เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ได้ขยายพื้นที่ปฏิบัติการภาคพื้นดินในเลบานอน โดยยึดปราสาทโบฟอร์ต (Beaufort Castle) ซึ่งเป็นปราสาทเก่าแก่สมัยสงครามครูเสดที่มีอายุราว 900 ปี ปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่บนสันเขาสูงเหนือแม่น้ำลิตานี (Litani) และมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์อย่างมาก
การขยายพื้นที่ปฏิบัติการ
IDF ได้ออกคำเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ทางตอนใต้ของเลบานอน โดยเฉพาะพื้นที่ใต้แม่น้ำซาห์รานี (Zahrani) อพยพออกจากพื้นที่ นับเป็นครั้งที่สองในรอบไม่กี่วันที่ผ่านมา โฆษกของ IDF ระบุว่ามีทหารภาคพื้นดินจำนวนมากเข้าร่วมในปฏิบัติการนี้ และกำลังขยายพื้นที่ไปยังบริเวณอื่น ๆ เพิ่มเติม พร้อมเตือนว่าใครก็ตามที่อยู่ใกล้กับสมาชิก สิ่งปลูกสร้าง หรืออาวุธยุทโธปกรณ์ของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กำลังเสี่ยงชีวิต
ความหมายเชิงสัญลักษณ์
นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล กล่าวถึงการยึดปราสาทโบฟอร์ตว่าเป็น "ขั้นตอนที่น่าตื่นเต้นและเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในนโยบายของเรา" พร้อมย้ำว่า "เราได้ทลายกำแพงแห่งความกลัวลงแล้ว เรากำลังเป็นฝ่ายรุก เรากำลังปฏิบัติการในทุกแนวรบ ทั้งในซีเรีย ในฉนวนกาซา และในเลบานอน"
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อิสราเอล คัตซ์ ระลึกถึงสมรภูมิเมื่อ 44 ปีก่อนที่กองพลน้อยโกลานียึดป้อมแห่งนี้ และกล่าวว่ากองพลน้อยโกลานีได้กลับมาอีกครั้ง พร้อมเชิญธงชาติอิสราเอลขึ้นสู่ยอดเสาเหนือปราสาทแล้ว การยึดปราสาทครั้งนี้จึงเป็นชัยชนะที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์สูงสำหรับอิสราเอล
ปฏิกิริยาจากฝรั่งเศส
ฝรั่งเศสซึ่งมีความผูกพันทางประวัติศาสตร์กับเลบานอน ได้ร้องขอให้มีการเปิดประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เพื่อหารือเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอล นายฌ็อง-โนแอล บาร์โรต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศส ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ BFMTV ว่าสถานการณ์ดังกล่าวเป็น "ความผิดพลาดครั้งใหญ่ของอิสราเอล" โดยกล่าวว่าไม่มีสิ่งใดสามารถสร้างความชอบธรรมให้กับการขยายเวลาปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเลบานอนและการยึดครองดินแดนที่ลึกเข้าไปเรื่อย ๆ
ขณะเดียวกัน ชาวเลบานอนมองว่าปราสาทโบฟอร์ตเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งล่าสุดที่ถูกยึดครอง และเมืองนาบาตีเย (Nabatieh) ซึ่งอยู่เหนือขึ้นไปดูเหมือนจะตกเป็นเป้าหมายของ IDF มากขึ้นเรื่อย ๆ



