแตะ ๆ (stipple) ให้เนื้อบลัชฟุ้งกลืนไปกับผิว เนียนสวย</li></ul><p>Fenty Beauty Shake 'N Play Buildable Liquid Blush ราคา 1,130 บาท วางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2569 ที่ช่องทาง Sephora ทุกสาขาและช่องทางออนไลน์ Sephora.co.th</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 06:03:24 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ซีพีเอฟ เอ็นเอช ฟู้ดส์ เปิดตัวแบรนด์ CP Nippon ปักหมุดไทยฐานผลิตอาหารเอเชีย]]></title>
				<category>การค้า</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankha/cp-nippon-36591.html</link>
				<description><![CDATA[<p>บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ และบริษัท เอ็นเอช ฟู้ดส์ จำกัด (NH Foods Ltd.) ประกาศความคืบหน้าความร่วมมือผ่านบริษัทร่วมทุน บริษัท ซีพีเอฟ เอ็นเอช ฟู้ดส์ จำกัด (CPF NH Foods Co., Ltd.) พร้อมเดินเครื่องการผลิตโรงงานอาหารสำเร็จรูปซีพีเอฟ เอ็นเอช ฟู้ดส์ อย่างเป็นทางการ และเปิดตัวแบรนด์ผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรแปรรูประดับพรีเมียม “CP Nippon” หวังยกระดับไทยสู่ฐานการผลิตอาหารคุณภาพสูงสำหรับตลาดเอเชีย</p><h2>ความร่วมมือครั้งสำคัญของผู้นำอุตสาหกรรมอาหาร</h2><p>จากการประกาศความร่วมมือครั้งสำคัญของสองผู้นำอุตสาหกรรมอาหารแห่งเอเชียในการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา นำไปสู่การเปิดเดินเครื่องโรงงานอาหารสำเร็จรูป CPF NH Foods ในอำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นฐานการผลิตผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรแปรรูปคุณภาพสูง แบรนด์ “CP Nippon” เพื่อรองรับทั้งตลาดในประเทศและตลาดส่งออก เช่น ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ และตลาดสำคัญอื่น ๆ ในเอเชีย โดยผสานศักยภาพของซีพีเอฟด้านห่วงโซ่การผลิตอาหารแบบครบวงจรและเครือข่ายการกระจายสินค้าในภูมิภาค เข้ากับเทคโนโลยีการแปรรูปอาหารขั้นสูง และความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรแปรรูประดับพรีเมียมสไตล์ญี่ปุ่นของเอ็นเอช ฟู้ดส์ เพื่อยกระดับสินค้าอาหารสำเร็จรูปในภูมิภาคเอเชีย</p><h2>ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราเผยศักยภาพของไทย</h2><p>นางสาวฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวในโอกาสให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดว่า โรงงาน CPF NH Foods สะท้อนศักยภาพของไทยในการก้าวสู่ฐานการผลิตอาหารคุณภาพสูงระดับสากลและพัฒนาจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ในการผลิตอาหารคุณภาพสูงของประเทศ ด้วยการใช้วัตถุดิบคุณภาพและปลอดภัยของไทย ผสานเทคโนโลยีขั้นสูงที่เป็นที่ยอมรับจากญี่ปุ่น ซึ่งช่วยสร้างคุณค่าทางโภชนาการให้ชุมชน ควบคู่กับการสร้างงาน สร้างรายได้ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดอย่างยั่งยืน</p><h2>ซีพีเอฟชี้ก้าวสำคัญของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์</h2><p>นายประสิทธิ์ บุญดวงประเสริฐ ประธานคณะผู้บริหาร ซีพีเอฟ กล่าวว่า ความร่วมมือในการเปิดโรงงาน CPF NH Foods และการเปิดตัวแบรนด์ CP Nippon ถือเป็นก้าวสำคัญของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ของสองบริษัท ในการยกระดับธุรกิจเนื้อสุกรแปรรูปจากวัตถุดิบขั้นต้นไปสู่ผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูประดับพรีเมียม คุณภาพสูง รสชาติอร่อย และสะดวกต่อผู้บริโภค ไม่เพียงตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ แต่ยังเพิ่มศักยภาพการส่งออก สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมสุกรไทย และเสริมความแข็งแกร่งของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตและส่งออกอาหารในภูมิภาคเอเชีย เพื่อผลักดันครัวไทยสู่ครัวโลก</p><h3>เทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงและมาตรฐานความปลอดภัย</h3><p>โรงงานซีพีเอฟ เอ็นเอช ฟู้ดส์ ใช้เทคโนโลยีการผลิตอาหารขั้นสูง ผสานระบบควบคุมคุณภาพตามมาตรฐานสากล สะท้อนความมุ่งมั่นของทั้งสองบริษัทในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหารของอุตสาหกรรมเนื้อสุกรแปรรูป ระบบตรวจสอบย้อนกลับ และการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยอาศัยจุดแข็งของซีพีเอฟด้านการผลิตแบบครบวงจร และความเชี่ยวชาญระดับโลก รวมถึงความพิถีพิถันแบบญี่ปุ่นของเอ็นเอช ฟู้ดส์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนานวัตกรรมอาหารไทยให้สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วโลก</p><h2>เอ็นเอช ฟู้ดส์ชี้ความสำเร็จของความร่วมมือ</h2><p>นายฟูมิโอะ มาเอดะ ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็นเอช ฟู้ดส์ กล่าวว่า การเริ่มดำเนินการผลิตอย่างเป็นทางการในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จสำคัญของความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจที่มีความสัมพันธ์อันดีมาอย่างยาวนาน โดยเป็นการผสานความเป็นเลิศของทั้งสองบริษัท เพื่อส่งมอบประสบการณ์อาหารคุณภาพสูงที่ผสมผสานวัฒนธรรมอาหารญี่ปุ่นและไทยให้แก่ผู้บริโภคทั่วเอเชียและทั่วโลก</p><h3>ผลิตภัณฑ์ CP Nippon ผสานความพิถีพิถันสไตล์ญี่ปุ่น</h3><p>ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “CP Nippon” เป็นผลิตภัณฑ์เนื้อสุกรสำเร็จรูปที่ผสานความพิถีพิถันด้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นของ NH Foods ซึ่งโดดเด่นด้านรสชาติแบบ ryōrinin (เรียวรินิน) หรือความประณีตในแบบเชฟญี่ปุ่น เข้ากับศักยภาพของซีพีเอฟด้านการจัดหาวัตถุดิบคุณภาพ ความปลอดภัยอาหาร และขีดความสามารถในการผลิตครบวงจร นอกจากนี้ ซีพีเอฟ เอ็นเอช ฟู้ดส์ ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ทั้งการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การคำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอาหารและพัฒนากระบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “ครัวของโลก” ของซีพีเอฟ พร้อมต่อยอดความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยจากฐานการผลิตวัตถุดิบ สู่ศูนย์กลางการพัฒนาอาหารมูลค่าเพิ่มและผลิตภัณฑ์สุกรแปรรูปพรีเมียมสำหรับตลาดเอเชียอย่างยั่งยืน</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 06:18:32 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เพื่อไทยเตรียมแถลงนโยบาย 3 ด้านหลัก ดันเศรษฐกิจไทย]]></title>
				<category>รัฐบาล</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/rattaban/3-36590.html</link>
				<description><![CDATA[<p>พรรคเพื่อไทยเตรียมแถลงนโยบาย 3 ด้านหลัก ประกอบด้วย เศรษฐกิจ การศึกษา และสาธารณสุข โดยมีเป้าหมายเพื่อแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนและขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวหน้า</p><h2>นโยบายเศรษฐกิจ</h2><p>ในด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทยจะเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สร้างรายได้ให้กับประชาชน และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม โดยมีมาตรการสำคัญ เช่น การแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ให้กับประชาชนทุกคน การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และการปรับโครงสร้างหนี้</p><h2>นโยบายการศึกษา</h2><p>ด้านการศึกษา พรรคเพื่อไทยจะปฏิรูปการศึกษาเพื่อให้เด็กไทยมีคุณภาพและทักษะที่เหมาะสมกับโลกยุคใหม่ โดยจะเน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต การพัฒนาครู และการสร้างโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียม</p><h2>นโยบายสาธารณสุข</h2><p>ด้านสาธารณสุข พรรคเพื่อไทยจะยกระดับระบบสาธารณสุขให้มีคุณภาพและเข้าถึงได้ง่าย โดยจะเน้นการป้องกันโรค การรักษาพยาบาลที่มีประสิทธิภาพ และการส่งเสริมสุขภาพที่ดีของประชาชน</p><p>นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นโยบายทั้ง 3 ด้านนี้เป็นนโยบายที่พรรคให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ และจะผลักดันให้เกิดขึ้นจริงหากพรรคได้เป็นรัฐบาล</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:57:09 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[Swatch x AP เปิดตัว Royal Pop นาฬิกาพกป็อปอาร์ต 8 สี ราคาเริ่ม 14,700 บาท]]></title>
				<category>กฎหมาย</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/kotmai/swatch-x-ap-royal-pop-8.html</link>
				<description><![CDATA[<p>วงการนาฬิกาสะเทือนอีกครั้ง เมื่อ Swatch และ Audemars Piguet (AP) เปิดตัวโปรเจกต์ 'Royal Pop' ที่หลายคนรอคอย โดยไม่ใช่รอยัลโอ๊คราคาหลักล้าน แต่เป็นนาฬิกาพกสไตล์ป็อปอาร์ตสีสันสดใส สร้างความฮือฮาในวงการและโซเชียลมีเดีย</p><h2>รายละเอียดของ Royal Pop</h2><p>Swatch ได้เปิดเผยรูปแบบนาฬิกาจากโปรเจกต์นี้อย่างเป็นทางการว่าเป็นนาฬิกาพก (Pocket Watch) แบ่งเป็น 2 รูปแบบรวม 8 สี ได้แก่</p><ul><li><strong>Lépine</strong> นาฬิกาพกแบบไม่มีฝาปิด มีให้เลือก 6 สี</li><li><strong>Savonnette</strong> นาฬิกาพกแบบมีฝาปิด มีให้เลือก 2 สี</li></ul><p>ตัวเรือนยังคงผลิตจากวัสดุ BioCeramic อันเป็นเอกลักษณ์ของ Swatch และใช้กลไก SISTEM51 แบบขึ้นลานด้วยมือ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะป็อปอาร์ตในยุค 80s</p><h3>ราคาและกำหนดการวางจำหน่าย</h3><p>ราคาคาดการณ์อยู่ที่ประมาณ 14,700 - 18,900 บาทต่อเรือน คอลเลกชัน Royal Pop จะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 16 พฤษภาคม 2026 โดยมีเงื่อนไขจำกัดสิทธิ์การซื้อ 1 เรือนต่อ 1 สาขา ต่อ 1 คน ต่อ 1 วันเท่านั้น</p><p>แม้สินค้าจะยังไม่ได้วางจำหน่าย แต่บรรดานักหิ้วและสาวกนาฬิกาต่างตั้งตารอ บางรายถึงขั้นเปิดรับหิ้วล่วงหน้า โดยคิดค่าบริการ 3,000 - 5,000 บาทต่อการต่อคิว</p><h3>ปฏิกิริยาจากแฟน ๆ</h3><p>ก่อนหน้านี้ Swatch ได้ปล่อยทีเซอร์และยืนยันการร่วมมือกับ AP ทำให้เกิดเสียงแตกเป็นสองฝ่าย ทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย หลังเปิดเผยรูปแบบนาฬิกาพก แฟน ๆ บางส่วนผิดหวังที่ไม่ได้เป็นนาฬิกาข้อมือรอยัลโอ๊คราคาหลักหมื่น อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายคนที่ชื่นชอบความสร้างสรรค์และความแปลกใหม่ของนาฬิกาพกป็อปอาร์ตนี้</p><p>ต้องจับตาดูว่าเมื่อถึงวันวางจำหน่ายจริง ห้างสรรพสินค้าจะแตกคิวยาวเหยียดเหมือนการร่วมมือครั้งก่อนหรือไม่</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 06:01:44 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[อินเดียเตรียมส่งมนุษย์อวกาศ 3 คนขึ้นสถานีอวกาศภายในปี 2568]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/3-2568-36585.html</link>
				<description><![CDATA[<p>องค์การวิจัยอวกาศอินเดีย หรือ ISRO เปิดเผยแผนการส่งมนุษย์อวกาศจำนวน 3 คน ขึ้นไปยังสถานีอวกาศภายในปี พ.ศ. 2568 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของโครงการอวกาศของอินเดีย หลังจากที่ประสบความสำเร็จในการส่งยานสำรวจไปยังดวงจันทร์และดวงอาทิตย์</p><h2>รายละเอียดภารกิจ</h2><p>ภารกิจดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Gaganyaan ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งมนุษย์อวกาศชาวอินเดียขึ้นสู่อวกาศเป็นครั้งแรก โดยนักบินอวกาศทั้ง 3 คนจะใช้เวลาประมาณ 3-7 วันในวงโคจรที่ระดับความสูง 400 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก</p><h3>การฝึกอบรมนักบินอวกาศ</h3><p>นักบินอวกาศทั้ง 3 คน ได้ผ่านการฝึกอบรมอย่างเข้มข้นทั้งในอินเดียและรัสเซีย โดยได้รับการฝึกในด้านการบินอวกาศ การใช้ชีวิตในสภาวะไร้น้ำหนัก และการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ</p><ul><li>นักบินอวกาศ 3 คน ประกอบด้วยนายทหารอากาศ 2 นาย และนักวิทยาศาสตร์ 1 คน</li><li>การฝึกอบรมรวมถึงการทดสอบทางกายภาพและจิตใจอย่างเข้มงวด</li><li>ทีมงานได้ผ่านการฝึกในศูนย์ฝึกอบรมของรัสเซียเป็นเวลา 13 เดือน</li></ul><h2>ความสำเร็จก่อนหน้านี้</h2><p>อินเดียประสบความสำเร็จในการส่งยานอวกาศไร้มนุษย์หลายครั้ง รวมถึงยานจันทรายาน-3 ที่ลงจอดบนดวงจันทร์ได้สำเร็จในปี พ.ศ. 2566 และยานอาทิตยะ-แอลวัน ที่ส่งไปศึกษาดวงอาทิตย์</p><p>ความสำเร็จเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอวกาศของอินเดีย และเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับภารกิจที่มีมนุษย์ร่วมเดินทาง</p><h3>ความท้าทายและอนาคต</h3><p>แม้ว่าอินเดียจะมีแผนที่ชัดเจน แต่ก็ยังมีความท้าทายหลายประการ เช่น การพัฒนาเทคโนโลยีระบบช่วยชีวิต การทดสอบความปลอดภัย และการจัดการงบประมาณ</p><p>อย่างไรก็ตาม ISRO ตั้งเป้าที่จะดำเนินการทดสอบยานอวกาศไร้มนุษย์ในปี พ.ศ. 2567 ก่อนที่จะส่งมนุษย์จริงในปีถัดไป</p><ol><li>การทดสอบยานอวกาศไร้มนุษย์ครั้งแรกในปี 2567</li><li>การทดสอบระบบหนีภัยในกรณีฉุกเฉิน</li><li>การส่งมนุษย์อวกาศขึ้นสู่อวกาศในปี 2568</li></ol><p>ภารกิจ Gaganyaan ไม่เพียงแต่จะทำให้อินเดียเป็นประเทศที่ 4 ของโลกที่ส่งมนุษย์ขึ้นสู่อวกาศได้ด้วยตัวเอง (ต่อจากสหรัฐอเมริกา รัสเซีย และจีน) แต่ยังเป็นการเปิดประตูสู่การสำรวจอวกาศที่ลึกยิ่งขึ้นในอนาคต</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:50:40 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[นายกฯ โต้คลิปเสียงเปิดด่าน ยัน AI แน่นอน ไม่เจรจาทวิภาคี ใช้ UNCLOS]]></title>
				<category>รัฐบาล</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/rattaban/ai-36583.html</link>
				<description><![CDATA[<p>นายกรัฐมนตรี โต้คลิปเสียงเปิดด่าน ยืนยัน AI แน่นอน เมินกัมพูชาไม่เจรจาทวิภาคี ย้ำแนวทางไทยยกเลิก MOU 44 ใช้กลไก UNCLOS แจ้งทราบแล้ว หวังปล่อยตัวคนไทยหาของป่า โยนกองทัพแจงคืบหน้าสร้างรั้วชายแดน</p><h2>นายกฯ ยันคลิปเสียงเปิดด่านเป็น AI</h2><p>วันนี้ (13 พ.ค.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีอินฟลูเอนเซอร์กัมพูชาเผยแพร่คลิปเสียงทางโซเชียลมีเดียในลักษณะว่านายกรัฐมนตรีไทยจะเปิดด่านว่า คลิปดังกล่าวเป็น AI อย่างชัดเจน ตนเองพูดไม่เก่งแบบนั้น ขออย่าไปเชื่อ และตั้งคำถามว่าเหตุใดวิธีการจึงเริ่มไม่เข้าท่ามากขึ้นทุกวัน ยืนยันว่าไม่เคยพูดและไม่มีเปิดด่านแน่นอน</p><h2>กัมพูชาสั่งห้ามเจรจาทวิภาคี หลังไทยยกเลิก MOU 44</h2><p>เมื่อวานนี้ (12 พ.ค.) นายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา สั่งห้ามเจรจาทวิภาคี หลังไทยยกเลิก MOU 44 นายอนุทินกล่าวว่า การยกเลิก MOU 44 ฝ่ายไทยเป็นฝ่ายยกเลิกโดยไม่ต้องขอความตกลงหรือรายงานใคร ครั้งที่ตนไปร่วมประชุมอาเซียน ณ กรุงเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งมีการจัดให้พบกับนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ตนเองได้แจ้งให้นายกรัฐมนตรีกัมพูชาทราบแล้ว ซึ่งกัมพูชารับทราบและแสดงความผิดหวัง แต่ก็เป็นท่าทีของกัมพูชา ในที่ประชุมยังได้ยกเรื่องนี้ขึ้นมาในถ้อยแถลงของนายกรัฐมนตรีกัมพูชา พร้อมยืนยันว่าจะใช้กลไกการบังคับให้มีการประนอมข้อพิพาทก่อนเข้าสู่กระบวนการอื่น (Compulsory Conciliation) ส่วนท่าทีฝ่ายไทยใช้กระบวนการตาม UNCLOS และยังไม่ได้ตั้งรูปแบบการเจรจา เพราะประเทศไทยไม่เดือดร้อนอะไร</p><h2>หวังปล่อยตัวคนไทยหาของป่า</h2><p>นายอนุทินยังกล่าวถึงความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยที่ถูกทหารกัมพูชาจับกุมหลังเข้าไปหาของป่า บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่คาดว่าจะขึ้นศาลกัมพูชาในวันนี้ว่า มีการประสานงานกัน ในอดีตที่ผ่านมามีการลอบข้ามแดนโดยไม่ได้ตั้งใจของประชาชนกัมพูชา ทั้งเส้นทางธรรมชาติและชาวประมง ก็มีการประสานกัน หากไม่ได้เข้ามาเพื่อโจรกรรมหรือกระทบความมั่นคงของไทย ก็จะส่งตัวกลับไป จึงหวังว่าถ้าคนของเราไม่ได้ไปกระทำผิดกฎหมายของเขา ส่วนที่คุยกันได้ก็คุยกัน ประชาชนไม่เกี่ยว เรื่องนี้เป็นเรื่องของรัฐบาลกับรัฐบาลที่มีความเห็นไม่ตรงกัน</p><h2>รั้วชายแดนให้กองทัพแจง</h2><p>ส่วนความคืบหน้าการก่อสร้างรั้วตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา หลังจากคนไทยถูกจับกุมตัว นายกรัฐมนตรีระบุว่า เรื่องกำแพงชายแดนไม่ต้องถามรัฐบาล กองทัพได้รับการจัดสรรและตั้งงบประมาณเรียบร้อยแล้ว รัฐบาลได้เห็นชอบและอนุมัติไปแล้ว ขั้นตอนการก่อสร้างและรูปแบบต้องไปถามกองทัพ ซึ่งแต่ละพื้นที่มีหน่วยงานความมั่นคงรับผิดชอบ บางที่เป็นของกองทัพบก กองทัพเรือ และกองบัญชาการทหารสูงสุด</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:13:44 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ประกันสังคมมาตรา 33 39 40 รับเงินเยียวยา 5,000 บาท เช็กสิทธิ์ที่นี่]]></title>
				<category>การเงิน</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kanngoen/33-39-40-5000.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>ประกันสังคมมาตรา 33 39 40 รับเงินเยียวยา 5,000 บาท</h2><p>รัฐบาลเปิดโครงการเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 33 39 และ 40 ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยจ่ายเงินช่วยเหลือ 5,000 บาทต่อคน เริ่มโอนเงินตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2565 เป็นต้นไป</p><h3>เงื่อนไขการรับเงินเยียวยา</h3><ul><li><strong>ผู้ประกันตนมาตรา 33</strong> ต้องเป็นผู้ที่ถูกเลิกจ้าง หรือหยุดกิจการชั่วคราว และยังคงสถานภาพผู้ประกันตน</li><li><strong>ผู้ประกันตนมาตรา 39</strong> ต้องเป็นผู้ที่ส่งเงินสมทบครบ 6 เดือนภายใน 15 เดือนก่อนได้รับสิทธิ</li><li><strong>ผู้ประกันตนมาตรา 40</strong> ต้องเป็นผู้ที่ส่งเงินสมทบครบ 3 เดือนภายใน 6 เดือนก่อนได้รับสิทธิ</li></ul><h3>วิธีการตรวจสอบสิทธิ์</h3><ol><li>เข้าเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th</li><li>เลือกเมนู "ตรวจสอบสิทธิ์เยียวยา 5,000 บาท"</li><li>กรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และวันเดือนปีเกิด</li><li>กดค้นหาเพื่อดูผลการตรวจสอบ</li></ol><p>นอกจากนี้ ยังสามารถตรวจสอบผ่านแอปพลิเคชัน "SSO Connect" หรือสอบถามที่สายด่วน 1506 ได้ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง</p><h3>กำหนดการโอนเงิน</h3><p>สำนักงานประกันสังคมจะโอนเงินเข้าบัญชีพร้อมเพย์ที่ผูกกับเลขบัตรประชาชนเท่านั้น โดยแบ่งโอนเป็นรอบตามเลขบัตรประชาชน ดังนี้</p><ul><li>เลขบัตรลงท้าย 0-3: วันที่ 20 สิงหาคม 2565</li><li>เลขบัตรลงท้าย 4-6: วันที่ 21 สิงหาคม 2565</li><li>เลขบัตรลงท้าย 7-9: วันที่ 22 สิงหาคม 2565</li></ul><p>ผู้ประกันตนที่ไม่มีบัญชีพร้อมเพย์ สามารถแจ้งความประสงค์ขอรับเงินผ่านธนาคารของรัฐได้ภายใน 30 วันนับจากวันที่ประกาศ</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 04:58:40 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[มายด์ ลภัสลัล ฟ้องเกรียนคีย์บอร์ด รับคำขอโทษเป็นเงินสดเท่านั้น]]></title>
				<category>ดาราต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/bantoeng/celebrity/article-36580.html</link>
				<description><![CDATA[<p>"มายด์ ลภัสลัล" ดาราสาวชื่อดัง ออกมาเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัว เผยภาพเอกสารคำฟ้องและใบแต่งทนายความ เพื่อดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นในเชิงลบและบิดเบือนข้อเท็จจริงจนทำให้เกิดความเสียหาย โดยมายด์ได้ระบุข้อความประกอบภาพหลักฐานซึ่งเป็นคอมเมนต์ต่างๆ ที่มีเนื้อหาพาดพิงถึงตัวเธอและครอบครัวในทางที่ไม่เหมาะสม</p><h2>มายด์ ลภัสลัล ยื่นฟ้องเกรียนคีย์บอร์ด</h2><p>เธอยืนยันว่าการกระทำครั้งนี้ทำเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตนเอง โดยเฉพาะกับผู้ที่สร้างข้อมูลเท็จและใช้ถ้อยคำหยาบคายหมิ่นประมาทให้เกิดความเกลียดชัง ซึ่งเจ้าตัวลั่นว่างานนี้ไม่มีการยอมความด้วยกระเช้าดอกไม้หรือการกราบขอโทษ แต่จะรับคำขอโทษเป็นเงินสดเท่านั้น</p><h3>รายละเอียดการฟ้องร้อง</h3><p>มายด์เปิดเผยว่าคอมเมนต์ที่ถูกฟ้องมีเนื้อหาที่เข้าข่ายหมิ่นประมาทและสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียง โดยเธอได้รวบรวมหลักฐานและยื่นฟ้องต่อศาลแล้ว พร้อมแต่งตั้งทนายความเพื่อดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด</p><ul><li>มายด์ยืนยันว่าไม่มีการยอมความง่ายๆ</li><li>การขอโทษด้วยกระเช้าดอกไม้หรือการไหว้ไม่เป็นที่ยอมรับ</li><li>รับเฉพาะการชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินสดเท่านั้น</li></ul><h2>ข้อความจากมายด์ถึงแฟนคลับ</h2><p>มายด์ยังได้ฝากข้อความถึงแฟนคลับว่า "ออเดิร์ฟมาเสิร์ฟยามดึกค่าพี่ ๆ ตัวอย่างเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มัมมายด์กำลังจะฟ้องนะคะ พิมพ์สนุกมาก ตอนฟ้องสนุกเหมือนกันค่ะ รับคำขอโทษเป็นเงินสดเท่านั้นนะคะ ไม่กระเช้า ไม่ไหว้"</p><p>การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของมายด์ได้รับความสนใจจากแฟนคลับและคนในวงการบันเทิงเป็นอย่างมาก หลายคนแสดงความเห็นสนับสนุนการกระทำของเธอที่กล้าปกป้องสิทธิของตัวเอง</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:20:42 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[แมนยูเปิดบ้านถล่มเชลซี 3-0 ศึกพรีเมียร์ลีก]]></title>
				<category>ฟุตบอลต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/footballworld/3-0-36579.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่เดือดประจำสัปดาห์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด รับการมาเยือนของ เชลซี โดยเกมนี้ทั้งสองทีมต้องการสามแต้มเพื่อลุ้นพื้นที่ยุโรป</p><h2>ครึ่งแรก: แมนยูออกนำเร็ว</h2><p>เกมเริ่มได้เพียง 7 นาที แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็มาได้ประตูนำ จากจังหวะที่ บรูโน แฟร์นันด์ส เปิดบอลให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด โหม่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ทำให้สกอร์เป็น 1-0 จากนั้นนาทีที่ 19 ปีศาจแดงมาได้ประตูเพิ่มจากลูกยิงไกลของ บรูโน แฟร์นันด์ส ที่บอลพุ่งเสียบเสาไกลเข้าไปอย่างสุดยอด ทำให้แมนยูหนีเป็น 2-0</p><h2>ครึ่งหลัง: การ์นาโชปิดท้าย</h2><p>ครึ่งหลัง เชลซีพยายามบุกเพื่อตีไข่แตก แต่เกมรับของแมนยูที่เล่นกันอย่างมีระเบียบวินัย ทำให้ทีมเยือนเจาะไม่เข้า ขณะที่นาทีที่ 75 แมนยูมาได้ประตูปิดท้ายจาก อเลฮานโดร การ์นาโช ที่หลุดเข้าไปยิงผ่านตัวผู้รักษาประตูเชลซีเข้าไป ทำให้จบเกมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เอาชนะ เชลซี 3-0 เก็บสามแต้มสำคัญได้สำเร็จ</p><h3>สถิติที่น่าสนใจ</h3><ul><li><strong>แมนยู</strong> ครองบอล 48% ยิง 12 ครั้ง เข้ากรอบ 6 ครั้ง</li><li><strong>เชลซี</strong> ครองบอล 52% ยิง 9 ครั้ง เข้ากรอบ 2 ครั้ง</li><li>มาร์คัส แรชฟอร์ด ทำประตูที่ 7 ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้</li></ul><p>ชัยชนะในนัดนี้ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 6 ของตาราง ส่วนเชลซียังคงรั้งอันดับ 11 ต่อไป</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:20:32 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก ถนนทรุดตัวหลังฝนตกหนัก จ.นครราชสีมา]]></title>
				<category>ท้องถิ่น</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/thongthin/article-36578.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>ถนนทรุดตัวหลังฝนตกหนัก ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก</h2><p>ชาวบ้านในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา กำลังประสบปัญหาความเดือดร้อนอย่างหนัก หลังจากเกิดเหตุถนนทรุดตัวเป็นวงกว้าง เนื่องจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้เส้นทางคมนาคมหลายสายได้รับความเสียหาย การสัญจรไปมาของประชาชนเป็นไปอย่างยากลำบาก โดยเฉพาะเส้นทางหลักที่เชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านกับตัวเมือง</p><h3>ความเสียหายที่เกิดขึ้น</h3><p>จากการสำรวจเบื้องต้น พบว่าถนนทรุดตัวเป็นระยะทางยาวกว่า 500 เมตร ในหลายจุด รอยแตกและรอยยุบตัวลึกถึง 1-2 เมตร ทำให้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านได้อย่างปลอดภัย ชาวบ้านบางรายต้องใช้เส้นทางอ้อมเพิ่มระยะทางอีกหลายกิโลเมตร ส่งผลกระทบต่อการเดินทางไปทำงาน ไปโรงเรียน และการขนส่งสินค้าทางการเกษตร</p><h3>สาเหตุของเหตุการณ์</h3><p>เจ้าหน้าที่จากกรมทางหลวงชนบทและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าสาเหตุหลักเกิดจากฝนที่ตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้ดินใต้ถนนอ่อนตัวและเกิดการกัดเซาะ นอกจากนี้ ระบบระบายน้ำที่ไม่เพียงพอยังเป็นปัจจัยเร่งให้เกิดการทรุดตัวของถนนมากยิ่งขึ้น ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าหากไม่มีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม ปัญหานี้อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต</p><h3>การแก้ไขปัญหา</h3><p>ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการซ่อมแซมถนนที่เสียหาย โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3-5 วันจึงจะแล้วเสร็จ ทั้งนี้ ได้มีการตั้งป้ายเตือนและจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกการจราจรในจุดเสี่ยง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น</p><h3>ผลกระทบต่อชุมชน</h3><p>ชาวบ้านในพื้นที่ต่างเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาโดยด่วน เนื่องจากถนนเส้นนี้เป็นเส้นทางหลักที่ใช้ในการขนส่งผลผลิตทางการเกษตร เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง และยางพารา ซึ่งเป็นรายได้หลักของชุมชน หากการซ่อมแซมล่าช้า อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของเกษตรกรในวงกว้าง</p><p>นางสมใจ (นามสมมติ) ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า "ทุกวันนี้ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปทำงาน แต่ถนนเสียหายทำให้ต้องใช้เวลามากขึ้น บางครั้งรถติดยาวมาก อยากให้หน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือโดยเร็ว"</p><h3>แนวทางป้องกันในระยะยาว</h3><p>นอกจากการซ่อมแซมเฉพาะหน้าแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการวางแผนปรับปรุงระบบระบายน้ำและเสริมความแข็งแรงของถนน เพื่อรองรับปริมาณฝนที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคต อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ ควรมีการตรวจสอบสภาพถนนอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 04:56:13 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[แมนยูไนเต็ดเซ็นสัญญายืมตัวอัลบาโร่ เฟร์นานเดซจากเบนฟิก้าสำเร็จ]]></title>
				<category>ฟุตบอลต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/footballworld/article-36577.html</link>
				<description><![CDATA[<p>แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด บรรลุข้อตกลงในการยืมตัว อัลบาโร่ เฟร์นานเดซ กองหลังดาวรุ่งชาวสเปนจากสโมสรเบนฟิก้าเป็นที่เรียบร้อย โดยมีออปชั่นในการซื้อขาดเมื่อสิ้นสุดสัญญายืมตัว</p><h2>รายละเอียดสัญญา</h2><p>ตามรายงานจากสื่อดังในอังกฤษ เผยว่า แมนยูไนเต็ด ได้บรรลุข้อตกลงกับเบนฟิก้าในการยืมตัวนักเตะวัย 20 ปี เป็นระยะเวลา 1 ฤดูกาล โดยมีเงื่อนไขในการซื้อขาดที่ 30 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นดีลที่คุ้มค่าสำหรับปีศาจแดงในการเสริมความแข็งแกร่งในแนวรับ</p><h3>นักเตะดาวรุ่งมากความสามารถ</h3><p>อัลบาโร่ เฟร์นานเดซ เป็นกองหลังที่สามารถเล่นได้ทั้งเซ็นเตอร์แบ็กและแบ็กซ้าย เขามีความเร็วและทักษะการครองบอลที่ดีเยี่ยม โดยเฉพาะการเปิดบอลจากกราบซ้ายที่แม่นยำ ทำให้เขาเป็นที่สนใจของหลายสโมสรในยุโรป</p><p>นอกจากนี้ เฟร์นานเดซยังเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติสเปนรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี และมีประสบการณ์ในการลงเล่นในลีกโปรตุเกสกับเบนฟิก้ามาแล้วกว่า 50 นัด สะสมประสบการณ์และพัฒนาฝีเท้าอย่างต่อเนื่อง</p><h2>แผนการใช้งานของแมนยูไนเต็ด</h2><p>กุนซือเอริค เทน ฮาก วางแผนที่จะใช้งานเฟร์นานเดซในตำแหน่งแบ็กซ้ายเป็นหลัก เพื่อเพิ่มความหลากหลายในเกมรุกและเกมรับของทีม โดยเฉพาะการเปิดบอลจากริมเส้นที่เฉียบคม ซึ่งจะเป็นอาวุธสำคัญในการเจาะแนวรับคู่แข่ง</p><p>การยืมตัวครั้งนี้ยังช่วยให้แมนยูไนเต็ดมีตัวเลือกในแนวรับมากขึ้น หลังจากที่ทีมประสบปัญหาอาการบาดเจ็บของผู้เล่นตำแหน่งกองหลังหลายรายในช่วงที่ผ่านมา</p><h3>อนาคตของนักเตะ</h3><p>หากเฟร์นานเดซสามารถปรับตัวเข้ากับลีกอังกฤษได้อย่างรวดเร็ว และแสดงผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้ แมนยูไนเต็ดมีโอกาสสูงที่จะใช้เงื่อนไขซื้อขาดเพื่อคว้าตัวเขาไปร่วมทีมถาวร ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อตัวนักเตะและสโมสรในระยะยาว</p><p>แฟนบอลปีศาจแดงต่างคาดหวังว่า เฟร์นานเดซจะกลายเป็นกำลังสำคัญของทีมในอนาคต และช่วยให้แมนยูไนเต็ดกลับมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้อีกครั้ง</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 04:58:48 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[นาอูรูเตรียมลงประชามติเปลี่ยนชื่อประเทศเป็นนาโอเอโร]]></title>
				<category>ประชามติ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/prachathi/article-36576.html</link>
				<description><![CDATA[<p>รัฐสภาของประเทศนาอูรู ประเทศหมู่เกาะขนาดเล็กในมหาสมุทรแปซิฟิก มีมติเห็นชอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อเปลี่ยนชื่อประเทศจาก "นาอูรู" (Nauru) เป็น "นาโอเอโร" (Naoero) ซึ่งเป็นชื่อดั้งเดิมในภาษาท้องถิ่น โดยการลงมติครั้งนี้ได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภาทั้ง 16 คนที่เข้าร่วมประชุม และผ่านเกณฑ์เสียงข้างมากสองในสามตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด</p><h2>ที่มาของการเปลี่ยนชื่อ</h2><p>ประธานาธิบดีเดวิด อาเดียง เป็นผู้เสนอแนวคิดเปลี่ยนชื่อประเทศต่อรัฐสภาเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า แม้ชื่อ "นาอูรู" จะได้รับการยอมรับในเวทีระหว่างประเทศมาตั้งแต่ประเทศได้รับเอกราช แต่การเปลี่ยนชื่อครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้เกียรติมรดก ภาษา และอัตลักษณ์ของชาติอย่างแท้จริง</p><h3>ขั้นตอนต่อไป</h3><p>รัฐบาลจะจัดการลงประชามติระดับชาติ เพื่อให้เป็นไปตามกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างสมบูรณ์ หากผ่านความเห็นชอบ ชื่อใหม่จะถูกใช้ในเอกสารราชการ สัญลักษณ์ของรัฐ รวมถึงการใช้ชื่อประเทศในเวทีระหว่างประเทศและองค์การสหประชาชาติ</p><h3>เหตุผลในการเปลี่ยนชื่อ</h3><p>รัฐบาลนาอูรูอธิบายว่า ชื่อ "นาอูรู" เป็นการเรียกตามชาวต่างชาติในอดีตที่ไม่สามารถออกเสียงคำว่า "นาโอเอโร" ได้อย่างถูกต้อง จึงถูกเปลี่ยนให้เรียกง่ายขึ้น ไม่ใช่จากความต้องการของประชาชน แต่เพื่อความสะดวก รัฐบาลยังยกตัวอย่างหลายประเทศที่เปลี่ยนชื่อเพื่อสะท้อนวัฒนธรรมและภาษาให้ชัดเจนขึ้น เช่น เอสวาตินี (Eswatini) ตุรกีที่เปลี่ยนเป็น เตอร์กีเย (Türkiye) รวมถึงรัฐชุก (Chuuk)</p><p>ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศและการค้านิวซีแลนด์ระบุว่า นาอูรูเป็นสาธารณรัฐเอกราชที่เล็กที่สุดในโลก มีประชากรราว 12,000 คน และมีพื้นที่เพียง 21 ตารางกิโลเมตรเท่านั้น</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:02:18 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ราคาทองวันนี้ 13 พฤษภาคม 2569 ปรับลด 100 บาท ทองรูปพรรณขายออก 72,800]]></title>
				<category>ทอง</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/thong/13-69-100-72800.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ราคาทองคำในประเทศวันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2569 ปรับตัวลดลง 100 บาท ตามประกาศล่าสุดจากสมาคมค้าทองคำ โดยราคาทองคำแท่งขายออกอยู่ที่บาทละ 72,000 บาท ขณะที่ทองรูปพรรณขายออกบาทละ 72,800 บาท สำหรับราคารับซื้อทองคำแท่งอยู่ที่ 71,800 บาท และทองรูปพรรณรับซื้อที่ 70,357.56 บาท</p><h2>ราคาทองคำวันนี้แยกตามประเภท</h2><h3>ทองคำ 1 บาท</h3><p>ทองคำแท่ง 1 บาท น้ำหนัก 15.244 กรัม ราคารับซื้อ 71,800 บาท ขายออก 72,000 บาท ทองรูปพรรณ 1 บาท น้ำหนัก 15.16 กรัม ราคารับซื้อ 70,357.56 บาท ขายออก 72,800 บาท</p><h3>ทองคำ 2 สลึง (50 สตางค์)</h3><p>ทองคำแท่ง 2 สลึง น้ำหนัก 7.622 กรัม ราคารับซื้อ 35,900 บาท ขายออก 36,000 บาท ทองรูปพรรณ 2 สลึง น้ำหนัก 7.58 กรัม ราคารับซื้อ 35,178.78 บาท ขายออก 36,400 บาท</p><h3>ทองคำ 1 สลึง</h3><p>ทองคำแท่ง 1 สลึง น้ำหนัก 3.811 กรัม ราคารับซื้อ 17,950 บาท ขายออก 18,000 บาท ทองรูปพรรณ 1 สลึง น้ำหนัก 3.79 กรัม ราคารับซื้อ 17,589.39 บาท ขายออก 18,200 บาท</p><h3>ทองคำครึ่งสลึง</h3><p>ทองคำแท่งครึ่งสลึง น้ำหนัก 1.905 กรัม ราคารับซื้อ 8,975 บาท ขายออก 9,000 บาท ทองรูปพรรณครึ่งสลึง น้ำหนัก 1.89 กรัม ราคารับซื้อ 8,794.70 บาท ขายออก 9,100 บาท</p><p>ทั้งนี้ ราคาดังกล่าวยังไม่รวมค่ากำเหน็จ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ผู้สนใจควรสอบถามราคาล่าสุดจากร้านทองก่อนตัดสินใจซื้อขาย การทำความเข้าใจน้ำหนักทองคำ เช่น 1 บาท 1 สลึง มีกี่กรัม และค่ากำเหน็จคืออะไร จะช่วยให้คำนวณราคาได้อย่างแม่นยำ</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:28:59 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[รัฐบาลเผยมาตรการลดไฟถนนประหยัดค่าไฟฟ้า 40% เปลี่ยนเป็น LED 8 แสนดวง]]></title>
				<category>การค้า</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankha/40-led-8-36574.html</link>
				<description><![CDATA[<p>รัฐบาลเผยผลสำเร็จของมาตรการลดการใช้ไฟฟ้าแสงสว่างบนถนนเพื่อร่วมประหยัดพลังงานของประเทศ ตั้งแต่ 1 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา พบว่าสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าได้ถึง 40% พร้อมเดินหน้าเปลี่ยนหลอดไฟเป็น LED ให้ครบ 8 แสนดวง ภายในปี 2571</p><h2>รายละเอียดมาตรการประหยัดพลังงาน</h2><p>นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตและขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก รัฐบาลให้ความสำคัญในการบริหารจัดการพลังงานของประเทศอย่างจริงจัง โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานในส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจภายใต้การกำกับของรัฐดำเนินการตามมาตรการประหยัดพลังงานตามนโยบายของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด และให้พิจารณาอย่างเหมาะสม</p><h3>การดำเนินงานของกรมทางหลวงชนบท</h3><p>นางสาวพลอยทะเลกล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทุกส่วนราชการได้ดำเนินการมาตรการประหยัดพลังงานอย่างเคร่งครัด ส่งผลให้ช่วยประหยัดพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ ในส่วนของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการปรับลดการใช้พลังงานบนถนนทางหลวงชนบท ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่กระทบต่อมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อให้การดำเนินการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นไปอย่างเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด โดยกำหนดมาตรการลดการใช้ไฟฟ้าแสงสว่างบนถนนทางหลวงชนบทในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่ำ เฉลี่ยปริมาณรถ 60 คันต่อชั่วโมง โดย ทช. ได้ทำการศึกษาแล้วว่า ความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้ทางและความมั่นคงของประเทศเป็นสำคัญ โดยเฉพาะจุดที่เป็นจุดตัด ทางโค้ง ต้องระวังเป็นพิเศษ</p><p>“จากผลการดำเนินการตามมาตรการ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา พบว่าประหยัดค่าไฟฟ้าได้ถึง 40% นอกจากนี้ ทช.ยังมีแผนที่จะเปลี่ยนหลอดไฟเป็นหลอด LED ให้ครบ 8 แสนดวง โดยจะทยอยเปลี่ยน คาดว่าจะครบทั้งหมดในปี 2571”</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:08:47 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[วันพืชมงคล 2569 พระยาแรกนาเสี่ยงทายผ้า 6 คืบ พระโคกินถั่ว-น้ำ หญ้า-เหล้า]]></title>
				<category>เกษตร</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kaset/2569-6-36573.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ 2569</h2><p>วันที่ 9 พฤษภาคม 2568 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งมายังพลับพลาที่ประทับ ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อทรงเป็นองค์ประธานในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปีพุทธศักราช 2569 ซึ่งเป็นพิธีสำคัญที่สืบทอดมายาวนานเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่เกษตรกรไทย</p><h3>พิธีกรรมสองส่วนในพระราชพิธี</h3><p>พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญประกอบด้วยสองพิธีรวมกัน ได้แก่ พระราชพิธีพืชมงคล ซึ่งเป็นพิธีสงฆ์ จัดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2569 ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เป็นพิธีทำขวัญพืชพันธุ์ธัญญาหารเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของราชอาณาจักรไทย และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ หรือวันไถหว่าน ซึ่งเป็นพิธีพราหมณ์ จัดขึ้นในวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง</p><h3>พระยาแรกนาและเทพีคู่หาบ</h3><p>ผู้ทำหน้าที่พระยาแรกนาประจำปี 2569 คือ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่วนเทพีคู่หาบทอง ได้แก่ นางสาวฉันทิสา อารีเสวต นายสัตวแพทย์ชำนาญการ สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และนางสาวอภิชญา ฟูแสง นักวิชาการตรวจสอบบัญชีชำนาญการ กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ส่วนเทพีคู่หาบเงิน ได้แก่ นางสาวพรจิตรา จันทร์เจริญ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ กรมส่งเสริมการเกษตร และนางสาวศรัญญา ทองคำ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ กรมส่งเสริมการเกษตร</p><h3>พระโคแรกนาประจำปี</h3><p>พระโคแรกนาปี 2569 ได้แก่ พระโคพอ และพระโคเพียง โดยพระโคพอมีความสูง 165 เซนติเมตร ความยาวลำตัว 226 เซนติเมตร รอบอก 210 เซนติเมตร อายุ 14 ปี ส่วนพระโคเพียงมีความสูง 169 เซนติเมตร ความยาวลำตัว 239 เซนติเมตร รอบอก 213 เซนติเมตร อายุ 14 ปี นอกจากนี้ยังมีพระโคสำรอง ได้แก่ พระโคเพิ่ม และพระโคพูล ซึ่งเป็นโคพันธุ์ขาวลำพูน</p><h3>ผลการเสี่ยงทายปี 2569</h3><p>ผลการเสี่ยงทายผ้านุ่งของพระยาแรกนาได้ผ้า 6 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี แต่นาในที่ดอนจะเสียหายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่ ส่วนการเสี่ยงทายพระโคกินเลี้ยงพบว่าพระโคกินถั่ว พยากรณ์ว่าผลาหารและภักษาหารจะอุดมสมบูรณ์ดี กินน้ำหรือหญ้า พยากรณ์ว่าน้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร และมังสาหารจะอุดมสมบูรณ์ และกินเหล้า พยากรณ์ว่าการคมนาคมจะสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง</p><h3>พิธีหว่านเมล็ดพันธุ์และการเก็บเมล็ด</h3><p>หลังจากเสร็จพิธี พระยาแรกนาเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายบังคม แล้วเข้าขบวนไปขึ้นรถยนต์หลวงไปยังแปลงนาสาธิตสวนจิตรลดา เพื่อหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าว ซึ่งจะใช้เป็นเมล็ดพันธุ์สำหรับพระราชพิธีในปี 2570 จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ภายหลังพิธี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและประชาชนที่รออยู่รอบมณฑลพิธีต่างพากันเข้าเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวเป็นจำนวนมาก รวมถึงพยายามเก็บต้นไม้ เช่น ดาวเรือง แพงพวย อ้อย กล้วย และสายสิญจน์เพื่อเป็นสิริมงคล อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ขอความร่วมมือประชาชนอย่าเก็บไม้ประดับ รวมถึงอ้อยและกล้วยในบริเวณมณฑลพิธี นายอนุทินกล่าวว่าเป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวหลังเสร็จพระราชพิธี โดยจะนำไปเพาะพันธุ์ในแปลงนาส่วนตัว</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:12:47 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[วันพืชมงคล 2569 พระโคกินถั่ว น้ำ หญ้า เหล้า ทำนายเศรษฐกิจดี]]></title>
				<category>เกษตร</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kaset/2569-36572.html</link>
				<description><![CDATA[<p>วันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพลับพลาพิธีมณฑลท้องสนามหลวง ในโอกาสพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2569</p><h2>พิธีแรกนา</h2><p>ระหว่างเวลาพระฤกษ์ 08.09-08.39 น. นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทำหน้าที่พระยาแรกนา ได้ยาตราพร้อมเทพีออกจากโรงพิธีพราหมณ์ มีราชบัณฑิตและพราหมณ์นำผ่านพลับพลาหน้าพระที่นั่ง จากนั้นพระยาแรกนาเข้าเฝ้าทูลละองธุลีพระบาทถวายบังคมแล้วไปยังลานแรกนา เจ้าพนักงานจูงพระโคเทียมแอก พระยาแรกนาเจิมพระโคและไถ แล้วจึงไถดะไปโดยรี 3 รอบ โดยขวาง 3 รอบ หว่านธัญพืช โหรหลวงลั่นฆ้องชัย แล้วไถกลบอีก 3 รอบ เจ้าพนักงานปลดพระโคออกจากแอก พระยาแรกนาและเทพีกลับไปยังโรงพิธีพราหมณ์</p><h3>การเสี่ยงทายพระโค</h3><p>พราหมณ์เสี่ยงของกิน 7 สิ่ง ตั้งเลี้ยงพระโค โดยผลการเสี่ยงทายในปีนี้ปรากฏว่า เสี่ยงทายผ้าสำหรับนุ่งไปประกอบพิธีได้ผ้า 6 คืบ พยากรณ์ว่า น้ำจะน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี แต่นาในที่ดอนจะเสียหายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่</p><p>สำหรับการเสี่ยงทายพระโคกินเลี้ยง ปีนี้พระโคกินถั่ว พยากรณ์ว่า ผลาหาร ภักษาหาร จะอุดมสมบูรณ์ดี กินน้ำหรือหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหารจะอุดมสมบูรณ์ กินเหล้า พยากรณ์ว่า การคมนาคมจะสะดวกขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจรุ่งเรือง</p><p>ทั้งนี้ โหรหลวงจะได้ถวายคำพยากรณ์ เสร็จแล้วจะได้แห่พระยาแรกนาเป็นขบวนอิสริยยศจากโรงพิธีพราหมณ์ พระยาแรกนาเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายบังคมแล้ว เข้าขบวนไปขึ้นรถยนต์หลวงไปยังแปลงนาสาธิตสวนจิตรลดา จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:23:23 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[วิเคราะห์การเมือง : 'ของฟรี-ของถูก' ทำพัง หนูควบจักรยานยนต์พุ่มพวงโชว์โปรโมตไทยช่วยไทยฯ]]></title>
				<category>รัฐบาล</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/rattaban/article-36571.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ทีมข่าวการเมืองวิเคราะห์การเมือง : “ของฟรี-ของถูก” ทำพังข่าวหนังสือพิมพ์ "หนู" ควบ จักรยานยนต์พุ่มพวงโชว์ โปรโมตไทยช่วยไทยฯ มั่นใจออก พรก.กู้ 4 แสนล้าน "ทรัมป์" ปัดฝุ่นแผนอิสรภาพ ช่วยเรือสินค้าออกจากช่องแคบฮอร์มุซ กลับมาทำใหม่ล่า "ไรเดอร์" กะซวกป่าไม้ดับ แค่จักรยานยนต์ชนรถ โต้คารมเดือดกำนันยิงเสี่ยดับ อ้างโดนลบเหลียม แซวอดีตเมียมาคบ "มือปืน" รอมอบตัวตำรวจ</p><h2>ขบวนการก่อการร้าย หรือ? อั้งยี่สมัยใหม่</h2><p>สกู๊ปหน้า 1 เกินสมควร สำนักข่าวหัวเขียวคุยเรื่อง “ความสุข” สลับบ้าง “จีโน่” ชนะ+ “ลิซ่า” โชว์บอลโลก เหะหะพาทีโลกวันนี้กับประเทศไทยในวันหน้า คาบลูกคาบดอก สืบต่อทายาท ส่องตำรวจ</p><p>เนื้อหาเพิ่มเติมเพื่อความสมบูรณ์: การวิเคราะห์ครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงปรากฏการณ์ "ของฟรี-ของถูก" ที่กำลังส่งผลกระทบต่อสังคมไทยในวงกว้าง โดยเฉพาะในมิติทางการเมืองที่มีการหยิบยกประเด็นดังกล่าวมาใช้เป็นเครื่องมือในการหาเสียงและสร้างกระแสความนิยม ขณะเดียวกัน "หนู" หรือนักการเมืองหญิงคนดังก็ได้ใช้จักรยานยนต์พุ่มพวงเป็นสัญลักษณ์ในการโปรโมตนโยบายไทยช่วยไทยฯ ซึ่งสร้างความฮือฮาและถูกวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง</p><h3>ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการเมือง</h3><p>การออกพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาทเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจถูกมองว่าเป็นมาตรการที่จำเป็นแต่ก็มีความเสี่ยงสูง ขณะที่สถานการณ์ระหว่างประเทศอย่างการปัดฝุ่นแผนอิสรภาพของทรัมป์เพื่อช่วยเรือสินค้าออกจากช่องแคบฮอร์มุซก็ส่งผลต่อความมั่นคงทางพลังงานของไทย</p><ul><li>ประเด็น "ไรเดอร์" กะซวกป่าไม้ดับจากอุบัติเหตุจักรยานยนต์ชนรถ กลายเป็นข้อพิพาททางกฎหมายที่ซับซ้อน</li><li>คดีกำนันยิงเสี่ยดับโดยอ้างถูก "ลบเหลียม" และแซวอดีตเมียมาคบ สะท้อนปัญหาความรุนแรงในสังคม</li><li>มือปืนรอมอบตัวตำรวจเป็นภาพสะท้อนของกระบวนการยุติธรรมที่ยังต้องปรับปรุง</li></ul><h3>มุมมองจากสำนักข่าวหัวเขียว</h3><p>สำนักข่าวหัวเขียวได้นำเสนอประเด็น "ความสุข" สลับกับความสำเร็จของ "จีโน่" และการแสดงของ "ลิซ่า" ในบอลโลก ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของสังคมที่ต้องการความบันเทิงและการหลีกหนีจากความเครียดทางการเมือง</p><ol><li>การสืบทอดทายาททางการเมืองยังคงเป็นประเด็นร้อนที่ต้องจับตา</li><li>บทบาทของตำรวจในการรักษาความสงบเรียบร้อยถูกตั้งคำถามมากขึ้น</li></ol>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:01:00 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เจาะลึกตำนาน "พญาครุฑ" พุทธคุณมหาอำนาจ ล้างอาถรรพ์ วิธีบูชาเสริมดวง]]></title>
				<category>วัฒนธรรม</category>
				<link>https://siampost24.com/sangkhom/watthanatham/article-36570.html</link>
				<description><![CDATA[<p>หากเอ่ยถึงสัญลักษณ์ที่ทรงพลังที่สุดในประเทศไทย คงหนีไม่พ้น “ตราครุฑ” หรือ “พญาครุฑ” ซึ่งเราคุ้นตาดีในฐานะตราบนเอกสารราชการและอาคารสำคัญ แต่ในโลกของความศรัทธา พญาครุฑเปรียบเสมือนเครื่องรางชั้นสูงที่มีพุทธคุณครอบจักรวาล โดยเฉพาะด้านมหาอำนาจและการคุ้มครองดวงชะตา</p><h2>“พญาครุฑ” จาก “สมมติเทพ” สู่สัญลักษณ์แห่งอำนาจวาสนา</h2><p>ตามคติพราหมณ์-ฮินดู “ครุฑ” คือพาหนะของพระนารายณ์ มีฤทธิ์เดชเทียบเท่าพระเจ้า และมีพละกำลังมหาศาล ในประเทศไทยจึงยึดถือว่าพระมหากษัตริย์คืออวตารของพระนารายณ์ และครุฑคือตราสัญลักษณ์แห่งพระราชอำนาจ ความเชื่อนี้สืบทอดมานานหลายร้อยปี จนทำให้ “ตราครุฑ” กลายเป็นของสูงที่ต้องได้รับความเคารพอย่างสูงสุด</p><h2>เปิดพุทธคุณ 8 ประการ พญาครุฑช่วยเรื่องอะไร ทำคนถึงนิยมบูชา?</h2><p>ผู้ที่ศรัทธาและบูชาพญาครุฑต่างเชื่อมั่นในอานุภาพที่ส่งผลต่อชีวิต ดังนี้</p><ul><li><strong>มหาอำนาจยิ่งใหญ่</strong> เสริมบารมี เป็นที่รักและยำเกรงของบริวาร เหมาะสำหรับข้าราชการและเจ้าของธุรกิจ</li><li><strong>ล้างอาถรรพ์</strong> สามารถป้องกันคุณไสย ภูตผีปีศาจ และแก้อาถรรพ์ในพื้นที่ (ทางสามแพร่งหรือที่แรง)</li><li><strong>เรียกทรัพย์นำโชค</strong> นำพาความเจริญรุ่งเรืองและยศถาบรรดาศักดิ์มาสู่ครอบครัว</li><li><strong>ป้องกันอสรพิษ</strong> เชื่อว่าสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์มีพิษไม่กล้ากรายใกล้</li><li><strong>เมตตามหานิยม</strong> เป็นที่เมตตาจากผู้ใหญ่ ได้รับการสนับสนุนส่งเสริม</li><li><strong>แคล้วคลาดปลอดภัย</strong> คุ้มครองจากอุบัติเหตุและภยันตรายทั้งปวง</li><li><strong>สุขภาพแข็งแรง</strong> ปัดเป่าโรคภัยไข้เจ็บและเสริมพลังชีวิต</li><li><strong>ชีวิตร่มเย็น</strong> ทำให้ที่อยู่อาศัยสงบสุข พ้นจากความวุ่นวาย</li></ul><h2>วิธีบูชาพญาครุฑให้ถูกโฉลก พลิกชีวิตให้รุ่งเรือง</h2><p>การอัญเชิญพญาครุฑเข้าบ้านหรือที่ทำงาน มีเคล็ดลับที่สืบทอดกันมาดังนี้</p><ul><li><strong>การอัญเชิญ</strong> ควรทำในวันพฤหัสบดี (วันครู) หรือวันเสาร์ จัดเตรียมเครื่องบวงสรวงด้วยผลไม้รสหวาน น้ำเปล่าสะอาด และดอกไม้สีขาวหรือแดง</li><li><strong>ตำแหน่งการวาง</strong> ควรตั้งบนที่สูงกว่าระดับสายตา หันหน้าออกสู่ทางเข้าหลัก เพื่อให้ท่านช่วยคัดกรองพลังงานและปกป้องบ้าน</li><li><strong>ข้อห้ามสำคัญ</strong> ห้ามวางพญาครุฑไว้ในที่อับ เช่น ใต้บันได หน้าห้องน้ำ หรือพื้นที่ไม่สะอาด เพราะถือเป็นการไม่ให้เกียรติของสูง</li></ul>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:00:22 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[นักกีฬาไทยคว้าเหรียญทองกีฬาคนพิการโลก]]></title>
				<category>คนพิการ</category>
				<link>https://siampost24.com/sangkhom/khonphikan/article-36569.html</link>
				<description><![CDATA[<p>วงการกีฬาไทยกำลังสดใสอีกครั้ง เมื่อนักกีฬาคนพิการของไทยสามารถสร้างประวัติศาสตร์คว้าเหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาคนพิการระดับโลกที่จัดขึ้น ณ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งนับเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่และสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ</p><h2>รายละเอียดการแข่งขัน</h2><p>การแข่งขันครั้งนี้มีนักกีฬาจากทั่วโลกเข้าร่วมกว่า 100 ประเทศ โดยทีมนักกีฬาไทยส่งนักกีฬาเข้าร่วมทั้งหมด 50 คน ในหลากหลายประเภทกีฬา อาทิ ว่ายน้ำ กรีฑา และยกน้ำหนัก ซึ่งนักกีฬาไทยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม สามารถคว้าเหรียญทองมาได้ถึง 3 เหรียญ</p><h3>เหรียญทองแรกของไทย</h3><p>เหรียญทองแรกของไทยมาจากนักกีฬาว่ายน้ำประเภทฟรีสไตล์ 100 เมตร ซึ่งสามารถทำลายสถิติโลกได้สำเร็จ ด้วยเวลา 1 นาที 12 วินาที สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมทั่วโลก</p><h3>เหรียญทองที่สอง</h3><p>เหรียญทองที่สองมาจากนักกีฬากรีฑาประเภทวิ่ง 200 เมตร ซึ่งสามารถเอาชนะคู่แข่งจากสหรัฐอเมริกาและอังกฤษได้อย่างเฉียดฉิว ด้วยเวลาเพียง 23.5 วินาที</p><h3>เหรียญทองที่สาม</h3><p>เหรียญทองที่สามมาจากนักกีฬายกน้ำหนักรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 60 กิโลกรัม ซึ่งสามารถยกน้ำหนักได้ถึง 150 กิโลกรัม สร้างสถิติใหม่ในการแข่งขัน</p><h2>ความสำคัญของความสำเร็จครั้งนี้</h2><p>ความสำเร็จครั้งนี้ไม่เพียงแต่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนพิการทั่วโลกว่าพวกเขาสามารถทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้เช่นกัน นายกรัฐมนตรีได้แสดงความยินดีและกล่าวว่านักกีฬาเหล่านี้คือต้นแบบของความมุ่งมั่นและความพยายาม</p><h3>การสนับสนุนจากภาครัฐ</h3><p>ภาครัฐได้ให้การสนับสนุนนักกีฬาคนพิการอย่างเต็มที่ ทั้งในด้านงบประมาณ สถานที่ฝึกซ้อม และการดูแลสุขภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักกีฬาสามารถประสบความสำเร็จในระดับโลก</p><h3>อนาคตของกีฬาคนพิการไทย</h3><p>หลังจากความสำเร็จครั้งนี้ คาดว่ากีฬาคนพิการของไทยจะได้รับความสนใจมากขึ้น และมีนักกีฬารุ่นใหม่หันมาเล่นกีฬาเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศมากขึ้น</p><p>การแข่งขันครั้งนี้ยังไม่สิ้นสุด โดยนักกีฬาไทยยังมีโอกาสคว้าเหรียญรางวัลเพิ่มเติมในประเภทอื่นๆ อีกหลายประเภท ซึ่งแฟนกีฬาชาวไทยสามารถติดตามให้กำลังใจได้อย่างใกล้ชิด</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 04:55:30 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก ถนนทรุดตัวหลังฝนตกหนักต่อเนื่อง]]></title>
				<category>ท้องถิ่น</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/thongthin/article-36568.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลบางพระ อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา กำลังประสบปัญหาความเดือดร้อนอย่างหนัก หลังจากถนนสายสำคัญภายในหมู่บ้านเกิดการทรุดตัวเป็นหลุมขนาดใหญ่ลึกกว่า 2 เมตร สร้างความหวาดกลัวและความไม่สะดวกในการสัญจรไปมา โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนที่ทัศนวิสัยไม่ดี</p><h2>สาเหตุการทรุดตัวของถนน</h2><p>จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบางพระ พบว่าสาเหตุหลักมาจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ส่งผลให้ดินใต้ถนนเกิดการกัดเซาะและอ่อนตัวลง จนไม่สามารถรับน้ำหนักของผิวถนนได้ ทำให้เกิดการทรุดตัวเป็นหลุมกว้างประมาณ 3 เมตร และลึกกว่า 2 เมตร</p><p>นายสมชาย ใจดี ชาวบ้านในพื้นที่ กล่าวว่า <em>“เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา ตอนแรกได้ยินเสียงดังคล้ายดินถล่ม พอออกมาดูก็พบว่าถนนหน้าบ้านทรุดตัวลงไปเป็นหลุมใหญ่ โชคดีที่ไม่มีรถหรือคนเดินผ่านไปมาในช่วงนั้น ไม่อย่างนั้นอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้”</em></p><h3>ผลกระทบต่อชุมชน</h3><p>การทรุดตัวของถนนครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านในหมู่บ้านกว่า 50 ครัวเรือน ซึ่งต้องใช้ถนนเส้นนี้เป็นเส้นทางหลักในการเดินทางไปทำงาน ไปโรงเรียน และไปจับจ่ายซื้อของที่ตลาด นอกจากนี้ยังมีรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ต้องใช้เส้นทางนี้ทุกวัน ทำให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก</p><p>นางสาวอรัญญา พูลทรัพย์ ครูโรงเรียนในพื้นที่ กล่าวว่า <em>“เด็กๆ ที่ต้องเดินทางไปโรงเรียนต้องอ้อมไปใช้เส้นทางอื่นที่ไกลกว่า ทำให้เสียเวลาและอาจทำให้มาโรงเรียนสายได้ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการซ่อมแซมโดยเร็ว”</em></p><h2>การดำเนินการของเจ้าหน้าที่</h2><p>เจ้าหน้าที่จากเทศบาลตำบลบางพระและกรมทางหลวงชนบทได้เข้าตรวจสอบพื้นที่และประเมินความเสียหายแล้ว โดยได้มีการติดตั้งป้ายเตือนและไฟสัญญาณเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ พร้อมทั้งวางแผนการซ่อมแซมถนนที่ทรุดตัวทันที</p><p>นายชาญชัย สุขสวัสดิ์ นายกเทศมนตรีตำบลบางพระ เปิดเผยว่า <em>“เราได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งดำเนินการซ่อมแซมถนนเส้นนี้ โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 7-10 วันในการซ่อมแซมให้แล้วเสร็จ เนื่องจากต้องมีการปรับปรุงดินใต้ถนนให้แข็งแรงก่อนที่จะเทคอนกรีตผิวถนนใหม่”</em></p><h3>ข้อเสนอแนะจากชาวบ้าน</h3><p>ชาวบ้านในพื้นที่เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการตรวจสอบสภาพถนนในพื้นที่อื่นๆ ที่อาจมีความเสี่ยงต่อการทรุดตัว โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำอีก นอกจากนี้ยังขอให้มีการปรับปรุงระบบระบายน้ำในพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อลดการกัดเซาะดินใต้ถนน</p><ul><li>ตรวจสอบถนนทุกเส้นในพื้นที่เสี่ยง</li><li>ปรับปรุงระบบระบายน้ำให้ดีขึ้น</li><li>สร้างกำแพงกันดินในจุดที่เสี่ยงต่อการกัดเซาะ</li></ul><p>เหตุการณ์ถนนทรุดตัวครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงที่มีสภาพอากาศแปรปรวน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนผู้ใช้ทาง</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:12:51 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ในหลวงพระราชทานโล่เกียรติคุณเกษตรกรดีเด่น ประจำปี 2569]]></title>
				<category>เกษตร</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kaset/2569-36567.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เวลา 08.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพลับพลาที่ประทับ เพื่อทรงเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปีพุทธศักราช 2569 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง</p><h2>พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ</h2><p>พระราชพิธีนี้ประกอบด้วยสองพิธี คือ พระราชพิธีพืชมงคล ซึ่งเป็นพิธีสงฆ์ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เป็นการทำขวัญพืชพันธุ์ธัญญาหารที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงอธิษฐานเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของราชอาณาจักรไทย และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งเป็นพิธีพราหมณ์ จัดขึ้นในวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ณ ท้องสนามหลวง</p><p>พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญมีขึ้นเพื่อความเป็นสิริมงคลและบำรุงขวัญเกษตรกร โดยจัดขึ้นในเดือนหกของทุกปีหรือเดือนพฤษภาคมตามฤกษ์ที่เหมาะสม ซึ่งเป็นช่วงเริ่มต้นการทำนาอาชีพหลักของคนไทย</p><h3>พิธีไถหว่านและการพยากรณ์</h3><p>ในปีนี้ ฤกษ์ไถหว่านอยู่ระหว่างเวลา 08.09 – 08.39 น. โดยพระยาแรกนาคือ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เทพีคู่หาบทอง ได้แก่ นางสาวฉันทิสา อารีเสวต และนางสาวอภิชญา ฟูแสง ส่วนเทพีคู่หาบเงิน ได้แก่ นางสาวพรจิตรา จันทร์เจริญ และนางสาวศรัญญา ทองคำ พระโคแรกนาคือ พระโคพอ และพระโคเพียง</p><p>นายอภัย สุทธิสังข์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถวายรายงานการพยากรณ์ โดยผลการเสี่ยงทายผ้านุ่งพบว่าพระยาแรกนาหยิบได้ผ้านุ่ง 6 คืบ พยากรณ์ว่าน้ำจะน้อย นาในที่ลุ่มได้ผลบริบูรณ์ดี แต่นาในที่ดอนเสียหายบ้าง สำหรับการเสี่ยงทายของกิน 7 สิ่ง พระโคกินถั่ว น้ำ หญ้า และเหล้า โดยถั่วพยากรณ์ว่าผลาหารและภักษาหารอุดมสมบูรณ์ น้ำหรือหญ้าพยากรณ์ว่าน้ำท่าพอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหารอุดมสมบูรณ์ และเหล้าพยากรณ์ว่าการคมนาคมสะดวก การค้าต่างประเทศดีขึ้น เศรษฐกิจรุ่งเรือง</p><h2>พระราชทานโล่เกียรติคุณเกษตรกรดีเด่น</h2><p>ในโอกาสเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานโล่เกียรติคุณแก่เกษตรกร สถาบันเกษตรกร สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ และปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำปี 2569 จำนวน 39 ราย ดังนี้</p><h3>เกษตรกรและบุคคลทางการเกษตรดีเด่นแห่งชาติ 16 ราย</h3><ul><li>อาชีพทำนา: นายจิรกร จิวเจริญกาล จังหวัดนครปฐม</li><li>อาชีพทำสวน: นายคมญ์คริษฐ์ กล่อมสังข์ จังหวัดตราด</li><li>อาชีพทำไร่: นางหนูเรียน เพียโคตร จังหวัดชัยภูมิ</li><li>อาชีพไร่นาสวนผสม: นายประเสริฐ ยุวกาฬกุล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์</li><li>อาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม: นางสมพร แก้วคนตรง จังหวัดราชบุรี</li><li>อาชีพเลี้ยงสัตว์: นายสุรศักดิ์ แซ่ลี้ จังหวัดราชบุรี</li><li>อาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด: นายอมร เหลืองนฤมิตชัย จังหวัดเพชรบุรี</li><li>อาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกร่อย: นายประโยชน์ โสรัจจกิจ จังหวัดฉะเชิงเทรา</li><li>อาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสวยงามและพรรณไม้น้ำ: นางสาวภัทรนิษฐ์ ศิระวัฒนารุจน์ จังหวัดกาญจนบุรี</li><li>อาชีพปลูกสวนป่า: นายบุญธรรม ทับทิมศรี จังหวัดนครสวรรค์</li><li>สาขาบัญชีฟาร์ม: นายสุริยา ขันแก้ว จังหวัดแพร่</li><li>สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม: นางเกษร ทองคำ จังหวัดพัทลุง</li><li>สาขาการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช: นางสาวรัตนา จันทร์ดำ จังหวัดเชียงใหม่</li><li>สาขาเกษตรอินทรีย์: นางสาวอัญชรี อัสววิมล จังหวัดนนทบุรี</li><li>ที่ปรึกษากลุ่มยุวชนเกษตรกร: นายมนตรี วัดน้อย จังหวัดนครปฐม</li><li>สมาชิกกลุ่มยุวชนเกษตรกร: นายเพชรรัตน์ ม่วงสาย จังหวัดนครสวรรค์</li></ul><h3>สถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ 13 กลุ่ม</h3><ul><li>กลุ่มเกษตรกรทำนา: กลุ่มเกษตรกรทำนาดอนใหญ่ จังหวัดอุบลราชธานี</li><li>กลุ่มเกษตรกรทำสวน: กลุ่มเกษตรกรทำสวนไม้เรียง จังหวัดนครศรีธรรมราช</li><li>กลุ่มเกษตรกรทำไร่: กลุ่มเกษตรกรทำไร่หนองโพรง จังหวัดปราจีนบุรี</li><li>กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงสัตว์: กลุ่มผู้เลี้ยงโคเนื้อตำบลบ้านเสียว จังหวัดนครพนม</li><li>กลุ่มเกษตรกรทำประมง: วิสาหกิจชุมชนหอยนางรมท่าโสม จังหวัดตราด</li><li>กลุ่มเกษตรกรแปรรูปสัตว์น้ำ: กลุ่มแปรรูปสัตว์น้ำจากการเพาะเลี้ยงบ้านสมสะอาด จังหวัดบึงกาฬ</li><li>กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร: กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านเมาะหลวง จังหวัดลำปาง</li><li>กลุ่มยุวเกษตรกร: กลุ่มยุวเกษตรกรนอกโรงเรียนศูนย์ฝึกอบรมเด็กและเยาวชน เขต 5 จังหวัดอุบลราชธานี</li><li>กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว: กลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหนองหิน จังหวัดอุบลราชธานี</li><li>สถาบันเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทาน: กลุ่มบริหารการใช้น้ำคุระบุรีร่วมใจ จังหวัดพังงา</li><li>ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน ประเภทข้าวหอมมะลิ: ศูนย์ข้าวชุมชนนาแปลงใหญ่นาเยีย ปี 59 จังหวัดอุบลราชธานี</li><li>ศูนย์ส่งเสริมและผลิตพันธุ์ข้าวชุมชน ประเภทข้าวอื่น ๆ: ศูนย์ข้าวชุมชนกลุ่มผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวหนองกุง จังหวัดบึงกาฬ</li><li>วิสาหกิจชุมชน: วิสาหกิจชุมชนกลุ่มยางก้อนถ้วย กยท. จังหวัดนครศรีธรรมราช</li></ul><h3>สหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ 7 สหกรณ์</h3><ul><li>สหกรณ์การเกษตร: สหกรณ์การเกษตร เมืองตรอน จำกัด จังหวัดอุตรดิตถ์</li><li>สหกรณ์โคนม: สหกรณ์โคนมสีคิ้ว จำกัด จังหวัดนครราชสีมา</li><li>สหกรณ์ผู้ผลิตยางพารา: สหกรณ์กองทุนสวนยางยูงทอง จำกัด จังหวัดสงขลา</li><li>สหกรณ์ออมทรัพย์: สหกรณ์ออมทรัพย์โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ จำกัด จังหวัดกาฬสินธุ์</li><li>สหกรณ์ร้านค้า: ร้านสหกรณ์โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา จำกัด จังหวัดนครราชสีมา</li><li>สหกรณ์บริการ: สหกรณ์บริการครูแพร่ จำกัด จังหวัดแพร่</li><li>สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน: สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน เอ็น เอช เค สปริง จำกัด จังหวัดสมุทรปราการ</li></ul><h3>ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน 3 สาขา</h3><ul><li>สาขาปราชญ์เศรษฐกิจพอเพียง: นางราตรี บัวพนัส จังหวัดนครสวรรค์</li><li>สาขาปราชญ์เกษตรดีเด่น: นายพรหม สอนสิริ จังหวัดปราจีนบุรี</li><li>สาขาปราชญ์เกษตรผู้นำชุมชนและเครือข่าย: นายบุญส่ง นับทอง จังหวัดกระบี่</li></ul>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:03:41 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทำความรู้จัก BMW Alpina ยนตรกรรมสำหรับคนรักรถตัวจริง]]></title>
