พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร นำคณะลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เพื่อตรวจสอบโครงการก่อสร้างสนามกีฬาฟุตบอล อบจ.นราธิวาส ซึ่งถูกปล่อยทิ้งร้างมานาน มูลค่าโครงการกว่า 177 ล้านบาท
บรรยากาศการลงพื้นที่
เริ่มต้นภารกิจด้วยการรับประทานอาหารเช้าที่ร้านอาคู่ อำเภอเมือง ร่วมกับ นายกูเซ็ง ยาวอหะซัน นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนราธิวาส และนายอัฟฟาน หะยียูโซะ ประธานบริหารสโมสรนรา ยูไนเต็ด บรรยากาศการหารือเป็นไปอย่างผ่อนคลายและเป็นกันเอง พ.ต.อ.ทวี ได้ร่วมรับประทานเมนูท้องถิ่นชื่อดัง ทั้งข้าวยำ นาสิดาแฆ กรือโปะ และชาชัก พร้อมแสดงความยินดีกับสโมสรนรา ยูไนเต็ด ที่เพิ่งเปิดบ้านถล่มเอาชนะ สตูล เอฟซี 5-1 คว้าตั๋วเลื่อนชั้นขึ้นสู่ศึกไทยลีก 2 ได้สำเร็จเมื่อวานที่ผ่านมา
สภาพสนามกีฬาที่ถูกปล่อยร้าง
หลังจากการหารือแนวทางการพัฒนาจังหวัด พ.ต.อ.ทวี และคณะ เดินทางไปตรวจสอบโครงการก่อสร้างสนามกีฬาฟุตบอล อบจ.นราธิวาส ซึ่งตั้งอยู่ที่ศูนย์ราชการ ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส พบว่าสนามอยู่ในสภาพถูกปล่อยทิ้งร้างมานาน มูลค่าโครงการกว่า 177 ล้านบาท
ความเป็นมาของโครงการ
โครงการเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 2553 ภายใต้โครงการ "หนึ่งจังหวัด หนึ่งสนามกีฬา" ของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ต่อมาในช่วงปี 2555-2558 ได้มอบหมายให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เป็นผู้ดำเนินการในเฟสที่ 2 แต่ปรากฏว่าผู้รับเหมาทิ้งงาน ทำให้โครงการหยุดชะงักยาวนาน มีการฟ้องร้องกันระหว่างหน่วยงาน กระทั่ง กกท. ทำการยกเลิกบันทึกข้อตกลง (MOU) กับกรมทางหลวงไปเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2567
ข้อเสนอของ พ.ต.อ.ทวี
พ.ต.อ.ทวี เปิดเผยว่า ปีนี้ถือเป็นโอกาสทองของพี่น้องใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ทีมฟุตบอลทั้งปัตตานีและนราธิวาสทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและได้เลื่อนชั้น แต่สิ่งที่ขาดแคลนอย่างหนักคือสนามฟุตบอลที่ได้มาตรฐาน
“สนามกีฬาแห่งนี้ริเริ่มจากวิสัยทัศน์ของอดีตนายกฯ บรรหาร ศิลปอาชา สานต่อโดยท่านนายก (อบจ.) กูเซ็ง ใช้งบประมาณภาพรวมมหาศาล ภาพทั่วไปคนเข้าใจว่า อบจ. รับผิดชอบทั้งหมด แต่ความจริงแล้ว อบจ. รับผิดชอบแค่ส่วนลู่วิ่ง สนาม และอัฒจันทร์ฝั่งหนึ่ง ซึ่งทำเสร็จแล้ว แต่อัฒจันทร์รอบด้านที่เหลือเป็นการก่อสร้างที่รับผิดชอบโดยศูนย์สร้างทางลำปาง กรมทางหลวง ทำให้เรื่องคาราคาซังมานาน เสียดายโอกาสของประชาชน”
แม้ที่ผ่านมารัฐมนตรีหลายยุคจะเข้ามารับปากแก้ไข แต่ก็ยังติดขัดข้อกฎหมายและการฟ้องร้อง เพื่อให้เรื่องนี้ได้ข้อยุติโดยเร็ว ตนและนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ จะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการฯ เพื่อเรียกทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากางแผนร่วมกัน
“เรามีธงชัดเจนว่าทำอย่างไรให้เดือนกันยายนนี้ ซึ่งจะเปิดฤดูกาลใหม่ สนามแห่งนี้ต้องพร้อมใช้งาน การก่อสร้างที่ค้างอยู่จะทำอย่างไรต่อ ซึ่งจริงๆ ใช้งบประมาณเพิ่มอีกไม่มาก”
ฝากถึง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา
ส่วนประเด็นการลงพื้นที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในวันที่ 12 มิถุนายนที่จะถึงนี้ พ.ต.อ.ทวี ฝากข้อเสนอแนะผ่าน นายวัชระ ยาวอหะซัน สส.นราธิวาส ซึ่งสังกัดพรรคเดียวกับรัฐมนตรี ว่า ขอให้ผลักดันเรื่องนี้เป็นวาระเร่งด่วน
“วันที่ 12 มิถุนายนนี้ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา จะลงพื้นที่ ผมขอฝากว่า การพัฒนาบางอย่างอาจไม่ได้ใจประชาชนเท่าเรื่องนี้ เมื่อวานคนดูเป็นหมื่นคน แต่ยังมีอีกเกือบครึ่งหมื่นที่เข้าสนามไม่ได้เพราะสนามเราไม่พร้อม เรารู้สึกเสียดายโอกาสนั้น ถ้าทำสนามแห่งนี้ให้เสร็จซึ่งมันเหลืออีกแค่นิดเดียว จะได้ใจประชาชนอย่างมหาศาล งบประมาณก็มีอยู่แล้ว ขอเพียงทลายข้อติดขัดต่างๆ ให้ได้เท่านั้น”
พ.ต.อ.ทวี กล่าวทิ้งท้ายว่า วันนี้เราเอาความต้องการและโอกาสเป็นที่ตั้ง เพราะนี่คือโอกาสของภาคใต้ ฟุตบอลทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น การท่องเที่ยวดีขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือ ทั้งพุทธ มุสลิม ทุกศาสนิกชนเชียร์ทีมเดียวกัน อุดมการณ์ทางการเมืองจะต่างกันอย่างไร แต่ก็รักทีมเดียวกัน



