ศุภณัฐ ชี้รัฐล้มเหลวคุมงานก่อสร้างใหญ่ ซัดปล่อยผู้รับเหมารายเดิมประมูลต่อทั้งที่ทำคนตายกว่า 130 ศพ
วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้มีการพิจารณาญัตติขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาและตรวจสอบโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่มีปัญหาหรือสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน ซึ่งนำเสนอโดยพรรคประชาชน
นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กรุงเทพ พรรคประชาชน ในฐานะผู้เสนอญัตติ อภิปรายเปิดญัตติ โดยระบุว่า หากพิจารณาภาพรวมโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภายใต้ความรับผิดชอบของหลายหน่วยงาน เช่น กทม. กรมทางหลวง การทางพิเศษฯ สตง. รฟม. รฟท. จะเห็นว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก แม้หลายโครงการเริ่มมีการแถลงสาเหตุและผลสอบสวนแล้ว แต่หลายโครงการยังไม่มีรายงานฉบับเต็มเปิดเผยต่อสาธารณชน มีเพียงหน่วยงานและคณะกรรมการออกมาแถลงข่าวให้ข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น และยังไม่มีการตรวจสอบว่ามีการเก็บข้อมูลครบถ้วนหรือไม่ สุดท้ายหากรายงานขึ้นสู่ชั้นศาลแล้วปรากฏว่าตรวจสอบได้ไม่ดีพอ หลายบริษัทอาจหลุดคดี ไม่ต้องรับผิดชอบ หรือรับผิดชอบน้อยกว่าที่ควร
นายศุภณัฐกล่าวต่อไปว่า หากดูระยะเวลาในการตรวจสอบ พบว่าหลายโครงการใช้เวลา 2-4 เดือน แต่บางเหตุการณ์ เช่น เหตุหลุมยุบที่หน้าโรงพยาบาลวชิระ ผ่านไป 8 เดือนแล้วยังไม่มีการแถลงผลสอบสวน จากข่าวที่ได้ยิน คาดว่าผลสอบสวนจะโทษทุกอย่างยกเว้นผู้รับเหมา แม้นายกรัฐมนตรีเคยแถลงในสภาว่าจะไม่เอื้อบริษัทซิโน-ไทย และพร้อมช่วยกระทืบหากผิดจริง และจะให้การตั้งคณะกรรมการโดยกระทรวงคมนาคมเป็นอิสระในการตรวจสอบ แต่เมื่อดูรายชื่อคณะกรรมการ กลับพบว่าสัดส่วนคนนอกน้อยมาก เมื่อเทียบกับโครงการอื่นที่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนแบบเดียวกันในรอบปีที่ผ่านมา
โครงการที่ก่อสร้างโดยบริษัท อิตาเลียน-ไทย มีผู้เสียชีวิตรวมกันมากกว่า 130 ราย ย้อนไปถึงเหตุเครนถล่มที่อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา นายกรัฐมนตรีแถลงข่าวว่าสั่งให้ยกเลิกสัญญาแล้ว แต่ก็ปรากฏว่าไม่ได้มีการยกเลิกสัญญากับบริษัท อิตาเลียน-ไทย แต่อย่างใด และไม่ได้มีการขึ้นแบล็คลิสต์ หมายความว่าบริษัทที่ดำเนินการก่อสร้างที่มีผู้เสียชีวิตกว่า 130 ราย ยังคงมีสิทธิประมูลงานโครงการก่อสร้างของภาครัฐได้ทุกโครงการในประเทศไทย
นายศุภณัฐกล่าวต่อไปว่า ที่หนักกว่านั้นคือกรณีการบังคับใช้สมุดพกผู้รับเหมา ซึ่งมีการพูดถึงมาตั้งแต่ปี 2567 มีการเลื่อนมาตลอด และล่าสุดเมื่อเกิดเหตุเครนถล่มที่อำเภอสีคิ้ว นายกรัฐมนตรีระบุเองว่าจะเสร็จไม่เกินเดือนกุมภาพันธ์ 2569 แต่จนถึงวันนี้ระเบียบกำกับสมุดพกผู้รับเหมาก็ยังไม่เสร็จ หมายความว่ายังไม่มีการดำเนินการใช้จริง
