ที่จังหวัดนนทบุรี เกิดเหตุการณ์ชวนติดตามเมื่อหนุ่มกู้ภัยรายหนึ่งได้เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง หลังจากถูกออกหมายจับในข้อหาทำร้ายร่างกายภรรยาและหอบทรัพย์สินมีค่าหลบหนีไป โดยในที่สุดทั้งสองฝ่ายตกลงยอมหย่าให้แก่กัน และผู้ก่อเหตุยังได้พาเจ้าหน้าที่ไปนำรถแอมบูแลนซ์ที่จอดทิ้งไว้ในย่านเพชรเกษมคืน
ความคืบหน้าคดีทำร้ายร่างกาย
ก่อนหน้านี้ นางสาวพร้อมพิศ ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางบัวทอง จังหวัดนนทบุรี ในสภาพบอบช้ำตามร่างกายและใบหน้า รวมถึงศีรษะที่มีร่องรอยจากการถูกทำร้ายร่างกาย เพื่อดำเนินคดีกับนายโสถม สามีซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุ โดยสาเหตุมาจากการที่นางสาวพร้อมพิศได้ติดต่อกับอดีตแฟนเก่าผ่านแชต ทำให้นายโสถมเกิดความไม่พอใจและเกิดการโต้เถียง ก่อนจะใช้ด้ามปืนทำร้ายร่างกายภรรยา อีกทั้งยังขู่ฆ่าและกวาดทรัพย์สินมีค่าหลายรายการหลบหนีไป เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณตี 1 ของวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา
ศาลออกหมายจับ
ต่อมาศาลจังหวัดนนทบุรีได้ออกหมายจับนายโสถม ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 หมายเลขที่ จ 714/2569 ในข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธไปในเมืองและหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับอันตรายต่อร่างกายและจิตใจ
การมอบตัวและการเจรจา
ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 พฤษภาคม 2569 นายโสถม อาสาสมัครกู้ภัยแห่งหนึ่ง พร้อมอาวุธปืนบีบีกันแบบแมกกาซีน 1 กระบอก ซึ่งเป็นอาวุธที่ใช้ทำร้ายภรรยา ได้เดินทางเข้ามอบตัวต่อ พ.ต.อ.ธรรศกร ก้อนทองทา ผกก.สภ.บางบัวทอง และ พ.ต.ท.ศิโรดม ศรีปัญญา สว.สส.สภ.บางบัวทอง โดยมีนางสาวพร้อมพิศ ภรรยา พร้อมด้วยน้องสาวผู้เสียหายและนายสายชล นิตย์ขำ ผู้ช่วยสืบสวนนนทบุรี เขต 7 เดินทางมาที่ห้องสืบสวนด้วย
นางสาวพร้อมพิศเปิดเผยว่า นายโสถมได้ติดต่อเข้ามาว่าจะนำของมาคืนและจะมามอบตัวที่ สภ.บางบัวทอง พร้อมขอโอกาสกลับมาเหมือนเดิม แต่ในเบื้องต้นทั้งคู่ตกลงที่จะหย่ากันก่อนเพื่อแยกย้ายกันอยู่ ส่วนอนาคตจะกลับมาคบกันอีกหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับการกระทำของนายโสถม เนื่องจากนางสาวพร้อมพิศยังคงมีความกลัวและร่างกายยังบอบช้ำมาก โดยระบุว่านายโสถมบอกว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่แท้จริงแล้วน่าจะเปลี่ยนได้นานแล้ว
การขอโทษและการถอนแจ้งความ
นางสาวพร้อมพิศกล่าวเพิ่มเติมว่า นายโสถมได้ขอโทษครอบครัวของเธอและขอโทษตัวเธอเอง สำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น ในส่วนที่ตกลงกันได้ เธออยากจะถอนแจ้งความเพื่อให้นายโสถมมีอนาคต มีงานทำ และอยากให้เรื่องนี้จบลงด้วยดี โดยทั้งคู่จะมีความทรงจำที่ดีต่อกัน หลังจากพูดคุยกัน นายโสถมยอมหย่าให้ และต่างคนต่างไปใช้ชีวิต ซึ่งนางสาวพร้อมพิศจะไม่เอาเรื่องใดๆ กับนายโสถมอีก
ด้านนายโสถมไม่ขอพูดอะไรในเวลานี้ เพียงแต่บอกว่าขอโทษทุกคน ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวไปเอารถตู้แอมบูแลนซ์ โตโยต้า ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ที่ซอยเพชรเกษม 64 ซึ่งเป็นรถคันที่ขับออกจากบ้านในคืนที่เกิดเหตุ