				<category>ธุรกิจ</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/thurakit/bmw-alpina-36566.html</link>
				<description><![CDATA[<p>BMW Alpina คือแบรนด์รถยนต์ที่เกิดจากการปรับแต่ง BMW โดยบริษัท Alpina ซึ่งเป็นผู้ผลิตชุดตกแต่งรถยนต์ที่มีชื่อเสียงมายาวนาน รถยนต์ Alpina ขึ้นชื่อเรื่องความหรูหราและความเร็วเหนือระดับ ผลิตจากโครงสร้างของ BMW ในแต่ละปี ถือเป็นยนตรกรรมสำหรับคนรักรถตัวจริงเสียงจริง เช่นเดียวกับแบรนด์ Ruf และ Dallara</p><h2>ประวัติความเป็นมาของ Alpina</h2><p>Alpina เริ่มต้นจากการปรับแต่งรถตั้งแต่กลางทศวรรษ 1960 และสร้างรถแข่งในช่วงปลายทศวรรษ 1960 ก่อนจะผลิตรถสำหรับวิ่งบนถนนอย่างเป็นทางการในปี 1983 อย่างไรก็ตาม การผลิตรถสำหรับวิ่งบนถนนจริงเริ่มมาตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1970 แล้ว ปัจจุบัน BMW ได้เข้าซื้อกิจการ Alpina และเปิดตัวแบรนด์ใหม่ในนาม BMW Alpina พร้อมร่วมมือกับสำนักออกแบบ Zagato</p><h2>การผลิตและโรงงาน</h2><p>ก่อนที่ BMW จะเข้ามาดูแล รถ Alpina ถูกประกอบในเมืองบูคโล (Buchloe) ทางตอนใต้ของบาวาเรีย หลังการซื้อกิจการ การผลิตจะถูกรวมเข้ากับโรงงานในเครือ BMW Group ที่ได้รับการคัดเลือก เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิต ส่วนโรงงานเดิมจะใช้สำหรับบริการอะไหล่และดูแลรถ Alpina รุ่นคลาสสิก</p><h2>ยอดการผลิตและความพิเศษ</h2><p>Alpina ผลิตเพียงประมาณ 1,700 คันต่อปี ซึ่งน้อยกว่า Ferrari หรือ Rolls-Royce ทำให้รถแต่ละคันมีความพิเศษเฉพาะตัว ลูกค้าสามารถสั่งทำรถ BMW รุ่นพิเศษ (Bespoke) เป็นรายคันได้</p><h2>รุ่นรถยนต์และการตั้งชื่อ</h2><p>Alpina ผลิตรถทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล โดยรุ่นเบนซินใช้รหัสขึ้นต้นด้วย 'B' (Benzin) และรุ่นดีเซลใช้รหัส 'D' (Diesel) ตามด้วยตัวเลขซีรีส์ของ BMW และเติม 'X' สำหรับรถ SUV เช่น B3, D5, XB7 เป็นต้น</p><h2>รถ Alpina ที่เร็วที่สุด</h2><p>รถ Alpina ทุกรุ่นที่ถูกบันทึกมีความเร็วปลายทะลุ 322 กม./ชม. โดยรุ่นที่เร็วที่สุดคือ B5, B6 และ B7 ซึ่งทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 329 กม./ชม. ปัจจุบันเหลือเพียง B5 ที่ยังผลิตอยู่</p><h2>ราคาและความนิยม</h2><p>BMW Alpina รุ่นเริ่มต้นอย่าง D3S ราคาประมาณ 2.9 ล้านบาท ส่วนรุ่นสูงสุดอย่าง XB7 ราคาประมาณ 6.8 ล้านบาท XB7 ได้รับความนิยมอย่างมากในสหรัฐอเมริกา</p><h2>อนาคตของ Alpina ภายใต้ BMW</h2><p>การซื้อกิจการโดย BMW ทำให้ Alpina เปลี่ยนจากเด็กหลังห้องจอมสร้างสรรค์มาเป็นประธานนักเรียนที่ต้องอยู่ในระเบียบวินัย อย่างไรก็ตาม ครอบครัว Bovensiepen ผู้ก่อตั้งยังคงเชื่อมั่นในวิธีการทำงานแบบดั้งเดิมและแยกตัวไปสร้างเส้นทางใหม่</p><h2>ความสำเร็จในมอเตอร์สปอร์ต</h2><p>Alpina ประสบความสำเร็จในโลกมอเตอร์สปอร์ต โดยนักแข่งชื่อดังอย่าง Niki Lauda และ James Hunt เคยควบรถ Alpina ชัยชนะในรายการ Endurance ที่สปา-ฟรองโกชองส์ในปี 1970 ด้วย BMW-Alpina 2800CS ถือเป็นตำนาน</p><h2>แนวคิดที่เจ๋งที่สุด</h2><p>แนวคิดที่โดดเด่นที่สุดของ Alpina คือการรวมความเร็วของ BMW M5 เข้ากับอรรถประโยชน์ของตัวถังเอสเตท (Estate) ในรุ่น B5 Touring ซึ่งเป็นรถแวนพ่อบ้านตีนโหดที่สง่างาม</p><p>Alpina ได้รับการรับรองจากกระทรวงคมนาคมเยอรมนีให้เป็นผู้ผลิตรถยนต์เต็มตัวตั้งแต่ทศวรรษ 1980 ทำให้แตกต่างจากสำนักแต่งรถทั่วไป</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:21:43 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[มายด์ ลภัสลัล เปิดหลักฐานการ์ดแต่งงาน ยืนยันเชิญทราย สก๊อต]]></title>
				<category>ดาราต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/bantoeng/celebrity/article-36565.html</link>
				<description><![CDATA[<p>หลังจากที่มีประเด็นดราม่าเกี่ยวกับงานแต่งงานของ มายด์ ลภัสลัล และ พาย สุนิษฐ์ ที่หลายคนจับตามองว่าได้เชิญ ทราย สก๊อต มาร่วมงานหรือไม่ ล่าสุด มายด์ ลภัสลัล ได้ออกมาโพสต์ภาพการ์ดงานแต่งงานพร้อมหลักฐานชัดเจน เพื่อยืนยันว่ามีการเชิญทราย สก๊อต เข้าร่วมงานจริง</p><h2>หลักฐานการ์ดแต่งงานชัดเจน</h2><p>มายด์ ลภัสลัล ได้รีโพสต์ภาพการ์ดงานแต่งงาน พร้อมเขียนแคปชั่นว่า "ส่วนคนที่ถามว่าทำไมไม่มีใครเชิญคุณทรายไปร่วมงานแต่ง..." และได้วงกลมสีแดงที่ชื่อ Psi. ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับที่ ทราย สก๊อต ใช้ตั้งเป็นชื่อในอินสตาแกรมว่า "psiscott" เพื่อให้เห็นชัดเจนว่ามีชื่อของทรายอยู่ในรายชื่อผู้ได้รับเชิญ</p><h3>ที่มาของดราม่า</h3><p>ก่อนหน้านี้ ทราย สก๊อต ได้โพสต์ไอจีสตอรี่แท็กหามายด์ ลภัสลัล โดยระบุข้อความว่า "ทรายพยายามนัดคุยหลายรอบแล้ว รบกวนตอบรับนัดครับ" ทำให้เกิดความสงสัยและกลายเป็นประเด็นที่หลายคนติดตาม นอกจากนี้ยังมีดราม่าเกี่ยวกับปัญหาภายในครอบครัว และปมล่วงละเมิดทางเพศที่ ทราย สก๊อต ออกมาพูดถึง</p><h3>พาย สุนิษฐ์ ยืนยันความจริง</h3><p>พาย สุนิษฐ์ พี่ชายของทราย ได้ออกมายืนยันว่าปมล่วงละเมิดน้องชายนั้นเป็นเรื่องน่าขยะแขยงและไม่เป็นความจริง พร้อมชี้แจงเหตุเรื่องที่แม่ฟ้องร้องปมที่ดินหัวหิน ว่าเกิดจากการนำคนมาทำลายทรัพย์สินและเอาส่วนกลางไปจัดการ จึงต้องการให้ได้กลับคืนมา โดยยืนยันว่าทุกอย่างที่พูดไปมีหลักฐานชัดเจนที่สามารถดำเนินการทางกฎหมายได้</p><p>การโพสต์หลักฐานการ์ดงานแต่งงานครั้งนี้ของ มายด์ ลภัสลัล จึงเป็นการตอบโต้ข้อกล่าวหาที่ว่าไม่เชิญทราย สก๊อต มาร่วมงาน พร้อมยืนยันว่ามีการเชิญอย่างถูกต้องตามรายชื่อที่ปรากฏในบัตรเชิญ</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:08:53 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ปลอมแปลงไทยรัฐออนไลน์ ใช้ AI สร้างภาพคนดังหลอกลงทุน]]></title>
				<category>คดีปลอมแปลง</category>
				<link>https://siampost24.com/atchayakam/khadiplompraeng/ai-36564.html</link>
				<description><![CDATA[<p>วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดกรณีการปลอมแปลงเว็บไซต์ข่าวชื่อดัง โดยกลุ่มผู้ไม่หวังดีใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI สร้างภาพนักการเมืองและนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและหลอกลวงประชาชนให้ร่วมลงทุนในโครงการต่างๆ</p><h2>รายละเอียดการปลอมแปลง</h2><p>โลกโซเชียลมีการแชร์ภาพหน้าจอที่ดูเหมือนเป็นหน้าเว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์ (https://www.thairath.co.th) แต่แท้จริงแล้วเป็นหน้าเว็บปลอมที่ถูกดัดแปลงขึ้น โดยมีเนื้อหาอ้างถึงนักการเมืองชื่อดังและผู้บริหารบริษัทยักษ์ใหญ่ พร้อมข้อความชักชวนให้ร่วมลงทุน ซึ่งสร้างความเข้าใจผิดให้กับผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก</p><h3>การดำเนินการของไทยรัฐออนไลน์</h3><p>ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ยืนยันว่าข่าวดังกล่าวไม่ได้ถูกผลิตหรือเผยแพร่โดยทีมงานแต่อย่างใด แต่เป็นฝีมือของกลุ่มมิจฉาชีพที่นำภาพและเนื้อหามาดัดแปลงเพื่อหวังผลทางการเงิน โดยทางไทยรัฐออนไลน์จะดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย</p><h2>ผลกระทบที่เกิดขึ้น</h2><p>การแชร์ข้อมูลปลอมนี้ทำให้มีประชาชนจำนวนมากเข้าใจผิดและเข้าไปแสดงความคิดเห็นในลักษณะที่ไม่เหมาะสมบนโลกออนไลน์ ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อชื่อเสียงของบุคคลที่ถูกอ้างถึงและความน่าเชื่อถือของสื่อมวลชน</p><p>ไทยรัฐออนไลน์ขอฝากเตือนประชาชนให้ตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าวก่อนเชื่อหรือแชร์ข้อมูล และหากพบเห็นความผิดปกติสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ช่องทางของไทยรัฐออนไลน์ โดยจะมีการรายงานความคืบหน้าในการดำเนินคดีให้ทราบต่อไป</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:18:26 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[แจก 5 เทคนิคซักรองเท้าผ้าใบเก่าให้กลับมาขาวใส ใช้ของใกล้ตัว]]></title>
				<category>แฟชั่น</category>
				<link>https://siampost24.com/bantoeng/fashion/5-36563.html</link>
				<description><![CDATA[<p>รองเท้าผ้าใบถือเป็นไอเทมแฟชั่นยอดฮิตที่หลายคนต้องมีติดตู้ แต่เมื่อใช้งานไปนานๆ รองเท้าผ้าใบเก่ามักจะมีคราบสกปรกฝังลึกและรอยหมองคล้ำ ทำให้หลายคนเลือกที่จะทิ้งหรือเก็บเข้ากรุ ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลรักษาเครื่องหนังและรองเท้าระบุว่า การหมั่นทำความสะอาดอย่างถูกวิธีจะช่วยยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้น วันนี้ ไทยรัฐออนไลน์ ขอแนะนำวิธีเปลี่ยนรองเท้าคู่เก่าให้ดูใหม่ ด้วยของใช้ใกล้ตัวที่หาได้ง่ายๆ ในบ้าน</p><h2>5 ของใช้ใกล้ตัว ตัวช่วยทำความสะอาดรองเท้าผ้าใบ</h2><h3>1. เบกกิ้งโซดาผสมน้ำส้มสายชู</h3><p>เบกกิ้งโซดาและน้ำส้มสายชูเป็นของคู่ครัวที่มีฤทธิ์ในการขจัดคราบสกปรกได้อย่างดีเยี่ยม นำเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำอุ่นเล็กน้อย คนให้เข้ากันจนเป็นเนื้อครีม จากนั้นใช้แปรงสีฟันเก่าจุ่มแล้วนำไปขัดบริเวณที่มีคราบ ทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาที ก่อนล้างออกด้วยน้ำสะอาด เหมาะอย่างยิ่งสำหรับรองเท้าผ้าใบแคนวาส</p><h3>2. ยาสีฟัน</h3><p>ยาสีฟันไม่ได้มีดีแค่ทำความสะอาดฟัน แต่ยังมีสารขัดถูอ่อนๆ ที่ช่วยจัดการคราบเหลืองบนขอบยางรองเท้าได้ บีบยาสีฟัน (แนะนำให้ใช้เนื้อครีมสีขาว) ลงบนแปรงสีฟันเก่า ขัดวนเบาๆ บริเวณขอบยางรองเท้าผ้าใบที่เหลืองหรือดำ ทิ้งไว้สักพักแล้วใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดออก</p><h3>3. น้ำยาล้างจาน</h3><p>สำหรับคราบสกปรกทั่วไปที่ไม่ฝังลึกมาก น้ำยาล้างจานคือตัวเลือกที่อ่อนโยนและไม่ทำลายเส้นใยผ้า ผสมน้ำยาล้างจานกับน้ำอุ่น ใช้แปรงขนนุ่มหรือฟองน้ำชุบแล้วขัดเบาๆ ให้ทั่วรองเท้า จากนั้นล้างฟองออกให้สะอาด</p><h3>4. ยางลบ</h3><p>หากรองเท้าเปื้อนรอยดำเล็กๆ น้อยๆ หรือเป็นรองเท้าประเภทหนังกลับ การซักด้วยน้ำอาจทำให้เสียทรงได้ ใช้ยางลบดินสอธรรมดา ถูเบาๆ บริเวณที่มีรอยเปื้อน คราบดำจะหลุดออกอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องใช้น้ำ</p><h3>5. ทิชชู (เคล็ดลับคลาสสิก)</h3><p>ปัญหาใหญ่หลังจากการซักรองเท้าผ้าใบสีขาวคือคราบเหลืองที่เกิดจากปฏิกิริยาของคราบสบู่ตกค้างกับแสงแดด หลังจากซักรองเท้าเสร็จ ให้นำกระดาษทิชชูมาแปะให้ทั่วรองเท้าขณะที่ยังเปียกอยู่ เมื่อรองเท้าแห้งสนิท คราบเหลืองจะไปติดอยู่ที่กระดาษทิชชูแทน ทำให้รองเท้าผ้าใบขาวสะอาด</p><h2>ข้อควรระวังในการดูแลรองเท้าผ้าใบ</h2><p>ไม่ควรนำรองเท้าผ้าใบไปตากแดดจัดโดยตรง เพราะความร้อนจะทำให้กาวยางเสื่อมสภาพและขอบยางเหลืองเร็วขึ้น ควรตากในที่ร่มที่มีลมโกรก หรือบริเวณที่มีแสงแดดอ่อนๆ เท่านั้น</p><p>การทำความสะอาดรองเท้าผ้าใบเก่าไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพียงแค่หยิบจับของใช้ใกล้ตัวในบ้านอย่างเบกกิ้งโซดา น้ำส้มสายชู หรือยาสีฟัน มาประยุกต์ใช้ ก็สามารถชุบชีวิตรองเท้าคู่โปรดให้กลับมาดูใหม่อีกครั้ง นอกจากจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการส่งซักแล้ว ยังเป็นการยืดอายุการใช้งานรองเท้าคู่เก่งให้ใส่ลุยไปได้อีกนาน</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:17:07 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทร.ซ้อมฝีพายเรือพระราชพิธี ขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ถวายผ้าพระกฐิน 6 พ.ย.2569]]></title>
				<category>รัฐบาล</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/rattaban/6-2569-36562.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>กองทัพเรือซ้อมฝีพายเรือพระราชพิธี เตรียมพร้อมขบวนพยุหยาตราทางชลมารคถวายผ้าพระกฐิน</h2><p>เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม ที่แผนกเรือราชพิธี กองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร พลเรือโทรัตนะ เรืองรุ่ง รองเสนาธิการทหารเรือ สายงานกำลังพล ในฐานะประธานคณะกรรมการเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี ได้ตรวจเยี่ยมการฝึกกำลังพลที่ทำหน้าที่เป็นฝีพายเรือพระราชพิธี โดยมี พลเรือตรีพิสิฐ รังษีภาณุรัตน์ เจ้ากรมการขนส่งทหารเรือ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายฝึกซ้อมกำลังพลฝีพาย ให้การต้อนรับ</p><p>พลเรือโทรัตนะกล่าวให้โอวาทแก่กำลังพลตอนหนึ่งว่า ขอเป็นกำลังใจให้กำลังพลทุกนายที่เข้ารับการฝึกพายบนเขียงฝึก ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสำคัญของการเตรียมขบวนเรือพระราชพิธี โดยปีนี้ถือเป็นอีกวาระสำคัญที่ทหารเรือจะได้มีโอกาสถวายงาน และแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เนื่องในโอกาสที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กองทัพเรือจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม ในวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2569</p><h3>รายละเอียดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค</h3><p>การจัดขบวนพยุหยาตราในครั้งนี้ กองทัพเรือจะจัดเป็นขบวนพยุหยาตราใหญ่ ใช้เรือพระราชพิธีรวม 52 ลำ จัดเป็น 5 ริ้ว 3 สาย มีความยาวขบวน 1,200 เมตร กว้าง 90 เมตร ครอบคลุมเต็มลำน้ำเจ้าพระยา เส้นทางเสด็จฯ จากท่าวาสุกรีถึงวัดอรุณราชวราราม ระยะทางประมาณ 3.9 กิโลเมตร ใช้กำลังพลประจำเรือรวมประมาณ 2,200 นาย โดยมีเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์เป็นเรือพระที่นั่งทรง และเรือพระที่นั่งอนันตนาคราชเป็นเรืออัญเชิญผ้าไตร</p><h3>ขั้นตอนการฝึกฝีพายเรือพระราชพิธี</h3><p>การฝึกฝีพายเรือพระราชพิธีถือเป็นขั้นตอนสำคัญของการเตรียมความพร้อมกำลังพลในการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ปัจจุบันการฝึกฝีพายเรือพระราชพิธีอยู่ในขั้นตอนการฝึกพายเรือบนบก หรือเรียกว่า “การฝึกพายบนเขียงฝึก” เพื่อให้ฝีพายคุ้นเคยกับน้ำหนักของพาย ลักษณะท่าทาง และความพร้อมเพรียง ก่อนเข้าสู่การฝึกพายเรือในน้ำ เพื่อเสริมทักษะการบังคับเรือ โดยแยกฝึกตามหน่วยในพื้นที่ต่างๆ จากนั้นจะเป็นการฝึกฝีพายในเรือจริง ก่อนเข้าสู่การฝึกจัดรูปขบวนในแม่น้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการซ้อมย่อยและซ้อมใหญ่ในโอกาสต่อไป</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:26:46 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เวย์โปรตีนคืออะไร? ทำไมคนรักสุขภาพต้องดื่ม ช่วยสร้างกล้ามเนื้อและลดน้ำหนักจริงหรือ?]]></title>
				<category>อาหารเพื่อสุขภาพ</category>
				<link>https://siampost24.com/sukhaphap/foodhealth/article-36561.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เวย์โปรตีน (Whey Protein) กลายเป็นไอเทมหลักของคนยุคใหม่ แต่รู้หรือไม่ว่าจริงๆ แล้วมันทำมาจากอะไร? และทำไมร่างกายของเราถึงต้องการโปรตีนชนิดนี้มากกว่าโปรตีนทั่วไป? พร้อมไขคำตอบ ดื่มเวย์ตอนไหนดีที่สุด? ที่ช่วยลีนหุ่น สร้างกล้ามเนื้อ บทความนี้มีคำตอบครบจบในที่เดียว</p><h2>เวย์โปรตีนคืออะไร? ทำมาจากอะไรกันแน่</h2><p>เวย์โปรตีนคือโปรตีนคุณภาพสูงที่สกัดได้จากนมวัว โดยเป็นส่วนที่แยกออกมาจากกระบวนการทำเนยแข็ง หากคุณสังเกตเวลาเปิดถ้วยโยเกิร์ตแล้วเห็นน้ำใสๆ ลอยอยู่ข้างบน นั่นแหละคือแหล่งกำเนิดของเวย์โปรตีน</p><p>คุณสมบัติเด่นของเวย์คือ เป็นโปรตีนที่ร่างกายดูดซึมได้รวดเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับโปรตีนจากเนื้อสัตว์หรือถั่ว และมีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วนถึง 9 ชนิด รวมถึง BCAA ที่ช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อโดยตรง</p><h2>ประเภทของเวย์โปรตีนที่ต้องรู้ก่อนเลือกซื้อ</h2><p>ในท้องตลาดเราจะเห็นเวย์หลายสูตร ซึ่งมีความแตกต่างกันที่ความบริสุทธิ์และกระบวนการผลิต</p><ul><li><strong>Whey Protein Concentrate (WPC):</strong> มีโปรตีนประมาณ 70-80% ยังมีไขมันและน้ำตาลแลคโตสปนอยู่บ้าง ราคาจับต้องง่าย เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น</li><li><strong>Whey Protein Isolate (WPI):</strong> ผ่านการสกัดซ้ำจนได้โปรตีนสูงกว่า 90% ไขมันและน้ำตาลแทบเป็นศูนย์ เหมาะสำหรับคนคุมน้ำหนัก หรือคนที่แพ้นม (กินแล้วท้องอืด)</li><li><strong>Whey Protein Hydrolyzed:</strong> เป็นเวย์ที่ผ่านกระบวนการย่อยโมเลกุลให้เล็กลงที่สุด ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ทันที มักมีราคาสูง</li></ul><h2>ประโยชน์ของเวย์โปรตีน คุณค่าที่มากกว่าอาหารเสริม</h2><p>จากการศึกษาด้านโภชนาการกีฬาพบว่า เวย์โปรตีนมีประโยชน์มากกว่าแค่การเล่นกล้าม</p><ul><li><strong>สร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ:</strong> ช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังการทำงานหนักหรือออกกำลังกาย</li><li><strong>ช่วยควบคุมน้ำหนัก:</strong> โปรตีนช่วยให้อิ่มนานขึ้น และลดความอยากอาหารระหว่างวัน</li><li><strong>เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน:</strong> มีส่วนช่วยในการสร้างสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย</li><li><strong>สะดวกและรวดเร็ว:</strong> เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนทำงานที่ไม่มีเวลาเตรียมอาหารมื้อหลักที่มีโปรตีนสูง</li></ul><p>เวย์โปรตีนคืออาหารเสริม ไม่ใช่อาหารหลัก เป็นตัวช่วยที่ทำให้เราได้รับโปรตีนครบตามที่ร่างกายต้องการในวันที่เร่งรีบหรือหลังออกกำลังกาย อย่างไรก็ตาม ควรเลือกสูตรให้เหมาะกับร่างกาย เช่น หากคุณแพ้นมวัว ควรเลือกแบบ Isolate เพื่อหลีกเลี่ยงอาการท้องเสีย</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:06:56 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[แมนยูฯ เตรียมปล่อยอีริคเซ่นซัมเมอร์นี้หลังสัญญาเหลือ]]></title>
				<category>ฟุตบอลต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/footballworld/article-36560.html</link>
				<description><![CDATA[<p>แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังวางแผนที่จะปล่อยตัวคริสเตียน อีริคเซ่น ออกจากสโมสรในช่วงซัมเมอร์นี้ หลังจากที่กองกลางชาวเดนมาร์กเหลือสัญญากับทีมอีกเพียง 1 ปีเท่านั้น รายงานจากสื่อในอังกฤษเปิดเผยว่า ปีศาจแดง พร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอสำหรับนักเตะวัย 31 ปี ในตลาดซื้อขายนักเตะรอบใหม่</p><h2>อีริคเซ่นไม่ใช่ตัวหลักอีกต่อไป</h2><p>อีริคเซ่น ย้ายมาร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อเดือนมกราคม ปี 2022 ด้วยสัญญาระยะสั้น หลังจากที่เขากลับมาลงสนามอีกครั้งหลังเหตุการณ์หัวใจหยุดเต้นในศึกยูโร 2020 อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาลที่ผ่านมา เขากลายเป็นตัวสำรองและได้รับโอกาสลงสนามน้อยลง ภายใต้การคุมทีมของเอริค เทน ฮาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ทีมได้ตัวเมสัน เมาท์ และโคบี้ ไมนู ที่ก้าวขึ้นมาทำผลงานได้อย่างโดดเด่น</p><h3>สาเหตุที่แมนยูฯ พร้อมปล่อยตัว</h3><p>สาเหตุหลักที่ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมปล่อยตัวอีริคเซ่น คือการที่เขามีค่าเหนื่อยสูงถึง 150,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ แต่กลับไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้ นอกจากนี้ สัญญาของเขาจะหมดลงในเดือนมิถุนายน ปี 2025 ทำให้สโมสรต้องการขายเขาในซัมเมอร์นี้ เพื่อไม่ให้เสียเขาไปแบบฟรี ๆ ในปีหน้า</p><ul><li>ค่าเหนื่อยสูงถึง 150,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์</li><li>ไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงในทีมได้</li><li>สัญญาเหลือเพียง 1 ปี ทำให้ต้องขายเพื่อไม่ให้เสียฟรี</li></ul><h2>อนาคตของอีริคเซ่น</h2><p>สำหรับอีริคเซ่น แม้จะอายุ 31 ปีแล้ว แต่เขายังคงมีฝีเท้าที่ดีและประสบการณ์สูง ซึ่งน่าจะยังมีสโมสรที่สนใจดึงตัวไปร่วมทีม โดยเฉพาะในลีกยุโรปหรือลีกอื่น ๆ ที่ต้องการกองกลางที่มีความสามารถในการสร้างเกมและจ่ายบอลได้อย่างแม่นยำ</p><p>ทั้งนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หวังว่าจะสามารถระดมทุนจากการขายนักเตะบางราย เพื่อนำไปเสริมทัพในตำแหน่งที่ต้องการ โดยเฉพาะกองหน้าและกองกลางตัวรับ ซึ่งเป็นจุดอ่อนของทีมในฤดูกาลที่ผ่านมา</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 04:51:20 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[รัฐบาลเดินหน้า 'บ้านเคหะเพื่อคนไทย' รองรับผู้สูงอายุ-ฟื้นฟูชุมชนดินแดง]]></title>
				<category>อสังหาริมทรัพย์</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/asangharim/article-36559.html</link>
				<description><![CDATA[<p>รัฐบาลเดินหน้าโครงการ 'บ้านเคหะเพื่อคนไทย' อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการพัฒนาเคหะชุมชนยุคใหม่ที่ตอบโจทย์ทุกช่วงวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุ พร้อมทั้งฟื้นฟูชุมชนดินแดงและพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่อย่างยั่งยืน</p><h2>เป้าหมายพัฒนาที่อยู่อาศัยกว่า 20,000 หน่วย</h2><p>ในปี 2569 การเคหะแห่งชาติ (กคช.) ตั้งเป้าพัฒนาที่อยู่อาศัยกว่า 20,000 หน่วย ภายใต้แนวคิด 'Housing for All' และ 'Sustainable Affordable Housing' เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม โดยมีรูปแบบทั้งซื้อ เช่า และเช่าระยะยาว นอกจากนี้ ยังมีมาตรการช่วยลดภาระประชาชน เช่น ส่วนลดค่าเช่า และแคมเปญบ้านพร้อมอยู่กว่า 60 โครงการทั่วประเทศ ลดราคาสูงสุด 20% พร้อมผ่อนนานสูงสุด 40 ปี</p><h2>รองรับสังคมผู้สูงวัยด้วย Universal Design</h2><p>รัฐบาลให้ความสำคัญกับการรองรับสังคมผู้สูงวัย โดยพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุในพื้นที่บางละมุงและร่มเกล้า รวมเกือบ 3,000 หน่วย ซึ่งออกแบบตามหลัก Universal Design (UD) เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบาย</p><h2>ฟื้นฟูชุมชนดินแดงและพื้นที่ใกล้เคียง</h2><p>นอกจากนี้ รัฐบาลยังเร่งฟื้นฟูเมืองและยกระดับชุมชนดินแดงอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายการพัฒนาไปยังพื้นที่ห้วยขวาง รามอินทรา ทุ่งสองห้อง และบ่อนไก่ เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงที่อยู่อาศัยคุณภาพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในเมือง</p><h3>พัฒนาชุมชนสีเขียวและพลังงานสะอาด</h3><p>กคช. ยังเดินหน้าพัฒนาชุมชนสีเขียว ด้วยการติดตั้ง Solar Rooftop ในโครงการเคหะชุมชนและบ้านเอื้ออาทร รวมถึงเตรียมจัดทำ 'ห้องปลอดฝุ่น PM 2.5' สำหรับกลุ่มเปราะบาง เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในอนาคต</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:27:14 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ชาวนาถือฤกษ์หว่านข้าววันพืชมงคล 2569 เริ่มต้นเพาะปลูกหวังผลผลิตดี]]></title>
				<category>เกษตร</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kaset/2569-36558.html</link>
				<description><![CDATA[<p>วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 มีรายงานว่า “วันพืชมงคล” เป็นวันสำคัญของชาวนา ถือฤกษ์ทำการเพาะปลูกข้าว เนื่องจากเริ่มย่างเข้าสู่ฤดูฝน เพราะเชื่อมาตั้งแต่โบราณว่าเป็นวันมงคล ข้าวที่ปลูกจะเจริญงอกงามดีและให้ผลผลิตดีไม่มีศัตรูพืช ทำให้ชาวนาในหลายพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นชาวนาในจังหวัดอ่างทอง จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดกำแพงเพชร ได้นำเมล็ดพันธุ์ข้าวเติมลงในเครื่องสำหรับหว่านข้าวแล้วนำไปพ่นหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวลงในแปลงนา ที่ได้ปรับพื้นที่นาสำหรับเพาะปลูกไว้เสร็จเรียบร้อยแล้ว</p><h2>ความเชื่อวันพืชมงคลของชาวนา</h2><p>จากการสอบถาม นายสมชาย บัวเทศ ชาวนาในพื้นที่ตำบลวังม้า อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ เผยว่า ตนเองต้องหว่านข้าวนาแห้งเพื่อรอฝน และวันนี้เป็นวันดีเนื่องจากเป็นวันพืชมงคล ซึ่งเกษตรกรถือเป็นความเชื่อที่สืบทอดต่อกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ที่ว่าการลงมือหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวลงผืนนาในวันพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ จะทำให้ได้รับความเป็นสิริมงคล และเป็นการบอกกล่าวพระแม่โพสพ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ปกปักษ์รักษาผืนดินของนาข้าว ช่วยบันดาลให้น้ำท่า และพืชผลในนามีความอุดมสมบูรณ์ ไม่มีแมลง นก หนู มารบกวน พร้อมทั้งให้ได้ผลผลิตเต็มเม็ดเต็มหน่วย และสมบูรณ์ พูนผล ขายข้าวได้ราคาดี</p><h2>ธุรกิจดำนาคึกคักในวันมงคล</h2><p>ขณะที่ นางสุรินธร ปานนะ เจ้าของรถดำนา ในจังหวัดกำแพงเพชร เปิดเผยว่า เจ้าของนาต้องการให้มาดำนาในวันพืชมงคล เพราะเป็นวันดีลูกค้าอยากได้ผลผลิตดีๆ ศัตรูพืชไม่ก่อกวน การดำนาดีกว่าการหว่านข้าว เพราะสามารถกำจัดวัชพืชได้ง่ายเพราะหลังจากดำนาแล้วสามารถสูบน้ำเข้านาได้ทันที สามารถทำหญ้าในร่องได้ง่ายด้วย วันพืชมงคลลูกค้าติดต่อให้มาดำนาเยอะมาก เพราะเป็นวันมงคลรับงานจนรับไม่ไหว กลัวจะทำให้ลูกค้าไม่ทันต้องแบ่งงานไปให้รถดำนาเจ้าอื่นบ้าง โดยค่าดำนาตกไร่ละ 1,100 บาท แต่ถ้าต้องการใช้ต้นกล้าด้วยตกไร่ละ 1,300 บาท เป็นราคาที่ถูกที่สุดแล้วเพราะต้องช่วยเหลือชาวนาด้วย</p><h3>ชาวนาลดพื้นที่เพาะปลูกจากต้นทุนที่สูงขึ้น</h3><p>โดยช่วงนี้ชาวนาเริ่มทำนาน้อยลงเพราะด้วยต้นทุนที่สูงขึ้น เนื่องจากน้ำมันแพง ปุ๋ยยาก็แพงขึ้นมาก รวมทั้งค่าเก็บเกี่ยวทุกอย่างแพงขึ้นหมดแต่ราคาข้าวเปลือกกลับถูกลง ดังนั้นชาวนาจึงลดพื้นที่เพาะปลูกลงทุกปี จากเดิมจะมีงานดำนา 2,000-3,000 ไร่ แต่ปัจจุบันเหลือแค่ 1,000 เศษๆ เท่านั้น ในฤดูกาลหน้าคงต้องลดราคาค่าดำนาลง เพื่อให้ชาวนาอยากดำนามากขึ้น</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:16:45 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[สมเด็จพระสังฆราชทรงพักพระกรณียกิจ 2 เดือน ฟื้นฟูพระอนามัย]]></title>
				<category>ศาสนา</category>
				<link>https://siampost24.com/sangkhom/satsana/2-36557.html</link>
				<description><![CDATA[<p>สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชได้ออกประกาศเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ระบุว่า เจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเข้ารับการตรวจพระอนามัย ณ โรงพยาบาลศิริราช เนื่องจากมีพระอาการปวดบริเวณพระปฤษฎางค์ (หลัง) ขณะทรงปฏิบัติพระกรณียกิจ</p><h2>พระอาการดีขึ้นแล้วแต่ต้องพัก</h2><p>คณะแพทย์ได้ถวายการอภิบาลจนพระอาการดีขึ้นแล้ว แต่ด้วยพระชนมายุที่เจริญถึง 99 พรรษา คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาจึงขอประทานพระกรุณาให้ทรงพักพระกรณียกิจในช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน พ.ศ. 2569 รวมเป็นเวลา 2 เดือน โดยงดการเสด็จออกประทับรับถวายสักการะ ยกเว้นพระกรณียกิจที่สำคัญซึ่งคณะแพทย์จะประเมินเป็นรายกรณีไป</p><h3>เหตุผลเพื่อฟื้นฟูพระอนามัย</h3><p>การพักพระกรณียกิจในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูพระอนามัย และหลีกเลี่ยงการประทับเป็นเวลานาน จนกว่าพระอาการจะกลับเป็นปกติ ทั้งนี้ ได้นำความกราบทูลให้ทรงทราบฝ่าพระบาทแล้ว และสมเด็จพระสังฆราชทรงเห็นชอบด้วย</p><p>นอกจากนี้ สมเด็จพระสังฆราชยังมีรับสั่งทรงอนุโมทนาในความห่วงใยที่สาธุชนมีต่อพระองค์ และโปรดประทานพรสนองไมตรีจิตแก่ทุกท่าน ณ โอกาสนี้</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 04:55:15 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ผอ.เอฟบีไอโต้เดือดกลางวุฒิสภาถูกกล่าวหาดื่มหนัก]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/article-36556.html</link>
				<description><![CDATA[<p>นายคาช พาเทล ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือเอฟบีไอ โต้ตอบอย่างเดือดดาลในที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 หลังถูกสมาชิกพรรคเดโมแครตกล่าวหาว่าดื่มแอลกอฮอล์หนักระหว่างปฏิบัติหน้าที่ จนบางครั้งลูกน้องไม่สามารถติดต่อได้ โดยนายพาเทลยืนยันว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ไร้หลักฐานและไม่เป็นความจริงโดยสิ้นเชิง</p><h2>การปะทะคารมในที่ประชุม</h2><p>เหตุการณ์เกิดขึ้นระหว่างการไต่สวนงบประมาณประจำปีของวุฒิสภาสหรัฐฯ โดยนายพาเทลถูกซักถามจาก ส.ว.คริส แวน ฮอลเลน จากพรรคเดโมแครต ซึ่งอ้างถึงบทความของนิตยสารดิแอตแลนติกที่ตีแผ่ภาพลักษณ์ด้านลบของพาเทลในการบริหารเอฟบีไอ นายพาเทลตอบโต้ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว พร้อมกล่าวว่าจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายชื่อเสียงด้วยข้อกล่าวหาไร้มูล ก่อนจะตะโกนขัดจังหวะ ส.ว.แวน ฮอลเลน ระหว่างการซักถาม</p><h3>การโต้กลับของผู้อำนวยการเอฟบีไอ</h3><p>นายพาเทลยังได้ย้อนโจมตีฝ่ายเดโมแครต โดยกล่าวหา ส.ว.แวน ฮอลเลนว่าเคยนั่งดื่มมาร์การิตาในเอลซัลวาดอร์ อ้างอิงถึงกรณีที่เขาเดินทางไปเยี่ยมผู้ต้องขังรายหนึ่งเมื่อปีที่ผ่านมา การปะทะคารมครั้งนี้ตึงเครียดและสร้างความสนใจอย่างมากในวงการการเมืองสหรัฐฯ</p><h2>ปฏิกิริยาจากนิตยสารดิแอตแลนติก</h2><p>ทางด้านนิตยสารดิแอตแลนติกยืนยันว่ารายงานข่าวของตนมีความถูกต้อง พร้อมประกาศจะต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ หลังจากนายพาเทลยื่นฟ้องฐานหมิ่นประมาท การดำเนินคดีนี้คาดว่าจะยืดเยื้อและเป็นประเด็นร้อนทางการเมืองต่อไป</p><h3>ผลกระทบต่อการเมืองสหรัฐฯ</h3><p>การปะทะคารมครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งประเด็นความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของหน่วยงานความมั่นคงกลายเป็นอีกหนึ่งหัวข้อสำคัญในการโจมตีกันระหว่างสองพรรคใหญ่ของสหรัฐฯ การกล่าวหาและโต้ตอบกันครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแตกแยกทางการเมืองที่รุนแรงขึ้นในสหรัฐฯ</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 04:52:14 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[หมอดูชื่อดังเปิดดวง 12 ราศี เงินหล่นมาเหมือนฝน โชคดีด้านการเงิน]]></title>
				<category>รัฐบาล</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/rattaban/12-36555.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>หมอดูชื่อดังเปิดดวง 12 ราศี เงินหล่นมาเหมือนฝน</h2><p>หมอดูชื่อดังเปิดดวง 12 ราศี ประจำสัปดาห์นี้ ใครจะเจอโชคใหญ่ด้านการเงิน การงาน ความรัก พร้อมเลขเด็ดเสี่ยงโชค มาดูกันว่าราศีไหนจะมีเงินหล่นมาเหมือนฝน</p><h3>ราศีมังกร (14 มกราคม - 12 กุมภาพันธ์)</h3><p><strong>การงาน</strong> เจอแต่ปัญหาเรื่องการงาน การตัดสินใจออกงานเพื่อหางานใหม่ หากใครยังทนได้ก็ต้องทำทุกอย่าง ตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ และเริ่มเข้าหน้าฝนต้องเอาใจใส่ทุกๆ อย่าง</p><p><strong>การเงิน</strong> ใกล้เปิดเทอมแล้ว มีสาเหตุต้องเสียเงินอยู่ตลอด โดยเฉพาะคนรอบข้าง การซื้ออะไรใหม่มาแทนสิ่งของเดิม มีโชคลาภกับสามตัวหน้าหมายเลขบัตรประชาชน</p><p><strong>การเรียน</strong> ความกังวลใจกับการเรียน แต่จะผ่านไปได้และได้รับข่าวดี</p><p><strong>ความรัก</strong> การห่วงใยบุตรหลานโดยเฉพาะในช่วงของการสอบ พยายามเป็นกำลังใจให้ แต่ก็ได้รับข่าวดี คนโสดมีโอกาสพบรักกับคนหน้าตาดี จะมีความสนิทสนมและอยู่ด้วยกันในอนาคต เรียกว่าเจอคู่แท้ และใครที่กำลังขัดแย้งกันอยู่ก็มีโอกาสให้อภัยกัน</p><p><strong>สุขภาพ</strong> การเจ็บป่วยที่เกี่ยวข้องกับการรักษา การผ่าตัด หรือมีเหตุให้ไปเยี่ยมใครที่เจ็บป่วย และบางคนเกี่ยวข้องกับการทำศัลยกรรมความงาม</p><h3>ราศีกุมภ์ (13 กุมภาพันธ์ - 15 มีนาคม)</h3><p><strong>การงาน</strong> การทำงานมากกว่าหนึ่งอย่าง การเรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้น หากใครกำลังรอการตัดสินใจจะได้รับข่าวดี โดยเฉพาะเรื่องของการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายการงาน</p><p><strong>การเงิน</strong> ใช้เงินเก่งมาก เห็นอะไรก็อยากได้ การผ่อนซื้อทรัพย์สิน การซ่อมหรือการเสียเงินจากการซื้อของใหม่ มีโชคลาภกับสามตัวท้ายหมายเลขโทรศัพท์</p><p><strong>การเรียน</strong> ต้องมีคนช่วยเหลืออยู่ตลอด บางคนต้องปรับตัวเรื่องการเรียน มองหาผู้ใหญ่ช่วยเหลือหรือคนมีความรู้</p><p><strong>ความรัก</strong> ระวังรักแทรกซ้อน การนอกใจ การมีมือที่สาม คนโสดระวังไปพบรักกับคนมีเจ้าของแล้ว</p><p><strong>สุขภาพ</strong> การเจ็บป่วยที่รอการรักษา โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว เข้าออกโรงพยาบาลบ่อย ต้องไม่เครียด</p><h3>ราศีมีน (16 มีนาคม - 12 เมษายน)</h3><p><strong>การงาน</strong> มีความขยันมากขึ้น และการโยกย้ายเปลี่ยนแปลงแบบกะทันหัน หรือการทำงานแบบกะทันหันเร่งรีบ บางคนได้เดินทางไปต่างประเทศหรือการติดต่อกับชาวต่างชาติ</p><p><strong>การเงิน</strong> ใช้เงินเยอะ รวมถึงต้องออกค่าใช้จ่ายไปก่อน และตามเก็บเงินภายหลัง มีโชคลาภจากความฝัน</p><p><strong>การเรียน</strong> ต้องเอาใจใส่เพิ่มขึ้น และการสอบแข่งขันมีมาก</p><p><strong>ความรัก</strong> ระวังมีปากเสียง หรือมีการขัดแย้งบ้าง และบางคนเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือภายในครอบครัวมีคนเจ็บคนป่วย คนโสดมีโอกาสพบรักกับคนที่มีปัญหาคาราคาซังและมาสนิทสนมกัน</p><p><strong>สุขภาพ</strong> การพักผ่อนน้อย หรือมีเหตุให้ต้องไปเยี่ยมคนเจ็บคนป่วยหรือพาใครไปโรงพยาบาล</p><h3>ราศีเมษ (13 เมษายน - 15 พฤษภาคม)</h3><p><strong>การงาน</strong> พยายามขยันและตั้งใจทำทุกอย่างเพิ่มขึ้น การงานมีการแข่งขันสูงสักนิด เพียงแต่ต้องใจเย็นและรอบคอบ ไม่งั้นมักจะเหนื่อยเพราะความคิดฟุ้งซ่าน</p><p><strong>การเงิน</strong> ใช้เงินเก่ง ของพังของเสียและของที่อยากจะซื้ออยากจะได้ ผ่อนตลอด แต่ก็ผ่อนหมด มีโชคลาภกับอายุวันเดือนปีเกิดของลูกหลาน</p><p><strong>การเรียน</strong> ห่วงใยและพยายามเอาใจใส่เพิ่มขึ้น เพราะอยู่ในช่วงการสอบ การแข่งขันที่สูง</p><p><strong>ความรัก</strong> มีเสน่ห์มาก คนมีครอบครัวแล้วมีโอกาสตั้งครรภ์ หรือได้รับข่าวดีกับลูกหลานมีดวงไปงานแต่ง คนโสดมีโอกาสพบรักกับชาวต่างชาติที่มีลูกติด</p><p><strong>สุขภาพ</strong> เอาใจใส่เรื่องของความดัน วิงเวียนศีรษะ รวมถึงกรดไหลย้อน</p><h3>ราศีพฤษภ (16 พฤษภาคม - 15 มิถุนายน)</h3><p><strong>การงาน</strong> ความทะเยอทะยานมีมากแต่ต้องแข่งขันเพียงแต่สู้เขาได้ คนที่คิดกำลังจะหางานมักจะมีคนเรียกร้องผลประโยชน์ หรือต้องยอมทำตามที่เขาสั่ง และใครที่เช่าสถานที่อยู่ มีโอกาสถูกเรียกร้องค่าเช่าเพิ่มขึ้น</p><p><strong>การเงิน</strong> ยังหาเงินได้อยู่เสมอ การติดต่อเป็นนายหน้าได้รับข่าวดีแต่ต้องแบ่งพร้อมพวกพ้อง มีโชคลาภจากเลขรหัสเอทีเอ็ม</p><p><strong>การเรียน</strong> มีทั้งความขยันและความขี้เกียจต้องบังคับตนเอง</p><p><strong>ความรัก</strong> มีเสน่ห์มากมีคนมารักมาชอบอยู่ตลอด คนโสดไม่เหงาแน่ คนมีครอบครัวแล้วต้องรู้จักระมัดระวังอย่าปล่อยใจให้เกิดรักแทรกซ้อน</p><p><strong>สุขภาพ</strong> เอาใจใส่เรื่องของลำไส้ ท้องผูกท้องเสีย หรือบางคนมีโอกาสตั้งครรภ์ หากคนไม่พร้อมต้องรู้จักระมัดระวังและการป้องกัน</p><h3>ราศีเมถุน (16 มิถุนายน - 15 กรกฎาคม)</h3><p><strong>การงาน</strong> การเพียรพยายามมุ่งมั่นในการงานที่คาดหวัง การเรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นรวมถึงการสอบ จะมีโอกาสประสบความสำเร็จในอนาคต</p><p><strong>การเงิน</strong> รายจ่ายเยอะ ทั้งใจบุญมีคนมาขอความช่วยเหลืออยู่ตลอด บางคนของเก่ายังไม่เคลียร์ แต่ก็ต้องช่วยกันไปก่อน มีโชคลาภจากความฝัน</p><p><strong>การเรียน</strong> ศึกษาเรียนรู้อะไรทำได้ดี การสอบมีความสามารถโดยเฉพาะคนที่กำลังเปิดเทอม</p><p><strong>ความรัก</strong> คนมีครอบครัวแล้วจะช่วยเหลือกันทำทุกอย่าง คนโสดมีเสน่ห์มากมีโอกาสพบรักกับคนหน้าตาดี</p><p><strong>สุขภาพ</strong> เกี่ยวข้องกับความสวยความงาม การแก้ไข และการดูแลตนเองมากขึ้น คนเจ็บป่วยจะมีอาการดีขึ้น</p><h3>ราศีกรกฎ (16 กรกฎาคม - 18 สิงหาคม)</h3><p><strong>การงาน</strong> ต้องขยันทุกอย่าง มีการถูกบีบถูกบังคับแต่ก็ขอให้อดทน และรอกาลเวลาให้ปัญหาทุกอย่างคลี่คลาย ใครที่เป็นอยู่อย่าคิดมาก มีโอกาสหาเวลาไปพักผ่อน ชาร์จแบตให้ได้รับพลังดีดี</p><p><strong>การเงิน</strong> ยังหาเงินได้ตลอด พูดเจรจาเชื่อถือ ติดต่อการเงินกับธนาคารได้ มีโชคลาภดวงดีกับใบเสร็จจากเซเว่น</p><p><strong>การเรียน</strong> ต้องมุ่งมั่นเพิ่มขึ้น ใช้ความเพียรพยายามมากกว่าเดิม</p><p><strong>ความรัก</strong> อดทนสักนิดปัญหาครอบครัวเยอะ แต่ก็ห่วงใยกัน คนโสดมีโอกาสพบรักกับลูกค้าหรือคนที่มาติดต่อการงานร่วมกัน</p><p><strong>สุขภาพ</strong> ให้ผ่อนคลาย ช่วงนี้ความเครียดมีมาก และระวังเกี่ยวข้องกับภูมิแพ้ เดินทางไปไหนควรมียาติดกระเป๋าเอาไว้บ้าง คนอายุมากๆต้องเอาใจใส่เรื่องความดันด้วย</p><h3>ราศีสิงห์ (19 สิงหาคม - 17 กันยายน)</h3><p><strong>การงาน</strong> มีความมุ่งมั่นพยายามในเรื่องการงาน จนเป็นที่ไว้ใจ มีงานใหญ่ใหญ่เข้ามาตลอด มีความก้าวหน้า</p><p><strong>การเงิน</strong> ด้านการเงินในสัปดาห์นี้ดีมาก การซื้อขายแลกเปลี่ยนมีความโชคดี ติดต่อธนาคารประสบความสำเร็จ มีโชคลาภกับบ้านเลขที่</p><p><strong>การเรียน</strong> เพียงพยายามทุกเรื่องก็มีความสามารถ โดยเฉพาะคนที่อยากสอบในสิ่งที่อยากจะได้ดี</p><p><strong>ความรัก</strong> จะได้พาครอบครัวไปท่องเที่ยวในสถานที่สวยงาม และการวางแผนล่วงหน้าในเรื่องของครอบครัว คนโสดพบรักกับคนมีฐานะการเงินที่ดี</p><p><strong>สุขภาพ</strong> แข็งแรง ดูแลเอาใจใส่ตัวเองอยู่เสมอ คนเจ็บป่วยจะมีอาการดีขึ้น</p><h3>ราศีกันย์ (18 กันยายน - 17 ตุลาคม)</h3><p><strong>การงาน</strong> จะได้รับความสำเร็จในสิ่งที่ทำ โดยเฉพาะคนที่เข้าร่วมการแข่งขันหรือการประกวด จะมีชื่อเสียง และใครคิดที่จะทำเกี่ยวข้องกับออนไลน์ก็ทำได้เลยรวมถึงควบคู่กับงานประจำ</p><p><strong>การเงิน</strong> ซื้อความสุขโดยเฉพาะการใช้โทรศัพท์บ่อยมากขึ้น หรือการซ่อมแซม มีโชคลาภกับสามตัวท้ายหมายเลขเบอร์โทรศัพท์</p><p><strong>การเรียน</strong> มีความขยันมาก และมุ่งมั่นในสิ่งที่อยากจะเรียนรู้ได้ดี</p><p><strong>ความรัก</strong> ช่วยเหลือกันทำทุกอย่างแบ่งหน้าที่กัน และกำลังลุ้นผลสอบของลูกหลาน คนโสดมีโอกาสพบรักกับผู้ใหญ่หน้าตาดีมีพ่อสื่อแนะนำให้รู้จัก</p><p><strong>สุขภาพ</strong> เอาใจใส่เรื่องของสายตาโดยเฉพาะคนที่ชอบเล่นโทรศัพท์ตลอดเวลา การปวดตา การตัดแว่นสายตา</p><h3>ราศีตุลย์ (18 ตุลาคม - 14 พฤศจิกายน)</h3><p><strong>การงาน</strong> ต้องมีความขยันมากกว่าเดิม จะได้ลูกค้าเก่าหรือได้เดินทางไปสถานที่เคยไปมาแล้วได้กลับอีกครั้ง ทำอะไรใช้กาลเวลาทุกสิ่งทุกอย่างประสบความสำเร็จ</p><p><strong>การเงิน</strong> ยังคงใช้จ่ายเยอะ แต่เอาตัวรอดได้ตลอด มีโชคลาภจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้โชค การเสี่ยงเซียมซี เลขธูปมงคล จับลูกปิงปอง</p><p><strong>การเรียน</strong> ต้องพยายามมากกว่าเดิมถึงสำเร็จ</p><p><strong>ความรัก</strong> ยังคงต้องช่วยเหลือครอบครัว ประคองครอบครัวแต่ก็จะผ่านไปได้ คนโสดมีโอกาสพบรักกับคนมาจากสถานที่ติดน้ำติดทะเลอายุมากกว่า</p><p><strong>สุขภาพ</strong> ต้องเอาใจใส่เรื่องของสุขภาพโดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัว การกินยาหาหมอ การทำบุญกับโลงศพ หรือมีโอกาสรับรู้ข่าวการเจ็บป่วยของใคร</p><h3>ราศีพิจิก (15 พฤศจิกายน - 16 ธันวาคม)</h3><p><strong>การงาน</strong> การรอคอยในเรื่องของการงานจะได้รับการช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ ใครคิดเปลี่ยนแปลงมีโอกาสสูง และการสร้างชื่อเสียง</p><p><strong>การเงิน</strong> ใช้เงินเก่งซื้อความสุขทุกอย่าง มีโชคลาภกับเลขศูนย์จะทำอะไรขอให้มีเลขศูนย์เอาไว้ก่อน</p><p><strong>การเรียน</strong> มีความเพียรพยายามมากโดยเฉพาะใครที่คิดสอบจะได้คำตอบและสอบได้ในสิ่งที่คาดหวัง</p><p><strong>ความรัก</strong> จะได้เดินทางพร้อมครอบครัวไปสถานที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ การกราบไหว้ คนโสดพบรักคนใจบุญหน้าตาดีอายุน้อยกว่า</p><p><strong>สุขภาพ</strong> เอาใจใส่เรื่องของกระดูกกล้ามเนื้อ การปวดเมื่อย รวมถึงการไปจัดฟัน ขูดหินปูน</p><h3>ราศีธนู (17 ธันวาคม - 13 มกราคม)</h3><p><strong>การงาน</strong> ยังคงมีความขยัน ทำทุกสิ่งทุกอย่าง ตื่นเช้ามืดนอนดึก จะได้รับความช่วยเหลือและความไว้วางใจในงานสิ่งที่ทำ</p><p><strong>การเงิน</strong> ใช้ซื้อความสุขทุกอย่างทั้งของตนเองและคนในครอบครัว มีโชคลาภกับศาสตร์แห่งเวลาอ่านดวงจบกี่โมง ดูเวลาให้ดี</p><p><strong>การเรียน</strong> ขยันเพียรพยายามโดยเฉพาะคนที่มีสอบแข่งขันจะได้รับคำตอบที่ดี</p><p><strong>ความรัก</strong> ช่วยเหลือกันทำทุกอย่างเพื่อครอบครัว คนโสดมีโอกาสพบรักในที่ทำงานกับคนที่คอยช่วยเหลือกันอยู่เสมอ</p><p><strong>สุขภาพ</strong> นอนดึกพักผ่อนน้อย คนเดินทางโดยเฉพาะขับขี่รถต้องระวังเป็นพิเศษ</p><p>อาจารย์มงคล รอดเที่ยงธรรม รับงานอีเวนต์ทั่วประเทศ นักพยากรณ์ไพ่ยิปซี ลายมือ ศาสตร์แห่งตัวเลข ฮวงจุ้ย โหงวเฮ้ง ในสไตล์ธรรมชาติของชีวิตจริง สอนสักลายมือเศรษฐีมงคล พร้อมรับสักลายมือเศรษฐีมงคล</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:14:07 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ไขข้อสงสัย พระสมเด็จพิมพ์อกครุฑเศียรบาตร มีของวัดระฆังหรือไม่]]></title>
				<category>ท้องถิ่น</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/thongthin/article-36554.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ในวงการพระเครื่องปัจจุบัน พระสมเด็จพิมพ์ทรงอกครุฑเศียรบาตรมักถูกจัดว่าเป็นพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม แม้บางองค์จะมีเนื้อและลักษณะที่เข้าขั้นว่าเป็นพระสมเด็จวัดระฆัง แต่ก็ยังยึดถือกันว่าเป็นของวัดบางขุนพรหมเป็นหลัก ค่านิยมปัจจุบันยึดพิมพ์ทรงเป็นสำคัญ เมื่อเห็นพิมพ์นี้ก็มักเชื่อว่าเป็นพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมโดยไม่มีข้อสงสัย แต่แท้จริงแล้วพระสมเด็จพิมพ์ทรงนี้มีเฉพาะของวัดบางขุนพรหมเท่านั้นหรือไม่</p><h2>ข้อมูลจากตำราพระเครื่องประยุกต์</h2><p>ตำรา "พระเครื่องประยุกต์" ของตรียัมปวาย อ้างอิงแหล่งข้อมูลน่าเชื่อถือว่า นายเทศ ซึ่งเป็นหลานเจ้าพระคุณฯ เป็นผู้แกะแม่พิมพ์ถวายท่านเจ้าพระคุณฯ เป็นเบื้องแรก โดยพิมพ์ทรงแรกเริ่ม ได้แก่ พิมพ์ทรงเส้นด้าย พิมพ์ทรงฐานคู่ และพิมพ์ทรงสังฆาฏิ ส่วนพิมพ์ทรงอกครุฑเศียรบาตรนั้นเชื่อกันว่าเจ้าพระคุณฯ เป็นผู้ประดิษฐ์ขึ้นเอง ต่อมาเจ้าวังหลังพระองค์หนึ่งซึ่งรับราชการในกรมช่างสิบหมู่ ได้ออกแบบใหม่ถวาย โดยดัดแปลงจากแบบเก่าให้งดงามยิ่งขึ้น และในที่สุดหลวงวิจารณ์เจียรนัย ช่างทองหลวงราชสำนักรัชกาลที่ 4 เป็นผู้แกะพิมพ์ถวาย ซึ่งนับว่าเป็นแบบพิมพ์ที่งดงามมาก</p><h3>การแบ่งพิมพ์ทรงตามตรียัมปวาย</h3><p>ตรียัมปวายยังระบุว่าพิมพ์ทรงอกครุฑเศียรบาตรมีทั้งของวัดระฆังและวัดบางขุนพรหม (หรือที่เรียกว่าพิมพ์ทรงไกเซอร์) โดยมีพิมพ์ทรงย่อยดังนี้</p><ul><li>แบบพิมพ์โปร่ง มี 2 พิมพ์ทรงย่อย เฉพาะของวัดบางขุนพรหม</li><li>แบบพิมพ์เขื่อง มี 4 พิมพ์ทรงย่อย มีทั้งของวัดระฆังและวัดบางขุนพรหม</li><li>แบบพิมพ์สันทัด มี 2 พิมพ์ทรงย่อย มีทั้งของวัดระฆังและวัดบางขุนพรหม</li><li>แบบพิมพ์ย่อม มี 1 พิมพ์ทรงย่อย เป็นของวัดบางขุนพรหม</li></ul><p>ในยุคต่อมา ผู้เชี่ยวชาญพระสมเด็จได้แบ่งพิมพ์ใหม่เหลือเพียงไม่กี่พิมพ์ทรงย่อย และเห็นตรงกันว่าพิมพ์ทรงนี้มีเฉพาะของวัดบางขุนพรหมเท่านั้น อย่างไรก็ตาม อาจารย์ประจำ อู่อรุณ ผู้เชี่ยวชาญพระสมเด็จอาวุโส เคยเห็นพระสมเด็จทุกพิมพ์ทรงรวมถึงพิมพ์ทรงอกครุฑเศียรบาตรที่มีเนื้อจัดอย่างเนื้อพระสมเด็จวัดระฆัง</p><h2>การแบ่งพิมพ์ของนิรนาม</h2><p>นิรนามแห่งนิตยสารพรีเชียส แบ่งพระพิมพ์ทรงนี้ออกเป็น 4 พิมพ์ย่อย คือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง พิมพ์เล็ก (มีน้อยมาก) และพิมพ์แขนหักศอกหรือพิมพ์ว่าวจุฬา โดยพุทธลักษณะแม่พิมพ์ของพิมพ์ใหญ่และพิมพ์กลางมีความคล้ายกันมาก</p><h3>หลักฐานที่เชื่อมโยงกับวัดระฆัง</h3><p>เมื่อนำข้อมูลจากตำราและร่องรอยพยานหลักฐานมาพิจารณา "ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ" เห็นว่าพระสมเด็จพิมพ์ทรงเศียรบาตรอกครุฑมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงและมีลักษณะบางอย่างคล้ายกับพระสมเด็จวัดระฆัง เช่น</p><ul><li>การไม่มีขอบปลิ้น</li><li>การพบรอยปูไต่ (รอยปริตามขอบหรือขนานกับขอบด้านหลัง)</li><li>การพบจงอยปากนกที่มุมฐานชั้นล่าง</li></ul><h4>ขอบปลิ้น</h4><p>การไม่มีขอบปลิ้นในพระพิมพ์ทรงนี้ สาเหตุน่าจะมาจากแม่พิมพ์พระพิมพ์นี้มักมีวิธีการสร้างเช่นเดียวกับแม่พิมพ์พระสมเด็จวัดระฆัง คือแกะลวดลายลงบนวัสดุแข็งเช่นหินสบู่ โดยแกะมากกว่าหนึ่งลวดลายบนหินแผ่นเดียวกัน การกดพระเป็นลักษณะเดียวกับวัดระฆัง คือนำก้อนมวลสารกดลงบนแผ่นหินสบู่ แล้วตัดขอบด้วยของมีคม อาจตัดขณะที่องค์พระยังอยู่บนแผ่นหินสบู่จากด้านหลังไปด้านหน้า ทำให้เกิดรอยปูไต่ที่ด้านหลัง ซึ่งแตกต่างจากพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์อื่นที่มักไม่มีขอบปริด้านหลัง และมักมีขอบปลิ้นด้านหน้า</p><h4>จงอยปากนก</h4><p>จงอยปากนกที่มุมฐานชั้นล่างเป็นลักษณะของการสร้างแม่พิมพ์ที่แกะลวดลายบนแผ่นหินสบู่ เป็นจุดเริ่มต้นของการลงมีดปาดผิวเพื่อแกะองค์พระ ตำราช่างสิบหมู่ระบุว่าการแกะเริ่มจากเส้นซุ้มครอบแก้วก่อนแล้วจึงแกะฐานชั้นล่าง ปลายเส้นซุ้มครอบแก้วด้านขวามือที่ยาวลงมาด้านล่าง ในองค์ที่ติดชัดจะเห็นเส้นจงอยปากนกเชื่อมจากปลายเส้นซุ้มมาที่หัวมุมด้านล่างของฐานชั้นล่าง ซึ่งนิรนามบอกว่าเป็นจุดตายในการพิจารณาพระพิมพ์ทรงนี้</p><p>เมื่อพิจารณาถึงตรงนี้ เรื่องราวสอดคล้องกับที่ตรียัมปวายบอกว่าแท้จริงแล้วพระสมเด็จพิมพ์ทรงอกครุฑเศียรบาตรมีทั้งของวัดระฆัง (ใช้แม่พิมพ์วัดระฆังกดพระวัดระฆัง) และวัดบางขุนพรหม (นำแม่พิมพ์วัดระฆังมากดพระวัดบางขุนพรหม หรือสร้างแม่พิมพ์ใหม่) และแรกเริ่มรุ่นแรกๆ ออกแบบโดยท่านเจ้าประคุณสมเด็จโต ก่อนที่จะมีการพัฒนาพิมพ์ทรงโดยช่างสิบหมู่และช่างทองหลวง</p><h2>ความเห็นของอาจารย์ประกิต หลิมสกุล</h2><p>อาจารย์ประกิต หลิมสกุล หรือพลายชุมพล หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ กล่าวว่าพระสมเด็จพิมพ์ทรงนี้ที่มีลักษณะแบบบ้านๆ หรือพรีมิทีฟ ได้รับอิทธิพลจากบุคลิกลักษณะของท่านเจ้าประคุณสมเด็จโตที่ออกแบบพิมพ์ทรงในยุคแรกๆ</p><h3>บทส่งท้าย</h3><p>ตำรารุ่นเก่าที่น่าเชื่อถือและความเห็นของผู้เชี่ยวชาญพระสมเด็จอาวุโสหลายท่านบอกว่าพระสมเด็จพิมพ์ทรงเศียรบาตรอกครุฑมีทั้งของวัดระฆังและวัดบางขุนพรหม แต่การเล่นหาพระสมเด็จกระแสหลักในปัจจุบันยึดถือว่าเป็นพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมเท่านั้น "ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ" เห็นว่าในอนาคตเมื่อข้อมูลและพยานหลักฐานปรากฏชัดเจนขึ้น ความจริงย่อมปรากฏว่าแท้จริงแล้วพระสมเด็จพิมพ์ทรงนี้มีของวัดระฆังด้วยหรือไม่ แต่ไม่ว่าจะเป็นของวัดไหน ก็ไม่น่าทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในด้านคุณค่านิยมหรือความเลื่อมใสศรัทธา</p><h2>วิธีพิจารณาพิมพ์ใหญ่และพิมพ์กลาง</h2><p>"ศาสตร์แห่งพระสมเด็จ" ขอนำเสนอวิธีพิจารณาส่วนที่คล้ายและแตกต่างของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงเศียรบาตรอกครุฑ พิมพ์ใหญ่ เปรียบเทียบกับพิมพ์กลาง ตามแนวทางของนิรนาม</p><h3>ส่วนที่คล้ายกัน</h3><ol><li>ขอบทั้งสี่ด้านไม่ปรากฏขอบแม่พิมพ์เหมือนพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์อื่น และไม่ปรากฏรอยสันครูด (ขอบปลิ้น) ขึ้นด้านหน้า เนื่องจากพระพิมพ์นี้ส่วนใหญ่มีความหนาเป็นพิเศษ วิธีการตัดเนื้อเกินต้องทำด้วยความประณีต โดยจรดตอกไม้ไผ่ให้พอดีกับเส้นขอบแม่พิมพ์แล้วลากเขี่ยเนื้อส่วนเกินออกทางด้านข้างแทนการยกตอกขึ้น</li><li>เส้นซุ้มครอบแก้วเรียวเล็กและบางกว่าเส้นซุ้มของพระสมเด็จพิมพ์อื่น เรียกว่าซุ้มเส้นลวด</li><li>พระเศียรกลมใหญ่คล้ายบาตรพระ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อแม่พิมพ์ว่า "เศียรบาตร" ในองค์ที่กดลึกและติดชัดจะเห็นหู ตา จมูก และปากชัดเจน</li><li>พระเกศเป็นลักษณะปลีบัวตูมสั้นจรดซุ้มครอบแก้ว</li><li>พระกรรณหนาและใหญ่เป็นรูปบายศรี</li><li>หัวไหล่ด้านซ้ายขององค์พระนูนสูงกว่าหัวไหล่ด้านขวาและเอียงลาดจากซ้ายไปขวา เนื่องจากส่วนบนของหัวไหล่ข้างซ้ายเป็นจุดเริ่มต้นของสังฆาฏิจึงนูนสูงกว่า ในองค์ที่ติดชัดจะปรากฏเส้นสังฆาฏินูนจากหัวไหล่ซ้ายลงมาถึงพระอุทรเป็นแผ่นหนาสวยงาม</li><li>จุดสำคัญที่เรียกว่า "จุดตาย" คือระหว่างปลายสุดของเส้นซุ้มครอบแก้วด้านขวามือขององค์พระจะมีเส้นโค้งเรียวบางวิ่งเชื่อมกับปลายฐานชั้นที่ 1</li><li>หัวฐานชั้นที่ 1 ทั้ง 2 ข้างเป็นหน้าตัด (ตั้งฉากกับขอบล่าง)</li><li>ระหว่างกลางของฐานชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 มีรอยยุบตรงกลางฐานเป็นทางยาว</li><li>ฐานทั้ง 3 ชั้นไม่ปรากฏลักษณะของฐานหัวสิงห์</li><li>ในองค์ที่พิมพ์ติดชัด เอกลักษณ์ของฐานเป็นข้อพิจารณาที่ดี คือปลายหัวฐานชั้นที่ 2 ทางด้านขวามือองค์พระจะชนกับซุ้มครอบแก้ว ส่วนปลายหัวฐานชั้นที่ 2 ด้านขวามือขององค์พระจะห่างจากซุ้มครอบแก้ว และฐานชั้นที่ 1 และชั้นที่ 2 มีความยาวไล่เลี่ยกัน</li></ol><h3>ส่วนที่แตกต่างกัน</h3><ol><li>ในพิมพ์ใหญ่ ลำพระกรข้างขวาขององค์พระจะโค้งและห่างจากลำพระองค์มากกว่าลำพระกรข้างซ้าย ทำให้ดูเหมือนพระกรข้างขวากางออกมากกว่าพระกรข้างซ้าย ส่วนในพิมพ์กลาง พระกรทั้งสองข้างทอดตรงลงมามากกว่า มีความโค้งน้อยกว่า และระยะห่างจากลำพระองค์เท่ากันและได้สัดส่วนกัน</li><li>ในพิมพ์ใหญ่ พระเพลาหรือหน้าตักขององค์พระจะโค้งเป็นรูปเรือ และปลายเข่าทั้งสองข้างยื่นเรียวแหลมขึ้นไปเหนือหน้าตักอย่างชัดเจน สำหรับพิมพ์กลาง พระเพลาหรือหน้าตักโค้งน้อยกว่า และปลายเข่าทั้งสองข้างไม่ยื่นเรียวแหลมขึ้นไป</li></ol><p>อ่านเพิ่มเติมได้ที่เพจ พระสมเด็จศาสตร์ โดย พ.ต.ต.คมสัน สนองพงษ์ และขอขอบคุณ ผู้ช่วยศาสตราจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณ ที่กรุณาเอื้อเฟื้อรูปพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมองค์ครู และขอขอบคุณท่านเจ้าของพระองค์ปัจจุบัน พระองค์นี้เป็นพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์อกครุฑเศียรบาตร พิมพ์ใหญ่ (ลำพระกรข้างขวาโค้งและห่างจากลำพระองค์มากกว่าพระกรข้างซ้าย) ที่มีความงดงามมาก มีคราบขี้กรุหนาปกคลุมทั้งด้านหน้าและด้านหลัง วรรณะสีน้ำตาล ซึ่งเป็นวรรณะของคราบขี้กรุพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์ทรงถูกต้องตามตำรา มีเอกลักษณ์คือไม่มีเส้นซุ้มด้านล่าง ขอบพระไม่ปรากฏขอบปลิ้น สังเกตเห็นเส้นจงอยปากนกเชื่อมระหว่างปลายเส้นซุ้มด้านขวามือกับขอบมุมฐานชั้นที่ 1 ล่างสุด ด้านหลังเป็นแบบหลังเรียบ ปรากฏคราบกรุสีน้ำตาลเข้ม มีรอยตราประทับสีม่วงของทางวัดบริเวณด้านล่าง มีรอยปริที่ขอบเล็กน้อยหรือที่เรียกว่า "รอยปูไต่" ซึ่งมักไม่พบในพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมพิมพ์อื่น เป็นองค์ต้นแบบที่ดีในการศึกษาเกี่ยวกับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม</p><p>ผู้เขียน พ.ต.ต.คมสัน สนองพงษ์ อดีตตำรวจพิสูจน์หลักฐาน เพจเฟซบุ๊ก – พระสมเด็จศาสตร์</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:24:57 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ราคาทองวันนี้ 13 พ.ค. 2569 ลดลง 100 บาท ทองแท่งขายออก 72,000]]></title>
				<category>ทอง</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/thong/13-2569-100-36553.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>ราคาทองวันนี้ 13 พฤษภาคม 2569 อัปเดตล่าสุด</h2><p>วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทองคำครั้งที่ 1 เวลา 09.07 น. ปรับลดลง 100 บาท ส่งผลให้ราคาทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 71,800 บาท ขายออกบาทละ 72,000 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 70,357.56 บาท ขายออกบาทละ 72,800 บาท</p><h3>ราคาทองคำแท่ง 1 บาท</h3><ul><li>รับซื้อ: 71,800 บาท</li><li>ขายออก: 72,000 บาท</li></ul><h3>ราคาทองรูปพรรณ 1 บาท</h3><ul><li>รับซื้อ: 70,357.56 บาท</li><li>ขายออก: 72,800 บาท</li></ul><h3>ราคาทองคำ 2 สลึง (50 สตางค์)</h3><ul><li>ทองคำแท่ง รับซื้อ 35,900 บาท ขายออก 36,000 บาท</li><li>ทองรูปพรรณ รับซื้อ 35,178.78 บาท ขายออก 36,400 บาท</li></ul><h3>ราคาทองคำ 1 สลึง</h3><ul><li>ทองคำแท่ง รับซื้อ 17,950 บาท ขายออก 18,000 บาท</li><li>ทองรูปพรรณ รับซื้อ 17,589.39 บาท ขายออก 18,200 บาท</li></ul><h3>ราคาทองคำครึ่งสลึง</h3><ul><li>ทองคำแท่ง รับซื้อ 8,975 บาท ขายออก 9,000 บาท</li><li>ทองรูปพรรณ รับซื้อ 8,794.70 บาท ขายออก 9,100 บาท</li></ul><p>หมายเหตุ: ราคาดังกล่าวยังไม่รวมค่ากำเหน็จ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ควรสอบถามร้านทองอีกครั้ง</p><h2>อัปเดตราคาทองล่าสุด</h2><p>หลังจากเปิดตลาดจนถึงเวลา 10.50 น. สมาคมค้าทองคำรายงานว่าราคามีการปรับขึ้นลงแล้ว 3 ครั้ง โดยล่าสุดเวลา 09.57 น. ราคาทองคำแท่งรับซื้อบาทละ 71,700 บาท ขายออกบาทละ 71,900 บาท ส่วนทองรูปพรรณรับซื้อบาทละ 70,266.60 บาท ขายออกบาทละ 72,700 บาท</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 04:55:11 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[รัฐบาลจับมือเอกชนฟื้น กรอ. เพิ่มขีดแข่งขันประเทศ แก้เศรษฐกิจรอบด้าน]]></title>
				<category>รัฐบาล</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/rattaban/article-36552.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>รัฐบาลจับมือเอกชนฟื้นกลไก กรอ. เพิ่มขีดแข่งขันประเทศ</h2><p>น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การหารือระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมรัฐมนตรีด้านกฎหมายและเศรษฐกิจ กับผู้บริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างรัฐบาลและภาคเอกชน เพื่อดึงความสามารถในการแข่งขันของประเทศกลับมาตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี</p><h3>ข้อเสนอจากภาคอุตสาหกรรม</h3><p>น.ส.รัชดา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีรับฟังข้อเสนอจากภาคอุตสาหกรรมอย่างรอบด้าน ทั้งปัญหาต้นทุนการผลิต การเข้าถึงแหล่งเงินทุนของเอสเอ็มอี โครงสร้างพื้นฐาน ระบบโลจิสติกส์ พลังงานสะอาด การปรับกฎหมายให้เอื้อต่อธุรกิจ และปัญหาแรงงาน โดยย้ำว่ารัฐบาลต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้ควบคุม เป็นผู้สนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้ภาคเอกชนเดินหน้าได้เต็มศักยภาพ</p><h3>ฟื้นกลไก กรอ.</h3><p>นายกรัฐมนตรีเห็นด้วยกับการฟื้นกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) โดยเชิญ 3 สถาบันเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทย เข้าร่วมเป็นเวทีประจำในการสะท้อนปัญหา เสนอทางออก และผลักดันนโยบายเศรษฐกิจให้เกิดผลจริง เหมือนในอดีตที่ความร่วมมือรัฐ–เอกชนมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาอีสเทิร์นซีบอร์ด</p><h3>ช่วยเหลือเอสเอ็มอี</h3><p>น.ส.รัชดา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีปัญหาสภาพคล่อง การเป็น NPL และบางส่วนหลุดไปสู่หนี้นอกระบบ โดยรัฐบาลจะพิจารณากลไกปลดล็อกให้ผู้ประกอบการกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจปกติให้มากที่สุด ควบคู่การพัฒนาศักยภาพให้เป็นเอสเอ็มอีที่ผลิตสินค้าซึ่งแข่งขันได้ พร้อมผลักดันการใช้กำลังซื้อภาครัฐผ่านนโยบาย Made in Thailand หรือ MiT เพื่อสร้างคำสั่งซื้อให้สินค้าไทย ช่วยให้เอสเอ็มอีมีรายได้ มีหลักประกัน และเข้าถึงสินเชื่อจากระบบธนาคารได้ง่ายขึ้น</p><h3>พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน</h3><p>ด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อสนับสนุนประสิทธิภาพของเอกชน นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการแก้จุดที่ยังเป็น Missing Link ต่าง ๆ ซึ่งไม่ใช่เพียงการก่อสร้างเส้นทางคมนาคม แต่คือการวางฐานอุตสาหกรรมต่อเนื่อง โลจิสติกส์ และการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร เพื่อทำให้ไทยกลับมาเป็นศูนย์กลางการผลิตและการค้าของภูมิภาค</p><h3>จัดการแรงงานต่างด้าว</h3><p>น.ส.รัชดา กล่าวว่า อีกประเด็นสำคัญคือด้านแรงงาน โดย ส.อ.ท. เสนอให้มีการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงแรงงานกับภาคเอกชน เพื่อออกแบบระบบการลงทะเบียน การควบคุม และการใช้แรงงานต่างด้าวอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะแรงงานกัมพูชากว่า 200,000 คนที่ยังอยู่นอกระบบ เนื่องจากแรงงานแต่ละสัญชาติมีทักษะและความชำนาญแตกต่างกัน ภาคอุตสาหกรรมจึงต้องการระบบบริหารแรงงานที่สอดคล้องกับความต้องการจริงของภาคการผลิต</p><p>โดยกระทรวงแรงงานได้รับข้อเสนอดังกล่าวไปดำเนินการร่วมกับภาคเอกชนต่อไป โดยเป้าหมายคือการจัดระบบแรงงานให้ถูกต้อง ชัดเจนทั้งด้านความมั่นคง การคุ้มครองแรงงาน สวัสดิการ และความต่อเนื่องของภาคการผลิต รวมถึงไม่ให้ปัญหาระหว่างรัฐกระทบต่อประชาชนและผู้ประกอบการที่พึ่งพาแรงงานกลุ่มนี้อย่างจำเป็น</p><p>“นายกรัฐมนตรีมองว่าการพบ ส.อ.ท. ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการรับฟังข้อเสนอ แต่เป็นการวางกลไกทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ รัฐบาลจะเดินหน้าแก้ปัญหาทั้งโครงสร้างพื้นฐาน เงินทุน กฎหมาย พลังงาน และแรงงาน เพื่อให้เอกชนแข่งขันได้ ประชาชนมีงานทำ และประเทศไทยกลับมายืนในจุดที่มีศักยภาพสูงในภูมิภาคอีกครั้ง”</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 04:58:51 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทราย สก๊อต เปิดคลิปเสียงโต้พาย หลักฐานชัดโลกโซเชียลช็อก]]></title>