โดยญัตติที่ตนเสนอนี้ นอกจากการติดตามมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลโฆษณาไว้แต่ยังทำไม่เสร็จแล้ว สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือนโยบายในการสร้างระบบนิเวศใหม่เพื่อแก้ปัญหาความไม่ปลอดภัยในโครงการก่อสร้าง ซึ่งสิ่งที่ต้องคิดถึงมากกว่าสมุดพกผู้รับเหมา คือการมองกระบวนการยกระดับมาตรฐานการก่อสร้างในลักษณะต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ
มิติต้นน้ำ: การจัดซื้อจัดจ้างและการออกแบบสัญญา
- พิจารณาการคัดกรองและการปรับสัญญาให้รัดกุม
- จัดทำ company profile เพื่อเก็บข้อมูลแต่ละโครงการที่บริษัทดำเนินการ ทั้งรัฐและเอกชน ว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นจุดใดบ้าง
- แก้ระเบียบการขึ้นทะเบียนผู้รับเหมา ที่ปัจจุบันยังกำหนดในแบบที่เคยทำมาในอดีต เพื่อกีดกันไม่ให้หลายบริษัทขึ้นชั้นผู้รับเหมา
- ปรับมูลค่าผลงานให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ขึ้น
- ขึ้นทะเบียนผู้รับเหมางานก่อสร้างอาคาร
- เพิ่มงบประมาณความปลอดภัยในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่
- ปรับสัญญาก่อสร้างและอ้างอิงกับรูปแบบสัญญาสากล
- โครงการก่อสร้างของรัฐควรแจ้งและส่งแบบให้ท้องถิ่น
- มีระเบียบในการจัดการอุปสรรคต่างๆ ที่ทำให้โครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของภาครัฐทำงานช้า
มิติกลางน้ำ: การกำกับการก่อสร้างและการกำกับคนและวิชาชีพ
การกำกับการก่อสร้าง
- จัดทำ construction map เพื่อแสดงข้อมูลโครงการก่อสร้างทั้งประเทศว่ามีกี่จุด ทำให้ข้อมูลทุกโครงการของทุกหน่วยงานมารวมกัน และสามารถติดตามได้ทุกโครงการ รวมถึงจัดทำระบบติดตามไซต์งานก่อสร้าง
- ปรับคู่งานก่อสร้างที่แต่ละหน่วยงานมีคู่มือแยกกันไป มาตรฐานควรสร้างแบบเดียวกัน
- ขึ้นบัญชีดำและระบบสมุดพกผู้รับเหมา
- ตั้งคณะกรรมการอิสระกลางที่ไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมาตรวจสอบ แทนการปล่อยให้กระทรวงที่กำกับหน่วยงานตั้งคณะกรรมการสอบสวนเอง
การกำกับคนและวิชาชีพ
- ให้ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย วิศวกรหลายคนรับงานซ้อนหลายงานในเวลาเดียวกันจนบางโครงการวิศวกรไม่ได้เข้าไซต์งาน
- ฝึกทักษะคนงาน บางไซต์งานรับคนงานเข้ามาแล้วให้ทำงานทันที โดยที่หลายคนไม่เคยทำงานด้านนั้นมาก่อน
มิติปลายน้ำ: การถอดบทเรียนและพัฒนาอุตสาหกรรม
- จัดทำระบบฟีดแบ็คจากการร้องเรียนโครงการโดยประชาชน
- จัดทำศูนย์รวบรวมข้อมูลอุบัติเหตุโครงการก่อสร้างอย่างจริงจัง
- ถอดบทเรียนและนำเสนอนโยบายโครงการก่อสร้าง ทั้งระบบวิธีการประมูล การจัดซื้อจัดจ้าง วิธีคู่มือ มาตรฐานต่างๆ ที่ผ่านมาแทบจะเหมือนเดิมตลอด โดยไม่มีนโยบายพัฒนาอุตสาหกรรมก่อสร้าง ทั้งที่งบประมาณก่อสร้างของประเทศไทยมีสัดส่วนสูงที่สุดในบรรดาทุกภาคส่วนที่มีการลงทุนของภาครัฐ
- แก้ปัญหาการทุจริตในโครงการก่อสร้างที่ไม่เคยได้รับการแก้ไข ผู้รับเหมาถูกทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายข้าราชการตบทรัพย์จนต้องลดคุณภาพ จ่ายสินบนให้ผู้คุมงาน ผู้คุมงานก็ผ่านโครงการให้ ที่ผ่านมาไม่เคยมีการตรวจสอบเรื่องแบบนี้ เช่น บางโครงการต้องสร้างสะพานปูนแต่กลับปล่อยให้เอาไม้มายัดไส้สร้างสะพาน



