เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเดินเท้ารวม 6 ชั่วโมง ฝ่าฝนหนักและน้ำหลาก เพื่อกู้ร่างนักท่องเที่ยวสาวที่หลงป่าเขาเจ็ดยอด หลังจากพบเป็นศพลอยน้ำติดโขดหิน และนำร่างออกมาได้สำเร็จ ก่อนส่งชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิต
รายละเอียดเหตุการณ์
ภายหลังจากพบร่าง น.ส.วันทนีย์ เลขวรรณวิเศษ หรือเอ๋ อายุ 53 ปี ชาวอำเภอเมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวที่พลัดหลงและสูญหายระหว่างเดินป่าในเส้นทางเขาเจ็ดยอด ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด จ.ตรัง โดยพบเป็นศพลอยน้ำอยู่ในน้ำตกบริเวณ "หนานย่านไทร" ซึ่งเป็นหน้าผาสูงชันและพื้นล่างเป็นแอ่งน้ำตกขนาดใหญ่
ภารกิจค้นหาและกู้ภัย
ตั้งแต่เวลา 16.45 น. วันที่ 4 มิ.ย.2569 ซึ่งเป็นภารกิจการค้นหาวันที่ 4 ผู้สื่อข่าวเฝ้าติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ฝ่ายปกครอง หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง จุด อ.ปะเหลียน และชาวบ้านผู้ชำนาญเส้นทาง รวมประมาณ 30 คน ได้ร่วมกันออกเดินทางจากน้ำตกโตนเต๊ะ ฝ่าสายฝนขึ้นไปยังจุดที่พบศพ ระยะทางประมาณ 3-4 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ก่อนจะนำร่างผู้เสียชีวิตใส่ถุงซิปล็อคอย่างดีและยกขึ้นใส่เปลบอร์ด จากนั้นใช้ท่อนไม้ทำเป็นคันสำหรับแบกหามร่างลงมายังพื้นล่าง
ในระหว่างปฏิบัติการ ชายคนหนึ่งซึ่งเป็นคนนำทางจากฝั่ง จ.พัทลุง เกิดอาการป่วยและอ่อนล้าอย่างมาก เจ้าหน้าที่จึงช่วยเหลือและประคองชายดังกล่าวลงมาด้วย
อุปสรรคและการปรับแผน
ปฏิบัติการครั้งนี้เต็มไปด้วยอุปสรรค เนื่องจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงบ่าย ประกอบกับมีน้ำป่าหลากลงมาตามเส้นทาง และบางจุดต้องฝ่ากระแสน้ำจากลำธารและน้ำตก รวมทั้งสภาพพื้นที่เป็นหน้าผาสูงชัน จึงต้องปรับเปลี่ยนแผนอย่างกะทันหัน จากเดิมที่วางแผนจะนำร่างผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตลงมายังน้ำตกโตนเต๊ะ แต่เนื่องจากความสูงชัน จึงจำเป็นต้องนำลงไปยังพื้นที่เชิงเขา บริเวณหมู่ 2 ต.ปะเหลียน อ.ปะเหลียน ซึ่งมีความลาดชันน้อยกว่า
ทีมเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือผู้ป่วยรายดังกล่าวลงมาก่อน โดยใช้รถยนต์กระบะโฟวิลขับลุยป่าเข้าไปรับผู้ป่วยบริเวณเชิงเขา ก่อนเคลื่อนย้ายขึ้นรถออกมาส่งถึงรถพยาบาลของ รพ.ปะเหลียน ที่จอดรออยู่ด้านนอก และรถหน่วยกู้ชีพ-กู้ภัย อบต.ปะเหลียน ในเวลา 22.52 น. เบื้องต้นผู้ป่วยมีอาการอ่อนล้าอย่างมาก เจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือเบื้องต้นและนำส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน
