หญิงสาวรายหนึ่งออกมาเปิดเผยเรื่องราวสุดช้ำใจ หลังจากถูกเพื่อนรักร่วมห้องหักหลัง ยืมเงินจำนวน 300,000 บาท โดยอ้างว่าจะนำไปใช้หนี้ แต่สุดท้ายกลับหนีหายไร้ร่องรอย
ความไว้ใจที่ถูกหักหลัง
ผู้เสียหายเล่าว่า ตนรู้จักกับเพื่อนคนนี้มานานหลายปี ทำงานร่วมกัน และพักอาศัยอยู่ในห้องเดียวกัน ด้วยความสนิทสนมจึงไว้ใจกันเป็นอย่างดี จนกระทั่งเพื่อนเข้ามาขอยืมเงินก้อนใหญ่ โดยอ้างว่ามีภาระหนี้สินที่ต้องรีบชำระ
ด้วยความเห็นใจและอยากช่วยเหลือ ผู้เสียหายจึงตกลงให้ยืมเงินจำนวน 300,000 บาท โดยไม่มีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร มีเพียงการพูดคุยและสัญญาปากเปล่าว่าจะใช้คืนภายในระยะเวลาที่กำหนด
สัญญาที่ไม่เป็นจริง
หลังจากยืมเงินไป เพื่อนกลับเปลี่ยนพฤติกรรมไปอย่างสิ้นเชิง เริ่มมีท่าทีเลี่ยงไม่ยอมพูดคุยเรื่องเงิน และเมื่อถึงกำหนดชำระหนี้ ก็กลับบ่ายเบี่ยงสารพัดเหตุผล จนในที่สุดก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งให้ผู้เสียหายต้องรับผิดชอบหนี้ก้อนนี้เพียงลำพัง
ผู้เสียหายกล่าวด้วยน้ำตาว่า ตนรู้สึกเสียใจและผิดหวังอย่างมาก เพราะที่ผ่านมาไม่เคยคิดว่าเพื่อนรักจะทำแบบนี้ เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินเก็บที่หามาด้วยความยากลำบาก ตอนนี้ไม่รู้จะทำอย่างไรดี
บทเรียนราคาแพง
เหตุการณ์นี้กลายเป็นบทเรียนราคาแพงที่ทำให้ผู้เสียหายตระหนักถึงความสำคัญของการมีหลักฐานในการทำธุรกรรม แม้จะเป็นคนใกล้ชิดก็ตาม เธอฝากเตือนผู้ที่กำลังจะให้ยืมเงิน ควรมีสัญญาหรือหลักฐานการกู้ยืมที่ชัดเจน เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ทั้งนี้ ผู้เสียหายตั้งใจจะเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย หวังว่าจะได้รับความเป็นธรรมและได้เงินคืน