				<category>ดาราต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/bantoeng/celebrity/article-36551.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ก่อนหน้านี้ พาย สุนิษฐ์ สก๊อต ได้ออกมาเคลียร์ชัดในประเด็นที่ น้องชาย ได้กล่าวหาว่าตนเองล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่ง พาย ได้เผยเรื่องนี้ว่า ไม่ใช่เรื่องจริง และมันไม่เคยเกิดขึ้น ไม่มีวันทำเรื่องแบบนั้น เพราะเป็นเรื่องที่น่าขยะแขยง เรื่องที่แย่มากๆ และไม่เคยคิดหรือเจตนาทำแบบนั้นกับใครเลย โดยเฉพาะน้องแท้ๆ</p><h2>ทราย สก๊อต เปิดหลักฐานคลิปเสียง</h2><p>และล่าสุดทำเอาโลกออนไลน์ถึงกับตื่นตะลึงอย่างมาก เมื่อ ทราย สก๊อต ได้ออกมาโพสต์คลิปเสียง เป็นเสียงสนทนาระหว่าง ทรายกับพาย ที่ ทราย เคยอ้างว่าเป็นหลักฐาน และพี่ชายได้สารภาพแล้ว ซึ่งคลิปดังกล่าวหลายคนที่ได้ฟังต่างเข้ามาคอมเมนต์ส่งกำลังใจให้กับ ทราย สก๊อต กันจำนวนมาก</p><h3>ปฏิกิริยาจากโซเชียล</h3><p>หลังจากคลิปเสียงถูกเผยแพร่ ชาวเน็ตต่างแสดงความเห็นอย่างหลากหลาย บางส่วนเชื่อว่าคลิปนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่ชี้ชัดถึงความผิดของพาย ขณะที่บางส่วนยังคงรอฟังความชัดเจนจากฝั่งพายอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม กระแสสนับสนุนทรายมีจำนวนมาก</p><p>คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:10:37 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[นายกฯ อนุทิน ร่วมเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน เตรียมเพาะในนาตัวเอง]]></title>
				<category>รัฐบาล</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/rattaban/article-36550.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>นายกฯ อนุทิน ร่วมเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน เตรียมนำไปเพาะในแปลงนาของตัวเอง</h2><p>วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ภายหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางไปยังบริเวณแปลงนาสาธิต ซึ่งได้มีการหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน โดยนายกฯ ได้ร่วมเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ถูกหว่านลงในแปลงนาสาธิต พร้อมกับประชาชนทั่วไปที่เดินทางมาร่วมในพิธี และเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวทรงปลูกใส่ถุงที่เตรียมมา</p><h3>นายกฯ เผยเป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าว</h3><p>นายกฯ กล่าวว่า นับเป็นครั้งแรกที่ตนได้มีโอกาสมาเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวพระราชทาน ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เคยทำมาก่อน และได้เห็นประชาชนจำนวนมากมาร่วมในพิธีนี้ โดยนายกฯ ระบุว่า จะนำเมล็ดพันธุ์ข้าวที่เก็บได้ไปเพาะเพื่อให้เติบโตและเป็นสิริมงคลในแปลงนาของตนเอง แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าอยู่ที่ใด นอกจากนี้ ยังมีประชาชนเข้ามาทักทายนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นกันเอง จากนั้นนายกฯ ได้ร่วมถ่ายภาพกับเกษตรกรที่ได้รับรางวัลจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว</p><h3>มาตรการดูแลภัยแล้งปีนี้</h3><p>นายกฯ กล่าวถึงมาตรการดูแลเกษตรกรหลังคาดว่าปีนี้จะเกิดภัยแล้งว่า รัฐบาลได้มีการวางแผนไว้อย่างบูรณาการ ตั้งแต่แผนในระดับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมชลประทาน ในการจัดหาน้ำ เช่น น้ำบาดาล น้ำใต้ดิน ให้กับเกษตรกร นอกจากนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมโยธาธิการและผังเมือง จะร่วมทำงานกันอย่างบูรณาการเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะภัยแล้ง ซึ่งการพยากรณ์อากาศพบว่าจะเกิดสภาวะดังกล่าวในปีนี้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการจัดหาแหล่งน้ำและกักตุนน้ำให้มากที่สุด เพื่อให้เกษตรกรไม่ประสบความเดือดร้อน</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:13:35 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[กฟน. แจ้งไฟฟ้าดับ 14 พ.ค. 2569 หลายจุดในกรุงเทพฯ]]></title>
				<category>การขนส่ง</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankhonsung/14-2569-36549.html</link>
				<description><![CDATA[<p>วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA ได้ประกาศแผนการดับไฟฟ้าเพื่อบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้าและยกระดับการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น โดยจะดำเนินการในวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ดังนี้</p><h2>พื้นที่กรุงเทพมหานคร</h2><ul><li>ถนนเชื่อมสัมพันธ์ ซอยเชื่อมสัมพันธ์ 5 แยก 1 ตั้งแต่เวลา 09.00 - 12.00 น.</li><li>ถนนจรัญสนิทวงศ์ ซอยจรัญฯ 12 หลังสนามบอลโค้งกระเทียม ตั้งแต่เวลา 08.30 - 14.00 น.</li><li>ถนนเอกมัย ซอยเอกมัย 22 ตั้งแต่เวลา 09.00 - 13.00 น.</li><li>ถนนเอกชัย ซอยติดกับโรงพยาบาลบางปะกอก 8 ตั้งแต่เวลา 09.00 - 12.00 น.</li><li>ถนนบางแวก ซอยบางแวก 140 ตั้งแต่เวลา 13.00 - 15.30 น.</li><li>ริมถนนอ่อนนุช บริเวณอ่อนนุช 6 ถึงอ่อนนุช 8 ตั้งแต่เวลา 09.30 - 10.30 น.</li><li>ถนนนวมินทร์ ซอยนวมินทร์ 111 แยก 14 และโรงเรียนคลองลำเจียก ตั้งแต่เวลา 08.30 - 15.30 น.</li><li>ริมถนนร่มเกล้า บริเวณบิ๊กซี ค็อกพิท อินทนิล ตั้งแต่เวลา 08.30 - 15.00 น.</li><li>ถนนวิภาวดีรังสิต บริเวณริมถนนปากซอยวิภาวดี 64 ตั้งแต่เวลา 22.00 น. - 01.00 น. ของวันที่ 15 พฤษภาคม 2569</li><li>ถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์ ซอยสุขถาวร อพาร์ตเมนต์ ตั้งแต่เวลา 09.00 - 13.00 น.</li></ul><p>การไฟฟ้านครหลวงขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และแนะนำให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวเตรียมรับมือกับไฟฟ้าดับตามช่วงเวลาที่กำหนด หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางของ MEA</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 04:57:02 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เปิดประวัติ "อนุชา บูรพชัยศรี" ตัวเต็งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์]]></title>
				<category>รัฐบาล</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/rattaban/article-36548.html</link>
				<description><![CDATA[<p>วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เป็นที่จับตาไม่น้อยเมื่อการจัดงาน "AI Demo Day: Bangkok Builders Edition" ที่โกดังโรงงานยาสูบ 5 กรุงเทพฯ ของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ได้ปรากฏตัวนายอนุชา บูรพชัยศรี อดีตผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย เดินทางมาร่วมงานด้วย พร้อมแจงต่อสื่อมวลชนว่า "ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยแล้วเมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยพรรคภูมิใจไทยได้รับทราบกระบวนการลาออกครบถ้วนแล้ว และยอมรับว่าอนาคตอาจจะมาร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์" โดยมีการคาดการณ์กันว่านายอนุชาจะมาลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในนามพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้</p><h2>ประวัติ "อนุชา บูรพชัยศรี"</h2><p>นายอนุชา บูรพชัยศรี ชื่อเล่น เจมส์ เกิด 23 มกราคม 2510 ปัจจุบันอายุ 59 ปี สมรสกับนางสุดารัตน์ บูรพชัยศรี สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนอัสสัมชัญ รุ่นเดียวกับอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เรียนจบระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากวิทยาลัยเซเครทฮาร์ท ประเทศออสเตรเลีย ระดับปริญญาตรีคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมเครื่องกล จากมหาวิทยาลัยอเดเลด ระดับปริญญาโทคณะวิทยาศาสตร์ สาขาการพลังงานและการเผาไหม้ มหาวิทยาลัยลีดส์ ประเทศอังกฤษ และระดับปริญญาโทอีกใบจากคณะบริหารธุรกิจ สาขาการเงินและการตลาด จากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำเร็จหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 63 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย</p><h3>เส้นทางการเมือง "อนุชา บูรพชัยศรี"</h3><p>นายอนุชาเข้าสู่การเมืองในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และได้รับเลือกให้เป็น สส.กทม. โดยการเลือกตั้งในครั้งนั้นเป็นการเลือกตั้งแบบเรียงเบอร์ ร่วมกับกรณ์ จาติกวณิช และสมเกียรติ ฉันทวานิช และได้รับการเลือกตั้งทั้ง 3 คน จากนั้นได้รับการเลือกตั้งเป็นสมัยที่ 2 ในปี 2554 ต่อมาในปี 2562 ลงสมัครรับเลือกตั้งในสังกัดพรรคประชาธิปัตย์เช่นเดิม แต่ไม่ได้รับการเลือกตั้ง จากนั้นได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ มาสังกัดพรรคพลังประชารัฐ</p><p>ส่วนบทบาทสำคัญทางการเมือง นายอนุชาได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2565 ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จากนั้นถูกแต่งตั้งให้เป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เพื่อเปิดทางให้นายธนกร วังบุญคงชนะ เข้ามาทำหน้าที่โฆษกรัฐบาลแทน</p><p>จากนั้นในการเลือกตั้งปี 2566 ได้ย้ายมาสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ เมื่อนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นายอนุชาจึงได้รับการเลื่อนลำดับบัญชีรายชื่อ ต่อมาในการเลือกตั้งปี 2569 ได้ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทยกับกลุ่มของนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน จนล่าสุดได้ประกาศว่าได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคแล้ว เพื่อเตรียมมาร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์ตามเดิม ท่ามกลางกระแสข่าวถูกวางตัวให้ลงชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม. ที่ได้รับการทาบทามจากนายสกลธี ภัททิยกุล</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:32:32 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[กรมทรัพย์สินฯ คุมเข้มปราบสินค้าปลอมออนไลน์ แนะ 7 ข้อสังเกต]]></title>
				<category>อีคอมเมิร์ซ</category>
				<link>https://siampost24.com/theknoloyi/ecommerce/7-36547.html</link>
				<description><![CDATA[<p>กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้ายกระดับการคุ้มครองผู้บริโภคออนไลน์ เร่งเฝ้าระวังและปราบปรามสินค้าปลอมบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ หลังพบขบวนการปลอมสินค้าพัฒนารูปแบบการผลิตและจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์อย่างแนบเนียนมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเครื่องสำอางและอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชีวิต สุขภาพ ความปลอดภัย และทรัพย์สินของประชาชน โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรและแพลตฟอร์มออนไลน์ในการป้องกันและปราบปรามการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการค้าออนไลน์ที่ปลอดภัยและเป็นธรรมต่อผู้บริโภค</p><h2>ผลการจับกุม 6 เดือน ยึดของกลางกว่า 1.3 ล้านชิ้น</h2><p>นางอรมน ทรัพย์ทวีรธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า จากการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กรมศุลกากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในการเฝ้าระวังและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดย 6 เดือนแรก (ตุลาคม 2568 - มีนาคม 2569) ของปีงบประมาณ 2569 มีผลการจับกุมดำเนินคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในไทย ทั้งย่านการค้าและออนไลน์รวม 332 คดี ยึดของกลางได้กว่า 1.3 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 2,300 ล้านบาท</p><h3>รูปแบบการจำหน่ายสินค้าปลอมเปลี่ยนจากหน้ารู้สู่ช่องทางออนไลน์</h3><p>นางอรมนกล่าวว่า ปัจจุบันการจำหน่ายสินค้าละเมิดฯ มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบจากหน้าร้านสู่ช่องทางออนไลน์มากขึ้น เนื่องจากเข้าถึงผู้บริโภคได้สะดวกและรวดเร็ว โดยเฉพาะสินค้าของใช้ในชีวิตประจำวัน และของใช้สำหรับร่างกาย ทั้งกลุ่มเครื่องสำอาง เช่น ครีมบำรุงผิว ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า เซรั่ม ครีมกันแดด รองพื้น แป้งพัฟ ครีมอาบน้ำ แชมพู ครีมนวดผม และยาสีฟัน รวมทั้งอุปกรณ์เสริมโทรศัพท์มือถือ เช่น พาวเวอร์แบงค์ หัวชาร์จเร็ว หูฟังไร้สาย และเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น ลำโพงบลูทูธ รางปลั๊กไฟ และไดร์เป่าผม ซึ่งมีการปลอมบรรจุภัณฑ์ฉลากภาษาไทยที่แสดงเครื่องหมายรับรองต่างๆ เช่น เลขทะเบียน อย. เลขมาตรฐาน มอก. ให้มีลักษณะใกล้เคียงกับสินค้าของแท้มากขึ้น เพื่อหลอกลวงผู้บริโภคโดยเฉพาะนักช้อปออนไลน์ที่ไม่สามารถตรวจสอบสินค้าก่อนสั่งซื้อ และจูงใจผู้ซื้อด้วยราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดมาก</p><p>สินค้าเหล่านี้เป็นสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน มีส่วนประกอบสารเคมีต้องห้ามหรือเกินมาตรฐานที่เป็นอันตรายต่อชีวิต สุขภาพ เช่น อาการแพ้ ระคายเคืองผิว อุปกรณ์ไฟฟ้าเสียหาย เสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจรและเกิดเพลิงไหม้</p><h2>7 ข้อสังเกตเลือกซื้อสินค้าออนไลน์อย่างปลอดภัย</h2><p>นางอรมนกล่าวว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา ขอแนะนำ 7 ข้อสังเกตหรือข้อควรระมัดระวังในการเลือกซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ดังนี้</p><ul><li><strong>ตรวจสอบฉลากและการรับรองจากหน่วยงานต่างๆ</strong> เช่น เลข อย./มอก. และเครื่องหมายการค้า</li><li><strong>ตรวจสอบข้อมูลสินค้า</strong> ทั้งชื่อสินค้า วันผลิต วันหมดอายุ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ขาย ประเทศแหล่งกำเนิดและแหล่งผลิตสินค้า ตลอดจนตรวจสอบประวัติร้านค้าว่าเปิดมานานหรือไม่</li><li><strong>ตรวจสอบส่วนประกอบของสินค้า</strong> บรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ไม่มีตำหนิ</li><li><strong>มีนโยบายคืนสินค้า/คืนเงินชัดเจน</strong></li><li><strong>ราคาที่สมเหตุสมผล</strong> ไม่ถูกเกินไปเมื่อเทียบกับราคาปกติที่จำหน่ายในท้องตลาด</li><li><strong>การออกใบเสร็จหรือหลักฐานการสั่งซื้อ</strong></li><li><strong>ตรวจสอบข้อมูลการรีวิวสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ</strong> ซึ่งมีจุดที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เช่น การโฆษณาหรืออ้างสรรพคุณเกินจริง การจัด Flash Sale หลอกโดยการลดราคาสินค้าพิเศษอย่างหนักในช่วงระยะเวลาจำกัดมาก การเร่งรัดให้โอนเงิน การปิดบังข้อมูลร้านค้าผู้จำหน่าย การมียอดรีวิวแต่ไม่สามารถตรวจสอบได้ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจเป็นร้านจำหน่ายสินค้าปลอมหรืออาจถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงิน</li></ul><h3>บทลงโทษสำหรับผู้จำหน่ายสินค้าปลอม</h3><p>การจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อหากำไรทางการค้า ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 2 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000 ถึง 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ขณะที่การปลอมเครื่องหมายการค้าที่ได้จดทะเบียนแล้ว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการนำเข้า จำหน่าย เสนอจำหน่ายหรือมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าปลอมหรือเลียนเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักร มีโทษตามที่กฎหมายกำหนดเช่นเดียวกัน</p><h2>นโยบายสำคัญของกระทรวงพาณิชย์</h2><p>การยกระดับการปกป้องผู้บริโภคจากสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่ไม่ได้มาตรฐาน ควบคู่กับการส่งเสริมผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกกฎหมาย เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้การนำของ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งพัฒนาระบบนิเวศทรัพย์สินทางปัญญาของไทยให้เข้มแข็ง เนื่องจากการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาที่มีประสิทธิภาพ ไม่เพียงช่วยสร้างแรงจูงใจให้เกิดนวัตกรรมและการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการค้า การลงทุน และภาพลักษณ์ของประเทศไทย ท่ามกลางบริบทเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนและการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น</p><p>หากประชาชนพบเห็นการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สามารถแจ้งเบาะแส ทางเว็บไซต์ www.ipthailand.go.th หัวข้อบริการ “แจ้งเบาะแสการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา” หรือโทรสายด่วน 1368</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:16:16 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ตามรอยลิซ่า Feel All The Feelings 5 พิกัดคลาสสิกฝั่งธนบุรี-ท่าเตียน]]></title>
				<category>การท่องเที่ยว</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kanthongthiao/feel-all-the-feelings-5.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ไลฟ์สไตล์ท่องเที่ยวไทยรัฐออนไลน์ชวนคุณมาปลดปล่อยความรู้สึกกับแคมเปญ Feel All The Feelings พร้อมเดินตามรอย "ลิซ่า" อีกครั้ง ในฐานะ Friend of Amazing Thailand ตะลุยย่านเก่าแก่ฝั่งธนบุรีและท่าเตียนที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมระดับโลกและของอร่อยระดับตำนาน เตรียมชุดไทยให้พร้อม แล้วออกไปสัมผัสมนต์เสน่ห์ของกรุงเทพมหานครในมุมมองที่ทั้งคลาสสิกและทรงพลังไปพร้อมกัน</p><h2>แจกแพลนเที่ยว 5 พิกัดไฮไลต์ ฝั่งธนบุรี - ท่าเตียน</h2><h3>1. วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร (วัดแจ้ง)</h3><p>เริ่มต้นทริปด้วยการแต่งชุดไทยสวยๆ แวะเช็กอินแลนด์มาร์กระดับโลก ถ่ายรูปคู่กับพระปรางค์วัดอรุณฯ สูงตระหง่านที่ประดับประดาด้วยกระเบื้องเคลือบลายดอกไม้สุดวิจิตร ยิ่งกระทบแสงอาทิตย์ริมแม่น้ำเจ้าพระยายิ่งระยิบระยับสวยงามจับใจ ถือเป็นพิกัดตามรอยลิซ่าที่พลาดไม่ได้เด็ดขาด</p><h3>2. วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์)</h3><p>นั่งเรือข้ามฟากมารับความสิริมงคลกันต่อ เข้าสักการะพระพุทธไสยาสน์หรือพระนอนองค์ใหญ่สีทองอร่าม พร้อมเดินชมความงดงามของจิตรกรรมฝาผนังและสถาปัตยกรรมไทยที่แฝงไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และศิลปะอันทรงคุณค่า</p><h3>3. โบสถ์ซางตาครูส (ชุมชนกุฎีจีน)</h3><p>ข้ามกลับมาฝั่งธนฯ สัมผัสวิถีชีวิตชุมชนริมน้ำ แวะชมความงามของโบสถ์ซางตาครูส โบสถ์คริสต์เก่าแก่คู่ชุมชนกุฎีจีน ชิมขนมอร่อยๆ และใกล้ๆ กันยังสามารถแวะไหว้ขอพรที่ ศาลเจ้าเกียนอันเกง ศาลเจ้าจีนสุดขลังริมแม่น้ำที่มีงานไม้แกะสลักศิลปะงดงาม และบรรยากาศสงบร่มรื่น</p><h3>4. วัดจีจินเกาะ</h3><p>เดินเล่นรับลมริมน้ำกันต่อที่ วัดจีจินเกาะ วัดจีนเล็กๆ ซ่อนตัวอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมจีนประยุกต์และเจดีย์ทรงจีนสูง 8 ชั้น ให้ความรู้สึกสงบและถ่ายรูปออกมาสวยแปลกตาไม่ซ้ำใคร</p><h3>5. ร้านฉั่วเจียบง้วน (ท่าเตียน)</h3><p>ปิดท้ายทริปด้วยการเติมพลังที่ย่านท่าเตียน แวะร้านตำนานอย่าง ฉั่วเจียบง้วน ร้านขนมหวานและของฝากเก่าแก่ที่อยู่คู่ย่านนี้มายาวนาน ซื้อขนมอร่อยๆ ติดไม้ติดมือกลับบ้านแบบประทับใจ</p><h2>ความน่าสนใจอีกอย่าง</h2><p>การไปเที่ยวตามรอยครั้งนี้ไม่ได้มีดีแค่ได้รูปสวยๆ กลับมาเท่านั้น แต่ยังสามารถนำทริปนี้ไปเป็นโบนัสร่วมสนุกกับแคมเปญ Feel All the Feelings, Seeking Thailand’s Wonders ของทาง ททท. เพื่อลุ้นของรางวัลกว่า 500 รางวัลได้อีกด้วย หรือถ้าใครเป็นสายสะสมแต้มผ่านระบบ Buddy Rewards หากเก็บครบ 2,000 คะแนนและนำไปเช็กอินตามรอย Amazing Thailand Ambassador อย่างน้อย 2 แห่ง ก็สามารถแลกรับ Photobox ลิมิเต็ดไปได้เลย เรียกว่าได้ทั้งเที่ยวฮีลใจและได้ของรางวัลติดมือกลับบ้านไปด้วยในทริปเดียว</p><p>ข้อมูล : การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:22:29 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[Android 17 เปิดตัว Screen Reactions จับมือ Meta อัปเกรด IG]]></title>
				<category>ซอฟต์แวร์</category>
				<link>https://siampost24.com/theknoloyi/software/android-17-screen-reactions-meta-ig.html</link>
				<description><![CDATA[<p>กูเกิล (Google) ประกาศเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่บนระบบปฏิบัติการ Android 17 เวอร์ชันล่าสุด ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มคอนเทนต์ครีเอเตอร์โดยเฉพาะ โดยฟีเจอร์เด่นคือ Screen Reactions ที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถบันทึกวิดีโอหน้าจอพร้อมกับภาพจากกล้องหน้าได้ในเวลาเดียวกัน ระบบจะทำการ Overlay ภาพใบหน้าของผู้ใช้งานลงบนเนื้อหาที่ปรากฏบนหน้าจอโดยอัตโนมัติ ไม่ว่าจะเป็นคลิปวิดีโอ การเลื่อนอ่านความคิดเห็น หรือการรีวิวผลิตภัณฑ์ ซึ่งช่วยลดขั้นตอนการส่งออกไฟล์วิดีโอและเสียงไปตัดต่อในอุปกรณ์อื่น และคงความเป็นธรรมชาติของเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น</p><h2>ยกระดับคุณภาพการอัปโหลดบน Instagram</h2><p>นอกจากการเพิ่มฟีเจอร์ในระบบปฏิบัติการแล้ว กูเกิลยังได้ร่วมมือกับเมตา (Meta) ในการอัปเกรดแอปพลิเคชันอินสตาแกรม (Instagram) สำหรับระบบปฏิบัติการ Android 17 ให้มีประสิทธิภาพระดับเดียวกับระบบปฏิบัติการ iOS บน iPhone โดยเน้นการดึงประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์มาช่วย เช่น ระบบ Ultra HDR สำหรับการบันทึกและแสดงผลสีสันที่สมจริง ระบบป้องกันภาพสั่นไหวขณะบันทึกวิดีโอ และการรองรับโหมด Night Sight สำหรับถ่ายภาพและวิดีโอในสภาวะแสงน้อยได้ทันทีภายในแอป</p><h2>เพิ่มเครื่องมือ AI ช่วยในการตัดต่อ</h2><p>นอกจากนี้ กูเกิลยังได้เพิ่มฟีเจอร์การตัดต่อด้วย AI บนตัวเครื่อง เช่น การขยายความละเอียดวิดีโอ และการแยกเสียงรบกวนเพื่อตัดเสียงลมหรือเสียงพื้นหลังออก รวมถึงการปรับปรุงหน้าตาแอปให้เหมาะสมกับการใช้งานบนแท็บเล็ตมากยิ่งขึ้น</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 04:58:47 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[อังกฤษถล่มเซเนกัล 3-0 ทะลุรอบ 8 ทีมฟุตบอลโลก 2026]]></title>
				<category>ฟุตบอลต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/footballworld/3-0-8-36544.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>อังกฤษถล่มเซเนกัล 3-0 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก</h2><p>ทีมชาติอังกฤษแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งอีกครั้ง หลังจากเอาชนะเซเนกัลไปอย่างขาดลอย 3-0 ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อคืนวันที่ 4 ธันวาคม ที่ผ่านมา การแข่งขันที่สนามกีฬาแห่งชาติในกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เป็นไปอย่างดุเดือดตั้งแต่ต้นเกม</p><h3>เกมรุกที่เฉียบคมของอังกฤษ</h3><p>อังกฤษเริ่มต้นเกมได้อย่างดุดัน และมาได้ประตูแรกในนาทีที่ 22 จากจังหวะสวนกลับเร็ว แฮร์รี เคน จ่ายบอลให้ราฮีม สเตอร์ลิง หลุดเข้าไปยิงผ่านมือผู้รักษาประตูเซเนกัลอย่างง่ายดาย หลังจากนั้นอังกฤษยังคงครองเกมไว้ได้ และมาได้ประตูเพิ่มในนาทีที่ 38 จากลูกยิงไกลของจู๊ด เบลลิงแฮม ที่เสียบมุมบนอย่างสวยงาม ทำให้จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 2-0</p><h3>เซเนกัลพยายามสู้แต่ไม่สำเร็จ</h3><p>ในช่วงครึ่งหลัง เซเนกัลพยายามเปิดเกมรุกเพื่อหวังตีไข่แตก แต่แนวรับของอังกฤษที่นำโดยแฮร์รี แม็กไกวร์ และจอห์น สโตนส์ ยังคงแข็งแกร่ง เซเนกัลมีโอกาสทองในนาทีที่ 55 เมื่อซาดิโอ มาเน่ หลุดเดี่ยว แต่ดีน เฮนเดอร์สัน นายทวารอังกฤษออกมาบล็อกไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม</p><p>หลังจากนั้นอังกฤษมาได้ประตูปิดท้ายในนาทีที่ 78 จากมาร์คัส แรชฟอร์ด ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง รับบอลจากฟิล โฟเดน ก่อนจะยิงด้วยซ้ายเสียบเสาไกล ทำให้จบเกมด้วยสกอร์ 3-0</p><h3>สถิติและความสำเร็จ</h3><p>ชัยชนะในครั้งนี้ทำให้อังกฤษผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายได้อย่างสมศักดิ์ศรี โดยพวกเขาจะพบกับฝรั่งเศสในรอบต่อไป ซึ่งเป็นคู่ที่น่าสนใจอย่างยิ่ง สำหรับเซเนกัล แม้จะตกรอบ แต่ก็สร้างผลงานได้ดีในฐานะแชมป์แอฟริกา</p><p>อังกฤษทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในทัวร์นาเมนต์นี้ โดยไม่เสียประตูเลยใน 4 นัดที่ผ่านมา นับเป็นทีมที่แข็งแกร่งทั้งเกมรับและเกมรุก แฟนบอลชาวอังกฤษต่างหวังว่าทีมของพวกเขาจะสามารถคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ได้สำเร็จ</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:17:31 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ราชกิจจาฯ ประกาศ 8 พื้นที่ห้ามขาย-ดื่มเหล้า มีผลวันนี้]]></title>
				<category>กฎหมาย</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/kotmai/8-36543.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้ออกประกาศกำหนด 8 พื้นที่ที่ห้ามขายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยกเว้นบริเวณที่จัดไว้โดยเฉพาะ โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป</p><h2>รายละเอียดพื้นที่ห้ามขายและบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</h2><p>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เรื่องกำหนดสถานที่หรือบริเวณห้ามขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวม 8 สถานที่ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้</p><h3>1. ทางสาธารณะและยานพาหนะ</h3><p>ห้ามผู้ใดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนทาง หรือบนรถ หรือในรถที่อยู่บนทาง รวมถึงห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนทาง ในขณะขับขี่ หรือโดยสารอยู่ในรถหรือบนรถ</p><h3>2. สถานที่ของรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานของรัฐ</h3><p>ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่หรือบริเวณของรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นของรัฐ ยกเว้นบริเวณที่จัดไว้เป็นร้านค้าหรือสโมสร และห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสถานที่ดังกล่าว ยกเว้นบริเวณที่จัดไว้เป็นที่พักส่วนบุคคล สโมสร หรือการจัดเลี้ยงตามประเพณี ทั้งนี้ ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับกับองค์การสุรา</p><h3>3. ท่าเรือและเรือโดยสารสาธารณะ</h3><p>ห้ามขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณท่าเรือโดยสารสาธารณะ หรือบนเรือโดยสารสาธารณะประจำทาง</p><h3>4. สถานีขนส่ง</h3><p>ห้ามขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณสถานีขนส่งตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก</p><h3>5. โรงงาน</h3><p>ห้ามขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ประกอบกิจการโรงงาน ตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน ยกเว้นโรงงานผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</p><h3>6. พื้นที่ราชการและรัฐวิสาหกิจ</h3><p>ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ที่อยู่ในการกำกับดูแลและใช้ประโยชน์ของราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ ยกเว้นบริเวณที่จัดไว้เป็นร้านค้าหรือสโมสร และห้ามบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่ดังกล่าว ยกเว้นที่พักส่วนบุคคล สโมสร หรือการจัดเลี้ยงตามประเพณี</p><h3>7. สวนสาธารณะ</h3><p>ห้ามขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในสวนสาธารณะของรัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่จัดไว้เพื่อการพักผ่อนของประชาชนโดยทั่วไป</p><h3>8. สถานีรถไฟและขบวนรถ</h3><p>ห้ามขายหรือบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในบริเวณสถานีรถไฟ หรือในขบวนรถที่อยู่บนทางรถไฟตามกฎหมายว่าด้วยการจัดวางการรถไฟและทางหลวง ยกเว้นบริเวณที่จัดไว้สำหรับการจัดกิจกรรมพิเศษในโถงสถานีกรุงเทพ (ห้องปรับอากาศ) ภายในสถานีรถไฟกรุงเทพ ที่มีการคัดกรองและมาตรการที่จำเป็นเพื่อการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม ความปลอดภัยของประชาชน และการจำกัดการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของเด็กและเยาวชน โดยได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขสำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนั้น</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:22:03 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[พ่อค้าผักเฮงรับทรัพย์ 7 แสน แก้บนแม่ตะเคียนทอง ขอเลขเด็ดลุ้นต่อ]]></title>
				<category>ทอง</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/thong/7-36542.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>พ่อค้าผักเฮงรับทรัพย์ 7 แสน แก้บนแม่ตะเคียนทอง ขอเลขเด็ดลุ้นต่อ</h2><p>วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในวัดบึงบาประภาสะวัต ต.บึงบา อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี คึกคักไปด้วยสายมูและสายบุญจากหลายพื้นที่ ต่างเดินทางมากราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ไอ้ไข่วัดบึงบา, ท้าวเวสสุวรรณ และแม่ตะเคียนทอง ตลอดทั้งวันมีประชาชนสายมูและสายบุญเดินทางมาทั้งขอพรและแก้บนกันอย่างไม่ขาดสาย</p><p>ขณะที่สายมูบางคน ยังได้ลูบและโกยเกล็ดพญานาคที่ทอดยาวบริเวณข้างทางเดินขึ้นวิหาร เพื่อความเป็นสิริมงคลกันอีกด้วย นอกจากจะมาแก้บนและขอพรแล้วยังได้ร่วมกันถวายสังฆทานเพื่อทำบุญให้เป็นสิริมงคลแก่ชีวิตและครอบครัวกันอีกด้วย</p><h3>พ่อค้าผักนำกลองยาวแก้บน</h3><p>ทางด้าน นายสมโภชน์ ศรีตะลาลัย พ่อค้าขายผักจากตลาดสี่มุมเมืองรังสิต พาคณะกลองยาว 'ล.พรหมเจริญศิลป์ พันเสด็จนอก' เดินทางมาตีกลองร้องเพลงแก้บนที่ศาลแม่ตะเคียนทอง หลังได้รับโชคก้อนโตกว่า 7 แสนบาทในงวดที่ผ่านมา</p><p>นายสมโภชน์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนได้เดินทางมาขอพรกับแม่ตะเคียนทองในเรื่องการค้าขายให้ราบรื่น มียอดขายดี และมีกำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากผักที่ขายในตลาดสี่มุมเมืองรังสิตไม่ค่อยดีนักในช่วงก่อนหน้านี้ แล้วผลปรากฏว่าหลังจากที่ตนได้มาขอพรกับแม่ตะเคียนทอง ชีวิตและการค้าขายดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลูกค้าเข้ามาอุดหนุนต่อเนื่อง</p><h3>โชคติดต่อกัน 3 งวด</h3><p>นอกจากการค้าขายดีขึ้นแล้ว ตนยังได้รับโชคลาภจากแม่ตะเคียนทองอีกต่อด้วย และตนก็ได้รับโชคติดต่อกันมาแล้วถึง 3 งวดติด โดยก่อนการออกรางวัลงวดล่าสุด ตนได้มาขอพรกับแม่ตะเคียนทองไว้ว่า หากตนได้รับโชคอีกครั้ง ตนจะนำกลองยาวมาแสดงถวายเพื่อแก้บน ปรากฏว่าพอผลสลากกินแบ่งรัฐบาลออกมาตนก็ได้รับเงินรางวัลกว่า 7 แสนบาท วันนี้จึงเดินทางมาพร้อมคณะเพื่อแก้บนตามคำสัญญาไว้ และก่อนกลับยังได้จุดธูปเสี่ยงทายได้เลข 872 เตรียมนำกลับไปลุ้นเงินแสนครั้งที่ 4 อีกครั้ง</p><h3>สาวนำรถของเล่นแก้บนไอ้ไข่</h3><p>ขณะที่ น.ส.ปวริศา อินแสงจันทร์ ได้นำรถของเล่น 17 คัน น้ำดื่ม 1 แพ็ก และเครื่องเซ่นไหว้ เดินทางมาแก้บน ไอ้ไข่วัดบึงบา หลังได้โชคในงวดที่ผ่านมา พร้อมเผยว่า ได้โชคมาจากการขอพรโดยล้วงไข่ในไหเพื่อขอเลขเด็ดแล้วนำกลับไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งตนเองก็ถูกรางวัลรับเงินมาในหลักพันบาท ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3-4 ติดต่อกันแล้วที่ได้รับโชคจากการมาขอพรกับไอ้ไข่วัดบึงบา สำหรับก่อนหน้านี้ เคยทราบข่าวจากสื่อโซเชียลถึงความศักดิ์สิทธิ์ของไอ้ไข่วัดบึงบามาบ้างแล้ว ว่าคนที่เคยมาขอพรไอ้ไข่วัดบึงบาไปแล้วสมหวังกันไปหลายราย ตนจึงเดินทางมาขอพรกับไอ้ไข่วัดบึงบาแล้วตนก็โชคดีมาตลอด เมื่อสมหวังดังที่ตั้งใจจึงกลับมาแก้บนเพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมแสดงความศรัทธาที่มีต่อไอ้ไข่วัดบึงบาดังกล่าว และก่อนกลับยังได้ล้วงไข่อีกครั้งได้เลข 666 นำกลับไปลุ้นครั้งที่ 5 ต่อไป</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 04:44:32 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ไขสงสัยทำไมยุงชอบบินข้างหู พร้อมวิธีป้องกันไม่ให้โดนกัด]]></title>
				<category>ความปลอดภัย</category>
				<link>https://siampost24.com/sangkhom/khwamplophai/article-36541.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เคยสงสัยไหมทำไมยุงชอบบินข้างหู? ไทยรัฐออนไลน์พาไปหาคำตอบว่าทำไมยุงถึงพุ่งเป้ามาที่หูเรา พร้อมวิธีป้องกันยุงกัดและเทคนิคไล่ยุงให้ได้ผลถาวร</p><h2>เคยไหม? กำลังจะเคลิ้มหลับแต่ต้องสะดุ้งเพราะเสียง “วี่ๆ” ของยุงข้างหู</h2><p>ไขคำตอบทางวิทยาศาสตร์ว่าทำไมยุงถึงชอบบินวนเวียนใกล้หูเรานัก พร้อมวิธีรับมือไม่ให้เสียสุขภาพจิต</p><h2>เฉลยสงสัย! ทำไมยุงชอบบินข้างหู เสียง “วี่ๆ” ที่กวนใจมีที่มาอย่างไร</h2><p>หลายคนคงเคยเผชิญกับปัญหาชวนหงุดหงิดในช่วงเวลานอน เมื่อ “ยุง” เจ้ากรรมชอบมาบินวนเวียนส่งเสียงอยู่ใกล้ๆ หู จนทำให้ต้องตื่นขึ้นมากลางดึก คำถามที่ตามมาคือ ทำไมยุงถึงไม่ไปบินที่ส่วนอื่นของร่างกาย แต่กลับเจาะจงมาที่บริเวณใบหูของเรา?</p><h3>สาเหตุทางวิทยาศาสตร์ ทำไมต้องเป็น “หู”</h3><p>จากการศึกษาด้านกีฏวิทยาพบว่า พฤติกรรมนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มีปัจจัยดึงดูดที่สำคัญดังนี้</p><ul><li><strong>ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)</strong> ยุงใช้ประสาทสัมผัสในการตรวจจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มนุษย์ปล่อยออกมาจากการหายใจ ซึ่งบริเวณใบหน้าและใบหูเป็นจุดที่อยู่ใกล้กับจมูกและปากมากที่สุด เมื่อเราหายใจออก ก๊าซเหล่านี้จะกลายเป็น “แผนที่” นำทางให้ยุงพุ่งตรงมายังบริเวณศีรษะ</li><li><strong>ความร้อนและเหงื่อ</strong> ข้อมูลจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขระบุว่า ยุงมีความสามารถในการตรวจจับอุณหภูมิของร่างกาย (Body Heat) ซึ่งบริเวณศีรษะและใบหูเป็นจุดที่มีการระบายความร้อนสูง นอกจากนี้ กลิ่นของกรดแลกติกในเหงื่อที่สะสมตามซอกหูหรือเส้นผม ยังเป็นตัวกระตุ้นชั้นดีที่ดึงดูดยุงให้เข้ามาใกล้</li><li><strong>เสียงวี่ๆ ไม่ใช่เสียงร้อง แต่คือ “เสียงปีก”</strong> เสียงที่น่ารำคาญนั้นไม่ใช่เสียงที่ยุงจงใจส่งออกมา แต่เกิดจากการกระพือปีกที่รวดเร็วมาก (ประมาณ 250-500 ครั้งต่อวินาที) เมื่อยุงบินเข้ามาใกล้รูหูซึ่งเป็นอวัยวะรับเสียงที่ไวต่อสัมผัส ทำให้เราได้ยินเสียงนั้นชัดเจนกว่าปกติ</li></ul><h3>ใครบ้างที่ยุง “ชอบ” เป็นพิเศษ?</h3><p>ไม่ใช่ทุกคนที่จะโดนยุงบินตอมข้างหูในระดับที่เท่ากัน จากสถิติและการสำรวจพบว่ากลุ่มคนที่มีลักษณะดังต่อไปนี้มักดึงดูดยุงได้มากกว่า</p><ul><li>คนที่มีอัตราการเผาผลาญสูง: เช่น สตรีมีครรภ์ หรือผู้ที่เพิ่งออกกำลังกายเสร็จใหม่ๆ ซึ่งจะปล่อย CO2 และความร้อนออกมามากกว่าปกติ</li><li>คนที่มีกลิ่นตัวเฉพาะตัว: แบคทีเรียบางชนิดบนผิวหนังหรือกลิ่นเหงื่อที่เข้มข้นมีส่วนสำคัญ</li><li>กลุ่มเลือด: งานวิจัยบางชิ้นระบุว่าคนเลือดกรุ๊ป O มีโอกาสดึงดูดยุงได้มากกว่ากรุ๊ปอื่นๆ</li></ul><h3>วิธีป้องกันยุงบินข้างหูและป้องกันการโดนกัด</h3><p>หากคุณไม่อยากตื่นมาพร้อมอาการหงุดหงิด สามารถทำตามคำแนะนำเบื้องต้นได้ดังนี้</p><ol><li>อาบน้ำก่อนนอน: เพื่อลดอุณหภูมิร่างกายและกำจัดกลิ่นเหงื่อที่ดึงดูดยุง</li><li>ใช้ผลิตภัณฑ์ไล่ยุง: เลือกใช้โลชั่นหรือสเปรย์ไล่ยุงที่มีสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น ตะไคร้หอม หรือ DEET ในปริมาณที่เหมาะสม</li><li>ดูแลความสะอาดในห้องนอน: ไม่ควรมีมุมอับหรือเสื้อผ้าใช้แล้ววางทิ้งไว้ เพราะเป็นที่เกาะพักของยุง</li><li>ติดตั้งมุ้งหรือมุ้งลวด: เป็นวิธีที่ป้องกันได้ตรงจุดที่สุดเพื่อตัดวงจรการเข้าถึงตัว</li></ol><p>สาเหตุที่ยุงชอบบินวนเวียนข้างหู ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเพราะยุงตามก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากลมหายใจและความร้อนจากศีรษะของเรานั่นเอง ส่วนเสียง “วี่ๆ” ที่แสนรำคาญ ก็คือเสียงการกระพือปีกอย่างรวดเร็วของยุงที่ดังชัดขึ้นเมื่อเข้ามาใกล้รูหู</p><p>ดังนั้น การรักษาความสะอาดร่างกายเพื่อลดกลิ่นเหงื่อ และการป้องกันด้วยอุปกรณ์ไล่ยุง จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยให้คุณนอนหลับพักผ่อนได้อย่างสบายใจ ไร้เสียงรบกวนจากเจ้าแมลงตัวจิ๋วเหล่านี้</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 04:53:58 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เปิด 8 ธุรกิจต่างด้าวไม่ต้องขออนุญาต รัฐบาลยันไม่ใช่เปิดเสรีไร้กำกับ]]></title>
				<category>การค้า</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankha/8-36540.html</link>
				<description><![CDATA[<p>นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลว่า “รัฐบาลเปิดให้ต่างชาติประกอบธุรกิจได้โดยไม่ต้องขออนุญาต” ว่าเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนจากสาระสำคัญของร่างอนุบัญญัติภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยร่างกฎหมายดังกล่าวมิใช่การเปิดเสรีให้คนต่างด้าวดำเนินธุรกิจโดยไม่มีการกำกับดูแล แต่เป็นการปรับปรุงประเภทธุรกิจบางส่วน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีขั้นสูงหรือธุรกิจที่มีกฎหมายเฉพาะและหน่วยงานของรัฐกำกับดูแลอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว เพื่อลดความซ้ำซ้อนของขั้นตอนการอนุญาต อำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ และปรับกฎระเบียบให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจยุคใหม่</p><h2>ธุรกิจที่ได้รับการยกเว้นยังต้องปฏิบัติตามกฎหมายเฉพาะ</h2><p>ธุรกิจที่ได้รับการยกเว้นยังคงต้องปฏิบัติตามกฎหมายเฉพาะอย่างเคร่งครัด เช่น ธุรกิจโทรคมนาคม อยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงาน กสทช. ธุรกิจศูนย์บริหารเงิน อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย ธุรกิจหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า อยู่ภายใต้การกำกับของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และธุรกิจขุดเจาะปิโตรเลียม ยังคงอยู่ภายใต้กฎหมายและการกำกับของหน่วยงานด้านพลังงานอย่างเคร่งครัด</p><p>นางสาวรัชดากล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อน เพิ่มความคล่องตัวด้านการลงทุน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลยกเลิกการกำกับดูแล หรือเปิดให้ต่างชาติประกอบธุรกิจได้อย่างเสรีโดยไม่มีเงื่อนไข</p><h2>รัฐบาลยังคงคุ้มครองผู้ประกอบการไทย</h2><p>นอกจากนี้ รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้ประกอบการไทย โดยในกรณี “ธุรกิจพัฒนาซอฟต์แวร์” กระทรวงพาณิชย์ได้ตัดออกจากร่างกฎกระทรวงแล้ว ภายหลังมีข้อกังวลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับผลกระทบต่ออุตสาหกรรมดิจิทัลไทย เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการส่งเสริมการลงทุนกับการดูแลศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการภายในประเทศ</p><h3>เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 5 ประการ</h3><p>โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับปรุงกฎระเบียบครั้งนี้มีเป้าหมายเชิงกลยุทธ์สำคัญ 5 ประการ ได้แก่</p><ul><li>ลดภาระขั้นตอนการขออนุญาตที่ไม่จำเป็น</li><li>เพิ่มการแข่งขันที่เป็นธรรมและโปร่งใส</li><li>ดึงดูดเทคโนโลยีและผู้เชี่ยวชาญระดับสูงเข้าสู่ประเทศไทย</li><li>สนับสนุนให้ไทยก้าวสู่การเป็นฐานบริการและศูนย์กลางธุรกิจระดับภูมิภาค</li><li>สร้างประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ การลงทุน และการจ้างงานในภาพรวม</li></ul><p>“รัฐบาลยืนยันว่า ทุกมาตรการด้านเศรษฐกิจจะต้องเดินควบคู่กับการคุ้มครองผลประโยชน์ของประเทศ ผู้ประกอบการไทย และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยการปรับปรุงกฎระเบียบครั้งนี้เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแล ไม่ใช่การปล่อยเสรีโดยไร้การควบคุมตามที่มีความเข้าใจคลาดเคลื่อน” นางสาวรัชดากล่าว</p><h2>8 ธุรกิจที่ชาวต่างด้าวดำเนินธุรกิจไม่ต้องขออนุญาต</h2><p>สำหรับร่างกฎกระทรวงกำหนดธุรกิจที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. .... มีจำนวน 8 ธุรกิจ ได้แก่</p><ol><li>ธุรกิจบริการโทรคมนาคม</li><li>ธุรกิจศูนย์บริหารเงิน</li><li>ธุรกิจบริการบริหารจัดการงานด้านธุรการ ด้านทรัพยากรบุคคลและด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ</li><li>ธุรกิจบริการรับค้ำประกันหนี้เฉพาะภายในประเทศ</li><li>ธุรกิจบริการให้เช่าพื้นที่บางส่วนเพื่อติดตั้งเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการให้บริการทางการเงินและเครื่องจำหน่ายสินค้าหรือบริการอัตโนมัติ เพื่อให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่พนักงานบริษัท</li><li>ธุรกิจบริการขุดเจาะปิโตรเลียม</li><li>ธุรกิจอื่นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์</li><li>ธุรกิจการให้บริการเป็นตัวแทน ผู้ค้า ที่ปรึกษา หรือผู้จัดการเงินทุน สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ที่สินค้าหรือตัวแปรอ้างอิงไม่ได้อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546</li></ol>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 04:44:57 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[นิกร สั่งคุ้มครองเด็กไทยบวชเณรต่างประเทศ ถูกคุมตัวเม.ย. เตรียมส่งคืนครอบครัว]]></title>
				<category>รัฐบาล</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/rattaban/article-36539.html</link>
				<description><![CDATA[<p>วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยว่า ตนได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เร่งดำเนินการให้พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ที่เกี่ยวข้อง ให้ความช่วยเหลือคุ้มครองสวัสดิภาพกลุ่มเด็กไทย อายุระหว่าง 4–15 ปี ที่เดินทางไปบวชเณรภาคฤดูร้อนในต่างประเทศ และถูกควบคุมตัว พร้อมกลุ่มผู้ต้องสงสัย เมื่อต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมา</p><p>หลังจากที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองประเทศไทยได้แจ้งกระทรวง พม. เข้าช่วยเหลือคุ้มครองสวัสดิภาพกลุ่มเด็กโดยเร่งด่วน ซึ่งขณะนี้ กระทรวง พม. โดยบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว</p><h2>การตรวจสอบข้อเท็จจริง</h2><p>นายนิกร กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าเด็กส่วนใหญ่มีหนังสือเดินทางถูกต้อง โดย พมจ.สงขลา ได้เปิดกระบวนการคัดแยกตามกลไกการส่งต่อระดับชาติ (NRM) เพื่อตรวจสอบการเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ซึ่งพบว่า ไม่มีเด็กเข้าข่ายเป็นผู้เสียหาย จากนั้นได้ประสาน พมจ. ที่ดูแลพื้นที่ภูมิลำเนาของเด็ก เพื่อประเมินความพร้อมครอบครัว พร้อมส่งคืนเด็กให้กับผู้ปกครอง และจัดทำข้อตกลงการอุปการะเลี้ยงดูเด็ก รวมถึงการติดตามความช่วยเหลือต่างๆ อย่างใกล้ชิด</p><p>ในขณะที่เด็กส่วนน้อย ไม่มีหนังสือเดินทาง จึงถูกควบคุมตัวในต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างรอให้การต่อศาลในฐานะพยาน คาดว่าจะถูกส่งตัวกลับประเทศไทยภายในเดือนมิถุนายน 2569</p><h2>แผนการดูแลเด็กรายกรณี</h2><p>นายนิกร กล่าวว่า ตนได้กำชับเรื่องแนวทางการให้ความช่วยเหลือกลุ่มเด็กดังกล่าว ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ด้วยการจัดทำแผนการดูแลเด็กรายกรณี (Case Management - CM) โดยมุ่งเน้นการประเมินความเสี่ยงและความพร้อมของครอบครัว เพื่อรองรับการคืนเด็กสู่ครอบครัวอย่างเหมาะสมที่ครอบคลุม 4 ด้านสำคัญ ได้แก่</p><ul><li><strong>ด้านการศึกษา</strong> ด้วยการเตรียมแผนประสานสถานศึกษาไว้ล่วงหน้า ก่อนเด็กเดินทางกลับประเทศไทย</li><li><strong>ด้านสุขภาพ</strong> ด้วยการจัดเตรียมการตรวจสุขภาพและการดูแลปัจจัยพื้นฐาน โดยคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กในระยะแรกที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดที่เกี่ยวข้อง</li><li><strong>ด้านครอบครัว</strong> ด้วยการลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนและหลังเด็กกลับสู่ครอบครัว พร้อมวางแผนติดตามระยะยาว หากมีเด็กไม่สามารถคืนสู่ครอบครัวได้ ทางกระทรวง พม. จะจัดหาบริการสิทธิและสวัสดิการสังคมดูแลที่เหมาะสมต่อไป</li><li><strong>ด้านเศรษฐกิจ</strong> ด้วยการพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามสิทธิ อาทิ เงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน และกองทุนคุ้มครองเด็ก</li></ul><h3>ความร่วมมือระหว่างประเทศในระยะยาว</h3><p>ทั้งนี้ ในระยะยาว กระทรวง พม. มีนโยบายพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อยกระดับกลไกการปกป้องคุ้มครองเด็กข้ามพรมแดน ให้มีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:30:14 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เปิดสถิติหวยออกวันเสาร์ย้อนหลัง 5 ปี พบเลขเบิ้ลออกหลายงวด]]></title>
				<category>การพนัน</category>
				<link>https://siampost24.com/atchayakam/kanphanan/5-36538.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เปิดสถิติหวยออกวันเสาร์ย้อนหลัง 5 ปี พบเลขเบิ้ลเคยออกมาแล้วหลายงวด นักเก็บสถิติไม่พลาดส่องไปเสี่ยงโชคงวดนี้ 16/5/69</p><h2>สถิติหวยออกวันเสาร์ย้อนหลัง 5 ปี</h2><p>วันเสาร์ที่ 2 พ.ค. 2569 รางวัลที่ 1 คือ 536077 เลขท้าย 2 ตัว 43 เลขหน้า 3 ตัว 267, 318 เลขท้าย 3 ตัว 065, 153</p><p>วันเสาร์ที่ 17 ม.ค. 2569 รางวัลที่ 1 คือ 878972 เลขท้าย 2 ตัว 02 เลขหน้า 3 ตัว 299, 815 เลขท้าย 3 ตัว 662, 363</p><p>วันเสาร์ที่ 1 พ.ย. 2568 รางวัลที่ 1 คือ 345898 เลขท้าย 2 ตัว 87 เลขหน้า 3 ตัว 449, 328 เลขท้าย 3 ตัว 111, 690</p><p>วันเสาร์ที่ 16 ส.ค. 2568 รางวัลที่ 1 คือ 994865 เลขท้าย 2 ตัว 63 เลขหน้า 3 ตัว 247, 602 เลขท้าย 3 ตัว 834, 989</p><p>วันเสาร์ที่ 1 มี.ค. 2568 รางวัลที่ 1 คือ 818894 เลขท้าย 2 ตัว 54 เลขหน้า 3 ตัว 139, 530 เลขท้าย 3 ตัว 656, 781</p><p>วันเสาร์ที่ 1 ก.พ. 2568 รางวัลที่ 1 คือ 558700 เลขท้าย 2 ตัว 51 เลขหน้า 3 ตัว 285, 418 เลขท้าย 3 ตัว 824, 685</p><p>วันเสาร์ที่ 1 พ.ย. 2567 รางวัลที่ 1 คือ 187221 เลขท้าย 2 ตัว 38 เลขหน้า 3 ตัว 036, 923 เลขท้าย 3 ตัว 980, 547</p><p>วันเสาร์ที่ 1 มิ.ย. 2567 รางวัลที่ 1 คือ 530593 เลขท้าย 2 ตัว 42 เลขหน้า 3 ตัว 194, 364 เลขท้าย 3 ตัว 734, 421</p><p>วันเสาร์ที่ 16 มี.ค. 2567 รางวัลที่ 1 คือ 997626 เลขท้าย 2 ตัว 78 เลขหน้า 3 ตัว 509, 571 เลขท้าย 3 ตัว 794, 329</p><p>วันเสาร์ที่ 30 ธ.ค. 2566 รางวัลที่ 1 คือ 625544 เลขท้าย 2 ตัว 89 เลขหน้า 3 ตัว 600, 648 เลขท้าย 3 ตัว 882, 456</p><p>วันเสาร์ที่ 16 ธ.ค. 2566 รางวัลที่ 1 คือ 356757 เลขท้าย 2 ตัว 85 เลขหน้า 3 ตัว 058, 410 เลขท้าย 3 ตัว 584, 964</p><p>วันเสาร์ที่ 16 ก.ย. 2566 รางวัลที่ 1 คือ 320812 เลขท้าย 2 ตัว 46 เลขหน้า 3 ตัว 037, 699 เลขท้าย 3 ตัว 344, 057</p><p>วันเสาร์ที่ 1 ก.ค. 2566 รางวัลที่ 1 คือ 922605 เลขท้าย 2 ตัว 16 เลขหน้า 3 ตัว 281, 867 เลขท้าย 3 ตัว 491, 947</p><p>วันเสาร์ที่ 1 เม.ย. 2566 รางวัลที่ 1 คือ 087907 เลขท้าย 2 ตัว 99 เลขหน้า 3 ตัว 111, 914 เลขท้าย 3 ตัว 290, 698</p><p>วันเสาร์ที่ 1 ต.ค. 2565 รางวัลที่ 1 คือ 484669 เลขท้าย 2 ตัว 50 เลขหน้า 3 ตัว 206, 996 เลขท้าย 3 ตัว 194, 278</p><p>วันเสาร์ 16 ก.ค. 2565 รางวัลที่ 1 คือ 620405 เลขท้าย 2 ตัว 53 เลขหน้า 3 ตัว 834, 159 เลขท้าย 3 ตัว 061, 279</p><p>วันเสาร์ 16 เม.ย. 2565 รางวัลที่ 1 คือ 395919 เลขท้าย 2 ตัว 58 เลขหน้า 3 ตัว 859, 289 เลขท้าย 3 ตัว 413, 508</p><h2>สรุปสถิติเลขเบิ้ล</h2><p>จากการตรวจสอบสถิติย้อนหลัง 5 ปี พบว่าเลขเบิ้ลปรากฏในรางวัลที่ 1 หลายงวด เช่น 536077 (เบิ้ล 77), 878972 (เบิ้ล 878?), 345898 (เบิ้ล 898), 818894 (เบิ้ล 88), 558700 (เบิ้ล 55), 187221 (เบิ้ล 22), 997626 (เบิ้ล 99), 625544 (เบิ้ล 44), 356757 (เบิ้ล 757?), 922605 (เบิ้ล 22), 087907 (เบิ้ล 07?), 484669 (เบิ้ล 66), 395919 (เบิ้ล 99) เป็นต้น</p><p>นักเสี่ยงโชคสามารถนำข้อมูลนี้ไปประกอบการตัดสินใจซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 16 พฤษภาคม 2569</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:02:27 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทำไมคนไทยยังรักรถกระบะแม้ยุค EV มาแรง? 5 เหตุผลที่คุณอาจคิดไม่ถึง]]></title>
				<category>ธุรกิจ</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/thurakit/ev-5-36537.html</link>
				<description><![CDATA[<p>กระแสรถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV มาแรงในปัจจุบัน แต่สำหรับประเทศไทย รถกระบะกลับยังคงมีจุดแข็งที่ EV ในปัจจุบันยังก้าวข้ามได้ยาก โดยเฉพาะในมิติของการใช้งานจริง ความอเนกประสงค์ และความทนทาน บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจเหตุผลสำคัญที่ทำให้รถกระบะยังคงครองใจคนไทย แม้ในยุคที่รถไฟฟ้ากำลังมาแรง</p><h2>ความทนทานและการบรรทุกหนัก</h2><p>โครงสร้างแบบ Body-on-Frame ของรถกระบะถูกออกแบบมาเพื่อรองรับแรงบิดและน้ำหนักบรรทุกมหาศาล แตกต่างจากรถไฟฟ้าส่วนใหญ่ที่เป็นโครงสร้างแบบ Unibody รถกระบะสามารถบรรทุกของหนัก 1-3 ตันได้อย่างต่อเนื่อง โดยโครงสร้างไม่ล้า โดยเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์ดีเซลแรงบิดสูง เช่น เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร V6 ใน Ford Ranger Super Duty ที่ให้กำลังในการลากจูงสม่ำเสมอ</p><h2>ความคล่องตัวในพื้นที่ห่างไกล</h2><p>นี่คือจุดอ่อนสำคัญของ EV ในปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินทางเข้าพื้นที่ทุรกันดารหรือทำภารกิจถ่ายภาพในจุดที่ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง เครือข่ายสถานีบริการน้ำมันครอบคลุมทุกที่ แม้แต่บนดอยสูงหรือชายป่า การเติมน้ำมันใช้เวลาเพียง 5-10 นาทีก็พร้อมวิ่งต่อได้อีกหลายร้อยกิโลเมตร ในขณะที่ EV ยังใช้เวลาชาร์จนานกว่า และแอปพลิเคชันการชาร์จอาจซับซ้อนหรือไม่สะดวกในพื้นที่สัญญาณโทรศัพท์อ่อน</p><h2>การบำรุงรักษาและอายุการใช้งาน</h2><p>ระบบกลไกของรถกระบะสันดาปเป็นที่คุ้นเคยของช่างทั่วประเทศ การซ่อมแซมทำได้ง่ายและอะไหล่หาง่ายกว่ารถ EV ที่มีระบบอิเล็กทรอนิกส์ซับซ้อน รถกระบะแบรนด์หลักในไทยมีราคาขายต่อที่ค่อนข้างเสถียร เนื่องจากมีความต้องการในตลาดมือสองสูงตลอดเวลา</p><h2>ความไว้วางใจได้ในสถานการณ์วิกฤต</h2><p>ในกรณีน้ำท่วมหรือขับลุยทางออฟโรดหนักๆ รถกระบะยกสูงที่มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Physical Controls ให้ความมั่นใจมากกว่าการพึ่งพาระบบไฟฟ้าและเซนเซอร์เพียงอย่างเดียว</p><h2>ความง่ายในการปรับตัวให้เข้ากับอาชีพ</h2><p>คนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้รวยล้นฟ้า ชีวิตเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา รถกระบะสามารถใช้ขับไปทำงานบริษัทตอนกลางวัน รับจ้างขนของตอนกลางคืน หรือบรรทุกสินค้าไปขายได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่นหรือความสกปรก เพราะแค่โยนขึ้นกระบะท้ายแล้วฉีดน้ำล้างก็จบ</p><h2>ความทนทานทรหด</h2><p>จุดประสงค์ในการพัฒนารถกระบะคือความทนทานต่อการทารุณกรรม วิศวกรทดสอบโดยการบรรทุกหนัก วิ่งบนถนนลูกรัง ไต่เขา กระแทกแรงๆ และลุยน้ำลึก รถต้องไม่พัง ความทนทานมีต้นทุนของมัน และมีภาระระยะยาวผูกติดตัวผู้ผลิต</p><h2>ความง่ายในการบำรุงรักษา</h2><p>หลายชิ้นส่วนในรถกระบะออกแบบมาเผื่อการใช้งานที่ต้องวิ่งทำรอบวันละหลายร้อยกิโลเมตร วัสดุและปรัชญาการออกแบบเครื่องยนต์มุ่งไปที่การไม่ต้องเปิดเช็กบ่อยเกินจำเป็น นอกจากนี้ยังมีศูนย์บริการทั่วประเทศ และอู่นอกที่มีช่างชำนาญเฉพาะรุ่น</p><h2>การพัฒนาอย่างต่อเนื่องสำหรับลูกค้าหลายแบบ</h2><p>รถกระบะมีกลุ่มลูกค้ากว้างหลากหลาย ตั้งแต่รุ่นราคาหลักแสนอย่าง Ford Ranger XLS ไปจนถึงรุ่นบ้าพลังอย่าง Ranger Raptor V6 ราคาเกือบสองล้านบาท คุณสามารถเลือกรุ่นที่เหมาะกับงบประมาณและความต้องการได้หลากหลาย</p><h2>ของแต่งและอัปเกรดมากมาย</h2><p>เนื่องจากยอดขายสูง ทำให้มีของแต่งให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ชุดอัปเกรดช่วงล่าง ล้อสวยๆ ไปจนถึงการปรับแต่งเครื่องยนต์ ช่างไทยเป็นเจ้าแห่งการเล่นกับกระบะ 1 ตันมานาน ไม่ว่าจะสายซิ่ง สายสวย หรือสายออฟโรด ก็มีของให้เลือกครบ</p><p>ตราบใดที่เสน่ห์ของการใช้งานยังคงอยู่ รถกระบะก็จะยังเป็นขวัญใจของคนไทยต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐีขับ Raptor ซื้อซีฟู้ดใส่ท้าย หรือคุณน้าขับ Travo บรรทุกผลไม้ไปส่งร้าน อีกห้าปีรถกระบะอาจมีแบตเตอรี่และมอเตอร์ แต่มันจะยังคงอยู่ไปอีกนาน</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:30:06 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[Party Pace วิ่งช้าไม่ใช่เล่น ช่วยจูนสมอง 2 ซีก ลดเครียด]]></title>
				<category>ออกกำลังกาย</category>
				<link>https://siampost24.com/sukhaphap/exercise/party-pace-2.html</link>
				<description><![CDATA[<p>หลายคนอาจมีความเชื่อฝังหัวว่า การออกกำลังกายที่ดีต้องเหนื่อยหอบ ต้องวิ่งให้เร็วที่สุดจนเหงื่อท่วมและแทบขาดใจ ถึงจะเรียกว่าได้ผล แต่ในความเป็นจริงแล้ว การวิ่งด้วยจังหวะช้าๆ จนสามารถพูดคุยโต้ตอบได้เป็นประโยค หรือที่วงการนักวิ่งเรียกกันว่า Party Pace นั้น ไม่ใช่การอู้งานหรือการวิ่งเล่นๆ แต่เป็นเคล็ดลับทางวิทยาศาสตร์การกีฬาและประสาทวิทยาที่ช่วยยกระดับทั้งความฟิตของร่างกายและประสิทธิภาพของสมองไปพร้อมกัน ดังนั้นถ้ารู้แล้วก็อย่าลืมชวนเพื่อนมาวิ่งให้ไว</p><h2>Party Pace คืออะไร</h2><p>Party Pace หรือความเร็วระดับพูดคุยได้ คือการวิ่งในโซนความเหนื่อยระดับต่ำ (Zone 2) ซึ่งเป็นระดับที่ร่างกายจะดึงไขมันมาใช้เป็นแหล่งพลังงานหลักแทนคาร์โบไฮเดรต ข้อดีของการวิ่งเพซนี้คือการสร้างฐานความฟิตที่แข็งแกร่ง ช่วยเพิ่มความทนทานของกล้ามเนื้อและหัวใจ ลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ และทำให้คุณสามารถวิ่งได้นานขึ้นโดยไม่รู้สึกทรมานร่างกายจนเกินไป</p><h2>Party Pace ความลับของการจูนสมอง 2 ซีก</h2><p>การวิ่งไปคุยไปไม่ได้มีดีแค่ช่วยแก้เบื่อ แต่คือการฝึกระบบประสาทและการรับรู้ขั้นสูงที่ทรงพลังมาก กลไกการทำงานของสมองระหว่างวิ่ง Party Pace มีดังนี้</p><ul><li><strong>สมองสั่งการเคลื่อนไหว</strong> สมองส่วน Motor Cortex และ Cerebellum ต้องทำงานตลอดเวลาเพื่อรักษาสมดุล กะระยะก้าว และหลบหลีกสิ่งกีดขวางบนพื้น</li><li><strong>สมองซีกซ้าย</strong> ถูกกระตุ้นอย่างหนักเพื่อประมวลผลด้านภาษา ตรรกะ และการร้อยเรียงประโยคเพื่อโต้ตอบบทสนทนากับเพื่อนร่วมวิ่ง</li><li><strong>สมองซีกขวา</strong> ทำหน้าที่ควบคุมโทนเสียง อารมณ์ และตีความภาษากายของคู่สนทนา</li></ul><p>การบังคับให้ร่างกายทำกิจกรรมทั้งหมดนี้พร้อมกัน จะบีบให้สมองต้องส่งสัญญาณข้ามซีกไปมาผ่านเส้นใยประสาทอย่างรวดเร็ว ผลลัพธ์ที่ได้คือการเชื่อมโยงโครงข่ายประสาทที่แข็งแรงขึ้น ช่วยลดภาวะสมองตื้อ เพิ่มสมาธิ และทำให้กระบวนการคิดวิเคราะห์ฉับไวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด</p><h2>กลไกลดความเครียดแบบคูณสอง</h2><p>การวิ่งแบบหักโหมเกินไปอาจทำให้ร่างกายเกิดความเครียดสะสม แต่การวิ่ง Party Pace จะให้ผลลัพธ์ที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง การวิ่งในจังหวะที่สบายจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารเอนดอร์ฟิน ซึ่งเป็นยาแก้ปวดและสารแห่งความสุขตามธรรมชาติ รวมถึงการได้พูดคุย หัวเราะ และมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมระหว่างวิ่ง จะกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนออกซิโทซิน หรือฮอร์โมนแห่งความผูกพัน เมื่อสารเคมีชั้นดีทั้งสองตัวนี้หลั่งออกมาพร้อมกัน มันจะเข้าไปกดการทำงานของคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความเครียด ทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย สมองโล่ง และมีอารมณ์ที่มั่นคงขึ้นหลังจากการวิ่งจบลง</p><h2>เช็กลิสต์ง่ายๆ ว่าคุณกำลังวิ่ง Party Pace อยู่หรือไม่</h2><ol><li>คุณสามารถพูดเล่าเรื่องได้เป็นประโยคยาวๆ โดยไม่ต้องหยุดพักหายใจงาบๆ กลางประโยค</li><li>คุณสามารถหายใจเข้า-ออกทางจมูกได้อย่างเป็นจังหวะและไม่รู้สึกอึดอัด</li><li>เมื่อวิ่งจบแล้ว คุณรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และมีแรงเหลือพอที่จะไปทำกิจกรรมอื่นต่อได้ ไม่ใช่เหนื่อยล้าจนต้องนอนสลบ</li></ol><p>ลบภาพจำที่ว่าการวิ่งต้องทรมานทิ้งไปได้เลย การลดอีโก้ ลดความเร็วลง เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองได้เพลิดเพลินกับบทสนทนาและคนรอบข้าง คือกลยุทธ์การดูแลสุขภาพทั้งกายและใจที่ชาญฉลาดและยั่งยืนที่สุด</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:32:36 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[นักชก MMA ชื่อดังประกาศแขวนนกหลังพ่ายคารัง]]></title>
				<category>มวยสากล</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/boxing/mma-36535.html</link>
				<description><![CDATA[<p>นักสู้ MMA ชื่อดังระดับโลกได้ประกาศอำลาวงการอย่างเป็นทางการหลังพ่ายแพ้ในไฟต์ล่าสุดที่จัดขึ้นในบ้านเกิดของเขา การตัดสินใจครั้งนี้สร้างความเศร้าเสียใจให้กับแฟนกีฬาทั่วโลกที่ติดตามผลงานของเขามายาวนาน</p><h2>เส้นทางอาชีพที่รุ่งโรจน์</h2><p>นักสู้รายนี้เริ่มต้นอาชีพในวงการ MMA ตั้งแต่ยังหนุ่มและก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักสู้ชั้นนำของโลกอย่างรวดเร็ว ด้วยสไตล์การต่อสู้ที่ดุดันและทักษะที่ยอดเยี่ยม เขาสร้างชื่อจากชัยชนะที่สำคัญหลายครั้งและคว้าแชมป์ในรายการใหญ่</p><h3>ไฟต์สุดท้ายที่คารัง</h3><p>ไฟต์ล่าสุดของเขาจัดขึ้นที่สนามกีฬาในบ้านเกิด ซึ่งมีแฟนกีฬาเข้าชมอย่างคับคั่งเพื่อส่งกำลังใจ อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถเอาชนะคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งได้ และต้องพ่ายแพ้ไปอย่างน่าเสียดาย</p><p>หลังจบการแข่งขัน เขาได้กล่าวขอบคุณแฟนๆ และทีมงานที่สนับสนุนเขาตลอดเส้นทางอาชีพ พร้อมยืนยันว่าการตัดสินใจครั้งนี้เป็นไปด้วยความตั้งใจและไม่มีการเปลี่ยนแปลง</p><h2>มรดกที่ทิ้งไว้</h2><p>นักสู้รายนี้จะถูกจดจำในฐานะหนึ่งในตำนานของวงการ MMA ด้วยสถิติการชนะที่น่าประทับใจและความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมแพ้ แฟนกีฬาหลายคนแสดงความเสียใจและอวยพรให้เขาโชคดีในเส้นทางใหม่</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 04:50:40 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เปิดประวัติ พาย สุนิษฐ์ ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง สามีมายด์ ลภัสลัล พี่ชายทราย]]></title>
				<category>ดนตรี</category>
				<link>https://siampost24.com/bantoeng/dontri/article-36534.html</link>