ต่อมาในเวลา 23.19 น. ชุดกู้ภัยและเคลื่อนย้ายร่างนำร่างผู้เสียชีวิตลงมาถึงบริเวณเชิงเขา และนำขึ้นรถโฟวิลมาส่งยังรถหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง ก่อนนำร่างไปชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นที่ รพ.ปะเหลียน เบื้องต้นพบบาดแผลบริเวณหน้าผาก คาดว่ามาจากการตกกระแทก
เบาะแสที่นำไปสู่การพบตัว
จากการตรวจสอบหลักฐานที่พบ ได้แก่ หน่อไม้ หน่อข่าที่มีร่องรอยการกิน กระป๋องแก๊ส ทิชชู่เปียก ซองผงเกลือแร่ และกองอุจจาระ โดยไม่พบร่องรอยการตั้งแคมป์นอนพัก คาดว่านอนโดยวิธีผูกเปล และพบโทรศัพท์มือถืออยู่ในกระเป๋า
นายยะดิน เกื้อเดช อายุ 57 ปี ชาวบ้านผู้ชำนาญเส้นทางและเป็นผู้นำทางในการขึ้นไปเคลื่อนย้ายร่าง เปิดเผยว่า เป็นอุปสรรคอย่างมากเนื่องจากพื้นที่สูงชัน ฝนตกหนักและมีน้ำหลาก ต้องแบกหามข้ามกระแสน้ำ การเปลี่ยนแผนมาลงที่ใหม่เพราะทางสูงชันน้อยกว่า แต่ระยะทางไกลกว่าทางน้ำตกโตนเต๊ะประมาณ 1-2 กิโลเมตร จนสำเร็จ
นายธนกฤต ทองขวิด อายุ 43 ปี คนนำทางของอุทยานฯ และเป็นทีมที่พบร่าง กล่าวว่า วันที่ 3 มิ.ย. ช่วงประมาณ 2 ทุ่ม พบเบาะแสทิชชู่เปียก ซองผงเกลือแร่ และกองอุจจาระที่มีสภาพใหม่ ต่อมาวันที่ 4 มิ.ย. พบกระป๋องแก๊สซึ่งยืนยันว่าเป็นของผู้สูญหาย ก่อนเดินถัดไปที่บริเวณต้นไผ่ พบหน่อไม้และต้นข่ามีรอยฉีกและรอยฟันกัดกิน ซึ่งถูกตั้งไว้บนก้อนหินขนาดใหญ่ คาดว่าผู้เสียชีวิตตั้งไว้เป็นสัญลักษณ์ให้ผู้ตามหาพบเห็น จึงจำกัดวงค้นหาให้แคบลงและเดินลงมาตามสายน้ำ กระทั่งพบร่างผู้เสียชีวิตลอยน้ำในสภาพคว่ำหน้าติดอยู่กับโขดหิน โดยมีกระเป๋าเป้สะพายหลังอยู่ บริเวณน้ำตกซึ่งเหนือน้ำตกเป็นหน้าผาหินสูงชันเป็นแนวดิ่งสูงประมาณ 20 เมตร ผู้เสียชีวิตน่าจะตั้งใจเดินข้ามน้ำตกบริเวณหน้าผาและเกิดลื่นกระแทกกับหิน ไถลพลัดตกลงไปในน้ำด้านล่าง ประกอบกับกระเป๋าเป้ที่หนักประมาณ 15 กิโลกรัมถ่วงหลัง เมื่อโดนน้ำทำให้มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นจนไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองขึ้นมาได้ จากการตรวจสอบกระเป๋าเป้น่าจะมีอาหารหลงเหลืออยู่
จากการสอบสวนเบื้องต้น จุดที่พบศพห่างจากจุดที่พบเบาะแสประมาณ 1 กิโลเมตร คาดว่าผู้เสียชีวิตพลัดหลงเส้นทางบริเวณทางแยกหลังลงมาจากยอดเขาเจ็ดยอด โดยต้องเดินลงไปยังน้ำตกหนานสะตอ แต่กลับเดินมาทางน้ำตกโตนเต๊ะ ซึ่งไม่ใช่เส้นทางเดินป่าและมักไม่มีใครเดินเนื่องจากมีความชันและอันตรายอย่างมาก
การดำเนินการหลังพบศพ
ภายหลังการชันสูตรพลิกศพที่ รพ.ปะเหลียน เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยได้ดำเนินการส่งร่างไปผ่าชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงที่ รพ.สงขลานครินทร์ (มอ.) อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และจะนำร่างไปมอบให้ญาติตามภูมิลำเนาเดิมที่ จ.ขอนแก่น ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจยังอยู่ระหว่างการสอบสวนถึงสาเหตุที่แน่ชัด



