นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีรำลึกวันครบรอบ 82 ปี เหตุการณ์ยกพลขึ้นบก หรือวันดีเดย์ (D-Day) โดยโจมตีชาติยุโรปอย่างรุนแรง พร้อมเปรียบเทียบวิกฤตผู้อพยพทางเรือว่าเป็นการ 'รุกราน' ด้วยอุดมการณ์ที่เป็นอันตราย
สุนทรพจน์วันดีเดย์ที่สุสานนอร์มังดี
นายเฮกเซธกล่าวสุนทรพจน์ ณ สุสานทหารอเมริกันนอร์มังดี ในเมืองโคลวิลล์-ซูร์-แมร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นจุดที่กองกำลังพันธมิตรบุกขึ้นฝั่งในปี 1944 เพื่อปลดปล่อยยุโรปจากการยึดครองของนาซีเยอรมัน
วิจารณ์นโยบายคนเข้าเมืองยุโรป
นายเฮกเซธวิพากษ์วิจารณ์นโยบายคนเข้าเมืองของยุโรปอย่างรุนแรง โดยระบุว่า 'เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ในวันนี้ ชายหาดต่าง ๆ ของยุโรปกำลังถูกรุกรานโดยอุดมการณ์ที่แตกต่างและเป็นอันตราย ไม่ว่าจะเป็นชายหาดในสเปน อิตาลี กรีซ และบัลแกเรีย ที่มีทั้งเรือและผู้คนเดินทางมาถึง' เขาถามว่า 'เมื่อไหร่รัฐบาลในเมืองหลวงของยุโรปจะลงมือทำอะไรสักอย่างกับการรุกรานนี้? หรือว่ามันจะสายเกินไปแล้ว? ผมสวดอ้อนวอนและเชื่อว่ามันยังไม่สายเกินไป'
จุดยืนของรัฐบาลทรัมป์
แม้นายเฮกเซธจะไม่ได้ใช้คำว่า 'ผู้อพยพ' โดยตรง แต่การแสดงความเห็นของเขาสะท้อนถึงการเชื่อมโยงการอพยพทางเรือเข้ากับการรุกรานในยุคสงคราม ซึ่งสอดคล้องกับจุดยืนของรัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มักวิจารณ์ยุโรปเรื่องพรมแดนและการเซ็นเซอร์กลุ่มชาตินิยม พร้อมคำเตือนในยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาว่ายุโรปอาจ 'ไม่เหลือเค้าโครงเดิมภายใน 20 ปี' และกำลังเผชิญ 'การล่มสลายทางอารยธรรม'
ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และยุโรปทวีความรุนแรง
ประเด็นความขัดแย้งยิ่งรุนแรงขึ้น หลังจากนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวโทษว่าเหตุฆาตกรรมนายเฮนรี โนวัก นักศึกษาชาวอังกฤษวัย 18 ปี ที่ถูกแทงเสียชีวิตที่เมืองเซาท์แฮมป์ตันเมื่อปีที่แล้ว เป็นผลมาจาก 'การรุกรานของผู้อพยพจำนวนมหาศาล' และชี้ว่าความโกรธแค้นคือคำตอบเดียว
ปฏิกิริยาจากรัฐบาลอังกฤษ
ทำเนียบนายกรัฐมนตรีอังกฤษออกแถลงการณ์ประณามคำพูดของรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทันที โดยระบุว่าเป็นการกระทำของ 'ผู้ที่พยายามแทรกแซงระบอบประชาธิปไตยของเรา' พร้อมชี้แจงว่าครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้ร้องขอแล้วว่าไม่อยากให้ความตายของลูกชายถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือสร้างความแตกแยก ยิ่งไปกว่านั้น สำนักงานอัยการสูงสุดของอังกฤษยืนยันข้อเท็จจริงว่านายวิคกรัม ดิกวา ผู้ก่อเหตุแทงนักศึกษา เป็นผู้ที่เกิดในสหราชอาณาจักรและมีสัญชาติอังกฤษโดยกำเนิด ไม่ใช่ผู้อพยพตามที่ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวอ้าง
สถิติการอพยพทางเรือ
วิกฤตผู้อพยพทางเรือเข้าสู่ยุโรปเคยพุ่งทะลุจุดสูงสุดในปี 2015 โดยองค์การสหประชาชาติระบุว่ามีผู้คนมากกว่า 1 ล้านคนเดินทางข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดระหว่างเดือนเมษายน 2025 ถึงมีนาคม 2026 พบว่ามียอดผู้เดินทางทางเรือรวม 169,341 คน ในสหราชอาณาจักร กรีซ อิตาลี สเปน และไซปรัส โดยเป็นการลักลอบข้ามฝั่งไปยังสหราชอาณาจักรคิดเป็นร้อยละ 23 ของทั้งหมด
สำหรับข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 3 มิถุนายน 2026 มีผู้คนเดินทางข้ามช่องแคบอังกฤษด้วยเรือเล็กจากฝรั่งเศสมายังอังกฤษจำนวน 9,142 คน ซึ่งลดลงร้อยละ 38 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า
นายกรัฐมนตรีอังกฤษโต้ตอบ
นายเคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ เคยออกมาตอบโต้ความเห็นของประธานาธิบดีทรัมป์ที่วิจารณ์บนเวทียูเอ็นว่ายุโรปกำลัง 'ลงนรก' เพราะคุมผู้อพยพไม่ได้ โดยผู้นำอังกฤษระบุว่าคำพูดของทรัมป์นั้น 'ไม่ถูกต้อง' แต่อังกฤษก็ยอมรับความท้าทายและกำลังเร่งปราบปรามขบวนการลักลอบขนคนเข้าเมืองด้วยเรือเล็กอย่างจริงจัง ซึ่งแตกต่างจากนโยบายในประเทศของรัฐบาลทรัมป์ที่เน้นการใช้กำลังเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเข้าจับกุมผู้อพยพรายวันนับหมื่นรายตั้งแต่ต้นปี 2025