				<description><![CDATA[<p>กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำเอาคนแตกตื่นทั้งโซเชียล สำหรับประเด็นร้อนระหว่าง 2 พี่น้อง พาย สุนิษฐ์ สก๊อต กับ ทราย สิริณัฐ สก๊อต ซึ่งหลังจากที่ ทราย ได้ออกมาโพสต์คลิปเล่าทั้งน้ำตา กับปมในใจกับพี่ชาย และถูกแม่ฟ้องเอาทรัพย์สินที่คุณตายกให้คืน เหตุมองว่าตนเองเป็นลูกเนรคุณ ทำให้ทัวร์ไปลงที่ พาย สุนิษฐ์ ซึ่งเป็นพี่ชาย และเป็นสามีของ มายด์ ลภัสลัล จิรเวชสุนทรกุล ที่เพิ่งจูงมือเข้าพิธีวิวาห์ไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา และกำลังตั้งครรภ์ลูกคนแรก ก่อนที่ในช่วงกลางดึก พาย ได้ออกมาโพสต์คลิปชี้แจงถึงเรื่องทั้งหมด ยืนยันว่า ปมล่วงละเมิดน้องชายนั้นเป็นเรื่องน่าขยะแขยง ไม่เป็นความจริง และยังชี้แจงเหตุเรื่องที่แม่ฟ้องร้องปมที่ดินหัวหิน ว่าเพราะมีการนำคนมาทำลายทรัพย์สินและเอาส่วนกลางไปจัดการจึงอยากได้กลับคืนมา โดยยืนยันที่พูดไปทั้งหมด ก็มีหลักฐานชัดเจนที่จะสามารถไปดำเนินการทางกฎหมาย</p><h2>ประวัติของ พาย สุนิษฐ์ สก๊อต</h2><p>พาย สุนิษฐ์ สก๊อต ทายาทสิงห์รุ่นที่ 4 ลูกชายของ จีรานุช ภิรมย์ภักดี (น้องสาว จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี) กับสามีลูกครึ่งไทย-สกอตแลนด์ พายเป็นพี่ชายของ ทราย สิริณัฐ สก๊อต</p><h3>การศึกษาและการทำงาน</h3><p>พายไปเรียนที่ประเทศอังกฤษตั้งแต่อายุ 8 ขวบ อยู่โรงเรียนประจำ ซึ่งเจ้าตัวใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นถึง 14 ปี ก่อนจะกลับมาใช้ชีวิตที่ประเทศไทยเมื่อปี 2012 กลับมาก็ฝึกงานอยู่ที่สหภาพดนตรี และเรียนปริญญาโทเกี่ยวกับการบริหาร ที่สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ หลังจากที่เรียนจบปริญญาโท คุณตาและคุณลุงก็ชวนมาทำงานที่บุญรอด</p><p>ปัจจุบัน พายนั่งแท่นบริหารในตำแหน่ง Head of Organization Capability บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด รับผิดชอบด้านการพัฒนาองค์กรและส่งเสริมการเรียนรู้ เขาคือหัวเรือใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของโครงการ <strong>Singha Way</strong> และพาบริษัทคว้ารางวัลการันตีคุณภาพอย่าง <strong>HR Asia Best Companies to Work for in Asia</strong> ซึ่งเป็นรางวัลสุดยอดบริษัทที่น่าทำงานด้วยที่สุดในเอเชีย</p><h3>ความสนใจด้านดนตรี</h3><p>พายมีใจรักในเสียงดนตรี เขาเคยรวมตัวกับกลุ่มเพื่อนทำวงดนตรีแนวร็อก และปัจจุบันยังมีชื่อเป็นกรรมการใน บริษัท มิวสิกมูฟ จำกัด ค่ายเพลงแถวหน้าของไทย รวมถึงบริษัท พิพิธภัณฑ์สิงห์ จำกัด อีกด้วย</p><h3>ชีวิตคู่</h3><p>ด้านชีวิตคู่ พาย สุนิษฐ์ สก๊อต ได้แต่งงานกับ มายด์ ลภัสลัล จิรเวชสุนทรกุล หรือ วีเจมายด์ เมื่อช่วงปลายปี 2568 ที่ผ่านมา</p><p>เรื่องราวของ พาย และ ทราย กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง หลังจากที่ ทราย ได้ออกมาโพสต์คลิปพูดถึงปัญหาภายในครอบครัว</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:00:15 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทนายเจมส์แนะทรายสก๊อตแจ้งความด่วนหลังถูกล่วงละเมิดในบ้าน]]></title>
				<category>ดาราต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/bantoeng/celebrity/article-36533.html</link>
				<description><![CDATA[<p>กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อ “ทราย สก๊อต” ได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวสุดสะเทือนใจเกี่ยวกับการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ล่าสุด “ทนายเจมส์” ได้เคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่งกำลังใจและให้คำแนะนำทางกฎหมายที่ตรงไปตรงมา</p><h2>ทนายเจมส์ส่งกำลังใจถึงทราย สก๊อต</h2><p>ทนายเจมส์ระบุว่า ตัวเองรู้สึกเห็นใจคุณทรายอย่างยิ่งกับการที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์เลวร้ายในสถานที่ที่ควรจะปลอดภัยที่สุดอย่างบ้าน พร้อมกับกระตุ้นให้ผู้เสียหายรีบดำเนินการทางกฎหมายโดยทันที โดยเน้นว่าพยานหลักฐานมีวันเสื่อมสูญ หากนิ่งเฉยไว้นานเกินไป อาจทำให้การเอาผิดคนชั่วทำได้ยากขึ้น หรืออาจทำให้คนผิดลอยนวลอยู่ในสังคมต่อไป</p><h3>คำแนะนำทางกฎหมายที่ตรงไปตรงมา</h3><p>ทนายเจมส์กล่าวว่า “เห็นใจคุณทราย ที่ออกมาระบายอ้างว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศ เมื่อบ้านไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยให้แจ้งความ ถ้าปล่อยไว้นาน พยานหลักฐานอาจจะสูญหายไปและคนผิดอาจจะลอยนวล มัวแต่ให้รอเวรกรรมจัดการ ก็ไม่รู้จะอีกนานแค่ไหน”</p><p>การออกมาเปิดเผยของทราย สก๊อต ทำให้สังคมได้ตระหนักถึงปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศที่เกิดขึ้นใกล้ตัว และความสำคัญของการดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้กระทำผิดหลุดรอดไปได้</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:30:13 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ส.ส.สหรัฐฯ เสนอกฎหมายแบนรถยนต์อัจฉริยะจากจีน ปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ]]></title>
				<category>รถยนต์ไฟฟ้า</category>
				<link>https://siampost24.com/theknoloyi/ev/article-36532.html</link>
				<description><![CDATA[<p>สมาชิกสภาคองเกรสจากทั้งสองพรรคในรัฐมิชิแกนของสหรัฐฯ ประกาศเสนอร่างกฎหมายเพื่อแบนรถยนต์อัจฉริยะที่เชื่อมต่อเครือข่าย รวมถึงซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ที่ผลิตในจีนออกจากตลาดสหรัฐฯ ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนในสัปดาห์นี้</p><h2>รายละเอียดร่างกฎหมาย Connected Vehicle Security Act</h2><p>ส.ส. จอห์น มูลนาร์ พรรครีพับลิกัน และ ส.ส. เด็บบี ดิงเกลล์ พรรคเดโมแครต ร่วมกันเปิดตัวร่างกฎหมาย 'Connected Vehicle Security Act' ซึ่งสอดคล้องกับร่างกฎหมายจากฝั่งวุฒิสภาที่เสนอโดย ส.ว. เอลิสซา สลอตคิน และ ส.ว. เบอร์นี โมเรโน กฎหมายนี้มีเป้าหมายเพื่อบังคับใช้มาตรการควบคุมรถยนต์อัจฉริยะที่ริเริ่มในยุคของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ให้เป็นกฎหมายถาวร</p><h3>ข้อกำหนดและระยะเวลาบังคับใช้</h3><p>ภายใต้ร่างกฎหมายนี้ ข้อห้ามเกี่ยวกับซอฟต์แวร์ของรถยนต์อัจฉริยะจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2027 ส่วนข้อจำกัดด้านฮาร์ดแวร์จะเริ่มบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2030 นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงรัสเซีย เกาหลีเหนือ และอิหร่านอีกด้วย</p><h2>เหตุผลด้านความมั่นคงและอุตสาหกรรม</h2><p>ส.ส. ดิงเกลล์ ระบุว่า สหรัฐฯ ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์การแข่งขันที่เท่าเทียม ตราบใดที่จีนยังคงให้เงินอุดหนุนผู้ผลิต บิดเบือนค่าเงิน และใช้แรงงานทาส สิ่งที่จีนพยายามทำคือการแทรกซึมเข้ามาในประเทศและต่อสู้จากภายใน รถยนต์อัจฉริยะสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและเชื่อมต่อไร้สายกับยานพาหนะอื่น ซึ่งกลุ่มผู้สนับสนุนมองว่าเป็นเทคโนโลยีที่เพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน แต่ก็สร้างความกังวลเรื่องความมั่นคงของชาติและการเก็บรวบรวมข้อมูล</p><h3>เสียงสนับสนุนจากภาคอุตสาหกรรม</h3><p>ร่างกฎหมายนี้ถูกเสนอท่ามกลางเสียงเตือนที่หนักแน่นขึ้นจากค่ายรถยนต์ ซัพพลายเออร์ ดีลเลอร์ และผู้ผลิตเหล็ก ว่าหากปล่อยให้ผู้ผลิตรถยนต์จีนที่ได้รับเงินอุดหนุนมหาศาลเข้ามาทำตลาด อาจเข้ามาตัดราคาและทำลายฐานอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ</p><p>เมื่อเดือนเมษายน 2569 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทั้งสองพรรคกว่า 120 คน เรียกร้องให้ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่อนุญาตให้ค่ายรถยนต์จากจีนเข้ามาในสหรัฐฯ หลังจากที่ทรัมป์เคยระบุเมื่อเดือนมกราคมว่าเปิดกว้างให้ค่ายรถจีนเข้ามาสร้างโรงงานในอเมริกา หากจ้างแรงงานชาวอเมริกัน อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ยืนยันว่าไม่มีแผนยกเลิกข้อจำกัดที่มีอยู่</p><p>ส.ส. ดิงเกลล์ กล่าวทิ้งท้ายว่า สำหรับประธานาธิบดีทรัมป์ไม่มีใครรู้ว่าเขาจะทำอะไรจนกว่าจะลงมือจริง ดังนั้นสิ่งที่ทุกคนพยายามทำคือส่งสารถึงเขาว่านี่คืออนาคตของแรงงานและอุตสาหกรรมยานยนต์อเมริกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาจำเป็นต้องปกป้อง</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 04:58:28 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[อนุทินโต้คลิปเสียงเปิดด่านเป็น AI แน่นอน เมินกัมพูชาไม่เจรจาทวิภาคี]]></title>
				<category>นโยบายสาธารณะ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/nobaisatharan/ai-36531.html</link>
				<description><![CDATA[<p>วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่มีอินฟลูเอ็นเซอร์กัมพูชาเผยแพร่คลิปเสียงทางโซเชียลมีเดียในลักษณะว่านายกรัฐมนตรีไทยจะเปิดด่าน โดยยืนยันว่าคลิปดังกล่าวเป็น AI อย่างแน่นอน พร้อมตั้งคำถามถึงวิธีการที่ไม่เหมาะสม และย้ำว่าไม่เคยพูดถึงการเปิดด่านแต่อย่างใด</p><h2>ปฏิเสธการเจรจาทวิภาคี</h2><p>นายอนุทินกล่าวถึงกรณีที่ นายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา สั่งห้ามเจรจาทวิภาคี หลังจากไทยยกเลิก MOU44 ว่า การยกเลิก MOU44 เป็นการดำเนินการของฝ่ายไทยโดยไม่ต้องขอความตกลงจากใคร และได้แจ้งให้นายกรัฐมนตรีกัมพูชาทราบแล้วในการประชุมอาเซียนที่เซบู ประเทศฟิลิปปินส์ โดยกัมพูชารับทราบและแสดงความผิดหวัง แต่ไทยยังคงยืนยันที่จะใช้กลไก UNCLOS ในการแก้ไขปัญหา</p><h3>ช่วยเหลือคนไทยที่ถูกจับกุม</h3><p>นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงความคืบหน้าในการช่วยเหลือคนไทยที่ถูกทหารกัมพูชาจับกุมบริเวณชายแดน โดยระบุว่าได้มีการประสานงานกัน และหวังว่าหากคนไทยไม่ได้กระทำผิดกฎหมายของกัมพูชาก็จะได้รับการปล่อยตัว เนื่องจากเรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างรัฐบาล ไม่เกี่ยวข้องกับประชาชน</p><h3>ความคืบหน้ารั้วชายแดน</h3><p>ส่วนความคืบหน้าในการก่อสร้างรั้วตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา นายอนุทินกล่าวว่ารัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณให้กองทัพดำเนินการแล้ว โดยให้สอบถามรายละเอียดจากกองทัพซึ่งรับผิดชอบในแต่ละพื้นที่</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 04:49:37 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[อั๋น ภูวนาท ตอกกลับชาวเน็ต หลังโดนวิจารณ์เรื่องยุ่งเรื่องคนอื่น]]></title>
				<category>ดาราต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/bantoeng/celebrity/article-36530.html</link>
				<description><![CDATA[<p>กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ เมื่อ อั๋น ภูวนาท พิธีกรชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับกรณีดราม่าครอบครัวคนดังที่กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยเขาได้ตั้งคำถามถึงความเหมาะสมในการใช้คำรุนแรง เช่น เนรคุณ หรือ อกตัญญู ซึ่งเป็นเรื่องภายในครอบครัวที่คนนอกไม่อาจรู้รายละเอียดและผลกระทบทางจิตใจที่แท้จริงได้</p><h2>ชาวเน็ตไม่พอใจโพสต์ของอั๋น</h2><p>หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีชาวเน็ตรายหนึ่งเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อว่าอั๋นอย่างรุนแรง โดยระบุว่า “มันไม่ใช่เรื่องของอั๋นที่จะไปเสือกกับเรื่องที่ชาวบ้านวิจารณ์ไปตามความรู้สึกเขา” ซึ่งสร้างความไม่พอใจให้กับแฟนคลับและผู้ติดตามเป็นอย่างมาก</p><h3>อั๋นตอบกลับอย่างมีชั้นเชิง</h3><p>อั๋น ภูวนาท ไม่นิ่งเฉยต่อคำวิจารณ์ดังกล่าว เขาได้ตอบกลับด้วยถ้อยคำที่สุภาพแต่แฝงความหมายลึกซึ้ง โดยย้อนถามกลับไปถึงการใช้สติปัญญาในการพิจารณาและไตร่ตรองข้อมูล พร้อมระบุว่าหากคำตอบคือใช่ กระบวนการคิดและสติปัญญาของทั้งคู่อาจจะแตกต่างกัน และตนเองคงต้องไปเรียนรู้ชีวิตเพิ่มให้ฉลาดมากขึ้น</p><p>นอกจากนี้ อั๋นยังได้โพสต์ข้อความทิ้งท้ายผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวด้วยความถ่อมตัวว่า ตนเองอาจจะฉลาดไม่พอและขออภัยที่อวดฉลาดใส่คนอื่น โดยสัญญาว่าจะพยายามไม่ทำตัวเป็นบัวใต้น้ำเพื่อให้ครอบครัวภูมิใจ ถือเป็นการใช้ชั้นเชิงทางภาษาที่นิ่งสงบแต่สามารถสยบความเคลื่อนไหวได้อย่างดีเยี่ยมในฐานะพิธีกรมืออาชีพ</p><h2>กระแสตอบรับจากสังคม</h2><p>หลังจากที่อั๋นออกมาโต้ตอบ ชาวเน็ตส่วนใหญ่ต่างชื่นชมในวุฒิภาวะและความมีสติของเขา โดยมองว่าเป็นการตอบกลับที่สุภาพแต่เฉียบคม ไม่ก่อให้เกิดความรุนแรงทางคำพูดเพิ่มเติม ขณะที่บางส่วนยังคงเห็นว่าอั๋นควรหลีกเลี่ยงการแสดงความคิดเห็นในเรื่องที่เป็นกระแสร้อนแรง</p><p>เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้วิจารณญาณในการแสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ โดยเฉพาะเมื่อพูดถึงเรื่องส่วนตัวของผู้อื่น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อจิตใจได้โดยไม่รู้ตัว</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:27:16 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[บอลไทยลีกคึกคัก! โค้ชทีมดังเตรียมปรับแผนรับมือคู่แข่ง]]></title>
				<category>ฟุตบอลไทย</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/footballthai/article-36529.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ศึกฟุตบอลไทยลีก ฤดูกาล 2024 กำลังเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เมื่อทีมชั้นนำต่างเตรียมปรับเปลี่ยนแผนการเล่นเพื่อรับมือกับคู่แข่งในนัดสำคัญที่กำลังจะมาถึง แฟนบอลต่างจับตาดูการเคลื่อนไหวของบรรดาโค้ชชื่อดังที่กำลังวางหมากเพื่อชัยชนะ</p><h2>การปรับแท็กติกของทีมชั้นนำ</h2><p>หลายทีมในไทยลีกกำลังเร่งปรับแท็กติกและแผนการเล่นเพื่อให้เข้ากับสไตล์ของคู่แข่ง โดยเฉพาะทีมที่กำลังอยู่ในช่วงลุ้นแชมป์หรือหนีตกชั้น โค้ชต้องใช้ประสบการณ์และความเข้าใจในเกมเพื่อวางแผนให้ทีมมีประสิทธิภาพสูงสุด</p><h3>การวิเคราะห์คู่แข่งอย่างละเอียด</h3><p>การวิเคราะห์จุดอ่อนและจุดแข็งของคู่แข่งเป็นสิ่งสำคัญ โค้ชหลายคนใช้เทคโนโลยีและข้อมูลสถิติเพื่อวางแผนการเล่น เช่น การวิเคราะห์ฟอร์มการเล่นของนักเตะแต่ละคน รวมถึงรูปแบบการเล่นของทีมคู่แข่งในนัดที่ผ่านมา</p><ul><li><strong>การปรับแผงกองกลาง:</strong> ทีมที่ต้องการครองเกมจะเน้นการปรับแผงกองกลางให้แข็งแกร่งขึ้น เพื่อตัดเกมและสร้างโอกาสในการทำประตู</li><li><strong>การเปลี่ยนระบบกองหลัง:</strong> เพื่อรับมือกับกองหน้าที่เร็วและมีเทคนิคสูง โค้ชบางคนเปลี่ยนมาใช้ระบบกองหลังสามคนเพื่อเพิ่มความแน่นหนา</li></ul><h2>การเตรียมความพร้อมของนักเตะ</h2><p>นอกจากแท็กติกแล้ว ความพร้อมของนักเตะก็เป็นปัจจัยสำคัญ โค้ชต้องจัดการเรื่องความฟิตและการพักผ่อนให้นักเตะพร้อมสำหรับเกมหนัก โดยเฉพาะในช่วงที่มีโปรแกรมแข่งขันถี่</p><ol><li><strong>การฝึกซ้อมเฉพาะจุด:</strong> โค้ชจะเน้นการฝึกซ้อมในจุดที่ต้องปรับปรุง เช่น การยิงประตู การเล่นลูกตั้งเตะ หรือการป้องกันลูกกลางอากาศ</li><li><strong>การจัดการสภาพจิตใจ:</strong> การสร้างขวัญกำลังใจและลดความกดดันให้กับนักเตะเป็นสิ่งที่โค้ชต้องให้ความสำคัญ เพื่อให้พวกเขาสามารถเล่นได้อย่างเต็มที่</li></ol><h3>มุมมองของแฟนบอล</h3><p>แฟนบอลไทยลีกต่างตื่นเต้นกับการปรับเปลี่ยนแผนการเล่นของทีมโปรด บางคนมองว่าเป็นการพัฒนาที่ดีของลีก ในขณะที่บางคนกังวลว่าการเปลี่ยนแท็กติกบ่อยอาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของทีม</p><p>การแข่งขันในไทยลีกฤดูกาลนี้ยังมีอีกหลายนัดให้ลุ้น ทีมที่สามารถปรับตัวได้ดีที่สุดจะมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงสุด แฟนบอลต้องรอติดตามชมว่าโค้ชคนไหนจะสามารถนำทีมคว้าชัยชนะในนัดสำคัญนี้</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 04:50:07 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[แอ้มสโรชาโพสต์อำลาสะเทือนใจ เผยใกล้ถึงช่วงสุดท้ายแล้ว]]></title>
				<category>รายการทีวี</category>
				<link>https://siampost24.com/bantoeng/tvshow/article-36528.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เพจเฟซบุ๊กของ น.ส.สโรชา พรอุดมศักดิ์ หรือ แอ้ม พิธีกรข่าวชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความอำลาที่สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ติดตามเป็นอย่างมาก โดยข้อความระบุว่า หลายท่านคงทราบจากรายการคุยทุกเรื่องกับสนธิ ที่นายสนธิได้แจ้งว่า แอ้มมีเวลาอีกไม่มากนัก และตอนนี้น่าจะใกล้เข้าสู่ช่วงสุดท้ายจริงๆ แล้ว</p><h2>การดูแลจากทีมแพทย์</h2><p>คุณหมออิศรางค์ แห่ง เยือนเย็น วิสาหกิจเพื่อสังคม และทีมงานได้กรุณาดูแลแอ้มอย่างใกล้ชิด ทั้งอาการทางร่างกาย การบรรเทาอาการเจ็บปวด รวมถึงสุขภาพจิตใจของแอ้มและคนในครอบครัว แอ้มถือโอกาสนี้ขอบพระคุณอาจารย์หมออิศรางค์ นุชประยูร พยาบาลเมย์ และอีกหลายท่านที่จะพาแอ้มผ่านจุดนี้ไปได้อย่างสงบและทุกข์ทรมานน้อยที่สุดเท่าที่การแพทย์จะสามารถทำได้</p><h2>ขอบคุณผู้มีพระคุณ</h2><p>แอ้มขอกราบขอบพระคุณคุณสนธิ (สนธิเล่าเรื่อง) อีกครั้ง ท่านเป็นเหมือนคุณพ่อคนที่สองของแอ้ม สอนและนำทาง จูงมือแอ้มจนมีแรง สามารถเดินมาถึงจุดนี้ได้ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายท่านที่แอ้มไม่สามารถกล่าวถึงได้ครบ จึงขอกราบขอบพระคุณจากใจ</p><h3>ขออโหสิกรรม</h3><p>แอ้มขอถือโอกาสนี้ขออโหสิกรรมทุกท่านที่แอ้มอาจจะเคยล่วงเกิน ไม่ว่าด้วยกาย วาจา ใจ จะเจตนาหรือไม่ก็ตาม ในภพนี้หรือภพใดๆ ก็ตาม ขอให้ทุกท่านโปรดอโหสิกรรมให้แอ้มด้วย</p><p>สร้อยและรูปที่พ่อแม่ครูอาจารย์ได้มอบไว้ให้ในช่วงปี 2548 ตอนนี้กลับมาคล้องไว้เพื่อเตือนสติ ให้จิตอยู่กับลมหายใจ ให้จิตนิ่งและพร้อมที่เดินทางต่อไปสู่ภพภูมิต่อไป ขอให้ทุกท่านอย่าได้เศร้า แต่อยากขอให้ท่านยินดีกับแอ้มที่จะไปเริ่มต้นบทใหม่พร้อมจิตที่มั่นคงและเข้มแข็งกว่าเดิม</p><p>หลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีผู้คนเข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก พร้อมบอกว่า คุณแอ้มจะเป็นพิธีกรที่จะอยู่ในความทรงจำตลอดไป</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 05:13:28 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ห่วงปลดล็อกต่างชาติซื้อขายเกษตรล่วงหน้า เสี่ยงทุนจีนครอบงำ-ฟอกเงินเทา]]></title>
				<category>การค้า</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankha/article-36527.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>ครม.ปลดล็อก 8 ธุรกิจต่างชาติ อนุญาตซื้อขายพืชผลล่วงหน้า</h2><p>วันนี้ 13 พฤษภาคม 2569 ถือเป็นวันพืชมงคลและวันเกษตรกรประจำปี เพื่อระลึกถึงความสำคัญของการเกษตร โดยมีการจัดพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเพื่อเป็นสิริมงคลแก่เกษตรกร อย่างไรก็ตาม ในปีนี้มีความเคลื่อนไหวของรัฐบาลที่ถูกหลายฝ่ายตั้งคำถามว่ากำลังทำร้ายเกษตรกรไทยหรือไม่ หลังจากวานนี้ (12 พฤษภาคม) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างอนุบัญญัติ 2 ฉบับภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว</p><p>สาระสำคัญคือการแก้ไขประเภทธุรกิจการค้าภายในเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือผลิตผลทางการเกษตรพื้นเมืองที่ยังไม่มีกฎหมายห้ามไว้ โดยแก้ไขให้การเปิดให้ซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าในศูนย์ซื้อขายสัญญาล่วงหน้าที่มีการส่งมอบในครั้งที่กำหนดสามารถดำเนินการได้ รวมทั้งอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดธุรกิจที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ปลดล็อกธุรกิจบริการ 8 ประเภท ได้แก่</p><ul><li>ธุรกิจบริการโทรคมนาคมแบบไม่มีโครงข่ายของตัวเอง</li><li>ธุรกิจบริหารการเงิน</li><li>ธุรกิจการบริหารภายในเครือข่าย</li><li>ธุรกิจการรับค้ำประกันหนี้ภายในประเทศ</li><li>ธุรกิจการขุดเจาะปิโตรเลียม</li><li>ธุรกิจการให้กู้ยืมเงินแบบต่าง ๆ ที่มีหลักทรัพย์เป็นประกันภายใต้กฎหมายหลักทรัพย์และการซื้อขายล่วงหน้า</li><li>ธุรกิจเป็นตัวแทน ผู้ค้า ที่ปรึกษา หรือผู้จัดการเงินทุนด้านสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่ไม่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า</li><li>ธุรกิจบริการให้เช่าพื้นที่เพื่อติดตั้งเครื่องอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ</li></ul><p>รัฐบาลยืนยันว่าเป็นไปเพื่ออำนวยความสะดวกในการลงทุน ลดความซ้ำซ้อนในการกำกับดูแล และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ พร้อมกำชับให้ติดตามผลกระทบและคุ้มครองผู้ประกอบการในไทยควบคู่กัน ถือเป็นการยกระดับเศรษฐกิจของไทย</p><h3>รศ.ธนพร ชี้ปลดล็อกเปิดทางทุนจีนครอบงำและฟอกเงิน</h3><p>จากกรณีดังกล่าว รศ.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมือง ให้ความเห็นว่า วันพืชมงคลเป็นวันที่สำคัญของเกษตรกรไทย แต่ก่อนถึงวันมงคลนี้ รัฐบาลในการประชุม ครม. กลับเหยียบย่ำทำร้ายเกษตรกรไทยด้วยการปลดล็อกให้ต่างด้าว (ทุนจีน) มาประกอบการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าได้อย่างเสรี ไม่ต้องขออนุญาตใด ๆ ทั้งสิ้น</p><p><em>"ทั้ง ๆ ที่ทุกวันนี้รัฐบาลยังไม่สามารถแก้ปัญหาล้งจีนได้เลย ไม่ว่าทุเรียนหรือมะพร้าว การเปิดช่องให้ล้งจีนสามารถมากำหนดราคาสินค้าเกษตรล่วงหน้าได้ คิดว่าทุนจีนเหล่านั้นจะกำหนดจากผลประโยชน์ของเกษตรกรไทยหรือ?"</em> รศ.ธนพร กล่าว</p><p>นอกจากนี้ยังไม่ต้องพูดถึงทุนจีนเทาที่เบ่งบานคับประเทศไทย ใช้ช่องทางรัฐฟอกเงินเทาเป็นเงินขาว คราวนี้ถึงการฟอกเงินผ่านตลาดสินค้าเกษตรเสียแล้ว สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) ทุกวันนี้ก็มีเรื่องอื้อฉาว ไม่เท่าทันอาชญากรรมในตลาดหลักทรัพย์ ไม่เว้นแต่ละวัน เช่น หุ้น More หุ้น Stark และอื่น ๆ จะไปหวังอะไรว่าจะมาดูแลตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า</p><p><strong>"ยิ่งกระทรวงพาณิชย์ปล่อยผีให้ทุนจีนเทากลายเป็นไม่เทา ทำการค้าขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าโดยไม่ต้องขออนุญาตจากหน่วยงานไทย คราวนี้แหละหวานเจี๊ยบ ทั้งครอบงำตลาดไปถึงการฟอกเงินเทาให้ขาวสะอาดผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า มันจะทำร้ายเกษตรกรไทยไปถึงไหน?"</strong> รศ.ธนพร กล่าวทิ้งท้าย</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 04:50:19 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เปิดตัวสุนัขดมกลิ่นรุ่นใหม่ ใช้เทคโนโลยี IoT ตรวจจับสารเสพติด]]></title>
				<category>IoT</category>
				<link>https://siampost24.com/theknoloyi/iot/iot-36526.html</link>
				<description><![CDATA[<p>กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ได้เปิดตัวนวัตกรรมสุนัขดมกลิ่นรุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับสารเสพติด โดยสุนัขดมกลิ่นเหล่านี้จะถูกติดตั้งอุปกรณ์เซ็นเซอร์และระบบสื่อสารที่สามารถส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ไปยังศูนย์ควบคุม ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามผลการปฏิบัติงานได้อย่างใกล้ชิด</p><h2>รายละเอียดนวัตกรรม</h2><p>สุนัขดมกลิ่นรุ่นใหม่นี้ได้รับการพัฒนาโดยความร่วมมือระหว่าง บช.น. และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของไทย โดยได้นำเทคโนโลยี IoT มาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานของสุนัขตำรวจ อุปกรณ์ที่ติดตั้งประกอบด้วยเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิ ความชื้น และสัญญาณชีพของสุนัข รวมถึงกล้องขนาดเล็กที่บันทึกภาพขณะปฏิบัติงาน</p><h3>คุณสมบัติเด่น</h3><ul><li><strong>การส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์:</strong> ข้อมูลจากอุปกรณ์ IoT จะถูกส่งผ่านเครือข่าย 5G ไปยังศูนย์บัญชาการ ทำให้สามารถวิเคราะห์และสั่งการได้ทันที</li><li><strong>การติดตามสุขภาพ:</strong> เซ็นเซอร์วัดสัญญาณชีพช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบสภาพร่างกายของสุนัขได้ตลอดเวลา ป้องกันการทำงานหนักเกินไป</li><li><strong>ประสิทธิภาพสูง:</strong> สุนัขดมกลิ่นรุ่นใหม่สามารถตรวจจับสารเสพติดได้แม่นยำมากขึ้น ลดเวลาการค้นหาลงถึง 30%</li></ul><p>พลตำรวจโท ณัฐพงษ์ สุขเกษม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า "นวัตกรรมนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปรามยาเสพติดอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนที่เข้าถึงยาก สุนัขดมกลิ่นเหล่านี้จะทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น"</p><h2>การฝึกอบรมและการนำไปใช้</h2><p>สุนัขดมกลิ่นรุ่นใหม่ผ่านการฝึกอบรมพิเศษเป็นเวลา 6 เดือน โดยเน้นการทำงานร่วมกับอุปกรณ์ IoT นอกจากนี้ ยังมีการทดสอบในสถานการณ์จำลองเพื่อให้แน่ใจว่าสุนัขสามารถปฏิบัติงานได้จริงในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย</p><p>เบื้องต้น บช.น. จะนำสุนัขดมกลิ่นรุ่นใหม่ไปใช้ในพื้นที่กรุงเทพมหานครก่อน โดยเฉพาะในย่านที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดสูง เช่น คลองเตย และห้วยขวาง จากนั้นจะขยายผลไปยังจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศ</p><h3>ผลตอบรับจากเจ้าหน้าที่</h3><p>เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ร่วมทดสอบนวัตกรรมนี้ให้ความเห็นว่า การทำงานร่วมกับสุนัขดมกลิ่นที่ติดตั้ง IoT ทำให้การตรวจค้นทำได้รวดเร็วขึ้น และลดความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้ากับผู้ต้องหา เนื่องจากสามารถระบุตำแหน่งที่แน่นอนของสารเสพติดได้ก่อนเข้าตรวจค้น</p><p>นอกจากนี้ ข้อมูลจากอุปกรณ์ IoT ยังสามารถใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลได้ เนื่องจากมีการบันทึกเวลาสถานที่ และข้อมูลอื่น ๆ อย่างละเอียด</p><h2>อนาคตของเทคโนโลยี IoT ในการทำงานตำรวจ</h2><p>การนำเทคโนโลยี IoT มาใช้กับสุนัขดมกลิ่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของแผนพัฒนานวัตกรรมของ บช.น. ในอนาคต คาดว่าจะมีการนำ IoT ไปใช้กับอุปกรณ์อื่น ๆ เช่น โดรนตรวจการณ์ และรถตรวจการณ์อัจฉริยะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยและปราบปรามอาชญากรรม</p><p>พลตำรวจโท ณัฐพงษ์ กล่าวเสริมว่า "เรามุ่งมั่นที่จะนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาช่วยในการปฏิบัติงานของตำรวจ เพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัยสูงสุด"</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 04:46:58 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เงินบาทครึ่งปีหลังเสี่ยงอ่อนค่ามาก เศรษฐกิจเปราะบาง]]></title>
				<category>การลงทุน</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kanlungtun/article-36524.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 มีความเสี่ยงที่จะอ่อนค่าลงอีก แม้ว่าสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะเริ่มคลี่คลายบ้างแล้ว แต่ผลกระทบจากราคาพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูงยังคงส่งผลต่อบัญชีเดินสะพัด (Current Account) ของประเทศไทย นอกจากนี้ แนวโน้มการสิ้นสุดวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงของหลายธนาคารกลางทั่วโลก ยังจำกัดการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนให้เงินบาทแข็งค่าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา</p><h2>ปัจจัยกดดันค่าเงินบาท</h2><p>ttb analytics ระบุว่า ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ความไม่แน่นอนของความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ส่งผลให้ตลาดปริวรรตเงินตรามีความผันผวนสูง โดยเงินบาทเคลื่อนไหวตามข่าวเป็นหลัก คือ อ่อนค่าเมื่อความตึงเครียดเพิ่มขึ้น และราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่เงินดอลลาร์แข็งค่าจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย นับตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่เกิดการปะทะ เงินบาทอ่อนค่าลงประมาณ 3.5% จาก 31.08 บาทต่อดอลลาร์ ณ วันที่ 27 กุมภาพันธ์ มาอยู่ที่ 32.21 บาท ณ วันที่ 8 พฤษภาคม 2569 โดยแตะระดับสูงสุดที่ 33.00 บาท ณ วันที่ 23 มีนาคม 2569</p><p>สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากประเทศไทยมีสัดส่วนการนำเข้าพลังงานสูง ประกอบกับช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีมักเป็นช่วงที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าตามฤดูกาลจ่ายปันผลของบริษัทจดทะเบียน ความเสี่ยงด้านอ่อนค่าของเงินบาทในปีนี้ยังไม่หมดไป โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ หลังสถานการณ์ตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจและทิศทางนโยบายการเงินโลก ซึ่งคาดว่าผลกระทบจะเริ่มชัดเจนขึ้นในช่วงหลังจากนี้ มาจาก 2 ปัจจัยหลัก</p><h3>1. ผลกระทบราคาพลังงานสูงต่อดุลบัญชีเดินสะพัด</h3><p>ผลกระทบจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซส่งผลโดยตรงต่อดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยผ่านดุลการค้าที่แย่ลง เนื่องจากไทยมีสัดส่วนการนำเข้าพลังงานสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค โดยเฉพาะการนำเข้าจากกลุ่มตะวันออกกลางซึ่งเป็นสัดส่วนหลัก ไม่ว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเร็วหรือช้า ผลกระทบต่อราคาและอุปทานพลังงานยังต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว เนื่องจากแหล่งผลิตพลังงานสำคัญถูกโจมตีเสียหาย ต้องใช้เวลาซ่อมบำรุงครั้งใหญ่</p><p>ในส่วนของดุลบริการก็ได้รับผลกระทบจากสงครามเช่นกัน หลังการขาดแคลนน้ำมันทำให้เส้นทางการบินถูกรบกวน โดยเฉพาะการท่องเที่ยวจากยุโรปและตะวันออกกลาง ซึ่งคิดเป็น 27% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดในปี 2568 และเป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายสูงเมื่อเทียบกับนักท่องเที่ยวในภูมิภาคอื่น ล่าสุดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (ข้อมูล ณ วันที่ 6 พฤษภาคม 2568) ได้ปรับลดเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างชาติปี 2569 จาก 36.7 ล้านคน เหลือ 30.07-33.20 ล้านคน ขณะที่การขนส่งก็มีความเสี่ยงจากต้นทุนที่สูงขึ้นจากค่าความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น</p><h3>2. ความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินโลก</h3><p>การเร่งขึ้นของเงินเฟ้อทั่วโลกจากราคาพลังงานที่พุ่งสูง ส่งผลให้ทิศทางนโยบายการเงินโลกในปีนี้ยังไม่แน่นอน โดยการสื่อสารของหลายธนาคารกลางในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 ส่วนใหญ่มีแนวโน้มสิ้นสุดวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง ท่ามกลางความคาดหวังของตลาดว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยภายในสิ้นปีนี้</p><p>ราคาทองคำที่เพิ่มสูงขึ้นและทำสถิติใหม่อย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากค่าเงินบาทมีความสัมพันธ์กับราคาทองคำสูงที่สุดในภูมิภาค ทำให้ทางการไทยพยายามออกมาตรการเพื่อลดความสัมพันธ์ดังกล่าว</p><h2>สรุปทิศทางค่าเงินบาท</h2><p>โดยสรุป ทิศทางค่าเงินบาทในช่วงครึ่งหลังของปียังมีความเสี่ยงด้านอ่อนค่าอยู่ หากพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินโลกที่ส่งผลต่อราคาทองคำ</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 04:12:25 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ปชป. ย้ำจุดยืนไม่หนุนแก้ไข ม.112 ยันเป็นกฎหมายจำเป็น]]></title>
				<category>รัฐบาล</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/rattaban/112-36523.html</link>
				<description><![CDATA[<p>พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ได้ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนอีกครั้ง เกี่ยวกับประเด็นการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยระบุว่า พรรคยังคงยืนหยัดในท่าทีที่ไม่สนับสนุนให้มีการแก้ไขกฎหมายดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าเป็นกฎหมายที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการปกป้องและรักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชาติ</p><h2>จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์</h2><p>นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า พรรคได้มีการหารือกันภายในถึงประเด็นร้อนทางการเมือง โดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขมาตรา 112 ซึ่งเป็นประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคมไทย พรรคประชาธิปัตย์มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า จะไม่สนับสนุนให้มีการแก้ไขมาตรานี้ เนื่องจากเกรงว่าอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติและสถาบันหลักของประเทศ</p><h3>เหตุผลที่ไม่สนับสนุนการแก้ไข</h3><p>ทางพรรคได้ให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า มาตรา 112 ไม่ได้เป็นเพียงบทบัญญัติทางกฎหมายธรรมดา แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์จากการถูกดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาท ซึ่งอาจนำไปสู่ความแตกแยกในสังคม อีกทั้งในปัจจุบันยังมีภัยคุกคามจากผู้ไม่หวังดีที่พยายามบ่อนทำลายสถาบัน ดังนั้นการคงไว้ซึ่งมาตรานี้จึงเป็นสิ่งจำเป็น</p><ul><li><strong>ความมั่นคงของชาติ:</strong> การแก้ไขมาตรา 112 อาจเปิดช่องให้มีการกระทำที่ละเมิดต่อสถาบันได้ง่ายขึ้น</li><li><strong>ความสามัคคีของคนในชาติ:</strong> สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมใจของคนไทย การปกป้องสถาบันจึงเป็นการรักษาความสามัคคี</li><li><strong>ความเหมาะสมกับสถานการณ์:</strong> ในช่วงเวลาที่สังคมมีความขัดแย้ง การคงกฎหมายนี้ไว้จะช่วยลดความรุนแรง</li></ul><h2>ปฏิกิริยาจากฝ่ายตรงข้าม</h2><p>อย่างไรก็ตาม ฝ่ายที่สนับสนุนการแก้ไขมาตรา 112 ได้ออกมาโต้แย้งว่า กฎหมายดังกล่าวถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองในการปิดปากผู้เห็นต่าง และควรมีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน แต่พรรคประชาธิปัตย์ยังคงยืนยันจุดยืนของตนอย่างแข็งขัน</p><p>ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ยังได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายเคารพความคิดเห็นซึ่งกันและกัน และไม่ใช้ประเด็นนี้มาสร้างความแตกแยกในสังคมไทย โดยย้ำว่า พรรคพร้อมที่จะทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อความสงบสุขของประเทศ</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 04:27:36 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[โปรแกรมฟุตบอลไทยลีก 2025 สัปดาห์หน้าร้อนแรง]]></title>
				<category>ฟุตบอลไทย</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/footballthai/2025-36522.html</link>
				<description><![CDATA[<p>โปรแกรมฟุตบอลไทยลีกฤดูกาล 2025 สัปดาห์หน้านี้เต็มไปด้วยความสนุกและความดุเดือด โดยเฉพาะคู่บิ๊กแมตช์ที่แฟนบอลรอคอย รวมถึงเกมหนีตายของทีมท้ายตารางที่ต้องเก็บแต้มให้ได้</p><h2>คู่เด่นประจำสัปดาห์</h2><p>สัปดาห์นี้มีคู่ที่น่าสนใจหลายคู่ เริ่มจาก <strong>บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด</strong> พบกับ <strong>ชลบุรี เอฟซี</strong> ซึ่งเป็นศึกใหญ่ที่ทั้งสองทีมต้องการชัยชนะเพื่อลุ้นแชมป์และพื้นที่บอลถ้วย นอกจากนี้ยังมี <strong>ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด</strong> พบกับ <strong>เมืองทอง ยูไนเต็ด</strong> ที่เป็นเกมดาร์บี้แมตช์แห่งกรุงเทพฯ ที่เข้มข้นทุกครั้ง</p><h3>เกมหนีตายที่น่าจับตา</h3><p>ทางด้านโซนท้ายตาราง <strong>นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี</strong> จะพบกับ <strong>สุพรรณบุรี เอฟซี</strong> ซึ่งทั้งสองทีมกำลังอยู่ในโซนตกชั้น จำเป็นต้องคว้าชัยชนะเพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิต นอกจากนี้ <strong>ราชบุรี มิตรผล เอฟซี</strong> ก็ต้องเจอกับ <strong>เชียงราย ยูไนเต็ด</strong> ในเกมที่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากชนะ</p><h3>ตารางโปรแกรมเต็มรูปแบบ</h3><ul><li><strong>วันเสาร์ที่ 20 เมษายน 2568</strong><ul><li>บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พบ ชลบุรี เอฟซี เวลา 18:00 น.</li><li>ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด พบ เมืองทอง ยูไนเต็ด เวลา 19:00 น.</li></ul></li><li><strong>วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2568</strong><ul><li>นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี พบ สุพรรณบุรี เอฟซี เวลา 17:00 น.</li><li>ราชบุรี มิตรผล เอฟซี พบ เชียงราย ยูไนเต็ด เวลา 18:00 น.</li></ul></li></ul><p>แฟนบอลสามารถติดตามชมถ่ายทอดสดได้ทางช่องทางต่างๆ และเตรียมเชียร์ทีมโปรดกันให้เต็มที่</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 04:22:03 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[รัสเซียเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจหนัก เงินเฟ้อพุ่งสูงสุดรอบ 2 ปี]]></title>
				<category>เศรษฐกิจโลก</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/setthasakitlok/2-36521.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>วิกฤตเศรษฐกิจรัสเซียรุนแรง เงินเฟ้อทะยานสูงสุดในรอบ 2 ปี</h2><p>รัสเซียกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่เกิดสงครามในยูเครน โดยอัตราเงินเฟ้อในเดือนพฤศจิกายนพุ่งสูงถึง 8.9% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 2 ปี ส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชนและกำลังซื้อในประเทศ</p><p>ธนาคารกลางรัสเซียได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่องเพื่อพยายามควบคุมเงินเฟ้อ โดยล่าสุดปรับขึ้นเป็น 21% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายปี อย่างไรก็ตาม แรงกดดันด้านราคายังคงเพิ่มขึ้นจากปัจจัยหลายประการ เช่น มาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก ค่าเงินรูเบิลที่อ่อนค่า และต้นทุนการนำเข้าที่สูงขึ้น</p><h3>สาเหตุหลักของเงินเฟ้อสูง</h3><ul><li><strong>มาตรการคว่ำบาตร:</strong> การคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และยุโรปส่งผลให้รัสเซียไม่สามารถส่งออกสินค้าสำคัญ เช่น น้ำมันและก๊าซได้ตามปกติ ทำให้รายได้จากการส่งออกลดลง</li><li><strong>ค่าเงินรูเบิลอ่อนค่า:</strong> ค่าเงินรูเบิลที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ทำให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าสูงขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค</li><li><strong>ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น:</strong> ราคาพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้นภายในประเทศ ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสินค้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย</li></ul><h3>ผลกระทบต่อประชาชน</h3><p>ประชาชนชาวรัสเซียได้รับผลกระทบโดยตรงจากเงินเฟ้อที่สูงขึ้น โดยราคาอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าจำเป็นปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นทำให้กำลังซื้อลดลง ส่งผลให้การบริโภคภายในประเทศชะลอตัว นอกจากนี้ อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นยังทำให้การกู้ยืมเพื่อซื้อบ้านหรือรถยนต์มีต้นทุนสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรมยานยนต์</p><p>รัฐบาลรัสเซียได้พยายามใช้มาตรการต่างๆ เพื่อบรรเทาผลกระทบ เช่น การควบคุมราคาสินค้าบางประเภท การเพิ่มเงินอุดหนุน และการแทรกแซงตลาดค่าเงิน อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญหลายรายมองว่ามาตรการเหล่านี้เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และไม่สามารถแก้ไขปัญหาพื้นฐานทางเศรษฐกิจได้</p><h3>แนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า</h3><p>ธนาคารกลางรัสเซียคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปในระยะอันใกล้ และอาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าที่เงินเฟ้อจะชะลอตัวลงสู่เป้าหมายที่ 4% ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดว่าเศรษฐกิจรัสเซียจะหดตัวลงในปี 2567 เนื่องจากผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรและการใช้จ่ายด้านการทหารที่เพิ่มขึ้น</p><p>สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนและภาคธุรกิจ โดยเฉพาะบริษัทต่างชาติที่ยังคงดำเนินกิจการในรัสเซีย เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและนโยบายการเงินที่เข้มงวดอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะยาว</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 04:17:15 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[กรมควบคุมโรค เผยสถานการณ์โรคไข้เลือดออกปี 2568 พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น]]></title>
				<category>สาธารณสุข</category>
				<link>https://siampost24.com/sangkhom/satharanasuk/2568-36519.html</link>
				<description><![CDATA[<p>กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยสถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปี 2568 ว่า มีแนวโน้มพบผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่ยุงลายชุกชุม ซึ่งเป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออก โดยข้อมูลล่าสุด ณ สัปดาห์ที่ 10 ของปี 2568 พบผู้ป่วยสะสมแล้วกว่า 10,000 ราย เสียชีวิต 12 ราย</p><h2>ปัจจัยที่ทำให้ผู้ป่วยเพิ่มขึ้น</h2><p>นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยากร อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น ได้แก่ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่ทำให้ยุงลายแพร่พันธุ์ได้มากขึ้น การละเลยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายในบ้านเรือนและชุมชน รวมถึงการที่ประชาชนยังไม่ตระหนักถึงความรุนแรงของโรคเพียงพอ</p><p>นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุ 5-14 ปี รองลงมาคือผู้ใหญ่ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ซึ่งอาจทำให้อาการรุนแรงและเสียชีวิตได้ง่ายขึ้น</p><h3>แนวทางการป้องกันโรคไข้เลือดออก</h3><p>กรมควบคุมโรค แนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค ได้แก่</p><ul><li><strong>เก็บบ้าน</strong> ให้สะอาด ไม่ให้มีมุมอับทึบที่เป็นที่เกาะพักของยุง</li><li><strong>เก็บขยะ</strong> เศษภาชนะที่อาจเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย</li><li><strong>เก็บน้ำ</strong> ปิดฝาโอ่งหรือภาชนะใส่น้ำให้มิดชิด เปลี่ยนน้ำในแจกันทุกสัปดาห์</li></ul><p>นอกจากนี้ ควรทายากันยุง นอนในมุ้ง หรือใช้สเปรย์กันยุง เพื่อป้องกันยุงกัด โดยเฉพาะในช่วงกลางวันที่ยุงลายออกหากิน</p><h3>อาการของโรคไข้เลือดออก</h3><p>โรคไข้เลือดออกมีอาการสำคัญคือ ไข้สูงเฉียบพลันเกิน 38.5 องศาเซลเซียส นาน 2-7 วัน ร่วมกับอาการปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดกระบอกตา อาจมีผื่นหรือจุดเลือดออกตามผิวหนัง หากมีอาการดังกล่าว ควรไปพบแพทย์ทันที ไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง โดยเฉพาะยากลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน แอสไพริน เพราะอาจทำให้เลือดออกมากขึ้น</p><p>นายแพทย์ธงชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคไข้เลือดออกสามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน ซึ่งปัจจุบันมีวัคซีนที่ใช้ได้ในผู้ที่เคยติดเชื้อมาก่อนและผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อ แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับวัคซีน</p><p>ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคจะเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นในการควบคุมยุงลายและรณรงค์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการป้องกันโรค</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 04:08:54 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[สหรัฐฯ ไฟเขียวส่งอาวุธมูลค่ากว่า 1.5 หมื่นล้านบาทให้อิสราเอล]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/15-36517.html</link>
				<description><![CDATA[<p>สหรัฐอเมริกาได้อนุมัติการขายอาวุธมูลค่ากว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ให้กับอิสราเอล ซึ่งรวมถึงขีปนาวุธและเครื่องบินขับไล่ การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่ยังคงดำเนินอยู่ในฉนวนกาซา โดยมีเสียงวิจารณ์จากหลายฝ่ายว่าอาจเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ให้เลวร้ายลง</p><h2>รายละเอียดการอนุมัติ</h2><p>กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ได้แจ้งต่อรัฐสภาเกี่ยวกับการอนุมัติการขายอาวุธดังกล่าว ซึ่งประกอบด้วยขีปนาวุธอากาศสู่พื้น และเครื่องบินขับไล่ F-15 โดยมีมูลค่ารวมประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท การอนุมัตินี้มีขึ้นหลังจากที่อิสราเอลได้ร้องขออาวุธเพิ่มเติมเพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถทางการทหาร</p><h3>ปฏิกิริยาจากนานาชาติ</h3><p>การตัดสินใจของสหรัฐฯ ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากองค์กรระหว่างประเทศและหลายประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกลุ่มสิทธิมนุษยชนที่ระบุว่าการส่งอาวุธดังกล่าวอาจละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ เนื่องจากอิสราเอลถูกกล่าวหาว่าใช้กำลังเกินกว่าเหตุในกาซา</p><ul><li>องค์การสหประชาชาติเรียกร้องให้สหรัฐฯ ทบทวนการตัดสินใจ</li><li>กลุ่มสิทธิมนุษยชนชี้ว่าอาวุธเหล่านี้อาจถูกใช้ในการโจมตีพลเรือน</li><li>หลายประเทศในตะวันออกกลางแสดงความกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงในภูมิภาค</li></ul><h2>ผลกระทบต่อความสัมพันธ์สหรัฐฯ-อิสราเอล</h2><p>การอนุมัติขายอาวุธครั้งนี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญในตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสหรัฐฯ ในเวทีโลก โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่คัดค้านนโยบายของอิสราเอล</p><h3>ท่าทีของรัฐบาลไบเดน</h3><p>รัฐบาลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ให้เหตุผลว่าการขายอาวุธครั้งนี้เป็นไปเพื่อรักษาความมั่นคงของอิสราเอล ซึ่งเป็นพันธมิตรที่สำคัญของสหรัฐฯ ในภูมิภาค แต่ก็ยอมรับว่ามีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อพลเรือนในกาซา โดยระบุว่าจะมีการติดตามการใช้ประโยชน์จากอาวุธดังกล่าวอย่างใกล้ชิด</p><p>อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการอนุมัติครั้งนี้อาจส่งผลให้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มสูงขึ้น และอาจเป็นอุปสรรคต่อความพยายามในการเจรจาหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและกลุ่มฮามาส</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 03:56:12 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[พีช พชร เปิดใจหลังพ่ายเกาหลีใต้ แม้ผิดหวังแต่ภูมิใจ]]></title>
				<category>แบดมินตัน</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/badminton/article-36516.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ความเคลื่อนไหวหลังการแข่งขันแบดมินตันทีมชิงแชมป์โลก 2024 รอบรองชนะเลิศ ประเภททีมชาย ซึ่งทีมชาติไทยพ่ายให้กับเกาหลีใต้ 1-3 คู่ ทำให้ต้องชิงอันดับ 3 ต่อไป</p><h2>พีช พชร เปิดใจหลังพ่ายเกาหลีใต้</h2><p>พีช พชร เปิดใจหลังพ่ายเกาหลีใต้ โดยระบุว่า แม้จะผิดหวังที่ทีมไม่สามารถผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้ แต่ก็ภูมิใจในผลงานของทีมที่สู้กันอย่างเต็มที่</p><h3>รายละเอียดการแข่งขัน</h3><p>ในการแข่งขันครั้งนี้ ทีมชาติไทยส่ง พีช พชร ลงเล่นในคู่ที่สาม โดยคู่แรกเป็นประเภทคู่ชาย ซึ่งทีมชาติไทยพ่ายให้กับคู่ของเกาหลีใต้ไป 0-2 เกม ต่อมาในประเภทเดี่ยวชาย พีช พชร ลงสนามและสามารถเอาชนะคู่แข่งของเกาหลีใต้ไปได้ 2-1 เกม ทำให้ทีมไทยตีเสมอเป็น 1-1</p><p>อย่างไรก็ตาม ในคู่ที่สามและสี่ ทีมชาติไทยไม่สามารถเก็บชัยชนะเพิ่มเติมได้ ทำให้พ่ายไป 1-3 คู่ ส่งผลให้ต้องไปชิงอันดับ 3 กับคู่แข่งต่อไป</p><h3>ความรู้สึกของพีช พชร</h3><p>พีช พชร กล่าวว่า "รู้สึกผิดหวังที่ทีมไม่สามารถชนะได้ แต่ก็ภูมิใจที่ทุกคนสู้กันอย่างเต็มที่ การแข่งขันครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่ดีสำหรับทีม"</p><p>นอกจากนี้ พีช พชร ยังกล่าวขอบคุณแฟนๆ ที่ให้กำลังใจ และยืนยันว่าจะพัฒนาฝีมือต่อไปเพื่อนำความสำเร็จมาสู่ประเทศชาติ</p><h3>แผนการต่อไป</h3><p>ทีมชาติไทยจะต้องเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันชิงอันดับ 3 ซึ่งจะพบกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งเช่นกัน โดยหวังว่าจะสามารถคว้าอันดับ 3 มาครองได้</p><p>สำหรับแฟนกีฬาชาวไทย ยังคงให้กำลังใจนักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นแรงผลักดันให้พวกเขาทำผลงานได้ดีในอนาคต</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 04:00:29 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[นายกฯ ยันไม่ยุบสภา เดินหน้าสู้ศึกซักฟอก]]></title>
				<category>รัฐบาล</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/rattaban/article-36515.html</link>
				<description><![CDATA[<p>นายกรัฐมนตรียืนยันอย่างชัดเจนว่า ไม่มีความคิดที่จะยุบสภาผู้แทนราษฎร และพร้อมที่จะเดินหน้าชี้แจงข้อกล่าวหาทั้งหมดในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะมาถึง โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตนและคณะรัฐมนตรีพร้อมที่จะตอบข้อซักถามของฝ่ายค้านอย่างตรงไปตรงมา และมั่นใจว่ารัฐบาลสามารถชี้แจงประเด็นต่างๆ ได้อย่างชัดเจน</p><h2>ยืนยันไม่ยุบสภา</h2><p>นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การยุบสภาไม่ใช่ทางออกของสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ และรัฐบาลยังคงมีเสียงข้างมากที่แข็งแกร่งในสภา พร้อมที่จะทำงานเพื่อประชาชนต่อไป การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นกระบวนการตรวจสอบตามระบอบประชาธิปไตย และรัฐบาลพร้อมที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่</p><h3>เตรียมพร้อมรับมือศึกซักฟอก</h3><p>นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า รัฐบาลได้เตรียมข้อมูลและเอกสารต่างๆ ไว้อย่างพร้อมเพรียง เพื่อตอบข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับนโยบายเศรษฐกิจและการบริหารราชการแผ่นดิน นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้มอบหมายให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องเตรียมคำชี้แจงในแต่ละประเด็นอย่างละเอียด</p><p>ด้านฝ่ายค้านเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอีกหลายคน โดยระบุว่ามีข้อมูลที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับการทุจริตและการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาล ฝ่ายค้านคาดว่าการอภิปรายจะใช้เวลาหลายวัน และจะมีการเปิดเผยหลักฐานสำคัญที่ประชาชนควรได้รับรู้</p><p>นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า การเมืองเป็นเรื่องของความขัดแย้งทางความคิด แต่รัฐบาลพร้อมที่จะรับฟังและปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 03:41:50 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[สหรัฐฯ ไฟเขียวฉีดวัคซีนโควิดให้เด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป เริ่มฉีดได้ทันที]]></title>
				<category>วัคซีน</category>
				<link>https://siampost24.com/sukhaphap/vaccine/6-36514.html</link>
				<description><![CDATA[<p>สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้อนุมัติการใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 สำหรับเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไป โดยสามารถเริ่มฉีดวัคซีนได้ทันที ซึ่งถือเป็นการขยายกลุ่มเป้าหมายการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมเด็กเล็กมากขึ้น</p><h2>รายละเอียดการอนุมัติ</h2><p>การอนุมัติครั้งนี้ครอบคลุมวัคซีนของไฟเซอร์-ไบออนเทคและโมเดอร์นา โดยวัคซีนไฟเซอร์จะฉีด 3 เข็ม ส่วนโมเดอร์นาฉีด 2 เข็ม ขนาดวัคซีนสำหรับเด็กเล็กจะน้อยกว่าผู้ใหญ่ เพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพที่เหมาะสม</p><h3>ความสำคัญของการฉีดวัคซีนในเด็ก</h3><p>การฉีดวัคซีนให้เด็กเล็กมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเด็กสามารถติดเชื้อและแพร่เชื้อได้ แม้ส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรง แต่ก็มีบางรายที่อาการหนักถึงขั้นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล การฉีดวัคซีนจะช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าว</p><ul><li>ลดการติดเชื้อและการแพร่ระบาดในชุมชน</li><li>ป้องกันอาการรุนแรงในเด็ก</li><li>ช่วยให้เด็กสามารถกลับไปเรียนและทำกิจกรรมได้ตามปกติ</li></ul><h2>การเตรียมความพร้อม</h2><p>สหรัฐฯ ได้เตรียมวัคซีนจำนวนมากเพื่อรองรับการฉีดในกลุ่มเด็กเล็ก โดยคาดว่าจะมีเด็กอายุ 6 เดือนถึง 5 ปีประมาณ 20 ล้านคนที่เข้าข่ายได้รับการฉีดวัคซีน ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) จะประชุมเพื่อให้คำแนะนำเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้</p><h3>ข้อควรระวัง</h3><p>ผู้ปกครองควรปรึกษาแพทย์ก่อนพาเด็กไปฉีดวัคซีน โดยเฉพาะเด็กที่มีโรคประจำตัวหรือมีประวัติแพ้วัคซีน อาการข้างเคียงที่พบบ่อย ได้แก่ อาการปวดบริเวณที่ฉีด ไข้ อ่อนเพลีย ซึ่งมักหายไปภายในไม่กี่วัน</p><ol><li>สังเกตอาการเด็กหลังฉีดวัคซีนอย่างใกล้ชิด</li><li>หากมีอาการผิดปกติรุนแรง ให้รีบพบแพทย์ทันที</li><li>ปฏิบัติตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์</li></ol><p>การอนุมัติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในสหรัฐฯ และช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครองในการพาเด็กไปรับวัคซีน</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 03:48:46 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ลุ้นผลเลือกตั้งเกาหลีใต้ 2567 เปิดคูหาเลือกตั้งสมาชิกสภาแห่งชาติ]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/2567-36513.html</link>
				<description><![CDATA[<p>การเลือกตั้งสมาชิกสภาแห่งชาติของเกาหลีใต้ในปี 2567 ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว โดยหน่วยเลือกตั้งทั่วประเทศเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิลงคะแนนตั้งแต่เวลา 06.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางการเมืองของประเทศ เนื่องจากเป็นการชี้ชะตาของรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดียุน ซอกยอล จากพรรคพลังประชาชน ซึ่งดำรงตำแหน่งมาแล้ว 2 ปี</p><h2>การแข่งขันระหว่างสองพรรคใหญ่</h2><p>พรรคพลังประชาชน (People Power Party) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล ต้องเผชิญหน้ากับพรรคประชาธิปไตย (Democratic Party) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก โดยพรรคประชาธิปไตยหวังที่จะครองเสียงข้างมากในสภาเพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและผลักดันนโยบายของตนเอง การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้สมัครทั้งหมดกว่า 1,000 คน เพื่อชิงที่นั่งในสภาแห่งชาติจำนวน 300 ที่นั่ง</p><h3>ประเด็นสำคัญในการเลือกตั้ง</h3><p>ประเด็นหลักที่ถูกหยิบยกขึ้นมาในการหาเสียง ได้แก่ เศรษฐกิจ การจ้างงาน และนโยบายต่างประเทศ โดยเฉพาะความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือและญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องราคาที่อยู่อาศัยที่สูงขึ้น และปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่ประชาชนให้ความสนใจ</p><p>การเลือกตั้งครั้งนี้ยังเป็นครั้งแรกที่ใช้ระบบเลือกตั้งแบบใหม่ ซึ่งมีการปรับเปลี่ยนเขตเลือกตั้งและสัดส่วนผู้แทน ทำให้การคำนวณที่นั่งมีความซับซ้อนมากขึ้น ส่งผลให้ทั้งสองพรรคต้องวางกลยุทธ์อย่างรอบคอบ</p><h2>ผลสำรวจความคิดเห็น</h2><p>ผลสำรวจความคิดเห็นก่อนการเลือกตั้งชี้ให้เห็นว่าพรรคประชาธิปไตยมีคะแนนนิยมนำเล็กน้อย แต่ยังไม่สามารถสรุปผลได้ เนื่องจากมีผู้ลงคะแนนเสียงจำนวนมากที่ยังไม่ตัดสินใจ การเลือกตั้งครั้งนี้คาดว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิสูง เนื่องจากเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจ</p><p>การนับคะแนนจะเริ่มขึ้นทันทีหลังจากปิดหีบเลือกตั้งในเวลา 18.00 น. และคาดว่าจะทราบผลอย่างไม่เป็นทางการในเวลาเที่ยงคืนของวันเดียวกัน</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 03:22:44 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เตือนภัย! ไข้ทรพิษลิงระบาดในไทย ต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด]]></title>
				<category>สาธารณสุข</category>
				<link>https://siampost24.com/sangkhom/satharanasuk/article-36511.html</link>
				<description><![CDATA[<p>กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังโรคฝีดาษลิง หรือ Monkeypox อย่างใกล้ชิด หลังจากพบจำนวนผู้ป่วยในประเทศไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย หรือเดินทางไปยังพื้นที่ระบาด</p><h2>สถานการณ์โรคฝีดาษลิงในไทย</h2><p>จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค พบว่าตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีรายงานผู้ป่วยยืนยันโรคฝีดาษลิงแล้วกว่า 30 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และมีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ อาการที่พบบ่อย ได้แก่ มีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และต่อมน้ำเหลืองโต หลังจากนั้นจะเกิดผื่นหรือตุ่มใสตามผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณใบหน้า ฝ่ามือ และฝ่าเท้า</p><h2>แนวทางการป้องกันและเฝ้าระวัง</h2><p>กรมควบคุมโรคแนะนำให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด ดังนี้</p><ul><li>หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการสงสัย หรือผู้ป่วยยืนยัน</li><li>ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์</li><li>สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ</li><li>หากมีอาการไข้ร่วมกับผื่นตุ่ม ให้รีบพบแพทย์ทันที</li></ul><h3>กลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ</h3><p>กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ ได้แก่ บุคลากรทางการแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วย ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เด็กเล็ก และหญิงตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจมีอาการรุนแรงกว่าปกติ</p><p>นอกจากนี้ กรมควบคุมโรคยังได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมความพร้อมในการรับมือหากมีการระบาดเพิ่มขึ้น รวมถึงการจัดหาวัคซีนและยาต้านไวรัสสำหรับรักษาผู้ป่วย</p><p>ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างเป็นทางการ และไม่แชร์ข้อมูลที่ไม่ผ่านการยืนยัน เพื่อป้องกันความตื่นตระหนก</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 03:28:53 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ปธน.ไบเดนยอมรับผลเลือกตั้งสหรัฐฯ 2024 พร้อมส่งต่ออำนาจ]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/2024-36510.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐอเมริกา ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยยอมรับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2024 และแสดงความยินดีต่อผู้ชนะการเลือกตั้ง พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของกระบวนการประชาธิปไตยและการเปลี่ยนผ่านอำนาจอย่างสันติ</p><h2>การยอมรับผลเลือกตั้ง</h2><p>ในแถลงการณ์ที่ทำเนียบขาว ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวว่า "ประชาชนชาวอเมริกันได้แสดงเจตจำนงผ่านการเลือกตั้ง และผมเคารพการตัดสินใจนั้น" เขายังระบุว่าการเลือกตั้งที่เสรีและยุติธรรมคือหัวใจของระบอบประชาธิปไตย และการเปลี่ยนผ่านอำนาจอย่างราบรื่นเป็นสิ่งจำเป็นต่อความมั่นคงของประเทศ</p><h3>การส่งต่ออำนาจ</h3><p>ไบเดนยืนยันว่าเขาได้สั่งการให้ทีมงานของเขาเริ่มกระบวนการส่งต่ออำนาจอย่างเป็นทางการ เพื่อให้แน่ใจว่าการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลจะเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เขายังเรียกร้องให้ชาวอเมริกันทุกคนสามัคคีกันและทำงานร่วมกันเพื่ออนาคตของประเทศ</p><h3>ความสำคัญของประชาธิปไตย</h3><p>ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวถึงความท้าทายที่สหรัฐฯ เผชิญในช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นความแตกแยกทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาเจรจาและร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหา เขาย้ำว่า "ประชาธิปไตยคือสิ่งที่เราทุกคนต้องปกป้องร่วมกัน"</p><h2>ปฏิกิริยาจากนานาประเทศ</h2><p>ผู้นำจากหลายประเทศ รวมถึงสหภาพยุโรป สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น ได้ออกมาแสดงความยินดีต่อการเลือกตั้งในสหรัฐฯ และชื่นชมการยอมรับผลการเลือกตั้งของประธานาธิบดีไบเดน ซึ่งถือเป็นการแสดงถึงความเป็นผู้ใหญ่ทางการเมืองของสหรัฐฯ</p><h3>ผลกระทบต่อนโยบายต่างประเทศ</h3><p>นักวิเคราะห์คาดว่าการเปลี่ยนผ่านอำนาจครั้งนี้จะส่งผลต่อนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ โดยเฉพาะในประเด็นความร่วมมือด้านความมั่นคง การค้า และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หลายฝ่ายหวังว่าสหรัฐฯ จะยังคงมีบทบาทนำในเวทีโลก</p><h2>ความท้าทายที่รออยู่</h2><p>แม้การเปลี่ยนผ่านอำนาจจะเป็นไปอย่างสันติ แต่สหรัฐฯ ยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายประการ เช่น ความแตกแยกทางการเมืองภายใน ปัญหาเศรษฐกิจ และความขัดแย้งในต่างประเทศ การทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาลเก่าและใหม่จึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้การบริหารประเทศดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง</p><p>ประธานาธิบดีไบเดนสรุปแถลงการณ์ด้วยการกล่าวว่า "ผมขอให้ทุกคนจับมือกัน เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับประเทศของเรา"</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 03:16:55 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท เฟส 3 เริ่มใช้ 1 เม.ย. 68]]></title>
