เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ช่วยราชการ บช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 พ.ต.อ.ชัยรัตน์ วรุณโณ รอง ผบก.สอท.2 พ.ต.อ.ขจร อบทอง รอง ผบก.สอท.2 พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ปานกลิ่นพุฒ ผกก.4 บก.สอท.2 พ.ต.ท.จิรวัฒน์ บุรีงาม รอง ผกก.4 บก.สอท.2 พ.ต.ท.เอกรินทร์ สนนาค รอง ผกก.4 บก.สอท.2 พ.ต.ท.นิติ นิรุตติวัฒน์ รอง ผกก.4 บก.สอท.2 และตำรวจ สภ.กาญจนบุรี สนธิกำลังนำหมายค้นศาลจังหวัดกาญจนบุรี ที่ 394/2569 เข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ หมู่ 10 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
จับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลาง
การปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมนายชาญวิทย์ (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมยึดของกลางเป็นบุหรี่ไฟฟ้าแบบใช้แล้วทิ้งและหัวน้ำยาที่ใช้กับอุปกรณ์พอตไฟฟ้า รวม 4 ยี่ห้อ บรรจุในลังกระดาษขนาดใหญ่ 56 ลัง รวมจำนวน 11,305 ชิ้น มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท
สืบสวนจนพบแหล่งซุกซ่อน
การเข้าตรวจค้นครั้งนี้สืบเนื่องจาก พ.ต.ท.จิรวัฒน์ บุรีงาม รอง ผกก.4 บก.สอท.2 พร้อมชุดสืบสวน กก.4 บก.สอท.2 ตรวจพบบัญชีชื่อ “korn” ในแอปพลิเคชันไลน์ ซึ่งโพสต์ภาพจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาหลากหลายยี่ห้อ เช่น Marbo, Esko Bar, Roca, Ibro มีให้เลือกหลายกลิ่น ทั้งแบบใช้แล้วทิ้งและแบบหัวน้ำยา ราคาชิ้นละ 150-350 บาท โดยให้ผู้สนใจติดต่อซื้อผ่านไลน์ ถือเป็นการกระทำผิดเกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าต้องห้าม
จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่าผู้ค้ารายนี้เป็นผู้ค้ารายใหญ่ มีฐานอยู่ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีมานานกว่า 2 ปี ใช้วิธีแพ็คบุหรี่ไฟฟ้าลงในกล่องพัสดุแล้วส่งให้ลูกค้าทั่วประเทศตามออร์เดอร์ ผ่านบริษัทขนส่งเอกชนในพื้นที่ และมีการย้ายที่เก็บบุหรี่ไฟฟ้าหลายครั้งเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ โดยมียอดส่งบุหรี่ไฟฟ้าให้ลูกค้าทั้งรายย่อยและรายใหญ่เฉลี่ยเดือนละหลายพันชิ้น และมียอดโอนเงินจากการสั่งซื้อเข้าบัญชีธนาคารกว่า 1 ล้านบาทต่อเดือน
สอบสวนผู้ต้องหาและดำเนินคดี
จากการสอบสวนนายชาญวิทย์ให้การรับสารภาพว่าเป็นเพียงลูกจ้างคอยแพ็คบุหรี่ไฟฟ้าจัดส่งตามออร์เดอร์ที่สั่งซื้อผ่านไลน์มานานกว่า 5 เดือน ได้รับค่าตอบแทนจากผู้ว่าจ้างเฉลี่ยเดือนละ 20,000-25,000 บาท ตำรวจเตรียมขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องในเครือข่ายนี้ โดยดำเนินคดีในข้อหา “ขายหรือให้บริการบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาเติม อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2562, ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากรโดยถูกต้อง ตามมาตรา 246 วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 และร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน ตามพระราชบัญญัติสรรพสามิต พ.ศ.2560 มาตรา 203(1)” ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.กาญจนบุรี ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



