นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ออกมาเปิดเผยถึงการเสนอญัตติเกี่ยวกับปมขัดกันแห่งผลประโยชน์ของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมืองแต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องของความโปร่งใสและจริยธรรมที่ทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญ
พิธาชี้แจงประเด็นญัตติ
นายพิธา กล่าวว่า การเสนอญัตติครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อตรวจสอบและสร้างความชัดเจนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งเป็นเรื่องที่พรรคก้าวไกลให้ความสำคัญมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแง่ของการเมืองที่ต้องมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้
หัวหน้าพรรคก้าวไกลยังกล่าวเพิ่มเติมว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่การกลั่นแกล้งหรือโจมตีพรรคประชาธิปัตย์เป็นการส่วนตัว แต่เป็นหน้าที่ของฝ่ายค้านที่จะต้องตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อให้เกิดความถูกต้องและเป็นธรรมต่อประชาชน
ปฏิกิริยาจากพรรคประชาธิปัตย์
ทางด้านพรรคประชาธิปัตย์ได้ออกมาโต้ตอบว่า การเสนอญัตติดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่มีมูลความจริงและเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง โดยมีเป้าหมายเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของพรรค อย่างไรก็ตาม นายพิธายืนยันว่าพรรคก้าวไกลมีหลักฐานและข้อมูลที่เพียงพอในการเสนอญัตติครั้งนี้
นายพิธากล่าวต่อไปว่า การเมืองไทยจำเป็นต้องมีมาตรฐานทางจริยธรรมที่สูงขึ้น และการตรวจสอบกันเองในสภาเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่การพัฒนาประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง
ความสำคัญของความโปร่งใส
หัวหน้าพรรคก้าวไกลเน้นย้ำว่า ความโปร่งใสและการตรวจสอบได้เป็นหัวใจสำคัญของการเมืองที่ดี การเสนอญัตติครั้งนี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตรวจสอบที่ควรเกิดขึ้นในสภาผู้แทนราษฎร
นายพิธายังกล่าวอีกว่า ตนหวังว่าทุกฝ่ายจะเข้าใจถึงเจตนาที่ดีของพรรคก้าวไกล และพร้อมที่จะร่วมมือกันเพื่อสร้างการเมืองที่สะอาดและเป็นธรรมมากขึ้น
- การเสนอญัตติเพื่อตรวจสอบผลประโยชน์ทับซ้อน
- ยืนยันไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมือง
- เน้นย้ำความสำคัญของความโปร่งใสและจริยธรรม
ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของพรรคก้าวไกลในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและพรรคร่วมรัฐบาลอย่างเข้มข้น ซึ่งเป็นบทบาทสำคัญของฝ่ายค้านในระบบประชาธิปไตย