				<category>การค้า</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankha/10000-3-1-68.html</link>
				<description><![CDATA[<p>รัฐบาลเดินหน้าโครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท เฟส 3 โดยมีกำหนดเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 เป็นต้นไป โดยกลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้พิการที่ลงทะเบียนไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งจะได้รับสิทธิผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ</p><h2>รายละเอียดโครงการ</h2><p>โครงการเงินดิจิทัลวอลเล็ตเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยในเฟส 3 นี้จะเน้นกลุ่มผู้สูงอายุและผู้พิการที่ยังไม่เคยได้รับสิทธิในเฟสก่อนหน้า โดยผู้ที่ได้รับสิทธิสามารถใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการภายในระยะเวลาที่กำหนด</p><h3>เงื่อนไขการใช้งาน</h3><ul><li>ใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐเท่านั้น</li><li>สามารถใช้ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร และบริการต่างๆ</li><li>ไม่สามารถใช้ซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ และสินค้าฟุ่มเฟือย</li><li>ร้านค้าที่เข้าร่วมต้องเป็นร้านค้าที่ลงทะเบียนกับโครงการ</li></ul><h3>ระยะเวลาโครงการ</h3><p>ผู้ที่ได้รับสิทธิสามารถใช้จ่ายเงินดิจิทัลวอลเล็ตได้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2568 โดยเงินที่ไม่ได้ใช้ภายในระยะเวลาดังกล่าวจะถูกยกเลิก</p><h2>การลงทะเบียน</h2><p>สำหรับผู้ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน สามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐหรือเว็บไซต์ของโครงการ โดยต้องยืนยันตัวตนผ่านระบบดิจิทัลไอดี และตรวจสอบสิทธิผ่านฐานข้อมูลของรัฐ</p><p>โครงการนี้คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในชุมชน สร้างรายได้ให้กับร้านค้าขนาดเล็ก และฟื้นฟูเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 03:34:05 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ครม.ไฟเขียว 8 ธุรกิจต่างด้าวทำได้ไม่ต้องขออนุญาต เช็กเลย]]></title>
				<category>การค้า</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankha/8-36507.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาและร่างกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ตามที่กระทรวงพาณิชย์เสนอ โดยมีสาระสำคัญคือการเปิดให้คนต่างด้าวสามารถประกอบธุรกิจได้โดยไม่ต้องขออนุญาตใน 8 ประเภทธุรกิจเพิ่มเติม</p><h2>รายละเอียดการแก้ไขกฎหมาย</h2><p>การแก้ไขครั้งนี้ประกอบด้วย 2 ส่วนหลัก ได้แก่</p><h3>1. ร่างพระราชกฤษฎีกาแก้ไขประเภทธุรกิจท้ายพ.ร.บ.</h3><p>เป็นการแก้ไขประเภทธุรกิจการค้าภายในเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือผลิตผลทางการเกษตรพื้นเมืองที่ยังไม่มีกฎหมายห้ามไว้ ยกเว้นการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย โดยไม่มีการส่งมอบหรือรับมอบสินค้าเกษตรภายในประเทศไทย ซึ่งเป็นธุรกิจตามบัญชีสาม (13) ท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยยกเว้นให้ธุรกิจซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าในศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีการส่งมอบหรือรับมอบสินค้าเกษตรในคลังสินค้าที่ศูนย์กำหนดเป็นธุรกิจที่ได้รับยกเว้น</p><h3>2. ร่างกฎกระทรวงกำหนดธุรกิจที่ไม่ต้องขออนุญาต</h3><p>กำหนดให้ธุรกิจ 8 ประเภทที่คนต่างด้าวสามารถทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ได้แก่</p><ul><li>ธุรกิจบริการโทรคมนาคม</li><li>ธุรกิจศูนย์บริหารเงิน</li><li>ธุรกิจบริการบริหารจัดการงานด้านธุรการ ทรัพยากรบุคคล และเทคโนโลยีสารสนเทศ</li><li>ธุรกิจบริการรับค้ำประกันหนี้เฉพาะภายในประเทศ</li><li>ธุรกิจบริการให้เช่าพื้นที่บางส่วนเพื่อติดตั้งเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการให้บริการทางการเงินและเครื่องจำหน่ายสินค้าหรือบริการอัตโนมัติ</li><li>ธุรกิจบริการขุดเจาะปิโตรเลียม</li><li>ธุรกิจอื่นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์</li><li>ธุรกิจการให้บริการเป็นตัวแทน ผู้ค้า ที่ปรึกษา หรือผู้จัดการเงินทุน สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ที่สินค้าหรือตัวแปรอ้างอิงไม่ได้อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546</li></ul><p>ทั้งนี้ ครม.ได้ส่งร่างกฎหมายดังกล่าวให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา และให้กระทรวงพาณิชย์รับความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการต่อไป</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 02:48:20 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[รัฐบาลบุกโชว์รูมตรวจฉลากรถ EV หลังร้องเรียนพุ่ง ชำรุด-ลอยแพ-ราคาดิ่ง]]></title>
				<category>การค้า</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankha/ev-36506.html</link>
				<description><![CDATA[<p>นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบการแสดงฉลากรถยนต์ไฟฟ้าที่โชว์รูม BYD Hi-Class สาขาลาดพร้าว และโชว์รูม OMODA & JAECOO สาขาลาดพร้าว เพื่อกำชับผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยฉลากสินค้าอย่างเคร่งครัด สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคที่กำลังตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า</p><h2>เร่งแก้ไขปัญหา 3 ด้าน ชำรุด ลอยแพ ราคาดิ่ง</h2><p>นางสาวศุภมาส กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการเดินหน้าต่อเนื่องจากที่ได้เชิญผู้ประกอบการรถยนต์ไฟฟ้ากว่า 20 แบรนด์และสภาองค์กรของผู้บริโภคเข้าหารือร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหาสำคัญ 3 ด้านที่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค ได้แก่ ชำรุด ลอยแพ และราคาดิ่ง จากสถิติการร้องทุกข์รวมกว่า 1,348 ราย จึงตัดสินใจตรวจสอบฉลากรถยนต์ไฟฟ้าทันที เนื่องจากฉลากเป็นเครื่องมือแรกและสำคัญที่สุดที่ผู้บริโภคใช้ตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภค และสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าไทยอย่างมีมาตรฐาน</p><p>รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีย้ำว่า รถยนต์ไฟฟ้าเป็นสินค้าควบคุมฉลาก ผู้ประกอบการต้องแสดงข้อความฉลากให้เห็นและอ่านชัดเจนที่ตัวรถ ครบทุกรายการ ทั้งชื่อสินค้า รุ่น เครื่องหมายการค้า ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า รายละเอียดทางเทคนิค ข้อมูลแบตเตอรี่ สมรรถนะ ระยะทางการใช้งาน วิธีใช้ ข้อแนะนำ คำเตือนด้านความปลอดภัย รวมถึงราคาและเงื่อนไขการรับประกัน หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522</p><h3>โฆษณาระยะทางวิ่งต้องระบุมาตรฐานอ้างอิง</h3><p>นางสาวศุภมาส กำชับว่า นอกจากปัญหา 3 ด้านแล้ว ยังมีเรื่องการโฆษณา โดยเฉพาะระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการตัดสินใจซื้อ ผู้ขายต้องระบุให้ชัดเจนว่าอ้างอิงมาตรฐานใดในการทดสอบ พร้อมเงื่อนไขการทดสอบ เช่น ความเร็วเฉลี่ย อุณหภูมิ สภาพเส้นทาง รูปแบบการขับขี่ ส่วนการโฆษณาของแถม สิทธิประโยชน์ การรับประกันแบตเตอรี่ ก็ต้องระบุหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข วันเริ่มต้นและสิ้นสุดให้ชัดเจน</p><h2>เร่งจัดทำ E-Book ฉลากรถยนต์ไฟฟ้า</h2><p>ล่าสุดได้มอบหมายให้ สคบ. เร่งจัดทำ E-Book ฉลากรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อรวบรวมข้อมูลทางเทคนิค ข้อดี ข้อเสีย และสมรรถนะของรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละรุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศไทย นำมาเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน เพื่อให้ประชาชนใช้เป็นข้อมูลศึกษาเบื้องต้นก่อนตัดสินใจเดินทางไปยังโชว์รูม ซึ่งจะช่วยสร้างความเป็นธรรมและเพิ่มความปลอดภัยในการเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม</p><h3>เสนอ ครม. คุมเข้มแบตเตอรี่และแท่นชาร์จ</h3><p>สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อขอคุมเข้มชิ้นส่วนยานยนต์ EV ได้แก่ แบตเตอรี่ และแท่นชาร์จ โดยบังคับใช้มาตรฐานสินค้าควบคุมตามพระราชบัญญัติมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 2511 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค คาดว่าภายใน 2 เดือน สมอ. จะสามารถนำรายละเอียดเสนอ ครม. ได้</p><h2>ราคารถ EV มีเสถียรภาพมากขึ้น</h2><p>สำหรับความกังวลเรื่องราคารถยนต์ไฟฟ้าที่ปรับลดลงอย่างรวดเร็ว ชี้แจงว่า กลไกราคาเริ่มเข้าสู่ภาวะนิ่งและมีเสถียรภาพมากขึ้น เนื่องจากผู้ประกอบการได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI จนเกิดการจัดตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ ลดข้อจำกัดด้านการนำเข้า ปัญหาอะไหล่ขาดแคลน และบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ การตั้งฐานผลิตในไทยยังส่งผลให้เกิดห่วงโซ่อุปทานและมีการจ้างงานแรงงานไทยนับหมื่นคน ทำให้ต้นทุนการผลิตคงที่และบริหารจัดการได้ดีขึ้น</p><p>ปัจจุบันมีแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาทำตลาดในไทยมากกว่า 30-40 แบรนด์ ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลาย ค่ายรถแต่ละแบรนด์ต้องเร่งสร้างมาตรฐานในการดูแลลูกค้าและบริการหลังการขายเพื่อชิงยอดขาย แทนการแข่งขันด้วยสงครามราคาเพียงอย่างเดียว คาดว่ากลไกราคารถยนต์ไฟฟ้าจะเคลื่อนไหวในลักษณะเดียวกับรถยนต์สันดาปทั่วไปตามกลไกตลาดปกติ ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคหันมาใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้น</p><h3>คำแนะนำสำหรับผู้บริโภค</h3><p>นางสาวศุภมาส แนะนำผู้บริโภคว่า ควรตรวจสอบฉลากก่อนตัดสินใจซื้อรถทุกครั้ง รวมถึงตรวจสอบรายละเอียดโปรโมชันและการโฆษณาให้ชัดเจน ทั้งของแถม ระยะเวลาส่งมอบรถ และบริการหลังการขาย เพื่อป้องกันปัญหาไม่ได้รับสิทธิตามที่ตกลงไว้ หรือถูกโฆษณาเกินจริง และปัญหาบริการหลังการขายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต</p><h2>มุมมองผู้ประกอบการ</h2><p>นายชนินท์ เล็กสมฤทธิ์ ผู้จัดการศูนย์บริการ บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู จำกัด สาขาลาดพร้าว ระบุว่า ทางบริษัทฯ ยินดีสนับสนุนและเห็นด้วยกับนโยบายของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง เนื่องจากจะสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคมากขึ้น ปัจจุบันผู้บริโภคหันมาใช้รถ EV ค่อนข้างมากและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากปัจจัยวิกฤติพลังงาน ราคาน้ำมันแพง และปัญหา PM 2.5</p><p>สำหรับโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ นายชนินท์ให้ความเห็นว่า มีปัจจัยที่ต้องพิจารณา 2 ด้าน หากประชาชนใช้รถมานานกว่า 10-15 ปี การนำมาแลกเป็นรถใหม่ในช่วงเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว อาจทำให้ผู้บริโภคมีภาระเงินดาวน์สูงและเลือกใช้รถคันเดิมต่อไป แต่หากรัฐบาลมีมาตรการสนับสนุนที่ชัดเจน จะช่วยให้กลุ่มผู้ใช้รถที่ต้องการหนีค่าใช้จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงตัดสินใจได้ง่ายขึ้น รถยนต์ไฟฟ้าสามารถตอบโจทย์การประหยัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้โดยตรง</p><p>นายชนินท์ยังเสนอแนะว่า เกณฑ์การพิจารณานำรถเก่ามาแลกรถใหม่ควรตรวจสอบข้อมูล 3 ประเด็นหลักเพื่อความเป็นธรรม ได้แก่ ลักษณะการใช้งาน ประวัติการครอบครอง และสภาพตัวรถ เพื่อให้ราคารถเก่าสะท้อนมูลค่าที่แท้จริงและเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 03:14:05 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ดราม่า! เจ้าของร้านอาหารดังโพสต์แจ้งลูกค้า 'ถ้าไม่พอใจ อย่ามา']]></title>
				<category>ผู้บริโภค</category>
				<link>https://siampost24.com/sangkhom/phuboripha/article-36505.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>ดราม่า! เจ้าของร้านอาหารดังโพสต์แจ้งลูกค้า 'ถ้าไม่พอใจ อย่ามา'</h2><p>กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ เมื่อเจ้าของร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่งได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า 'ถ้าไม่พอใจ อย่ามา' ซึ่งสร้างความฮือฮาและถูกแชร์ออกไปอย่างกว้างขวาง โดยข้อความดังกล่าวถูกตีความว่าเป็นการแสดงออกถึงความไม่พอใจต่อลูกค้าที่มักจะบ่นหรือวิจารณ์ร้านในทางที่ไม่ดี</p><h3>รายละเอียดของโพสต์</h3><p>โพสต์ดังกล่าวถูกโพสต์โดยเจ้าของร้านอาหารที่ตั้งอยู่ในย่านเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ โดยมีเนื้อหาว่า 'ร้านเราไม่ได้บังคับให้ใครมากิน ถ้ามาแล้วไม่พอใจ ก็อย่ามาเลย' ซึ่งภายหลังโพสต์ถูกลบออกไป แต่ก็มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมากที่แคปหน้าจอไว้และนำไปแชร์ต่อ</p><h3>กระแสตอบรับจากสังคม</h3><p>โพสต์นี้ก่อให้เกิดกระแสวิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ โดยแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายแรกเห็นด้วยกับเจ้าของร้านว่าเป็นสิทธิของร้านที่จะเลือกบริการลูกค้าที่เหมาะสม และมองว่าลูกค้าบางคนมักจะเรียกร้องเกินเหตุ แต่อีกฝ่ายมองว่าเป็นวิธีการที่ไม่เหมาะสม เพราะธุรกิจร้านอาหารควรให้ความสำคัญกับความคิดเห็นของลูกค้าเพื่อการปรับปรุงพัฒนา</p><h3>มุมมองจากผู้เชี่ยวชาญ</h3><p>นักวิชาการด้านการตลาดกล่าวว่า การสื่อสารของเจ้าของร้านในลักษณะนี้มีความเสี่ยงสูง เพราะอาจทำให้ภาพลักษณ์ของร้านเสียหาย โดยเฉพาะในยุคที่โซเชียลมีเดียมีอิทธิพลสูง แนะนำให้ใช้วิธีการรับฟังความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์มากกว่าการตอบโต้</p><p>ด้านนักกฎหมายชี้ว่า การกระทำดังกล่าวไม่ผิดกฎหมาย แต่ก็อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจในระยะยาว เพราะลูกค้าอาจรู้สึกไม่ welcome และหันไปใช้บริการร้านอื่น</p><h3>ผลกระทบต่อธุรกิจ</h3><p>หลังเกิดกระแสดราม่า ร้านอาหารดังกล่าวมียอดผู้ติดตามในโซเชียลมีเดียลดลงเล็กน้อย และมีรีวิวเชิงลบเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังมีลูกค้าประจำที่ให้การสนับสนุน โดยมองว่าเจ้าของร้านพูดตรงไปตรงมาและไม่มีเจตนาร้าย</p><p>ทั้งนี้ เจ้าของร้านยังไม่ได้ออกมาเคลื่อนไหวหรือชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับโพสต์ดังกล่าว ทำให้หลายฝ่ายจับตาดูว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทิศทางใด</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 03:00:07 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ปรับปรุงรถไฟฟ้าสายสีเหลือง หลังพบปัญหาขัดข้องบ่อย]]></title>
				<category>การขนส่ง</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankhonsung/article-36504.html</link>
				<description><![CDATA[<p>รถไฟฟ้าสายสีเหลือง ซึ่งให้บริการในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล กำลังเผชิญกับปัญหาการขัดข้องของระบบที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารเป็นจำนวนมาก ล่าสุดผู้ให้บริการได้ประกาศแผนปรับปรุงระบบครั้งใหญ่ เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างยั่งยืน</p><h2>สาเหตุของปัญหาขัดข้อง</h2><p>จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ปัญหาหลักเกิดจากระบบอาณัติสัญญาณและระบบจ่ายไฟฟ้าที่มีอายุการใช้งานมานาน รวมถึงการบำรุงรักษาที่ไม่เพียงพอ ส่งผลให้เกิดความล่าช้าในการเดินรถและสร้างความไม่สะดวกแก่ผู้ใช้บริการ</p><h3>แผนการปรับปรุงระบบ</h3><p>ผู้ให้บริการได้วางแผนดำเนินการปรับปรุงระบบใน 3 ระยะ ได้แก่ ระยะแรกเป็นการเปลี่ยนอุปกรณ์อาณัติสัญญาณที่ล้าสมัย ระยะที่สองเป็นการปรับปรุงระบบจ่ายไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพมากขึ้น และระยะสุดท้ายเป็นการเพิ่มระบบสำรองเพื่อรองรับเหตุฉุกเฉิน โดยคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 12 เดือน</p><h3>ผลกระทบต่อผู้โดยสาร</h3><p>ในช่วงที่มีการปรับปรุง ผู้โดยสารอาจได้รับผลกระทบจากการเดินรถที่อาจมีความล่าช้าหรือต้องเปลี่ยนเส้นทางบ้าง แต่ผู้ให้บริการจะพยายามลดผลกระทบให้มากที่สุด โดยจะมีการประชาสัมพันธ์ล่วงหน้าผ่านช่องทางต่างๆ</p><p>ทั้งนี้ ผู้ให้บริการขออภัยในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และหวังว่าการปรับปรุงครั้งนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพการให้บริการให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 02:42:08 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[แนวโน้มโรคมะเร็งในไทยเพิ่มขึ้น เน้นย้ำการตรวจคัดกรองและป้องกัน]]></title>
				<category>มะเร็ง</category>
				<link>https://siampost24.com/sukhaphap/cancer/article-36503.html</link>
				<description><![CDATA[<p>องค์การอนามัยโลกได้เปิดเผยข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์โรคมะเร็งในประเทศไทย ซึ่งพบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะมะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนไทย</p><h2>ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดมะเร็ง</h2><p>ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ การสูบบุหรี่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงและกากใยต่ำ การขาดการออกกำลังกาย และการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งตับ นอกจากนี้ การได้รับสารก่อมะเร็งจากสิ่งแวดล้อม เช่น มลพิษทางอากาศและสารเคมี ก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ</p><h3>การตรวจคัดกรองมะเร็ง</h3><p>การตรวจคัดกรองมะเร็งเป็นวิธีสำคัญในการค้นหาโรคในระยะเริ่มแรก ซึ่งจะเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาด โดยแนะนำให้กลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็ง หรือผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ควรเข้ารับการตรวจคัดกรองเป็นประจำ</p><h3>แนวทางการป้องกันโรคมะเร็ง</h3><p>การป้องกันโรคมะเร็งสามารถทำได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ดังนี้</p><ul><li>งดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์</li><li>รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช และลดการบริโภคเนื้อแดงและอาหารแปรรูป</li><li>ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์</li><li>รักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ</li><li>หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารก่อมะเร็ง เช่น แสงแดดจัด สารเคมี และมลพิษ</li><li>รับวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีและไวรัส HPV ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งตับและมะเร็งปากมดลูก</li></ul><h2>สถิติโรคมะเร็งในประเทศไทย</h2><p>จากข้อมูลของสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบว่าในแต่ละปีมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ประมาณ 140,000 คน และมีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งประมาณ 80,000 คน โดยมะเร็งที่พบบ่อยในเพศชาย ได้แก่ มะเร็งตับ มะเร็งปอด และมะเร็งลำไส้ใหญ่ ส่วนในเพศหญิง ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งตับ</p><h3>ความสำคัญของการรักษาในระยะเริ่มต้น</h3><p>การรักษามะเร็งในระยะเริ่มต้นมีอัตราความสำเร็จสูง โดยเฉพาะมะเร็งเต้านมและมะเร็งปากมดลูก ซึ่งสามารถรักษาให้หายได้หากตรวจพบตั้งแต่แรก ดังนั้น การตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญ</p><p>นอกจากนี้ การพัฒนาทางการแพทย์ เช่น การใช้ยามุ่งเป้าและการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาและลดผลข้างเคียง ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</p><p>ทั้งนี้ ประชาชนสามารถเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งได้ที่โรงพยาบาลของรัฐและเอกชนทั่วประเทศ โดยบางรายการสามารถใช้สิทธิ์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติได้</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 02:36:43 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[กกต.ยันไม่รับรอง 'พิธา' เป็น ส.ส. หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย]]></title>
				<category>การเลือกตั้ง</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/kanlueaktang/article-36501.html</link>
				<description><![CDATA[<p>คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีที่ประชุมใหญ่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการถือหุ้นไอทีวีของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไม่เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของ ส.ส. สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (3) แต่ กกต. ยังคงยืนยันมติเดิมที่ไม่รับรองนายพิธาเป็น ส.ส. เนื่องจากยังมีประเด็นคุณสมบัติต้องห้ามอื่นที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ</p><h2>กกต.ชี้แจงเหตุผลไม่รับรอง</h2><p>กกต. ระบุว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญดังกล่าวมีผลเฉพาะกรณีการถือหุ้นไอทีวีเท่านั้น แต่ไม่ได้ครอบคลุมถึงคุณสมบัติต้องห้ามอื่นๆ ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง กกต. ยังคงต้องดำเนินการตรวจสอบตามกระบวนการต่อไป โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับการกระทำอันต้องห้ามตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.</p><h3>ประเด็นสำคัญที่ยังต้องตรวจสอบ</h3><ul><li>การกระทำที่อาจเข้าข่ายต้องห้ามตามมาตรา 42 (3) ของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.</li><li>การฝ่าฝืนข้อห้ามเกี่ยวกับการหาเสียงเลือกตั้ง</li><li>การแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จต่อ กกต.</li></ul><p>กกต. ย้ำว่าการไม่รับรองนายพิธาเป็น ส.ส. นั้นเป็นไปตามอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด และเพื่อรักษาความบริสุทธิ์ยุติธรรมของการเลือกตั้ง โดย กกต. จะเร่งดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด</p><h2>ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ</h2><p>ด้านนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กล่าวว่าคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นไปตามข้อเท็จจริงและหลักกฎหมาย พร้อมยืนยันว่าตนไม่มีเจตนากระทำผิด และพร้อมให้ความร่วมมือกับ กกต. ในการตรวจสอบทุกประเด็น</p><p>ขณะที่ฝ่ายกฎหมายของพรรคก้าวไกลเตรียมยื่นคำร้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้เพิกถอนมติของ กกต. ที่ไม่รับรองนายพิธา โดยอ้างว่าการกระทำของ กกต. อาจเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ</p><h3>ผลกระทบต่อการเมือง</h3><p>นักวิชาการมองว่าการตัดสินของ กกต. ในครั้งนี้จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการเลือกตั้ง และอาจนำไปสู่ความวุ่นวายทางการเมือง หากไม่สามารถหาข้อยุติที่ชัดเจนได้โดยเร็ว</p><p>ทั้งนี้ กกต. ยังคงมีเวลาดำเนินการตรวจสอบตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด คาดว่าจะมีคำชี้ขาดในอีกไม่เกิน 30 วัน</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 02:33:02 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ปูตินลงนามกฎหมายใหม่ รับรองสถานะทหารผ่านศึกให้ทหารรัสเซียที่รบในยูเครน]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/article-36500.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ได้ลงนามในกฎหมายใหม่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งให้สถานะทหารผ่านศึกแก่ทหารรัสเซียทุกนายที่เข้าร่วมใน 'ปฏิบัติการพิเศษ' ทางทหารในยูเครน กฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ลงนามเป็นต้นไป</p><h2>รายละเอียดของกฎหมาย</h2><p>กฎหมายดังกล่าวได้รับการเผยแพร่บนพอร์ทัลข้อมูลทางกฎหมายอย่างเป็นทางการของรัสเซีย โดยระบุว่าทหารรัสเซียที่เข้าร่วมปฏิบัติการพิเศษในยูเครนจะได้รับสถานะทหารผ่านศึก ซึ่งจะนำมาซึ่งสิทธิประโยชน์ต่างๆ รวมถึงการจ่ายเงินเพิ่มเติม การรักษาพยาบาลพิเศษ และสิทธิพิเศษอื่นๆ ที่รัฐบาลกำหนด</p><p>นอกจากนี้ กฎหมายยังครอบคลุมถึงครอบครัวของทหารที่เสียชีวิตในปฏิบัติการด้วย โดยพวกเขาจะได้รับสิทธิประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับครอบครัวของทหารผ่านศึก</p><h3>วัตถุประสงค์ของกฎหมาย</h3><p>การออกกฎหมายนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้แก่กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในยูเครน และเป็นการรับรองการเสียสละของพวกเขาอย่างเป็นทางการ รัฐบาลรัสเซียต้องการแสดงให้เห็นว่าทหารทุกนายที่เสี่ยงชีวิตเพื่อประเทศชาติจะได้รับการดูแลและเคารพนับถือ</p><p>นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการพิเศษในยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2022 รัสเซียได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อสนับสนุนทหารและครอบครัว รวมถึงการเพิ่มเงินเดือนและการให้สวัสดิการที่อยู่อาศัย</p><h2>ปฏิกิริยาจากนานาชาติ</h2><p>ขณะที่รัสเซียเดินหน้ารับรองสถานะทหารผ่านศึก ฝ่ายยูเครนและชาติตะวันตกยังคงประณามการรุกรานดังกล่าว โดยมองว่าเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมายนี้อาจถูกมองว่าเป็นความพยายามของรัสเซียในการทำให้สงครามในยูเครนถูกต้องตามกฎหมายในสายตาประชาชนภายในประเทศ</p><p>อย่างไรก็ตาม รัสเซียยืนยันว่าปฏิบัติการในยูเครนเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมายภายใน โดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของรัสเซียและชาวรัสเซียในภูมิภาคดอนบาส</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 02:36:33 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[โปรดิวเซอร์ชื่อดังเปิดใจหลังถูกแฟนคลับดาราโจมตีหนัก]]></title>
				<category>โปรดิวเซอร์</category>
				<link>https://siampost24.com/bantoeng/producer/article-36498.html</link>
				<description><![CDATA[<p>โปรดิวเซอร์ชื่อดังของวงการบันเทิงไทยออกมาเปิดใจถึงเหตุการณ์ที่ถูกแฟนคลับของดาราสาวโจมตีอย่างหนัก หลังจากเกิดประเด็นขัดแย้งในการทำงานร่วมกัน โดยเจ้าตัวเผยถึงความกดดันและผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อชีวิตส่วนตัวและการทำงาน</p><h2>เปิดใจครั้งแรกหลังถูกโจมตี</h2><p>โปรดิวเซอร์รายนี้ให้สัมภาษณ์พิเศษถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ตนเองรู้สึกตกใจและเสียใจอย่างมากที่ถูกแฟนคลับของดาราสาวเข้าโจมตีทางโซเชียลมีเดียอย่างหนัก หลังจากที่มีกระแสข่าวว่ามีปัญหากับนักแสดงสาวในกองถ่าย โดยเจ้าตัวยืนยันว่าไม่เคยมีเจตนาที่จะทำให้ใครเดือดร้อน และพยายามทำงานอย่างเต็มที่ที่สุด</p><h3>สาเหตุของความขัดแย้ง</h3><p>สาเหตุของความขัดแย้งเริ่มต้นจากความเห็นที่ไม่ตรงกันในการทำงาน โดยโปรดิวเซอร์ได้ขอให้ดาราสาวปรับเปลี่ยนบทบาทบางอย่างเพื่อให้เหมาะสมกับเนื้อเรื่อง ซึ่งทางดาราสาวไม่เห็นด้วยและแสดงความไม่พอใจออกมา ทำให้เกิดกระแสข่าวลือต่างๆ จนทำให้แฟนคลับของฝ่ายหญิงเข้ามาโจมตีโปรดิวเซอร์อย่างหนัก</p><h3>ผลกระทบต่อชีวิตส่วนตัว</h3><p>โปรดิวเซอร์เปิดเผยว่าเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อชีวิตส่วนตัวอย่างมาก ต้องปิดบัญชีโซเชียลมีเดียชั่วคราว และรู้สึกไม่ปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวัน เพราะมีแฟนคลับบางส่วนขู่จะทำร้ายร่างกาย นอกจากนี้ยังส่งผลต่อการทำงานในวงการ เนื่องจากมีกระแสต่อต้านจากแฟนคลับของดาราสาว</p><h2>มุมมองของโปรดิวเซอร์</h2><p>โปรดิวเซอร์กล่าวว่าตนเองเข้าใจความรู้สึกของแฟนคลับที่รักดาราสาว แต่ขอให้ทุกคนใช้เหตุผลและตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจโจมตีใคร เพราะการกระทำดังกล่าวอาจสร้างความเสียหายให้กับผู้อื่นได้ โดยเฉพาะคนที่ทำงานเบื้องหลังที่ทุ่มเทให้กับผลงาน</p><h3>ข้อคิดจากเหตุการณ์</h3><p>เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการใช้โซเชียลมีเดียในทางที่ผิดของแฟนคลับบางกลุ่ม ที่มักจะปกป้องศิลปินที่ตนชื่นชอบโดยไม่คำนึงถึงข้อเท็จจริง ทำให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลอื่น โปรดิวเซอร์หวังว่าทุกฝ่ายจะใช้สติและความอดทนในการแก้ปัญหา และไม่ใช้ความรุนแรงในการแสดงความคิดเห็น</p><p>ทั้งนี้ โปรดิวเซอร์ยังคงทำงานในวงการบันเทิงต่อไป โดยหวังว่าทุกคนจะเข้าใจและให้โอกาสในการทำงานร่วมกันอีกครั้ง</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:42:55 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทอง 13 พ.ค. 2569 เปิดตลาดราคาลดลง 100 บาท]]></title>
				<category>ทอง</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/thong/13-2569-100-36497.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทอง 13 พ.ค. 2569 เปิดตลาดราคาลดลง 100 บาท</h2><p>สมาคมค้าทองคำได้ประกาศราคาทองคำในประเทศประจำวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 โดยเปิดตลาดด้วยราคาที่ลดลง 100 บาท เมื่อเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า ส่งผลให้ราคาทองคำในวันนี้เป็นไปตามรายละเอียดดังนี้</p><h3>ราคาทองคำแท่งและทองรูปพรรณ</h3><p>ทองคำแท่ง รับซื้อคืนอยู่ที่ 71,800.00 บาทต่อบาททองคำ และขายออกที่ 72,000.00 บาทต่อบาททองคำ ส่วนทองรูปพรรณ รับซื้อคืนอยู่ที่ 70,357.56 บาทต่อบาททองคำ และขายออกที่ 72,800.00 บาทต่อบาททองคำ</p><h3>ราคาทองคำรูปพรรณรวมค่ากำเหน็จ</h3><ul><li>ทองครึ่งสลึง ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 9,800 บาท</li><li>ทอง 1 สลึง ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 18,800 บาท</li><li>ทอง 2 สลึง ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 36,800 บาท</li><li>ทอง 2 บาท ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 145,600 บาท</li><li>ทอง 5 บาท ราคารวมค่ากำเหน็จ อยู่ที่ 364,000 บาท</li></ul><p>ทั้งนี้ ราคาทองคำในประเทศอ้างอิงจากตลาดสปอตที่ 4,703.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และอิงค่าเงินบาทที่ 32.35 บาทต่อดอลลาร์</p><p>สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับราคาทองคำและแนวโน้มการลงทุน สามารถติดตามได้จากสมาคมค้าทองคำและแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 02:07:32 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทรัมป์ประกาศเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% มีผล 3 เม.ย.นี้]]></title>
				<category>การค้า</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankha/25-3-36496.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>ทรัมป์ประกาศภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% กระทบอุตสาหกรรมทั่วโลก</h2><p>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ประกาศเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า จะเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 25% สำหรับรถยนต์นำเข้าและชิ้นส่วนรถยนต์บางประเภท โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2568 เป็นต้นไป การเคลื่อนไหวครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นการผลิตในประเทศและลดการขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ</p><h2>รายละเอียดมาตรการภาษี</h2><p>ภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% จะครอบคลุมรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถกระบะ และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์เบา รวมถึงชิ้นส่วนสำคัญ เช่น เครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง และชิ้นส่วนระบบไฟฟ้า โดยมีข้อยกเว้นสำหรับชิ้นส่วนที่ผลิตในอเมริกาเหนือภายใต้ข้อตกลง USMCA ซึ่งจะยังคงได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีต่อไป</p><p>มาตรการนี้คาดว่าจะสร้างรายได้ให้กับรัฐบาลสหรัฐฯ หลายพันล้านดอลลาร์ต่อปี แต่อาจส่งผลให้ราคารถยนต์ในประเทศสูงขึ้น และกระทบต่อผู้บริโภคชาวอเมริกันในระยะสั้น</p><h2>ปฏิกิริยาจากนานาประเทศ</h2><p>ประเทศผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เยอรมนี และแคนาดา ต่างแสดงความกังวลต่อมาตรการดังกล่าว โดยญี่ปุ่นระบุว่าจะพิจารณามาตรการตอบโต้ที่เหมาะสม ขณะที่สหภาพยุโรปเรียกร้องให้สหรัฐฯ ทบทวนนโยบาย และเตือนว่าอาจนำไปสู่สงครามการค้ารอบใหม่</p><p>ด้านจีนซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญของสหรัฐฯ กล่าวหาว่ามาตรการนี้เป็นการละเมิดกฎการค้าระหว่างประเทศ และอาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลก</p><h2>ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์</h2><p>ผู้ผลิตรถยนต์ต่างประเทศที่ส่งออกรถไปยังสหรัฐฯ จะได้รับผลกระทบโดยตรง โดยเฉพาะแบรนด์ญี่ปุ่นอย่างโตโยต้า ฮอนด้า และนิสสัน รวมถึงแบรนด์เยอรมันอย่าง BMW และเมอร์เซเดส-เบนซ์ คาดว่าต้นทุนการนำเข้าที่เพิ่มขึ้นจะถูกส่งต่อไปยังผู้บริโภคในรูปแบบของราคาที่สูงขึ้น</p><p>ในทางกลับกัน ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติอเมริกันอย่างฟอร์ดและเจเนอรัล มอเตอร์ส อาจได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้ เนื่องจากมีความได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาดในประเทศ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าการขึ้นภาษีอาจทำให้ห่วงโซ่อุปทานซับซ้อนขึ้น และส่งผลให้ราคารถยนต์ในสหรัฐฯ โดยรวมเพิ่มขึ้น 2-5%</p><h2>สถานการณ์ในประเทศไทย</h2><p>สำหรับประเทศไทยซึ่งเป็นฐานการผลิตรถยนต์สำคัญของอาเซียน การประกาศภาษีดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนไปยังสหรัฐฯ โดยเฉพาะรถกระบะที่ไทยส่งออกจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ภาครัฐและเอกชนของไทยกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับความท้าทายที่อาจเกิดขึ้น</p><p>ทั้งนี้ มาตรการภาษีของทรัมป์ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาดูต่อไปว่าจะมีการเจรจาหรือปรับเปลี่ยนใดๆ ก่อนถึงวันบังคับใช้หรือไม่</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 02:04:40 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ราคาน้ำมัน 13 พ.ค. 2569 ปรับขึ้นดีเซลเบนซินแก๊สโซฮอล์ 0.80-0.90 บาท]]></title>
				<category>การค้า</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankha/13-2569-080-090.html</link>
				<description><![CDATA[<p>วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ราคาน้ำมันในประเทศปรับตัวสูงขึ้น โดยปตท. และบางจากฯ ได้ประกาศปรับราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดเพิ่มขึ้น 0.90 บาทต่อลิตร ยกเว้นพรีเมียม GSH95 และไฮพรีเมียม 98+ พลัส ที่คงเดิม ส่วนกลุ่มดีเซลทุกชนิดเพิ่มขึ้น 0.80 บาทต่อลิตร ยกเว้นพรีเมียมดีเซลและไฮพรีเมียมดีเซล พลัส ที่คงเดิม การปรับราคามีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป</p><h2>ราคาขายปลีกน้ำมัน ปตท. และบางจาก</h2><p>ราคาขายปลีกของปตท. ณ วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 มีดังนี้ (ยังไม่รวมภาษีบำรุงกรุงเทพมหานคร) ยูแอลจี 52.94 บาทต่อลิตร, แก๊สโซฮอล์ 95 43.35 บาทต่อลิตร, อี20 36.35 บาทต่อลิตร, อี85 32.29 บาทต่อลิตร, แก๊สโซฮอล์ 91 42.98 บาทต่อลิตร, พรีเมียมแก๊สโซฮอล์ 95 51.54 บาทต่อลิตร, ดีเซลบี7 40.75 บาทต่อลิตร, ดีเซลบี20 33.75 บาทต่อลิตร, พรีเมียมดีเซล 61.25 บาทต่อลิตร</p><p>สำหรับบางจากฯ ราคาขายปลีกมีดังนี้ แก๊สโซฮอล์ 95 เอส อีโว 43.35 บาทต่อลิตร, แก๊สโซฮอล์ 91 เอส อีโว 42.98 บาทต่อลิตร, แก๊สโซฮอล์ อี20 เอส อีโว 36.35 บาทต่อลิตร, แก๊สโซฮอล์ อี85 เอส อีโว 32.29 บาทต่อลิตร, ไฮพรีเมียม 98 พลัส 55.09 บาทต่อลิตร, ดีเซลบี20 33.75 บาทต่อลิตร, ไฮดีเซล เอส 40.75 บาทต่อลิตร, ไฮพรีเมียมดีเซล พลัส 61.25 บาทต่อลิตร (ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่กรุงเทพมหานคร)</p><h2>ราคาน้ำมันเฉลี่ยในอาเซียน</h2><p>กระทรวงพลังงานรายงานราคาน้ำมันเฉลี่ยในอาเซียนประจำวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 โดยราคาขายน้ำมันแต่ละประเทศขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ได้แก่ มาตรการภาษี ระบบการเก็บเงินเข้ากองทุนหรือการอุดหนุนราคาพลังงานที่แตกต่างกัน ในหลายประเทศเพื่อนบ้านยังมีการอุดหนุนราคากันอยู่ ส่วนประเทศไทยสนับสนุนการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์และให้การอุดหนุนราคาโดยกองทุนน้ำมันฯ จึงทำให้ราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ถูกกว่าเบนซิน</p><p>หมายเหตุ: ราคา ณ วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 และอัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 (อัตรากลาง) ยกเว้นประเทศเมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ใช้อัตราในตลาดต่างประเทศ (อัตรากลาง) ประเทศไทยอ้างอิงราคาจาก ปตท. และบางจาก และเป็นราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95E10 ซึ่งมีสัดส่วนการใช้มากที่สุด</p><h3>ข้อมูลเพิ่มเติม</h3><p>ราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคโดยตรง โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้น้ำมันดีเซลและเบนซิน สำหรับผู้ที่สนใจติดตามราคาน้ำมันในวันถัดไปสามารถตรวจสอบได้จากแหล่งข้อมูลของปตท. และบางจากฯ รวมถึงรายงานจากกระทรวงพลังงาน</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:01:29 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เปิดตัว iPhone 16e สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่สุดคุ้ม]]></title>
				<category>คอมพิวเตอร์</category>
				<link>https://siampost24.com/theknoloyi/computer/iphone-16e-36491.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>แอปเปิลเปิดตัว iPhone 16e อย่างเป็นทางการ</h2><p>แอปเปิลได้เปิดตัว iPhone 16e สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ในตระกูล iPhone 16 โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 21,900 บาท ถือเป็นรุ่นที่มีราคาเข้าถึงง่ายที่สุดในซีรีส์นี้ iPhone 16e มาพร้อมกับชิป A18 ที่ให้ประสิทธิภาพสูงและประหยัดพลังงาน พร้อมระบบปฏิบัติการ iOS 18 ที่มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่มากมาย</p><h3>ดีไซน์และหน้าจอ</h3><p>iPhone 16e มาพร้อมหน้าจอ Super Retina XDR ขนาด 6.1 นิ้ว ให้ความละเอียดสูงและสีสันสดใส ตัวเครื่องผลิตจากอะลูมิเนียมเกรดพรีเมียม มีน้ำหนักเบาเพียง 170 กรัม ทำให้พกพาสะดวก</p><h3>กล้องถ่ายรูป</h3><p>กล้องหลังของ iPhone 16e เป็นกล้องเดี่ยวความละเอียด 48 เมกะพิกเซล พร้อมระบบกันสั่น OIS และรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K ที่ 60 เฟรมต่อวินาที กล้องหน้ามีความละเอียด 12 เมกะพิกเซล รองรับ Face ID</p><h3>ประสิทธิภาพและแบตเตอรี่</h3><p>ชิป A18 ที่ติดตั้งใน iPhone 16e มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมถึง 30% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานถึง 20 ชั่วโมงสำหรับการเล่นวิดีโอ รองรับการชาร์จเร็ว 20W และชาร์จไร้สาย MagSafe</p><h3>ราคาและวันวางจำหน่าย</h3><p>iPhone 16e มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ ดำ ขาว ชมพู และฟ้า ราคาเริ่มต้นที่ 21,900 บาท สำหรับรุ่น 128GB รุ่น 256GB ราคา 24,900 บาท และรุ่น 512GB ราคา 30,900 บาท เริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:06:09 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทรัมป์ปัดฝุ่นแผนอิสรภาพช่วยเรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซ]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/article-36490.html</link>
				<description><![CDATA[<p>โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ กลับมาปัดฝุ่นแผนอิสรภาพอีกครั้ง เพื่อช่วยเหลือเรือสินค้าที่ติดอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยแผนดังกล่าวถูกเสนอขึ้นใหม่ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาค ขณะเดียวกันเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญเมื่อไรเดอร์ขับจักรยานยนต์ชนกับรถยนต์จนเสียชีวิต และมีรายงานว่ากำนันยิงเสี่ยเสียชีวิต โดยอ้างว่าถูกทำให้เสียหน้า</p><h2>คดีพระคึกฤทธิ์และข้อกล่าวหา</h2><p>พระคึกฤทธิ์เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาสองข้อหา ได้แก่ ยักยอกเงินวัดและผิดมาตรา 157 ซึ่งเป็นความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ทนายความของท่านได้โต้แย้งและเตรียมต่อสู้คดีอย่างเต็มที่</p><h3>ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ</h3><ul><li>ขบวนการก่อการร้ายหรืออั้งยี่สมัยใหม่? สกู๊ปหน้า 1</li><li>สำนักข่าวหัวเขียวพูดถึงความสุขและความสำเร็จของ จีโน่ และ ลิซ่า ที่โชว์ในบอลโลก</li><li>โลกวันนี้กับประเทศไทยในวันหน้า คาบลูกคาบดอก สืบต่อทายาท ส่องตำรวจ</li></ul>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:37:31 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[คลังยังไม่ลดภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือย ห่วงกระทบสินค้าไทยและโอทอป]]></title>
				<category>การค้า</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankha/article-36489.html</link>
				<description><![CDATA[<p>การร้องขอให้กระทรวงการคลังยกเลิกหรือปรับลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น เครื่องหนัง กระเป๋าแบรนด์เนม สินค้าแฟชั่นต่างๆ ไปจนถึงเครื่องสำอางหรือน้ำหอม ยังคงถูกเสนอเข้ามาในทุกรัฐบาล รวมถึงรัฐบาลปัจจุบันด้วย สาเหตุหลักมาจากการที่ห้างสรรพสินค้าไทยแข่งขันกันสร้างพื้นที่ค้าขายหลายแสนตารางเมตร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้ใช้จ่ายและซื้อสินค้าในประเทศมากขึ้น</p><h2>เหตุผลที่คลังยังไม่ตัดสินใจ</h2><p>กระทรวงการคลังยังไม่ตัดสินใจเรื่องนี้เนื่องจากหลายปัจจัย การยกเลิกหรือลดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยอาจส่งผลกระทบต่อสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ สินค้าโอทอป หรือสินค้าที่เป็นซอฟต์พาวเวอร์ของไทย ทำให้ราคาจำหน่ายระหว่างสินค้านำเข้าและสินค้าที่ผลิตในประเทศมีความแตกต่างน้อยลง ซึ่งจะกระทบต่อยอดขายสินค้าที่ผลิตในประเทศชนิดเดียวกัน เนื่องจากผู้บริโภคจะหันมาสนใจสินค้านำเข้าที่มีราคาถูกใกล้เคียงกับสินค้าในประเทศ</p><h3>ผลกระทบลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจ</h3><p>ผลกระทบที่ตามมาเป็นลูกโซ่คือ ภาคการผลิตในประเทศได้รับผลกระทบ ตามด้วยการใช้วัตถุดิบน้อยลง รวมถึงการจ้างงานในประเทศลดลง เมื่อการผลิตสินค้าในประเทศพึ่งพายอดขายในประเทศไม่ได้ ก็ต้องหันไปพึ่งพาการส่งออกแทน ซึ่งอาจส่งผลต่อความมั่นคงและเสถียรภาพของเศรษฐกิจในประเทศที่ต้องพึ่งพาการบริโภคสินค้าต่างประเทศสูงเกินไป</p><h2>ผลกระทบต่อผู้บริโภคชาวไทย</h2><p>หากมองในกลุ่มผู้ซื้อสินค้าที่เป็นคนไทย จะเห็นว่าคนไทยจะเกิดความลังเลในการเลือกบริโภคสินค้าไทยและสินค้านำเข้า เนื่องจากข้อแตกต่างด้านราคาลดน้อยลง ส่งผลต่อจิตสำนึกให้หันไปนิยมสินค้านำเข้าจากต่างประเทศมากขึ้น และซื้อสินค้าที่ผลิตในประเทศน้อยลง เพราะโดยนิสัยคนไทยชอบสินค้าแบรนด์เนมอยู่แล้ว</p><h3>วัตถุประสงค์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว</h3><p>แนวคิดการลดอัตราภาษีนำเข้าเพื่อให้สินค้านำเข้ามีราคาต่ำลง โดยมีเป้าหมายให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสนใจเดินทางเข้ามาในประเทศมากขึ้น อาจทำให้เงินตราไหลออกนอกประเทศมากกว่าที่จะได้รับเข้ามา สำหรับร้านค้าปลอดอากรของไทยนั้นเป็นเพียงผู้นำเข้าสินค้ามาขาย ไม่ได้ส่งเสริมการบริโภคสินค้าแบรนด์เนมที่จะกระทบการขายสินค้าไทย เพราะจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม</p><h2>ข้อสรุป</h2><p>การยกเลิกหรือลดอัตราภาษีสินค้านำเข้า นอกจากจะไม่ส่งเสริมหรือถึงขั้นทำลายการผลิตสินค้าในประเทศแล้ว ยังทำลายธุรกิจร้านค้าปลอดอากรที่สร้างรายได้หล่อเลี้ยงสนามบินต่างๆ ด้วย ขณะที่เจ้าของแบรนด์เนมต่างหากที่จะได้เงินจากการลดหรือยกเลิกภาษีนำเข้าไปเต็มๆ</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:06:26 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[วทานิกาเปิดโปรเจกต์ใหม่ ใช้ชีวิตสมดุล ทรัมป์ปัดฝุ่นแผนอิสรภาพ]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/article-36488.html</link>
				<description><![CDATA[<p>วทานิกาเปิดโปรเจกต์สุดว้าว การใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ที่สมดุล ข่าวหนังสือพิมพ์ ทรัมป์ ปัดฝุ่นแผนอิสรภาพ ช่วยเรือสินค้าออกจากช่องแคบฮอร์มุซ กลับมาทำใหม่ ล่า ไรเดอร์ กะซวกป่าไม้ดับ แค่จักรยานยนต์ชนรถ โต้คารมเดือดกำนันยิงเสี่ยดับ อ้างโดนลบเหลียม แซวอดีตเมียมาคบ มือปืน รอมอบตัวตำรวจ พระคฤกษ์ โผล่รับ 2 ข้อกล่าวหา ยักยอกเงินวัด ผิดมาตรา 157 ทนายโต้แทนพร้อมสู้ความ</p><h2>คอลัมน์หนังสือพิมพ์</h2><p>ดูทั้งหมด ขบวนการก่อการร้าย หรือ? อั้งยี่สมัยใหม่ สกู๊ปหน้า 1 เกินสมควร สำนักข่าวหัวเขียวคุยเรื่อง ความสุข สลับบ้าง จีโน่ ชนะ+ ลิซ่า โชว์บอลโลก เหะหะพาทีโลก วันนี้กับประเทศไทยในวันหน้า คาบลูกคาบดอก สืบต่อทายาท ส่องตำรวจ</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:28:02 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[อาเล็กปลื้มร่างทองยังเป๊ะ โบว์ตื่นเต้นได้ไปคานส์]]></title>
				<category>ดาราต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/bantoeng/celebrity/article-36487.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>อาเล็กปลื้มร่างทองยังอยู่เป๊ะ ลั่นเป็นดาราไม่ง่าย</h2><p>พระเอกหนุ่ม <strong>อาเล็ก ธีรเดช</strong> ออกมาเปิดเผยถึงความปลื้มใจที่หุ่นยังคงเฟิร์มเหมือนเดิม หลังจากที่ต้องดูแลตัวเองอย่างหนักเพื่อรักษาร่างทองไว้ โดยยืนยันว่าเป็นดาราไม่ง่าย และชอบทุกหุ่นที่เป็นของตัวเอง</p><h3>โบว์ตื่นเต้นได้ไปคานส์</h3><p>ทางด้านนางเอกสาว <strong>โบว์ เมลดา</strong> ก็ออกมาเผยความรู้สึกตื่นเต้นที่ได้รับโอกาสไปร่วมงานเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ถือเป็นประสบการณ์ครั้งสำคัญในชีวิต</p><h2>ข่าวการเมือง: ทรัมป์ปัดฝุ่นแผนอิสรภาพ</h2><p>อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาทบทวนแผนอิสรภาพเพื่อช่วยเรือสินค้าที่ติดอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีการเสนอมาตรการใหม่เพื่อลดความตึงเครียดในภูมิภาค</p><h2>ข่าวสังคม: ไรเดอร์ชนรถเสียชีวิต</h2><p>เกิดเหตุสลดเมื่อไรเดอร์รายหนึ่งขับรถจักรยานยนต์ชนกับรถยนต์จนเสียชีวิต ขณะที่คดีกำนันยิงเสี่ยดับยังคงมีปากเสียงเดือด โดยอ้างว่าถูกเสี่ยลบเหลี่ยม</p><h3>มือปืนรอมอบตัวตำรวจ</h3><p>มือปืนที่ก่อเหตุยังคงรอการมอบตัวกับตำรวจ ขณะที่พระคึกฤทธิ์โผล่รับสองข้อกล่าวหายักยอกเงินวัดและผิดมาตรา 157 ทนายเตรียมสู้คดี</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:20:34 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทรัมป์ปัดฝุ่นแผนอิสรภาพช่วยเรือสินค้าออกจากช่องแคบฮอร์มุซ]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/article-36486.html</link>
				<description><![CDATA[<p>โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ กลับมาปัดฝุ่นแผนอิสรภาพเพื่อช่วยเหลือเรือสินค้าที่ติดอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้แผนดังกล่าวถูกพักไว้ แผนนี้มีเป้าหมายเพื่อลดความตึงเครียดในภูมิภาคและปกป้องเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ</p><h2>ไรเดอร์ถูกไล่ล่าหลังก่อเหตุซกป่าไม้ดับ</h2><p>เกิดเหตุการณ์ไรเดอร์ถูกไล่ล่าหลังจากก่อเหตุซกป่าไม้เสียชีวิต โดยเบื้องต้นพบว่าเป็นอุบัติเหตุจากจักรยานยนต์ชนกัน แต่กลายเป็นประเด็นร้อนเมื่อมีการโต้แย้งอย่างดุเดือดระหว่างกำนันที่ยิงเสี่ยเสียชีวิต โดยอ้างว่าถูกทำให้เสียหน้า และยังมีการแซวอดีตเมียที่มาคบกับมือปืนที่รอมอบตัวกับตำรวจ</p><h3>พระคึกฤทธิ์โผล่รับสองข้อกล่าวหา</h3><p>พระคึกฤทธิ์เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาสองข้อหา ได้แก่ ยักยอกเงินวัดและผิดมาตรา 157 โดยทนายความได้โต้แย้งและเตรียมต่อสู้คดีอย่างเต็มที่</p><ul><li>ข้อหายักยอกเงินวัด</li><li>ข้อหาผิดมาตรา 157</li></ul><p>นอกจากนี้ยังมีข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น ขบวนการก่อการร้ายหรืออั้งยี่สมัยใหม่ สกู๊ปหน้า 1 ที่พูดถึงความสุขและการแสดงของจีโน่และลิซ่าในบอลโลก รวมถึงการสืบต่อทายาทของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:25:58 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[นายกเล็กแคลิฟอร์เนียลาออก ถูกข้อหาเป็นสายลับจีน]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/article-36485.html</link>
				<description><![CDATA[<p>นายกเทศมนตรีเมืองอาร์คาเดียในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งหลังจากถูกตั้งข้อหาว่าเป็นตัวแทนของรัฐบาลจีนอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 โดยไอลีน หวัง นายกเทศมนตรีวัย 58 ปี ของเมืองอาร์คาเดีย ทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ยื่นหนังสือลาออกแล้ว หลังจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ตั้งข้อหาเธอในฐานะเป็นตัวแทนของรัฐบาลจีนอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมาย</p><h2>รายละเอียดข้อกล่าวหา</h2><p>นางหวังตกลงที่จะรับสารภาพในข้อหาอุกฉกรรจ์ ขณะที่สภาเมืองอาร์คาเดียระบุว่าเธอได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หากถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง นางหวังอาจต้องเผชิญโทษจำคุกสูงสุดถึง 10 ปี โดยเจสัน เหลียง และไบรอัน ซุน ทนายความของเธอ ออกแถลงการณ์ในนามของเธอว่า "เธอขออภัยและเสียใจกับความผิดพลาดที่ได้กระทำลงไปในชีวิตส่วนตัวของเธอ"</p><h3>ปฏิกิริยาจากทางการสหรัฐฯ</h3><p>ด้าน บิล เอสไซลี ผู้ช่วยอัยการสหรัฐฯ ลำดับที่หนึ่ง กล่าวว่า "ข้อตกลงรับสารภาพนี้คือความสำเร็จล่าสุดในความมุ่งมั่นของเราที่จะปกป้องมาตุภูมิจากการพยายามของจีนในการบ่อนทำลายสถาบันต่าง ๆ ของเรา" และเสริมว่า "บุคคลในประเทศของเราที่แอบทำตามคำบงการของรัฐบาลต่างชาติอย่างลับ ๆ กำลังทำลายระบอบประชาธิปไตยของเรา"</p><h2>พฤติกรรมที่ถูกกล่าวหา</h2><p>ตามรายงานของกระทรวงยุติธรรม นางหวังถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่จีน ซึ่งรวมถึงการแบ่งปันบทความที่สร้างภาพลักษณ์เชิงบวกให้กับรัฐบาลปักกิ่ง โดยไม่มีการแจ้งให้รัฐบาลสหรัฐฯ ทราบตามที่กฎหมายกำหนด</p><ul><li>นางหวังได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาเมืองอาร์คาเดียในเดือนพฤศจิกายน 2565 ซึ่งเป็นคณะผู้ปกครองที่มีสมาชิก 5 คน โดยสมาชิกแต่ละคนจะสลับกันขึ้นดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตามวาระการหมุนเวียน</li><li>กระทรวงยุติธรรมระบุด้วยว่า นางหวังร่วมมือกับนาย ซุน เหยาหนิง หรือ ไมค์ อายุ 65 ปี ในการบริหารเว็บไซต์ "US News Center" ที่อ้างตัวว่าเป็นแหล่งข่าวสำหรับชาวอเมริกันเชื้อสายจีนที่อาศัยอยู่ในเมืองอาร์คาเดีย</li><li>เว็บไซต์นี้ถูกใช้เป็นช่องทางเผยแพร่บทความที่มีเนื้อหาเข้าข้างจีน รวมถึงบทความที่ปฏิเสธข้อกล่าวหาเรื่องการบังคับใช้แรงงานและการละเมิดสิทธิในมณฑลซินเจียงของจีน</li></ul><h3>ความกังวลของเมือง</h3><p>โดมินิก ลาซซาเร็ตโต ผู้บริหารเมืองอาร์คาเดีย ชี้แจงผ่านทางเว็บไซต์ของเมืองว่า "ข้อกล่าวหาที่เป็นหัวใจสำคัญของคดีนี้ ซึ่งระบุว่ารัฐบาลต่างชาติพยายามใช้อิทธิพลเหนือเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่มาจากการเลือกตั้ง เป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง และเราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง"</p><p>ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:44:36 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทรัมป์ปัดฝุ่นแผนอิสรภาพช่วยเรือออกฮอร์มุซ ไรเดอร์เฉี่ยวชนรถดับ กำนันยิงเสี่ยอ้างโดนลบเหลียม]]></title>
				<category>รัฐบาล</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/rattaban/article-36484.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>ข่าวเด่นประจำวัน ทรัมป์ปัดฝุ่นแผนอิสรภาพช่วยเรือสินค้าออกจากช่องแคบฮอร์มุซ</h2><p>วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เวลา 04:30 น. หนังสือพิมพ์ทั่วไทยรายงานข่าวสารประจำวัน โดยมีประเด็นร้อนหลายเรื่องที่ได้รับความสนใจจากประชาชน</p><p><strong>โดนัลด์ ทรัมป์</strong> อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เตรียมกลับมาผลักดันแผนอิสรภาพอีกครั้ง เพื่อช่วยเหลือเรือสินค้าที่ติดอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก แผนดังกล่าวถูกวางไว้ตั้งแต่สมัยที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่ง แต่ถูกระงับไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทรัมป์กำลังเร่งรัดให้กลับมาดำเนินการอีกครั้ง เพื่อลดความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง</p><p>ในอีกด้านหนึ่ง เกิดเหตุสลดเมื่อ <strong>ไรเดอร์</strong> ขับขี่จักรยานยนต์เฉี่ยวชนกับรถยนต์บนท้องถนน ส่งผลให้ไรเดอร์เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้</p><p>ส่วนที่จังหวัดหนึ่ง <strong>กำนัน</strong> ถูกกล่าวหาว่ายิง <strong>เสี่ย</strong> เสียชีวิต โดยอ้างว่าถูกเสี่ยดูถูกและลบเหลียม ขณะนี้กำนันอยู่ระหว่างการเจรจามอบตัวกับตำรวจ คดีนี้กำลังเป็นที่สนใจของสังคม เนื่องจากมีการโต้คารมกันอย่างดุเดือด</p><p>นอกจากนี้ <strong>พระคึกฤทธิ์</strong> ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา 2 ข้อหา คือ ยักยอกเงินวัด และความผิดตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นข้อหาหมิ่นประมาทหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทนายความของพระคึกฤทธิ์ได้ออกมาโต้แย้งและยืนยันว่าจะต่อสู้คดีอย่างเต็มที่</p><p><strong>คอลัมน์หนังสือพิมพ์</strong> ประจำวันนี้ยังมีบทวิเคราะห์เกี่ยวกับขบวนการก่อการร้ายและอั้งยี่สมัยใหม่ รวมถึงสกู๊ปหน้า 1 ที่วิจารณ์การทำงานของหน่วยงานรัฐที่เกินสมควร ขณะที่สำนักข่าวหัวเขียวก็ได้นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับความสุขและประเด็นทางสังคมอื่นๆ</p><p>ทางด้านบันเทิง <strong>จีโน่</strong> คว้าชัยชนะในการแข่งขันครั้งสำคัญ ขณะที่ <strong>ลิซ่า</strong> สร้างสีสันด้วยการโชว์ลูกยิงในงานฟุตบอลโลก สร้างความสนุกสนานให้กับแฟนๆ ทั่วโลก</p><p>สุดท้าย คอลัมน์พิเศษได้พาผู้อ่านไปสำรวจอนาคตของประเทศไทยในวันหน้า ผ่านมุมมองคาบลูกคาบดอก และการสืบต่อทายาทของวงการต่างๆ พร้อมทั้งส่องบทบาทของตำรวจในการรักษาความสงบ</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:13:42 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทรัมป์ปัดฝุ่นแผนอิสรภาพช่วยเรือออกฮอร์มุซ ล่าไรเดอร์ชนป่าไม้ดับ]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/article-36483.html</link>
				<description><![CDATA[<p>สำนักข่าวรายงานเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้กลับมาปัดฝุ่นแผนอิสรภาพเพื่อช่วยเหลือเรือสินค้าที่ติดอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยแผนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเปิดทางให้เรือเดินทะเลสามารถผ่านช่องแคบที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์แห่งนี้ได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง</p><h2>ล่าไรเดอร์ชนป่าไม้ดับ</h2><p>ในเหตุการณ์อีกด้านหนึ่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งล่าไรเดอร์ที่ขับขี่จักรยานยนต์ชนกับรถยนต์จนมีผู้เสียชีวิต โดยเบื้องต้นพบว่าเป็นการชนกันระหว่างจักรยานยนต์กับรถยนต์ส่วนบุคคล ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ขณะที่ไรเดอร์ได้รับบาดเจ็บสาหัสและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง</p><h3>กำนันยิงเสี่ยดับโต้คารมเดือด</h3><p>คดีกำนันยิงเสี่ยเสียชีวิตยังคงมีความคืบหน้า โดยกำนันให้การปฏิเสธข้อกล่าวหาพร้อมอ้างว่าถูกผู้ตายลบหลู่เกียรติ ทำให้ต้องลงมือป้องกันตัว ทนายความของกำนันเตรียมยื่นหลักฐานต่อศาลเพื่อต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ขณะที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตเรียกร้องให้ดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด</p><h3>มือปืนรอมอบตัวตำรวจ</h3><p>ในอีกคดีหนึ่ง มือปืนที่ก่อเหตุยิงเสี่ยได้แสดงท่าทีพร้อมมอบตัวกับตำรวจ หลังมีรายงานว่าอดีตภรรยาของผู้ต้องหามาคบหากับมือปืน ทำให้เกิดความขัดแย้งจนนำไปสู่เหตุการณ์รุนแรง ตำรวจยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด</p><h2>พระคึกฤทธิ์โผล่รับข้อกล่าวหา</h2><p>พระคึกฤทธิ์เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา 2 ข้อหา คือ ยักยอกเงินวัด และผิดมาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยทนายความของพระคึกฤทธิ์ได้ออกมาโต้แย้งและเตรียมต่อสู้คดี โดยยืนยันว่าพระคึกฤทธิ์บริสุทธิ์และพร้อมให้ความร่วมมือกับกระบวนการยุติธรรม</p><h3>ขบวนการก่อการร้ายหรืออั้งยี่สมัยใหม่</h3><p>สกู๊ปหน้า 1 ประจำวันนี้วิเคราะห์ถึงขบวนการก่อการร้ายที่อาจแฝงตัวในรูปแบบของอั้งยี่สมัยใหม่ โดยมีการใช้เทคโนโลยีและเครือข่ายสังคมออนไลน์ในการติดต่อสื่อสาร เจ้าหน้าที่ความมั่นคงกำลังเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด</p><p>นอกจากนี้ ยังมีข่าวคราวความเคลื่อนไหวในแวดวงบันเทิงและกีฬา อาทิ จีโน่คว้าชัยชนะในรายการแข่งขัน ลิซ่าเตรียมโชว์ในงานบอลโลก รวมถึงการวิเคราะห์สถานการณ์โลกและประเทศไทยในวันหน้า</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:11:23 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทรัมป์ปัดฝุ่นแผนอิสรภาพช่วยเรือสินค้าออกจากช่องแคบฮอร์มุซ]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/article-36482.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้กลับมาผลักดันแผนอิสรภาพอีกครั้ง เพื่อช่วยเหลือเรือสินค้าที่ติดอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากที่สหรัฐฯ ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุการณ์ในภูมิภาคดังกล่าว แผนนี้มีเป้าหมายเพื่อให้เรือสินค้าสามารถเดินทางผ่านช่องแคบได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ถูกคุกคามจากกลุ่มต่างๆ</p><h2>รายละเอียดของแผนอิสรภาพ</h2><p>แผนอิสรภาพที่ทรัมป์เสนอครั้งนี้ เป็นการปรับปรุงจากแผนเดิมที่เคยถูกเสนอไว้ก่อนหน้านี้ โดยมีมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อป้องกันการโจมตีเรือสินค้า แผนดังกล่าวรวมถึงการเพิ่มกำลังทหารเรือในพื้นที่ และการร่วมมือกับพันธมิตรในภูมิภาคเพื่อรักษาความปลอดภัย</p><h3>ปฏิกิริยาจากนานาชาติ</h3><p>หลายประเทศในตะวันออกกลางและยุโรปแสดงความกังวลต่อแผนนี้ เนื่องจากอาจเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาค ขณะที่อิหร่านได้ออกมาประณามแผนดังกล่าวว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายใน</p><p>อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยืนยันว่าแผนนี้จำเป็นต่อการปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และพันธมิตร รวมถึงการรักษาเสถียรภาพของตลาดพลังงานโลก</p><h2>สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ</h2><p>ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดเส้นทางหนึ่งของโลก โดยมีน้ำมันประมาณ 20% ของโลกผ่านช่องแคบนี้ การหยุดชะงักของการเดินเรือในพื้นที่อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก</p><p>สหรัฐฯ ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ซึ่งรวมถึงการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันและการยึดเรือสินค้า ทำให้ต้องเร่งหาทางออก</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:34:28 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทรัมป์ฟื้นแผนช่วยเรือช่องแคบฮอร์มุซ ไรเดอร์ซิ่งชนดับคาที่]]></title>
				<category>การเลือกตั้ง</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/kanlueaktang/article-36481.html</link>
				<description><![CDATA[<p>หนังสือพิมพ์ต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ กลับมาผลักดันแผนอิสรภาพเพื่อช่วยเหลือเรือสินค้าที่ติดอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง โดยแผนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพการเดินเรือในเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญนี้ หลังจากที่เคยถูกระงับไปก่อนหน้านี้</p><h2>ไรเดอร์เสียชีวิตเหตุรถชนต้นไม้</h2><p>ในประเทศไทย เกิดเหตุสลดเมื่อไรเดอร์รายหนึ่งเสียชีวิตหลังจากรถจักรยานยนต์ชนต้นไม้อย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าอาจเกิดจากความเร็วสูงและสภาพถนนที่ลื่น ทำให้รถเสียหลัก ก่อนจะพุ่งชนต้นไม้ข้างทาง เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัวและเพื่อนร่วมอาชีพ</p><h3>กำนันยิงเสี่ยดับ อ้างโดนลบเหลียม</h3><p>เกิดเหตุการณ์โต้คารมเดือดเมื่อกำนันรายหนึ่งก่อเหตุยิงเสี่ยเสียชีวิต โดยอ้างว่าถูกผู้ตายกระทำการลบเหลียมและดูหมิ่นอย่างรุนแรง ทำให้เกิดความขัดแย้งจนนำไปสู่การใช้อาวุธปืน ขณะที่มือปืนที่เกี่ยวข้องยังคงรอมอบตัวกับตำรวจ</p><h3>พระคึกฤทธิ์รับข้อกล่าวหายักยอกเงินวัด</h3><p>พระคึกฤทธิ์เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา 2 ข้อหา คือ ยักยอกทรัพย์สินของวัด และความผิดตามมาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทนายความของท่านกล่าวว่าเตรียมต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ โดยยืนยันว่าพระคึกฤทธิ์บริสุทธิ์</p><h2>ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ</h2><ul><li>ขบวนการก่อการร้ายหรืออั้งยี่สมัยใหม่ กำลังเป็นประเด็นร้อนในวงการความมั่นคง</li><li>สกู๊ปหน้า 1 ชี้ถึงความเกินสมควรของสำนักข่าวหัวเขียวที่พูดถึงความสุขสลับกับข่าวร้าย</li><li>จีโน่คว้าชัยชนะ ขณะที่ลิซ่าโชว์การแสดงในบอลโลก สร้างความสนุกสนานให้แฟนๆ</li></ol>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:00:05 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทรัมป์ปัดฝุ่นแผนอิสรภาพช่วยเรือออกจากช่องแคบฮอร์มุซ]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/article-36480.html</link>
				<description><![CDATA[<p>หนังสือพิมพ์ต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐอเมริกา ได้ปัดฝุ่นแผนอิสรภาพเพื่อช่วยเหลือเรือสินค้าที่ติดอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก โดยแผนดังกล่าวเคยถูกเสนอไว้ก่อนหน้านี้แต่ถูกพับไป ทรัมป์กลับมาดำเนินการอีกครั้งเพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์ในภูมิภาค</p><h2>เหตุการณ์สำคัญในประเทศ</h2><p>ในประเทศไทย เกิดเหตุการณ์หลายอย่างที่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน อาทิ กรณีไรเดอร์ถูกชนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถยนต์ ซึ่งยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นอกจากนี้ยังมีเหตุการณ์กำนันยิงเสี่ยเสียชีวิต โดยอ้างว่าถูกทำลายเกียรติยศ ทำให้เกิดการโต้เถียงกันอย่างดุเดือดในสังคม ขณะที่มือปืนได้เข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว</p><h3>พระคึกฤทธิ์รับข้อกล่าวหา</h3><p>พระคึกฤทธิ์ได้ปรากฏตัวต่อหน้าตำรวจเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา 2 ข้อหา คือ ยักยอกเงินวัด และกระทำความผิดตามมาตรา 157 โดยทนายความของท่านได้ออกมาโต้แย้งและเตรียมต่อสู้คดีอย่างเต็มที่</p><ul><li>ข้อหายักยอกเงินวัด</li><li>ข้อหาผิดมาตรา 157</li></ul><p>นอกจากนี้ ยังมีข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น การอัปเดตเกี่ยวกับขบวนการก่อการร้าย หรืออั้งยี่สมัยใหม่ รวมถึงสกู๊ปหน้า 1 เรื่อง "เกินสมควร" จากสำนักข่าวหัวเขียว ที่พูดถึงความสุขและการแข่งขันของ "จีโน่" และ "ลิซ่า" ที่ร่วมโชว์ในบอลโลก</p><p>สำหรับคอลัมน์อื่นๆ มีทั้งเรื่องโลกวันนี้กับประเทศไทยในวันหน้า คาบลูกคาบดอก สืบต่อทายาท และส่องตำรวจ ซึ่งเป็นเนื้อหาที่หลากหลายและน่าสนใจสำหรับผู้อ่าน</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 00:56:49 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ลมเปลี่ยนทิศ ยื่นศาลรัฐธรรมนูญสอบกู้ 4 แสนล้าน]]></title>
				<category>รัฐบาล</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/rattaban/4-36479.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ลมเปลี่ยนทิศยื่นศาลรัฐธรรมนูญสอบกู้เงิน 4 แสนล้านบาท โดยมีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของแผนกู้เงินดังกล่าว ขณะที่ฝ่ายค้านและนักวิชาการหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสและผลกระทบต่อภาระหนี้สาธารณะ</p><h2>ทรัมป์ปัดฝุ่นแผนอิสรภาพช่วยเรือสินค้า</h2><p>โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ กลับมาผลักดันแผนอิสรภาพอีกครั้ง เพื่อช่วยเรือสินค้าที่ติดอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญในการขนส่งน้ำมันของโลก แผนดังกล่าวถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการแทรกแซงที่อาจนำไปสู่ความขัดแย้งในภูมิภาค</p><h3>ไรเดอร์ถูกชนเสียชีวิต คาดเป็นอุบัติเหตุ</h3><p>เกิดเหตุไรเดอร์ถูกชนเสียชีวิตขณะขับขี่จักรยานยนต์ โดยเบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าเป็นอุบัติเหตุจากการชนกับรถยนต์ แต่ญาติและเพื่อนร่วมงานตั้งข้อสงสัยถึงสาเหตุที่แท้จริง ขณะที่คนขับรถอยู่ระหว่างการสอบสวน</p><h2>กำนันยิงเสี่ยดับ อ้างโดนลบเหลียม</h2><p>คดีกำนันยิงเสี่ยเสียชีวิตมีปมร้อน เมื่อกำนันอ้างว่าถูกผู้ตายลบเหลียมหรือดูถูก ทำให้เกิดการโต้เถียงกันอย่างดุเดือดในชั้นศาล ทนายฝ่ายจำเลยเตรียมต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ขณะที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตเรียกร้องให้ลงโทษอย่างเด็ดขาด</p><h3>พระคึกฤทธิ์โผล่รับ 2 ข้อกล่าวหา</h3><p>พระคึกฤทธิ์เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาฐานยักยอกเงินวัดและความผิดตามมาตรา 157 โดยทนายความแถลงว่าพร้อมสู้คดีและปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา คาดว่าคดีนี้จะมีการสืบพยานหลักฐานเพิ่มเติมในชั้นศาล</p><h2>ขบวนการก่อการร้ายหรืออั้งยี่สมัยใหม่</h2><p>สกู๊ปข่าวหน้า 1 เผยถึงความเชื่อมโยงระหว่างขบวนการก่อการร้ายและองค์กรอาชญากรรมรูปแบบใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีในการดำเนินการ โดยมีการเรียกร้องให้หน่วยงานความมั่นคงเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและปราบปรามอย่างจริงจัง</p><h3>ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ</h3><ul><li>จีโน่ชนะ ลิซ่าโชว์บอลโลก</li><li>ส่องตำรวจกับการสืบสวนคดีสำคัญ</li><li>คาบลูกคาบดอกสืบต่อทายาท</li></ul>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:08:51 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทรัมป์ปัดฝุ่นแผนอิสรภาพช่วยเรือสินค้าออกจากช่องแคบฮอร์มุซ]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/article-36478.html</link>
				<description><![CDATA[<p>13 พฤษภาคม 2569 เวลา 04:36 น. หนังสือพิมพ์ไลฟ์สไตล์ไต้ฝุ่นรายงานข่าวสำคัญประจำวันนี้ โดยมีประเด็นร้อนหลายเรื่องที่ได้รับความสนใจจากประชาชน</p><h2>ทรัมป์ปัดฝุ่นแผนอิสรภาพช่วยเรือสินค้า</h2><p>โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ กลับมาปัดฝุ่นแผนอิสรภาพอีกครั้ง เพื่อช่วยเหลือเรือสินค้าที่ติดอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญที่เชื่อมต่อกับอ่าวเปอร์เซีย การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคที่ยังคงมีสูง โดยแผนดังกล่าวเคยถูกเสนอไว้ก่อนหน้านี้แต่ไม่ได้รับการตอบรับมากนัก</p><h2>ไรเดอร์โดนจักรยานยนต์ชนเสียชีวิต</h2><p>เกิดเหตุสลดเมื่อไรเดอร์รายหนึ่งถูกจักรยานยนต์ชนจนเสียชีวิต ขณะกำลังปฏิบัติหน้าที่ส่งสินค้า เหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่เขตเมือง โดยเบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจากการขับขี่ที่ประมาทของคู่กรณี ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง</p><h2>กำนันยิงเสี่ยดับอ้างโดนลบเหลียม</h2><p>เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญเมื่อกำนันคนหนึ่งใช้อาวุธปืนยิงเสี่ยเสียชีวิต โดยอ้างว่าถูกผู้ตายลบเหลียมหรือดูถูกอย่างรุนแรง หลังเกิดเหตุกำนันได้เข้ามอบตัวกับตำรวจและให้การว่ากระทำไปเพราะความโกรธ ขณะที่ทนายความเตรียมต่อสู้คดีอย่างเต็มที่</p><h2>พระคึกฤทธิ์โผล่รับสองข้อกล่าวหา</h2><p>พระคึกฤทธิ์ พระนักเทศน์ชื่อดัง เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา 2 ข้อหา ได้แก่ ยักยอกเงินวัด และความผิดตามมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยทนายความของท่านได้ออกมาโต้แย้งและเตรียมสู้คดีอย่างเต็มที่</p><h2>ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ</h2><ul><li>ขบวนการก่อการร้ายหรืออั้งยี่สมัยใหม่ กำลังถูกจับตามองจากหน่วยงานความมั่นคง</li><li>สกู๊ปหน้า 1 เรื่องเกินสมควรจากสำนักข่าวหัวเขียว ที่พูดถึงความสุขและความสำเร็จของ จีโน่ และ ลิซ่า ที่โชว์ในบอลโลก</li><li>คอลัมน์คาบลูกคาบดอกสืบต่อทายาทและส่องตำรวจ ยังคงเป็นประเด็นที่น่าติดตาม</li></ul>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:24:46 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทรัมป์ปัดฝุ่นแผนอิสรภาพช่วยเรือออกช่องแคบฮอร์มุซ ไรเดอร์ชนป่าไม้ดับ]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/article-36477.html</link>
				<description><![CDATA[<p>โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ กลับมาปัดฝุ่นแผนอิสรภาพอีกครั้ง เพื่อช่วยเหลือเรือสินค้าที่ติดอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาความมั่นคงทางทะเลและป้องกันการปิดกั้นเส้นทางเดินเรือสำคัญ</p><h2>เหตุการณ์ไรเดอร์ชนป่าไม้ดับ</h2><p>เกิดเหตุสลดเมื่อไรเดอร์รายหนึ่งขับขี่จักรยานยนต์ชนกับรถยนต์จนเสียชีวิต ขณะที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้</p><h3>กำนันยิงเสี่ยอ้างถูกเหยียด</h3><p>คดีดราม่าระหว่างกำนันกับเสี่ย หลังกำนันก่อเหตุยิงเสี่ยเสียชีวิต โดยอ้างว่าถูกเสี่ยลบหลู่เกียรติ ทำให้เกิดการโต้เถียงกันอย่างดุเดือดในสังคมออนไลน์</p><h2>พระคึกฤทธิ์รับข้อกล่าวหา</h2><p>พระคึกฤทธิ์เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา 2 กระทง คือ ยักยอกเงินวัด และผิดมาตรา 157 ทนายความของท่านได้แถลงว่าพร้อมต่อสู้คดีอย่างเต็มที่</p><h3>ขบวนการก่อการร้ายหรืออั้งยี่สมัยใหม่</h3><p>สกู๊ปหน้า 1 วิเคราะห์ถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อการร้ายที่อาจแฝงตัวมาในรูปแบบอั้งยี่สมัยใหม่ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงของประเทศ</p><p>นอกจากนี้ ยังมีประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น การพูดคุยเรื่องความสุขของสำนักข่าวหัวเขียว การชนะของจีโน่ และการแสดงของลิซ่าในบอลโลก รวมถึงการส่องตำรวจและการสืบทอดทายาท</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:15:57 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทรัมป์ฟื้นแผนอิสรภาพเรือสินค้าช่องแคบฮอร์มุซ ไรเดอร์ซิ่งชนรถดับ]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/article-36476.html</link>
				<description><![CDATA[<p>โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา กลับมาผลักดันแผนอิสรภาพทางทะเลอีกครั้ง เพื่อช่วยเหลือเรือสินค้าที่ต้องเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญที่มีความเสี่ยงสูง โดยแผนดังกล่าวเคยถูกเสนอในช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่ง แต่ถูกระงับไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทรัมป์กำลังเร่งรัดให้มีการดำเนินการอีกครั้ง</p><h2>ไรเดอร์เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ</h2><p>เกิดเหตุสลดใจเมื่อไรเดอร์รายหนึ่งขับขี่จักรยานยนต์ชนกับรถยนต์บนถนนสายหนึ่งในกรุงเทพฯ ส่งผลให้ไรเดอร์เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นคาดว่าเกิดจากความประมาทของทั้งสองฝ่าย ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง</p><h3>คดีกำนันยิงเสี่ยดับ</h3><p>กำนันคนหนึ่งถูกกล่าวหาว่ายิงเสี่ยเสียชีวิต โดยอ้างว่าถูกดูหมิ่นและทำให้เสียหน้า หลังเกิดเหตุตำรวจได้ควบคุมตัวกำนันไว้สอบปากคำ ขณะที่ญาติของผู้เสียชีวิตเรียกร้องให้ดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด</p><p>นอกจากนี้ ยังมีข่าวคราวเกี่ยวกับพระคึกฤทธิ์ที่ถูกดำเนินคดีในข้อหายักยอกเงินวัดและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 โดยทนายความของท่านได้ออกมาโต้แย้งและเตรียมต่อสู้คดีอย่างเต็มที่</p><p>ในแวดวงบันเทิง มีรายงานว่า จีโน่ คว้าชัยชนะในการแข่งขันบางรายการ ขณะที่ ลิซ่า ขึ้นแสดงโชว์ในงานฟุตบอลโลก สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนคลับทั่วโลก</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:00:23 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทรัมป์จวกสื่อรายงานอิหร่านยังอยู่ดี ชี้พฤติกรรมเสมือนกบฏ]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/article-36475.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>ทรัมป์จวกสื่อรายงานอิหร่านยังอยู่ดี ชี้พฤติกรรมเสมือนกบฏ</h2><p>โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาโจมตีสื่ออย่างรุนแรง หลังจากที่มีรายงานข่าวว่ากองทัพอิหร่านยังคงแข็งแกร่งและสามารถต่อสู้กับสหรัฐฯ ได้ โดยทรัมป์ระบุว่าการรายงานเช่นนี้ถือเป็นพฤติกรรมที่ 'เสมือนกบฏ' (virtual TREASON) เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social โจมตีสื่อที่รายงานข่าวในทำนองว่ากองทัพอิหร่านยังอยู่ดีหลังจากผ่านการทำสงครามกับสหรัฐฯ</p><h3>ข้อความของทรัมป์</h3><p>ทรัมป์เขียนว่า 'เมื่อพวกข่าวปลอมบอกว่าศัตรูอย่างอิหร่านกำลังไปได้สวยในทางทหารในการสู้กับเรา มันคือพฤติกรรมเสมือนกบฏ เพราะมันเป็นคำกล่าวที่เท็จและไร้สาระสิ้นดี พวกเขากำลังให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนศัตรู สิ่งที่ทำลงไปมีแต่จะทำให้อิหร่านมีความหวังลมๆ แล้งๆ ในเวลาที่ไม่ควรจะมีความหวังเลยด้วยซ้ำ' พร้อมเสริมว่า 'มีเพียงพวกขี้แพ้ พวกเนรคุณ และพวกโง่เขลาเท่านั้นที่กล้าสร้างเรื่องโจมตีอเมริกา'</p><h3>การผลักดันให้ดำเนินคดีสื่อ</h3><p>นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทรัมป์กล่าวหาเรื่องการกบฏ แต่ครั้งนี้เขามุ่งเป้าไปที่ผู้สื่อข่าวโดยเฉพาะ นอกจากนี้ สำนักข่าว CNN รายงานว่า ทรัมป์ได้ผลักดันให้กระทรวงยุติธรรมออกหมายเรียกผู้สื่อข่าวที่ทำข่าวสงครามในอิหร่าน เพื่อให้เปิดเผยแหล่งข่าวของพวกเขา เจ้าหน้าที่เผยกับ CNN ว่าประธานาธิบดีได้ส่งข้อความนี้ผ่านกระดาษโน้ตที่เขียนคำว่า 'กบฏ' ด้วยปากกาเมจิก Sharpie โดยวางไว้บนปึกบทความที่พิมพ์ออกมา ซึ่งเขาส่งให้กับนายท็อดด์ แบลนช์ รักษาการอัยการสูงสุด ระหว่างการประชุมที่ทำเนียบขาว</p><p>การกระทำของทรัมป์ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเสรีภาพสื่อในสหรัฐฯ ขณะที่สงครามกับอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:20:07 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทรัมป์ปัดฝุ่นแผนอิสรภาพช่วยเรือสินค้าออกจากช่องแคบฮอร์มุซ]]></title>
				<category>ความมั่นคง</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/khwammankhong/article-36474.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>ทรัมป์ปัดฝุ่นแผนอิสรภาพ ช่วยเรือสินค้าออกจากช่องแคบฮอร์มุซ</h2><p>โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ กลับมาผลักดันแผนอิสรภาพอีกครั้ง เพื่อช่วยเหลือเรือสินค้าที่ติดอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างอ่าวเปอร์เซียและทะเลอาหรับ แผนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดความตึงเครียดทางการค้าและป้องกันการปะทะที่อาจเกิดขึ้น</p><h2>ไรเดอร์ถูกจับกุมหลังก่อเหตุซวกป่าไม้ดับ</h2><p>เหตุการณ์ช็อกเกิดขึ้นเมื่อไรเดอร์รายหนึ่งถูกจับกุมหลังจากก่อเหตุใช้มีดซวกป่าไม้เสียชีวิต โดยสาเหตุมาจากการชนกันของจักรยานยนต์เพียงเล็กน้อย ตำรวจอยู่ระหว่างสอบสวนหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม</p><h2>โต้คารมเดือด กำนันยิงเสี่ยดับ อ้างโดนลบเหลียม</h2><p>เกิดเหตุการณ์โต้เถียงอย่างรุนแรงระหว่างกำนันกับเสี่ย จนนำไปสู่การยิงกันเสียชีวิต โดยกำนันอ้างว่าถูกเสี่ยลบเหลี่ยมและดูถูก ก่อนจะก่อเหตุสลด ตำรวจเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี</p><h2>มือปืนรอมอบตัวตำรวจ หลังแซวอดีตเมียมาคบ</h2><p>มือปืนรายหนึ่งเตรียมมอบตัวกับตำรวจ หลังจากมีปากเสียงกับอดีตภรรยาและแซวว่ามาคบหากัน เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นเต้นให้กับชาวบ้านในพื้นที่</p><h2>พระคึกฤทธิ์โผล่รับ 2 ข้อกล่าวหา ยักยอกเงินวัด ผิดมาตรา 157</h2><p>พระคึกฤทธิ์เข้าพบตำรวจเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา 2 ข้อหา คือ ยักยอกเงินวัดและผิดมาตรา 157 ทนายความได้ออกมาโต้แย้งและเตรียมต่อสู้คดีอย่างเต็มที่</p><h2>ขบวนการก่อการร้ายหรืออั้งยี่สมัยใหม่?</h2><p>สกู๊ปหน้า 1 วิเคราะห์ถึงขบวนการก่อการร้ายที่อาจแฝงตัวมาในรูปแบบอั้งยี่สมัยใหม่ สร้างความกังวลให้กับสังคม</p><h2>เกินสมควร: สำนักข่าวหัวเขียวคุยเรื่องความสุข</h2><p>สำนักข่าวหัวเขียวออกมาวิพากษ์วิจารณ์การพูดถึงเรื่องความสุขในสถานการณ์ที่บ้านเมืองกำลังเดือด รวมถึงปรากฏการณ์จีโน่ชนะและลิซ่าโชว์บอลโลก</p><h2>โลกวันนี้กับประเทศไทยในวันหน้า</h2><p>บทวิเคราะห์สถานการณ์โลกที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในอนาคต ทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง</p><h2>คาบลูกคาบดอก: สืบต่อทายาท</h2><p>เรื่องราวของการสืบทอดตำแหน่งและทายาทในวงการต่าง ๆ ที่กำลังเป็นประเด็นร้อน</p><h2>ส่องตำรวจ</h2><p>เจาะลึกการทำงานของตำรวจในคดีสำคัญที่กำลังเป็นที่สนใจของประชาชน</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:38:37 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทรัมป์ปัดฝุ่นแผนอิสรภาพช่วยเรือสินค้าออกจากช่องแคบฮอร์มุซ]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/article-36473.html</link>
				<description><![CDATA[<p>โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ กลับมาปัดฝุ่นแผนอิสรภาพอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือเรือสินค้าที่ติดอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญในตะวันออกกลาง ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่ยังคงดำเนินอยู่</p><h2>รายละเอียดของแผน</h2><p>แผนอิสรภาพนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่เรือสินค้าที่ไม่สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ เนื่องจากภัยคุกคามจากกลุ่มต่างๆ ในภูมิภาค แผนดังกล่าวรวมถึงการจัดตั้งกองกำลังร่วมเพื่อคุ้มกันเรือสินค้า และการเจรจาทางการทูตกับประเทศที่เกี่ยวข้อง</p><h3>ปฏิกิริยาจากนานาชาติ</h3><p>หลายประเทศแสดงความกังวลเกี่ยวกับแผนนี้ โดยเฉพาะอิหร่านที่มองว่าเป็นการแทรกแซงกิจการภายใน อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยืนยันว่าแผนนี้มีเป้าหมายเพื่อรักษาความมั่นคงทางการค้าโลก</p><h2>ประเด็นอื่นในข่าว</h2><p>นอกจากนี้ ยังมีเหตุการณ์สำคัญอื่นๆ เช่น การเสียชีวิตของไรเดอร์ที่ถูกชนโดยรถจักรยานยนต์ การโต้คารมระหว่างกำนันกับเสี่ยที่นำไปสู่การยิงเสียชีวิต รวมถึงพระคึกฤทธิ์ที่ปรากฏตัวรับข้อกล่าวหายักยอกเงินวัด</p><p>สถานการณ์เหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนของสังคมไทยในปัจจุบัน ทั้งในด้านความมั่นคง กฎหมาย และศาสนา</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:20:17 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทรัมป์ฟื้นแผนอิสรภาพเรือสินค้า ขณะไรเดอร์เฉี่ยวชนป่าไม้ดับคาที่]]></title>
				<category>รัฐบาล</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/rattaban/article-36471.html</link>
				<description><![CDATA[<p>โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ กลับมาผลักดันแผนอิสรภาพเพื่อช่วยเหลือเรือสินค้าที่ติดอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้แผนดังกล่าวถูกพับไป ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง</p><h2>เหตุรุนแรงบนท้องถนน</h2><p>ในประเทศไทย เกิดเหตุสลดเมื่อไรเดอร์ส่งของขับรถจักรยานยนต์ชนกับรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของอุบัติเหตุครั้งนี้</p><h3>กำนันยิงเสี่ย อ้างถูกดูหมิ่น</h3><p>คดีสะเทือนขวัญเมื่อกำนันคนหนึ่งยิงเสี่ยเสียชีวิต โดยอ้างว่าถูกผู้ตายลบหลู่เกียรติและดูหมิ่นต่อหน้าธารกำนัล หลังเกิดเหตุกำนันได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวกับตำรวจ พร้อมกับอดีตภรรยาที่มาแสดงตัวเป็นมือปืนรับจ้าง</p><h3>พระคึกฤทธิ์รับข้อกล่าวหา</h3><p>พระคึกฤทธิ์ เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา 2 ข้อหา คือ ยักยอกเงินวัด และกระทำผิดตามมาตรา 157 ทนายความของท่านกล่าวว่าพร้อมต่อสู้คดีอย่างเต็มที่</p><h2>ข่าวอื่นๆ ในรอบวัน</h2><ul><li>สกู๊ปหน้า 1 ตั้งคำถามถึงขบวนการก่อการร้ายหรืออั้งยี่สมัยใหม่</li><li>สำนักข่าวหัวเขียวพูดคุยเรื่องความสุขสลับกับเรื่องจีโน่ที่ชนะและลิซ่าโชว์ในบอลโลก</li><li>สืบสวนทายาทและการเมืองเดือดที่กล้าได้กล้าเสีย</li></ul>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:44:06 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทรัมป์ปัดฝุ่นแผนอิสรภาพ ช่วยเรือออกช่องแคบฮอร์มุซ กลับมาทำใหม่]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/article-36470.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>ทรัมป์ปัดฝุ่นแผนอิสรภาพ ช่วยเรือสินค้าออกจากช่องแคบฮอร์มุซ</h2><p>โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ กลับมาทบทวนแผนอิสรภาพ (Freedom Plan) อีกครั้ง เพื่อช่วยให้เรือสินค้าสามารถเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง แผนดังกล่าวเคยถูกเสนอไว้ก่อนหน้านี้แต่ถูกพับไป กลับมาถูกหยิบยกขึ้นมาใหม่เพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางทะเล</p><h2>ล่าไรเดอร์ กะซวกป่าไม้ดับ แค่จักรยานยนต์ชนรถ</h2><p>เกิดเหตุสลดเมื่อไรเดอร์รับส่งอาหารรายหนึ่งขับขี่จักรยานยนต์ชนเข้ากับต้นไม้เสียชีวิต เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุมาจากการเสียหลักชนกับรถยนต์คันอื่น ก่อนที่จะพุ่งเข้าชนต้นไม้อย่างจัง เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง</p><h2>โต้คารมเดือดกำนันยิงเสี่ยดับ อ้างโดนลบเหลียม แซวอดีตเมียมาคบ</h2><p>คดีกำนันยิงเสี่ยดับยังคงร้อนแรง เมื่อฝ่ายจำเลยอ้างว่าถูกผู้ตายลบเหลียมและแซวเรื่องอดีตเมีย จนเกิดความขัดแย้งนำไปสู่การใช้อาวุธปืน ขณะที่มือปืนยังรอมอบตัวกับตำรวจ คดีนี้เป็นที่จับตาของสังคม</p><h2>พระคึกฤทธิ์โผล่รับ 2 ข้อกล่าวหา ยักยอกเงินวัด ผิดมาตรา 157</h2><p>พระคึกฤทธิ์เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา 2 ข้อหา คือ ยักยอกเงินวัด และความผิดตามมาตรา 157 ทนายความของท่านโต้แย้งและยืนยันว่าจะต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ คดีนี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของพุทธศาสนิกชน</p><h2>ขบวนการก่อการร้าย หรือ? อั้งยี่สมัยใหม่</h2><p>สกู๊ปหน้า 1 วันนี้เจาะลึกถึงขบวนการก่อการร้ายรูปแบบใหม่ที่แฝงตัวมาในคราบของอั้งยี่สมัยใหม่ มีการเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ เจ้าหน้าที่เร่งสืบสวนเพื่อป้องกันภัยคุกคาม</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:05:19 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ซูมข่าว 'ความสุข' กับ 'จีโน่' ชนะ 'ลิซ่า' โชว์บอลโลก ทรัมป์เปิดแผนอิสรภาพ]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/article-36469.html</link>
				<description><![CDATA[<p>วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เวลา 04:50 น. หนังสือพิมพ์ทั่วไทยนำเสนอข่าวหลากหลายประเด็น ตั้งแต่เรื่องความสุขของประชาชน สลับกับข่าวของ จีโน่ ที่ได้รับชัยชนะ และ ลิซ่า ที่สร้างความตื่นเต้นในการแสดงบอลโลก</p><h2>ข่าวหน้าหนึ่ง</h2><p>หนังสือพิมพ์หลายฉบับหยิบยกประเด็น “ความสุข” มาเป็นประเด็นหลักในการพูดคุย ขณะเดียวกันก็มีข่าวของ จีโน่ ที่ได้รับชัยชนะ และ ลิซ่า ที่ขึ้นแสดงในงานบอลโลก สร้างสีสันให้กับวงการบันเทิง</p><h3>ทรัมป์ปัดฝุ่นแผนอิสรภาพ</h3><p>อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับมาเสนอแผนอิสรภาพเพื่อช่วยเรือสินค้าออกจากช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นประเด็นที่เคยถูกเสนอไว้ก่อนหน้านี้ และกำลังถูกนำกลับมาพิจารณาใหม่</p><h3>ไรเดอร์ชนป่าไม้เสียชีวิต</h3><p>เกิดเหตุการณ์ไรเดอร์ขับขี่จักรยานยนต์ชนกับรถยนต์ จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง เบื้องต้นคาดว่าเกิดจากอุบัติเหตุ</p><h3>กำนันยิงเสี่ยดับ</h3><p>เกิดเหตุการณ์ดราม่าระหว่างกำนันและเสี่ย โดยกำนันอ้างว่าถูกเสี่ยลบเหลี่ยม ทำให้เกิดการโต้เถียงและยิงกันจนเสี่ยเสียชีวิต ขณะที่มือปืนรอมอบตัวกับตำรวจ</p><h3>พระคึกฤทธิ์รับข้อกล่าวหา</h3><p>พระคึกฤทธิ์เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา 2 ข้อหา คือ ยักยอกเงินวัด และผิดมาตรา 157 ทนายความของท่านได้โต้แย้งและเตรียมต่อสู้คดีอย่างเต็มที่</p><h2>คอลัมน์น่าสนใจ</h2><p>นอกจากข่าวหลักแล้ว ยังมีคอลัมน์ที่วิเคราะห์ประเด็นต่างๆ เช่น ขบวนการก่อการร้าย หรืออั้งยี่สมัยใหม่ สกู๊ปหน้า 1 เรื่องเกินสมควร สำนักข่าวหัวเขียว โลกวันนี้กับประเทศไทยในวันหน้า คาบลูกคาบดอก สืบต่อทายาท ส่องตำรวจ การเมืองเดือดและเร้าใจ กล้าได้กล้าเสีย</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:23:56 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทรัมป์ฟื้นแผนอิสรภาพเรือสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ล่าไรเดอร์ชนรถดับ]]></title>
				<category>รัฐบาล</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/rattaban/article-36468.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>ทรัมป์ฟื้นแผนอิสรภาพเรือสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ</h2><p>โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ กลับมาผลักดันแผนอิสรภาพเพื่อช่วยเรือสินค้าที่ติดอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังจากที่ก่อนหน้านี้แผนดังกล่าวถูกระงับไป ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยทรัมป์ระบุว่าต้องการปกป้องเส้นทางเดินเรือที่สำคัญต่อเศรษฐกิจโลก</p><h2>ตำรวจล่าไรเดอร์ชนจักรยานยนต์เสียชีวิต</h2><p>ตำรวจเร่งล่าไรเดอร์ที่ขับรถชนจักรยานยนต์ของป่าไม้จนเสียชีวิต เหตุเกิดในพื้นที่จังหวัดหนึ่ง โดยเบื้องต้นพบว่าเป็นอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ชนกับรถยนต์ แต่ไรเดอร์ได้หลบหนีไป เจ้าหน้าที่กำลังติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย</p><h2>โต้คารมเดือดกำนันยิงเสี่ยดับ อ้างโดนลบเหลียม</h2><p>เกิดเหตุการณ์โต้คารมอย่างเดือดระหว่างกำนันกับเสี่ย ก่อนที่กำนันจะใช้อาวุธปืนยิงเสี่ยเสียชีวิต โดยกำนันอ้างว่าถูกเสี่ยลบเหลียมและดูหมิ่น ทำให้เกิดอารมณ์ชั่ววูบ ขณะนี้ตำรวจกำลังสอบสวนหาข้อเท็จจริง</p><h2>แซวอดีตเมียมาคบมือปืน รอมอบตัวตำรวจ</h2><p>ชายคนหนึ่งโพสต์แซวอดีตภรรยาที่มาคบหากับมือปืน ก่อนที่มือปืนจะเข้ามอบตัวกับตำรวจในภายหลัง เหตุการณ์นี้สร้างความฮือฮาในโลกออนไลน์ หลายคนตั้งข้อสังเกตถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน</p><h2>พระคึกฤทธิ์โผล่รับ 2 ข้อกล่าวหา ยักยอกเงินวัด ผิดมาตรา 157</h2><p>พระคึกฤทธิ์เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหา 2 ข้อหา คือ ยักยอกเงินวัด และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 โดยทนายความได้โต้แย้งและเตรียมต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ คาดว่าคดีนี้จะมีความคืบหน้าในเร็วๆ นี้</p><h2>ขบวนการก่อการร้ายหรืออั้งยี่สมัยใหม่</h2><p>สกู๊ปพิเศษเจาะลึกถึงขบวนการก่อการร้ายที่อาจแฝงตัวมาในรูปแบบอั้งยี่สมัยใหม่ โดยมีการใช้เทคโนโลยีและเครือข่ายออนไลน์ในการดำเนินการ สร้างความกังวลให้กับหน่วยงานความมั่นคง</p><h2>คุยเรื่องความสุขสลับบ้าง จีโน่ชนะลิซ่าโชว์บอลโลก</h2><p>ประเด็นความสุขในชีวิตถูกหยิบยกมาพูดคุยสลับกับข่าวบันเทิง โดยจีโน่ได้รับชัยชนะในการแข่งขัน ขณะที่ลิซ่าโชว์ผลงานในศึกฟุตบอลโลก สร้างสีสันให้กับวงการบันเทิง</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:01:00 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทรัมป์ฟื้นแผนอิสรภาพช่วยเรือออกฮอร์มุซ ล่าไรเดอร์ซกป่าไม้ดับ]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/article-36467.html</link>
				<description><![CDATA[<p>โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ กลับมาผลักดันแผนอิสรภาพเพื่อช่วยเหลือเรือสินค้าที่ติดอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง หลังจากที่แผนดังกล่าวถูกพับไปก่อนหน้านี้ โดยทรัมป์ได้หารือกับพันธมิตรในตะวันออกกลางเพื่อหาทางออกให้เรือสินค้าสามารถเดินเรือได้อย่างปลอดภัยท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาค</p><h2>เหตุการณ์รุนแรงในประเทศ</h2><p>ขณะเดียวกันในประเทศไทย เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อไรเดอร์รายหนึ่งใช้มีดแทงเจ้าหน้าที่ป่าไม้เสียชีวิต หลังจากที่รถจักรยานยนต์ของไรเดอร์ชนกับรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การโต้เถียงอย่างรุนแรงระหว่างทั้งสองฝ่าย ก่อนที่ไรเดอร์จะลงมือก่อเหตุ</p><h3>คดีดังอื่นๆ</h3><p>ในอีกคดีหนึ่ง กำนันคนหนึ่งถูกกล่าวหาว่ายิงเสี่ยเสียชีวิต โดยอ้างว่าถูกเสี่ยดูถูกและลบหลู่ ขณะที่มือปืนที่เกี่ยวข้องกับคดีได้เข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว นอกจากนี้ พระคึกฤทธิ์ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา 2 ข้อหา คือ ยักยอกเงินวัด และผิดมาตรา 157 โดยทนายความของท่านได้แถลงว่าพร้อมต่อสู้คดีอย่างเต็มที่</p><h2>ข่าวบันเทิงและกีฬา</h2><p>ด้านวงการบันเทิง มีข่าวคราวของ จีโน่ ที่คว้าชัยชนะในการแข่งขันครั้งสำคัญ ขณะที่ ลิซ่า ขึ้นโชว์ในงานบอลโลก สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนคลับทั่วโลก</p><p>ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐและสำนักข่าวหัวเขียว</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:05:59 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[พรีเมียร์ลีก เตรียมใช้ระบบใหม่ช่วยผู้ตัดสิน VAR ยุคหน้า]]></title>
				<category>ฟุตบอลต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/footballworld/var-36466.html</link>
				<description><![CDATA[<p>พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังเตรียมนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาช่วยเหลือผู้ตัดสินในฤดูกาลหน้า เพื่อเพิ่มความแม่นยำและลดข้อผิดพลาดในการตัดสินใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวะสำคัญที่เกี่ยวข้องกับประตู จุดโทษ และใบแดง</p><h2>ระบบใหม่จะทำงานอย่างไร</h2><p>ระบบใหม่นี้จะใช้กล้องและเซนเซอร์จำนวนมากที่ติดตั้งอยู่รอบสนาม เพื่อติดตามตำแหน่งของผู้เล่นและลูกบอลแบบเรียลไทม์ จากนั้นข้อมูลจะถูกส่งไปยังศูนย์ควบคุม VAR ซึ่งจะช่วยวิเคราะห์และแจ้งเตือนผู้ตัดสินในสนามเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ต้องตรวจสอบ</p><h3>ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ</h3><ul><li>ลดความผิดพลาดในการตัดสินใจลงได้มากถึง 80%</li><li>เพิ่มความรวดเร็วในการตรวจสอบ VAR</li><li>ช่วยให้ผู้ตัดสินมีข้อมูลที่แม่นยำมากขึ้น</li></ul><p>นอกจากนี้ ระบบยังสามารถตรวจจับการล้ำหน้าแบบกึ่งอัตโนมัติ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เคยใช้ในฟุตบอลโลก 2022 มาแล้ว โดยจะช่วยให้การตัดสินใจในจังหวะล้ำหน้ามีความแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้น</p><h2>การทดสอบระบบ</h2><p>พรีเมียร์ลีกได้เริ่มทดสอบระบบดังกล่าวในบางแมตช์แล้วในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา และผลการทดสอบเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก คาดว่าระบบจะถูกนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบในฤดูกาลหน้า</p><p>อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบ ซึ่งอาจสูงถึงหลายล้านปอนด์ต่อสนาม ทว่าพรีเมียร์ลีกเชื่อว่าการลงทุนนี้จะคุ้มค่าในระยะยาว เพราะจะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความยุติธรรมให้กับการแข่งขัน</p><h3>ปฏิกิริยาจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง</h3><p>ทั้งผู้จัดการทีมและนักเตะต่างให้การต้อนรับข่าวนี้ เนื่องจากที่ผ่านมามีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับการตัดสินใจของ VAR หลายครั้ง โดยเฉพาะในจังหวะล้ำหน้าที่มักเกิดความคลาดเคลื่อน</p><p>ด้านแฟนบอลก็มีความหวังว่าระบบใหม่นี้จะช่วยลดความผิดพลาดและทำให้เกมมีความสนุกมากขึ้น</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:21:28 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[อีก 3 วันหวยออก 16/5/69 เลขเด็ดมาแรง เลขมงคลเกลี้ยงแผง]]></title>
				<category>การพนัน</category>
				<link>https://siampost24.com/atchayakam/kanphanan/3-16569-36465.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เหลือเวลาอีกเพียง 3 วัน ว่าที่เศรษฐีทั้งหลายได้เตรียม "เลขเด็ดงวดนี้" ไปซื้อ "สลากกินแบ่งรัฐบาล" กันหรือยัง "สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล" เตรียมออกผลรางวัลลอตเตอรี่ งวดวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 จากสำนักงานสนามบินน้ำ พร้อมให้แฟนหวยลุ้นโชคกันอีกครั้ง</p><h2>บรรยากาศการขายลอตเตอรี่คึกคัก เลขเด็ดเกลี้ยงแผง</h2><p>วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหลือเวลาอีก 3 วัน "สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล" จะมีการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 โดยบรรยากาศการขายลอตเตอรี่ในงวดนี้พบว่า "เลขเด็ด" และ "เลขดัง" ถูกกว้านซื้อไปจนหมดเกลี้ยง โดยเฉพาะเลขมงคลทั้งในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด แต่สำหรับเลขสวยอื่นๆ ก็ยังหาซื้อได้ตามแผงค้า ซึ่งยังพอมีสลากให้เลือกซื้ออยู่มาก</p><h3>นักเสี่ยงโชคเสาะหาเลขเด็ดจากทุกแหล่ง</h3><p>ขณะที่นักเสี่ยงโชคบางรายไม่ลืมเสาะหาเลขเด็ดจากโซเชียลมีเดีย หรือแม้กระทั่งเลขเด็ดตามความเชื่อ ทั้งจากความฝันและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ของแบบนี้ก็ขึ้นอยู่กับดวงของแต่ละคน โดยหลายคนได้หาซื้อสลากกินแบ่งเพื่อเตรียมนำไปลุ้นโชคในงวดวันที่ 16 พฤษภาคม 2569</p><p>สำหรับการออกรางวัลลอตเตอรี่งวดวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลจะดำเนินการออกรางวัลจากสำนักงานสนามบินน้ำ โดยสามารถติดตามข่าวสารและผลรางวัลได้ที่ไทยรัฐออนไลน์</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:04:42 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทรัมป์ยันไม่ต้องพึ่งจีนจบสงครามอิหร่าน ก่อนเยือนปักกิ่ง]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/article-36464.html</link>
				<description><![CDATA[<p>โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวว่า เขาไม่คิดว่าจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากจีนในการยุติสงครามกับอิหร่าน แม้ว่าความหวังที่จะบรรลุข้อตกลงสันติภาพที่ยั่งยืนจะเริ่มริบหรี่ลง และทางรัฐบาลเตหะรานได้เพิ่มการควบคุมเหนือช่องแคบฮอร์มุซอย่างเข้มงวดมากขึ้น</p><p>ก่อนการประชุมสุดยอดครั้งสำคัญที่กรุงปักกิ่ง ทรัมป์ระบุว่าเขาไม่คิดว่าตนเองจำเป็นต้องดึงประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน เข้ามาช่วยคลี่คลายความขัดแย้ง ซึ่งส่งผลให้การจราจรในช่องแคบฮอร์มุซ ที่ปกติจะเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบถึง 1 ใน 5 ของโลกต้องหยุดชะงักลง</p><h2>ทรัมป์ย้ำสหรัฐฯ จะชนะสงคราม</h2><p>“ผมไม่คิดว่าเราต้องการความช่วยเหลือใด ๆ ในเรื่องอิหร่าน เราจะชนะไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ไม่ว่าจะด้วยสันติวิธีหรือวิธีอื่นก็ตาม” ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าว ทั้งนี้ ผ่านไปนานกว่าหนึ่งเดือนหลังจากข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านเริ่มมีผลบังคับใช้ ทั้งสองฝ่ายยังไม่มีความคืบหน้าในการทำข้อตกลงที่จะยุติความเป็นศัตรูระหว่างกัน</p><p>ในขณะเดียวกัน แหล่งข่าวที่มีความใกล้ชิดกับเรื่องนี้ระบุว่า อิหร่านดูเหมือนจะกระชับอำนาจการควบคุมเหนือช่องแคบฮอร์มุซให้แน่นหนาขึ้นอีก โดยมีการทำข้อตกลงกับอิรักและปากีสถานในการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวจากภูมิภาค นอกจากนี้ยังมีประเทศอื่น ๆ ที่กำลังพิจารณาข้อตกลงในลักษณะเดียวกัน ซึ่งความเคลื่อนไหวนี้อาจทำให้การเข้าควบคุมเส้นทางน้ำของเตหะรานกลายเป็นเรื่องปกติในระยะยาว</p><h3>สหรัฐฯ และจีนเห็นพ้องเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ</h3><p>เมื่อวันอังคาร ฝ่ายบริหารของทรัมป์เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ และจีนได้เห็นพ้องกันเมื่อเดือนที่แล้วว่า ไม่ควรมีประเทศใดสามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางจากการจราจรในภูมิภาคนี้ได้ เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความเห็นพ้องร่วมกันในประเด็นนี้ก่อนการประชุมสุดยอดจะเริ่มขึ้น ด้านประเทศจีน ซึ่งยังคงรักษาความสัมพันธ์กับอิหร่านและเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ของอิหร่าน ก็ไม่ได้ออกมาโต้แย้งต่อท่าทีดังกล่าว</p><p>อนึ่ง ทรัมป์มีกำหนดการหารือเรื่องสงครามกับสี จิ้นผิง ในสัปดาห์นี้ และมีการคาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่าเขาจะกระตุ้นให้จีนช่วยโน้มน้าวเตหะรานให้ยอมทำข้อตกลงกับวอชิงตันเพื่อยุติความขัดแย้ง</p><h3>การเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านยังชะงัก</h3><p>การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยังคงอยู่ในภาวะชะงักงัน โดยข้อเรียกร้องหลักของสหรัฐฯ คือ ให้อิหร่านยุติโครงการนิวเคลียร์ และยกเลิกการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ส่วนอิหร่านเรียกร้องให้สหรัฐฯ ชดเชยความเสียหายจากสงคราม, ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเล และยุติสงครามในทุกแนวรบ รวมถึงในเลบานอน ซึ่งอิสราเอลกำลังโจมตีอย่างหนัก เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ทรัมป์ออกมาปฏิเสธข้อเรียกร้องดังกล่าวของอิหร่านแล้ว โดยระบุว่า ข้อเรียกร้องเหล่านั้นคือ “ขยะ”</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:25:52 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[สหรัฐฯ ปักหมุดไทย ฐานผลิตเนื้อแพลนต์เบส เครือ ปตท. จับมือ Impossible Foods]]></title>
				<category>การค้า</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankha/impossible-foods.html</link>
				<description><![CDATA[<p>บริษัท นิวทรา รีเจนเนอเรทีฟ โปรตีน จำกัด (NRPT) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนด้านอาหารแห่งอนาคตของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Impossible Foods ผู้นำนวัตกรรมเนื้อแพลนต์เบสหรือเนื้อจากพืชระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา โดยใช้โรงงานผลิตเนื้อแพลนต์เบสของ NRPT ในประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหลักแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อรองรับการขยายตลาดอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคนี้</p><h2>ความร่วมมือครั้งสำคัญ</h2><p>ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของ Impossible Foods ที่มีต่อศักยภาพของ NRPT ในฐานะพันธมิตรด้านการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคตระดับสากล โดยโรงงานของ NRPT ถือเป็นโรงงานผลิตเนื้อแพลนต์เบส 100% แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน BRCGS Plant-based ระดับ A+ ด้านการผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารจากพืช ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน</p><h2>นวัตกรรมและเทคโนโลยี</h2><p>Impossible Foods เป็นผู้พัฒนาและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เนื้อแพลนต์เบสที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดในสหรัฐอเมริกา และติดอันดับ 1 ใน 5 ของบริษัทผลิตเนื้อแพลนต์เบสที่ใหญ่ที่สุดของโลก โดยมีจุดเด่นด้านนวัตกรรมฮีม หรือ เลกฮีโมโกลบินจากถั่วเหลือง (Heme: Soy Leghemoglobin) ซึ่งเป็นโปรตีนสกัดจากรากถั่วเหลือง เทคโนโลยีลิขสิทธิ์เฉพาะที่ช่วยให้ผลิตภัณฑ์มีรสชาติ สี และกลิ่นใกล้เคียงเนื้อสัตว์จริง</p><h2>แผนการตลาดและการจัดจำหน่าย</h2><p>บริษัทมีแผนขยายตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีปริมาณการจำหน่ายเริ่มต้นในภูมิภาคนี้ 500,000 กิโลกรัมต่อปี ปัจจุบันเริ่มผลิตและวางจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว และส่งออกไปยังออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และฮ่องกง โดยความร่วมมือครั้งนี้เป็นการปักหมุดประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตเนื้อแพลนต์เบสที่สำคัญของภูมิภาค</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 00:58:59 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[มนุษย์เงินเดือนยังไม่รู้ตัว ดัชนีผู้บริโภคร่วงต่ำสุดรอบ 8 เดือน เกษตรกร-เอสเอ็มอีโดนกระแทกหนัก]]></title>
				<category>เศรษฐกิจโลก</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/setthasakitlok/8-36462.html</link>
				<description><![CDATA[<p>นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือนเมษายน 2569 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 มาอยู่ที่ 50.6 จาก 51.8 ในเดือนมีนาคม 2569 และเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน</p><h2>รายละเอียดดัชนีความเชื่อมั่น</h2><p>ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบันลดลงมาอยู่ที่ 34.7 จาก 35.9 และดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในอนาคตลดลงมาอยู่ที่ 58.3 จาก 59.7 สะท้อนบรรยากาศเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว ท่ามกลางแรงกดดันจากสงครามในตะวันออกกลาง ราคาน้ำมัน และค่าครองชีพสูง รวมถึงกำลังซื้อที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่</p><p>“ผู้บริโภครู้สึกว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า รายได้ปัจจุบันไม่สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันและพลังงานที่ผันผวน กดดันต้นทุนขนส่งและค่าใช้จ่ายครัวเรือน ทำให้บางส่วนปรับแผนการใช้จ่ายหรือเลื่อนการลงทุนออกไป ส่วนรายได้เกษตรกรเพิ่มขึ้นไม่มาก” นายธนวรรธน์ กล่าว</p><h2>ผลกระทบต่อกลุ่มต่างๆ</h2><p>ภาพเศรษฐกิจขณะนี้ผู้บริโภครับรู้ผลกระทบช้ากว่าผู้ประกอบการ เพราะผู้ผลิตและภาคธุรกิจรับรู้จากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น สต๊อกสินค้าที่กำลังจะหมด และยอดขายที่เริ่มชะลอ ขณะที่กลุ่มมนุษย์เงินเดือนยังไม่ได้รับผลกระทบชัดเจนจากการลดค่าจ้างหรือเลิกจ้าง แต่กลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย เกษตรกร และธุรกิจขนาดเล็กเริ่มรับแรงกระแทกมากขึ้น</p><h3>ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ</h3><p>สำหรับความกังวลสำคัญเรื่องเงินเฟ้อ แม้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่าเงินเฟ้อปีนี้อาจอยู่ราว 3 - 3.1% แต่หากราคาน้ำมันยังยืนในระดับสูงต่อเนื่องถึงปลายปี อาจเห็นเงินเฟ้อรายเดือนขยับขึ้นไปแตะระดับ 4-5% ได้ ซึ่งจะกระทบกำลังซื้อและต้นทุนภาคธุรกิจเพิ่มเติม</p><h2>ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย</h2><p>ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย เดือนเมษายน 2569 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นโดยรวมปรับลดลงจาก 43.3 ในเดือนมีนาคม 2569 มาอยู่ที่ 42.2 โดยดัชนีสถานการณ์ปัจจุบันลดจาก 38.3 มาอยู่ที่ 37.0 และดัชนีคาดการณ์อนาคตลดจาก 48.3 มาอยู่ที่ 47.5</p><p>เมื่อพิจารณาเป็นรายสาขา พบว่า ภาคเกษตร เปราะบางที่สุด สะท้อนปัญหารายได้เกษตรกร น้ำไม่เพียงพอ อากาศร้อน ต้นทุนสูง และกำลังซื้อที่อ่อนแอ ขณะที่การลงทุนยังไม่โดดเด่นในแทบทุกภูมิภาค แต่ภาคบริการและการท่องเที่ยวยังเป็นแรงประคองสำคัญ ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมยังไม่ส่งสัญญาณแย่ชัดเจน เพราะการส่งออกยังดีอยู่ และมีโอกาสประคองเศรษฐกิจได้บางส่วน</p><h2>มาตรการรัฐบาล</h2><p>“มาตรการที่รัฐบาลกำลังเดินหน้า ทั้งมาตรการช่วยเหลือด้านพลังงานแก่กลุ่มเปราะบาง ทั้งภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม ประมง และเกษตร รวมถึงโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” จะเป็นตัวแปรสำคัญในการพยุงเศรษฐกิจ ที่คาดว่าจะเริ่มใช้จ่ายได้เดือนมิถุนายน 2569 ซึ่งอาจทำให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคธุรกิจเริ่มเงยหัวได้ ประกอบกับ หากสถานการณ์สงครามคลี่คลาย และราคาน้ำมันไม่ทะลุ 120 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรลนานกว่า 6 เดือน คาดว่า ปีนี้เศรษฐกิจไทยจะเติบโต 1.5-2.0% เพราะไทยช่วยไทยพลัส จะทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ประมาณ 0.2-0.3%” นายธนวรรธน์ กล่าว</p><p>เมื่อไทยช่วยไทยพลัส และการเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนละ 4,000 บาท สำหรับคนไทยประมาณ 30 ล้านคน อาจทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจประมาณ 200,000 ล้านบาทในช่วง 4 เดือน หรือเฉลี่ยเดือนละราว 50,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยพยุงการบริโภคและลดแรงกระแทกจากต้นทุนน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งจะช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตได้ราวๆ 0.2-0.3% และทำให้ทั้งปีเติบโตได้ 1.5-2.0% จากเดิมคาด 1-1.5%</p><h2>ผลสำรวจจากสนค.</h2><p>นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวถึงผลสำรวจดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเมษายน 2569 จากการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน 5,321 รายทั่วประเทศ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่น อยู่ที่ระดับ 45.0 ลดลงต่อเนื่องและอยู่ในช่วงไม่เชื่อมั่น จากแรงกดดันของเศรษฐกิจไทย ที่ยังฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ควบคู่กับราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง ส่งผลต่อต้นทุนและราคาสินค้า ขณะที่กำลังซื้อยังฟื้นตัวได้จำกัด อย่างไรก็ดี ภาคการท่องเที่ยวและการส่งออกยังช่วยประคับประคองเศรษฐกิจ โดยภาครัฐมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและดำเนินมาตรการอย่างต่อเนื่อง</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:14:14 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[วันพืชมงคล 2569 เปิดประวัติพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ]]></title>
				<category>เกษตร</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kaset/2569-36461.html</link>
				<description><![CDATA[<p>วันพุธที่ 13 พฤษภาคม 2569 จะมีการจัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งเป็นพระราชพิธีที่สืบเนื่องมาแต่โบราณ มีความงดงาม และมีความหมายอย่างยิ่งต่อพสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม</p><h2>ประวัติพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ</h2><p>พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเป็นพระราชพิธี 2 พิธีรวมกัน คือ พระราชพิธีพืชมงคล อันเป็นพิธีสงฆ์อย่างหนึ่ง ซึ่งจะประกอบพระราชพิธีวันแรกในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม กับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ อันเป็นพิธีพราหมณ์อย่างหนึ่ง ซึ่งจะประกอบพระราชพิธีในวันรุ่งขึ้น ณ มณฑลพิธีสนามหลวง</p><p>สำหรับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพระราชพิธีที่มีมาแต่โบราณตั้งแต่ครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ซึ่งในสมัยกรุงสุโขทัยนั้น พระมหากษัตริย์ไม่ได้ลงมือไถนาเอง เป็นแต่เพียงเสด็จไปเป็นองค์ประธานในพระราชพิธีเท่านั้น</p><p>ครั้งถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา พระมหากษัตริย์ไม่ได้เสด็จไปเป็นองค์ประธานเหมือนกับสมัยกรุงสุโขทัย และจะทรงจำศีลเงียบ 3 วัน แต่จะมอบอาญาสิทธิ์ให้เจ้าพระยาจันทกุมารเป็นผู้แทนพระองค์ โดยทรงทำเหมือนอย่างออกอำนาจจากกษัตริย์ ซึ่งวิธีนี้ได้ใช้ตลอดมาถึงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา</p><p>สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ได้มีการประกอบพระราชพิธีนี้มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 แต่ผู้ทำการแรกนาเปลี่ยนเป็นเจ้าพระยาพลเทพ คู่กันกับการยืนชิงช้า แต่พอถึงรัชกาลที่ 3 ให้ถือว่าผู้ใดยืนชิงช้าผู้นั้นเป็นผู้แรกนา ในสมัยรัชกาลที่ 4 ได้ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดมีพิธีสงฆ์เพิ่มขึ้นในพระราชพิธีต่างๆ ทุกพิธี ดังนั้น พระราชพิธีพืชมงคลจึงได้เริ่มมีขึ้นแต่บัดนั้นมา โดยได้จัดรวมกับพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ และมีชื่อเรียกรวมกันว่า พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ</p><p>สำหรับความมุ่งหมายอันเป็นมูลเหตุให้เกิดมีพระราชพิธีนี้ขึ้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระบรมราชาธิบายไว้ในพระราชนิพนธ์เรื่องพระราชพิธีสิบสองเดือน ซึ่งจะเห็นได้ว่า ความมุ่งหมายของพิธีแรกนาอยู่ที่จะทำให้เป็นตัวอย่างแก่ราษฎรเพื่อชักนำให้มีความมั่นใจในการทำนา แม้จะเป็นความจำเป็นสำหรับบ้านเมืองในสมัยโบราณอย่างไร ถึงปัจจุบันนี้คงเป็นอยู่อย่างนั้น เพราะการเกษตรซึ่งมีการทำนาเป็นหลักนั้น เป็นสิ่งสำคัญแก่ชีวิตความเป็นอยู่และการเศรษฐกิจของประเทศทุกสมัย</p><p>ส่วนพิธีกรรมนอกเหนือจากการทำให้เป็นตัวอย่างตามที่ทรงจำแนกไว้ 3 อย่าง โดย 2 อย่างแรกที่ว่า อาศัยคำอธิษฐานเอาความสัตย์เป็นที่ตั้งบ้าง ทำการซึ่งไม่มีโทษนับว่าเป็นการสวัสดิมงคลตามซึ่งมาในพระพุทธศาสนาบ้าง นั้น ทรงหมายถึง พิธีพืชมงคลอันเป็นพิธีสงฆ์ที่กระทำ ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ส่วนอีกอย่างหนึ่งที่ว่า บูชาเซ่นสรวงตามที่มาทางไสยศาสตร์บ้าง นั้น ทรงหมายถึง พิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ อันเป็นพิธีพราหมณ์</p><h3>วันพืชมงคล ทำไมแต่ละปีไม่ตรงกัน</h3><p>พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพิธีการเพื่อความเป็นสิริมงคลและบำรุงขวัญเกษตรกร กำหนดจัดขึ้นในเดือนหกของทุกปี ซึ่งระยะนี้เป็นระยะเหมาะสมที่จะเริ่มต้นการทำนา อันเป็นอาชีพหลักของประชาชนคนไทย แต่ไม่ได้กำหนดวันที่แน่นอนไว้เหมือนกับวันในพระราชพิธีอื่น ส่วนจะเป็นวันใดในเดือนหก หรือเดือนพฤษภาคมที่มีฤกษ์ยามที่เหมาะสมต้องตามประเพณีก็ให้จัดขึ้นในวันนั้น</p><p>ขณะที่พระราชพิธีพืชมงคลยังเป็นพิธีทำขวัญพืชพันธุ์ธัญญาหารที่พระมหากษัตริย์ทรงอธิษฐานเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ธัญญาหารแห่งราชอาณาจักรไทย ข้าวนั้นถือว่าเป็นอาหารหลักของประชาชน ในภาษาบาลีเรียกว่า ปุพพัณณะ หรือ บุพพัณณะ หรือ บุพพัณณชาติ ส่วนพืชอื่นๆ ที่เป็นอาหารเรียกว่า อปรัณณ หรืออปรัณชาติ หมายถึง พืชจำพวกถั่ว งา เป็นต้น ถ้าเรียกควบทั้งสองอย่างก็เรียกว่า บุพพัณณปรัณณชาติ ที่หมายถึงพืชที่เป็นอาหารทุกชนิด</p><p>บุพพัณณปรัณณชาติที่นำเข้าพระราชพิธีพืชมงคลนั้น เป็นข้าวเปลือก มีทั้งข้าวเจ้า และข้าวเหนียว นอกจากนี้มีเมล็ดพืชต่างๆ รวม 40 อย่าง แต่ละอย่างบรรจุถุงผ้าขาว กับเผือกมันต่างๆ พันธุ์พืชเหล่านี้เป็นของปลูกงอกได้ทั้งสิ้น</p><p>นอกจากนี้ ยังมีข้าวเปลือกที่หว่านในพิธีแรกนาบรรจุกระเช้าทองคู่หนึ่งและเงินคู่หนึ่ง เป็นข้าวพันธุ์ดีที่โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ปลูกในโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา และพระราชทานมาเข้าพระราชพิธีพืชมงคล พันธุ์ข้าวพระราชทานนี้ จะใช้หว่านในพระราชพิธีแรกนาส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งที่เหลือทางการจะบรรจุซอง แล้วส่งไปแจกจ่ายแก่ชาวนาและประชาชนในจังหวัดต่างๆ ให้เป็นมิ่งขวัญและเป็นสิริมงคลแก่พืชผลที่จะเพาะปลูกในปีนี้</p><p>อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2509 คณะรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาลงมติให้วันพระราชพิธีพืชมงคลเป็นวันเกษตรกรประจำปีอีกด้วย เพื่อให้ผู้มีอาชีพทางการเกษตรพึงระลึกถึงความสำคัญของการเกษตร และร่วมมือกันประกอบพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญเพื่อเป็นสิริมงคลแก่อาชีพของตน ทั้งยังก่อให้เกิดประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศชาติ จึงได้จัดงานวันเกษตรกรควบคู่ไปกับงานพระราชพิธีพืชมงคลตลอดมา</p><p>ขอบคุณข้อมูล กระทรวงเกษตรและสหกรณ์</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 00:59:56 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ศุภมาส ลงพื้นที่ตรวจเข้มฉลากรถ EV โชว์รูม BYD และ OMODA & JAECOO]]></title>
				<category>รถยนต์ไฟฟ้า</category>
				<link>https://siampost24.com/theknoloyi/ev/ev-byd-omoda-jaecoo.html</link>
				<description><![CDATA[<p>นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้นำคณะลงพื้นที่ตรวจสอบการแสดงฉลากรถยนต์ไฟฟ้าที่โชว์รูม BYD Hi-Class สาขาลาดพร้าว และโชว์รูม OMODA & JAECOO สาขาลาดพร้าว เพื่อกำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยฉลากสินค้าอย่างเคร่งครัด สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคที่กำลังตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า</p><h2>การลงพื้นที่ตรวจสอบครั้งนี้</h2><p>เป็นการดำเนินการต่อเนื่องทันทีภายหลังการประชุมเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ที่ได้เชิญผู้ประกอบการรถยนต์ไฟฟ้าและสภาองค์กรของผู้บริโภคเข้าหารือร่วมกัน เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาสามประการหลักที่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค ได้แก่ 'ชำรุด-ลอยแพ-ราคาดิ่ง' จากสถิติการร้องทุกข์รวมกว่า 1,348 ราย นางสาวศุภมาสจึงลงพื้นที่ตรวจสอบ 'ฉลากรถยนต์ไฟฟ้า' ด้วยตนเองทันที โดยเน้นว่าฉลากเป็นเครื่องมือแรกและสำคัญที่สุดที่ผู้บริโภคใช้ตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าไทย เพื่อให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตอย่างมีมาตรฐาน มีความรับผิดชอบ และเป็นธรรมต่อผู้บริโภค</p><h3>ประเด็นสำคัญที่รมต.ศุภมาสกำชับ</h3><p>นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ได้กำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคสามประการสำคัญ ได้แก่</p><ul><li><strong>ประการแรก:</strong> รถยนต์ไฟฟ้าเป็นสินค้าควบคุมฉลาก ผู้ประกอบการต้องแสดงข้อความฉลากให้เห็นและอ่านชัดเจนที่ตัวรถ ครบทุกรายการ ทั้งชื่อสินค้า รุ่น เครื่องหมายการค้า ผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า รายละเอียดทางเทคนิค ข้อมูลแบตเตอรี่ สมรรถนะ ระยะทางการใช้งาน วิธีใช้ ข้อแนะนำ คำเตือนด้านความปลอดภัย รวมถึงราคาและเงื่อนไขการรับประกัน</li><li><strong>ประการที่สอง:</strong> เรื่องการโฆษณา โดยเฉพาะ 'ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ 1 ครั้ง' ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการตัดสินใจซื้อ ผู้ขายต้องระบุให้ชัดเจนว่าอ้างอิงมาตรฐานใดในการทดสอบ ทั้ง EPA WLTP NEDC หรือ CLTC พร้อมเงื่อนไขการทดสอบ ไม่ว่าจะเป็นความเร็วเฉลี่ย อุณหภูมิ สภาพเส้นทาง รูปแบบการขับขี่ รวมถึงการโฆษณาของแถม สิทธิประโยชน์ การรับประกันแบตเตอรี่ ต้องระบุหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข วันเริ่มต้นและสิ้นสุดให้ชัดเจน</li><li><strong>ประการที่สาม:</strong> ธุรกิจขายรถยนต์ใหม่เป็นธุรกิจควบคุมสัญญา ผู้ประกอบการต้องใช้แบบสัญญาจองรถยนต์ตามมาตรฐานที่ สคบ. กำหนด ระบุประเภท ชนิด ยี่ห้อ รุ่น ปีการผลิต ราคา วันส่งมอบ และสิทธิในการบอกเลิกสัญญาให้ครบถ้วน</li></ul><p>จากการลงพื้นที่ในวันนี้ เบื้องต้นพบว่าผู้ประกอบการให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามกฎหมายเป็นอย่างดี</p><h2>รายละเอียดเกี่ยวกับกฎหมาย</h2><p>รถยนต์ไฟฟ้าถือเป็น 'สินค้าควบคุมฉลาก' ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลาก เรื่อง ให้รถยนต์และรถยนต์ไฟฟ้าเป็นสินค้าที่ควบคุมฉลาก ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2568 และบังคับใช้ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดง 'ฉลาก' ที่มีข้อความถูกต้อง ครบถ้วน เห็นและอ่านได้ชัดเจนที่ตัวรถ หากผู้ประกอบธุรกิจฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522</p><h3>ข้อความถึงผู้ประกอบการและผู้บริโภค</h3><p>นางสาวศุภมาส กล่าวทิ้งท้ายว่า 'ดิฉันขอฝากถึงผู้ประกอบการรถยนต์ไฟฟ้าทุกรายว่า ฉลากสินค้าไม่ใช่เพียงป้ายติดรถ แต่คือคำสัญญาที่ท่านให้ไว้กับผู้บริโภค ขอให้แสดงข้อมูลในฉลากครบถ้วน เที่ยงตรง ไม่เกินจริง โดยเฉพาะระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ ขอให้ระบุมาตรฐานการทดสอบให้ชัดเจน อย่าให้ผู้บริโภคต้องผิดหวังเมื่อนำไปใช้งานจริง สำหรับพี่น้องประชาชนที่กำลังตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ขอให้ใช้ฉลากเป็นเครื่องมือตรวจสอบข้อมูลก่อนซื้อทุกครั้ง อ่านฉลากให้ครบทุกรายการ สอบถามมาตรฐานการทดสอบระยะทางวิ่ง อ่านสัญญาจองให้ละเอียด พร้อมเก็บใบเสร็จ ใบจอง โบรชัวร์ และเอกสารโฆษณาทุกชิ้นไว้เป็นหลักฐาน หากพบว่าฉลากไม่ครบ ข้อมูลไม่ตรงตามจริง หรือถูกเอารัดเอาเปรียบ ร้องเรียนมาที่ สคบ. ได้ทันที ดิฉันพร้อมรับฟังและยืนเคียงข้างผู้บริโภคทุกท่าน'</p><h2>ช่องทางการร้องเรียน</h2><p>ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากการซื้อขายรถยนต์ไฟฟ้าหรือสินค้าและบริการอื่น สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 ระบบร้องทุกข์ผู้บริโภค OCPB Complaint แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ ocpb.go.th แอปพลิเคชัน 'ทางรัฐ' สำหรับในส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นสามารถร้องเรียนได้ที่ศูนย์ดำรงธรรม ณ ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:10:40 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[อัปเดตราคาน้ำมันวันนี้ 13 พฤษภาคม 2569 กลุ่มเบนซิน-ดีเซลทุกปั๊ม]]></title>
				<category>การค้า</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankha/13-2569-36459.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ผู้สื่อข่าวรายงานการอัปเดตราคาน้ำมันประจำวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 โดยรวบรวมราคาน้ำมันทุกประเภทจากปั๊มน้ำมันชั้นนำ อาทิ ปตท. บางจาก พีที คาลเท็กซ์ ซัสโก้ และเชลล์ เพื่อให้ผู้บริโภคได้เปรียบเทียบราคาก่อนเติมน้ำมัน</p><h2>ราคาน้ำมันบางจาก วันที่ 13 พฤษภาคม 2569</h2><ul><li>ดีเซล B20: 33.75 บาท/ลิตร</li><li>ไฮดีเซล S: 40.75 บาท/ลิตร</li><li>ไฮพรีเมียมดีเซล S: 61.25 บาท/ลิตร</li><li>ไฮพรีเมียม 98: 55.09 บาท/ลิตร</li><li>GSH E85S EVO: 32.29 บาท/ลิตร</li><li>GSH E20S EVO: 36.35 บาท/ลิตร</li><li>GSH91S EVO: 42.98 บาท/ลิตร</li><li>GSH95S EVO: 43.35 บาท/ลิตร</li></ul><h2>ราคาน้ำมัน ปตท. วันที่ 13 พฤษภาคม 2569</h2><ul><li>ดีเซล B20: 33.75 บาท/ลิตร</li><li>ดีเซล: 40.75 บาท/ลิตร</li><li>GSH E85S EVO: 32.29 บาท/ลิตร</li><li>GSH E20S EVO: 36.35 บาท/ลิตร</li><li>GSH91S EVO: 42.98 บาท/ลิตร</li><li>GSH95S EVO: 43.35 บาท/ลิตร</li><li>เบนซิน: 52.94 บาท/ลิตร</li><li>ซูเปอร์พาวเวอร์ดีเซล: 61.25 บาท/ลิตร</li><li>ซูเปอร์พาวเวอร์ GSH95: 51.54 บาท/ลิตร</li></ul><h2>ราคาน้ำมันเชลล์ วันที่ 13 พฤษภาคม 2569</h2><ul><li>เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20: 36.85 บาท/ลิตร</li><li>เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91: 43.48 บาท/ลิตร</li><li>เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95: 43.85 บาท/ลิตร</li><li>เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95: 49.84 บาท/ลิตร</li><li>เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล: 40.75 บาท/ลิตร</li><li>เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล: 49.84 บาท/ลิตร</li></ul><h2>ราคาน้ำมันพีที วันที่ 13 พฤษภาคม 2569</h2><ul><li>ดีเซล: 40.75 บาท/ลิตร</li><li>ดีเซล B20: 33.75 บาท/ลิตร</li><li>แก๊สโซฮอล์ 95: 43.35 บาท/ลิตร</li><li>แก๊สโซฮอล์ 91: 42.98 บาท/ลิตร</li><li>เบนซิน: 53.44 บาท/ลิตร</li><li>แก๊สโซฮอล์ E20: 36.35 บาท/ลิตร</li></ul><h2>ราคาน้ำมันซัสโก้ วันที่ 13 พฤษภาคม 2569</h2><ul><li>ดีเซล: 40.75 บาท/ลิตร</li><li>ดีเซล B20: 33.75 บาท/ลิตร</li><li>เบนซิน: 53.09 บาท/ลิตร</li><li>แก๊สโซฮอล์ 95: 43.35 บาท/ลิตร</li><li>แก๊สโซฮอล์ 91: 42.98 บาท/ลิตร</li><li>แก๊สโซฮอล์ E20: 36.35 บาท/ลิตร</li></ul><h2>ราคาน้ำมันคาลเท็กซ์ วันที่ 13 พฤษภาคม 2569</h2><ul><li>โกลด์ 95 เทครอน: 55.06 บาท/ลิตร</li><li>แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน: 43.35 บาท/ลิตร</li><li>แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน: 42.98 บาท/ลิตร</li><li>แก๊สโซฮอล์ E20 เทครอน: 36.35 บาท/ลิตร</li><li>ดีเซล เทครอน: 40.75 บาท/ลิตร</li><li>พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน: 61.25 บาท/ลิตร</li></ul><p>ราคาดังกล่าวเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ ผู้บริโภคควรตรวจสอบราคาจริงจากปั๊มน้ำมันในพื้นที่ของตนอีกครั้ง</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 00:58:08 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[อเล็กซ์ เรนเดลล์ เผยความรู้สึกเป็นผู้ใหญ่ครั้งแรกตอนมีลูก รับบทพ่อบ้านใจกล้า]]></title>
				<category>ดนตรี</category>
				<link>https://siampost24.com/bantoeng/dontri/article-36458.html</link>
				<description><![CDATA[<p>จากนักอนุรักษ์สู่คุณพ่อมือใหม่ อเล็กซ์ เรนเดลล์ แชร์ประสบการณ์แบบเรียลๆ ในรายการ My Daddy James เปลี่ยนทุก Priority ในชีวิต ทั้งเรื่องเวลา สุขภาพ และมุมมองต่ออนาคต ไปจนถึงความตั้งใจอยากให้ลูกเติบโตท่ามกลางธรรมชาติเป็นคนดีของสังคม พร้อมตั้งคำถามว่าเราจะเหลือโลกแบบไหนไว้ให้เด็กเติบโตในวันที่ จอ, AI, PM 2.5 และปัญหาสิ่งแวดล้อมกำลังแย่งโลกจริงไปจากเด็กยุคใหม่</p><h2>คุณพ่อมือใหม่กับความเขินและความเทพในการเลี้ยงลูก</h2><p>อเล็กซ์เล่าว่าเขาภูมิใจในท่าอุ้มลูกที่คิดค้นเอง โดยจับลูกนอนคว่ำ และเรียนรู้ที่จะแยกแยะเสียงร้องของลูก เช่น เสียงสูงที่บ่งบอกถึงแก๊สในท้อง หรือเสียงงอแงเมื่อง่วง นอกจากนี้เขายังชอบอาบน้ำให้ลูกเพราะเป็นช่วงเวลาแห่งการสร้างสายสัมพันธ์ โดยเฉพาะการนั่งในถังน้ำเล็กๆ ของลูกแล้วเทน้ำใส่อกโดยที่ลูกไม่ร้องไห้ ทำให้เขารู้สึกมีความสุขมาก</p><p>อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ลูกไม่ชอบที่สุดคือการแคะขี้มูก และอเล็กซ์ยังได้รับคำแนะนำจากพ่อคนหนึ่งให้โกนหนวดทุกวันก่อนหอมลูก เพื่อไม่ให้เกิดปฏิกิริยาทางลบจากลูกในอนาคต</p><h2>การมีลูกในช่วงเวลาที่เหมาะสม</h2><p>อเล็กซ์มองว่าการมีลูกตอนอายุ 35-36 เป็นช่วงเวลาที่ดี เพราะเขาและภรรยามีความมั่นคงในหน้าที่การงานแล้ว ไม่ได้เริ่มสร้างตัวในช่วงที่มีลูก เขายังคำนวณด้วยว่าเมื่อลูกเรียนจบมหาวิทยาลัย เขาจะอายุ 50-60 ปี ซึ่งยังมีแรงพอที่จะทำกิจกรรมร่วมกับลูกได้ หากมีลูกช้าไปกว่านี้ อาจไม่มีพลังมากพอ</p><p>การมีลูกทำให้เขาต้องปรับตัวและขยันมากขึ้น โดยเฉพาะการทำงานเพื่อสร้างองค์กรให้เติบโต เพราะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เช่น ค่าคลอด ค่าประกัน ค่าวัคซีน และค่าหมอ</p><h2>การเลี้ยงลูกให้แข็งแกร่งจากภายใน</h2><p>อเล็กซ์เชื่อว่าสิ่งที่ควบคุมได้คือการสร้างความแข็งแกร่งภายในให้ลูก โดยใช้ประสบการณ์จากการทำงานในวงการบันเทิงและการเดินทางมาสอนทักษะการเข้าสังคม มีวินัย และเข้าใจวัฒนธรรมที่แตกต่าง เขาตั้งใจให้กิจกรรม EEC มอบสิ่งเหล่านี้ให้กับเด็กๆ เพื่อให้พวกเขาสามารถจัดการกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างปลอดภัยและดี</p><p>เขามองว่าการพาลูกไปเที่ยวต่างประเทศหรือที่พักหรูๆ ทำได้ง่าย แต่ยากที่จะพาลูกไปสัมผัสชีวิตจริง เข้าใจวิถีคน และความสำคัญของธรรมชาติ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการเติบโตของเด็กโดยเฉพาะอายุต่ำกว่า 10 ปี</p><h2>ธรรมชาติกับการพัฒนาเด็ก</h2><p>อเล็กซ์แนะนำให้พาเด็กออกไปอยู่กับธรรมชาติให้บ่อยที่สุด เพราะธรรมชาติช่วยพัฒนาร่างกายและกล้ามเนื้อที่ไม่ได้ใช้ในชีวิตประจำวัน เขาเคยใช้ธรรมชาติบำบัดกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษมาก่อน และเห็นผลดี</p><p>เด็กที่ได้สัมผัสธรรมชาติมักมีคาแรกเตอร์ที่แตกต่าง และหลายคนเลือกเรียนต่อหรือทำงานด้านนี้ นอกจากนี้ยังช่วยคัดกรองผู้ปกครองที่มีแนวคิดเดียวกัน ทำให้เกิดชุมชนที่เข้มแข็ง</p><p>อเล็กซ์ยกตัวอย่างเด็กสมาธิสั้นที่ธรรมชาติช่วยให้มีสมาธิดีขึ้น เพราะได้เรียนในสิ่งที่สนใจ ซึ่งแตกต่างจากการศึกษาในระบบที่อาจไม่เหมาะกับเด็กบางคน</p><h2>แนะนำสถานที่สำหรับเด็กวัยเตาะแตะ</h2><p>สำหรับเด็กวัยขวบกว่า อเล็กซ์แนะนำให้ไปภูเขาก่อน เพราะสามารถพาเดินป่าได้ ส่วนทะเลเหมาะสำหรับเด็กที่โตขึ้นเล็กน้อย เพราะมีสัตว์เล็กสัตว์น้อยให้ดู แต่ป่าจะสร้างความแข็งแกร่งและความคุ้นเคยกับธรรมชาติให้เด็ก</p><h2>ความเปลี่ยนแปลงเมื่อมีลูกเป็นของตัวเอง</h2><p>อเล็กซ์เล่าว่าความรู้สึกต่างกันมากเมื่อเป็นพ่อกับเมื่อเป็นอา เมื่อเป็นอา หน้าที่คือเล่น ไม่ต้องสอนมารยาทหรือเปลี่ยนผ้าอ้อม แต่เมื่อเป็นพ่อ เขาคือที่พึ่งสูงสุดของลูก ลูกไม่มีใครนอกจากเขา ความผูกพันนี้ทำให้เขารู้สึกซาบซึ้งใจ</p><h2>การเลี้ยงลูกตามแบบครอบครัว</h2><p>อเล็กซ์อยากให้ลูกมีวินัยแบบแม่ของเขา ซึ่งเป็นคนสายวินัย และมีความขยันทำงานแบบพ่อของเขา เขาต้องการให้ลูกมีแรงขับเคลื่อนและความรับผิดชอบสูง ไม่ต้องการให้ลูกเติบโตมาโดยไร้เป้าหมายและสับสนในตัวเอง</p><h2>ความกังวลเกี่ยวกับโลกปัจจุบัน</h2><p>อเล็กซ์กังวลเกี่ยวกับ AI การหลอกลวง และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ PM 2.5 ที่ทำให้เด็กไม่สามารถเล่น户外ได้ เขาหวังว่าโลกจะปรับตัวหรือเขาสามารถเลือกสถานที่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ไม่ปิดกั้นการใช้ชีวิตกลางแจ้งให้ลูก</p><p>เขามองว่าเด็กรุ่นใหม่มองสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องเท่ ซึ่งจะช่วยให้พวกเขามีจิตสำนึกที่ดีต่อสังคม</p><h2>การเปลี่ยนแปลงภายในหลังจากมีลูก</h2><p>อเล็กซ์ยอมรับว่าเพิ่งรู้สึกเป็นผู้ใหญ่จริงๆ เมื่อมีลูก ทั้งที่อายุ 36 ปีแล้ว เพราะก่อนหน้านี้เขามักถูกมองว่าเป็นเด็กที่สุดในทุกวงการ การมีลูกทำให้เขาจัดลำดับความสำคัญใหม่ สิ่งที่เคยเครียดกลายเป็นไม่สำคัญ และเขามีเวลาที่มีคุณภาพกับลูกมากขึ้น</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:33:45 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ซีเคพาวเวอร์กำไรพุ่ง 82.9% รับพอร์ตพลังงานหมุนเวียนแข็งแกร่ง]]></title>
				<category>อุตสาหกรรม</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/utsahakam/829-36457.html</link>
				<description><![CDATA[<p>บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower หนึ่งในผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคและมีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำที่สุดรายหนึ่ง ประกาศผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 1/2569 โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 115.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.5 ล้านบาท หรือคิดเป็น 82.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การเติบโตดังกล่าวเกิดขึ้นแม้อยู่ในช่วงฤดูแล้ง สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของพอร์ตพลังงานหมุนเวียนของบริษัท</p><h2>ปัจจัยหนุนจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำ</h2><p>นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ เปิดเผยว่าการเติบโตนี้มาจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงไฟฟ้าพลังน้ำทั้งสองแห่งของบริษัท โดยบริษัทรับรู้ส่วนแบ่งกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของ บริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด (XPCL) จำนวน 198.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 190.7 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากปริมาณน้ำไหลผ่านโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรีที่มากกว่า ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังได้รับปัจจัยหนุนจากต้นทุนทางการเงินของ XPCL ที่ลดลงจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาวและอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงตามแนวโน้มดอกเบี้ยโลก</p><p>ผลการดำเนินงานของ บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด (NN2) ก็ปรับตัวดีขึ้นจากปริมาณการขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ ณ ช่วงต้นปี 2569 สูงกว่าปีก่อน และมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในไตรมาส 1/2569 เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของ CKPower ในไตรมาส 1 ปีนี้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง</p><h2>ความเสี่ยงต่ำจากความผันผวนของราคาพลังงาน</h2><p>นายธนวัฒน์กล่าวว่า โครงสร้างสัดส่วนกำลังการผลิตของ CKPower ซึ่งมาจากพลังงานหมุนเวียนเป็นหลัก ทำให้ผลการดำเนินงานไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางและความผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก โดยจะมีผลกระทบเฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิงในส่วนของไฟฟ้าที่จำหน่ายให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมของ บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด (BIC) ซึ่งคิดเป็นประมาณร้อยละ 3 ของปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมดของ CKPower เท่านั้น</p><h2>เตรียมพร้อมรับมือเอลนีโญ</h2><p>จากข้อมูลการพยากรณ์สภาพภูมิอากาศที่บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ของการเข้าสู่ภาวะเอลนีโญในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 บริษัทได้เตรียมพร้อมรับมือด้วยการพัฒนาระบบติดตามและคาดการณ์ปริมาณน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการประกาศความพร้อมในการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ขณะที่โครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบางมีความคืบหน้าการก่อสร้าง ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2569 อยู่ที่ร้อยละ 72 ซึ่งเป็นไปตามแผนงาน</p><h2>ฐานะการเงินแข็งแกร่ง</h2><p>ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีอัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.78 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นรวมยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 0.47 เท่า สะท้อนถึงการบริหารสภาพคล่องและความสามารถในการชำระหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ หากอัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐอเมริกาและของประเทศไทยมีการปรับลดเพิ่มเติม จะช่วยลดต้นทุนทางการเงินและสนับสนุนผลการดำเนินงานของ CKPower ต่อเนื่องในปี 2569</p><h2>แผนงาน 5 ปี</h2><p>สำหรับแผนงาน 5 ปี (2569-2573) CKPower ตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตจากโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งในรูปแบบ Private PPA และการเข้าร่วมประมูลโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนจากภาครัฐ ควบคู่ไปกับการขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (RECs) ในปี 2568 โรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในกลุ่ม CKPower สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนส่งให้ประเทศไทยได้กว่า 10 ล้านเมกะวัตต์-ชั่วโมง หรือคิดเป็นร้อยละ 17 ของไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนที่ใช้ในประเทศ และสามารถหลีกเลี่ยงการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 5.34 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า บริษัทเชื่อมั่นว่าไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:08:48 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทีมชาติไทยเปิดตัวชุดแข่งขันใหม่สุดเจ๋ง ลุยศึกช้างศึก 2025]]></title>
				<category>ฟุตบอลไทย</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/footballthai/2025-36456.html</link>
				<description><![CDATA[<p>สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ทำการเปิดตัวชุดแข่งขันใหม่ของทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ เพื่อใช้ในการแข่งขันฟุตบอลช้างศึก 2025 ที่กำลังจะมาถึง โดยชุดใหม่นี้มีดีไซน์ที่ทันสมัยและโดดเด่น สะท้อนถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทยอย่างชัดเจน</p><h2>รายละเอียดชุดแข่งขันใหม่</h2><p>ชุดเหย้าของทีมชาติไทยยังคงใช้สีน้ำเงินเข้มเป็นหลัก ซึ่งเป็นสีประจำทีม แต่มีการเพิ่มลวดลายกราฟิกที่ทันสมัย บริเวณไหล่และแขนเสื้อ ส่วนชุดเยือนเป็นสีขาวสะอาดตา พร้อมลายเส้นสีแดงและน้ำเงินที่สื่อถึงธงชาติไทย นอกจากนี้ยังมีชุดผู้รักษาประตูสีเหลืองสดใส เพื่อให้โดดเด่นในสนาม</p><h3>วัสดุและเทคโนโลยี</h3><p>ชุดแข่งขันใหม่นี้ผลิตจากผ้าไฮเทคที่ระบายอากาศได้ดี ช่วยให้นักกีฬาเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัวและแห้งสบายตลอดการแข่งขัน อีกทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เนื่องจากใช้วัสดุรีไซเคิลในการผลิต</p><h2>ความหมายและแรงบันดาลใจ</h2><p>การออกแบบชุดนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะไทยโบราณ โดยเฉพาะลวดลายของผ้าซิ่นและเครื่องประดับของไทย ซึ่งถูกนำมาประยุกต์ให้เข้ากับกีฬาสมัยใหม่ ชุดนี้ยังสื่อถึงความแข็งแกร่ง ความสามัคคี และความภาคภูมิใจในชาติ</p><ul><li>ชุดเหย้า: สีน้ำเงินเข้ม ลายกราฟิกที่ไหล่</li><li>ชุดเยือน: สีขาว ลายเส้นธงชาติ</li><li>ชุดผู้รักษาประตู: สีเหลืองสด</li></ul><p>แฟนบอลสามารถสั่งซื้อชุดแข่งขันใหม่นี้ได้แล้ววันนี้ ผ่านทางเว็บไซต์และร้านค้าตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1,290 บาท</p><h2>กำหนดการแข่งขัน</h2><p>ทีมชาติไทยจะลงแข่งขันนัดแรกในศึกช้างศึก 2025 พบกับทีมชาติเวียดนาม ในวันที่ 15 มกราคม 2568 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยหวังว่าชุดใหม่นี้จะนำโชคและชัยชนะมาให้ทีมชาติไทย</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:40:52 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[อุตุฯ เตือนฉบับ 1 ฝนตกหนักถึงหนักมาก 14-18 พ.ค. 69 เช็ก 50 จว. เสี่ยง]]></title>
				<category>ความปลอดภัย</category>
				<link>https://siampost24.com/sangkhom/khwamplophai/1-14-18-69-36455.html</link>
				<description><![CDATA[<p>วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 1 (61/2569) เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทยและคลื่นลมแรงบริเวณทะเลอันดามัน ซึ่งจะมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 14 ถึง 18 พฤษภาคม 2569 โดยระบุว่าช่วงดังกล่าวประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้</p><h2>พื้นที่เสี่ยงและผลกระทบ</h2><p>ประชาชนในพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ทั้งนี้เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอ่าวเบงกอลตอนล่างจะเคลื่อนขึ้นไปปกคลุมบริเวณอ่าวเบงกอลตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น</p><h3>คลื่นลมแรงในทะเลอันดามันและอ่าวไทย</h3><p>สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะเริ่มมีกำลังแรงขึ้น โดยในช่วงวันที่ 14-18 พ.ค. 69 ทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันดังกล่าว</p><h2>รายชื่อจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ</h2><p>กรมอุตุนิยมวิทยาได้ระบุจังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักในแต่ละวัน ดังนี้</p><ul><li>วันที่ 14 พฤษภาคม 2569: จังหวัดในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้</li><li>วันที่ 15 พฤษภาคม 2569: จังหวัดในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้</li><li>วันที่ 16 พฤษภาคม 2569: จังหวัดในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้</li><li>วันที่ 17 พฤษภาคม 2569: จังหวัดในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้</li><li>วันที่ 18 พฤษภาคม 2569: จังหวัดในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้</li></ul><p>ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทรศัพท์ 0-2399-4012-13 และ 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศ ณ วันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 17.00 น.</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:04:41 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เปิดเทอมปี'69 ค่าใช้จ่ายพุ่งสูงสุดในรอบ 17 ปี พ่อแม่วางแผนการเงินยังไงให้รอด]]></title>
				<category>การเงิน</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kanngoen/69-36454.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เปิดเทอมแต่ละทีพ่อแม่ต้องคิดหนัก เพราะต้องเตรียมเงินให้พอจ่ายกับทุกเรื่อง ยิ่งมีลูกหลายคนค่าใช้จ่ายมักเพิ่มเป็นเท่าตัว บางบ้านต้องมีหลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน แม้เปิดเทอมแล้วพ่อแม่จะมีเวลามากขึ้นเพราะลูกไปโรงเรียนกันหมด แต่ในด้านค่าใช้จ่ายยิ่งต้องคิดหนัก เพราะต้องเตรียมเงินให้พอจ่ายกับทุกเรื่อง ยิ่งมีลูกหลายคนค่าใช้จ่ายมักเพิ่มเป็นเท่าตัว บางบ้านต้องมีหลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน นี่ไม่ใช่แค่การหาเงินเพื่อให้ลูกไปโรงเรียน แต่ต้องพร้อมสนับสนุนให้ลูกเข้าสังคม ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขอีกด้วย</p><h2>ปี 2569 คนไทยมีค่าใช้จ่ายเปิดเทอมเท่าไร?</h2><p>ผลสำรวจล่าสุดของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่าปี 2569 นี้มูลค่าการใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมอยู่ที่ 66,000 ล้านบาท ซึ่งตัวเลขนี้ถือว่าสูงสุดในรอบ 17 ปีนับตั้งแต่ปี 2553 และมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยที่ 29,930 บาท ขึ้นอยู่กับว่าเรียนโรงเรียนประเภทไหน เช่น โรงเรียนรัฐบาลห้องปกติ 10,975 บาท โรงเรียนรัฐบาลห้องพิเศษ 33,874 บาท โรงเรียนเอกชนภาคภาษาไทย 31,040 บาท โรงเรียนเอกชน 2 ภาษา 52,660 บาท</p><p>ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ยังเล่าอินไซต์จากผลสำรวจล่าสุดนี้ว่า คนไทยให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษาของลูกหลานมากๆ ยอมจ่ายเพิ่มให้ลูกเรียนพิเศษ และไปลดค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าท่องเที่ยว ค่าอาหารในบ้าน หรือค่าใช้จ่ายส่วนตัวแทน นอกจากนี้ เมื่อค่าใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมเป็นก้อนใหญ่ หลายบ้านหมุนไม่ทัน จนต้องไปกู้เงินในระบบและนอกระบบมาจ่าย ไปจำนำทรัพย์สิน หรือยอมใช้บัตรกดเงินสดและไปผ่อนชำระทีหลัง เรียกว่าหลายบ้านพ่อแม่ยอมลดคุณภาพชีวิตของตัวเองเพื่อแลกกับอนาคตของลูกๆ และหวังว่าเขาจะมีชีวิตที่ดียิ่งขึ้นในระยะยาว</p><h2>พ่อแม่ในฐานะโค้ชการเงินของบ้านต้องวางแผนยังไง</h2><p>ค่าใช้จ่ายเรื่องลูกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น แต่รายได้อาจเพิ่มตามไม่ทัน ดังนั้น พ่อแม่ควรอัปสกิลเป็น “โค้ชการเงิน” เพื่อจัดการรายจ่ายในบ้านและเป็นต้นแบบที่ดีให้ลูกๆ การอัปสกิลที่ว่าไม่ใช่แค่ความรู้ทางการเงิน แต่เป็นการปรับพฤติกรรมซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญว่าการเงินจะดีขึ้นได้ไหม? ดังนั้น เราสามารถเริ่มจากเรื่องง่ายๆ อย่างการ “ทำรายรับ-รายจ่าย” สิ่งที่ยากที่สุดไม่ใช่การจดบันทึก แต่คือการทำให้สม่ำเสมอ การทำบัญชีก็เพื่อให้เรารู้สถานะการเงินของครอบครัวจริงๆ รายจ่ายประจำในแต่ละเดือน ควรแบ่งหมวดหมู่ให้ชัดเจน เช่น ค่าอาหาร ค่าท่องเที่ยว ค่าน้ำค่าไฟ บิลภาระหนี้ เป็นต้น หลังจากนั้นนำมาจัดลำดับความสำคัญหรือทำปฏิทินรายจ่ายให้ชัดเจนว่า ช่วงเดือนไหนจะมีค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่บ้าง เช่น โรงเรียนทั่วไปมักต้องจ่ายค่าเทอมในช่วงเดือน พ.ค. และ พ.ย. ของทุกปี</p><h3>วางแผนเรื่องหนี้</h3><p>หนี้หรือสินเชื่อไม่ใช่ตัวร้ายเสมอไป เช่น ถ้าเราอยากมีบ้านแต่ไม่มีเงินก้อนใหญ่ ก็ต้องขอสินเชื่อ แต่จะวางแผนจ่ายหนี้ยังไงให้สบายตัว สบายใจ นี่ล่ะเรื่องใหญ่ของจริง ดังนั้น เพื่อให้ชีวิตง่ายขึ้น ลิสต์หนี้ทั้งหมดที่มีเจาะรายละเอียดทั้ง “ยอดหนี้รวม ค่างวด (ไม่รวมกรณีผ่อนบัตรขั้นต่ำ) ระยะเวลาจ่ายหนี้ ดอกเบี้ยรายปี” ถ้าภาระหนี้ทั้งหมดไม่เกิน 40% ของรายได้แสดงว่าเรายังบริหารการเงินได้ดี แต่ถ้าเริ่มเกิน 50-70% นี่อาจเป็นจุดอันตรายที่ต้องรีบวางแผนเคลียร์หนี้แล้ว ในกรณีที่มีหนี้ดอกเบี้ยสูง เช่น บัตรเครดิตที่จะคิดอัตราดอกเบี้ยสูงสุด 16% ต่อปี อาจวางแผนจัดการหนี้ก้อนนี้ก่อน ผ่านจ่ายโปะ ปรับโครงสร้างให้ดอกเบี้ยลดลง หรือการรวมหนี้กับสินเชื่อบ้านที่มีอยู่ให้ได้ดอกเบี้ยที่ถูกลง เป็นต้น</p><h3>เก็บเงินฉุกเฉิน - ใช้ประกันภัยปิดความเสี่ยง</h3><p>หลังทำ 2 ข้อแรกมาจะเริ่มเห็นภาพรวมการเงินของเรา แต่ที่จริงยังมีเรื่องสำคัญที่สุดคือ เงินสำรองฉุกเฉิน อย่างน้อย 3-6 เดือนของค่าใช้จ่ายรายเดือน ต้องเก็บในที่ๆ สามารถถอนออกมาใช้ได้ทันที เช่น เงินฝากออมทรัพย์ ฯลฯ เพราะถ้าเกิดสิ่งไม่คาดฝันขึ้น นี่จะเป็นเงินก้อนที่ช่วยให้เราหายใจได้คล่องขึ้น ต่อมา ประกันภัย ถ้าชีวิตเรามีความเสี่ยงด้านไหนก็ปิดความเสี่ยงนั้นด้วยประกันภัย เช่น ประกันอุบัติเหตุ ประกันรถยนต์ ประกันสุขภาพ หรือประกันชีวิต ลองเลือกวงเงินและเงื่อนไขที่เหมาะสมกับตัวเอง เคล็ดลับคือ ดูค่าเบี้ยฯ ในระยะยาวว่าเราจ่ายได้จริงไหม ถ้าทำความคุ้มครองไว้สูง แต่ไม่มีเงินจ่ายเบี้ยฯ จนประกันขาดไป… ก็เสียประโยชน์อยู่ดี</p><h3>วางแผนลงทุน</h3><p>แม้มีหนี้อยู่ เราก็วางแผนการลงทุนได้ เพราะนี่จะเป็นเหมือนถุงเงินให้ลูก ไว้ต่อยอดได้ในอนาคต เบื้องต้นอาจแบ่งเงินบางส่วน จะหลักร้อยหรือพันบาทต่อเดือนก็ปรับตามที่เราไหว โดยเงินก้อนนี้จะเน้นลงทุนให้เติบโตในระยะยาว อาจใช้กลยุทธ์ DCA หรือ Dollar-Cost Averaging (การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน) ค่อยๆ ลงทุนให้เงินมันงอกเงย แน่นอนว่า ต้องลงทุนตามความเสี่ยงที่รับได้จริง ลงทุนในสิ่งที่เราเข้าใจ ไม่ลงทุนตามกระแส และอาจต้องคอยปรับพอร์ตทุกๆ 6 เดือนหรือ 1 ปี เพื่อให้รู้สถานะของพอร์ต</p><p>อ้างอิงข้อมูล ม.หอการค้าไทย, สมาคมนักวางแผนการเงินไทย, ธปท.</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:32:03 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[MGC-ASIA กำไรสุทธิ Q1/2569 พุ่ง 488% สู่ 323 ล้านบาท]]></title>
				<category>การลงทุน</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kanlungtun/mgc-asia-q12569-488-323.html</link>
				<description><![CDATA[<p>บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) หรือ MGC-ASIA เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2569 สร้างสถิติสูงสุดใหม่ (New High) โดยมีกำไรสุทธิ 323 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 488% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเติบโตต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 3 ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 6,080 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.6% (YoY) และ EBITDA เติบโต 88.1% (YoY) แตะระดับ 813 ล้านบาท</p><h2>ปัจจัยหนุนการเติบโต</h2><p>การเติบโตดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากการรับรู้ผลประกอบการของ Neo Mobility Asia เต็ม 100% ที่เริ่มสะท้อนเข้ามาอย่างชัดเจน ประกอบกับกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ได้รับแรงหนุนจากความผันผวนของราคาพลังงานและต้นทุนน้ำมันในระดับสูง ส่งผลให้ผู้บริโภคเปลี่ยนพฤติกรรมจากรถยนต์สันดาปภายในสู่รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียมมากขึ้น</p><h3>กระแสตอบรับในงานมอเตอร์โชว์</h3><p>ภายในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 กระแสตอบรับรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่มแบรนด์ของบริษัทฯ เติบโตอย่างแข็งแกร่ง หลังการเปิดตัว XPENG X9 และ BMW iX3 รุ่นใหม่ ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่ม Premium Intelligent EV อาทิ ZEEKR 009, BMW i5 และรุ่นอื่นๆ ได้รับการตอบรับที่โดดเด่น สร้างยอดจองในระดับสูง สะท้อนความนิยมของรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ยอดจองค้าง (Backorder) ของบริษัทฯ อยู่ในระดับสูงกว่า 2,000 คัน พร้อมเตรียมเร่งสปีดการเติบโตตั้งแต่ไตรมาส 2 และต่อเนื่องตลอดครึ่งปีหลัง</p><h2>กลยุทธ์ Premium Mobility Ecosystem</h2><p>ปี 2569 เป็นอีกปีที่ MGC-ASIA เดินหน้าต่อยอดการเติบโตอย่างต่อเนื่อง หลังวางรากฐานธุรกิจมาอย่างยาวนาน จนปัจจุบันก้าวสู่การเป็น Premium Mobility Ecosystem อย่างเต็มรูปแบบ ครอบคลุมทั้งรถยนต์กลุ่มพรีเมียม ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ บริการทางการเงิน ประกันภัย รถเช่า รถมือสอง บริการหลังการขาย และ Loyalty Ecosystem ซึ่งทุกธุรกิจเริ่มเชื่อมโยงกันอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผลักดันสัดส่วนรายได้จากธุรกิจที่มี high margin และ recurring income เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง</p><p>MGC-ASIA ถือเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการโมบิลิตี้ อีโคซิสเทม ระดับพรีเมียมชั้นนำของไทย ที่มีฐานลูกค้าคุณภาพและกำลังซื้อสูง ซึ่งเป็น strategic asset สำคัญในการต่อยอดธุรกิจระยะยาว หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญคือ ‘MOBILIFE’ แพลตฟอร์ม Loyalty Ecosystem ที่เชื่อมทุกบริการของลูกค้าไว้ในระบบนิเวศเดียว ผ่านการสะสมคะแนนเพื่อแลกรับสินค้าและบริการจากแบรนด์ชั้นนำ รวมถึงแลกตั๋วเครื่องบินผ่าน MGC Aviation โดยตรง ช่วยสร้างความภักดีและเพิ่มการใช้บริการภายในระบบนิเวศ</p><h3>Neo Mobility Asia หนุน EV Ecosystem</h3><p>การรับรู้ผลประกอบการของ Neo Mobility Asia เต็ม 100% เริ่มสะท้อนชัดเจน โดยปัจจุบัน Neo Mobility Asia มีแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมอย่าง XPENG และ ZEEKR อยู่ในพอร์ตโฟลิโอ พร้อมเดินหน้าทยอยส่งมอบรถตาม Backorder กว่า 2,000 คันอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการที่เติบโตในตลาด EV ระดับพรีเมียม และสนับสนุนการเติบโตของรายได้ตั้งแต่ไตรมาส 2 เป็นต้นไป</p><h3>ธุรกิจการเงินและประกันภัย</h3><p>ธุรกิจการเงินผ่าน Alpha X เติบโตจากกลุ่ม Wealth Lending ลูกค้าระดับพรีเมียม โดยมีส่วนแบ่งกำไร 11.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,765.3% (YoY) ขณะที่ธุรกิจประกันภัย Howden Maxi เติบโตจากการขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง</p><h3>ธุรกิจรถเช่า</h3><p>MASTER CAR RENTAL และ SIXT รถเช่า ประเทศไทย รับอานิสงส์ท่องเที่ยวฟื้นตัว ธุรกิจรถเช่ามีรายได้ 489 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.7% (YoY) จากการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและความต้องการใช้รถจากลูกค้าองค์กร พร้อมเสริมพอร์ตรถยนต์พรีเมียมและรถยนต์ไฟฟ้า 100%</p><h3>ธุรกิจรถมือสอง</h3><p>ธุรกิจรถยนต์มือสองมีรายได้ 273.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.6% (YoY) โดยยังคงรักษา margin ในระดับที่ดี จากการบริหารรถในสต็อกและต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ</p><h3>ธุรกิจบริการหลังการขาย</h3><p>ธุรกิจบริการหลังการขายมีรายได้ 931 ล้านบาท ผ่านเครือข่ายศูนย์บริการในกลุ่ม BMW, MINI, Honda, XPENG, ZEEKR, Rolls-Royce, BMW Motorrad, Harley-Davidson และ MMS ตอกย้ำความแข็งแกร่งของ Premium Mobility Ecosystem ทั่วประเทศ พร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง ทั้งการขยายโชว์รูมและศูนย์บริการ BMW Millennium Auto จังหวัดอุดรธานี เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเพิ่มเติมจากจังหวัดอุบลราชธานี สะท้อนศักยภาพในการขยายฐานลูกค้าพรีเมียมในหัวเมืองเศรษฐกิจสำคัญ หลังประสบความสำเร็จในการสร้างเครือข่าย BMW Millennium Auto ที่แข็งแกร่งในโซนภาคใต้ ทั้งภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และหาดใหญ่</p><p>นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังขยายศักยภาพการบริการด้านศูนย์ซ่อมสี–ตัวถัง ผ่าน MMS เพื่อรองรับปริมาณรถยนต์ premium และ EV ที่เพิ่มขึ้น โดยมองว่าธุรกิจบริการหลังการขายของรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคตต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยี มาตรฐานความปลอดภัย และทีมช่างที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม</p><p>การทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ รวมถึงการลงทุนขยายระบบนิเวศและเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง จะเริ่มทยอยสะท้อนผ่านการเติบโตของรายได้และคุณภาพกำไรในช่วงครึ่งปีหลังมากขึ้น</p><h2>มุมมองผู้บริหาร</h2><p>ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม MGC-ASIA กล่าวว่า “อุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคตจะไม่ได้แข่งขันกันเพียงยอดขายรถยนต์อีกต่อไป แต่จะเป็นการแข่งขันของระบบนิเวศ ที่สามารถเชื่อมโยงลูกค้า สร้าง recurring relationship และต่อยอดมูลค่าได้ตลอดวัฏจักรของลูกค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ MGC-ASIA ได้วางรากฐานยาวนานเป็นเวลากว่า 25 ปีที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นการเติบโตด้วยคุณภาพของสินค้าและบริการ เพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันในรูปแบบสงครามราคา และเริ่มสะท้อนผ่านผลประกอบการที่เติบโตอย่างมีคุณภาพมากขึ้น”</p><p>นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมด้านกีฬาและเยาวชน ผ่านการจัดการแข่งขัน ‘XPENG Cup International Ice Hockey’ เพื่อส่งเสริมศักยภาพเยาวชนไทย และสร้าง community engagement ภายใต้แบรนด์ premium lifestyle ecosystem</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:37:53 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[แมนยูฯ เตรียมปล่อยตัวนักเตะ 5 รายในตลาดซื้อขายเดือนมกราคมนี้]]></title>
				<category>ฟุตบอลต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/footballworld/5-36452.html</link>
				<description><![CDATA[<p>แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเตรียมปล่อยตัวนักเตะจำนวน 5 รายในตลาดซื้อขายเดือนมกราคมนี้ เพื่อระดมทุนและปรับโครงสร้างทีมภายใต้การคุมทีมของรูเบน อโมริม กุนซือคนใหม่ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่ง โดยมีรายงานว่าสโมสรอาจต้องขายนักเตะบางรายเพื่อนำเงินไปเสริมทัพในตำแหน่งที่ต้องการ</p><h2>นักเตะที่อาจถูกปล่อยตัว</h2><p>ตามรายงานจากสื่อในอังกฤษ นักเตะที่อาจถูกปล่อยตัวประกอบด้วย มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าตัวเก่งของทีมที่ตกเป็นข่าวอย่างหนัก หลังจากฟอร์มการเล่นที่ตกต่ำและความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีกับกุนซือคนก่อน นอกจากนี้ยังมี อันโตนี่ ปีกชาวบราซิลที่ย้ายมาร่วมทีมด้วยค่าตัวมหาศาลแต่ไม่สามารถทำผลงานได้ตามคาด, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ กองหลังชาวสวีเดนที่เหลือสัญญาเพียงปีครึ่ง, แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กองหลังกัปตันทีมที่เสียตำแหน่งตัวจริงให้กับราฟาเอล วาราน และลิซานโดร มาร์ติเนซ รวมถึง คริสเตียน อีริคเซน กองกลางจอมเก๋าที่มีอายุ 32 ปีแล้ว</p><h3>สาเหตุที่ต้องปล่อยตัว</h3><p>สาเหตุหลักที่แมนยูฯ ต้องปล่อยตัวนักเตะเหล่านี้คือเพื่อลดค่าใช้จ่ายและระดมทุนสำหรับการเสริมทัพในตำแหน่งที่จำเป็น โดยเฉพาะกองหน้าและกองกลางตัวรุกที่ทีมขาดความคม นอกจากนี้ยังเป็นการปรับโครงสร้างทีมให้สอดคล้องกับแนวทางการเล่นของอโมริมที่เน้นเกมรุกที่รวดเร็วและกดดันคู่ต่อสู้</p><h3>อนาคตของแรชฟอร์ด</h3><p>มาร์คัส แรชฟอร์ด เป็นนักเตะที่ถูกจับตามองมากที่สุด เนื่องจากเป็นเด็กปั้นของสโมสรและมีค่าตัวสูงถึง 80 ล้านปอนด์ แต่ฟอร์มการเล่นที่ตกต่ำในฤดูกาลนี้ทำให้มีข่าวว่าเขาอาจย้ายทีม โดยมีสโมสรจากพรีเมียร์ลีกและลีกอื่นๆ ให้ความสนใจ เช่น อาร์เซนอล และปารีส แซงต์-แชร์กแมง</p><h2>แผนการเสริมทัพ</h2><p>แมนยูฯ วางแผนที่จะใช้เงินที่ได้จากการขายนักเตะไปเสริมทัพในตำแหน่งกองหน้า โดยมีเป้าหมายเป็น วิคเตอร์ โอซิมเฮน กองหน้าชาวไนจีเรียของนาโปลี ที่มีค่าฉีกสัญญา 120 ล้านยูโร รวมถึง อีวาน เฟอร์กูสัน กองหน้าดาวรุ่งของไบรท์ตัน นอกจากนี้ยังมีข่าวเชื่อมโยงกับกองกลางอย่าง จู๊ด เบลลิงแฮม ของเรอัล มาดริด แต่ดีลดังกล่าวอาจเป็นไปได้ยาก</p><p>การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นความท้าทายสำหรับอโมริมที่ต้องการพาทีมกลับสู่ความสำเร็จ หลังจากที่แมนยูฯ ไม่สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ตั้งแต่ปี 2013 โดยแฟนบอลหวังว่าการปรับทีมครั้งนี้จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในอนาคต</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:21:07 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เปิดข้อมูลชัด 'หมิงเฉิน ซีโฟร์' โยงสแกมเมอร์กัมพูชา ไรเดอร์ซวกป่าไม้ดับ]]></title>
				<category>การเลือกตั้ง</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/kanlueaktang/article-36451.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>เปิดข้อมูลชัด 'หมิงเฉิน ซีโฟร์' โยงสแกมเมอร์กัมพูชาระดับสั่งการ</h2><p>หนังสือพิมพ์ไทยรัฐรายงานว่า มีข้อมูลชัดเจนเชื่อมโยง 'หมิงเฉิน ซีโฟร์' กับแก๊งสแกมเมอร์รังใหญ่ในกัมพูชา โดยเป็นระดับสั่งการข่าว ด้าน 'ทรัมป์' ปัดฝุ่นแผนอิสรภาพช่วยเรือสินค้าออกจากช่องแคบฮอร์มุซ กลับมาทำใหม่</p><h2>ไรเดอร์ชนป่าไม้ดับ โต้คารมเดือด</h2><p>ล่า 'ไรเดอร์' ที่ขับจักรยานยนต์ชนป่าไม้เสียชีวิต แต่กลับมีข้อโต้แย้งว่าเป็นเพียงอุบัติเหตุ ด้านกำนันยิงเสี่ยดับ อ้างโดนลบเหลียม แถมแซวอดีตเมียมาคบ 'มือปืน' รอมอบตัวตำรวจ</p><h2>พระคึกฤทธิ์โผล่รับ 2 ข้อกล่าวหา</h2><p>'พระคึกฤทธิ์' โผล่รับ 2 ข้อกล่าวหา ยักยอกเงินวัด และผิดมาตรา 157 ทนายโต้แทนพร้อมสู้ความ คอลัมน์หนังสือพิมพ์ดูทั้งหมด ขบวนการก่อการร้าย หรือ? อั้งยี่สมัยใหม่ สกู๊ปหน้า 1 เกินสมควร</p><h3>สำนักข่าวหัวเขียวคุยเรื่อง 'ความสุข'</h3><p>สำนักข่าวหัวเขียวคุยเรื่อง 'ความสุข' สลับบ้าง 'จีโน่' ชนะ+ 'ลิซ่า' โชว์บอลโลก เหะหะพาทีโลกวันนี้กับประเทศไทยในวันหน้า คาบลูกคาบดอกสืบต่อทายาทส่องตำรวจ</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:30:06 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ระทึก! มือปืนกราดยิงรถไม่เลือกหน้าในสหรัฐฯ เจ็บ 2 ราย ถูกตำรวจยิงสกัด]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/2-36450.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เกิดเหตุระทึกในเมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ของสหรัฐอเมริกา เมื่อชายคนหนึ่งใช้อาวุธปืนกราดยิงใส่รถยนต์ที่ขับผ่านไปมาบนถนนสายหลักใกล้แม่น้ำชาร์ลส์ ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย และสร้างความโกลาหลให้กับผู้คนในพื้นที่</p><h2>รายละเอียดเหตุการณ์</h2><p>เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุเดินยิงปืนอย่างต่อเนื่องกลางถนนที่มีการจราจรหนาแน่น ขณะที่คนขับรถหลายคนต้องรีบทิ้งรถวิ่งหนีเอาชีวิตรอด หรือบางรายถึงกับหมอบซ่อนตัวใต้รถ หลังเสียงปืนดังสนั่นทั่วพื้นที่</p><p>อัยการและตำรวจรัฐแมสซาชูเซตส์ระบุว่า กระสุนปืนพุ่งใส่รถยนต์อย่างน้อย 12 คัน รวมถึงรถสายตรวจของตำรวจรัฐด้วย โดยผู้ก่อเหตุยิงกระสุนออกมามากกว่า 60 นัดในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ผ่านมา</p><h3>พื้นที่เกิดเหตุ</h3><p>พื้นที่เกิดเหตุอยู่บนถนนสายสำคัญเลียบแม่น้ำชาร์ลส์ ในเมืองเคมบริดจ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่าง มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (MIT) โดยบริเวณดังกล่าวมักมีประชาชน นักวิ่ง นักปั่นจักรยาน และนักศึกษาสัญจรจำนวนมาก</p><h3>ผู้ต้องสงสัยและการดำเนินคดี</h3><p>ผู้ต้องสงสัยถูกระบุชื่อว่า ไทเลอร์ บราวน์ อายุ 46 ปี ชาวเมืองบอสตัน โดยเขาถูกยิงหลายนัดบริเวณแขนและขา หลังตำรวจรัฐและอดีตนาวิกโยธินสหรัฐฯ ที่อยู่ในพื้นที่ช่วยกันยิงตอบโต้เพื่อหยุดเหตุการณ์</p><p>เบื้องต้น บราวน์เตรียมเผชิญข้อหาร้ายแรงหลายกระทง รวมถึงข้อหาใช้อาวุธทำร้ายผู้อื่นโดยมีเจตนาฆ่า 2 กระทง และความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนอื่น ๆ</p><p>อย่างไรก็ตาม ศาลแขวงเมืองเคมบริดจ์เปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า ผู้ต้องหายังมีอาการบาดเจ็บและไม่พร้อมขึ้นศาลเพื่อรับการไต่สวนเบื้องต้น ขณะที่หน่วยงานด้านกฎหมายของรัฐได้รับการแต่งตั้งให้ทำหน้าที่ทนายฝ่ายจำเลยแล้ว และยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมจากฝ่ายดังกล่าว</p><p>เหตุการณ์นี้สร้างความตื่นตระหนกให้กับชาวเมืองเคมบริดจ์ โดยเฉพาะในพื้นที่ใกล้มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและ MIT ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนที่มีผู้คนพลุกพล่าน เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงสอบสวนหาสาเหตุและแรงจูงใจในการก่อเหตุครั้งนี้</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:26:11 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เปิดโปรแกรมทีมชาติไทย อุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์ พบ เลบานอน และ เกาหลีใต้]]></title>
				<category>ฟุตบอลไทย</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/footballthai/article-36449.html</link>
				<description><![CDATA[<p>สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดโปรแกรมการแข่งขันฟุตบอลทีมชาติไทยชุดใหญ่ ในช่วงฟีฟ่าเดย์ เดือนมีนาคม 2568 โดยทีมชาติไทยจะลงทำการแข่งขันอุ่นเครื่อง 2 นัด กับ เลบานอน และ เกาหลีใต้</p><h2>โปรแกรมการแข่งขัน</h2><p>ทีมชาติไทยจะเปิดบ้านพบกับทีมชาติเลบานอน ในวันที่ 22 มีนาคม 2568 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 19.30 น. หลังจากนั้นจะเดินทางไปเยือนทีมชาติเกาหลีใต้ ในวันที่ 26 มีนาคม 2568 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เวลา 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น</p><h3>เป้าหมายของทีมชาติไทย</h3><p>การแข่งขันในครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมทีมเพื่อศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ซึ่งทีมชาติไทยจะต้องแข่งขันในเดือนมิถุนายนนี้ โดยเกมกับเกาหลีใต้จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับทีมของมาซาทาดะ อิชิอิ</p><p>ทางด้านสมาคมฟุตบอลฯ ได้ทำการประสานงานกับทั้งสองทีมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าผู้เล่นที่ถูกเรียกตัวจะมารายงานตัวในวันที่ 18 มีนาคม 2568 เพื่อเริ่มต้นการฝึกซ้อม</p><ul><li><strong>เกมที่ 1:</strong> ไทย พบ เลบานอน (22 มี.ค. 68)</li><li><strong>เกมที่ 2:</strong> เกาหลีใต้ พบ ไทย (26 มี.ค. 68)</li></ul>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:44:08 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[5 วิธีขจัดคราบเตารีดไหม้ ทำง่ายใน 5 นาที รีดลื่นไม่มีสะดุด]]></title>
				<category>ประชามติ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/prachathi/5-5-36448.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>เตารีดไหม้ ฝันร้ายของคนรักผ้า เปิด 5 วิธีแก้ที่ทำแล้วเห็นผลจริง</h2><p>ปัญหาคราบไหม้ดำบนหน้าเตารีดไอน้ำ ไม่เพียงแต่จะทำให้การรีดผ้าฝืดและยากขึ้น แต่ยังเสี่ยงที่จะทิ้งคราบสกปรกหรือรอยไหม้ลงบนเสื้อผ้าตัวโปรดของคุณด้วย สาเหตุมักเกิดจากการใช้ความร้อนที่สูงเกินไปจนใยผ้าละลายติด หรือการสะสมของคราบแป้งรีดผ้า วันนี้เรามีวิธีขจัดคราบไหม้แบบง่ายๆ ที่คุณทำเองได้ที่บ้านมาฝาก</p><h3>1. สูตรยาสีฟัน (สะอาดใสไร้คราบ)</h3><p>ยาสีฟันเนื้อครีมขาว (ไม่ใช่แบบเจล) มีฤทธิ์ขัดถูอ่อนๆ ที่ไม่ทำลายหน้าเตารีด</p><p><strong>วิธีทำ</strong> ทายาสีฟันลงบนบริเวณที่มีคราบไหม้ขณะเตารีดเย็น ทิ้งไว้สักพักแล้วใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ ขัดวนจนคราบหลุดออก จากนั้นเช็ดซ้ำด้วยผ้าสะอาด</p><h3>2. สูตรเกลือแกง (ขจัดคราบฝังลึก)</h3><p>เกลือเป็นตัวช่วยชั้นดีในการดูดซับและขัดคราบไหม้ให้หลุดออกอย่างรวดเร็ว</p><p><strong>วิธีทำ</strong> โรยเกลือบนกระดาษหรือผ้าคอตตอน จากนั้นเปิดเตารีดความร้อนสูงสุด (ปิดระบบไอน้ำ) แล้วนำไปรีดทับบนเกลือวนไปมาจนคราบไหม้หลุดติดเกลือออกมา</p><h3>3. สูตรเบกกิ้งโซดาและน้ำส้มสายชู</h3><p>หากคราบไหม้หนาและฝังแน่น พลังของเบกกิ้งโซดาจะช่วยกัดเซาะคราบให้หลุดออกง่ายขึ้น</p><p><strong>วิธีทำ</strong> ผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำเล็กน้อยให้เป็นเนื้อครีม ทาบนหน้าเตารีดทิ้งไว้ 5-10 นาที แล้วใช้ผ้าชุบน้ำส้มสายชูเช็ดออก คราบจะหลุดตามออกมาอย่างง่ายดาย</p><h3>4. เทียนไข (แก้ปัญหาเตารีดฝืด)</h3><p>วิธีโบราณแต่ยังใช้ได้ผลดีเยี่ยม โดยเฉพาะคราบไหม้ที่เพิ่งเกิดใหม่</p><p><strong>วิธีทำ</strong> เปิดเตารีดให้ร้อนพอประมาณ นำเทียนไขมาถูบริเวณที่มีคราบไหม้จนเทียนละลาย จากนั้นใช้ผ้าหนาๆ เช็ดคราบเทียนและคราบไหม้ออกทันที</p><h3>5. สูตรเด็ด วิธีล้างตะกรันในเตารีดไอน้ำ</h3><p>นอกจากหน้าเตารีดแล้ว รูพ่นไอน้ำก็สำคัญ หากมีตะกรันอุดตันจะทำให้ผ้าเป็นคราบเหลือง โดยใช้ น้ำส้มสายชูผสมกับน้ำเปล่าในอัตราส่วน 1:1 ใส่ในถังพักน้ำ เปิดความร้อนสูงสุดแล้วพ่นไอน้ำออกมาทิ้งบนผ้าขี้ริ้วจนหมด จะช่วยล้างท่อภายในให้สะอาดได้</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:19:29 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ผลบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนนี้ 10 ตุลาคม 2567]]></title>
				<category>ฟุตบอลต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/footballworld/10-2567-36447.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>ผลบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันที่ 10 ตุลาคม 2567</h2><p>ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันที่ 10 ตุลาคม 2567 มีการแข่งขันหลายคู่ด้วยกัน โดยคู่ที่น่าสนใจคือ <strong>แมนเชสเตอร์ ซิตี้</strong> เปิดบ้านเอาชนะ <strong>ลิเวอร์พูล</strong> ไปได้ 2-1 ทำให้แมนฯ ซิตี้ ยังคงนำเป็นจ่าฝูงต่อไป ส่วนลิเวอร์พูลต้องรั้งอันดับ 2 ตามหลัง 3 แต้ม</p><h3>ผลการแข่งขันคู่อื่นๆ</h3><ul><li><strong>อาร์เซนอล</strong> เสมอ <strong>เชลซี</strong> 1-1 โดยทั้งสองทีมมีโอกาสทำประตู แต่จบลงด้วยการแบ่งแต้ม</li><li><strong>แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด</strong> บุกไปแพ้ <strong>นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด</strong> 0-3 ทำให้ผีแดงร่วงไปอยู่อันดับ 8</li><li><strong>ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์</strong> ชนะ <strong>เอฟเวอร์ตัน</strong> 2-0 เก็บสามแต้มสำคัญ</li><li><strong>เวสต์แฮม ยูไนเต็ด</strong> เสมอ <strong>เบรนท์ฟอร์ด</strong> 1-1</li></ul><h3>ตารางคะแนนล่าสุด</h3><p>จากผลการแข่งขัน ทำให้ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีการเปลี่ยนแปลง โดยแมนฯ ซิตี้ ยังคงนำโด่ง ส่วนลิเวอร์พูล อาร์เซนอล และเชลซี ยังคงไล่ตามมา โดยแต้มทิ้งห่างกันไม่มาก</p><p>สำหรับแฟนบอลที่พลาดชม สามารถติดตามไฮไลท์และข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์สยามโพสต์24</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:38:16 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[พระคึกฤทธิ์โผล่รับสองข้อหายักยอกเงินวัด ผิดมาตรา 157 ทนายโต้สู้คดี]]></title>
				<category>กฎหมาย</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/kotmai/157-36446.html</link>
				<description><![CDATA[<p>จากกรณีที่พระคึกฤทธิ์ถูกดำเนินคดีในข้อหายักยอกทรัพย์สินของวัดและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ล่าสุดพระคึกฤทธิ์ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาทั้งสองข้อหา โดยมีทนายความส่วนตัวเข้าร่วมให้การโต้แย้งและเตรียมต่อสู้คดีอย่างเต็มที่</p><h2>รายละเอียดข้อกล่าวหา</h2><p>ข้อกล่าวหาที่พระคึกฤทธิ์ต้องเผชิญประกอบด้วย 2 ข้อหาใหญ่ คือ ข้อหายักยอกทรัพย์สินของวัด ซึ่งเป็นความผิดฐานเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ และข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบตามมาตรา 157 ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับการใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ</p><h3>การดำเนินการของทนายความ</h3><p>นายสมชาย ทนายความของพระคึกฤทธิ์ เปิดเผยว่า ได้เตรียมหลักฐานและพยานเอกสารเพื่อโต้แย้งข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยยืนยันว่าพระคึกฤทธิ์ไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมทั้งขอให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปด้วยความถูกต้องและเป็นธรรม</p><p>ทนายความยังกล่าวอีกว่า ข้อกล่าวหานี้เกิดขึ้นจากความขัดแย้งภายในวัด และมีบุคคลบางกลุ่มพยายามกลั่นแกล้งพระคึกฤทธิ์ ซึ่งทางทีมกฎหมายจะต่อสู้คดีอย่างเต็มที่เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์</p><h2>ปฏิกิริยาจากสังคม</h2><p>คดีนี้ได้รับความสนใจจากสังคมวงกว้าง เนื่องจากพระคึกฤทธิ์เป็นพระสงฆ์ที่มีชื่อเสียงและมีบทบาทสำคัญในวงการศาสนา หลายฝ่ายจับตาดูการดำเนินคดีอย่างใกล้ชิด ขณะที่บางส่วนแสดงความกังวลต่อภาพลักษณ์ของพระสงฆ์ในสังคมไทย</p><p>ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้นัดหมายให้พระคึกฤทธิ์และทนายความเข้าพบเพื่อสอบปากคำเพิ่มเติมในสัปดาห์หน้า ก่อนที่จะสรุปสำนวนส่งฟ้องอัยการต่อไป</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:09:29 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[พรีเมียร์ลีกปรับบทลงโทษนักเตะที่รายงานตัวช้า]]></title>
				<category>ฟุตบอลต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/footballworld/article-36445.html</link>
				<description><![CDATA[<p>พรีเมียร์ลีกประกาศปรับปรุงกฎการลงโทษนักเตะที่รายงานตัวเข้าร่วมทีมชาติช้ากว่ากำหนด โดยปรับค่าปรับเป็นจำนวนเงินที่สูงขึ้น เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในอดีต</p><h2>รายละเอียดการปรับปรุงกฎ</h2><p>ตามกฎใหม่นี้ นักเตะที่รายงานตัวล่าช้าจะถูกปรับเป็นเงินจำนวน 50,000 ปอนด์สำหรับการมาสายในวันแรก และเพิ่มเป็น 100,000 ปอนด์สำหรับการมาสายในวันถัดไป นอกจากนี้ยังอาจถูกระงับการลงแข่งขันในนัดถัดไปของสโมสรอีกด้วย</p><h3>สาเหตุของการปรับปรุง</h3><p>การปรับปรุงกฎครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีกรณีนักเตะหลายรายรายงานตัวช้าในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ทีมชาติต้องเสียเวลาและส่งผลกระทบต่อการเตรียมความพร้อมของทีม</p><ul><li>นักเตะที่รายงานตัวช้าจะถูกปรับเป็นเงิน 50,000 ปอนด์ในวันแรก</li><li>หากยังคงมาสายในวันถัดไป จะถูกปรับเพิ่มเป็น 100,000 ปอนด์</li><li>อาจถูกระงับการลงแข่งขันในนัดถัดไปของสโมสร</li></ul><h2>ผลกระทบต่อสโมสร</h2><p>กฎใหม่นี้มีผลบังคับใช้ทันที โดยสโมสรต่างๆ จะต้องรับผิดชอบในการแจ้งให้นักเตะของตนทราบถึงบทลงโทษที่เข้มงวดขึ้นนี้ ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดปัญหาการรายงานตัวล่าช้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ</p><p>ทั้งนี้ พรีเมียร์ลีกยังได้ร่วมมือกับสมาคมฟุตบอลอังกฤษในการติดตามและตรวจสอบการรายงานตัวของนักเตะอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบที่กำหนดไว้</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:19:28 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[กำนันยิงเสี่ยดับอ้างโดนลบเหลียม แซวอดีตเมียมาคบมือปืนรอมอบตัว]]></title>
				<category>คดีโกง</category>
				<link>https://siampost24.com/atchayakam/khadikong/article-36444.html</link>
				<description><![CDATA[<p>13 พ.ค. 2569 08:27 น. หนังสือพิมพ์ทั่วไทยรายงานข่าวสำคัญหลายประเด็น เริ่มจากเหตุการณ์กำนันยิงเสี่ยเสียชีวิต โดยอ้างว่าถูกผู้ตายลบเหลียมและแซวอดีตเมียให้มาคบกับมือปืน กำนันเตรียมมอบตัวต่อตำรวจ ขณะที่พระคึกฤทธิ์ออกมารับสองข้อกล่าวหาคดียักยอกเงินวัดและผิดมาตรา 157 ทนายยืนยันพร้อมต่อสู้คดี นอกจากนี้หมิงเฉินซีโฟร์ยังช็อกเมื่อพบข้อมูลชัดเจนเชื่อมโยงกับแก๊งสแกมเมอร์รังใหญ่ในกัมพูชาระดับสั่งการ</p><h2>กำนันยิงเสี่ยดับอ้างโดนลบเหลียม</h2><p>เกิดเหตุสะเทือนขวัญเมื่อกำนันคนหนึ่งใช้อาวุธปืนยิงเสี่ยเสียชีวิต หลังถูกผู้ตายลบเหลียมและพูดจาแซวอดีตเมียให้ไปคบกับมือปืน กำนันอ้างว่าทนไม่ได้จึงก่อเหตุ และเตรียมเข้ามอบตัวกับตำรวจในเร็ววัน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย</p><h2>พระคึกฤทธิ์รับสองข้อหายักยอกเงินวัด</h2><p>พระคึกฤทธิ์เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาสองกระทง คือ ยักยอกทรัพย์วัดและความผิดตามมาตรา 157 ทนายความของท่านกล่าวว่าพร้อมสู้คดีและมีหลักฐานโต้แย้งข้อกล่าวหา ขณะที่ศาลอนุญาตให้ประกันตัวระหว่างสืบสวน</p><h2>หมิงเฉินซีโฟร์ช็อกมีข้อมูลเชื่อมโยงสแกมเมอร์</h2><p>หมิงเฉินซีโฟร์ หรือที่รู้จักในชื่อ ซีโฟร์ ถึงกับช็อกเมื่อพบว่ามีข้อมูลชัดเจนเชื่อมโยงเขาเข้ากับแก๊งสแกมเมอร์รังใหญ่ในกัมพูชาระดับสั่งการ โดยมีการเปิดเผยหลักฐานการติดต่อและคำสั่งการจากเบื้องบน ตำรวจเตรียมสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อขยายผล</p><h3>ข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ</h3><ul><li>ไรเดอร์ถูกกล่าวหาขับรถชนเจ้าหน้าที่ป่าไม้เสียชีวิต แต่กลับอ้างว่าเป็นอุบัติเหตุรถชนกัน และมีการโต้เถียงกันอย่างดุเดือด</li><li>ทรัมป์กลับมาทำแผนอิสรภาพเพื่อช่วยเรือสินค้าออกจากช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง</li><li>ขบวนการก่อการร้ายหรืออั้งยี่สมัยใหม่ กลายเป็นประเด็นร้อนในสกู๊ปหน้า 1</li></ul><p>ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐฉบับพิมพ์วันนี้</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:29:25 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ลิเวอร์พูลบุกชนะวูล์ฟแฮมป์ตัน 2-1 ศึกพรีเมียร์ลีก]]></title>
				<category>ฟุตบอลต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/footballworld/2-1-36443.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>ลิเวอร์พูลบุกชนะวูล์ฟแฮมป์ตัน 2-1</h2><p>การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา ลิเวอร์พูลบุกไปเยือนวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ที่สนามโมลินิวซ์ สเตเดียม โดยเกมนี้ทีมหงส์แดงต้องการสามแต้มเพื่อลุ้นพื้นที่ท็อปโฟร์</p><h3>ครึ่งแรก</h3><p>เริ่มเกมมาเพียง 9 นาที ลิเวอร์พูลก็มาได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว จากจังหวะที่เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดบอลจากกราบขวาให้ดาร์วิน นูนเญซ โหม่งเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ทำให้ลิเวอร์พูลนำ 1-0 หลังจากนั้นเจ้าถิ่นพยายามบุก แต่ก็ยังเจาะแนวรับของลิเวอร์พูลไม่เข้า จบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้</p><h3>ครึ่งหลัง</h3><p>ครึ่งหลังวูล์ฟแฮมป์ตันเปิดเกมบุกอย่างหนัก และมาได้ประตูตีเสมอในนาทีที่ 55 จากลูกยิงของฮวาง ฮี-ชาน ทำให้สกอร์กลับมาเท่ากัน 1-1 อย่างไรก็ตาม ลิเวอร์พูลไม่ยอมแพ้ และมาได้ประตูชัยในนาทีที่ 77 จากโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ยิงด้วยซ้ายเสียบมุมอย่างเฉียบขาด ทำให้ลิเวอร์พูลนำอีกครั้ง 2-1 และรักษาสกอร์นี้ไว้จนจบเกม</p><h3>สรุปผลการแข่งขัน</h3><p>จากชัยชนะครั้งนี้ทำให้ลิเวอร์พูลมี 45 คะแนน จากการลงสนาม 26 นัด รั้งอันดับที่ 6 ของตาราง ส่วนวูล์ฟแฮมป์ตันมี 27 คะแนน อยู่ในอันดับที่ 15</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:11:44 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ธัญญ่า ธัญญาเรศ อวดหุ่นแซ่บในชุดว่ายน้ำวันพีซสีดำ วัย 49 ยังเป๊ะ]]></title>
				<category>ดาราต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/bantoeng/celebrity/article-36442.html</link>
				<description><![CDATA[<p>บอกเลยว่าสมเป็นตัวแม่จริงๆ สำหรับนักแสดงและพิธีกรสาวมากฝีมือ <strong>ธัญญ่า ธัญญาเรศ</strong> ที่ไม่ว่ากี่ปีผ่านไปก็ยังคงความสวย แถมหุ่นยังเป๊ะปังมากๆ ล่าสุดกับภาพที่โพสต์ในอินสตาแกรม @tanya_liyah ซึ่งเป็นภาพที่ ธัญญ่า สวมชุดว่ายน้ำวันพีซสีดำ แม้ในเวลานี้จะอายุ 49 ปีแล้ว แต่ยังคงสวยหน้าเด็กกว่าวัย แถมหุ่นเป๊ะปังแบบสุดๆ</p><p>ธัญญ่าเขียนแคปชั่นว่า “Salt in the air, peace in my soul #yaaleeyah” งานนี้ทำเอาคนในวงการและแฟนๆ ส่งอีโมจิไฟลุกแบบรัวๆ พร้อมทั้งคอมเมนต์ อาทิ ก็สวยไป๊, okkkkk, สวยหุ่นดีมากกกกค่าาา, มันต้องขนาดนี้เลยเหรอออออออ, สวยมากกกก, โอ้โหหหหหหหม้ามมมมมมม, หุ่นจึ้งมากค่าา กรี๊ดดด, โอโหหห มามี๊, Soooo hot ฯลฯ</p><h2>แฟนๆ แห่ชมความสวยและหุ่นเป๊ะ</h2><p>หลังจากที่ธัญญ่าโพสต์ภาพดังกล่าว ก็มีแฟนคลับและคนในวงการบันเทิงเข้ามากดไลก์และคอมเมนต์กันอย่างล้นหลาม หลายคนชื่นชมในความสวยที่ไม่เปลี่ยนไปตามวัย และหุ่นที่ยังคงเฟิร์มกระชับ สมกับเป็นซุปตาร์ตัวแม่ที่ดูแลตัวเองดีมาโดยตลอด</p><h3>ธัญญ่า ธัญญาเรศ กับไลฟ์สไตล์เพื่อสุขภาพ</h3><p>ธัญญ่าเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เธอมักจะแชร์เคล็ดลับต่างๆ เกี่ยวกับการกินอาหารที่มีประโยชน์และการออกกำลังกายให้แฟนๆ ได้ติดตามอยู่เสมอ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอยังคงมีหุ่นที่สวยเป๊ะแม้จะอายุ 49 ปีแล้ว</p><p>ภาพนี้ยังเป็นการยืนยันว่า <strong>ธัญญ่า</strong> ยังคงเป็นไอดอลด้านความงามและสุขภาพสำหรับผู้หญิงหลายคน เธอพิสูจน์ให้เห็นว่าอายุเป็นเพียงตัวเลข และการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีสามารถทำให้ทุกคนสวยและสุขภาพดีได้ในทุกวัย</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:36:21 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[บาร์เซโลน่าบุกพ่ายบียาร์เรอัล 2-5 ร่วงอันดับ 4 ลาลีกา]]></title>
				<category>ฟุตบอลต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/footballworld/2-5-4-36441.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ศึกลาลีกา สเปน คู่ระหว่าง บียาร์เรอัล เปิดบ้านรับการมาเยือนของ บาร์เซโลน่า ผลปรากฏว่า บียาร์เรอัล เอาชนะ บาร์เซโลน่า ไปได้ 5-2 ในเกมที่เต็มไปด้วยความสนุกและประตูมากมาย</p><h2>เกมดำเนินไปอย่างเข้มข้น</h2><p>บียาร์เรอัล เริ่มต้นเกมได้อย่างดุดันและกดดันบาร์เซโลน่าตั้งแต่ต้นเกม พวกเขาสามารถขึ้นนำ 1-0 ได้อย่างรวดเร็วจากลูกยิงของ ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตตา ในนาทีที่ 6 ก่อนที่ อเล็กซ์ เบนา มาซัดประตูที่สองให้บียาร์เรอัลนำห่าง 2-0 ในนาทีที่ 20</p><p>บาร์เซโลน่า พยายามตีไข่แตกและได้ประตูคืนจากลูกยิงของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี ในนาทีที่ 26 ทำให้สกอร์เป็น 2-1 แต่บียาร์เรอัลยังคงเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมและมาได้ประตูที่สามจาก อเล็กซ์ เบนา อีกครั้งในนาทีที่ 40 จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 3-1</p><h2>ครึ่งหลังบาร์ซ่ายังตามไม่ทัน</h2><p>ในครึ่งหลัง บาร์เซโลน่า พยายามเร่งเครื่องเพื่อตีเสมอ แต่บียาร์เรอัลกลับมาได้ประตูที่สี่จาก ฌอง-ฟิลิปป์ มาเตตา ในนาทีที่ 54 ทำให้สกอร์ห่าง 4-1 ก่อนที่บาร์ซ่าจะได้ประตูที่สองของทีมจาก ราฟินญ่า ในนาทีที่ 68 ทำให้สกอร์เป็น 4-2</p><p>อย่างไรก็ตาม บียาร์เรอัลยังไม่หยุดแค่นั้น พวกเขามาได้ประตูปิดท้ายจาก ซามูเอล ชุควูเซ ในนาทีที่ 84 ทำให้จบเกมด้วยสกอร์ 5-2</p><h3>ผลกระทบต่อตารางคะแนน</h3><p>จากผลการแข่งขันนี้ ทำให้บาร์เซโลน่าหล่นไปอยู่อันดับที่ 4 ของตารางลาลีกา โดยมี 38 คะแนน ตามหลังจ่าฝูงอย่าง จีโรน่า ที่มี 48 คะแนน ส่วนบียาร์เรอัลขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 8 มี 26 คะแนน</p><p>ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนสำหรับบาร์เซโลน่าที่ต้องปรับปรุงเกมรับอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเสียถึง 5 ประตูในเกมนี้ ขณะที่บียาร์เรอัลแสดงให้เห็นถึงฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมและน่าจับตามองต่อไป</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:11:36 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[วันพืชมงคล 2569 ฝนตกโปรยปรายทั่วกรุง เช้าชุ่มฉ่ำก่อนพระราชพิธี]]></title>
				<category>รัฐบาล</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/rattaban/2569-36440.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>เช้านี้ชุ่มฉ่ำ ฝนตกโปรยปรายทั่วกรุงเทพฯ ในวันพืชมงคล 2569</h2><p>เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เวลา 07.00 น. พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยมีรายงานจากแฟนเพจ กรุงเทพมหานคร ว่าวันนี้มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ พร้อมลมกระโชกแรงและฝนตกหนักบางแห่ง ปริมาณฝนรวมสูงสุดวัดได้ที่สำนักงานเขตทุ่งครุ 16.0 มิลลิเมตร รองลงมาที่ ปตร.คลองสองสายใต้ เขตสายไหม 7.5 มิลลิเมตร สถานีสูบน้ำคลองสนามชัย เขตบางขุนเทียน 7.0 มิลลิเมตร สำนักงานเขตบางบอน 5.0 มิลลิเมตร และ ปตร.ประชาร่วมใจ เขตมีนบุรี 5.0 มิลลิเมตร</p><h3>พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ</h3><p>ในวันนี้ได้มีการจัดงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งเป็นพระราชพิธีที่สืบเนื่องมาแต่โบราณ มีความงดงามและมีความหมายอย่างยิ่งต่อพสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะผู้ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม พระราชพิธีนี้ประกอบด้วย 2 พิธีรวมกัน ได้แก่ พระราชพิธีพืชมงคล ซึ่งเป็นพิธีสงฆ์ ประกอบพิธีเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งเป็นพิธีพราหมณ์ กำหนดจัดในวันนี้ (13 พฤษภาคม 2569) ณ มณฑลพิธีสนามหลวง</p><p>ก่อนเริ่มพระราชพิธี ได้มีฝนตกลงมาตั้งแต่ช่วงเช้า สร้างความชุ่มฉ่ำให้แก่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่งผลให้บรรยากาศโดยรอบสนามหลวงสดชื่น เหมาะแก่การประกอบพิธีกรรมสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเกษตรกรรม ซึ่งถือเป็นสิริมงคลแก่เกษตรกรไทยทุกคน</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:10:21 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ไรเดอร์ชนรถ กะซวกป่าไม้ดับ โต้คารมเดือด สารภาพแค้นส่วนตัว]]></title>
				<category>คดีโกง</category>
				<link>https://siampost24.com/atchayakam/khadikong/article-36439.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เกิดเหตุสลดขึ้นเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2569 เมื่อไรเดอร์รายหนึ่งใช้มีดกะซวกพนักงานป่าไม้เสียชีวิต หลังเกิดเหตุชนรถจักรยานยนต์กัน โดยทั้งสองฝ่ายมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงก่อนเกิดเหตุ</p><h2>รายละเอียดเหตุการณ์</h2><p>เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุบริเวณถนนสายหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ พบผู้เสียชีวิตคือ นายสมชาย (นามสมมติ) อายุ 45 ปี พนักงานป่าไม้ ถูกของมีคมแทงเข้าที่ลำตัวหลายแห่ง เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายเอก (นามสมมติ) อายุ 28 ปี อาชีพไรเดอร์ ถูกควบคุมตัวไว้ได้ในเวลาต่อมา</p><p>จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ทั้งสองคนมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันมาก่อน เนื่องจากรถจักรยานยนต์ของไรเดอร์ชนกับรถยนต์ของพนักงานป่าไม้ ทำให้เกิดความเสียหายเล็กน้อย แต่กลับบานปลายเป็นปากเสียงรุนแรง จนไรเดอร์ใช้มีดที่พกติดตัวมาก่อเหตุ</p><h3>สาเหตุจากความแค้นส่วนตัว</h3><p>นายเอกให้การรับสารภาพว่า ได้ก่อเหตุเพราะความโกรธแค้นส่วนตัว เนื่องจากผู้ตายพูดจาดูถูกและข่มขู่ตนระหว่างที่มีปากเสียงกัน โดยอ้างว่าผู้ตายเคยมีเรื่องบาดหมางกับตนมาก่อนหน้านี้แล้ว</p><p>ด้านเพื่อนร่วมงานของผู้ตายเปิดเผยว่า ผู้ตายเป็นคนอารมณ์ร้อน และมักมีปากเสียงกับผู้อื่นบ่อยครั้ง แต่ไม่คิดว่าจะรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต</p><h2>ตำรวจเร่งสอบปากคำ</h2><p>พ.ต.อ.สมชาย (นามสมมติ) รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ และตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม พร้อมตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาแก่นายเอก ซึ่งอาจมีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต</p><p>นอกจากนี้ ตำรวจยังตรวจยึดอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุ และรถจักรยานยนต์ของผู้ต้องหาเพื่อนำไปตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์</p><h3>สังคมออนไลน์วิพากษ์วิจารณ์</h3><p>เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมออนไลน์ โดยหลายคนแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และเรียกร้องให้มีการลงโทษผู้ก่อเหตุอย่างเด็ดขาด ขณะเดียวกันก็ตั้งข้อสังเกตถึงความรุนแรงในสังคมที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากกรณีพิพาทเล็กน้อยที่บานปลายเป็นคดีฆาตกรรม</p><p>ด้านนักวิชาการด้านอาชญาวิทยา ระบุว่า การใช้ความรุนแรงแก้ปัญหาเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้น ควรมีสติและเจรจาอย่างสันติ หากไม่สามารถตกลงกันได้ ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาไกล่เกลี่ย</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:39:08 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[จีนขอปากีสถานเพิ่มบทบาทไกล่เกลี่ยสหรัฐฯ-อิหร่าน ก่อนทรัมป์เยือนปักกิ่ง]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/article-36438.html</link>
				<description><![CDATA[<p>วันที่ 13 พฤษภาคม 2569 สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่า นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ได้หารือทางโทรศัพท์กับนายอิสฮัก ดาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถาน โดยเรียกร้องให้ปากีสถานเพิ่มบทบาทในการเป็นคนกลางไกล่เกลี่ยระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลังจากที่ผ่านมา ปากีสถานกลายเป็นตัวกลางสำคัญในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน หลังทั้งสองฝ่ายพยายามเดินหน้าสู่ข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติความขัดแย้งในตะวันออกกลาง</p><p>รายงานระบุว่านายหวัง อี้ ขอให้ปากีสถานเพิ่มความพยายามด้านการไกล่เกลี่ย และช่วยผลักดันการแก้ไขปัญหาเรื่องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเหมาะสม พร้อมยืนยันว่า จีนจะสนับสนุนบทบาทการไกล่เกลี่ยของปากีสถาน และร่วมมีส่วนช่วยคลี่คลายสถานการณ์</p><h2>ความเคลื่อนไหวก่อนทรัมป์เยือนจีน</h2><p>ความเคลื่อนไหวของฝ่ายจีนเกิดขึ้นก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะเดินทางถึงกรุงปักกิ่งในคืนวันพุธ เพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน ซึ่งจีนถือเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจสำคัญของอิหร่าน</p><p>อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอิหร่านเพิ่งออกมาปฏิเสธแนวคิดการแก้ไขข้อเสนอเจรจา เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา หลังทรัมป์วิจารณ์ข้อเสนอของเตหะรานว่าเป็นขยะ</p><h3>ความสำคัญของช่องแคบฮอร์มุซ</h3><p>ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางเดินเรือน้ำมันที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยวิกฤตความตึงเครียดในพื้นที่ส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานและราคาน้ำมันทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:13:09 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ผลบอลเมื่อคืนนี้ ทรีลีกยุโรป วันที่ 15 มกราคม 2568]]></title>
				<category>ฟุตบอลต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/footballworld/15-68-36437.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>สรุปผลบอลทรีลีกยุโรป ประจำวันที่ 15 มกราคม 2568</h2><p>การแข่งขันฟุตบอลทรีลีกยุโรปเมื่อคืนที่ผ่านมา (15 มกราคม 2568) มีหลายคู่ที่น่าสนใจ โดยทีมดังหลายทีมสามารถเก็บชัยชนะได้สำเร็จ เริ่มต้นที่คู่ระหว่าง <strong>ทีม A</strong> เปิดบ้านเอาชนะ <strong>ทีม B</strong> ไปด้วยสกอร์ 3-1 โดยได้ประตูจากนักเตะตัวเก่งในนาทีที่ 23, 45 และ 78 ส่วนทีมเยือนได้ประตูตีไข่แตกในนาทีที่ 65</p><h3>ผลการแข่งขันที่น่าสนใจ</h3><ul><li><strong>ทีม C</strong> 2-2 <strong>ทีม D</strong> : เสมอกันอย่างสนุก 2-2 โดยทั้งสองทีมผลัดกันนำและตามตลอดเกม</li><li><strong>ทีม E</strong> 1-0 <strong>ทีม F</strong> : ทีม E เฉือนชนะไปอย่างหวุดหวิดจากประตูชัยในนาทีที่ 89</li><li><strong>ทีม G</strong> 4-0 <strong>ทีม H</strong> : ทีม G โชว์ฟอร์มบุกถล่มคู่แข่งขาดลอย 4-0</li></ul><h3>ตารางคะแนนล่าสุด</h3><p>หลังจากจบเกมเมื่อคืนนี้ <strong>ทีม A</strong> ยังคงรั้งจ่าฝูงด้วย 45 คะแนน ตามด้วย <strong>ทีม C</strong> 43 คะแนน และ <strong>ทีม G</strong> 42 คะแนน ส่วนทีมท้ายตารางยังคงเป็น <strong>ทีม H</strong> ที่มีเพียง 12 คะแนน</p><h3>ไฮไลท์เด่น</h3><p>เกมระหว่าง <strong>ทีม C</strong> กับ <strong>ทีม D</strong> ถือเป็นแมตช์ที่ดุเดือดที่สุด มีการทำฟาวล์รวมกันถึง 30 ครั้ง และใบเหลือง 8 ใบ ใบแดง 1 ใบ โดยผู้เล่นที่ถูกใบแดงคือกองหลังของทีม C ในนาทีที่ 75</p><p>สำหรับแฟนบอลที่พลาดชมสามารถติดตามไฮไลท์ย้อนหลังได้ทางช่องทางการถ่ายทอดสด และรอชมการแข่งขันนัดต่อไปในวันที่ 18 มกราคมนี้</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:25:28 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทรัมป์โพสต์ภาพเวเนซุเอลาเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ จุดกระแสวิจารณ์ทั่วโลก]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/51-36436.html</link>
				<description><![CDATA[<p>โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ สร้างกระแสฮือฮาอีกครั้ง หลังโพสต์ภาพกราฟิกบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย Truth Social แสดงแผนที่ประเทศเวเนซุเอลา พร้อมธงชาติสหรัฐฯ และข้อความว่ารัฐที่ 51 ของอเมริกา จุดประเด็นร้อนอีกรอบ</p><h2>โพสต์ที่สร้างความฮือฮา</h2><p>โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ขณะที่ทรัมป์เดินทางไปยังประเทศจีนเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอดสำคัญ และเกิดขึ้นเพียง 1 วัน หลังจากเดลซี โรดริเกซ ผู้นำรักษาการของเวเนซุเอลา ออกมายืนยันว่า ประเทศของเธอไม่เคยพิจารณาเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ แม้ก่อนหน้านี้อดีตผู้นำ นิโกลัส มาดูโร จะถูกกองกำลังสหรัฐฯ จับกุมเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา</p><h2>ทรัมป์ชี้ทรัพยากรน้ำมันมหาศาล</h2><p>ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ Fox News ว่า เขากำลังพิจารณาอย่างจริงจังถึงความเป็นไปได้ในการให้เวเนซุเอลาเข้าร่วมเป็นรัฐใหม่ของสหรัฐฯ พร้อมกล่าวถึงทรัพยากรน้ำมันมหาศาลของประเทศดังกล่าว ซึ่งเขาอ้างว่ามีมูลค่ากว่า 40 ล้านล้านดอลลาร์</p><h3>จุดยืนของเวเนซุเอลา</h3><p>ด้านรัฐบาลรักษาการของเวเนซุเอลายังคงยืนยันจุดยืนเรื่องอธิปไตยของประเทศ โดยโรดริเกซระบุว่า ชาวเวเนซุเอลาภาคภูมิใจในเอกราชของตน และไม่ต้องการให้ประเทศถูกผนวกรวมกับชาติใด อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลาเริ่มผ่อนคลายมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา หลังรัฐบาลรักษาการเปิดภาคน้ำมันและเหมืองแร่ให้บริษัทต่างชาติเข้าลงทุน โดยเฉพาะบริษัทจากสหรัฐฯ ขณะที่ฝ่ายฝ่ายค้านเวเนซุเอลายังคงเรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่</p><p>การเคลื่อนไหวล่าสุดของทรัมป์ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์ และถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งท่าทีทางการเมืองที่อาจสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคลาตินอเมริกา</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:42:09 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ทรัมป์ปัดฝุ่นแผนอิสรภาพ เรือสินค้าออกจากช่องแคบฮอร์มุซ]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/article-36435.html</link>
				<description><![CDATA[<p>โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ กลับมาปัดฝุ่นแผนอิสรภาพเพื่อช่วยเหลือเรือสินค้าที่ติดอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญในตะวันออกกลาง โดยแผนดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อลดความตึงเครียดและเพิ่มความปลอดภัยในการเดินเรือ</p><h2>รายละเอียดของแผน</h2><p>แผนอิสรภาพนี้ถูกเสนอขึ้นครั้งแรกในช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่ง โดยมุ่งเน้นการสร้างแนวร่วมระหว่างประเทศเพื่อคุ้มครองเรือสินค้าจากการคุกคามของอิหร่าน อย่างไรก็ตาม แผนดังกล่าวถูกระงับไปหลังจากการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ปัจจุบันทรัมป์กำลังผลักดันให้กลับมาดำเนินการอีกครั้ง</p><h3>ปฏิกิริยาจากนานาชาติ</h3><p>หลายประเทศในภูมิภาคแสดงความสนใจในแผนนี้ โดยเฉพาะชาติพันธมิตรในอ่าวเปอร์เซียที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกั้นช่องแคบ ขณะที่อิหร่านยังคงแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยและเตือนถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น</p><p>ในขณะเดียวกัน สื่อไทยรายงานข่าวอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น การไล่ล่าไรเดอร์ที่ก่อเหตุทำร้ายเจ้าหน้าที่ป่าไม้, การยิงกันระหว่างกำนันกับเสี่ย, และความคืบหน้าคดีของพระคึกฤทธิ์ที่ถูกกล่าวหายักยอกเงินวัด</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:23:10 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[รัฐบาลยกระดับมาตรฐานโดรน เพิ่มอบรม-ขึ้นทะเบียน-ขออนุญาตบินออนไลน์ มีผล 17 พ.ค. 69]]></title>
				<category>รัฐบาล</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/rattaban/article-36434.html</link>
				<description><![CDATA[<p>นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ได้ออกประกาศใหม่เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการอนุญาตให้ผู้บังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “โดรน” ที่มีน้ำหนักไม่เกิน 25 กิโลกรัม สามารถปฏิบัติการบินแตกต่างไปจากเงื่อนไขเดิมที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2558 โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและรองรับการใช้โดรนในกิจกรรมที่มีความซับซ้อนมากขึ้น กฎใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป</p><h2>การจัดกลุ่มความเสี่ยงและการอนุญาต</h2><p>การปฏิบัติการบินในลักษณะดังกล่าวถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม “Specific Category” ซึ่งหมายถึงการบินที่มีความเสี่ยงระดับปานกลาง โดยผู้ที่ต้องการดำเนินการจะต้องผ่านการประเมินความเสี่ยงและได้รับอนุญาตจาก กพท. ก่อนทำการบิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ การถ่ายทำ การสำรวจ การบินในพื้นที่เฉพาะ หรือการบินที่แตกต่างจากข้อกำหนดทั่วไป</p><h3>ข้อกำหนดสำคัญในประกาศฉบับใหม่</h3><ul><li><strong>การอบรมบังคับ:</strong> ผู้บังคับโดรนต้องผ่านการอบรมหลักสูตรที่ กพท. รับรอง เพื่อให้มีความรู้ด้านกฎหมาย กฎจราจรทางอากาศ มาตรการความปลอดภัย และการบริหารความเสี่ยงในการบิน รวมถึงต้องมี “สิทธิทำการ” ตามประเภทของอากาศยานที่ใช้งาน</li><li><strong>การขึ้นทะเบียนอากาศยาน:</strong> ต้องดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยโดรนทุกลำต้องมีหมายเลขทะเบียนติดบนลำตัวอย่างชัดเจน ในรูปแบบมาตรฐาน XX-NN-NN-NNNN ตัวอักษรและตัวเลขต้องเป็นตัวพิมพ์ สีตัดกับพื้น และมีความสูงมากกว่า 0.3 เซนติเมตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและติดตาม</li><li><strong>การขออนุญาตบิน:</strong> ผู้ขออนุญาตต้องยื่นข้อมูลแผนการบินผ่านระบบออนไลน์ในแต่ละครั้ง โดยระบุวัตถุประสงค์ วัน เวลา พื้นที่หรือพิกัดบิน รายชื่อผู้ควบคุม และเอกสารประกันภัย โดย กพท. อาจกำหนดมาตรการเพิ่มเติม เช่น คู่มือการบิน แผนบริหารความเสี่ยง หรือการสาธิตการบินก่อนอนุญาต</li></ul><h2>การเปลี่ยนแปลงจากกฎเดิม</h2><p>กฎใหม่ปี 2569 มีสาระสำคัญที่เปลี่ยนแปลงจากกฎเดิมปี 2558 หลายประการ ดังนี้</p><ol><li>เดิมไม่บังคับอบรม ปัจจุบันกำหนดให้ผู้บังคับโดรนต้องผ่านหลักสูตรที่ กพท. รับรอง ภายในระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี</li><li>เดิมไม่มีระบบทะเบียนตัวโดรน ปัจจุบันต้องขึ้นทะเบียนและติดหมายเลขบนลำตัวทุกลำ</li><li>เดิมไม่ต้องขออนุญาตทุกครั้ง ปัจจุบันต้องยื่นแผนบินและรออนุมัติจาก กพท. ก่อนทำการบิน</li><li>อายุใบอนุญาตเดิม 2 ปี ปรับเป็น 5 ปี และต้องต่ออายุล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน</li><li>เดิมยื่นเอกสารแบบกระดาษ ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นระบบออนไลน์ทั้งหมด</li><li>หลักเกณฑ์ประกันภัยยังคงกำหนดวงเงินคุ้มครองบุคคลที่สามไม่น้อยกว่า 1 ล้านบาทต่อครั้งเช่นเดิม</li></ol><p>สำหรับผู้ได้รับอนุญาตเดิมภายใต้กฎปี 2558 ยังสามารถใช้สิทธิเดิมได้จนกว่าจะสิ้นอายุ แต่หากต้องการปฏิบัติการบินในลักษณะที่เข้าข่าย Specific Category ตามประกาศใหม่ จะต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ใหม่เพิ่มเติม</p><h2>แนวทางของรัฐบาล</h2><p>“รัฐบาลสนับสนุนการใช้โดรนเพื่อเศรษฐกิจดิจิทัล นวัตกรรม การเกษตร สื่อสร้างสรรค์ และภาคธุรกิจยุคใหม่ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความปลอดภัย มาตรฐานสากล และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีร่วมกันอย่างยั่งยืน” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 01:08:42 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เงินบาทเปิด 32.37 แข็งค่าเล็กน้อย จับตาเจรจาตะวันออกกลาง]]></title>
				<category>ค่าเงิน</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/khangoen/3237-36433.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.37 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 32.40 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ไร้ทิศทางชัดเจนระหว่างโซนแนวรับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ และโซนแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีช่วงอ่อนค่าลงบ้างตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์และการปรับขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐ หลังรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI เดือนเมษายนสูงกว่าคาด</p><h2>ปัจจัยหนุนเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์</h2><p>นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาทมีจังหวะอ่อนค่าลงตามการแข็งค่าของเงินดอลลาร์ ซึ่งมาพร้อมกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และการย่อตัวลงของราคาทองคำ หลังรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ในเดือนเมษายนปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 3.8% สูงกว่าที่ตลาดคาด ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core CPI อยู่ที่ 2.8% สูงกว่าคาดเช่นกัน ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) อาจขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้งในปีนี้เป็น 40%</p><h3>แรงหนุนจากความหวังเจรจาตะวันออกกลาง</h3><p>อย่างไรก็ดี การอ่อนค่าของเงินบาทถูกชะลอลงบ้าง เนื่องจากเงินดอลลาร์พลิกกลับมาย่อตัวลง และราคาทองคำรีบาวด์ขึ้นอีกครั้ง หลังผู้เล่นในตลาดรอลุ้นการเจรจา Trump-Xi summit ในช่วงปลายสัปดาห์ ซึ่งอาจทำให้การเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านมีความคืบหน้ามากขึ้น นอกจากนี้ ราคาทองคำยังได้รับแรงหนุนจากภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม ที่ทำให้ผู้เล่นในตลาดทยอยเข้าซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว</p><h2>ตลาดหุ้นสหรัฐและบอนด์</h2><p>บรรยากาศในตลาดหุ้นสหรัฐถูกกดดันจากความกังวลต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED โดยเฉพาะแรงขายหุ้นกลุ่มเทคฯ และหุ้นธีม AI/Semiconductor อย่างไรก็ดี ผู้เล่นในตลาดยังไม่รีบปรับสถานะถือครองมากนักเพื่อรอลุ้นการเจรจา Trump-Xi summit ที่อาจช่วยคลี่คลายสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ดัชนี S&P500 ปิดตลาดลดลง 0.16% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปรับตัวลง 0.71%</p><p>ด้านตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทยอยปรับตัวขึ้นเข้าใกล้โซน 4.47% หลังผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มโอกาสขึ้นดอกเบี้ยของ FED ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจาหยุดยิงและเงินเฟ้อที่สูงกว่าคาด แต่การปรับขึ้นถูกชะลอลงบ้างจากภาวะปิดรับความเสี่ยง โดยธนาคารกรุงไทยยังคงแนะนำให้รอจังหวะทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ และไทย เนื่องจากคาดว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะคลี่คลายภายในไตรมาส 2 และ FED มีโอกาสลดดอกเบี้ย 1 ครั้งในปลายปีนี้ ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจคงดอกเบี้ยตลอดปีนี้และปีหน้า</p><h2>ตลาดค่าเงินและทองคำ</h2><p>เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยในลักษณะ Sideways Up ตามการปรับเพิ่มโอกาสขึ้นดอกเบี้ยของ FED แต่ถูกจำกัดจากความหวังต่อการประชุม Trump-Xi summit โดยดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นสู่โซน 98.3 จุด ส่วนราคาทองคำเผชิญแรงกดดันจากเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ที่สูงขึ้น แต่ยังสามารถรีบาวด์กลับสู่โซน 4,730 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้จากภาวะปิดรับความเสี่ยงและความหวังต่อการเจรจาหยุดยิง</p><h2>แนวโน้มค่าเงินบาท</h2><p>นายพูน กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ผันผวนสูงในช่วงนี้ย้ำมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังคงเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนสูง ทำให้เงินบาทอาจผันผวนในกรอบ Sideways ที่กว้าง ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย โดยเฉพาะ Options เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงิน</p><p>ทั้งนี้ คาดว่าเงินบาทจะแกว่งตัวในกรอบ Sideways แถวโซนแนวรับ 32.20-32.30 บาทต่อดอลลาร์ และโซนแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ จนกว่าตลาดจะรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ โดยในช่วงระหว่างวัน เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าจากโฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลและแรงขายสินทรัพย์ไทยจากนักลงทุนต่างชาติ แต่การอ่อนค่าอาจถูกจำกัด เว้นแต่สถานการณ์ตะวันออกกลางจะทวีความรุนแรงขึ้น ซึ่งอาจกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าทดสอบโซน 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์</p><p>ทางฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ 32.37 บาทต่อดอลลาร์ เคลื่อนไหวในกรอบแคบ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการเจรจาหยุดยิง โดยตลาดประเมินว่าแนวโน้มการเจรจาอาจชัดเจนขึ้นหลังการประชุม Trump-Xi summit ที่กรุงปักกิ่ง หากยืดเยื้ออาจทำให้ธนาคารกลางต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น</p><p>สำหรับกรอบค่าเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะเคลื่อนไหวระหว่าง 32.20-32.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีกลยุทธ์แนะนำทยอยซื้อที่ 32.20 และขายที่ 32.50 ขณะที่ค่าเงินยูโรอยู่ที่ 37.90-38.30 บาท และเยนที่ 0.2030-0.2070 บาท</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 00:53:41 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[จับตา! 7-11 เปิดร้านสะดวกซื้อรูปแบบใหม่ เน้นสินค้าสุขภาพ]]></title>
				<category>ธุรกิจ</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/thurakit/7-11-36431.html</link>
				<description><![CDATA[<p>ซีพี ออลล์ ผู้ดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซื้อ 7-11 ในประเทศไทย เตรียมเปิดตัวร้าน 7-11 รูปแบบใหม่ที่เน้นสินค้าเพื่อสุขภาพและความยั่งยืน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น</p><h2>รายละเอียดของร้านรูปแบบใหม่</h2><p>ร้าน 7-11 รูปแบบใหม่นี้จะมีการออกแบบที่แตกต่างจากร้านทั่วไป โดยเน้นพื้นที่ที่โปร่งสบาย ใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีโซนเฉพาะสำหรับสินค้าสุขภาพ เช่น อาหารคลีน อาหารออร์แกนิก อาหารเสริม และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ นอกจากนี้ยังมีบริการพิเศษอื่นๆ เช่น การชั่งน้ำหนักสินค้าแบบบุฟเฟต์ และการให้คำแนะนำด้านโภชนาการจากผู้เชี่ยวชาญ</p><h3>สินค้าและบริการที่โดดเด่น</h3><ul><li><strong>สินค้าเพื่อสุขภาพ:</strong> มีสินค้าประเภทอาหารคลีน อาหารออร์แกนิก อาหารเสริม และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพให้เลือกหลากหลาย</li><li><strong>โซนบุฟเฟต์:</strong> ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าตามน้ำหนัก เช่น ข้าวกล้อง ถั่ว ธัญพืช และผลไม้แห้ง</li><li><strong>บริการให้คำปรึกษา:</strong> มีนักโภชนาการประจำร้านเพื่อให้คำแนะนำด้านสุขภาพและการกินที่เหมาะสม</li></ul><h2>เป้าหมายและความคาดหวัง</h2><p>ซีพี ออลล์ คาดหวังว่าร้านรูปแบบใหม่นี้จะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า และเป็นต้นแบบในการขยายสาขาในอนาคต โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีกำลังซื้อสูงและกลุ่มเป้าหมายที่ใส่ใจสุขภาพ นอกจากนี้ยังเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ขององค์กรในด้านความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคม</p><h3>การตอบสนองต่อเทรนด์ผู้บริโภค</h3><p>ปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขภาพและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจค้าปลีกต้องปรับตัว ร้าน 7-11 รูปแบบใหม่นี้จึงเป็นตัวอย่างของการปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด โดยไม่เพียงแค่ขายสินค้า แต่ยังให้ความรู้และสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี</p><p>การเปิดตัวร้านรูปแบบใหม่นี้คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปีนี้ โดยจะเริ่มต้นที่สาขานำร่องในกรุงเทพมหานครก่อน แล้วจึงขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ หากได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค</p>]]></description>
				<pubDate>Wed, 13 May 2026 00:48:59 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[นายกฯ ห่วงใยประชาชน เตรียมมาตรการรับมือฝุ่น PM2.5]]></title>
				<category>ความปลอดภัย</category>
				<link>https://siampost24.com/sangkhom/khwamplophai/pm25-36430.html</link>
				<description><![CDATA[<p>นายกรัฐมนตรีได้แสดงความห่วงใยอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ที่กำลังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งมีค่าฝุ่นละอองเกินมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง</p><h2>มาตรการเร่งด่วนที่รัฐบาลเตรียมดำเนินการ</h2><p>นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อบรรเทาปัญหาฝุ่น PM2.5 อย่างเร่งด่วน อาทิ การควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่น การเพิ่มความถี่ในการฉีดพ่นน้ำบนท้องถนน การส่งเสริมให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัย และการตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยมลพิษ</p><h3>การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน</h3><p>รัฐบาลได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ยังได้ขอความร่วมมือจากประชาชนในการลดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดฝุ่น เช่น การเผาในที่โล่ง และการใช้รถยนต์ส่วนตัว</p><p>นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและพร้อมปรับเปลี่ยนมาตรการให้เหมาะสมตามสถานการณ์ เพื่อให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศ</p>]]></description>
				<pubDate>Tue, 12 May 2026 23:51:36 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[เปิดรายชื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุรถบัสทัศนศึกษาไฟไหม้ 23 ราย]]></title>
				<category>อุบัติเหตุ</category>
				<link>https://siampost24.com/atchayakam/ubattihet/23-36427.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>เปิดรายชื่อผู้เสียชีวิตจากเหตุรถบัสทัศนศึกษาไฟไหม้</h2><p>จากเหตุการณ์รถบัสทัศนศึกษาที่เกิดเพลิงไหม้บนถนนวิภาวดีรังสิต ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ล่าสุดมีการเปิดเผยรายชื่อผู้เสียชีวิตทั้ง 23 รายแล้ว โดยส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนและคุณครูที่ร่วมเดินทางไปทัศนศึกษา</p><h2>รายชื่อผู้เสียชีวิต</h2><p>รายชื่อผู้เสียชีวิตประกอบด้วยเด็กนักเรียนจำนวน 20 คน และครูอีก 3 คน โดยทั้งหมดเป็นเพศหญิงและชาย ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคลและแจ้งให้ญาติทราบแล้ว</p><h3>นักเรียนที่เสียชีวิต</h3><ul><li>เด็กหญิงเอ (นามสมมติ) อายุ 12 ปี</li><li>เด็กหญิงบี (นามสมมติ) อายุ 11 ปี</li><li>เด็กชายซี (นามสมมติ) อายุ 13 ปี</li><li>และอื่นๆ อีก 17 ราย</li></ul><h3>ครูที่เสียชีวิต</h3><ul><li>นางสาวดี (นามสมมติ) อายุ 35 ปี</li><li>นางสาวอี (นามสมมติ) อายุ 40 ปี</li><li>นายเอฟ (นามสมมติ) อายุ 38 ปี</li></ul><h2>การดำเนินการของเจ้าหน้าที่</h2><p>เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยได้เร่งดำเนินการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งเก็บหลักฐานเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ นอกจากนี้ยังมีการประสานงานกับโรงเรียนและครอบครัวผู้เสียชีวิตเพื่อให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ</p><p>ด้านนายกรัฐมนตรีได้แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งกำชับให้ตรวจสอบความปลอดภัยของรถโดยสารที่ใช้ในการเดินทางของนักเรียนอย่างเข้มงวด</p><h2>มาตรการป้องกันในอนาคต</h2><p>จากเหตุการณ์นี้ กระทรวงคมนาคมได้สั่งการให้ตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของรถบัสโดยสารทุกคันที่ให้บริการรับส่งนักเรียน โดยเฉพาะระบบไฟฟ้าและถังแก๊สที่อาจเป็นสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ รวมถึงการอบรมพนักงานขับรถให้มีความพร้อมในการรับมือกับเหตุฉุกเฉิน</p>]]></description>
				<pubDate>Tue, 12 May 2026 23:30:41 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[สธ. เตือน 4 กลุ่มเสี่ยง ไข้หวัดใหญ่ หลังพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น]]></title>
				<category>สาธารณสุข</category>
				<link>https://siampost24.com/sangkhom/satharanasuk/4-36424.html</link>
				<description><![CDATA[<p>กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศเตือนประชาชน 4 กลุ่มเสี่ยงต่อโรคไข้หวัดใหญ่ หลังพบจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงนี้ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคเรื้อรัง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง</p><h2>สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในปัจจุบัน</h2><p>จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค พบว่าจำนวนผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึงร้อยละ 30 โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดท่องเที่ยวต่างๆ สายพันธุ์ที่พบมากที่สุดคือ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A (H1N1) และ A (H3N2)</p><h3>กลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ</h3><ul><li><strong>เด็กเล็ก</strong> อายุต่ำกว่า 5 ปี โดยเฉพาะเด็กที่ยังไม่ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์</li><li><strong>ผู้สูงอายุ</strong> อายุ 65 ปีขึ้นไป ซึ่งมีภูมิคุ้มกันต่ำและมักมีโรคประจำตัว</li><li><strong>หญิงตั้งครรภ์</strong> ทุกช่วงอายุครรภ์ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนทั้งต่อแม่และทารก</li><li><strong>ผู้มีโรคเรื้อรัง</strong> เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคปอด โรคไต และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง</li></ul><h2>คำแนะนำในการป้องกัน</h2><p>นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า การป้องกันที่ดีที่สุดคือการรับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ซึ่งสามารถลดความรุนแรงของโรคและลดอัตราการเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง ควรเข้ารับวัคซีนปีละครั้งก่อนเข้าสู่ฤดูฝนหรือฤดูหนาว นอกจากนี้ ควรปฏิบัติตามมาตรการป้องกันส่วนบุคคล เช่น การล้างมือบ่อยๆ สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่แออัด และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย</p><h3>อาการที่ควรพบแพทย์</h3><ol><li>ไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส นานเกิน 2 วัน</li><li>หายใจลำบาก หรือเจ็บหน้าอก</li><li>อาเจียนรุนแรง หรือมีอาการชัก</li><li>ซึมลง ไม่รู้สึกตัว หรือมีอาการสับสน</li></ol><p>ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สำหรับกลุ่มเสี่ยงจำนวนกว่า 4 ล้านโดส พร้อมกระจายไปยังโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยสามารถเข้ารับบริการได้ที่โรงพยาบาลของรัฐใกล้บ้าน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย</p>]]></description>
				<pubDate>Tue, 12 May 2026 22:13:47 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[นายกฯ อังกฤษวิกฤติ รัฐมนตรีช่วยลาออก 4 คน กดดันลงจากตำแหน่ง]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/4-36423.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>นายกฯ อังกฤษระส่ำ รัฐมนตรีช่วยลาออกแล้ว 4 คน กดดันให้ลงจากตำแหน่ง</h2><p>เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร กำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักให้ลาออกจากตำแหน่ง หลังจากรัฐมนตรีช่วยถึง 4 คนประกาศลาออกในวันเดียวกันเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 การลาออกครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความไม่พอใจจากทั้งฝ่ายค้านและสมาชิกในพรรคแรงงานของเขาเองที่มองว่าสตาร์เมอร์ขาดภาวะผู้นำ</p><h3>รัฐมนตรีช่วยลาออกเป็นระลอก</h3><p>การลาออกครั้งแรกเริ่มจาก มีอัตตา ฟาห์นบุลเลห์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงชุมนุมและการเคหะ ซึ่งระบุในจดหมายถึงนายกรัฐมนตรีว่า ประเทศกำลังเรียกร้องความเปลี่ยนแปลง แต่สาธารณชนไม่เชื่อมั่นว่าท่านจะสามารถนำพาความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ และข้าพเจ้าเองก็ไม่เชื่อเช่นกัน ต่อมา เจส ฟิลลิปส์ ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีด้านการคุ้มครองความปลอดภัยและต่อต้านความรุนแรงต่อสตรีและเด็กหญิง โดยแถลงต่อสตาร์เมอร์ว่า การกระทำสำคัญกว่าคำพูด ตามมาด้วย อเล็กซ์ เดวีส์-โจนส์ ที่ประกาศลาออกในเวลาไล่เลี่ยกัน พร้อมทั้งเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีกระทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ และกำหนดช่วงเวลาในการก้าวลงจากตำแหน่งให้ชัดเจน และรายล่าสุดคือ ซูเบียร์ อาเหม็ด รัฐมนตรีช่วยด้านความปลอดภัยและนวัตกรรมสุขภาพ โดยระบุว่า เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าสาธารณชนได้สูญเสียความเชื่อมั่นในตัวท่านในฐานะนายกรัฐมนตรีไปอย่างไม่อาจกู้คืนได้</p><h3>แรงกดดันจากภายในพรรค</h3><p>เซอร์ สตาร์เมอร์กำลังเผชิญกับแรงกดดันอย่างรุนแรงให้ลาออกจากตำแหน่ง หลังจากพรรคแรงงานของเขาพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งท้องถิ่นครั้งล่าสุดอย่างยับเยิน โดยสูญเสียคะแนนเสียงให้แก่ทั้งพรรคฝ่ายซ้ายและพรรคฝ่ายขวา สส. พรรคแรงงานมากกว่า 70 ถึง 80 คน ออกมาเรียกร้องให้เขาลาออกอย่างเป็นทางการ หรือกำหนดช่วงเวลาในการลงจากตำแหน่งที่ชัดเจน โดยมองว่า สตาร์เมอร์ขาดภาวะผู้นำ ล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ซบเซา และปัญหาการย้ายถิ่นฐานผิดกฎหมายที่เพิ่มสูงขึ้น</p><h3>กรณีอื้อฉาวซ้ำเติม</h3><p>นอกจากนั้น ยังมีกรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับการแต่งตั้ง ปีเตอร์ แมนเดลสัน เป็นเอกอัครราชทูตประจำสหรัฐฯ โดยเพิกเฉยต่อความเชื่อมโยงของแมนเดลสันกับ เจฟฟรีย์ เอปสตีน อดีตนักการเงินชื่อฉาวผู้ล่วงลับ ยิ่งทำให้ชื่อเสียงของสตาร์เมอร์ย่ำแย่ลงอย่างมาก</p><h3>สตาร์เมอร์ยังไม่ยอมลาออก</h3><p>อย่างไรก็ตาม แม้จะเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มสูงขึ้น แต่สตาร์เมอร์ยังคงปฏิเสธที่จะลาออก โดยระบุว่าการชิงชัยตำแหน่งผู้นำพรรคในขณะนี้จะนำพาความวุ่นวายมาสู่ประเทศ ขณะเดียวกัน สส. พรรคแรงงานอีกกว่า 100 คนได้ลงนามในจดหมายสนับสนุนเขาด้วย</p>]]></description>
				<pubDate>Tue, 12 May 2026 19:46:35 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[สโมสรพรีเมียร์ลีกแห่ร่วมแสดงความอาลัยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2]]></title>
				<category>ฟุตบอลต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/footballworld/article-36422.html</link>
				<description><![CDATA[<p>สโมสรฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกอังกฤษต่างร่วมแสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ซึ่งทรงเป็นพระประมุขของสหราชอาณาจักรมาอย่างยาวนานถึง 70 ปี โดยทีมดังหลายแห่งได้โพสต์ข้อความแสดงความเสียใจผ่านทางโซเชียลมีเดียของสโมสร</p><h2>แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ร่วมไว้อาลัย</h2><p>สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด โพสต์ข้อความว่า “แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระองค์ทรงเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นหลัง และจะอยู่ในความทรงจำของเราตลอดไป” พร้อมทั้งเปลี่ยนรูปโปรไฟล์และภาพปกของสโมสรเป็นสีดำเพื่อแสดงความเคารพ</p><h2>ลิเวอร์พูล ร่วมไว้อาลัย</h2><p>สโมสรลิเวอร์พูลก็ได้โพสต์ข้อความแสดงความอาลัยเช่นกัน โดยระบุว่า “เราทุกคนที่สโมสรลิเวอร์พูลขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการจากไปของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 พระองค์ทรงเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงและความสามัคคีของประเทศ” นอกจากนี้ ยังได้ลดธงลงครึ่งเสาที่สนามแอนฟิลด์เพื่อเป็นเกียรติแด่พระองค์</p><h2>สโมสรอื่นๆ ร่วมไว้อาลัย</h2><p>นอกจากสองสโมสรดังกล่าวแล้ว ยังมีสโมสรอื่นๆ ในพรีเมียร์ลีกอีกมากมายที่ร่วมแสดงความอาลัย อาทิ อาร์เซนอล, เชลซี, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ และเอฟเวอร์ตัน ต่างก็โพสต์ข้อความแสดงความเสียใจผ่านทางโซเชียลมีเดียของสโมสร พร้อมทั้งเปลี่ยนสีโปรไฟล์เป็นสีดำเพื่อแสดงความเคารพ</p><h2>ผลกระทบต่อการแข่งขัน</h2><p>การสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ส่งผลให้การแข่งขันฟุตบอลในสหราชอาณาจักรหลายนัดต้องถูกเลื่อนออกไป โดยพรีเมียร์ลีกได้ประกาศเลื่อนการแข่งขันในสุดสัปดาห์นี้เพื่อเป็นการแสดงความเคารพ และจะหารือกับสโมสรต่างๆ ถึงกำหนดการใหม่ต่อไป</p>]]></description>
				<pubDate>Tue, 12 May 2026 08:24:07 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ดูดวงรายวัน 13 พฤษภาคม 2569 ตามวันเกิด โดยหมอไก่ พ.พาทินี]]></title>
				<category>วัฒนธรรม</category>
				<link>https://siampost24.com/sangkhom/watthanatham/13-2569-36421.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>ดูดวงรายวัน 13 พฤษภาคม 2569 ตามวันเกิด หมอไก่ พ.พาทินี</h2><p>วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ.2569 แรม 12 ค่ำ เดือน 6 วันนี้ยังไม่เหมาะแก่การกระทำการมงคล เคล็ดดวงดี คนเกิดปีกุนต้องเหนื่อยกับการทำงานแต่จะประสบความสำเร็จ หมอไก่ขอแนะนำให้คุณทำบุญด้วยแสงสว่างเพื่อเสริมดวง</p><h3>ดวงดาวของท่าน 13 พฤษภาคม 2569</h3><h3>คนเกิดวันอาทิตย์</h3><p><strong>การงาน</strong> เป็นช่วงเวลาแห่งความมั่นคงทางหน้าที่การงาน หยิบจับทำอะไรในตอนนี้จะประสบความสำเร็จได้ง่าย</p><p><strong>การเงิน</strong> มีเกณฑ์ใช้จ่ายในเรื่องจำเป็นเยอะ</p><h3>คนเกิดวันจันทร์</h3><p><strong>การงาน</strong> ช่วงนี้ไปในทิศทางที่ดีขึ้น ไม่มีเรื่องให้อึดอัดลำบากใจ คุณจะยิ้มได้และมีความสุขกับการทำงาน</p><p><strong>การเงิน</strong> อยู่ในเกณฑ์ดี มีไฟในการหาเงินลุกโชติช่วง</p><h3>คนเกิดวันอังคาร</h3><p><strong>การงาน</strong> มีเกณฑ์เจองานมะรุมมะตุ้มรุมเร้า ไม่รู้จะเริ่มทำอะไรก่อนดี เพราะทุกงานทั้งยากและสำคัญไปหมด</p><p><strong>การเงิน</strong> แม้จะมีเรื่องให้ต้องจ่ายเยอะแต่ก็มีเงินมีทองใช้ไม่ขัดสน</p><h3>คนเกิดวันพุธ</h3><p><strong>การงาน</strong> ช่วงนี้ความสุขความสมหวังกำลังมาเยือน สิ่งใดที่ยุ่งยาก หรือความวุ่นวายต่างๆ ที่เคยเจอมาทั้งหมดจะหายไปในพริบตา</p><p><strong>การเงิน</strong> มีเกณฑ์หาเงินเก็บได้มากขึ้น</p><h3>คนเกิดวันพฤหัสบดี</h3><p><strong>การงาน</strong> ช่วงนี้สิ่งที่คุณคิดหวังจะเริ่มปรากฏให้เห็นทีละอย่าง แม้จะมีเรื่องเหนื่อยใจอยู่บ้างแต่ความสำเร็จนั้นจะมาเหนือกว่า</p><p><strong>การเงิน</strong> เรียกว่าเห็นเงินในบัญชีแล้วยิ้มหน้าบาน</p><h3>คนเกิดวันศุกร์</h3><p><strong>การงาน</strong> ช่วงนี้ดูเหมือนว่าปริมาณงานจะไม่ลดลงเลย ขอให้คุณขยันแบบนี้ไปเรื่อยๆ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน</p><p><strong>การเงิน</strong> อยู่ในเกณฑ์ดี ยิ่งขยันยิ่งหาเงินได้เยอะ</p><h3>คนเกิดวันเสาร์</h3><p><strong>การงาน</strong> ในช่วงนี้ต่อให้งานจะเยอะจะยากแค่ไหน แต่บอกได้คำเดียวว่าคุณจะเอาอยู่ได้แบบสบายๆ</p><p><strong>การเงิน</strong> มีเกณฑ์หาเงินได้มาก แต่รายจ่ายก็สูสี</p><p>โดย <strong>พ.พาทินี</strong></p>]]></description>
				<pubDate>Tue, 12 May 2026 18:31:43 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[คาลบี้เปลี่ยนซองขนมเป็นขาวดำ ผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง]]></title>
				<category>ต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/tangprathes/article-36420.html</link>
				<description><![CDATA[<p>บริษัท คาลบี้ (Calbee) ผู้ผลิตขนมชั้นนำของญี่ปุ่น ประกาศเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ของสินค้ายอดนิยมบางรายการเป็นสีขาวดำชั่วคราว เนื่องจากประสบปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบในการผลิตสี อันเป็นผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง</p><h2>สาเหตุการเปลี่ยนแปลงบรรจุภัณฑ์</h2><p>สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ว่า คาลบี้จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ 14 รายการ ซึ่งรวมถึงสินค้าหลักอย่าง "มันฝรั่งทอดกรอบ" (Potato Chips) และ "กุ้งถัง" (Kappa Ebisen) ให้เป็นโทนสีขาวดำ เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคมเป็นต้นไป โดยซองมันฝรั่งทอดจะมีข้อความอธิบายว่า "บรรจุภัณฑ์นี้เพื่อประหยัดวัสดุที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน"</p><p>ทางบริษัทชี้แจงว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีสาเหตุหลักมาจากความไม่แน่นอนในการจัดหาหมึกพิมพ์และวัสดุบรรจุภัณฑ์อื่นๆ ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง การปรับลดความซับซ้อนของบรรจุภัณฑ์จะช่วยให้บริษัทสามารถรักษาการจัดส่งสินค้าได้อย่างต่อเนื่องและมั่นคงมากขึ้น</p><h2>การปรับตัวของบริษัทต่อความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์</h2><p>คาลบี้ยืนยันว่าจะดำเนินการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมการดำเนินงานอย่างยืดหยุ่นและรวดเร็ว ซึ่งรวมถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ของบริษัทได้เข้าพบกระทรวงเกษตรเพื่อชี้แจงการตัดสินใจดังกล่าว โดยกระทรวงฯ แจ้งว่าจะร่วมหาแนวทางให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการจัดหาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ร่วมกับหน่วยงานรัฐบาลที่ดูแลธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารต่อไป</p><h3>ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์</h3><p>ในขณะเดียวกัน บริษัท Itoham Yonekyu Holdings ผู้ผลิตเนื้อสัตว์แปรรูป ก็มีรายงานว่ากำลังพิจารณาปรับบรรจุภัณฑ์ให้เรียบง่ายขึ้นเช่นกัน กลุ่มธุรกิจที่ผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารและหมึกพิมพ์ระบุว่า สมาชิกในกลุ่มเริ่มมีการจำกัดการจัดส่งหรือเลื่อนกำหนดการส่งมอบสินค้าออกไป ท่ามกลางต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง</p><p>สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบของความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผ่านมายังอุตสาหกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ ซึ่งต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วเพื่อความอยู่รอดท่ามกลางความไม่แน่นอน</p>]]></description>
				<pubDate>Tue, 12 May 2026 18:24:55 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายทหารราชองครักษ์พิเศษ 4 นาย จาก 2 เหล่าทัพ]]></title>
				<category>รัฐบาล</category>
				<link>https://siampost24.com/kanmueang/rattaban/4-36419.html</link>
				<description><![CDATA[<p>วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายทหารสัญญาบัตรนอกราชการและนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรนอกราชการเป็นนายทหารราชองครักษ์พิเศษและนายตำรวจราชองครักษ์พิเศษ จำนวน 4 นาย โดยมีรายนามดังนี้</p><h2>รายนามผู้ได้รับแต่งตั้ง</h2><ul><li><strong>พลโท เสรี ตรีครุธพันธุ์</strong> จากกองทัพบก</li><li><strong>พลเรือโท สุริยา ภักดีเสนา</strong> จากกองทัพเรือ</li><li><strong>พลเรือตรี ขวัญชัย ขำสม</strong> จากกองทัพเรือ</li><li><strong>พลตำรวจโท ยิ่งยศ เทพจำนงค์</strong> จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ</li></ul><h2>รายละเอียดการแต่งตั้ง</h2><p>การแต่งตั้งครั้งนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 3 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 และประกาศ ณ วันที่ 11 พฤษภาคม พุทธศักราช 2569 ซึ่งเป็นปีที่ 11 ในรัชกาลปัจจุบัน โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการถวายความปลอดภัย พ.ศ. 2560 มาตรา 6 มาตรา 7 และมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติราชองครักษ์ พุทธศักราช 2480 มาตรา 4 มาตรา 5 และมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัตินายตำรวจราชสำนัก พ.ศ. 2494 และข้อ 6 ของระเบียบกระทรวงกลาโหมว่าด้วยการแต่งตั้งราชองครักษ์ พ.ศ. 2559</p><h3>ความสำคัญของราชองครักษ์พิเศษ</h3><p>ราชองครักษ์พิเศษมีหน้าที่สำคัญในการถวายความปลอดภัยและปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชประสงค์ การแต่งตั้งครั้งนี้เป็นการเพิ่มกำลังพลที่มีประสบการณ์และความสามารถเพื่อสนับสนุนภารกิจด้านความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์</p>]]></description>
				<pubDate>Tue, 12 May 2026 16:15:58 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 13 พ.ค. 69 เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ขึ้น 90 สตางค์ ดีเซลขึ้น 80 สตางค์]]></title>
				<category>การค้า</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankha/13-69-90-36418.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 13 พฤษภาคม 2569 ปรับเพิ่มขึ้น</h2><p>พีทีที สเตชั่น และ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์อีก 90 สตางค์ต่อลิตร ขณะที่กลุ่มดีเซลเพิ่มขึ้น 80 สตางค์ต่อลิตร ยกเว้นพรีเมียมดีเซล โดยมีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น. ของวันที่ 13 พฤษภาคม 2569</p><h3>รายละเอียดราคาน้ำมันใหม่</h3><ul><li><strong>แก๊สโซฮอล์ 95 อีโว</strong> ราคา 43.35 บาทต่อลิตร</li><li><strong>แก๊สโซฮอล์ 91 อีโว</strong> ราคา 42.98 บาทต่อลิตร</li><li><strong>แก๊สโซฮอล์ อี20 อีโว</strong> ราคา 36.35 บาทต่อลิตร</li><li><strong>แก๊สโซฮอล์ อี85 อีโว</strong> ราคา 32.29 บาทต่อลิตร</li><li><strong>เบนซิน</strong> ราคา 52.94 บาทต่อลิตร</li><li><strong>ไฮพรีเมียม 98 พลัส</strong> ราคา 55.09 บาทต่อลิตร</li><li><strong>ไฮดีเซล บี20</strong> ราคา 40.75 บาทต่อลิตร</li><li><strong>ไฮดีเซล เอส</strong> ราคา 40.75 บาทต่อลิตร</li><li><strong>ไฮดีเซล เอส บี7</strong> ราคา 40.75 บาทต่อลิตร</li><li><strong>ไฮพรีเมียมดีเซล พลัส</strong> ราคา 61.25 บาทต่อลิตร</li></ul><p>หมายเหตุ: ราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่กรุงเทพมหานคร</p><h3>ติดตามข่าวสารราคาน้ำมัน</h3><p>ผู้บริโภคสามารถติดตามข้อมูลราคาน้ำมันทุกชนิด ปตท. พีทีที เชลล์ บางจาก เอสโซ และราคาน้ำมันขึ้นลงล่าสุดได้ที่นี่ รวมถึงตรวจสอบราคาน้ำมันเพิ่มเติมได้ตามช่องทางที่กำหนด</p>]]></description>
				<pubDate>Tue, 12 May 2026 16:14:52 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยเตรียมลุยศึกชิงแชมป์เอเชีย 2024]]></title>
				<category>วอลเลย์บอล</category>
				<link>https://siampost24.com/kila/volleyball/2024-36417.html</link>
				<description><![CDATA[<p>วอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทยยังคงเดินหน้าเตรียมความพร้อมอย่างต่อเนื่องสำหรับการแข่งขันวอลเลย์บอลชิงแชมป์เอเชีย 2024 ซึ่งจะมีขึ้นที่ประเทศจีนในปลายปีนี้ โดยทีมสาวไทยหวังที่จะทำผลงานให้ดีที่สุดและคว้าชัยชนะกลับมา</p><h2>การเตรียมความพร้อมของทีม</h2><p>ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยได้เริ่มเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นภายใต้การดูแลของหัวหน้าผู้ฝึกสอนและทีมงานโค้ช โดยเน้นการปรับปรุงทั้งในด้านเทคนิคและแท็กติก รวมถึงการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางร่างกายและจิตใจ นักกีฬาทุกคนต่างตั้งใจฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อให้พร้อมสำหรับการแข่งขันครั้งสำคัญนี้</p><h3>รายชื่อนักกีฬาที่ถูกเรียกตัว</h3><p>ล่าสุดทางสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยได้ประกาศรายชื่อนักกีฬาที่ถูกเรียกตัวเข้าเก็บตัวฝึกซ้อม ซึ่งประกอบไปด้วยผู้เล่นที่มีประสบการณ์และดาวรุ่งที่มีความสามารถหลายคน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างทีมที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับการแข่งขัน</p><ul><li>นักกีฬาจากสโมสรชั้นนำของไทยหลายราย</li><li>ผู้เล่นที่เคยผ่านการแข่งขันระดับนานาชาติ</li><li>ดาวรุ่งที่กำลังมาแรงในวงการวอลเลย์บอลไทย</li></ul><h2>ความหวังและเป้าหมาย</h2><p>ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทยตั้งเป้าที่จะผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายและคว้าอันดับที่ดีที่สุดในการแข่งขันครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการคว้าสิทธิ์ไปเล่นในรายการระดับโลกต่อไป โค้ชและนักกีฬาทุกคนมีความมุ่งมั่นและพร้อมที่จะทุ่มเทอย่างเต็มที่</p><h3>โปรแกรมการแข่งขัน</h3><p>การแข่งขันวอลเลย์บอลชิงแชมป์เอเชีย 2024 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 กันยายน ถึง 5 ตุลาคม 2567 ที่ประเทศจีน โดยทีมไทยจะต้องพบกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งจากทั่วทวีปเอเชีย ซึ่งจะเป็นการทดสอบฝีมืออย่างแท้จริง</p><ol><li>รอบแบ่งกลุ่ม: พบกับทีมชาติจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้</li><li>รอบก่อนรองชนะเลิศ</li><li>รอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศ</li></ol><p>แฟนวอลเลย์บอลชาวไทยต่างตั้งตารอคอยและให้กำลังใจทีมสาวไทยอย่างล้นหลาม โดยหวังว่าทีมจะสามารถสร้างผลงานที่น่าประทับใจและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ</p>]]></description>
				<pubDate>Tue, 12 May 2026 16:10:10 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[โก้ ธีรศักดิ์ โพสต์ภาพย้อนวันวานทริปเที่ยวกับหมู พิมพ์ผกา-นาย ณภัทร]]></title>
				<category>ดาราต่างประเทศ</category>
				<link>https://siampost24.com/bantoeng/celebrity/article-36416.html</link>
				<description><![CDATA[<h2>โก้ ธีรศักดิ์ โพสต์ภาพย้อนวันวานทริปเที่ยวกับครอบครัวเสียงสมบุญ</h2><p>เรียกได้ว่าเป็นภาพในตำนานที่ทำเอาหลายคนคิดถึงวันเก่าๆ สำหรับภาพล่าสุดที่ <strong>โก้ ธีรศักดิ์ พันธุจริยา</strong> เพื่อนสนิทของนักแสดงสาว <strong>หมู พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ</strong> คุณแม่ของพระเอกหนุ่ม <strong>นาย ณภัทร เสียงสมบุญ</strong> ได้โพสต์ลงอินสตาแกรมส่วนตัว @korysecret</p><p>โดยภาพดังกล่าวเป็นภาพจากทริปท่องเที่ยวต่างประเทศในอดีต มีทั้งตัวโก้เอง รวมถึง <strong>หมู พิมพ์ผกา</strong> และ <strong>ฮาน่า ทัศนาวลัย</strong> อีกทั้งยังมี <strong>นาย ณภัทร</strong> ซึ่งในเวลานั้นยังเป็นเด็กน้อย ร่วมเฟรมถ่ายรูปกับโก้ด้วย และเจ้าตัวก็เขียนแคปชั่นบรรยายว่า “คิดถึงทริปนี้จัง @9naphat @hanahugo @pimpaka”</p><h3>ชาวเน็ตแห่คอมเมนต์คิดถึงความทรงจำ</h3><p>เมื่อโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีคนในวงการบันเทิงและแฟนๆ เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างคึกคัก อาทิ</p><ul><li>โอ้โหขุดมา เก่าแก่มากค่ะ</li><li>พี่โก้หล่อมากนะตอนเด็กเจอที่สตูเคยแอบชอบ 555</li><li>พี่โก้ รูปแรกผมคิดว่า พี่โดม ปกรณ์</li><li>น้องนายน่ารักมาก โก้ก็หน้าใส ละอ่อนสุด</li><li>โอ้ว digital ฟุตฟิต</li><li>น่ารักจังค่ะ</li><li>หน้าอ่อนละมุนมากครับพี่</li></ul><p>เรียกได้ว่าภาพนี้สร้างความประทับใจและความคิดถึงให้กับหลายคนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะแฟนๆ ที่ติดตามผลงานของครอบครัวเสียงสมบุญ</p>]]></description>
				<pubDate>Tue, 12 May 2026 16:45:06 +0000</pubDate>
			</item>
					<item>
				<title><![CDATA[ครม.ไฟเขียว 8 ธุรกิจต่างด้าวลงทุนได้ไม่ต้องขออนุญาต]]></title>
				<category>การค้า</category>
				<link>https://siampost24.com/setthakit/kankha/8-36415.html</link>
				<description><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ร้อยเอกหญิง ดร.ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาแก้ไขประเภทธุรกิจตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... รวมทั้งอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดธุรกิจที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. ....</p><h2>สาระสำคัญของร่างพระราชกฤษฎีกา</h2><p>รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ร่างพระราชกฤษฎีกาแก้ไขประเภทธุรกิจตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขประเภทธุรกิจการค้าภายในเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หรือผลิตผลทางการเกษตรพื้นเมืองที่ยังไม่มีกฎหมายห้ามไว้ ยกเว้นการซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทยโดยไม่มีการส่งมอบหรือรับมอบสินค้าเกษตรภายในประเทศไทย ซึ่งเป็นธุรกิจตามบัญชีสาม (13) ท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชกฤษฎีกาแก้ไขประเภทธุรกิจตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 พ.ศ. 2556 โดยยกเว้นให้ธุรกิจซื้อขายสินค้าเกษตรล่วงหน้าในศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีการส่งมอบหรือรับมอบสินค้าเกษตรในคลังสินค้าที่ศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า กำหนดเป็นธุรกิจที่ได้รับยกเว้นไม่อยู่ใน (13) ของบัญชีสาม ท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งคนต่างด้าวประกอบธุรกิจได้โดยไม่ต้องขออนุญาตตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542</p><h2>8 ธุรกิจที่ได้รับการยกเว้น</h2><p>ขณะที่ร่างกฎกระทรวงกำหนดธุรกิจที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. .... มีสาระสำคัญเป็นการกำหนดให้การประกอบกิจการตัวแทนประเภทอื่นตาม (11) (ง) และธุรกิจบริการอื่นตาม (21) ท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 8 ธุรกิจ ได้แก่</p><ul><li>ธุรกิจบริการโทรคมนาคม</li><li>ธุรกิจศูนย์บริหารเงิน</li><li>ธุรกิจบริการบริหารจัดการงานด้านธุรการ ด้านทรัพยากรบุคคลและด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ</li><li>ธุรกิจบริการรับค้ำประกันหนี้เฉพาะภายในประเทศ</li><li>ธุรกิจบริการให้เช่าพื้นที่บางส่วนเพื่อติดตั้งเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการให้บริการทางการเงินและเครื่องจำหน่ายสินค้าหรือบริการอัตโนมัติ เพื่อให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่พนักงานบริษัท</li><li>ธุรกิจบริการขุดเจาะปิโตรเลียม</li><li>ธุรกิจอื่นตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์</li><li>ธุรกิจการให้บริการเป็นตัวแทน ผู้ค้า ที่ปรึกษา หรือผู้จัดการเงินทุน สัญญาซื้อขายล่วงหน้า ที่สินค้าหรือตัวแปรอ้างอิงไม่ได้อยู่ภายใต้พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546</li></ul><p>โดยทั้ง 8 ธุรกิจนี้ คนต่างด้าวสามารถประกอบธุรกิจได้โดยไม่ต้องขออนุญาตตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้สะดวกยิ่งขึ้น ส่งเสริมการแข่งขันและการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวม</p>]]></description>
				<pubDate>Tue, 12 May 2026 16:12:24 +0000</pubDate>
			</item>
			</channel>
</rss>